ตอน 2
ชายาเสน่ห
บทที่2 ไร้เจตนาที่ดี
เหลียงซีนกลับเข้าสู่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอีกครั้ง แล้วค้นพบว่าสาวใช้ผู้ที่ออกความคิดผู้นั้นมีเจตนาที่ไม่ดี นางและพระชายาเรองได้สบคบคิดกัน ตั้งใจให้เจ้าของร่างเดิมเชิญพระชายาเรองมาเพื่อที่จะลงโทษทำร้ายร่างกายของนาง แล้วยังเจาะจงพูดบิดเบือนวันเดินทางกลับวังของท่านอ๋อง เพื่อให้ท่านอ๋องกลับมาเห็นความโหดเหี้ยมของเจ้าของร่างเดิมนี้
ดังนั้นนี่คือกลอุบายหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นของพระชายาเรองและคนของนาง เพื่อให้เจ้าของร่างเดิมนั้นโดดลงไป
แต่ใครจะรู้เจ้าของร่างเดิมกลับโดดลงไปตามกลอุบายนั้น ยังจะให้นางที่ข้ามเวลามาเป็นแพะรับบาปแทนอีก
“ขอโทษ เจ้าไม่เหมาะที่จะพูดคำนี้” น้ำเสียงของเฉินเฮ่ายิ่งมีความเยือกเย็นมากขึ้น การเหยียบของเท้าก็ยังไม่ได้หยุดลง เขาเหยียบจนเหลียงซีนแทบจะหมดความรู้สึกไป “มีเพียงต้องใช้ร่างกายนี้ของเจ้าตอบแทนเท่านั้น จึงจะสาสม”
เหลียงซีนเจ็บปวดจนหน้าตาบูดเบี้ยว แต่ก็ยังอยากที่จะสู้แบบหมดหน้าตักกับเฉินเฮ่าต่อไป “ท่านอ๋องทำไมถึงทราบว่า...น้องอินไม่อยากจะฟังคำขอโทษจากข้า...”
เสียงที่พูดออกมาของนางนั้นแผ่วเบาเต็มทีแล้ว เฉินเฮ่าที่เหยียบอย่างรุนแรงลงไปเพียงไม่กี่ครั้งอยู่นั้นก็พลันยกเท้าขึ้น “เป็นเพราะข้าไม่อยากให้เจ้าพบนาง ชั่วชีวิตนี้ เจ้าก็อย่าได้อยากแสดงละครต่อหน้านางอีก”
เขาทิ้งคำตักเตือนที่เย็นชาเอาไว้ แล้วหมุนกายเดินจากไป
เหลียงซีนคิดในใจก่อนที่จะหมดสติลงว่า เฉินเฮ่า ท่านรอข้าฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะ ข้าจะต้องทำให้ท่านได้ลิ้มรสรสชาตินี้เช่นเดียวกับข้า
นางที่ประคองความเจ็บปวดของร่างกายตนเองเอาไว้ไม่ไหว ก็หมดสติลงไป ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพราะถูกความเจ็บปวดที่นิ้วปลุกขึ้นมา
นางเห็นเพียงหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าของสาวใช้คนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ กำลังช่วยทำความสะอาดนิ้วบนมือของเหลียงซีน
“อ๊ะ.....” เหลียงซีนที่กลั้นความเจ็บปวดไม่ไหวร้องออกมา ในน้ำนี้ใส่เกลือลงไป ผ้าพันแผลที่พันลงบนนิ้วของนางทีละนิ้ว ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงลงไปพร้อมกัน
“หยุดมือ” เหลียงซีนกลั้นความเจ็บออกคำสั่งอย่างเยือกเย็น
ซีเช่ สาวใช้ผู้นั้นจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วพูดขึ้นอย่างโศกเศร้าเสียใจทันที “แม่หญิง บ่าวกำลังทำความสะอาดบาดแผลให้ท่าน ทำเช่นนี้จึงจะช่วยให้หายเร็วขึ้นนะเจ้าคะ เพิ่มเกลือลงไปอาจทำให้เจ็บมาก แต่ว่าช่วยให้หายดีเร็วขึ้น บ่าวไม่ได้หมายความว่าจะทำร้ายแม่หญิงแน่นอนเจ้าคะ”
