ตอน 2
เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
บทที่2-สปาร์ค
มือของหลินเมิ่งถูกเขาจับจูงไว้ เดินผ่านประตูใหญ่อันแสนหรูหราของโรงแรมอวี้จิ่น ผ่านล็อบบี้ของโรงแรมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยหรูงดงาม
ผู้จัดการยืนโค้งคำนับอยู่ที่ด้านหน้า กล่าวต้อนรับขึ้น “คุณชายหรง...”
เขาเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ แล้วลากเธอเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่ได้หยุดฝีเท้าลง
เดินผ่านล็อบบี้ใหญ่ แล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์ ลิฟต์เคลื่อนตัวไปชั้นบนสุดของโรงแรมถึงได้หยุดลง ประตูลิฟต์เปิดออก สิ่งที่เข้าสู่สายตาเป็นอันดับแรกนั่นก็คือพรมสีแดงหรูหราที่ทอดตัวไปตามทางเดินจนไม่เห็นจุดสิ้นสุด
มือของเขาแห้งสาก ในขณะที่มือของเธอนั้นเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ทั่วทั้งร่างรู้สึกร้อนรุ่มได้วยความกระวนกระวาย แต่มือเล็กกลับเย็นเฉียบราวกับเพิ่งแช่น้ำแข็งมา ตั้งแต่แรกเธอก็ไม่กล้ามองเขา ได้แต่คาดเดาจากมือที่สัมผัสกัน และการก้าวเดินที่สงบนิ่งของเขาว่าเขาคงสงบกว่าเธอมากๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ในสายตาของเขาแล้วก็เป็นเรื่องปกติราวกับการทานอาหารหนึ่งมื้อเท่านั้นเอง
ในรถนั้น เขาทำเพียงแค่จูบเธอ แนบริมฝีปากลงมาโดยที่ไม่ขยับเช่นนั้น ราวกับอยากจะลิ้มรสของริมฝีปากของเธอ ไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็ผละร่างออกไป ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แล้วเอนหลังลงอย่างเกียจคร้าน ค่อยๆ หลับตาลง ราวกับว่าสำหรับเขาแล้ว เธอมีเสน่ห์เพียงแค่ให้เขาลิ้มลองเท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงจะดีแล้ว แต่ว่าเธอก็ยังคงรู้สึกกลัวอยู่ดี ท่าทางที่เขาแสดงออกมานั้นก็ดูจะไม่ได้สนใจเธอมากมายเท่าไหร่นัก ถ้าอย่างนั้นธุรกิจของคุณพ่อ...
ในขณะที่เธอกำลังคิดอย่างวุ่นวายสับสนอยู่นั้น ประตูก็เปิดออก และก็ปิดลงเรียบร้อยแล้ว
เธอเดินตามเข้าไปด้านในอย่างอึ้งๆ ตอนที่ก้าวเข้าไปในห้องโดยที่ยังไม่ได้สตินั้น ก็ถูกเขาผลักร่างเข้ากับประตูห้องอย่างรุนแรง เมื่อร่างปะทะเข้ากับประตูแข็งๆ นั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเจ็บขึ้นมาในทันใด เธอขมวดคิ้ว เขาประทับร่างเข้ามาแล้ว ร่างที่สูงใหญ่นั้นราวกับเป็นร่างของสัตว์ป่าหนักๆ กดทับมาที่ร่างของเธอ ริมฝีปากที่เย็นเฉียบเล็กน้อย นำพามาด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มประทับลงมาบนริมฝีปากของเธอในทันที ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เขาทำเพียงแนบริมฝีปากลงมาแต่ไม่ขยับ แต่ครั้งนี้มันรุนแรงมาก
สองสัมผัสที่แตกต่างกันนั้น ทำให้เธอรู้สึกสับสนมึนงง รับมือกับเขาไม่ทัน! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่นี้เธอยังเดินตามหลังเขามาอยู่ดีๆ ไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้เขาถึงได้ประทับร่างลงมาอย่างเร่าร้อน และจูบเธออย่างบ้าคลั่งแบบนี้ล่ะ!
เธอ...ไม่ยินยอม! เธอรู้สึกกลัวเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้! เธอกลัว เธอไม่อยาก เธออยากจะพังประตูแล้ววิ่งหนีออกไป อยากจะขอร้องให้เขาปล่อยเธอไป อยากให้เขาไม่เอาเรื่องเธอ......
