ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ

ตอนที่ 1

“เทพแห่งสงครามคุ้มครอง แม่น้ำหมิงไม่เหือดแห้ง เถ้ากระดูก กองสูงตระหง่านยาวพัน

“เทพแห่งสงครามคุ้มครอง ปกป้องราษฎรให้พ้น

เภทภัย!”

“เทพแห่งสงครามคุ้มครอง หากข้ามตาย หนี้เลือดนี้ต้อง

ให้ตระกูลเบี้ยเงินชำระด้วยเลือด!

เลือดสดสาดกระเซ็น

หญิงสาวนั่งหลับพักสายตาอยู่บนเฮลิคอปเตอร์พลันสะดุ้ง โหยงตื่นขึ้น…

ผู้หญิงผมสั้นด้านข้างเห็นเธอสีหน้าแปลกพิกลจึงถามขึ้น

“ฝันประหลาด นอีกแล้วเหรอ

เยี่ยเมียพยักหน้าพลางนวดหว่างคิ้ว ทว่าไม่เก็บไปใส่ใจ ใบหน้าเย็นชาของเธอคล้ายกับลายเส้นจากทวยเทพ วิจิตร งดงามราวกับตุ๊กตาเคลือบ ยามสงบเงียบคล้ายกับเทพธิดา บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่สุด ทว่าในดวงตาเข้ายั่วใจคนคู่นั้นเต็ม ไปด้วยความสนใจ ไม่รู้ว่าความสนใจนั้นมีเจตนาร้ายหรือ เจตนาดี ชวนให้คนรู้สึกหนังศีรษะชาวบ เฮลิคอปเตอร์บินอยู่กลางอากาศ พวกเธอเพิ่งทำภารกิจ จบ อยู่ในระหว่างนั่งเครื่องกลับ

เมื่อฝันแปลกประหลาดนั้นอีกครั้ง เขี่ยเมียหนักใจ มองไป ที่ผู้หญิงผมสั้น สีหน้าเรียบเฉย “ลูกพี่ ยังไม่ถึงบ้านอีกหรือไง”

หญิงสาวผมสั้นที่ถูกเรียกเป็นลูกพี่ปรายตามองเธอ คลี่ยิ้ม “คุณผู้หญิงเยี่ยเมียคนสวย พวกเรายังต้องใช้เวลาอีกสามสิบ นาทีเพื่อบินออกจากน่านน้ำ ตอนนี้เครื่องของเรากำลังบินผ่าน สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในเวลานี้ พื้นน้ำทะเลสงบไร้คลื่น เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบนอยู่บนฟ้า นั่นก็คือเครื่องของลูกพี่กับ เยี่ยเม่ย

เยี่ยเม่ยปรายตามองช้า ๆ “ระวังคำพูดของเธอไว้ให้ดี

ลูกพี่ยกยิ้ม เอ่ยเสียงสูงรับกับเจตนาร้ายของอีกฝ่าย “คุณ ผู้หญิงเยี่ยเมียผู้สวยงามเพริศพริ้งเกินใคร อย่ารีบร้อนเกินไป

สายตาเยี่ยเมียฉายแววพึงพอใจ น้ำเสียงยังคงเย็นชาดัง เดิม “เธอเข้าใจความงามของฉันดีขนาดนี้ ไม่เสียดายที่เป็น เพื่อนซี้

*** ในขณะที่สองคนพูดคุยกับ ท้องมหาสมุทรพลันเกิดลม กรรโชกแรง หมุนเป็นวงใหญ่ ก่อเป็นพายุแรงดึงเฮลิคอปเตอร์ เข้าไป เยี่ยเมียลุกขึ้นยืนหน้าประตูเฮลิคอปเตอร์ ขมวดคิ้วก้ม หน้ามอง “เกิดอะไรขึ้น

ลูกพี่หน้าคล้ำลง “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!

ท้องทะเลเกิดคลื่นพายุถึงเฮลิคอปเตอร์กลางอากาศม้วน ตลบลงกลางทะเล นี่ถือเป็นภาพเหตุการณ์พิสดารฉากหนึ่ง เครื่องบินเสียสมดุล ถูกฉุดเข้าสู่ช่องว่างนั้น ไม่ว่าจะควบคุม อย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้น คล้ายกับแม่เหล็กต้องการดูดพวกเธอ เข้าไป

กำลังคนหรือจะขัดขืนลิขิตฟ้า เฮลิคอปเตอร์ถูกดูดเข้าสู่ ทะเล ต่อให้เยี่ยเมียกับลูกพี่พยายามโดดหนีออกมาก็ยังคงถูก พายุนั้นดูดกลับเข้าไปอยู่ดี

ทั้งสองถูกคลื่นซัดจนแยกไปคนละทิศ น้ำทะเลสูงขึ้นจน

มิดหัว

“เยี่ยเม่ย!”

“ลูกพี่!” บนหน้าผาตอนเหนือสุดของราชสำนักเบี้ยเงิน

ลำแสงสีแดงลุกโชติไปทั่วสารทิศ คนหลายคนเผชิญหน้า

กันอยู่กลางเขา

แสงที่คล้ายกับอสรพิษคลั่งนั้นเปล่งออกมาจากบุรุษสวม ชุดดำสนิทที่อยู่ตรงกลาง ริมฝีปากบางเฉียบของเขายิ้มอย่าง งดงาม ดวงตาเย้ายวนราวปีศาจค่อยๆ กวาดมองบรรดาคนที่ ล้อมเขาไว้ ท่วงท่าสูงสง่าเช่นนี้ ไม่คล้ายคนถูกล้อมสังหารเลย สักกระลึกขึ้น กลับดูคล้ายจอมปีศาจสูบเลือด เฝ้าสังเกตเหยื่อ

ของตน

ดวงหน้าเขางดงามเกินเปรียบ มีแรงดึงดูดเหนือใคร

คล้ายกับปีศาจกลับชาติมาเกิด ทว่ากลับมีรูปลักษณ์น่า ชมดุจเทพเทวดา โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ขอเพียงกวาดตามอง มา ต่อให้เกิดเภทภัย ประชาชนทุกข์ยากก็ยังชวนให้คน ยินยอมเข้าสู่วิถีมารเพื่อเขา

ส่วนคนชุดดำกลุ่มนี้ มีคนสองคนเป็นผู้นำ คนทั้งสอง

หน้าตาเหมือนกันเป็นพิมพ์เดียว

พวกเขาเผชิญหน้ากับบุรุษชุด ตวาดเสียงก้อง “เบี้ย เฉินเสียเยี่ยน วันนี้เป็นวันตายของเจ้า เปียเงินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งราชสำนักเบี้ยเงิน ที่น่ากลัวที่สุดในใต้หล้า ไม่สิ เขาไม่ใช่คน แต่เป็นปีศาจ บุคคล

เปียเงินเสียเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็ค่อย ๆ ยกมุมปากขึ้น จัดแจงเสื้อผ้าของตน ท่วงท่าสง่างามคล้ายแมวเปอร์เซียตัว หนึ่ง น้ำเสียงยิ่งเนิบช้า “เผชิญหน้าศัตรู พวกเจ้าไฉนถึงได้ขาด ความสร้างสรรค์เช่นนี้ หรือไม่รู้จักพูดจาเอาอย่างข้าบ้าง ยินดี ที่ได้พบท่านทั้งสอง รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ประชันฝีมือ อืม ขายินดีเหลือเกินที่ได้พบท่านทั้งสอง

