ตอน 2
เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
ตอนที่ 2
อวี้เหว่ยลอบถอนใจเบา ๆ รู้สึกเห็นใจแม่นางผู้น่าสงสาร
ตามปกติแล้ว แม่นางทั้งหลายเห็นเหตุการณ์ พบบุรุษหล่อ เหลาเอ่ยวาจาเช่นนี้ ต้องทำท่าเอียงอาย เอ่ยไม่ตรงกับใจว่าไม่ อยากมองเตี้ยนเซียถอดผ้า ทว่าสีหน้าแสดงความอยากชมต่อ อย่างที่สุด แทบอยากพุ่งเข้ามาช่วยเหี้ยนเซียถอดด้วยซ้ำไป
จากนั้นเตี้ยนเซียก็จะอาศัยเหตุผลว่าพวกนางปฏิบัติตนไม่ จริงใจ ปากไม่ตรงกับใจ หลอกลวงคนมีเมตตาอย่างเขาด้วย ความชั่วร้าย สังหารคนทิ้ง
แม่นางผู้เคราะห์ร้าย บังเอิญพบเตียนเซียที่เพิ่งกำจัดคน สองคนที่คล้ายแมลงวันน่ารำคาญ จิตสังหารยังไม่ทันสงบลง เข้าพอดี
อวี่เหว่ย ใคร่ครวญเช่นนี้ ใช้สายตาสงสารเวทนามองไปที่
เยี่ยเม่ย
เยี่ยเม่ยได้ยินคำพูดนี้ก็ชะงักไป
ยามนี้ร่างของเธอร่วงหล่นจากอากาศ หันมองด้านข้าง เป็นยอดเขา ด้านหน้ายังมีระยะอีกหกเมตรถึงตกพื้น หากร่วง ลงไปเช่นนี้ต้องตายแน่
สายตาทอประกาย รีบล้วงมีดสั้นออกจากแขนเสื้อ ปักลงที่หน้าผาด้านข้างอย่างแรง
ฉีก! เสียงดังออกมา นั่นคือมีดสั้นกระทบใน
มีดสั้นกรีดลงไปในเนื้อหินอย่างแรง ร่วงกรูลงมาพร้อมกับ ร่างคน ถึงแม้เธอยังตกลงมา ทว่าเช่นนี้ลดแรงกระแทกยามตก ถึงพื้นได้มาก
ห่างจากพื้นครึ่งเมตร เธอดีดตัว จากนั้นร่อนลงพื้นอย่าง มั่นคง นอกจากมือที่กุมมีดสั้นมีเลือดออก ปากแผลซาแล้ว ร่างกายไม่บาดเจ็บเลยสักน้อย
ตวัดมือเพียงครั้งเดียว มีดสั้นเก็บกลับไปที่เดิม สีหน้ายัง สงบนิ่งเหมือนเคย ไม่มีความประหวั่นหวาดกลัวหลังจากรอด ชีวิตเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าที่เกือบตกลงมาตายเมื่อครู่ ใน สายตาเธอไม่ใช่เรื่องอันตราย
คราวนี้เปียเงินเสียเยี่ยนยังซะงักงันชั่วครู่ ใบหน้าทรง เสน่ห์นั้นเปื้อนรอยยิ้มชวนมอง มองอีกฝ่ายอย่างสนใจ ดวงตา ที่ทั้งมีเสน่ห์และดูร้ายกาจคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกยากจับได้
น่าสนใจ การช่วยเหลือตัวเองเช่นนี้ ทั้งยังมีท่าทีไม่หวั่น กลัวต่ออันตรายคล้ายบุรุษ ในยุทธภพมีไม่น้อย ทว่าสตรีเช่นนี้ รับรองได้ว่าหาได้ไม่มาก
หลังจากลงพื้นอย่างปลอดภัย เยี่ยเม่ยมองเขาทันที ร้ายเธอยังมองเขาเป็นอย่างแรก ผู้ชายคนนี้โดดเด่นมากความหล่อเหลือร้ายนั้นทำให้คนไม่อาจคลาดสายตาจากไป
เขามีความงามราวกับเทพเทวดา ทว่ามีกลิ่นอายชั่วร้าย เฉกเช่นปีศาจ ทุกท่วงท่า ทุกสีหน้า ทุกมุมมอง ไม่มีส่วนไหนไม่ น่าชม คลับคล้ายกับปีศาจที่รอดชีวิตจากวิบากกรรมในนรก เหมือนยาพิษแรงรุกรานเข้าสู่หัวใจแม้กระทั่งลมหายยังมีกลิ่น อายล่อลวงใจคน เขาสวมชุดดำตลอดทั้งร่าง ชุดยาวไหวตาม สายลม ดูวิจิตรงามดั่งภาพวาด