การดิ้นรนของเธอ สำหรับร่างกายสูงใหญ่ที่ออกกำลังมาโดยตลอดของเขาแล้ว มันช่างไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าสงสาร และทุกครั้งที่เธอดิ้นรนนั้นกลับเป็นการทำให้ทั้งสองร่างเสียดสีเข้าด้วยกันมากขึ้น ทำให้ร่างของเขาตื่นตัวขึ้นมาแล้ว...
เขาต้องการเด็กผู้หญิงคนนี้ นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ ความปรารถนาของเขาได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาแล้ว หัวใจของเขาก็ได้บอกเขาอย่างชัดเจน แต่การที่เขาต้องอดกลั้นตอนที่อยู่ในรถนั้น เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากทำให้เธอตกใจ และสองเขาเคยชินที่จะกลืนกินของอร่อยอย่างช้าๆ เขาไม่อยากเป็นเหมือนเสือผู้หญิงที่ใจร้อน ที่จับเธอกินอย่างตะกละตะกลามบนรถนั่น แต่เขาอยากจะเล่นกับเหยื่อของเขาในห้องที่ปราศจากผู้คนรบกวน ค่อยๆ ทำให้เธอเป็นของเขาอย่างช้าๆ
เด็กผู้หญิงคนนี้ราวกับดูมีเสน่ห์เย้ายวนออกมาจากข้างใน เขากัดลงบนริมฝีปากบางของเธอหนักๆ อีกครั้ง แล้วค่อยๆ ย้ายไปจู่โจมที่ปลายคางเรียวเล็กของเธอ
การดิ้นรนของเธอ แน่นอนว่าไม่ใช่การยั่วยวน ไม่ใช่การเสนอตัวให้เขา เธอต้องการที่จะปฏิเสธเขาจริงๆ เธอดันร่างของเขาออก สองมือของเธอทุบตีไปที่ร่างของเขา ปลายคางของเธอส่ายไปมาอย่างรุนแรง จนในที่สุดมันก็กระทบเข้ากับฟันของเขา ในขณะที่เธอร้องเสียงต่ำออกมาด้วยความเจ็บปวดนั้น ก็เหมือนกับเป็นการเปิดโอกาสให้เขาหยุดการกระทำของเธอลง
เขาบีบคางของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น
เขามองสำรวจใบหน้านั้นอย่างละเอียด ใบหน้านั้นก็ยังคงขาวละเอียดราวกับหยกเหมือนเช่นเคย แต่สีแดงซ่านที่อยู่บนใบหน้านั้น กลับทำให้ดูเหมือนถูกเผาด้วยไฟร้อนๆ อย่างไรอย่างนั้น ดวงตาคู่นั้นที่ราวกับมีน้ำรื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้มันดูแวววาวขึ้นมา ฟันที่เรียงตัวสวยนั่นขบกัดเข้าที่ริมฝีปากที่ถูกเขาจูบจนบวมแดง ท่าทางดื้อดึงและไม่เชื่อฟัง กลับยิ่งทำให้เธอดูสวยมากขึ้น สวยเสียจนทำให้ผู้คนตกตะลึง มีเสน่ห์จนทำให้ผู้คนต้องติดกับ
เธอเป็นราวกับปีศาจที่ทำให้ผู้คนรู้สึกบ้าคลั่ง!
