ตอน 1
เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
บทที่1-จูบที่น่าหวาดหวั่น
บนโต๊ะเหล้านั้นมีเพียงเสียงพูดคุยกันไปมา เมื่อเหล้าได้ลงท้องแล้ว ท่ามกลางเสียงพูดคุยหัวเราะเฮฮานั้นมีเพียงเขาที่ถึงจะรู้ว่ารสชาติในนี้นั้น บางทีก็ขม บางทีก็หวาน
ตอนที่หรงหลิงออกมาจากงานสังสรรค์นั้น ท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว วันนี้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมองใบหน้าที่อยู่บนโต๊ะสังสรรค์นั้น มีบางคนที่คุ้นเคย และก็มีบางคนที่เพิ่งจะได้รู้จัก ท่ามกลางความเลือนราง เห็นได้ชัดว่าไม่มีความจริงใจ หรือจะพูดว่าดูน่าเกลียดก็ได้ โดยปกติแล้วเขาที่มาสังสรรค์กับคนเหล่านี้ก็เพื่อที่จะมาปลดปล่อย แต่ว่าวันนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์จริงๆ เมื่อยกแก้วตรงหน้าของตนดื่มจนหมดแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืน
นี่ก็ตัดสินใจว่าจะไปแล้ว!
เมื่อเขาลุกขึ้นยืน คนอื่นๆ ก็ต่างทยอยลุกขึ้นตาม งานสังสรรค์คืนนี้ก็คนที่เชิญมาก็คือเขา เมื่อเขาไม่อยากอยู่ร่วมต่อ แน่นอนว่างานเลี้ยงในครั้งนี้ก็ต้องจบลง
“ท่านประธานหรง จะไปแล้วเหรอครับ” คนหนึ่งพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้ม
หรงหลิงปรายตามองคนคนนั้นครู่หนึ่ง รับเสื้อสูทจากเขามาสวม แล้วก้าวเดินออกไปข้างนอกโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา และแน่นอนว่าต้องมีนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่อยากจะประจบเขาคอยเปิดประตูรอไว้อยู่แล้ว
ท่าทางของหรงหลิงสง่างามราวกับพยัคฆ์ที่กำลังกวาดตามองอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง เดินนำหน้าคนเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ ส่วนคนอื่นๆ ต่างสวมใส่ชุดสูทของตน แล้วเดินตามหลังเขาด้วยความระมัดระวัง
ตอนนี้หรงหลิงอยู่ในคลับที่ชื่อ “ฮาฟแอสลีฟ” (Half-asleep) เป็นคลับที่ใหญ่ที่สุดของเขต J และเป็นคลับที่ครบวงจรที่สุด ในคลับแห่งนี้รวมไว้ด้วยร้านอาหาร โรงแรม ห้องประชุม ห้องคาราโอเกะ ซาวน่า ฟิตเนส หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นสถานที่ที่ได้รวมรวมแหล่งบันเทิงมากมายเอาไว้ที่นี่ทั้งหมด แม้กระทั่งการพูดคุยธุรกิจก็ยังสามารถทำได้ที่นี่
และห้องส่วนตัวที่กลุ่มคนเหล่านี้อยู่นั้น ก็เป็นห้องเพรสซิเด็นเชียลสวีท เป็นห้องที่รู้กันภายใน ไม่ใช่ห้องที่ใครๆ จะสามารถเข้าออกได้ง่ายๆ แม้กระทั่งทางเดินหน้าห้องนี้ก็เงียบสงบ เหมาะสมตามระดับของผู้นำ
ตอนที่หรงหลิงเปิดประตูออกมานั้น ตรงบริเวณทางเดินก็ยังคงเงียบสงบ และไฟก็มืดสลัว ในขณะที่ต้องรักษาความเป็นส่วนตัวของแขกนั้น ก็ยังคงกลิ่นอายของความหรูหราไว้ เขาค่อยๆ ก้าวเดินออกไปจากในห้อง หันร่างกลับ แต่ทันใดนั้นก็หยุดชะงักฝีเท้าลง อึ้งไปครู่หนึ่ง
ท่ามกลางแสงไฟทมืดสลัวสีเหลืองรางจากโคมไฟยุคสมัยประมาณปี 1970 – 1980 ทำให้เห็นเงาร่างของผู้นั้นอย่างไม่ค่อยชัดเจนนัก ในสถานที่ที่ลึกลับแห่งนี้ ราวกับว่าเมื่อครู่นี้ที่เดินผ่านมาจะมีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ หญิงสาวที่ราวกับว่าออกมาจากภาพวาด
ใบหน้างดงามราวหยกขาว ผสมสีแดงฝาดจนน่าดึงดูด ช่างตรงกับคนโบราณที่กล่าวไว้ว่า “มีน้ำมีนวล” อย่างมาก ดูเป็นธรรมชาติ และก็ดูงดงามเกินธรรมชาติในเวลาเดียวกัน ใบหน้าเรียวรูปไข่ ล้อมกรอบด้วยผมยาวประบ่าสีดำ ผิวที่ว่าขาวก็ขาว ผมดำก็ดำสนิทราวกับนิล ดูตัดกันอย่างชัดเจน ทำให้เธอน่าดูมีเสน่ห์อย่างสมบูรณ์แบบ
เธอหลุบตาลงต่ำจนไม่อาจมองเห็นดวงตาคู่นั้นได้ชัดเจน ทำให้มองเห็นแค่เพียงขนตาที่งอนยาวเป็นแพของเธอที่กำลังกะพริบไปมาราวกับปีกผีเสื้อ ท่าทางระมัดระวังราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนใครเข้า ค่อยๆ ขยับน้อยๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า จมูกของเธอก็ดูเล็กๆ เหมือนดวงหน้าขาวนวลนั่น อีกทั้งยังโด่งมาก สมบูรณ์แบบเสียจนทำให้คนตกตะลึง อีกทั้งริมฝีปากบางที่อยู่ใต้จมูกกลับแดงระเรื่ออย่างน่ารักทั้งๆ ที่ไม่ได้แต่งเติมด้วยลิปสติก ดูสวยสดงดงามยิ่งกว่าผลเชอร์รี่ที่สุกปลั่งได้ทีเสียอีก
หรงหลิงรู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นเริ่มที่จะร้อนรุ่มขึ้นมาเสียแล้ว เขารู้ดีว่า นี่ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาดื่มมาแน่ๆ ระดับการดื่มของตัวเองนั้นเขารู้ดี เหล้าเพียงแค่นั้นก็ไม่ถึงกับทำให้เขาเมาได้!