จิตใจอันแสนซื่อสัตย์อย่างยิ่งนี้ เปรียบเสมือนนางได้ไตร่ตรองเรียบร้อยแล้วแทนเจ้าของร่างเดิมนี้
น่าขันยิ่งนัก เหลียงซีนฉีกยิ้มที่มุมปากขึ้นจึงปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นดูคล้ายเหน็บแหนมมองไปยังซีเช่ “ซีเช่ เจ้าคิดว่าข้าเหยียบที่นิ้วของน้องอิน คือเรื่องที่ถูกหรือผิด”
“ถูกเจ้าคะ” ซีเช่พูดขึ้นอย่างขุ่นเคืองทันที “หญิงเลวผู้นั้นอวดเก่งต่อหน้าท่าน แล้วยังแย่งชิงท่านอ๋องที่ท่านรักไปอีก จึงสมควรโดนลงโทษแล้วเพคะ”
นางพูดเหมือนมีเหตุมีผล แต่ใบหน้าของเหลียงซีนกลับเย็นชา “ใครอยู่ด้านนอกเข้ามา ช่วยข้าตบปากนางที”
ซีเช่ตกตะลึง มีความฉงนสงสัยบางอย่างขึ้น
จากด้านนอกมีสาวใช้สองคนเดินเข้ามา ต่างพากันแลซ้ายแลขวาอยู่อย่างนั้นไม่กล้าที่จะลงมือ
สีหน้าที่เย็นชาของเหลียงซีนทำผู้คนตกใจ จึงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยียกเย็นขึ้น “ซีเช่ขัดคำสั่ง ไม่เคารพเจ้านาย ลับหลังแอบพูดใส่ร้ายเจ้านาย ช่วยข้าตบปากนางซะ”
สาวใช้สองคนเดิมนั้นยังท่าทีที่ลังเลเล็กน้อย มองไปยังเหลียงซีนที่คล้ายกับโมโหขึ้นแล้ว หนึ่งในสาวใช้คนหนึ่งจึงก้าวมาด้านหน้าง้างมือตบลงบนใบหน้าของซีเช่
ซีเช่ร้องไห้ออกมาทันทีเมื่อถูกตบ อดไม่ได้ที่จะขอร้องให้ละเว้นโทษของตน “พระชายาเอกข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะเจ้าคะ ครั้งหน้าข้าไม่กล้าอีกแล้วเจ้าคะ”
เหลียงซีนมองนางอย่างเย็นชา ไม่กล้าแล้ว รู้จักผิดแล้ว แต่ความเจ็บบนมือของนาง นางเคยลิ้มลองสักนิดหรือไม่ ยังจะใช้เกลือเพิ่มลงไปในน้ำ แล้วนำมาทำความสะอาดบาดแผลของนาง เพียงไม่รู้ว่านี่จะเพิ่มความเจ็บปวดให้กับนาง
นางไม่ได้สั่งให้สาวใช้หยุดมือลง เพียงยกยิ้มขึ้นแล้วมองไปยังซีเช่ “รู้หรือไม่ เจ้าเป็นคนหยิบยื่นเส้นทางแห่งความตายนี้ให้กับเจ้านายของตัวเอง”
“บ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ พระชายาเอกใส่ร้ายบ่าว” ซีเช่ร้องไห้ขึ้นอย่างหนัก คนที่ไม่ทราบเรื่องราวจึงย่อมคิดว่าแท้จริงแล้วนางถูกใส่ร้าย
เหลียงซีนยังยิ้มอย่างเย็นชาต่อไป “โดนใส่ร้าย วันนั้นเจ้าให้ข้ายึดแผนตามที่เจ้าพูด ให้ข้าเชิญน้องพระชายาเรองมาลงโทษด้วยตนเอง”
“บ่าว...ไม่ใช่บ่าวนะเจ้าคะ..” ซีเช่ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
เหลียงซีนก็ไม่ยอมใจอ่อน เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “เจ้าคือสาวใช้ข้างกายข้าที่มีอำนาจมากที่สุด ช่วงที่ข้าสติเลอะเลือนลงโทษน้องอินอยู่นั้น เจ้าทำไมไม่ขัดขวางข้า”