“ไม่อยาก?” เขาก้มหน้าลง เอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขายังคงหนานุ่มทำให้ผู้คนหลงใหลมัวเมา แต่กลับฉาบไปด้วยความรู้สึกเยียบเย็น
เธออึ้งไปเล็กน้อย อาการดิ้นรนขัดขืนพลันหยุดลง
เขาออกแรงกัดลงบนริมฝีปากของเธอเล็กน้อย ถอนขาของตนเองออกมา และปล่อยมือที่ยึดต้นแขนของเธอออกด้วยเช่นกัน
เมื่อไม่มีเขาที่ช่วยพยุง ร่างของเธอก็แทบจะอ่อนยวบลงไปตามบานประตูทันที แต่เธอยังยื่นมือออกไปค้ำกับบานประตูด้านหลังอย่างยากลำบาก ทำให้ร่างยังไม่ถึงกับทรุดฮวบลงบนพื้น เทียบกับร่างสูงใหญ่ของเขาแล้ว เธอที่เป็นเช่นนี้ก็ดูช่างตัวเล็กบอบบางอย่างเห็นได้ชัด ร่างที่สูงใหญ่ของเขา เมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องเช่นนี้ เงาของเขาก็แทบจะปกคลุมร่างของเธอได้มิดแล้ว ทำให้เธอที่อยู่ภายใต้เงาร่างของเขาไร้ซึ่งหนทางหลบหนี เหมือนกับว่าเธอได้ถูกเงาร่างนี้ตามติดเสียแล้ว
เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองมือกอดอก สายตามองประเมินเธออยู่ครู่หนึ่ง
เป็นเพราะว่าการดึงรั้งของเขา ทำให้เสื้อเชิ้ตของเธอดูไม่ค่อยเรียบร้อยอย่างที่เคย จนเผยให้เห็นไหล่เนียนออกมาเกินครึ่ง ท่าทางที่ไม่ได้ตั้งใจนั้นกลับทำให้เธอดูสวยงามเป็นอย่างมาก
เธอไม่กล้าที่จะยื่นมือไปจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะสายตาที่เขาจ้องมองมามันช่างเย็นเยียบ จนทำให้ใจของเธอสั่นกลัว
“เธอไม่รู้เหรอว่าเธอมาที่นี่เพราะอะไร?” น้ำเสียงของเขาก็เหมือนกับสายตาของเขาในตอนนี้ มันช่างเย็นชา และเต็มไปด้วยความรู้สึกทิ่มแทง “ก่อนหน้าที่เธอจะมา ไม่มีใครบอกเธอเหรอว่าเธอควรจะต้องทำอะไร?”
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับ ไม่หันมามองเธออีก ราวกับว่าแรงดึงดูดของเธอที่มีต่อเขาได้หยุดลงเพียงเท่านี้แล้ว
หัวใจของเธอบีบรัด อยากจะพูดออกไปว่า อย่า...
แต่เธอทำได้เพียงจ้องมองเขาที่ถอดเสื้อสูทออกด้วยท่าทางไม่เร่งรีบ หลังจากนั้นก็ปลดเนคไท ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกด้วยท่าทางสง่างาม จนเผยกล้ามเนื้อที่สวยงามและเต็มไปด้วยพละกำลังนั้นออกมาให้เห็น
หลังจากนั้นร่างกายเปลือยเปล่าของเขาก็ก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ทำราวกับว่าในห้องนี้ไม่มีเธออยู่ ปิดประตูลง ได้ยินเสียงน้ำดังออกมาจากในห้องนั้น เขากำลังอาบน้ำ!
ท่าทีสบายๆ ของเขานั้น มันทำให้เธอรู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก!
ร่างของเธออ่อนยวบ ทรุดฮวบลงบนพื้นอย่างรุนแรง น้ำตาไหลออกมาอย่างเลื่อนลอย!
ตอน 3
บทที่3-ไร้ทางหนี
พ่อบอกกับเธอว่า “เมิ่งเมิ่ง พ่อเลี้ยงแกมาหลายปีขนาดนี้ ไม่ง่ายเลยที่จะสรรหาสิ่งดีๆ มาให้แก ตอนนี้พ่อต้องการความช่วยเหลือจากแก แกจะตอบแทนพ่อได้ไหม......”