ผู้หญิงคนนั้นไม่สูงมาก ความสูงของหรงหลิงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรกว่าๆ เกือบจะร้อยเก้าสิบเซนต์ ผู้หญิงคนนี้ดูแล้วน่าจะสูงประมาณระดับอกของเขา อย่างนั้นก็น่าจะประมาณ 163 – 164 ได้ เธอสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนล่างสวมด้วยกระโปรงลายดอกไม้เล็กๆ สีฟ้า ดูแล้วช่างสดใสเสียจนทำให้ผู้คนหลงใหล เธอก็ยังคงก้มหน้าลง มีเพียงมือคู่เล็กราวหยกที่บิดไปมา ท่าทางดูราวกับตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย แต่กลับทำให้เขาไม่เข้าใจว่าเธอกำลังตื่นเต้นอะไร!
ราวกับรับรู้ได้ว่ามีสายตาร้อนแรงกำลังจ้องมองมาที่ตน หญิงสาวจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา
ร่างกายแข็งแกร่งของหรงหลิงสั่นไหวขึ้นมาน้อยๆ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ดวงตาคู่สวยที่ดูน่าสงสาร ดวงตาดำสนิทที่ดูลึกล้ำเสียจนไม่เห็นก้นบึ้ง ราวกับจะทำให้ผู้คนหลงใหลเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
เมื่อสบเข้ากับสายตาของเขา เธอก็ดูเหมือนจะร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย ริมฝีปากเล็กสีชมพูนั้นค่อยๆ เปิดออกเล็กน้อย ราวกับอยากจะพ่นลมหายใจ แต่ก็กลับไม่ได้พ่นออกมา ทำให้ผู้คนยิ่งรู้สึกหลงใหล อยากจะเข้าไปจูบปากเล็กน่ารักนั่น
ดวงตาของเธอกลอกไปกลอกมา ราวกับกวางน้อยที่ถูกทำให้ตกใจกลัว ไม่รู้ควรจะทำอย่างไรดี อีกทั้งยังขยับไม่ได้
มุมปากของหรงหลิงค่อยๆ ยกขึ้นน้อยๆ เป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้พบเหยื่อที่น่าสนใจเช่นนี้! แต่ว่า...ดูแล้วเธอยังเด็กนัก...ยังไม่น่าจะโตขนาดนั้น
เขาที่หยุดฝีเท้าลง ทำให้คนที่เดินตามมานั้นสนใจ ทุกคนมองออกไปด้านนอกด้วยความรู้สึกแปลกใจ เป็นอะไรกันแน่ที่ทำให้ท่านประธานหรงผู้สูงส่งพูดน้อยคนนี้สนใจได้ ตอนนั้นเอง ผู้ชายคนหนึ่งก็หันหน้ามองไปมองมาอย่างรีบร้อนจนเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ในใจก็รู้สึกยินดีขึ้นมา แล้วหันกลับมามองประธานหรงที่หยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง ใบหน้าก็ปรากฏความยินดีขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ชายวัยกลางคนแทรกตัวเข้ามาอย่างอาจหาญ เพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็เดินเข้ามาถึงตรงหน้าของหญิงสาวแล้ว เขายิ้มตาหยีพลางจูงมือของสาวน้อยคนนั้น “เมิ่งเมิ่ง มัวแต่ยืนทำอะไรตรงนั้น รีบออกมามาหาท่านประธานหรงเร็วเข้า!”
ไม่รอคำอธิบาย ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ดึงร่างของหลินเมิ่งให้ออกมาข้างหน้า ออกแรงดันร่างของเธอให้ไปอยู่ตรงหน้าของหรงหลิง เธอก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ในใจกระวนกระวาย จึงทำให้ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อชายวัยกลางคนออกแรงดันอีกครั้ง ก็ทำให้เธอไม่สามารถทรงตัวได้ ร่างจึงถลาไปข้างหน้าทันที
“อ๊ะ......”
เธอส่งเสียงต่ำออกมา ดวงตาที่หลุบลงทันใดนั้นก็เบิกกว้างขึ้น เป็นเพราะว่าตอนนี้สิ่งที่เธอล้มใส่นั้นคือแผ่นอกของผู้ชายคนที่มองเธอเมื่อครู่นี้
หรงหลิงยังไม่ทันยื่นมือออกไปรับเธอ เธอก็ดูราวกับกระต่ายตัวน้อยที่ตื่นตกใจ รีบร้อนผลักแผ่นอกของเขาออกแล้วยืนขึ้น พูดขอโทษออกมาไม่หยุด “ขอโทษค่ะ...ขอโทษค่ะ.....”
เสียงของเธอไพเราะอย่างนึกไม่ถึง ฟังดูราวกับเสียงนกร้องอย่างไรอย่างนั้น ฟังแล้วทำให้ผู้คนรู้สึกเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เธอก้มหน้าลง เผยให้เห็นลำคอขาวเนียนดุจรากบัว ทั้งขาวทั้งเล็ก อีกทั้งราวกับว่ามีกลิ่นหอมละมุนโชยออกมา เขาค้นพบว่าลำคอของเธอ รวมไปถึงแผ่นหลังของเธอนั้น ขาวเนียนเหมือนกับส่วนของใบหน้า ดูนุ่มนวลมีเสน่ห์
ชายวัยกลางคนที่ได้เห็นภาพฉากที่เหนือความคาดหมายของเขา อีกทั้งยังสมบูรณ์แบบเพอร์เฟคเช่นนี้ มุมปากพลันผุดรอยยิ้มขึ้น แล้วแกล้งทำเป็นเอ่ยคำขอโทษกับหรงหลิง “ท่านประธานหรง ต้องขอโทษด้วยครับ ลูกสาวผมก็เป็นอย่างนี้ พบคนแปลกหน้าก็รู้สึกตื่นเต้น คนจิตใจกว้างขวางอย่างคุณอย่าได้เก็บเอามาใส่ใจเลยนะครับ!”
“ไม่หรอก” หรงหลิงรีบตอบออกไปทันที น้ำเสียงที่ใช้ก็เบามาก เขาก็ทำให้หญิงสาวที่เหมือนกับกวางน้อยคนนี้ตกใจแล้วเช่นกัน รู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองก็ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่อาจจะ...เป็นเพราะว่าอยู่ๆ เขาก็ได้พบกับหญิงสาวที่ตรงกับใจของเขาก็ได้
หลินเมิ่งรีบเงยหน้าขึ้นมาในทันที มองเขาด้วยความแปลกใจ
ท่านประธานหรง!? เป็นเขาเหรอ!? ดูเด็กมากเลยนะ ดูเหมือนว่าอายุยังจะไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ!
เธอยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ ทำให้ทั้งสองมองเห็นใบหน้าของกันและกันได้อย่างชัดเจน
เธอเบิกดวงตาที่เต็มไปด้วยม่านหมอกนั่นจ้องมองไปที่เขา ดวงตาที่แทบจะหยดหยาดน้ำตาลงมาอย่างน่าสงสาร ตอนนั้นเองเขาถึงจะเห็นว่าดวงตาคู่นั้นของเธอรียาวเป็นอย่างมาก ท่ามกลางขนตางอนยาวราวพัดคลี่นั้นทำให้ดวงตายาวรีคู่นั้นมีเสน่ห์อย่างน่าดึงดูดมากขึ้นไปอีก ทำให้เขานึกถึงปีศาจจิ้งจอกที่มักจะพบได้ในนิยายจีนโบราณแนวแฟนตาซีทั่วไป!
ดวงตาที่ใสซื่อทว่ามีเสน่ห์อย่างไม่รู้ตัว ใบหน้างดงามราวกับหยก ริมฝีปากแดงที่ขบกัดกันน้อยๆ ราวกับอยากจะพูดออะไรออกมานั้นปรากฏเด่นชัดท่ามกลางกลุ่มผมสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก ใบหน้าที่ปรากฏขึ้นในสายตาของหรงหลิงยามนี้ ทำให้เขานึกถึงคำสามคำขึ้นมา...งาม เย้า ยวน
ความบริสุทธิ์และความเย้ายวนต่างก็รวมอยู่ในร่างของคนคนเดียว ก็คือเธอคนนี้ ถ้าหากว่าเธออยู่ในสมัยโบราณล่ะก็ เกรงว่าคงจะได้รับการเลี้ยงดูทะนุถนอมเป็นอย่างดีแน่ๆ ยามที่เป็นสาวน้อย คงถูกเก็บตัวอยู่ในห้องหอไม่ให้ผู้ใดได้พบเห็น ยามที่ออกเรือน ก็ต้องเป็นเอก ไม่มีทางที่จะเป็นรองให้ผู้ใด แต่เมื่ออยู่ในยุคปัจจุบันที่เป็นสังคมวัตถุนิยมเช่นนี้ ก็กลัวแต่ว่าเธอจะถูกผู้คนกลืนไปเสียแล้ว!
หลินป้าว ชายวัยกลางคนผู้นั้นพึงพอใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นหรงหลิงจ้องมองหลินเมิ่งด้วยความสนใจ จึงพูดขึ้นยิ้มๆ ว่า “ท่านประธานหรง คุณเพิ่งจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้าอย่างนั้นให้ลูกสาวของผมเมิ่งเมิ่งไปเดินเล่นเป็นเพื่อนคุณไหมครับ เธอก็คุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างมาก ฮ่าๆ......”
พูดไปก็พลางดันร่างของหลินเมิ่งให้ไปข้างหน้าอีกก้าว ผลักร่างของเธอจนเข้าสู่อ้อมกอดของเขา นัยยะของการกระทำนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว ร่างของหลินเมิ่งยิ่งสั่นรุนแรงมากขึ้น ริมฝีปากบางก็เริ่มสั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ ดูเหมือนดอกไม้สองดอกที่กำลังสั่นไหวไปด้วยหยาดน้ำฝนยามค่ำคืน ทั้งดูน่ารักและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน
หรงหลิงมองหลินป้าวครู่หนึ่ง รับข้อเสนอจากชายที่มีรอยยิ้มประจบประแจงและดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารนาอย่างหลินป้าวด้วยความดูแคลน หลินป้าวคนนี้ คงหวังตำแหน่งจากเขาสินะ!? ย่าตงกรุ๊ปที่อยู่ภายใต้ชื่อของเขาต้องการที่จะเปิดตลาดในเมือง J เพื่อสร้างฐานการลงทุนที่แข็งแรง ในขณะเดียวกันก็ต้องการสร้างอำนาจที่ยิ่งใหญ่ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างหลินป้าวคนนี้ แน่นอนว่าการที่เขายื่นข้อเสนอออกมาเช่นนี้ก็คงเพราะต้องการผลประโยชน์ ลูกสาวของเขาคนนี้คงถูกส่งมาเพื่อเป็นของกำนัลแน่! เรื่องที่มอบลูกสาวให้ในวงการธุรกิจก็ถือเป็นเรื่องที่ปกติทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่ผู้หญิงคนนี้ อ้อ ไม่สิ ควรจะพูดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ เป็นลูกสาวแท้ๆ ของหลินป้าวอย่างนั้นเหรอ?
“เธอชื่ออะไร” เขาถามขึ้น
น้ำเสียงของเขามีทั้งความสุขุมและนุ่มลึก ให้ความรู้สึกราวกับไวน์องุ่นชั้นดี ที่ทำให้ผู้คนหลงใหลมัวเมาได้อย่างง่ายดาย
หลินเมิ่งเลียริมฝีปากของตัวเอง กดเก็บความกระวนกระวายไว้ในใจ ตอบออกไปด้วยเสียงเบาว่า “หลินเมิ่ง แซ่หลินที่แปลว่าต้นไม้ เมิ่งที่แปลว่าความฝันค่ะ”
เขายิ้มออกมาน้อยๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เป็นการแนะนำตัวที่น่ารักดี
“ลูกสาวของคุณน่ารักดี” เขาชายตามอง แล้วพูดกับหลินป้าว
ใบหน้าของหลินป้าวพลันเป็นประกายสดใส หัวเราะฮ่าๆ ออกมา
สายตาเห็นหรงหลินก้าวเดินออกไปแล้ว หลินป้าวจึงรีบร้อนดันร่างของหลินเมิ่งออกไป หลินเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ทำให้หลินป้าวต้องจ้องมองเธออย่างเงียบๆ ทำท่าบุ้ยปากไปทางที่หรงหลิงเดินออกไป หลินเมิ่งถึงได้ส่งเสียง “อ่า” ออกมาต่ำๆ เสียงหนึ่ง ราวกับเพิ่งตื่นขึ้นมาจากความฝัน เท้าเล็กๆ รีบก้าวเดินตามเขาไป
เมื่อได้ยืนเสียงฝีเท้าถี่ๆ ที่เดินตามหลังมา มุมปากของหรงหลิงก็ยกขึ้นน้อยๆ ดวงตาทั้งคู่ซ่อนเร้นด้วยประกายลึกลับ ซึ่งดูขัดกับโครงหน้าคมสง่างามของเขาอย่างชัดเจน ประกายตาที่ทำให้คนต้องตกตะลึง ในนั้นยังแอบซ่อนไว้ด้วยแววดุร้ายของสัตว์ป่า สัตว์ป่าที่เตรียมพร้อมเผยกรงเล็บออกมาได้ทุกเมื่อ!