ในขณะเอ่ยคำพูดนี้ เขายังพยักหน้าเล็กน้อย แสดงความ เคารพเช่นคนมีฐานะสูง

อวี้เหว่ยผู้ติดตามประจำตัวของเปียเงินเสียเยี่ยนเงยหน้า มองฟ้า ไม่รู้ว่าสมควรเห็นใจคนทั้งสองนั้นดีหรือไม่

คนทั้งสอง “เปียเงินเสียเยี่ยน เจ้าอย่าเสแสร้ง วันนี้พวก เราสองคนต้องสยบเจ้าลงภายใต้ดาบนี้ให้จงได้

เปียเงินเสียเยี่ยนฟังคำแล้ว หันมามองพวกเขาตรงๆ น้ำ เสียงยิ่งอ่อนโยนมากขึ้น “จ้านเทียนถึง ร้านเทียนเวีย สอง ยอดฝีมืออันดับสามในยุทธภพ ทั้งยังเป็นพี่น้องฝาแฝด ที่พวกเจ้ามาฆ่าข้าเพื่อผดุง คุณธรรมขจัดเภทภัยก็เพราะได้รับคำสั่งมาจากเสด็จพี่ใหญ่ ของข้าใช่หรือไม่”

สองพี่น้องตระกูลจ้าน “…”

คำถามนี้ยากจะตอบได้ หากบอกว่าได้รับคำสั่งจากคน

ไฉนถึงบอกว่าผดุงคุณธรรมขจัดเภทภัยเล่า ถึงการฆ่าปีศาจ เบื้องหน้านี้จะเป็นการขจัดเภทภัยให้คนทั่วหล้าไม่ผิดอย่าง แน่นนอนก็ตามที

จ้านเทียนเจลี่ยเอ่ยปาก “พี่ใหญ่ องค์ชายใหญ่สั่งไว้ว่าไม่ ต้องพูดจาไร้สาระกับเขา! ฆ่าคนก็พอแล้ว!” องค์ชายใหญ่กับ องค์ชายสีไม่ลงรอยกัน หาใช่เรื่องต้องเก็บอันใด เขาไม่กลัว ที่จะเอ่ยออกไป ไม่พูดคุยเหลวไหล หากยังทนสนทนาต่อไป พวกเขาคงเริ่มสงสัยในตัวเองแล้ว

“ฆ่า!”

คนชุดดำกลุ่มหนึ่งติดตามสองพี่น้องตระกูลด้านพุ่งเข้า จู่โจมโดยพร้อมเพรียง

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนถอนใจเบาๆ สะบัดแขนเสื้อ กิ่งไม้กิ่ง หนึ่งบนต้นไม้ข้างทางพลันถูกกำลังภายในสะบั้นหักลง อาศัย ความปราดเปรียวดุจสายลม คมกรีบดุจใบกระบี่ พุ่งใส่เหล่า คน ต า กิ่งไม้บางเล็กภายใต้การควบคุมของกำลังภายใน ทะลวงอย่าง ตุดันทะลุผ่านทรวงอกคนชุดต่อย่างไม่น่าเชื่อ เลือดสาด กระเซ็นราวกับห่าฝน คนพวกนี้แต่ละคนจบชีวิตลงในที่แห่งนี้ โดยไม่ทันได้ขัดขืนเลยสักน้อย

ส่วนปีศาจที่ฆ่าคนมองศพเกลื่อนพื้น น้ำเสียงกลับยิ่งอ่อน โยนขึ้นอีก “เสด็จพี่ใหญ่รู้ทั้งรู้ว่าข้ามีเมตตา มือยังถือกระบี่ สังหารคนไม่ได้กลับยังส่งคนมาลอบสังหารข้า จิตใจเขาช่าง โหด** ยมอำมหิตนัก

อวี้เหว่ยผู้ติดตาม..….

นั่นสิเตียนเซีย [1] มือท่านถือกระบี่ฆ่าคนไม่ได้ เพราะว่าไม่ ต้องถือ ใช้กิ่งไม้กิ่งเดียวก็จัดการได้เรียบแล้ว

จ้านเทียนเฉลี่ยและจ้านเทียนลงดาบในมือแน่น รู้ว่าคน เบื้องหน้าไม่อาจรับมือได้โดยง่าย

ทั้งสองมองหน้ากัน ควงดาบออกไปเป็นทางเดียว

ยอดฝีมืออันดับสามของยุทธภพ เมื่ออยู่ต่อหน้าของปีศาจ ตนนี้กลับคล้ายมุสิกรนหาที่ตาย ริมฝีปากบางของเขายกยิ้ม โบกมือเบาๆ ครั้งหนึ่ง ลำแสงสีแดงพุ่งออกไปยังคนทั้งสอง

ปัง! เกิดเสียงดังขึ้น คนทั้งสองยกดาบขึ้นกำบังกำลังภายในสายนั้น ทว่าถูก ระเบิดกระแทกออกไปไกล ร่วงตกลงพื้น ตามหลุดออกจากมือ กระเด็นห่างออกกว่าร้อยหม

จ้านเทียนเฉลี่ยและด้านเทียนถึงนัยน์ตาฉายแวว หวาดหวั่นวูบหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะร้ายกาจถึงขั้นนี้ แค่ กระบวนท่าเดียวก็ทำให้พวกเขาหมดแรงโต้กลับได้ ซ้ำยังบาด เจ็บสาหัสอีกด้วย

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนยิ้มน้อยๆ ก้าวเท้าด้วยท่าทางสง่างาม ชายชุดลากพื้นส่งเสียงเล็ก

เมื่อมาถึงเบื้องหน้าคนทั้งสอง เขายกมือขึ้น ดาบของบ้าน เทียนถึงที่อยู่ห่างออกไปร้อยกว่าหมี่พุ่งกลับมาตกที่เบื้องหน้า พวกเขา

เขากะพริบดวงตาเย้ายวนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกน่าสนใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ถึงพวกเจ้ามาสังหารข้าเป็นเรื่องโหดเ ยมอำมหิต ทว่าเขาเป็นคนมีเมตตา จัดการคนอย่างใจกว้างและ มีคุณธรรมอย่างที่สุด ดังนั้นตัดสินใจไว้ชีวิตพวกเจ้าหนึ่งคน กลับไปรายงานผลกับเสด็จพี่ใหญ่ข้า บอกเขาว่าหากจะอาศัย ความสามารถของเขานั้นยังฆ่าข้าไม่ได้ พวกเจ้าได้ยินชัดหรือ ยัง ระหว่างพวกเจ้ารอดไปได้แค่คนเดียวเท่านั้น! คนทั้งสองสั่นสะท้าน

เห็นปีศาจร้ายเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มว่า “พี่น้องฝาแฝดร่วม เป็นร่วมตายกันมาหลายปี ทว่าวันนี้พวกเจ้ามีชีวิตรอดได้เพียง คนเดียว ฆ่าอีกฝ่ายก็มีชีวิตรอดต่อไป! เป็นอย่างไรข้ามเมตตา กับพวกเจ้าใช่หรือไม่

จ้านเทียนเจลี่ยตวาดด้วยโทสะ “เป้ยเงินเสียเยี่ยน! เจ้า มันปีศาจร้าย ฝันไปเถอะ! พวกเราไม่มีทาง ไม่ทางฆ่าฟันกันเอง

แน่

ทว่าเขายังไม่ทันพูดจบ

จ้านเทียนถึงถือดาบขึ้นมาเสียบเข้าที่ทรวงอกของตนเอง ทั้งมองด้านเทียนเวียด้วยสายตาล้ำลึก “น้องชาย มีชีวิตต่อไป

ให้ดี!”

