
ชายาเสน่ห
โดย White
8.4
คะแนนรีวิว
240
ตอน
27.0K
ยอดอ่าน
โรแมนติก
แก้แค้น
โชคชะตาเล่นตลกกับบุรุษผู้เพียบพร้อมและได้รับความเคารพยกย่องจากผู้คนอย่างสูงสุด เมื่อเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์ข้ามภพที่ไม่อาจคาดฝัน การมาถึงดินแดนแห่งใหม่นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเขากลับต้องมาอยู่ในร่างของชายหนุ่มที่ถูกตราหน้าและตกเป็นเป้าโจมตีจากการใส่ร้ายป้ายสีของคนรอบข้าง จากชีวิตที่เคยสง่างามและเปี่ยมด้วยเกียรติยศ กลับต้องกลายมาเป็นผู้ที่ถูกดูแคลนและต้องเผชิญหน้ากับแผนการร้ายที่ตนเองไม่ได้ก่อ เขาจึงต้องใช้สติปัญญาและไหวพริบทั้งหมดที่มีเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงและพิสูจน์ความจริงในโลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ ท่ามกลางอุปสรรคและความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
สารบัญ
อ่านล่าสุด:
ตอน 1
บทที่1 เจ็บเหมือนกัดกินถึงกระดูก เจ็บปวดเหมือนกับกระดูกถูกคนเหยียบไว้ในใต้ฝ่าเท้า ความเจ็บปวดนี้เริ่มขึ้นจากนิ้วทั้งห้านิ้วบนมือด้านขวา
เธอไม่ใช้ตกจากตึกแล้วหรือ ทำไมนิ้วที่มือจึงเจ็บปวดเช่นนี้ เหลียงซีนจึงลืมตาขึ้นเมื่อทนต่อความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว ในภาพที่เลือนราง มองเห็นเพียงมือของนางถูกเหยียบไว้ด้วยเท้าของคนที่สวมใส่รองเท้าที่ทำขึ้นอย่างบรรจงประณีต แล้วยังลงแรงในการเหยียบอย่างหนักอีกด้วย
คือผู้ใดกันที่กล้าทำเช่นนี้ กล้าเหยียบที่มือของเธอ ขณะที่ความโกรธกำลังพุ่งสูงขึ้น นางที่พลันเงยหน้าขึ้นมอง กลับมีความตื่นตระหนกเมื่อมองเห็นคนที่อยู่ด้านหน้าของตนอย่างชัดเจน
เขาผู้นั้นมีหน้าตาที่สวยงาม แต่ผมยาวที่สีดำนั้นถูกมัดไว้ทางด้านหลังของศีรษะ เสื้อผ้าบนร่างกายที่สวมใส่ดูคล้ายเหมือนธรรมดา ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายที่สูงศักดิ์ ทุกตะเข็บที่ถูกเย็บปักล้วนต้องใช้มีความประณีตบรรจงอย่างยิ่ง แต่ทว่าที่เขาสวมคือชุดคลุมที่ยาว
มีเพียงฉากละครสมัยโบราณในทีวีเท่านั้นที่จะเห็นการแต่งกายเช่นนี้
นางจึงกระพริบตาไปมา นี้คือการข้ามผ่านเวลาใช่หรือไม่
“เจ้าฟื้นแล้ว...” เสียงที่เยียกเย็นคล้ายเย้ยหยันก็ดังขึ้น น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยเย็นชานั้นออกมาจากปากของบุรุษที่อยู่ด้านหน้าของนาง หน้าตาของเขานั้นเหมือนสลักความไม่สนใจใยดี ทุกเค้าโครงบนใบหน้านั้นดูหนาวเหน็บยิ่งนัก
แต่ว่าเขาช่างหล่อเหลาเหลือเกิน หล่อกว่าพระเอกละครทีวีที่นางเคยดูซะอีก
เหลียงซีนจึงตกอยู่ในความมึนงงชั่วขณะ แต่ทว่าในสมองก็พลันรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับถูกแทงขึ้น พร้อมกับความทรงจำที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิง ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ของนาง แต่เป็นของสตรีในยุคโบราณที่มีนามว่าเหลียงซีน