เห็นเขากำลังคลายเสื้อออก ริมฝีปากบางดูเย็บเงียบแฝง รอยยิ้ม นิ้วเรียวยาวแกะสายคาดเอวออกด้วยท่วงท่างดงาม แช่มช้าให้ความรู้สึกราวกับแมวเปอร์เซียปลุกเร้าความ ปรารถนาจากเบื้องลึกในใจคน
เยี่ยเม่ยถอนใจให้ภาพงดงามเบื้องหน้านี้ เธออารมณ์ พลุกพล่านทาใบหน้ายังคงนิ่งสงบเช่นเดิม “สหาย! ฉันรู้ว่าตัว เองรูปงามทำให้คุณหลงใหล ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี คุณก็ตั้งใจ แต่งองค์ทรงเครื่อง สวมชุดแปลกประหลาดแบบนี้มาเปลื้องผ้า ยั่วยวนฉัน แต่ว่าคุณผู้ชาย พวกเราไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน คุณทำตัวสนิทสนมเกินไปออกจะไม่ดีนัก ดังนั้น เอาอย่างนี้ดี หรือเปล่า คุณถอดกางเกงเสียก่อน
หลายปีมานี้พบชายหนุ่มรูปงามมาไม่น้อย แต่คนเบื้อง หน้านี้สามารถสอบบรรดาหนุ่มหล่อเธอพบมาตลอดครึ่งชีวิต ในวินาทีเดียว แต่ไรมาเธอไม่ค่อยสนใจรูปโฉมเกินไปนัก แต่ ว่าชมเสียหน่อยก็ไม่เลว อวี้เหว่ย “…”
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม
เตียนเซีย โผล่มายั่วยวนนางแต่เช้าตรู่ ยังพูดว่าอะไร นะ…อะไรนะ…ให้เขาถอด…..
เบี้ยเงินเสียเยี่ยนได้ฟัง รอยยิ้มที่มุมปากพลันแข็งที่อ สายตาที่มองเยี่ยเมียพลันเปลี่ยนไปเป็นแปลกใจ นัยน์ตานั้น คล้ายกับระลอกคลื่นบนพื้นทะเลสาบที่หินตกลงไปเกิดเป็นวง น้ำ ภาพงดงามมีมนต์เสน่ห์ ยิ่งทำให้คนเคลิบเคลิ้ม
เห็นใบหน้าไร้วี่แววล้อเล่นของนาง ยิ่งทำให้เขาอยากเล่น สนุกมากขึ้น คล้ายพบของเล่นชิ้นใหม่ที่ร้อยปียากหาได้สักครั้ง หนึ่ง มือที่กำลังกลายเสื้อออกหยุดลง
ความเงียบสงบปกคลุมชั่วครู่ พลันจ้องนาง เหยียดยิ้ม งาม “แม่นางผู้นี้ เจ้ามีนามว่าอะไร
น้ำเสียงไพเราะน่าฟังประดุจเสียงฉินบรรเลงนุ่มลื่น ทำให้คนฟังคาดเดาความรู้สึกไม่ออก
อวี้เหว่ยตั้งใจใคร่ครวญคำพูดของเยี่ยเมียรู้สึกปวดหัว ขึ้นอย่างแรงในฉับพลัน ยิ่งเห็นใจแม่นางผู้นี้ขึ้นมาก เดี๋ยนเซีย เริ่มถามชื่อแล้ว ตามนิสัยโหด** ยมราวปีศาจของเตี้ยนเซี่ย เกรงว่าจะทำร้ายผู้อื่น สืบค้นตระกูลของแม่นางผู้นี้และกำจัดทิ้ง เสียให้สิ้นซาก
เยี่ยเมียใจกระตุก แม่นางหรือ นี่มันคำเรียกขานของยุคสมัยไหนกัน ทว่าเธอไม่ใส่ใจแล้ว
เมื่อเห็นผู้ชายรูปงามหยุดคลายเสื้อผ้า เธอค่อยทั้งสายตา สำรวจชายงามนี้กลับมา ทั้งได้กลิ่นคาวเลือดรุนแรง
ครั้นหันกลับไปดูถึงได้พบว่าในระยะห้าเมตร มีศพเกลื่อน พื้นไปหมด
สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ศพส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกอาวุธ แหลมคมเสียบอยู่ แต่ว่าเป็นกิ่งไม้
วิธีการฆ่าคนเช่นนี้ เยี่ยเม่ยเองยังนึกชื่นชมอยู่ในใจ ชาย คนนี้ฆ่าคนมากมายภายในครั้งเดียว แปดส่วนแล้วต้องเป็นสุด ยอดนักฆ่า!