เลือดพุ่งกระฉูดเป็นสาย บ้านเทียนถึงจบชีวิตลง เขารู้อยู่ แก่ใจว่าหาใช่คู่ต่อสู้คนตรงหน้าไม่ จึงสละชีวิตเพื่อปกป้องน้อง

ชาย

ภาพเหตุการณ์นี้เป็นดั่งดาบแหลมฟาดฟันหัวใจจ้านเทียน เวีย เขากระอักเลือดออกมาคำหนึ่งในทันที

“เปียเงินเสียเยี่ยม! เจ้ามันปีศาจร้าย ข้าจะสับเจ้าเป็น หมื่นขึ้น!” จ้านเทียนเวียตะเบ็งเสียงใส่เบี้ยเงินเสียเยี่ยน เป่ยเฉินเสียเยี่ยนหาได้ใส่ใจความเกรี้ยวกราดของฝ่าย ตรงข้ามสักน้อย หัวเราะเบา ๆ มองด้านเทียนเจย ยิ้มเอ่ยว่า “เห็นพี่ชายเสียสละชีวิตเพื่อเจ้าแล้ว เขาเป็นคนมีคุณธรรมคน หนึ่ง แต่ว่าเจ้าเล่า น่ารังเกียจแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าตนเองตายพี่ชาย ถึงมีชีวิตรอดได้ ทว่ารั้งรอไม่ลงมือปลิดชีวิตตัวเอง รอให้พี่ชาย เจ้าตายก่อน ข้าเป็นปีศาจร้าย หรือว่าเจ้าไม่ใช่กัน เจ้าต่างหาก คือตัวการที่ทำให้พี่ชายเจ้าตาย!

จ้านเทียนเจยได้ฟังประโยคนี้ก็คิดโต้แย้ง

ทว่า ใบหน้ากลับซีดเผือดลง ไม่รู้ตอบกลับอย่างไรดี เขารู้ ดีว่าหากตนเองตาย พี่ชายถึงอยู่รอด ทว่าเขากลับคิดไม่ถึง เรื่องจบชีวิตตัวเองที่นี่ อย่างนี้ไม่เท่ากับว่าที่เขาชักช้าไม่จบชีวิต ตัวเองเป็นการทำร้ายพี่ชายหรอกหรือ

คำพูดของเป่ยเฉินเสียเงี่ยนไม่ผิด เขาไม่จบชีวิตตัวเอง พี่ ชายถึงได้…

เมื่อคิดเช่นนี้จิตใจเริ่มสับสน พี่ชายตายต่อหน้า ตนเองก็ ไม่อาจสู้กับคนเบื้องหน้าเพื่อแก้แค้นได้ การตายของพี่ชาย เกี่ยวข้องกับตนเพราะเขาไม่ฆ่าตัวตาย การจู่โจมหลายอย่างนี้ ทำให้สติสัมปชัญญะสับสน สายตาว้าวุ่น “ข้าหรือ เป็นข้าทำร้ายพี่ชาย ขา เป็นข้าเอง ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ใช่ข้า… เป็นช้า…ข้า…”

อวี้เหว่ยชมดูอยู่ด้านข้าง ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในฐานะผู้ ติดตามองค์ชายสี่ เห็นเตี้ยนเซียกลั่นแกล้งคน บีบคั้นให้คน เป็นบ้ามามิใช่วันสองวันนี้ ยามเตี้ยนเซียอารมณ์ดีหรืออารมณ์ ไม่ดีก็ตาม ชมชอบหาคนมากลั่นแกล้ง ตัวเขาไม่เป็นฝ่ายออก ไปกลั่นแกล้งคน คนกลุ่มนั้นสมควรขอบคุณฟ้าดินแล้ว ถึงกลับ กล้าเสนอตัวมาถึงที่อีก

เห็นร้านเทียนเจลี่ยคล้ายเป็นบ้าไปแล้ว เบี้ยเงินเสียเยี่ยน ยกมือขึ้น กระแสปราณสายหนึ่งเข้าสู่ร่างกายฝ่ายตรงข้าม บ้าน เทียนเจยพลันมีกำลังเพิ่มขึ้นมา ลุกขึ้นมาวิ่งไปยังทิศทางเมือง หลวง แต่คนกลับเสียสติ พูดพร่ำเหลวไหลไม่หยุด

อวี้เหว่ยเอ่ย “เขาเป็นเช่นนี้แล้ว ดูท่าคงไม่อาจฝากคำพูด ของท่านไปถึงองค์ชายใหญ่ได้แน่ แต่ว่าเตียนเซีย ท่านบีบให้ คนคลุ้มคลั่งไปอีกคนแล้ว….

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนกระดกยิ้มมุมปาก เอ่ยเสียงเบาว่า “ข้า ทำให้เขาคลุ้มคลั่งหรือ ข้าก็แค่ทำให้เขาเห็นความจริงที่ว่า ตนเองไม่ยินยอมสละชีวิตเพื่อพี่ชาย ทำให้เขาเข้าใจความเห็นแก่ตัวของตนเอง ช่วยเขารู้จักธาตุแท้ของตนชัดๆ ไฉนเรียกว่าบีบให้คลุ้มคลั่ง เล่า”

อวี่เหว่ยหมดคําพูด “…”

ท่านหน้าตาหล่อเหลาพูดอะไรก็ถูกต้อง

ทันใดนั้นได้ยินเสียงไพเราะของเปียเงินเสียเยี่ยนดัง ขึ้นมาอีกว่า “อวี้เหว่ย เจ้าว่าหลังจากกลับถึงเมืองหลวง ข้า สมควรบีบคอพี่ใหญ่ให้ตายดีหรือไม่ ถึงข้าเป็นคนเปี่ยมเมตตา มาก ไม่อาจทนฆ่าคนได้ ทว่าจากการที่พี่ใหญ่ส่งคนมาลอบ สังหาร ข้าก็ดูออกแล้วว่ามีเพียงการแก้แค้นอย่างโหดร้าย เท่านั้น ถึงสอนให้บรรดาพี่น้องคนอื่นของข้ารู้ว่าการมีน้ำมือชั่ว ร้ายอำมหิตนั้นเป็นเรื่องผิด รักพี่น้องถึงเป็นสิ่งที่คนเราสมควร กระทำ สั่งสอนให้พวกเขาอยู่ในครรลองคลองธรรม ภายหน้า จะได้ใจกว้างกับน้องชายที่เปี่ยมด้วยเมตตาและอ่อนแอเป็นข้า คิดเรื่องชั่วร้ายให้น้อยลงหน่อย