คำถามนี้ทำให้ซีเช่ตกตะลึง นางร้องไห้แล้วเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ในใจของบ่าวนั้นซื่อสัตย์ต่อพระชายาเอกอยู่เสมอ พระชายาเอกบอกว่าหนึ่งบ่าวไม่กล้าพูดว่าสอง เพราะชีวิตของบ่าวเป็นของพระชายาเอก ไหนเลยจะกล้าพูดห้ามท่านละเจ้าคะ”
พูดได้เก่งจัง คนที่กำลังตบซีเช่อยู่คือสาวใช้ฉนฮัว ในตอนนี้ นางก็เคยพูดห้ามปราม เพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าของร่างเดิมนี้กำลังสติเลอะเลือนนั้นล้วนไม่ฟังผู้ใด
แต่ว่าซีเช่ผู้นี้ เอาแต่คอยพูดยุแหย่ให้เจ้าของร่างเดิมนี้ลงมือกับพระชายาเรองอย่างโหดเหี้ยม
เหลียงซีนยิ้มอย่างชั่วร้าย “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไม่ควรที่จะอยู่ในเรือนของข้าอีกต่อไป เจ้านายสติเลอะเลือน เจ้าก็ยังเลอะเลือกเช่นนาง ถ้าหากภายภาคหน้ายังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เจ้าก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แถมยังจะเพิ่มน้ำมันลงไปในกองไฟอีก ลากนางออกไปโบยสิบไม้”
ถูกโบยสิบไม้นี้ไปแล้ว ซีเช่คงไม่ถึงกับตาย แต่ว่าให้นางนอนอยู่บนเตียงสักระยะหนึ่งก็คงเพียงพอแล้ว
สองสาวใช้ที่เหลือจึงไม่มีความลังเล ลากตัวนำซีเช่ออกไปทันที
เหลียงซีนถอนหายใจออกมา เมื่อครู่นางเพิ่งจะแก้แค้นเรื่องที่ซีเช่ใส่เกลือลงไปในน้ำที่ทำความสะอาดมือนาง ซีเช่ผู้นี้มีฝีมือที่ร้ายกาจ เรื่องทั้งหมดที่นางทำล้วนเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในสายตา แต่ในทางปฏิบัติกับเป็นการทำร้ายผู้อื่น ไม่เหมือนกับการใช้มีดแทงผู้อื่นแล้วยังรู้สึกเจ็บ
ไม่นานชิวยั่ว หนึ่งในสาวใช้ที่ลากตัวซีเช่ออกไปก็กลับเข้ามา นางกับฉนฮัวสาวใช้คนเมื่อครู่เป็นคนของพี่สาวเจ้าของร่างเดิมนี้ ได้คัดเลือกส่งเข้ามายังตึกนี้
เป็นเพราะช่วงที่เพิ่งเข้าตำหนักมา พวกนางนำคำเตือนของพี่สาวมาคอยตักเตือนเจ้าของร่างเดิมอยู่โดยตลอด แต่กลับถูกเจ้าของร่างเดิมนี้เกลียดชัง จึงเนรเทศให้ไปอยู่ที่เรือนล่างทำงานใช้แรงงานที่เหน็ดเหนื่อย
ขณะที่ชิวยั่วเพิ่งก้าวข้ามสลักประตูเข้ามานั้น มองเห็นใบหน้าของเหลียงซีนประดับด้วยรอยยิ้มที่หลักแหลมจึงทำให้นางตกตะลึงไปเล็กน้อย
นางรู้สึกว่าแม่หญิงของนางมีบางสิ่งที่ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เปลี่ยนไปดูหลักแหลม เข้าใจทุกเรื่องแจ่มแจ้ง ทำสิ่งใดก็เด็ดขาด ไม่เหมือนกับแม่หญิงคนเดิมก่อนหน้านี้ที่ถูกความรักทำให้สมองเลอะเลือนผู้นั้น
ตอน 3