เยี่ยเมียหันหลับมามองเปียเงินเสียเยี่ยน ตกตะลึงใน ความงามของชายผู้นี้อีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว
แต่ว่าเธอยังไม่ตอบคำถามเขา เพียงใช้เสียงเย็นชาเอ่ยว่า “ที่แท้ก็เป็นเพื่อนร่วมสายงาน ฝีมือฆ่าคนไม่เลว หมดจดมาก
เปียเงินเสียเยี่ยนได้ฟังก็มองใบหน้าสงบนิ่งของนาง ดวงตาทอประกายใสกระจ่างราวในฤดูใบไม้ผลิ “แม่นางก ลังชมเขียนอย่างนั้นหรือ
ไม่เพียงแต่เห็นศพแล้ว กลับไม่แตกตื่นตกใจ หรือหน้า
ด่าว่าเขาเป็นปีศาจฆ่าคน
ยังบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมสายงาน
เยี่ยเมียพยักหน้า รักษาสีหน้าสงบไว้ “ไม่เลว แต่ว่าดูจากวิธีการฆ่าคนก็มองออกว่า คุณกับฉันไม่ใช่สายเดียวกัน ฉัน ถนัดฆ่าโหด ยังไงในหลายๆ ครั้ง ความโหด** ผมเป็นวิธีที่ดี ในการระงับปัญหา สรุปแล้วคุณจะถอดไม่ถอด ไม่ถอดฉัน ขอตัวไปล่ะนะ”
เธอตกลงทะเลพร้อมกับลูกพี่ ทั้งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปไหนแล้ว ร่วงลงมาที่เดียวกับเธอหรือเปล่า ถึงรู้จักความสามารถของผู้ หญิงคนนั้นดีว่าไม่มีทางเกิดเรื่องขึ้นกับอีกฝ่ายแน่ ทว่าก็อด กังวลใจไม่ได้ หากมิใช่เพราะผู้ชายคนนี้หน้าตาดีเกินไป ทำ เธอเกิดความปรารถนาชื่นชมเรือนร่างงดงามนั้นเป็นครั้งแรก เธอไม่มีทางหยุดรั้งอยู่แน่
จริงสิ เดี๋ยวนะ ตอนนั้นพวกเธอตกน้ำไม่ใช่หรือ ทำไมพริบ ตาเดียวถึงเป็นยอดเขา เธออยู่ที่ไหนกันแน่ ความคิดเริ่มสับสน ขึ้นมา
ส่วนเปียเงินเสียเยี่ยนฟังคำพูดแปลกประหลาดของอีก ฝ่าย มุมปากกลับยกยิ้มจาง ความโหด* ผมเป็นวิธีที่ดีใน การกำจัดปัญหาจริงๆ
ริมฝีปากบางของเขายิ้ม หลังจากได้ฟังประโยคนั้นของ นาง พลันพุ่งกายเข้ามาประชิด ถามเสียงเนิบว่า “เยี่ยนกับแม่ นางมิใช่คนสายเดียวกันหรือ ที่ว่าสายเดียวกันนั้นเป็นอย่างไร
แรงกดดันจากกายเขาตามมาพร้อมกับฝีก้าวที่บีบคั้นเข้า มา คล้ายล่าแสงปีศาจชวนให้คนหวาดกลัว
เยี่ยเมียหน้าไม่เปลี่ยนสี ในใจกลับเครียดชัง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรับรู้ถึงแรงกดดัน ความรู้สึกเช่น นี้ทำให้คนไม่สบายตัว มือเคลื่อนไปจับมีดสั้นอย่างไม่รู้ตัว นี่ คือสัญชาตญาณนักฆ่า
เบี้ยเงินเสียเยียนยิ้มบาง ชุดไหวไปตามลม สายตา มองมือที่กุมมีดสั้นซ่อนในแขนเสื้อของเธอช้าๆ แต่ก็ไม่ใส่ใจ นัก
เขาเดินมาถึงด้านหน้าของอีกฝ่าย จนกระทั่งสองคนจ้อง หน้ากัน สายตาของเขาพลันอ่อนโยนคล้ายกับพบพานคนรัก น้ำเสียงไพเราะ “แม่นางรู้หรือไม่ว่าเขียนคือใคร