อวี้เหว่ย ” ขอแค่ท่านยินดีก็พอ” ความจริงเขาอยากบอก เจ้านายว่า เปี่ยมด้วยเมตตาและอ่อนแอ ไม่เข้ากับท่านเลย ส่วนค่าพูดเหลวไหลพวกนั้นของท่าน รวมถึงกระทั่งเรื่องที่ท่าน คิดฆ่าองค์ชายใหญ่ ท่านทำแล้วยินดีก็พอแล้ว… คำพูดเขาเพิ่งสิ้นสุดลง ภูเขาพลันสั่นสะเทือน กลาง ท้องฟ้าเกิดพายุหมุน มีคนผู้หนึ่งร่วงลงมา ภายใต้เหตุการณ์ เช่นนี้ เปียเงินเสียเยียนยังคงสงบนิ่งอยู่ได้

คนตกลงมาจากฟ้าหรือ ตาฝาดไปหรือเปล่า

เขาเลิกคิ้ว กวาดตามองคนกลางอากาศนั่นครู่หนึ่ง จาก นั้นก็เห็นดวงตาคู่งาม เป็นสตรีนางหนึ่ง อีกทั้งยามนี้เขี่ยเม่ยลืม ตาขึ้นสบสายตากับเขาพอดี เมื่อเห็นใบหน้าเขา ดวงตาของ เธอก็ซ่อนความตกใจเอาไว้ไม่อยู่

เสี้ยวเวลาถัดมา เป่ยเฉินเสียเยี่ยนพลันฉีกยิ้ม

ทันใดนั้นเขายื่นออกมาช้าๆ แก้สายรัดเอวออกอย่าง สง่างาม “มีคนงามตกจากฟ้า ข้าย่อมต้องถอดผ้ารอ

[1] เตี้ยนเซีย คำเรียกแทนตัวผู้มากศักดิ์ เช่นองค์ชายหรือ

ท่านอ๋อง

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 2

ตอนที่ 2

อวี้เหว่ยลอบถอนใจเบา ๆ รู้สึกเห็นใจแม่นางผู้น่าสงสาร

ตามปกติแล้ว แม่นางทั้งหลายเห็นเหตุการณ์ พบบุรุษหล่อ เหลาเอ่ยวาจาเช่นนี้ ต้องทำท่าเอียงอาย เอ่ยไม่ตรงกับใจว่าไม่ อยากมองเตี้ยนเซียถอดผ้า ทว่าสีหน้าแสดงความอยากชมต่อ อย่างที่สุด แทบอยากพุ่งเข้ามาช่วยเหี้ยนเซียถอดด้วยซ้ำไป

จากนั้นเตี้ยนเซียก็จะอาศัยเหตุผลว่าพวกนางปฏิบัติตนไม่ จริงใจ ปากไม่ตรงกับใจ หลอกลวงคนมีเมตตาอย่างเขาด้วย ความชั่วร้าย สังหารคนทิ้ง

แม่นางผู้เคราะห์ร้าย บังเอิญพบเตียนเซียที่เพิ่งกำจัดคน สองคนที่คล้ายแมลงวันน่ารำคาญ จิตสังหารยังไม่ทันสงบลง เข้าพอดี

อวี่เหว่ย ใคร่ครวญเช่นนี้ ใช้สายตาสงสารเวทนามองไปที่

เยี่ยเม่ย

เยี่ยเม่ยได้ยินคำพูดนี้ก็ชะงักไป

ยามนี้ร่างของเธอร่วงหล่นจากอากาศ หันมองด้านข้าง เป็นยอดเขา ด้านหน้ายังมีระยะอีกหกเมตรถึงตกพื้น หากร่วง ลงไปเช่นนี้ต้องตายแน่

สายตาทอประกาย รีบล้วงมีดสั้นออกจากแขนเสื้อ ปักลงที่หน้าผาด้านข้างอย่างแรง

ฉีก! เสียงดังออกมา นั่นคือมีดสั้นกระทบใน

มีดสั้นกรีดลงไปในเนื้อหินอย่างแรง ร่วงกรูลงมาพร้อมกับ ร่างคน ถึงแม้เธอยังตกลงมา ทว่าเช่นนี้ลดแรงกระแทกยามตก ถึงพื้นได้มาก

ห่างจากพื้นครึ่งเมตร เธอดีดตัว จากนั้นร่อนลงพื้นอย่าง มั่นคง นอกจากมือที่กุมมีดสั้นมีเลือดออก ปากแผลซาแล้ว ร่างกายไม่บาดเจ็บเลยสักน้อย

ตวัดมือเพียงครั้งเดียว มีดสั้นเก็บกลับไปที่เดิม สีหน้ายัง สงบนิ่งเหมือนเคย ไม่มีความประหวั่นหวาดกลัวหลังจากรอด ชีวิตเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าที่เกือบตกลงมาตายเมื่อครู่ ใน สายตาเธอไม่ใช่เรื่องอันตราย

คราวนี้เปียเงินเสียเยี่ยนยังซะงักงันชั่วครู่ ใบหน้าทรง เสน่ห์นั้นเปื้อนรอยยิ้มชวนมอง มองอีกฝ่ายอย่างสนใจ ดวงตา ที่ทั้งมีเสน่ห์และดูร้ายกาจคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกยากจับได้

น่าสนใจ การช่วยเหลือตัวเองเช่นนี้ ทั้งยังมีท่าทีไม่หวั่น กลัวต่ออันตรายคล้ายบุรุษ ในยุทธภพมีไม่น้อย ทว่าสตรีเช่นนี้ รับรองได้ว่าหาได้ไม่มาก

หลังจากลงพื้นอย่างปลอดภัย เยี่ยเม่ยมองเขาทันที ร้ายเธอยังมองเขาเป็นอย่างแรก ผู้ชายคนนี้โดดเด่นมากความหล่อเหลือร้ายนั้นทำให้คนไม่อาจคลาดสายตาจากไป

เขามีความงามราวกับเทพเทวดา ทว่ามีกลิ่นอายชั่วร้าย เฉกเช่นปีศาจ ทุกท่วงท่า ทุกสีหน้า ทุกมุมมอง ไม่มีส่วนไหนไม่ น่าชม คลับคล้ายกับปีศาจที่รอดชีวิตจากวิบากกรรมในนรก เหมือนยาพิษแรงรุกรานเข้าสู่หัวใจแม้กระทั่งลมหายยังมีกลิ่น อายล่อลวงใจคน เขาสวมชุดดำตลอดทั้งร่าง ชุดยาวไหวตาม สายลม ดูวิจิตรงามดั่งภาพวาด

เห็นเขากำลังคลายเสื้อออก ริมฝีปากบางดูเย็บเงียบแฝง รอยยิ้ม นิ้วเรียวยาวแกะสายคาดเอวออกด้วยท่วงท่างดงาม แช่มช้าให้ความรู้สึกราวกับแมวเปอร์เซียปลุกเร้าความ ปรารถนาจากเบื้องลึกในใจคน

เยี่ยเม่ยถอนใจให้ภาพงดงามเบื้องหน้านี้ เธออารมณ์ พลุกพล่านทาใบหน้ายังคงนิ่งสงบเช่นเดิม “สหาย! ฉันรู้ว่าตัว เองรูปงามทำให้คุณหลงใหล ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี คุณก็ตั้งใจ แต่งองค์ทรงเครื่อง สวมชุดแปลกประหลาดแบบนี้มาเปลื้องผ้า ยั่วยวนฉัน แต่ว่าคุณผู้ชาย พวกเราไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน คุณทำตัวสนิทสนมเกินไปออกจะไม่ดีนัก ดังนั้น เอาอย่างนี้ดี หรือเปล่า คุณถอดกางเกงเสียก่อน

หลายปีมานี้พบชายหนุ่มรูปงามมาไม่น้อย แต่คนเบื้อง หน้านี้สามารถสอบบรรดาหนุ่มหล่อเธอพบมาตลอดครึ่งชีวิต ในวินาทีเดียว แต่ไรมาเธอไม่ค่อยสนใจรูปโฉมเกินไปนัก แต่ ว่าชมเสียหน่อยก็ไม่เลว อวี้เหว่ย “…”

นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม

เตียนเซีย โผล่มายั่วยวนนางแต่เช้าตรู่ ยังพูดว่าอะไร นะ…อะไรนะ…ให้เขาถอด…..