บทที่3 ความรู้ลึกที่ล้ำลึกของพระสนมรอง
“ชิวยั่ว” ขณะที่ชิวยั่วสติไม่อยู่กับตัวอยู่นั้น เหลียงซีนกลับได้มีสติแล้ว นางจึงเอ่ยกำชับอย่างนิ่งเงียบขึ้น “ช่วยยกน้ำมาให้ข้าสักอ่าง ไม่ต้องใส่สิ่งใดลงไป ผ้าพันแผลที่มือก็ช่วยข้าเปลี่ยนเป็นผืนใหม่”
“บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าคะ” ชิวยั่วตอบรับด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำแล้วถอยออกจากห้องไป
ใบหน้าของเหลียงซีนก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง คือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความแค้นที่ดูโหดเหี้ยมและดุดัน นางไม่ใช่คนเดิมเช่นอดีตอีกต่อไปแล้ว ความผิดที่ผ่านมานางสามารถชดเชยให้ได้ แต่ว่าถ้าหากคนเหล่านั้นยังคิดที่จะทำร้ายนางอีก ก็อย่าโทษที่นางต้องลงมืออย่างเลือดเย็นบ้างก็แล้วกัน
ฉนฮัวและชิวยั่วล้วนเป็นสาวใช้ของเจ้าของร่างเดิมที่ซื่อสัตย์ที่สุด เพียงแต่ก่อนหน้านี้เจ้าของร่างเดิมชอบฟังคำพูดที่ใส่ร้ายป้ายสี จึงไม่ชอบคำแนะนำของสาวใช้ที่ซื่อสัตย์สองคนนี้ ดังนั้นจึงส่งให้พวกนางออกไปยังตำแหน่งที่มองไม่เห็นพวกนาง จึงทำให้ซีเช่นั้นนับวันก็กำเริบเสิบสานขึ้น ปฏิบัติติต่อเจ้าของร่างเดิมนี้อย่างโหดเหี้ยมมากขึ้น
“เคร้ง....” ทันใดนั้นเหลียงซีนก็ได้ยินเสียงของอ่างทองเหลืองที่ตกลงกระทบกับพื้นจากด้านนอก จนตกใจ ขณะที่พยายามลุกขึ้นนั่ง นางก็ได้ยินเสียงของชิวยั่วเอ่ยขึ้น “พระชายาเรองท่านอย่าเข้าไปเลยเจ้าคะ แม่หญิงของข้าบาดเจ็บสาหัส ถ้าหากท่านเข้าไปเจอแล้วจะตกใจเอานะเจ้าคะ แม่หญิงก็จะเจ็บปวดใจเช่นกันเจ้าคะ”
พระชายาเรอง เหลียงอินมาแล้วหรือ เหลียงซีนยังคงตั้งใจฟังเสียงที่ด้านนอกอย่างเงียบๆ แต่ว่าไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดูรีบร้อน พร้อมกับน้ำเสียงที่ดูอ่อนแอบอบบางของเหลียงอินเข้ามา “พี่ซีน ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
ลักษณะแบบนี้นางคงเข้ามาในห้องแล้ว เมื่อครู่ด้านนอกชิวยั่วคงจะพยายามขัดขวางนางแล้ว
เหลียงซีนจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่นั้นลุกขึ้นนั่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ “น้องอิน เจ้าบาดเจ็บยังไม่หายดี ทำไมมาถึงที่นี่ละ”
เหลียงอินตะลึงงันไปชั่วครู่ คาดประมาณไม่ถึงว่าเหลียงซีนจะพูดกับตนอย่างมีมารยาทเช่นนี้ แต่ว่าด้วยฝีมืออันแก่กล้าของนางเพียงครู่เดียวก็ส่งเสียงไอที่ดูเปราะบางเหลือเกินออกมาพร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าได้ยินมาว่า...แค่กแค่ก...ท่านอ๋อง...เขา....”