อวี้เหว่ยเห็นภาพเบื้องหน้า มองใบหน้าด้านข้างของเตี้ยน เซียอย่างไม่เชื่อสายตา เตียนเซียคิดทำอะไรกันแน่
ท่าทางสนิทชิดเชื้อเช่นนี้ กลับทำให้คนไม่สงบ เยี่ยเมียไม่ ค่อยพอใจ ชั่วเวลานั้นไม่อยากพูดคุยกับผู้ชายคนนี้อีก ส่วน เรื่องที่ว่าตอนนี้เธออยู่ไหนนั้น คงต้องไปถามจากคนอื่น
เมื่อคิดได้เธอก็ปรายตามองผู้ชายคนนั้น ดูไปแล้วก็ไม่ เหมือนกับกำลังจะถอดผ้าให้เธอชม ในที่สุดก็หมดความอดทน ถอยหลังไปสองก้าว เสียงนิ่งเอ่ยว่า “ขอตัวก่อน
เธอพูดจบก็หมุนกายจากไป
เขาพลันหัวเราะเสียงเบา มองเงาหลังเธอ นัยน์ตาเวลานี้ ปรากฏแววเย็นเยียบคล้ายมีโทสะเลือนราง ถึงจะไม่ยินดี น้ำ เสียงของเขาก็ยังคงน่าฟังเหมือนเดิม กำลังภายในกดดันคนสายหนึ่งถูกผนึกไว้กลางฝ่ามือ ไอ สังหารแผ่ซ่านทั่วสารทิศ น้ำเสียงจากปากเขากลับเนิบมาก “คำถามสามข้อของเยี่ยน แม่นางยังไม่ตอบเลยก็คิดจากไป แล้วหรือ แม่นางทำเช่นนี้ เยี่ยนเสียใจเหลือเกิน เพราะว่าเขียน ช่างอ่อนไหว ดวงใจที่ทั้งอ่อนแอและอ่อนไหวเช่นนี้ ไม่อาจถูก ทําร้ายได้ กน้อย!”
ตอน 3
ตอนที่ 3
ดวงใจอ่อนไหวและอ่อนแอ
เยี่ยเมียหันหน้ามองศพเกลื่อนพื้น สามารถเอาชีวิตคน มากมายขนาดนี้ ในใจต่อให้ไม่เข้มแข็งดุจวัวถูกก็ไม่มีทาง เกี่ยวพันกับคำว่าอ่อนแอแน่
แต่ว่าเขา บาดเจ็บ หรือเปล่า จุดนี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขต ความใคร่ครวญของเธอ
ต่อให้รู้สึกถึงจิตสังหารจากด้านหลัง รู้ว่าผู้ชายคนนั้นอาจ ลงมือกับตน เธอก็ยังไม่หันกลับไป สาวเท้าไปด้านหน้า
กระแสเสียงของเยี่ยเมียยังสงบดั้งเดิม “ถ้าจิตใจอ่อนแอ เกินไป คุณสมควรถูกทำร้ายบ้าง เพื่อยกระดับจิตใจของตนให้ เข้มแข็งขึ้นมา อีกอย่างอย่าได้ดูถูกจิตใจของตนเกินไปนัก ไม่ แน่ว่ามันอาจจะเข้มแข็งกว่าที่คิดไว้มาก อย่างน้อยในสายตา ฉัน มันก็ไม่ได้อ่อนแออะไรขนาดนั้น”
อวี่เหวยมุมปากกระตุก จ้องมองแผ่นหลังของเยี่ยเม่ย นี่ นางกำลังใจดีปลอบโยนเตียนเซียหรือ
สายตาเปียเงินเสียเยี่ยนฉายแววประหลาดใจ ต้องเงา หลังเบี้ยเมียที่เดินห่างออกไปสิบกว่าก้าว
ลมปราณเตรียมเข่นฆ่ากลางมือค่อยจางลงในชั่วพริบตาเขายกมืออย่างสง่างาม คล้ายสายลมอ่อนในฤดูใบไม้ผลิก่อ ตัว พัดเป็นลมวูบหนึ่ง
สายลมที่ดูอ่อนโยนกลับทำให้เยี่ยเม่ยขมวดคิ้วแน่น
เธอพบว่าขาของตนเวลานี้คล้ายถูกตรึงไว้ ไม่อาจก้าวต่อ ไปได้ ร่างกายถูกสายลมคล้ายอ่อนโยนสายหนึ่งหยุดรั้ง หาก เธอยืนไม่มั่น อาจถูกดึงดันให้ถอยกลับไปหลายก้าว