นางคือบุตรีคนที่สองของขุนหลวงพิชัยสงคราม ก่อนที่ยังไม่ได้แต่งงานนั้นนางถูกท่านย่า ท่านแม่ พี่ชายและพี่สาวคอยดูแลเอาใจ จึงเหมือนกับเลี้ยงดูให้นางเติบโตขึ้นโดยมีนิสัยที่เย่อหยิ่ง ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่
แต่ว่านางนั้นผูกใจรักเพียงบุรุษผู้เดียว นั่นก็คือ เฉินเฮ่าหรืออ๋องเซง บุรุษที่อยู่ด้านหน้าของนาง
นางนั้นก็สมปรารถนาได้เป็นพระชายาเอกของเขา เพียงแต่ในวันเดียวกันกับที่นางเข้าตำหนักนั้นยังมีเหลียงอิน สตรีผู้ที่อยู่ในใจของเขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องถูกแต่งเข้ามาเช่นกัน
ลังจากนั้นไม่นาน เหลียงอินก็ถูกแต่งตั้งในเป็นพระชายาเรอง ถูกทะนุถนอมอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษผู้นั้น
เจ้าของร่างเดินจึงไม่พอใซีเช่่างมาก จึงคอยหาเรื่องกับเหลียงอิน แม้กระทั่งยอมวางศักดิ์ศรีของตนเพื่อคอยเอาใจอ๋องเซง แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเกลียดชังที่เพิ่มมากขึ้นของอ๋องเซงเท่านั้น
“โอ๊ย........” ความเจ็บที่กลับมาบนนิ้วมือของนาง ทำให้ความทรงจำในสมองของนางนั้นหยุดลงหายไป
บุรุษตรงหน้านี้เหยียบนาง เพียงเพื่อแก้แค้นให้กับเหลียงอิน สตรีที่เขารักนั่นเอง
สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ อ๋องเซงได้อุ้มเหลียงอินที่ถูกทรมาณจนเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกไปจากตึก ซึ่งเป็นของเจ้าของร่างเดิมนี้
ใบหน้าของเขานั้นมีแต่ความเย็นยะเยือก เหมือนสามารถจะทำลายทุกสิ่งให้พินาศไป
“ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้ของเจ้า เทียบอะไรกับน้องอินได้” น้ำเสียงเฉินเฮ่านั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น พร้อมกับความเจ็บที่นิ้วมือของนาง เหมือนกับเข็มน้ำแข็งผูกกับหัวใจของนาง
เจ็บ นางเจ็บปวดอย่างที่สุด
“ท่านอ๋อง ท่านรู้ได้อย่างไร....ว่าข้าไม่เจ็บปวด” เพื่อขจุดเหตุผลเดิมของเขาไป เหลียงซีนจึงแย้มมุมปากเอ่ยถามขึ้นอย่างอ่อนแอ
เจ้าของร่างเดิมเหลียงซีนนั่น เป็นสตรีที่เย่อหยิ่งอย่างมาก วงศ์ตระกูลของนางก็ยังโดดเด่น หน้าตาของนางก็โดดเด่นกว่าผู้อื่นเช่นกัน ดังนั้นนางจึงค่อนข้างเย่อหยิ่ง
ช่วงเริ่มจูยฟงที่แต่งกับอ๋องเซงนั้น นางยังสามารถพูดบางอย่างที่นุ่มนวลเอาใจ แต่เมื่อรู้แล้วว่าอ๋องเซงมีเพียงความเย็นชาไร้เยื่อใยให้กับนาง ปฏิบัติต่อเหลียงอินอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม จิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของนาง จึงเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ไม่ยอมก้มหัวให้เขามากยิ่งขึ้น