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนได้ฟัง รอยยิ้มที่มุมปากพลันแข็งที่อ สายตาที่มองเยี่ยเมียพลันเปลี่ยนไปเป็นแปลกใจ นัยน์ตานั้น คล้ายกับระลอกคลื่นบนพื้นทะเลสาบที่หินตกลงไปเกิดเป็นวง น้ำ ภาพงดงามมีมนต์เสน่ห์ ยิ่งทำให้คนเคลิบเคลิ้ม

เห็นใบหน้าไร้วี่แววล้อเล่นของนาง ยิ่งทำให้เขาอยากเล่น สนุกมากขึ้น คล้ายพบของเล่นชิ้นใหม่ที่ร้อยปียากหาได้สักครั้ง หนึ่ง มือที่กำลังกลายเสื้อออกหยุดลง

ความเงียบสงบปกคลุมชั่วครู่ พลันจ้องนาง เหยียดยิ้ม งาม “แม่นางผู้นี้ เจ้ามีนามว่าอะไร

น้ำเสียงไพเราะน่าฟังประดุจเสียงฉินบรรเลงนุ่มลื่น ทำให้คนฟังคาดเดาความรู้สึกไม่ออก

อวี้เหว่ยตั้งใจใคร่ครวญคำพูดของเยี่ยเมียรู้สึกปวดหัว ขึ้นอย่างแรงในฉับพลัน ยิ่งเห็นใจแม่นางผู้นี้ขึ้นมาก เดี๋ยนเซีย เริ่มถามชื่อแล้ว ตามนิสัยโหด** ยมราวปีศาจของเตี้ยนเซี่ย เกรงว่าจะทำร้ายผู้อื่น สืบค้นตระกูลของแม่นางผู้นี้และกำจัดทิ้ง เสียให้สิ้นซาก

เยี่ยเมียใจกระตุก แม่นางหรือ นี่มันคำเรียกขานของยุคสมัยไหนกัน ทว่าเธอไม่ใส่ใจแล้ว

เมื่อเห็นผู้ชายรูปงามหยุดคลายเสื้อผ้า เธอค่อยทั้งสายตา สำรวจชายงามนี้กลับมา ทั้งได้กลิ่นคาวเลือดรุนแรง

ครั้นหันกลับไปดูถึงได้พบว่าในระยะห้าเมตร มีศพเกลื่อน พื้นไปหมด

สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ศพส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกอาวุธ แหลมคมเสียบอยู่ แต่ว่าเป็นกิ่งไม้

วิธีการฆ่าคนเช่นนี้ เยี่ยเม่ยเองยังนึกชื่นชมอยู่ในใจ ชาย คนนี้ฆ่าคนมากมายภายในครั้งเดียว แปดส่วนแล้วต้องเป็นสุด ยอดนักฆ่า!

เยี่ยเมียหันหลับมามองเปียเงินเสียเยี่ยน ตกตะลึงใน ความงามของชายผู้นี้อีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว

แต่ว่าเธอยังไม่ตอบคำถามเขา เพียงใช้เสียงเย็นชาเอ่ยว่า “ที่แท้ก็เป็นเพื่อนร่วมสายงาน ฝีมือฆ่าคนไม่เลว หมดจดมาก

เปียเงินเสียเยี่ยนได้ฟังก็มองใบหน้าสงบนิ่งของนาง ดวงตาทอประกายใสกระจ่างราวในฤดูใบไม้ผลิ “แม่นางก ลังชมเขียนอย่างนั้นหรือ

ไม่เพียงแต่เห็นศพแล้ว กลับไม่แตกตื่นตกใจ หรือหน้า

ด่าว่าเขาเป็นปีศาจฆ่าคน

ยังบอกว่าเป็นเพื่อนร่วมสายงาน

เยี่ยเมียพยักหน้า รักษาสีหน้าสงบไว้ “ไม่เลว แต่ว่าดูจากวิธีการฆ่าคนก็มองออกว่า คุณกับฉันไม่ใช่สายเดียวกัน ฉัน ถนัดฆ่าโหด ยังไงในหลายๆ ครั้ง ความโหด** ผมเป็นวิธีที่ดี ในการระงับปัญหา สรุปแล้วคุณจะถอดไม่ถอด ไม่ถอดฉัน ขอตัวไปล่ะนะ”

เธอตกลงทะเลพร้อมกับลูกพี่ ทั้งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปไหนแล้ว ร่วงลงมาที่เดียวกับเธอหรือเปล่า ถึงรู้จักความสามารถของผู้ หญิงคนนั้นดีว่าไม่มีทางเกิดเรื่องขึ้นกับอีกฝ่ายแน่ ทว่าก็อด กังวลใจไม่ได้ หากมิใช่เพราะผู้ชายคนนี้หน้าตาดีเกินไป ทำ เธอเกิดความปรารถนาชื่นชมเรือนร่างงดงามนั้นเป็นครั้งแรก เธอไม่มีทางหยุดรั้งอยู่แน่

จริงสิ เดี๋ยวนะ ตอนนั้นพวกเธอตกน้ำไม่ใช่หรือ ทำไมพริบ ตาเดียวถึงเป็นยอดเขา เธออยู่ที่ไหนกันแน่ ความคิดเริ่มสับสน ขึ้นมา

ส่วนเปียเงินเสียเยี่ยนฟังคำพูดแปลกประหลาดของอีก ฝ่าย มุมปากกลับยกยิ้มจาง ความโหด* ผมเป็นวิธีที่ดีใน การกำจัดปัญหาจริงๆ

ริมฝีปากบางของเขายิ้ม หลังจากได้ฟังประโยคนั้นของ นาง พลันพุ่งกายเข้ามาประชิด ถามเสียงเนิบว่า “เยี่ยนกับแม่ นางมิใช่คนสายเดียวกันหรือ ที่ว่าสายเดียวกันนั้นเป็นอย่างไร

แรงกดดันจากกายเขาตามมาพร้อมกับฝีก้าวที่บีบคั้นเข้า มา คล้ายล่าแสงปีศาจชวนให้คนหวาดกลัว

เยี่ยเมียหน้าไม่เปลี่ยนสี ในใจกลับเครียดชัง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรับรู้ถึงแรงกดดัน ความรู้สึกเช่น นี้ทำให้คนไม่สบายตัว มือเคลื่อนไปจับมีดสั้นอย่างไม่รู้ตัว นี่ คือสัญชาตญาณนักฆ่า