เธอหันขวับกลับไปมองเขา
ทว่าไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสอง เผชิญหน้ากัน ระยะห่างไม่เกินครึ่งก้าว
เยี่ยเมียใจกระตุก เขาถึงกับเข้าใกล้เธอโดยไม่ให้สุ่มให้
เสียง นั่นหมายความว่าอย่างไร
สิ่งเดียวที่บอกได้ก็คือความสามารถของเขาไม่น้อยกว่า เธอ ถึงกระทั่งสูงกว่าเธอด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือ สายลมนั้นคืออะไรกันแน่ พลัง
พิเศษอย่างนั้นเหรอ
ระหว่างเธอกำลังสงสัย ผู้ชายเบื้องหน้าค่อยๆ ยื่นมือออก
มา
สายตาเป็นประกายเย็นเยียบ เพียงเสี้ยววินาทีมีดสั้นใน แขนเสื้อก็กวัดแกว่งอยู่เบื้องหน้าเขา
ส่วนใบหน้างดงามราวปีศาจของเขานั้นพลันปรากฏรอย ยิ้มสนุกสนานขึ้นมา เรียวนิ้วดุจหยกสลักรวบข้อมือของเยี่ยเม่ยด้วยความรวดเร็ว
เขาออกแรงกระชากครั้งเดียวดึงเขี่ยเม่ยเข้ามาอยู่ใน
อ้อมอก
เขาคลายมือที่ถือมีดสั้นของเธอ รั้งเอวเยี่ยเมียไว้ ส่งผล ให้มีดสั้นในมือเขี่ยเม่ยขวางอยู่ที่หว่างเอวเขา ทว่าเขาไม่ใส่ใจ
เยี่ยเม่ยกระแทกถูกร่างกายของเขารับรู้ถึงกล้ามเนื้อทรง พลัง เธอสมาธิแตกซ่าน กลิ่นอายบุรุษเพศพุ่งเข้ามาปะทะ กลิ่น อายชั่วร้ายทว่าสง่างามแต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ราวกับยาพิษ มีพลังดึงดูดอย่างแรงกล้าสายหนึ่ง
เธอยังไม่ทันได้สติ เขาก็ใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้นมา
ทั้งสองจ้องหน้ากัน
อากัปกิริยาสง่างามของเขา ทว่าใบหน้ากลับเผยความชั่ว ร้ายเหมือนปีศาจ เอ่ยช้าๆ “แม่นาง ยามไร้กำลังเอาชนะ บางที เจ้าสมควรใคร่ครวญที่จะเก็บเขี้ยวเล็บแหลมคมของตนเสีย อย่างไรก็ตามเยี่ยนเป็นคนใจเสาะ หวังให้โลกสงบสุข เกรง กลัวอาวุธคมดาบ”
พูดจาเช่นนี้ ทว่าบนร่างเขามีวี่แววของความใจเสาะที่ไหน
เยี่ยเมียกลับเห็นสายตาของเขามีประกายสนใจเพิ่มขึ้น มีดสั้นอยู่ระหว่างเอวเขา หมุนควงในมือ เก็บกลับเข้าแขน
น
เสื้อ ผู้ชายคนนี้น่าสนใจไม่น้อย แน่นอนว่าหมายถึงก่อนที่เขา ใช้คำพูดพัวพันเธอแบบนี้
เยี่ยเม่อมองเขา เธออยู่ในอ้อมกอดเขา กลับไม่รีบร้อน ถอยห่าง เอ่ยอย่างเฉยชาว่า “ถ้าใจเสาะจริง คุณก็อ่านเรื่อง สยองขวัญให้มากหน่อย สามารถช่วยเพิ่มความกล้าได้ ดูท่า คุณไม่ตั้งใจจะแลกชีวิตกับฉัน ถ้าอย่างนั้น…พูดมาเถอะ คุณจะ เอายังไงกันแน่”
อวี้เหว่ยได้ฟังมุมปากกระตุกขึ้น องค์ชายสี่ของเขาเป็นคน น่ากลัวที่สุดในสายคนทั้งใต้หล้า ยังต้องอ่านเรื่องสยองขวัญ เพื่อเพิ่มพูนความกล้าอีกด้วยหรือไร