นางนั้นดูคล้ายอ่อนแอจนแทบจะต้านลมไม่ไหว เหมือนอยากให้ผู้คนจดจำว่านางนั้นอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเพียงใด
หน้าตาของนางงดงามน่ามอง ดั่งเช่นเทพธิดา เอวดังจูยฟงหลิว คิ้วดั่งใบหลิว ริมฝีปากที่แดงสดนั้นตัดกับฟันที่ขาวใส ใบหน้ายังมีความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่เล็กน้อย นางเห็นแล้วก็อดเกิดความสงสารไม่ได้
แต่จิตใจดั่งงูพิษ ก็ใช้นิยามคนเช่นนางเช่นกัน
เหลียงซีนอยากที่จะเข้าไปประคอง แต่ว่าด้วยอาการบาดเจ็บบนร่างกายของตนนั้นทำให้ไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหว จึงเอ่ยขึ้นอย่างละอายใจ “น้องอิน รีบนั่งลงเถอะ พี่สาวร่างกายบาดเจ็บไม่สามารถประคองเจ้าได้”
“พี่ซีน ข้าไม่เป็นไรเจ้าคะ...แค่กแค่ก” อ่อนแอจนคล้ายที่จะเป็นลมหมดสติไปได้ทุกเมื่อ “ข้าได้ยินมาว่า...ท่านเพิ่งจะลงโทษซีเช่ไป นางคือคนที่ข้ามอบให้แก่ท่านพี่ ย่อมรู้สึกไม่มากก็น้อย ถ้าหากซีเช่ดูแลท่านได้ไม่ทั่วถึง ข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอชดใช้ความผิดแทนนาง หวังว่าพี่ซีนจะยกโทษให้นางเพคะ”
ให้อภัยนาง ที่จริงแล้วเหลียงอินคือมาเพื่อขอความเมตตา คิ้วของเหลียงซีนจึงขมวดขึ้น น้องสาวผู้นี้มีความน่าสนใจ จริงๆ บทที่พี่สาวขอฃนางถูกท่านอ๋องเหยียบจนแทบตาย นางไม่ได้ร้องขอความเมตตาใดๆ ตอนนี้เพื่อสาวใช้คนหนึ่งถึงกลับมาขอความเมตตา ล้วนเป็น “ความรักของพี่น้อง” ที่แท้จริงยิ่งนัก
แต่ทว่าเหลียงซีนยังไม่อยากที่จะให้อภัยกับซีเช่ นางจึงเอ่ยเล่นอารมณ์ซึ้งกับเหลียงอินต่อไป “สาวใช้ผู้นี้ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ยุแยงความรู้สึกของข้าและเจ้า ยังทำให้ข้าเลอะเลือนเหลวไหลถึงกับลงโทษเจ้าไป ตอนนี้ท่านอ๋องลงโทษข้าก็เหมาะสมแล้ว ตอนนี้ข้าอยากจะขอโทษเจ้า แต่ว่าสาวใช้เช่นนี้จะให้เก็บไว้ต่อไปไม่ได้”
“แต่ว่า...” ใบหน้าของเหลียงอินดูมีความร้อนรน แต่ก็มีความประหลาดใจเช่นกัน นางมองไปยังเหลียงซีนอย่างข้องใจ รู้สึกว่านางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หรือว่ามีอุบายอันใดต่อนางอย่างนั้นหรือ
นางระแวดระวังมากขึ้น ทั้งตัวล้วนแสร้งทำท่าทางที่ดูอ่อนแอยิ่งขึ้น เพื่อที่จะแสดงใบหน้าที่คล้ายกับจะร้องไห้ออกมา “แม่ของนั้นคือแม่นมของข้า ตอนข้ายังเล็กนางดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้าจึงรับปากแม่ของนางว่าจะดูแลนางให้เป็นอย่างดี...แค่กแค่ก...”