หลินป้าว พ่อของหลินเมิ่งเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พอจะมีหน้ามีตาอยู่บ้าง มีบริษัทก่อสร้างเป็นของตัวเองอย่างพอที่จะเลี้ยงตัวไปได้ และมีชื่อเสียงในเมือง J อยู่บ้าง ที่รัฐบาลเปิดทางให้ย่าตงกรุ๊ปเข้ามาลงทุนในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการหาพื้นที่ที่จะก่อสร้างสิ่งที่ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจ หลินป้าวเองก็ไม่ต้องการอะไรมาก เขาเพียงแค่ต้องการอาศัยโอกาสนี้ยืดชีวิตของตัวเองออกไปอีกหน่อย ในขณะเดียวกันก็ต้องการทำให้บริษัทของตัวเองโด่งดังมากขึ้น เพื่อที่หลังจากนี้จะได้ยกระดับธุรกิจของตัวเองขึ้นไปอีกระดับ
หลินป้าวรู้ดีว่า ย่าตงกรุ๊ปเป็นบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงติดอันดับหนึ่งในห้าสิบมาอย่างยาวนาน เขาคงไม่เห็นบริษัทเล็กๆ เช่นนี้อยู่ในสายตาแน่ เช่นนั้นเขาก็มีเพียงแต่ต้องคิดหาวิธีอื่นแล้ว เขาได้ยินมาว่า CEO หนุ่มของตงย่ากรุ๊ปที่มาในครั้งนี้เป็นคนที่มีอำนาจรับผิดชอบในเรื่องการลงทุนที่เมือง J ถ้าหากเขาสามารถจัดการ CEO คนนี้ได้อยู่หมัด เขาก็จะมีชีวิตรอดต่อไปได้แล้ว
หรงหลินมีทั้งอำนาจมีทั้งเงิน เขาไม่มีอะไรที่ขาดเลยแม้แต่น้อย หากเขาต้องการอะไรไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากก็จะมีคนรีบร้อนจัดหาสิ่งเหล่านั้นมาให้เขาเพื่อที่จะต้องการเอาอกเอาใจแล้ว หลินป้าวที่ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ดังนั้นเขาถึงได้ตั้งใจส่งลูกสาวของตัวเองไปแทน ลูกสาวของเขาคนนี้อย่างน้อยก็เป็นสาวสวยที่หลินป้าวเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ทะนุถนอมมาเป็นพิเศษ ไม่มีทางที่เธอจะไปข้องเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวอะไรพรรค์นั้นได้ ลูกสาวของเขาคนนี้เป็นสิ่งที่เขาเก็บไว้เพื่อจะนำมาใช้ในยามลำบาก และวันนี้ก็ถึงแวลาที่จะใช้เธอแล้ว
ในปีนั้น แม่ของเธอได้หนีไปกับหัวหน้าคนงาน แล้วได้ทิ้งลูกสาวเอาไว้ให้เขา เพราะเหตุนี้ภรรยาหลวงของเขาถึงได้โวยวายอยู่เกือบหนึ่งเดือนเต็ม แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังเก็บลูกสาวคนนี้เอาไว้ อีกทั้งยังให้เธออยู่ในบ้านต่อ ตอนนั้นเขาจินตนาการได้เลยว่าลูกสาวคนนี้ของเขาต้องงดงามเหมือนกับแม่ของเธอแน่ แต่สิ่งที่เหนือไปจากความคาดหมายของเขาก็คือเธอเติบโตขึ้นมาสวยกว่าแม่ของเธอเสียอีก งดงามเสียจนน่าตกใจ ถ้าหากว่าเขาไม่เข้มงวดกับเธอมาโดยตลอดเกรงว่าเธอคงจะหอบผ้าหนีตามไอ้ผู้ชายสารเลวหน้าไหนก็ไม่รู้ไปแล้ว!
เพราะว่าหลินเมิ่งเป็นลูกแท้ๆ ของเขา ดังนั้นหลินป้าวก็จึงรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ต้องผลักเธอลงไปในนรก แต่หากอยากจะประสบความสำเร็จก็ต้องใจเหี้ยม หลินป้าวเองก็ไม่ได้ขาดลูกสาว การใช้ลูกสาวคนสวยของตัวเองแลกกับธุรกิจชิ้นใหญ่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่าแล้ว! เมื่อเห็นหลินเมิ่งเติบโตขึ้นอย่างสวยงามทุกวันๆ หลินป้าวก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว รู้อย่างนี้ตอนวัยรุ่นเขาน่าจะเลี้ยงดูผู้หญิงให้มากกว่านี้ หลังจากนี้พวกเธอจะได้มอบลูกสาวให้กับเขามากหน่อย
เรื่องไร้สาระไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ดูอย่างเรื่องในวันนี้ก็ได้ ก่อนที่หลินเมิ่งจะมานั้น พ่อของเธอก็ได้ย้ำนักย้ำหนาว่าให้เธอดูแลเขาให้ดีๆ ตอนนี้ไม่ว่าหรงหลิงต้องการอะไร หรือต้องการให้เธอทำอะไร เธอก็ไม่อาจต่อต้านได้ หลินป้าวบอกหลินเมิ่งออกไปตรงๆ แม้กระทั่งว่าถ้าหากเขาให้เธอขึ้นเตียงกับเขาเธอก็ต้องทำ