ขณะที่เปียเงินเสียเยี่ยนกำลังจะเอ่ยปาก พลันได้ยินเสียง
ฝีเท้าดังขึ้นมา
ไม่ช้าทหารจำนวนมากพุ่งออกมาจากทั่วสี่ด้านแปดทิศ ยังมีผู้นำเป็นแม่ทัพสองคน
แม่ทัพดูแข็งกร้าวผู้หนึ่ง ใบหน้าดูมีคุณธรรม นอกจากดูมี คุณธรรมแล้ว ยังมีอารมณ์โกรธขึ้ง
เขาหยุดลงที่เบื้องหน้า คนทั้งหมดคุกเข่าลง “องค์ชายสี่
เป่ยเฉินเสียเยี่ยนกวาดสายตามองพวกเขา คลายมือที่ โอบเขี่ยเม่ยออก สายตาปีศาจจองเธอ สีหน้าน่าชมทั้งเย้ายวน “คนงาม ก่อนขาหมดความสนใจเจ้า อย่าได้หนีห่างจาก สายตาขา อย่างไรเสียความอดทนของข้ามขีดจำกัด มีขีด จำกัดเป็นพิเศษ ไม่ชอบเล่นแมวจับหนู เยี่ยเมยย่อมเข้าใจการข่มขู่ในน้ำเสียงเขา ทว่าไม่มี อารมณ์เอาเรื่อง ใครเป็นหนูใครเป็นแมวยังไม่แน่
เธอหันกลับไปมองเหล่าทหารคุกเข่าอยู่เต็มพื้น
ทหารส่วนมากอดใจแอบมองไปทางเปียเงินเสียเงี่ยนไม่
ได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ตัวสั่น
เยี่ยเม่ยเห็นคนทั้งหมดหวาดกลัว สายตามองไปยังบุรุษ รูปงามราวปีศาจ นอีกครั้ง เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี “ที่นี่คือที่ไหน กัน ตอนนี้เป็นช่วงสมัยไหน
เบี้ยเงินเสียเยี่ยนไม่ย้อนถาม นัยน์ตาใสกวาดมองนาง น้ำเสียงอ่อนโยน “ที่นี่คือชายแดนระหว่างเบี้ยเงินกับต้ามั่ว ตอนนี้หรือ ข้าขอคิดดูก่อน อืม เป็นปีที่สามร้อยยี่สิบหลังจาก สถาปนาราชวงศ์เป่ยเฉิน”
เยี่ยเมียมั่นคิ้ว ราชวงศ์เป่ยเฉินเหรอ นี่เธอย้อนเวลาแล้ว จริงๆ เหรอเนี่ย
แม่ทัพหน้าตาโมโหโทโสคุกเข่าอยู่ที่พื้นได้ฟังถึงตอนนี้ก็ อดเอ่ยเดือนขึ้นไม่ได้ว่า “เดี๋ยนเซีย ตอนนี้เป็นปีที่สี่ร้อยเจ็ดสิบ หลังจากสถาปนาราชวงศ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ
เขาพูดประโยคนี้จบ เบี้ยเงินเสียเยี่ยนก็ยังไม่เงยหน้าขึ้น
เขายังคงจัดแจงชุดตัวเองด้วยท่วงท่าน่าชม มุมปาก กระตุกยิ้ม เอื้อนเอ่ยว่า “อ้อ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ สำคัญนักหรือไร สถาปนาราชวงศ์มากี่ปีแล้ว ก็แค่ตัวเลขเท่านั้น คนที่ไม่ลืม เลือนผลงานของของผู้อาวุโสในอดีตจำนวนนับไม่ถ้วนล้วน หมกมุ่นกับอดีต แต่ตัวข้านั้นไม่เหมือนกัน คนมีความสามารถ สายตามองการณ์ไกล คนไร้ความสามารถไม่อาจลืมอดีตได้ แม่ทัพหยวน เจ้าไม่มีความคิดก้าวหน้าเช่นนี้ สำนึกผิดหรือยัง”
อวี่เหว่ยกลอกตา คิดในใจ “เตียนเซีย ไม่รู้ท่านยอมรับว่า ตนเองจําผิดไปเลยดีกว่า