คนที่เหลือนั้นก็ยังไม่ได้เดินตามมา ในใจของทุกคนต่างก็รู้ดีถึงตัวตนของเด็กสาวคนนั้น!
เมื่อหรงหลิงออกมาจากประตูคลับแล้ว รถลีมูซีนสีดำสนิทเป็นประกายคันหนึ่งก็ค่อยๆ ขับมาหยุดลงตรงหน้าของเขา ลูกน้องคนสนิทลงมาจากรถเปิดประตูให้ เมื่อเห็นเขาเข้าไปในรถแล้ว คนผู้นั้นจึงจะปิดประตูลงตามความเคยชิน แต่กลับเห็นมือของเขาผลักมันออกมาเสียก่อน เช่นนั้นจึงได้แต่นิ่งอึ้งไป รีบชักมือกลับ ยืนอยู่ข้างตัวรถด้วยความเคารพ สายตาจับจ้องตรงประตูทางเข้าของคลับนั้น
ตอนนั้นเองที่เขาเห็นเด็กสาวที่มีหน้าตางดงามราวกับออกมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ในยุค 1960 – 1970 ท่าทางทั้งหมดของเธอดูสง่างามและไว้ตัวราวกับมาจากชนชั้นสูง ในใจของติงจงตกตะลึง รีบร้อนยืนตัวตรง ก้มหน้าก้มตาลง ขับไล่ความรู้สึกหลงเสน่ห์ออกไป และรวมรวมสติรอรับการมาของหลินเมิ่ง
ตอนนั้นเอง หลินเมิ่งก็ได้มาหยุดอยู่ข้างหลังของหรงหลิงโดยไม่รู้ตัวแล้ว
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาทีละก้าวๆ ด้วยความลังเล ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่ในรถด้วยท่วงท่าสบายๆ ไม่หันมามองเธอเลยแม้แต่น้อย ทำให้เห็นเพียงแค่ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาของเขา แต่ความหล่อนั้นไม่ได้หล่อตามแบบฉบับอุดมคติทั่วไป แต่เป็นความหล่อที่ออกมาจากข้างใน หล่อแบบคนที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หล่อแบบมีความสง่าอยู่ในนั้น นี่เป็นคำพูดที่พ่อของเธอพูดถึงหรงหลิง คนที่เธอ...จะต้อง...แต่งงานด้วย! ความหล่อของเขานั้นทำให้เธอคาดไม่ถึง และเหนือความคาดหมายของเธอไปมาก แต่ว่าคิ้วคมเข้มของเขา ดวงตาที่สะกดผู้คนของเขา และยังริมฝีปากที่ได้รูปของเขา ทั้งหมดนั่นทำให้ใจของเธอสั่นไหวเสียแล้ว!
กลัว...เธอ...กลัวเขามาก
เมื่อรู้สึกได้ถึงความกลัว เธอจึงคิดอยากจะหันหลังกลับ หลังจากนั้นก็เตรียมจะก้าวเดินออกไป ราวกับอยากจะวิ่งออกมาจากที่ตรงนั้นให้ไวที่สุด
แต่ว่า...พ่อ......
เธอเดินเข้าไปใกล้เขาด้วยความลังเลและจิตใจที่ไม่สงบ ใกล้เสียจนห่างจากเขาไม่ถึงครึ่งเมตร ประตูรถยังเปิดไว้รอเธออยู่ ผู้ชายคนนั้นก็ยังคงไม่หันหน้ามามองเธออยู่ดี เขามองตรงไปข้างหน้า ราวกับว่ามีอะไรอยู่ตรงนั้น และราวกับว่ามันไม่มีอะไรอยู่ ปลายจมูกโด่งเป็นสันทำให้เขาดูเป็นคนเก็บตัวและเย็นชา เขาดูเหมือนองค์ชายผู้สูงศักดิ์ที่กำลังเผชิญหน้ากับนางกำนัลด้วยท่าทีสบายๆ เขาไม่มองมาที่เธอเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่ได้เก็บมาใส่ใจตั้งแต่แรก ราวกับว่าเขากำลังให้โอกาสนางกำนัลได้เลือก แต่ในความเป็นจริงแล้ว นางกำนัลอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เลือก สิ่งที่เธอต้องเลือกมีเพียงเขาเท่านั้น!
เธอกัดริมฝีปากน้อยๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก้มตัวลงแล้วเข้าไปในตัวรถลีมูซีนที่ดูหรูหรานั่น ขาอีกข้างยังคงอยู่นอกตัวรถ เผื่อที่จะเปลี่ยนใจจากไปได้ทัน แต่ก็กลับถูกแรงของเขาดึงกลับมา ในช่วงเวลาที่เธอกำลังสับสนอยู่นั้น เธอก็ถูกเขากดไว้ใต้ร่างอย่างยังไม่ทันได้รู้ตัว
“ปัง......”
เสียงปิดประตูรถดังขึ้น
ทันใดนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็สัมผัสเข้ากับริมฝีปากของเธอ ก่อนจะบดบี้มันอย่างรุนแรง เขายิ้มออกมา แย้มริมฝีปากที่งดงามราวสัตว์ป่านั่น เขี้ยวคมขาวขยับเล็กน้อย น้ำเสียงที่เย็นสุขุมราวกับน้ำแข็งดังขึ้นจนทำให้คนตกใจกลัว
“เมื่อขึ้นรถคันนี้แล้ว เธอก็ไม่มีทางให้ถอยแล้ว!”
ดวงตาของเขาล้ำลึกและเป็นประกายอย่างมาก รอยยิ้มที่ดูราวดั่งปีศาจร้ายกำลังกระหายนั้น ไม่จำเป็นต้องปกปิดอีกต่อไป
เธอตกตะลึงจนต้องหลุบตาลงมองต่ำ ร่างสั่นน้อยๆ ดวงตายาวรีฉาบไปแววกระวนกระวาย อีกทั้งลูกตาดำสนิทคู่นั้นยังกลอกไปมาอย่างหลุกหลิก ชั่วครู่นั้นทำให้เธอดูเย้ายวนเป็นอย่างมาก
“มีใครเคยพูดไหมว่า เธอสวยราวกับปีศาจ?”
ร่างของเธอสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรงในทันใด ริมฝีปากแดงเผยอออกน้อยๆ ยังไม่ทันที่จะได้ตอบคำถาม เขาก็แนบกายเข้ากับร่างของเธอ จูบหนักๆ ลงบนริมฝีปากของเธอ ประทับแนบแน่น แต่กลับไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย ร่างที่สั่นไหวของเธอเริ่มรุนแรงมากขึ้น ดูราวกับสาวน้อยน่ารักที่ยังบริสุทธิ์ ดวงตาปิดแน่น แต่เพียงแค่ดูจากเปลือกตาที่ขยับไปมาก็รู้ได้ว่าลูกตาคู่นั้นขยับเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง
เธอกำลังหวาดกลัว?!