เบี้ยเงินเสียเยียนยิ้มบาง ชุดไหวไปตามลม สายตา มองมือที่กุมมีดสั้นซ่อนในแขนเสื้อของเธอช้าๆ แต่ก็ไม่ใส่ใจ นัก

เขาเดินมาถึงด้านหน้าของอีกฝ่าย จนกระทั่งสองคนจ้อง หน้ากัน สายตาของเขาพลันอ่อนโยนคล้ายกับพบพานคนรัก น้ำเสียงไพเราะ “แม่นางรู้หรือไม่ว่าเขียนคือใคร

อวี้เหว่ยเห็นภาพเบื้องหน้า มองใบหน้าด้านข้างของเตี้ยน เซียอย่างไม่เชื่อสายตา เตียนเซียคิดทำอะไรกันแน่

ท่าทางสนิทชิดเชื้อเช่นนี้ กลับทำให้คนไม่สงบ เยี่ยเมียไม่ ค่อยพอใจ ชั่วเวลานั้นไม่อยากพูดคุยกับผู้ชายคนนี้อีก ส่วน เรื่องที่ว่าตอนนี้เธออยู่ไหนนั้น คงต้องไปถามจากคนอื่น

เมื่อคิดได้เธอก็ปรายตามองผู้ชายคนนั้น ดูไปแล้วก็ไม่ เหมือนกับกำลังจะถอดผ้าให้เธอชม ในที่สุดก็หมดความอดทน ถอยหลังไปสองก้าว เสียงนิ่งเอ่ยว่า “ขอตัวก่อน

เธอพูดจบก็หมุนกายจากไป

เขาพลันหัวเราะเสียงเบา มองเงาหลังเธอ นัยน์ตาเวลานี้ ปรากฏแววเย็นเยียบคล้ายมีโทสะเลือนราง ถึงจะไม่ยินดี น้ำ เสียงของเขาก็ยังคงน่าฟังเหมือนเดิม กำลังภายในกดดันคนสายหนึ่งถูกผนึกไว้กลางฝ่ามือ ไอ สังหารแผ่ซ่านทั่วสารทิศ น้ำเสียงจากปากเขากลับเนิบมาก “คำถามสามข้อของเยี่ยน แม่นางยังไม่ตอบเลยก็คิดจากไป แล้วหรือ แม่นางทำเช่นนี้ เยี่ยนเสียใจเหลือเกิน เพราะว่าเขียน ช่างอ่อนไหว ดวงใจที่ทั้งอ่อนแอและอ่อนไหวเช่นนี้ ไม่อาจถูก ทําร้ายได้ กน้อย!”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

ตอนที่ 3

ดวงใจอ่อนไหวและอ่อนแอ

เยี่ยเมียหันหน้ามองศพเกลื่อนพื้น สามารถเอาชีวิตคน มากมายขนาดนี้ ในใจต่อให้ไม่เข้มแข็งดุจวัวถูกก็ไม่มีทาง เกี่ยวพันกับคำว่าอ่อนแอแน่

แต่ว่าเขา บาดเจ็บ หรือเปล่า จุดนี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขต ความใคร่ครวญของเธอ

ต่อให้รู้สึกถึงจิตสังหารจากด้านหลัง รู้ว่าผู้ชายคนนั้นอาจ ลงมือกับตน เธอก็ยังไม่หันกลับไป สาวเท้าไปด้านหน้า

กระแสเสียงของเยี่ยเมียยังสงบดั้งเดิม “ถ้าจิตใจอ่อนแอ เกินไป คุณสมควรถูกทำร้ายบ้าง เพื่อยกระดับจิตใจของตนให้ เข้มแข็งขึ้นมา อีกอย่างอย่าได้ดูถูกจิตใจของตนเกินไปนัก ไม่ แน่ว่ามันอาจจะเข้มแข็งกว่าที่คิดไว้มาก อย่างน้อยในสายตา ฉัน มันก็ไม่ได้อ่อนแออะไรขนาดนั้น”

อวี่เหวยมุมปากกระตุก จ้องมองแผ่นหลังของเยี่ยเม่ย นี่ นางกำลังใจดีปลอบโยนเตียนเซียหรือ

สายตาเปียเงินเสียเยี่ยนฉายแววประหลาดใจ ต้องเงา หลังเบี้ยเมียที่เดินห่างออกไปสิบกว่าก้าว

ลมปราณเตรียมเข่นฆ่ากลางมือค่อยจางลงในชั่วพริบตาเขายกมืออย่างสง่างาม คล้ายสายลมอ่อนในฤดูใบไม้ผลิก่อ ตัว พัดเป็นลมวูบหนึ่ง

สายลมที่ดูอ่อนโยนกลับทำให้เยี่ยเม่ยขมวดคิ้วแน่น

เธอพบว่าขาของตนเวลานี้คล้ายถูกตรึงไว้ ไม่อาจก้าวต่อ ไปได้ ร่างกายถูกสายลมคล้ายอ่อนโยนสายหนึ่งหยุดรั้ง หาก เธอยืนไม่มั่น อาจถูกดึงดันให้ถอยกลับไปหลายก้าว

เธอหันขวับกลับไปมองเขา

ทว่าไม่รู้ว่าเขายืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสอง เผชิญหน้ากัน ระยะห่างไม่เกินครึ่งก้าว

เยี่ยเมียใจกระตุก เขาถึงกับเข้าใกล้เธอโดยไม่ให้สุ่มให้

เสียง นั่นหมายความว่าอย่างไร

สิ่งเดียวที่บอกได้ก็คือความสามารถของเขาไม่น้อยกว่า เธอ ถึงกระทั่งสูงกว่าเธอด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือ สายลมนั้นคืออะไรกันแน่ พลัง

พิเศษอย่างนั้นเหรอ

ระหว่างเธอกำลังสงสัย ผู้ชายเบื้องหน้าค่อยๆ ยื่นมือออก

มา

สายตาเป็นประกายเย็นเยียบ เพียงเสี้ยววินาทีมีดสั้นใน แขนเสื้อก็กวัดแกว่งอยู่เบื้องหน้าเขา

ส่วนใบหน้างดงามราวปีศาจของเขานั้นพลันปรากฏรอย ยิ้มสนุกสนานขึ้นมา เรียวนิ้วดุจหยกสลักรวบข้อมือของเยี่ยเม่ยด้วยความรวดเร็ว

เขาออกแรงกระชากครั้งเดียวดึงเขี่ยเม่ยเข้ามาอยู่ใน

อ้อมอก

เขาคลายมือที่ถือมีดสั้นของเธอ รั้งเอวเยี่ยเมียไว้ ส่งผล ให้มีดสั้นในมือเขี่ยเม่ยขวางอยู่ที่หว่างเอวเขา ทว่าเขาไม่ใส่ใจ

เยี่ยเม่ยกระแทกถูกร่างกายของเขารับรู้ถึงกล้ามเนื้อทรง พลัง เธอสมาธิแตกซ่าน กลิ่นอายบุรุษเพศพุ่งเข้ามาปะทะ กลิ่น อายชั่วร้ายทว่าสง่างามแต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ราวกับยาพิษ มีพลังดึงดูดอย่างแรงกล้าสายหนึ่ง