เยี่ยเม่ยกระตุกมุมปาก เห็นท่าทางไม่คล้ายแสดงละคร ของพวกเขา เริ่มใช้ความคิด ย้อนเวลาแล้ว อยู่ในยุคสังคม ศักดินา ผู้ชายคนนี้ยังเป็นองค์ชาย ทั้งยังมีเหล่าทหารอยู่ที่นี่ ก้าวต่อไปเธอควรทําอย่างไรดี
ในระหว่างใช้ความคิด สายตาคมกริบของเธอก็เห็นนาย ทัพที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพหยวน เส้นเอ็นที่ขมับปูดบวมเต้นตุบตับ ด้วยความโกรธเพราะคำพูดของเบี้ยเงินเสียเงี่ยน
แม่ทัพหยวนหน้าคล้ำลงไป ในที่สุดก็กัดฟันก้มหน้า น้ำ เสียงโมโห “หากเตียนเซียต้องการเอาผิด ข้าน้อยไม่มีความ เห็น แต่ทว่าทหารต้ามั่วบุกประชิดเมือง เดี๋ยนเซียช่วยอธิบาย หน่อยได้หรือไม่ เมื่อคืนท่านสั่งการอย่างชัดเจนว่า เช้าวันนี้ เตรียมกำลังพล ท่านนำทัพออกเมืองไปรับศึก เหตุไฉนเช้านี้ ข้า กับเหล่าทหารเตรียมพร้อมแล้ว เดี๋ยนเซียยังไม่ปรากฏกาย ท่านยังอยู่ที่นี่อีก
ทั้งๆ ที่ขอเพียงเตี้ยนเซียแสดงฝีมือ ด้วยความสามารถของเขา ต่อให้เตียนเซียยืนบนกำแพงเมือง พวกตามั่วกลุ่มนั้น ต้องหวาดกลัวจนปัสสาวะราด แต่ทว่า…ช่างเถอะ เขาลืมไปได้ อย่างไรว่าอีกฝ่ายเป็นคนเช่นไร แต่ในสายตาของแม่ทัพที่เห็น ผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาอันดับแรก ความโกรธเขา กล้ำกลืนไม่ลง
เบี้ยเงินเสียเยี่ยนชะงักไป กลับเลิกคิ้ว มองอวี้เหว่ย “เมื่อ คืนผ้าสั่งการไปจริงหรือ
“สั่งการไปจริงพ่ะย่ะค่ะ” อวี้เหว่ยสีหน้าเย็นชา เช้าวันนี้เขา เตือนเตียนเซียแล้ว แต่ยามนั้นเตี้ยนเซียตอบเขาว่าอย่างไรกัน
อ้อ จริงสิ เตี้ยนเซี่ยตอบว่า “ทหารบุกประชิดเมือง เรื่องน่า เบื่อเช่นนี้ วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์ใส่ใจ
เบี้ยเงินเสียเยี่ยนได้ฟังก็โคลงหัวยิ้มแย้ม มองแม่ทัพ หยวน เอ่ยด้วยเสียงไพเราะว่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เขียน ใคร่ครวญมาทั้งคืน รู้สึกว่าเรื่องนำทหารรับข้าศึกจะทำให้ ทหารส่วนหนึ่งล้มตายท่ามกลางสงคราม ทำให้ครอบครัวของ พวกเขาเสียใจสิ้นหวัง เนื่องจากความรักห่วงใยเหล่าทหาร เช้า วันนี้ข้าจึงไม่ปรากฏกาย ยามนี้เขียนถูกแม่ทัพหยวนซักไซ้ เอาผิด เหตุไฉนความเมตตากลับไม่ได้รับผลตอบแทน ไฉน ความรักห่วงใยถึงได้ถูกบิดเบือน เหตุไฉนศีลธรรมของเยี่ยน ในสายตาพวกเจ้าคือความต่ำช้าเสียเล่า แม่ทัพหยวน ยอมรับ เสียเถอะ เจ้ารีบร้อนออกรบเช่นนี้ ก็ทำเพื่อตอบสนองใจที่อยาก ได้ผลงานของเจ้าเท่านั้น ใช้ชีวิตของเหล่าทหารแลกเปลี่ยนกับ อนาคตของเจ้า เจ้าไม่รู้สึกผิดหรือไร แม่ทัพหยวนกระตุกไป โมโหเขาเสียงจนหน้าแดงก่ำ “กระหม่อม… ” เขาอึกอัก กลับพูดไม่ออกสักคำ