หรงหลิงหัวเราะเสียงต่ำออกมาเล็กน้อย เมื่อเขาหัวเราะ แรงสั่นสะเทือนก็ส่งตรงไปที่ปากของเธอ เพราะริมฝีปากของทั้งสองกำลังแนบสนิทกัน ทำให้ริมฝีปากบางของเธอสั่นไหวตามไปด้วย สัมผัสนุ่มนิ่มถูกส่งไปที่ริมฝีปากของเขา นุ่มนวล หวานล้ำ และน่ารัก!
ตอน 2
บทที่2-สปาร์ค
มือของหลินเมิ่งถูกเขาจับจูงไว้ เดินผ่านประตูใหญ่อันแสนหรูหราของโรงแรมอวี้จิ่น ผ่านล็อบบี้ของโรงแรมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยหรูงดงาม
ผู้จัดการยืนโค้งคำนับอยู่ที่ด้านหน้า กล่าวต้อนรับขึ้น “คุณชายหรง...”
เขาเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆ แล้วลากเธอเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่ได้หยุดฝีเท้าลง
เดินผ่านล็อบบี้ใหญ่ แล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์ ลิฟต์เคลื่อนตัวไปชั้นบนสุดของโรงแรมถึงได้หยุดลง ประตูลิฟต์เปิดออก สิ่งที่เข้าสู่สายตาเป็นอันดับแรกนั่นก็คือพรมสีแดงหรูหราที่ทอดตัวไปตามทางเดินจนไม่เห็นจุดสิ้นสุด
มือของเขาแห้งสาก ในขณะที่มือของเธอนั้นเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ทั่วทั้งร่างรู้สึกร้อนรุ่มได้วยความกระวนกระวาย แต่มือเล็กกลับเย็นเฉียบราวกับเพิ่งแช่น้ำแข็งมา ตั้งแต่แรกเธอก็ไม่กล้ามองเขา ได้แต่คาดเดาจากมือที่สัมผัสกัน และการก้าวเดินที่สงบนิ่งของเขาว่าเขาคงสงบกว่าเธอมากๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ ในสายตาของเขาแล้วก็เป็นเรื่องปกติราวกับการทานอาหารหนึ่งมื้อเท่านั้นเอง
ในรถนั้น เขาทำเพียงแค่จูบเธอ แนบริมฝีปากลงมาโดยที่ไม่ขยับเช่นนั้น ราวกับอยากจะลิ้มรสของริมฝีปากของเธอ ไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็ผละร่างออกไป ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ แล้วเอนหลังลงอย่างเกียจคร้าน ค่อยๆ หลับตาลง ราวกับว่าสำหรับเขาแล้ว เธอมีเสน่ห์เพียงแค่ให้เขาลิ้มลองเท่านั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงจะดีแล้ว แต่ว่าเธอก็ยังคงรู้สึกกลัวอยู่ดี ท่าทางที่เขาแสดงออกมานั้นก็ดูจะไม่ได้สนใจเธอมากมายเท่าไหร่นัก ถ้าอย่างนั้นธุรกิจของคุณพ่อ...
ในขณะที่เธอกำลังคิดอย่างวุ่นวายสับสนอยู่นั้น ประตูก็เปิดออก และก็ปิดลงเรียบร้อยแล้ว
เธอเดินตามเข้าไปด้านในอย่างอึ้งๆ ตอนที่ก้าวเข้าไปในห้องโดยที่ยังไม่ได้สตินั้น ก็ถูกเขาผลักร่างเข้ากับประตูห้องอย่างรุนแรง เมื่อร่างปะทะเข้ากับประตูแข็งๆ นั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเจ็บขึ้นมาในทันใด เธอขมวดคิ้ว เขาประทับร่างเข้ามาแล้ว ร่างที่สูงใหญ่นั้นราวกับเป็นร่างของสัตว์ป่าหนักๆ กดทับมาที่ร่างของเธอ ริมฝีปากที่เย็นเฉียบเล็กน้อย นำพามาด้วยความรู้สึกร้อนรุ่มประทับลงมาบนริมฝีปากของเธอในทันที ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เขาทำเพียงแนบริมฝีปากลงมาแต่ไม่ขยับ แต่ครั้งนี้มันรุนแรงมาก
สองสัมผัสที่แตกต่างกันนั้น ทำให้เธอรู้สึกสับสนมึนงง รับมือกับเขาไม่ทัน! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่นี้เธอยังเดินตามหลังเขามาอยู่ดีๆ ไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้เขาถึงได้ประทับร่างลงมาอย่างเร่าร้อน และจูบเธออย่างบ้าคลั่งแบบนี้ล่ะ!
เธอ...ไม่ยินยอม! เธอรู้สึกกลัวเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้! เธอกลัว เธอไม่อยาก เธออยากจะพังประตูแล้ววิ่งหนีออกไป อยากจะขอร้องให้เขาปล่อยเธอไป อยากให้เขาไม่เอาเรื่องเธอ......
การดิ้นรนของเธอ สำหรับร่างกายสูงใหญ่ที่ออกกำลังมาโดยตลอดของเขาแล้ว มันช่างไร้เรี่ยวแรงอย่างน่าสงสาร และทุกครั้งที่เธอดิ้นรนนั้นกลับเป็นการทำให้ทั้งสองร่างเสียดสีเข้าด้วยกันมากขึ้น ทำให้ร่างของเขาตื่นตัวขึ้นมาแล้ว...