หลินเมิ่งไม่รู้ว่าถ้าหากเป็นพ่อของอื่น เขาจะพูดกับลูกสาวของตัวเองแบบนี้หรือเปล่า ตอนที่เธอได้ยินพ่อพูดกับเธออย่างนั้น สมองของเธอก็พลันว่างเปล่า ในบ้านหลังนี้เดิมทีตัวตนของเธอก็น่าอับอายอยู่แล้ว เด็กที่เกิดจากคู่นอนนอกบ้านคนหนึ่ง เด็กที่แม้กระทั่งแม่ของตัวเองไม่ต้องการ และจะหวังให้ภรรยาหลวงของหลินป้าวกระทำกับเธอดีๆ ได้อย่างไรกัน
เมื่อเทียบกับเด็กกำพร้าที่ไร้บ้านพวกนั้นแล้ว หลายปีมานี้ความเป็นอยู่ของเธอก็นับว่ามีกินมีใช้ ไม่ได้ขาดเหลืออะไรนัก นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว ดังนั้นเมื่อพ่อของเธอต้องการให้เธอตอบแทน เธอก็ต้องก้มหน้ายอมรับทั้งน้ำตา
เสียงสายน้ำดังออกมาจากในห้องน้ำอย่างไม่ขาดสาย ผ่านกระจกฝ้านั้นสามารถเห็นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในนั้นได้ จนกระทั่งสามารถรับรู้ได้ว่ารูปร่างของผู้ชายคนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
คืนนี้ ไม่มีทางให้เธอถอยอีกแล้ว! ถ้าเธอกลับไปทั้งแบบนี้ คุณพ่อได้อาละวาดเธอแน่ ส่วน “คุณแม่” ก็คงต้องต่อว่าเธออย่างหนักว่าเธอมันเป็นคนไร้ประโยชน์ แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังจัดการไม่ได้!
เธอมีแต่เพียงต้องเอาตัวเข้าแลกแล้ว......
หลินเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในใจมีความเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากนั้นความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ถาโถมเข้ามาอย่างช้าๆ
“แกร็ก.....”
ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก หรงหลิงเดินออกมาจากข้างใน ร่างของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนหนึ่งที่ปิดบังร่างกายส่วนล่างไว้ ร่างกายเกือบเปลือย เดินอาดๆ เข้ามาอย่างไม่ใส่ใจ ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ คนหนึ่ง สวรรค์ช่างลำเอียงเกินไปแล้ว ให้ชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมด้วยเงินทองเช่นนี้กับเขายังไม่พอ ยังมอบใบหน้าที่ทำให้หญิงสาวมากมายต่างก็ต้องหลงใหล ยิ่งไปกว่านั้นคือร่างกายที่ทำให้สาวๆ ต่างก็ต้องน้ำลายไหลเมื่อได้เห็นนี้ด้วย
ร่างกายที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างยาวนาน ทำให้มันดูสวยงามและสูงใหญ่ ร่างกายของเขาไม่มีไขมันส่วนเกินเลยแม้แต่นิดเดียว กล้ามเนื้อชัดเจน แต่กลับดูไม่มากจนเกินไป ขนาดสมส่วนกำลังดี โดยเฉพาะขายาวคู่นั้นมันดูเรียวยาวแข็งแรงยิ่งกว่านายแบบ อีกทั้งยังทำให้คนใจเต้นนั่นอีก
เขาเอาผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกของตนเองด้วยท่วงท่าสบายๆ ขายาวเปล่าเปลือยเดินย่างออกมาราวกับเสือดาว เดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ เมื่อกวาดสายตามองไปอย่างไม่ใส่ใจก็กลับคาดไม่ถึงว่าจะเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นยังพิงประตูอยู่
ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่อีก!?
หรงหลิงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เขาคิดว่าหลังจากที่เขาปล่อยเธอไปแล้ว กวางน้อยที่ใสซื่อตัวนี้จะต้องรีบหนีไปอย่างแน่นอน เธอยังเด็กและบริสุทธิ์ นี่ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ ตอนที่เขาจูบเธอ เธอดูบอบบางน่าสงสาร ร่างของเธอสั่นเทิ้ม ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้มือพยุงเธอเอาไว้ คาดว่าเธอคงจะตัวสั่นจนร่างขดเป็นเกลียวแล้ว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนจูบเธอหรือเปล่า?
เธอเป็นผู้หญิงที่ยังไม่เคยผ่านมือใคร จุดนี้เขาไม่ต้องสงสัยเลย
ตั้งแต่อายุ 16 เขาก็ได้ผ่านเรื่องผู้หญิงมาแล้ว ตอนนี้เขาอายุ 28 ผู้หญิงที่ผ่านมือเขานั้นก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ผู้หญิงคนไหนที่ยังเวอร์จิ้นหรือไม่เวอร์จิ้น เขาสามารถมองออกได้แทบจะทันที เพราะว่าเรื่องบางเรื่อง ไม่ว่าจะเสแสร้งอย่างไรก็ยังดูออก หลินป้าวคนนี้เป็นคนใจถึง ลูกสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของตัวเองก็สามารถส่งมาให้เขาได้ อีกทั้งดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่สนใจผู้หญิงที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ และก็ยิ่งไม่อยากจะไปบีบบังคับใคร ถึงแม้ว่าเธอจะสวยจนทำให้เขาใจเต้นเล็กน้อยก็ตามที!
แต่ว่าทำไมเธอถึงยังไม่ไปอีก!? ท่าทางใสซื่อแบบนั้น เธอไม่เหมาะที่จะมาเล่นเกมส์ของผู้ใหญ่แบบนี้เลยด้วยซ้ำ เธอควรที่จะอยู่บนหอคอยงาช้างของเธออย่างสงบสุข เพื่อรอคอยวันหนึ่งที่องค์ชายผู้สง่างามมารับตัวของเธอไป หลังจากนั้นก็มีวันคืนที่แสนสุขด้วยกัน
เขาแค่นหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง ขำให้กับนิทานหลอกเด็กที่ยังไงก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง
“ทำไมเธอยังไม่ไปอีก!?” เขาถามเธอขึ้นเสียงเย็น จนทำให้เธอตกใจกลัว
เธอเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที มองเขาอย่างหวาดกลัวอยู่บ้าง ในใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางแสงไฟที่สลัวรางนั้น ใบหน้าสวยงามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นมา ทำให้ประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองของเขาทันที...ลิลลี่ขาวกำลังร้องไห้ท่ามกลางสายฝน*
เขาแอบขมวดคิ้วน้อยๆ ทำไมวันนี้เขาถึงได้มีอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมาได้นะ! ดูท่าเขาคงต้องรีบไล่เจ้ากวางน้อยที่กำลังจะถูกเสือขย้ำตัวนี้ออกไปซะแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีอะไรมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขาไม่หยุดแน่!
“เธอกลัวว่าฉันจะขัดทางพ่อของเธออย่างนั้นเหรอ?” เขาคิดออกเพียงแค่ความเป็นไปได้นี้ “สบายใจได้ ฉันไม่สร้างความลำบากให้พ่อของเธอเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก เธอกลับไปบอกพ่อของเธอซะ เรื่องทุกเรื่องจะดำเนินการไปตามขั้นตอนปกติ ถ้าเขาตั้งใจจริงๆ ก็ให้เขาต่อสู้อย่างยุติธรรม”
หลินเมิ่งส่ายหน้า ใช้มือค้ำบานประตูแล้วลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทา นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณพ่อต้องการ เธอไม่สามารถกลับบ้านไปโดยที่เรื่องราวเป็นอย่างนี้ได้
เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้เขา เดินเข้าไปทีละก้าวๆ จนรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันน้อยลงเรื่อยๆ ใจของเธอก็ยิ่งเต้นรัวแรงขึ้น รู้สึกร่างกายบีบรัดจนแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
*ลิลลี่ขาวกำลังร้องไห้ท่ามกลางสายฝน เป็นชื่อเพลง ที่ร้องโดยซุนเยว่
ตอน 4
บทที่4-หมดสิทธิ์
หรงหลิงเริ่มรู้สึกแปลกใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว! เด็กผู้หญิงคนนี้นี่......
ดวงตาของเขาจ้องมองใบหน้าขาวราวหยกที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้ตรงหน้าเขาเรื่อยๆ มองร่างของเธอที่หยุดลงตรงหน้าของเขาประมาณหนึ่งคืบ และมองสองแขนที่ราวกับใยบัวที่ยื่นออกมา ค่อยๆ แตะลงบนสะโพกของเขาเบาๆ หลังจากนั้นมื