เธอยังไม่ทันได้สติ เขาก็ใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้นมา

ทั้งสองจ้องหน้ากัน

อากัปกิริยาสง่างามของเขา ทว่าใบหน้ากลับเผยความชั่ว ร้ายเหมือนปีศาจ เอ่ยช้าๆ “แม่นาง ยามไร้กำลังเอาชนะ บางที เจ้าสมควรใคร่ครวญที่จะเก็บเขี้ยวเล็บแหลมคมของตนเสีย อย่างไรก็ตามเยี่ยนเป็นคนใจเสาะ หวังให้โลกสงบสุข เกรง กลัวอาวุธคมดาบ”

พูดจาเช่นนี้ ทว่าบนร่างเขามีวี่แววของความใจเสาะที่ไหน

เยี่ยเมียกลับเห็นสายตาของเขามีประกายสนใจเพิ่มขึ้น มีดสั้นอยู่ระหว่างเอวเขา หมุนควงในมือ เก็บกลับเข้าแขน

เสื้อ ผู้ชายคนนี้น่าสนใจไม่น้อย แน่นอนว่าหมายถึงก่อนที่เขา ใช้คำพูดพัวพันเธอแบบนี้

เยี่ยเม่อมองเขา เธออยู่ในอ้อมกอดเขา กลับไม่รีบร้อน ถอยห่าง เอ่ยอย่างเฉยชาว่า “ถ้าใจเสาะจริง คุณก็อ่านเรื่อง สยองขวัญให้มากหน่อย สามารถช่วยเพิ่มความกล้าได้ ดูท่า คุณไม่ตั้งใจจะแลกชีวิตกับฉัน ถ้าอย่างนั้น…พูดมาเถอะ คุณจะ เอายังไงกันแน่”

อวี้เหว่ยได้ฟังมุมปากกระตุกขึ้น องค์ชายสี่ของเขาเป็นคน น่ากลัวที่สุดในสายคนทั้งใต้หล้า ยังต้องอ่านเรื่องสยองขวัญ เพื่อเพิ่มพูนความกล้าอีกด้วยหรือไร

ขณะที่เปียเงินเสียเยี่ยนกำลังจะเอ่ยปาก พลันได้ยินเสียง

ฝีเท้าดังขึ้นมา

ไม่ช้าทหารจำนวนมากพุ่งออกมาจากทั่วสี่ด้านแปดทิศ ยังมีผู้นำเป็นแม่ทัพสองคน

แม่ทัพดูแข็งกร้าวผู้หนึ่ง ใบหน้าดูมีคุณธรรม นอกจากดูมี คุณธรรมแล้ว ยังมีอารมณ์โกรธขึ้ง

เขาหยุดลงที่เบื้องหน้า คนทั้งหมดคุกเข่าลง “องค์ชายสี่

เป่ยเฉินเสียเยี่ยนกวาดสายตามองพวกเขา คลายมือที่ โอบเขี่ยเม่ยออก สายตาปีศาจจองเธอ สีหน้าน่าชมทั้งเย้ายวน “คนงาม ก่อนขาหมดความสนใจเจ้า อย่าได้หนีห่างจาก สายตาขา อย่างไรเสียความอดทนของข้ามขีดจำกัด มีขีด จำกัดเป็นพิเศษ ไม่ชอบเล่นแมวจับหนู เยี่ยเมยย่อมเข้าใจการข่มขู่ในน้ำเสียงเขา ทว่าไม่มี อารมณ์เอาเรื่อง ใครเป็นหนูใครเป็นแมวยังไม่แน่

เธอหันกลับไปมองเหล่าทหารคุกเข่าอยู่เต็มพื้น

ทหารส่วนมากอดใจแอบมองไปทางเปียเงินเสียเงี่ยนไม่

ได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ตัวสั่น

เยี่ยเม่ยเห็นคนทั้งหมดหวาดกลัว สายตามองไปยังบุรุษ รูปงามราวปีศาจ นอีกครั้ง เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี “ที่นี่คือที่ไหน กัน ตอนนี้เป็นช่วงสมัยไหน

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนไม่ย้อนถาม นัยน์ตาใสกวาดมองนาง น้ำเสียงอ่อนโยน “ที่นี่คือชายแดนระหว่างเบี้ยเงินกับต้ามั่ว ตอนนี้หรือ ข้าขอคิดดูก่อน อืม เป็นปีที่สามร้อยยี่สิบหลังจาก สถาปนาราชวงศ์เป่ยเฉิน”

เยี่ยเมียมั่นคิ้ว ราชวงศ์เป่ยเฉินเหรอ นี่เธอย้อนเวลาแล้ว จริงๆ เหรอเนี่ย

แม่ทัพหน้าตาโมโหโทโสคุกเข่าอยู่ที่พื้นได้ฟังถึงตอนนี้ก็ อดเอ่ยเดือนขึ้นไม่ได้ว่า “เดี๋ยนเซีย ตอนนี้เป็นปีที่สี่ร้อยเจ็ดสิบ หลังจากสถาปนาราชวงศ์แล้วพ่ะย่ะค่ะ

เขาพูดประโยคนี้จบ เบี้ยเงินเสียเยี่ยนก็ยังไม่เงยหน้าขึ้น

เขายังคงจัดแจงชุดตัวเองด้วยท่วงท่าน่าชม มุมปาก กระตุกยิ้ม เอื้อนเอ่ยว่า “อ้อ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ สำคัญนักหรือไร สถาปนาราชวงศ์มากี่ปีแล้ว ก็แค่ตัวเลขเท่านั้น คนที่ไม่ลืม เลือนผลงานของของผู้อาวุโสในอดีตจำนวนนับไม่ถ้วนล้วน หมกมุ่นกับอดีต แต่ตัวข้านั้นไม่เหมือนกัน คนมีความสามารถ สายตามองการณ์ไกล คนไร้ความสามารถไม่อาจลืมอดีตได้ แม่ทัพหยวน เจ้าไม่มีความคิดก้าวหน้าเช่นนี้ สำนึกผิดหรือยัง”

อวี่เหว่ยกลอกตา คิดในใจ “เตียนเซีย ไม่รู้ท่านยอมรับว่า ตนเองจําผิดไปเลยดีกว่า

เยี่ยเม่ยกระตุกมุมปาก เห็นท่าทางไม่คล้ายแสดงละคร ของพวกเขา เริ่มใช้ความคิด ย้อนเวลาแล้ว อยู่ในยุคสังคม ศักดินา ผู้ชายคนนี้ยังเป็นองค์ชาย ทั้งยังมีเหล่าทหารอยู่ที่นี่ ก้าวต่อไปเธอควรทําอย่างไรดี

ในระหว่างใช้ความคิด สายตาคมกริบของเธอก็เห็นนาย ทัพที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพหยวน เส้นเอ็นที่ขมับปูดบวมเต้นตุบตับ ด้วยความโกรธเพราะคำพูดของเบี้ยเงินเสียเงี่ยน