เขาต้องการเด็กผู้หญิงคนนี้ นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ ความปรารถนาของเขาได้แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาแล้ว หัวใจของเขาก็ได้บอกเขาอย่างชัดเจน แต่การที่เขาต้องอดกลั้นตอนที่อยู่ในรถนั้น เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาไม่อยากทำให้เธอตกใจ และสองเขาเคยชินที่จะกลืนกินของอร่อยอย่างช้าๆ เขาไม่อยากเป็นเหมือนเสือผู้หญิงที่ใจร้อน ที่จับเธอกินอย่างตะกละตะกลามบนรถนั่น แต่เขาอยากจะเล่นกับเหยื่อของเขาในห้องที่ปราศจากผู้คนรบกวน ค่อยๆ ทำให้เธอเป็นของเขาอย่างช้าๆ
เด็กผู้หญิงคนนี้ราวกับดูมีเสน่ห์เย้ายวนออกมาจากข้างใน เขากัดลงบนริมฝีปากบางของเธอหนักๆ อีกครั้ง แล้วค่อยๆ ย้ายไปจู่โจมที่ปลายคางเรียวเล็กของเธอ
การดิ้นรนของเธอ แน่นอนว่าไม่ใช่การยั่วยวน ไม่ใช่การเสนอตัวให้เขา เธอต้องการที่จะปฏิเสธเขาจริงๆ เธอดันร่างของเขาออก สองมือของเธอทุบตีไปที่ร่างของเขา ปลายคางของเธอส่ายไปมาอย่างรุนแรง จนในที่สุดมันก็กระทบเข้ากับฟันของเขา ในขณะที่เธอร้องเสียงต่ำออกมาด้วยความเจ็บปวดนั้น ก็เหมือนกับเป็นการเปิดโอกาสให้เขาหยุดการกระทำของเธอลง
เขาบีบคางของเธอ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น
เขามองสำรวจใบหน้านั้นอย่างละเอียด ใบหน้านั้นก็ยังคงขาวละเอียดราวกับหยกเหมือนเช่นเคย แต่สีแดงซ่านที่อยู่บนใบหน้านั้น กลับทำให้ดูเหมือนถูกเผาด้วยไฟร้อนๆ อย่างไรอย่างนั้น ดวงตาคู่นั้นที่ราวกับมีน้ำรื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้มันดูแวววาวขึ้นมา ฟันที่เรียงตัวสวยนั่นขบกัดเข้าที่ริมฝีปากที่ถูกเขาจูบจนบวมแดง ท่าทางดื้อดึงและไม่เชื่อฟัง กลับยิ่งทำให้เธอดูสวยมากขึ้น สวยเสียจนทำให้ผู้คนตกตะลึง มีเสน่ห์จนทำให้ผู้คนต้องติดกับ
เธอเป็นราวกับปีศาจที่ทำให้ผู้คนรู้สึกบ้าคลั่ง!
“ไม่อยาก?” เขาก้มหน้าลง เอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยเสียงต่ำ น้ำเสียงของเขายังคงหนานุ่มทำให้ผู้คนหลงใหลมัวเมา แต่กลับฉาบไปด้วยความรู้สึกเยียบเย็น
เธออึ้งไปเล็กน้อย อาการดิ้นรนขัดขืนพลันหยุดลง
เขาออกแรงกัดลงบนริมฝีปากของเธอเล็กน้อย ถอนขาของตนเองออกมา และปล่อยมือที่ยึดต้นแขนของเธอออกด้วยเช่นกัน
เมื่อไม่มีเขาที่ช่วยพยุง ร่างของเธอก็แทบจะอ่อนยวบลงไปตามบานประตูทันที แต่เธอยังยื่นมือออกไปค้ำกับบานประตูด้านหลังอย่างยากลำบาก ทำให้ร่างยังไม่ถึงกับทรุดฮวบลงบนพื้น เทียบกับร่างสูงใหญ่ของเขาแล้ว เธอที่เป็นเช่นนี้ก็ดูช่างตัวเล็กบอบบางอย่างเห็นได้ชัด ร่างที่สูงใหญ่ของเขา เมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟที่สาดส่องเช่นนี้ เงาของเขาก็แทบจะปกคลุมร่างของเธอได้มิดแล้ว ทำให้เธอที่อยู่ภายใต้เงาร่างของเขาไร้ซึ่งหนทางหลบหนี เหมือนกับว่าเธอได้ถูกเงาร่างนี้ตามติดเสียแล้ว
เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สองมือกอดอก สายตามองประเมินเธออยู่ครู่หนึ่ง
เป็นเพราะว่าการดึงรั้งของเขา ทำให้เสื้อเชิ้ตของเธอดูไม่ค่อยเรียบร้อยอย่างที่เคย จนเผยให้เห็นไหล่เนียนออกมาเกินครึ่ง ท่าทางที่ไม่ได้ตั้งใจนั้นกลับทำให้เธอดูสวยงามเป็นอย่างมาก
เธอไม่กล้าที่จะยื่นมือไปจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะสายตาที่เขาจ้องมองมามันช่างเย็นเยียบ จนทำให้ใจของเธอสั่นกลัว
“เธอไม่รู้เหรอว่าเธอมาที่นี่เพราะอะไร?” น้ำเสียงของเขาก็เหมือนกับสายตาของเขาในตอนนี้ มันช่างเย็นชา และเต็มไปด้วยความรู้สึกทิ่มแทง “ก่อนหน้าที่เธอจะมา ไม่มีใครบอกเธอเหรอว่าเธอควรจะต้องทำอะไร?”
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับ ไม่หันมามองเธออีก ราวกับว่าแรงดึงดูดของเธอที่มีต่อเขาได้หยุดลงเพียงเท่านี้แล้ว
หัวใจของเธอบีบรัด อยากจะพูดออกไปว่า อย่า...
แต่เธอทำได้เพียงจ้องมองเขาที่ถอดเสื้อสูทออกด้วยท่าทางไม่เร่งรีบ หลังจากนั้นก็ปลดเนคไท ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกด้วยท่าทางสง่างาม จนเผยกล้ามเนื้อที่สวยงามและเต็มไปด้วยพละกำลังนั้นออกมาให้เห็น
หลังจากนั้นร่างกายเปลือยเปล่าของเขาก็ก้าวเข้าไปในห้องน้ำ ทำราวกับว่าในห้องนี้ไม่มีเธออยู่ ปิดประตูลง ได้ยินเสียงน้ำดังออกมาจากในห้องนั้น เขากำลังอาบน้ำ!
ท่าทีสบายๆ ของเขานั้น มันทำให้เธอรู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก!
ร่างของเธออ่อนยวบ ทรุดฮวบลงบนพื้นอย่างรุนแรง น้ำตาไหลออกมาอย่างเลื่อนลอย!
ตอน 3
บทที่3-ไร้ทางหนี
พ่อบอกกับเธอว่า “เมิ่งเมิ่ง พ่อเลี้ยงแกมาหลายปีขนาดนี้ ไม่ง่ายเลยที่จะสรรหาสิ่งดีๆ มาให้แก ตอนนี้พ่อต้องการความช่วยเหลือจากแก แกจะตอบแทนพ่อได้ไหม......”