ร่างกายของเหลียงอินโอนเอนไปมา สาวใช้ของนางจึงตกใจรีบเข้าไปประคองพร้อมกับเอ่ยขึ้น “พระชายาเรอง ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านไม่ควรเสียใจเช่นนี้ พระชายาเอก ข้าขอร้อง ท่านตอบรับคำขอร้องของพระชายาเรองเถอะเจ้าคะ เพียงแค่สาวใช้คนเดียว ทำให้ร่างกายของพระชายาเรองได้รับบาดเจ็บมันไม่ดีนะเจ้าคะ”
สาวผู้นี้พูดได้ฉลาดยิ่งนัก ถ้าหากเหลียงซีนไม่ตอบรับคำขอนั้นก็แสดงว่านางไม่ได้คำนึงงถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องนี้ ไม่ทะนุถนอมร่างกายของเหลียงอิน ถ้าหากนางตอบรับคำขอ สาวใช้ผู้นั้นก็จะไม่ต้องถูกทรมานแล้ว
เหลียงซีนยกยิ้มที่มุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น แสดงละครแค่ฉากเดียว ใครก็ทำได้ นางรีบเสแสร้งแสดงสีหน้าที่ตกใจ รีบลุกจากเตียงขึ้นไปประคองเหลียงอิน ใครจะคาดคิดว่าในเวลานั้นมีร่างที่รวดเร็วดังเช่นสายฟ้า รีบเข้ามาแยกเหลียงอินและเหลียงซีนออกจากกันทันที
คนที่มาก็คือเฉินเฮ่า เขามีใบหน้าที่คมคายคล้ายกับน้ำแข็งที่โดนหลอมละลายออกมา ดวงตาที่เหมือนเหยี่ยวคู่นั้นมองไปยังเหลียงซีนพร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าเคยบอกเจ้า ว่าไม่อนุญาตให้เข้าใกล้เหลียงอินแม้ครึ่งก้าว”
เขายกเท้าขึ้น แล้วเตะเหลียงซีนออกไปครึ่งก้าว
เหลียงซีนล้มไปที่บริเวณขอบเตียง ซี่โครงที่หักไปแล้วซี่นั้น ทำให้นางกระอักเลือดออกมาจากปากทันที เจ็บเหลือเกิน ทุกส่วนบนร่างกายล้วนเจ็บปวด เวลานี้นางเกือบจะหมดสติไปแล้ว แต่ด้วยแรงปณิธานอันแรงกล้าคอยพยุงนางไว้
ชิวยั่วที่อยู่ด้านข้างนั้นมองนางที่ได้รับบาดเจ็บอย่างกังวลใจ ร้อนใจที่จะเข้าไปประคองทันที แต่ว่าถูกเฉินเฮ่าที่ขมวดคิ้วอยู่อย่างเยือกเย็นนั้นสั่งขึ้นว่า “พวกเจ้าใครกล้าเข้าไปประคองนาง ก็ต้องพบจุดจบเช่นเดียวกันกับนาง”
ชิวยั่วตกตะลึงเพียงชั่วครู่ นางลังเลเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นกัดริมฝีปากอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่แล้วก้าวเท้าออกไปด้านหน้า
เหลียงซีนจึงจะตุกที่หัวคิ้ว ยกมือขึ้นห้ามทันที “ไม่ต้องเข้ามา ทำตามที่ท่านอ๋องสั่ง”
หางตาที่มองของนางนั้นเยือกเย็นยิ่งนัก ทำให้ชิวยั่วตกใจจนหยุดฝีเท้าลง ไม่กล้าก้าวเดินเข้าไป
นางไม่กลัวว่าท่านอ๋องจะทำเช่นไรกับนาง เพียงแต่กลัวว่าพระชายาเอกจะโมโห นางอยากจะเข้าไปประคองพระชายาเอก แต่ว่ามองใบหน้าที่เย็นชานั้นแล้วจึงไม่กล้าที่จะออกไป
ตอน 4
บทที่4 เจ้าช่างจิตใจดีงาม
เหลียงซีนนั้นรอเพื่อให้แน่ใจว่าสาวใช้ไม่ได้ขยับตัวเข้ามา นางจึงวางใจ ฝีมือของเฉินเฮ่าที่เคยลงมือกับนางนั้น นางรู้ดีจึงไม่อยากให้ความเจ็บปวดนี้ตกไปอยู่บนร่างกายของสาวใช้ที่ไม่มีความผิดอะไร
นางมองไปยังเฉินเฮ่า ปากนั้นยิ้มแย้มอยู่ แต่ในใจของนางกลับด่