แม่ทัพหยวนหน้าคล้ำลงไป ในที่สุดก็กัดฟันก้มหน้า น้ำ เสียงโมโห “หากเตียนเซียต้องการเอาผิด ข้าน้อยไม่มีความ เห็น แต่ทว่าทหารต้ามั่วบุกประชิดเมือง เดี๋ยนเซียช่วยอธิบาย หน่อยได้หรือไม่ เมื่อคืนท่านสั่งการอย่างชัดเจนว่า เช้าวันนี้ เตรียมกำลังพล ท่านนำทัพออกเมืองไปรับศึก เหตุไฉนเช้านี้ ข้า กับเหล่าทหารเตรียมพร้อมแล้ว เดี๋ยนเซียยังไม่ปรากฏกาย ท่านยังอยู่ที่นี่อีก

ทั้งๆ ที่ขอเพียงเตี้ยนเซียแสดงฝีมือ ด้วยความสามารถของเขา ต่อให้เตียนเซียยืนบนกำแพงเมือง พวกตามั่วกลุ่มนั้น ต้องหวาดกลัวจนปัสสาวะราด แต่ทว่า…ช่างเถอะ เขาลืมไปได้ อย่างไรว่าอีกฝ่ายเป็นคนเช่นไร แต่ในสายตาของแม่ทัพที่เห็น ผลประโยชน์ของบ้านเมืองมาอันดับแรก ความโกรธเขา กล้ำกลืนไม่ลง

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนชะงักไป กลับเลิกคิ้ว มองอวี้เหว่ย “เมื่อ คืนผ้าสั่งการไปจริงหรือ

“สั่งการไปจริงพ่ะย่ะค่ะ” อวี้เหว่ยสีหน้าเย็นชา เช้าวันนี้เขา เตือนเตียนเซียแล้ว แต่ยามนั้นเตี้ยนเซียตอบเขาว่าอย่างไรกัน

อ้อ จริงสิ เตี้ยนเซี่ยตอบว่า “ทหารบุกประชิดเมือง เรื่องน่า เบื่อเช่นนี้ วันนี้ข้าไม่มีอารมณ์ใส่ใจ

เบี้ยเงินเสียเยี่ยนได้ฟังก็โคลงหัวยิ้มแย้ม มองแม่ทัพ หยวน เอ่ยด้วยเสียงไพเราะว่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เขียน ใคร่ครวญมาทั้งคืน รู้สึกว่าเรื่องนำทหารรับข้าศึกจะทำให้ ทหารส่วนหนึ่งล้มตายท่ามกลางสงคราม ทำให้ครอบครัวของ พวกเขาเสียใจสิ้นหวัง เนื่องจากความรักห่วงใยเหล่าทหาร เช้า วันนี้ข้าจึงไม่ปรากฏกาย ยามนี้เขียนถูกแม่ทัพหยวนซักไซ้ เอาผิด เหตุไฉนความเมตตากลับไม่ได้รับผลตอบแทน ไฉน ความรักห่วงใยถึงได้ถูกบิดเบือน เหตุไฉนศีลธรรมของเยี่ยน ในสายตาพวกเจ้าคือความต่ำช้าเสียเล่า แม่ทัพหยวน ยอมรับ เสียเถอะ เจ้ารีบร้อนออกรบเช่นนี้ ก็ทำเพื่อตอบสนองใจที่อยาก ได้ผลงานของเจ้าเท่านั้น ใช้ชีวิตของเหล่าทหารแลกเปลี่ยนกับ อนาคตของเจ้า เจ้าไม่รู้สึกผิดหรือไร แม่ทัพหยวนกระตุกไป โมโหเขาเสียงจนหน้าแดงก่ำ “กระหม่อม… ” เขาอึกอัก กลับพูดไม่ออกสักคำ

บ้านเมืองมีภัยอยู่ต่อหน้า ต้องการให้พวกเขานำทัพออก ศึกอย่างแท้จริง คำพูดของเบี้ยเงินเสียเยี่ยน เขากลับแย้งกลับ ไปไม่ได้ก็เพราะเขาคิดอยากสร้างความชอบจริงๆ แต่ว่าสอง อย่างนี้ขัดแย้งกันหรือไร

เห็นแม่ทัพหยวนไม่พูดจา เบี้ยเงินเสียเยี่ยนค่อยๆ ยื่นมือ ออก พลังไร้รูปสายหนึ่งรัดคอแม่ทัพหยวนไว้

เขาถอนใจเบาๆ เอ่ยเสียงเนิบ “ดูสิ เจ้ามันคนเห็นแก่ตัว ชั่วร้าย วาจาโฉดชั่วการกระทำเลวทรามของเจ้าทำร้ายเขียน แล้ว ทำให้จิตใจอันดีงามของเยี่ยนเจ็บปวดแสนทน เขียน ตัดสินใจฆ่าเจ้า เพื่อกันไม่ให้การกระทำชั่วร้ายของเจ้าไป ทําร้ายผู้อื่นอีก”

ขณะที่เขาบอกว่าเจ็บปวดแสนทน ทว่าใบหน้านั้นผ่อน

ดลายประดุจปุยเมฆ

แม่ทัพหยวนถูกบีบคอ ไม่อาจหายใจ เลือดไหลออกจาก

ปาก

บรรดาทหารที่ถูกเบี้ยเงินเสียเยี่ยนฝัน รักใคร่ห่วงใย ในเวลานี้ตัวสั่นเทิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่ นายทหารข้างกายแม่ทัพ หยวนอีกคนหนึ่งถึงกับตกใจจนปัสสาวะราด กลัวถูกลากไป

เกี่ยวด้วย

มองบุคคลน่าหวาดกลัวของราชวงศ์เป่ยเงิน เยี่ยเม่ยเข้าใจว่าภาพลักษณ์ของผู้ชายคนนี้ในใจของคนอื่นว่าเป็นเช่น ไร เกรงว่าคำว่าปีศาจยังไม่พออธิบาย ดูท่าเมื่อครู่เขาเกรงใจ เธอมากแล้ว

เธอเห็นสายตาของคนทั้งหมดรวมอยู่ที่มือเปียเงินเสียเยี่ย นบีบคอแม่ทัพหยวนก็ค่อยๆ ถอยรั้งไปสองก้าว หมุนกาย เตรียมตัวหนีความวุ่นวาย

คิดไม่ถึงว่าชายผู้นี้คล้ายรู้สึกได้ เสียงกร๊อบดังขึ้น บีบคอ แม่ทัพหยวนหักอย่างง่ายดาย

จากนั้นภายใต้ท่าทางหวาดกลัวของคนทั้งหมดก็หันหน้า มองเธอที่ก้าวเท้าออกไปได้สองก้าวแล้ว

ใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์เปื้อนรอยยิ้ม ชุดยาวพลิ้วไหว สองมือไพล่หลัง ท่วงท่าสง่าราวทวยเทพ เอ่ยปากเสียงอ่อน โยน “แม่นาง หยุดฝีก้าวอัน เยมโหดของเจ้าเสีย เจ้าทนให้ หัวใจที่เชื่อมั่นว่าเจ้าจะไม่จากไปไหนของเยี่ยนเจ็บปวดเหมือน โดนมีดนับพันกรีดได้เชียวหรือ

เยี่ยเมียสายตาเย็นเยียบ หันกลับไปมองเขา น้ำเสียง เฉยเมย “ถ้าจะไปให้ได้ล่ะ”

นิยายแนะนำยอดฮิต