หลินป้าว พ่อของหลินเมิ่งเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พอจะมีหน้ามีตาอยู่บ้าง มีบริษัทก่อสร้างเป็นของตัวเองอย่างพอที่จะเลี้ยงตัวไปได้ และมีชื่อเสียงในเมือง J อยู่บ้าง ที่รัฐบาลเปิดทางให้ย่าตงกรุ๊ปเข้ามาลงทุนในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการหาพื้นที่ที่จะก่อสร้างสิ่งที่ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจ หลินป้าวเองก็ไม่ต้องการอะไรมาก เขาเพียงแค่ต้องการอาศัยโอกาสนี้ยืดชีวิตของตัวเองออกไปอีกหน่อย ในขณะเดียวกันก็ต้องการทำให้บริษัทของตัวเองโด่งดังมากขึ้น เพื่อที่หลังจากนี้จะได้ยกระดับธุรกิจของตัวเองขึ้นไปอีกระดับ
หลินป้าวรู้ดีว่า ย่าตงกรุ๊ปเป็นบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงติดอันดับหนึ่งในห้าสิบมาอย่างยาวนาน เขาคงไม่เห็นบริษัทเล็กๆ เช่นนี้อยู่ในสายตาแน่ เช่นนั้นเขาก็มีเพียงแต่ต้องคิดหาวิธีอื่นแล้ว เขาได้ยินมาว่า CEO หนุ่มของตงย่ากรุ๊ปที่มาในครั้งนี้เป็นคนที่มีอำนาจรับผิดชอบในเรื่องการลงทุนที่เมือง J ถ้าหากเขาสามารถจัดการ CEO คนนี้ได้อยู่หมัด เขาก็จะมีชีวิตรอดต่อไปได้แล้ว
หรงหลินมีทั้งอำนาจมีทั้งเงิน เขาไม่มีอะไรที่ขาดเลยแม้แต่น้อย หากเขาต้องการอะไรไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากก็จะมีคนรีบร้อนจัดหาสิ่งเหล่านั้นมาให้เขาเพื่อที่จะต้องการเอาอกเอาใจแล้ว หลินป้าวที่ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ดังนั้นเขาถึงได้ตั้งใจส่งลูกสาวของตัวเองไปแทน ลูกสาวของเขาคนนี้อย่างน้อยก็เป็นสาวสวยที่หลินป้าวเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ทะนุถนอมมาเป็นพิเศษ ไม่มีทางที่เธอจะไปข้องเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวอะไรพรรค์นั้นได้ ลูกสาวของเขาคนนี้เป็นสิ่งที่เขาเก็บไว้เพื่อจะนำมาใช้ในยามลำบาก และวันนี้ก็ถึงแวลาที่จะใช้เธอแล้ว
ในปีนั้น แม่ของเธอได้หนีไปกับหัวหน้าคนงาน แล้วได้ทิ้งลูกสาวเอาไว้ให้เขา เพราะเหตุนี้ภรรยาหลวงของเขาถึงได้โวยวายอยู่เกือบหนึ่งเดือนเต็ม แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังเก็บลูกสาวคนนี้เอาไว้ อีกทั้งยังให้เธออยู่ในบ้านต่อ ตอนนั้นเขาจินตนาการได้เลยว่าลูกสาวคนนี้ของเขาต้องงดงามเหมือนกับแม่ของเธอแน่ แต่สิ่งที่เหนือไปจากความคาดหมายของเขาก็คือเธอเติบโตขึ้นมาสวยกว่าแม่ของเธอเสียอีก งดงามเสียจนน่าตกใจ ถ้าหากว่าเขาไม่เข้มงวดกับเธอมาโดยตลอดเกรงว่าเธอคงจะหอบผ้าหนีตามไอ้ผู้ชายสารเลวหน้าไหนก็ไม่รู้ไปแล้ว!
เพราะว่าหลินเมิ่งเป็นลูกแท้ๆ ของเขา ดังนั้นหลินป้าวก็จึงรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ต้องผลักเธอลงไปในนรก แต่หากอยากจะประสบความสำเร็จก็ต้องใจเหี้ยม หลินป้าวเองก็ไม่ได้ขาดลูกสาว การใช้ลูกสาวคนสวยของตัวเองแลกกับธุรกิจชิ้นใหญ่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่าแล้ว! เมื่อเห็นหลินเมิ่งเติบโตขึ้นอย่างสวยงามทุกวันๆ หลินป้าวก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาบ้างแล้ว รู้อย่างนี้ตอนวัยรุ่นเขาน่าจะเลี้ยงดูผู้หญิงให้มากกว่านี้ หลังจากนี้พวกเธอจะได้มอบลูกสาวให้กับเขามากหน่อย
เรื่องไร้สาระไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ดูอย่างเรื่องในวันนี้ก็ได้ ก่อนที่หลินเมิ่งจะมานั้น พ่อของเธอก็ได้ย้ำนักย้ำหนาว่าให้เธอดูแลเขาให้ดีๆ ตอนนี้ไม่ว่าหรงหลิงต้องการอะไร หรือต้องการให้เธอทำอะไร เธอก็ไม่อาจต่อต้านได้ หลินป้าวบอกหลินเมิ่งออกไปตรงๆ แม้กระทั่งว่าถ้าหากเขาให้เธอขึ้นเตียงกับเขาเธอก็ต้องทำ
หลินเมิ่งไม่รู้ว่าถ้าหากเป็นพ่อของอื่น เขาจะพูดกับลูกสาวของตัวเองแบบนี้หรือเปล่า ตอนที่เธอได้ยินพ่อพูดกับเธออย่างนั้น สมองของเธอก็พลันว่างเปล่า ในบ้านหลังนี้เดิมทีตัวตนของเธอก็น่าอับอายอยู่แล้ว เด็กที่เกิดจากคู่นอนนอกบ้านคนหนึ่ง เด็กที่แม้กระทั่งแม่ของตัวเองไม่ต้องการ และจะหวังให้ภรรยาหลวงของหลินป้าวกระทำกับเธอดีๆ ได้อย่างไรกัน
เมื่อเทียบกับเด็กกำพร้าที่ไร้บ้านพวกนั้นแล้ว หลายปีมานี้ความเป็นอยู่ของเธอก็นับว่ามีกินมีใช้ ไม่ได้ขาดเหลืออะไรนัก นี่ก็นับว่าดีมากแล้ว ดังนั้นเมื่อพ่อของเธอต้องการให้เธอตอบแทน เธอก็ต้องก้มหน้ายอมรับทั้งน้ำตา
เสียงสายน้ำดังออกมาจากในห้องน้ำอย่างไม่ขาดสาย ผ่านกระจกฝ้านั้นสามารถเห็นร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ในนั้นได้ จนกระทั่งสามารถรับรู้ได้ว่ารูปร่างของผู้ชายคนนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
คืนนี้ ไม่มีทางให้เธอถอยอีกแล้ว! ถ้าเธอกลับไปทั้งแบบนี้ คุณพ่อได้อาละวาดเธอแน่ ส่วน “คุณแม่” ก็คงต้องต่อว่าเธออย่างหนักว่าเธอมันเป็นคนไร้ประโยชน์ แค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังจัดการไม่ได้!