บ้านเมืองมีภัยอยู่ต่อหน้า ต้องการให้พวกเขานำทัพออก ศึกอย่างแท้จริง คำพูดของเบี้ยเงินเสียเยี่ยน เขากลับแย้งกลับ ไปไม่ได้ก็เพราะเขาคิดอยากสร้างความชอบจริงๆ แต่ว่าสอง อย่างนี้ขัดแย้งกันหรือไร
เห็นแม่ทัพหยวนไม่พูดจา เบี้ยเงินเสียเยี่ยนค่อยๆ ยื่นมือ ออก พลังไร้รูปสายหนึ่งรัดคอแม่ทัพหยวนไว้
เขาถอนใจเบาๆ เอ่ยเสียงเนิบ “ดูสิ เจ้ามันคนเห็นแก่ตัว ชั่วร้าย วาจาโฉดชั่วการกระทำเลวทรามของเจ้าทำร้ายเขียน แล้ว ทำให้จิตใจอันดีงามของเยี่ยนเจ็บปวดแสนทน เขียน ตัดสินใจฆ่าเจ้า เพื่อกันไม่ให้การกระทำชั่วร้ายของเจ้าไป ทําร้ายผู้อื่นอีก”
ขณะที่เขาบอกว่าเจ็บปวดแสนทน ทว่าใบหน้านั้นผ่อน
ดลายประดุจปุยเมฆ
แม่ทัพหยวนถูกบีบคอ ไม่อาจหายใจ เลือดไหลออกจาก
ปาก
บรรดาทหารที่ถูกเบี้ยเงินเสียเยี่ยนฝัน รักใคร่ห่วงใย ในเวลานี้ตัวสั่นเทิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่ นายทหารข้างกายแม่ทัพ หยวนอีกคนหนึ่งถึงกับตกใจจนปัสสาวะราด กลัวถูกลากไป
เกี่ยวด้วย
มองบุคคลน่าหวาดกลัวของราชวงศ์เป่ยเงิน เยี่ยเม่ยเข้าใจว่าภาพลักษณ์ของผู้ชายคนนี้ในใจของคนอื่นว่าเป็นเช่น ไร เกรงว่าคำว่าปีศาจยังไม่พออธิบาย ดูท่าเมื่อครู่เขาเกรงใจ เธอมากแล้ว
เธอเห็นสายตาของคนทั้งหมดรวมอยู่ที่มือเปียเงินเสียเยี่ย นบีบคอแม่ทัพหยวนก็ค่อยๆ ถอยรั้งไปสองก้าว หมุนกาย เตรียมตัวหนีความวุ่นวาย
คิดไม่ถึงว่าชายผู้นี้คล้ายรู้สึกได้ เสียงกร๊อบดังขึ้น บีบคอ แม่ทัพหยวนหักอย่างง่ายดาย
จากนั้นภายใต้ท่าทางหวาดกลัวของคนทั้งหมดก็หันหน้า มองเธอที่ก้าวเท้าออกไปได้สองก้าวแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์เปื้อนรอยยิ้ม ชุดยาวพลิ้วไหว สองมือไพล่หลัง ท่วงท่าสง่าราวทวยเทพ เอ่ยปากเสียงอ่อน โยน “แม่นาง หยุดฝีก้าวอัน เยมโหดของเจ้าเสีย เจ้าทนให้ หัวใจที่เชื่อมั่นว่าเจ้าจะไม่จากไปไหนของเยี่ยนเจ็บปวดเหมือน โดนมีดนับพันกรีดได้เชียวหรือ
เยี่ยเมียสายตาเย็นเยียบ หันกลับไปมองเขา น้ำเสียง เฉยเมย “ถ้าจะไปให้ได้ล่ะ”
ตอน 4
ตอนที่ 4
เหล่าทหารในที่แห่งนี้ต่างพากันสูดลมหายใจลึก รู้สึกถึง จากก้นบึ้งของหัวใจว่า ความกล้าหาญของสตรีเบื้องหน้านี้มาก จนน่ากลัว
เบี้ยเงินเสียเยี่ยนมุมปากยกยิ้ม ไม่โกรธเคืองคำพูดของ เยี่ยเมียสักน้อย ทว่ากลับแย้มยิ้มแช่มช้า น้ำเสียงอ่อนโยน “หากเจ้าจะไปให้ได้ บางทีเยี่ยนอาจทนไม่ไหวเก็บศพของเจ้า