เธอมีแต่เพียงต้องเอาตัวเข้าแลกแล้ว......
หลินเมิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ในใจมีความเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย หลังจากนั้นความเจ็บปวดก็ค่อยๆ ถาโถมเข้ามาอย่างช้าๆ
“แกร็ก.....”
ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก หรงหลิงเดินออกมาจากข้างใน ร่างของเขามีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนหนึ่งที่ปิดบังร่างกายส่วนล่างไว้ ร่างกายเกือบเปลือย เดินอาดๆ เข้ามาอย่างไม่ใส่ใจ ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ คนหนึ่ง สวรรค์ช่างลำเอียงเกินไปแล้ว ให้ชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมด้วยเงินทองเช่นนี้กับเขายังไม่พอ ยังมอบใบหน้าที่ทำให้หญิงสาวมากมายต่างก็ต้องหลงใหล ยิ่งไปกว่านั้นคือร่างกายที่ทำให้สาวๆ ต่างก็ต้องน้ำลายไหลเมื่อได้เห็นนี้ด้วย
ร่างกายที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างยาวนาน ทำให้มันดูสวยงามและสูงใหญ่ ร่างกายของเขาไม่มีไขมันส่วนเกินเลยแม้แต่นิดเดียว กล้ามเนื้อชัดเจน แต่กลับดูไม่มากจนเกินไป ขนาดสมส่วนกำลังดี โดยเฉพาะขายาวคู่นั้นมันดูเรียวยาวแข็งแรงยิ่งกว่านายแบบ อีกทั้งยังทำให้คนใจเต้นนั่นอีก
เขาเอาผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกของตนเองด้วยท่วงท่าสบายๆ ขายาวเปล่าเปลือยเดินย่างออกมาราวกับเสือดาว เดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ เมื่อกวาดสายตามองไปอย่างไม่ใส่ใจก็กลับคาดไม่ถึงว่าจะเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นยังพิงประตูอยู่
ทำไมเธอยังอยู่ที่นี่อีก!?
หรงหลิงขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เขาคิดว่าหลังจากที่เขาปล่อยเธอไปแล้ว กวางน้อยที่ใสซื่อตัวนี้จะต้องรีบหนีไปอย่างแน่นอน เธอยังเด็กและบริสุทธิ์ นี่ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ ตอนที่เขาจูบเธอ เธอดูบอบบางน่าสงสาร ร่างของเธอสั่นเทิ้ม ถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้มือพยุงเธอเอาไว้ คาดว่าเธอคงจะตัวสั่นจนร่างขดเป็นเกลียวแล้ว ทำให้เขาเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนจูบเธอหรือเปล่า?
เธอเป็นผู้หญิงที่ยังไม่เคยผ่านมือใคร จุดนี้เขาไม่ต้องสงสัยเลย
ตั้งแต่อายุ 16 เขาก็ได้ผ่านเรื่องผู้หญิงมาแล้ว ตอนนี้เขาอายุ 28 ผู้หญิงที่ผ่านมือเขานั้นก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ผู้หญิงคนไหนที่ยังเวอร์จิ้นหรือไม่เวอร์จิ้น เขาสามารถมองออกได้แทบจะทันที เพราะว่าเรื่องบางเรื่อง ไม่ว่าจะเสแสร้งอย่างไรก็ยังดูออก หลินป้าวคนนี้เป็นคนใจถึง ลูกสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของตัวเองก็สามารถส่งมาให้เขาได้ อีกทั้งดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ไม่สนใจผู้หญิงที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ และก็ยิ่งไม่อยากจะไปบีบบังคับใคร ถึงแม้ว่าเธอจะสวยจนทำให้เขาใจเต้นเล็กน้อยก็ตามที!
แต่ว่าทำไมเธอถึงยังไม่ไปอีก!? ท่าทางใสซื่อแบบนั้น เธอไม่เหมาะที่จะมาเล่นเกมส์ของผู้ใหญ่แบบนี้เลยด้วยซ้ำ เธอควรที่จะอยู่บนหอคอยงาช้างของเธออย่างสงบสุข เพื่อรอคอยวันหนึ่งที่องค์ชายผู้สง่างามมารับตัวของเธอไป หลังจากนั้นก็มีวันคืนที่แสนสุขด้วยกัน
เขาแค่นหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง ขำให้กับนิทานหลอกเด็กที่ยังไงก็คงไม่มีวันเกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง
“ทำไมเธอยังไม่ไปอีก!?” เขาถามเธอขึ้นเสียงเย็น จนทำให้เธอตกใจกลัว
เธอเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที มองเขาอย่างหวาดกลัวอยู่บ้าง ในใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางแสงไฟที่สลัวรางนั้น ใบหน้าสวยงามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นมา ทำให้ประโยคหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองของเขาทันที...ลิลลี่ขาวกำลังร้องไห้ท่ามกลางสายฝน*
เขาแอบขมวดคิ้วน้อยๆ ทำไมวันนี้เขาถึงได้มีอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมาได้นะ! ดูท่าเขาคงต้องรีบไล่เจ้ากวางน้อยที่กำลังจะถูกเสือขย้ำตัวนี้ออกไปซะแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีอะไรมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขาไม่หยุดแน่!
“เธอกลัวว่าฉันจะขัดทางพ่อของเธออย่างนั้นเหรอ?” เขาคิดออกเพียงแค่ความเป็นไปได้นี้ “สบายใจได้ ฉันไม่สร้างความลำบากให้พ่อของเธอเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก เธอกลับไปบอกพ่อของเธอซะ เรื่องทุกเรื่องจะดำเนินการไปตามขั้นตอนปกติ ถ้าเขาตั้งใจจริงๆ ก็ให้เขาต่อสู้อย่างยุติธรรม”
หลินเมิ่งส่ายหน้า ใช้มือค้ำบานประตูแล้วลุกขึ้นยืนอย่างสั่นเทา นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณพ่อต้องการ เธอไม่สามารถกลับบ้านไปโดยที่เรื่องราวเป็นอย่างนี้ได้
เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้เขา เดินเข้าไปทีละก้าวๆ จนรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันน้อยลงเรื่อยๆ ใจของเธอก็ยิ่งเต้นรัวแรงขึ้น รู้สึกร่างกายบีบรัดจนแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
*ลิลลี่ขาวกำลังร้องไห้ท่ามกลางสายฝน เป็นชื่อเพลง ที่ร้องโดยซุนเยว่