ในเวลานี้คำพูดที่นางพูดออกไป กลับทำให้ดวงตาของเฉินเฮ่านั้นตะลึงงัน แต่ด้วยฝีมืออันแก่กล้าเพียงครู่เดียว ใบหน้าของเขาก็กลับไปเยือกเย็นอีกครั้ง แถมยังเพิ่มความรุนแรงขึ้น น้ำหนักเท้าก็เพิ่มชึ้นเช่นเดียวกัน “เจ็บปวด? นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง”
เหลียงซีนนั้นเจ็บจนแทบจะหมดสติไป เจ้าของร่างเดิมนี้ก็คงถูกความเจ็บปวดที่รุนแรงเช่นนี้ ทำให้หมดสติไป เพราะฉะนั้นเหลียงซีนผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่กำลังออกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น จนข้ามผ่านเวลามายังที่นี่
มืออีกข้างของนางยังถูกเหยียบจนราวกับเห็นกระดูกสีขาวโผล่ออกมาดูย่ำแย่อย่างยิ่ง จึงแสดงให้เห็นว่าเจ็บปวดมากเพียงใด
“ท่านอ๋อง รู้เพียงความเจ็บปวดของน้องอิน เคยรู้หรือไม่ว่าร่างกายของภรรยาผู้นี้ เจ็บปวดกว่านางร้อยเท่า” อดทนต่อความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงใจ เหลียงซีนบีบเล่นในเกมอารมณ์กับเขา กับบุรุษที่เย็นชาอย่างยิ่งเช่นนี้ นางจะใช้ไม้แข็งตอบโต้ไม่ได้
อ๋องเซงเฉินเฮ่าเดิมทีคือคนที่เย็นชา ฆ่าคนเหมือนผักหญ้า หลายปีก่อนถูกสถาปนาว่าเป็นผู้ที่มีความดีความชอบในการทำสงคราม ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่าเทพแห่งสงคราม เพียงที่ใดที่เขาได้ปรากฏตัวขึ้นล้วนไม่มีการพ่ายแพ้สงคราม ดังนั้นผู้คนในเขตชายแดนจึงพากันศรัทธาในตัวเขา กองกำลังทหารของประเทศใกล้เคียงต่างหวาดกลัวบุรุษผู้นี้เช่นกัน
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ฮ่องเต้ได้ทรงเรียกคืนตราอำนาจทางการทหารที่อยู่ในมือของเขาไป สั่งให้เป็นอ๋องว่างงานอยู่ในเมืองหลวง
ด้วยเหตุนี้ นิสัยของเขาจึงเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีอารมณ์เอาแน่เอานอนไม่ได้ และยังลงมืออย่างโหดเหี้ยม
จริงอย่างที่คิด แววตาของเฉินเฮ่านั้นเปลี่ยนไปเหมือนถูกคำพูดของนางกระทบจิตใจเข้าแล้ว แต่ว่าเพียงเสี้ยววินาทีใบหน้าของเขาก็แผ่กระจายความเยือกเย็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งออกมาอีก “นั่นคือเจ้าเป็นคนรนหาที่เอง ความโทษของเจ้า ตายไปยังไม่พอด้วยซ้ำไป”
“อ๊ะ.....” ความเจ็บปวดจากกระดูกที่แตกหักกลับมาอีกครั้ง บนหน้าผากของนางเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมา ถ้าลงไปเช่นนี้อีก นางเพิ่งข้ามผ่านเวลามาได้ไม่นานก็ต้องจากไปอีกแล้ว
ไม่ได้ นางจะต้องหลุดพ้นจากการลงโทษที่แสนทารุณนี้ซะก่อน
เฉินเฮ่านั้นก็ไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่เลย แม้ว่าสุดท้ายแล้วนี่จะเป็นภรรยาที่เขาตบแต่งตามตามธรรมเนียมประเพณีก็ตามที รอให้นางดีขึ้นซะก่อน มีโอกาสเมื่อไหร่นางจะต้องนำความเจ็บปวดที่กัดกินไปจนถึงกระดูกนี้ เพิ่มคืนกลับไปให้เขาอีกเท่าตัว
“ข้าทราบดีว่ายังมีความผิด...แต่ก่อนที่จะตาย ข้าอยากจะบอกกับน้องอิน...สักคำว่าข้าขอโทษ...” เจ้าของร่างเดิมสมควรอย่างยิ่งที่จะเอ่ยคำขอโทษออกมา
เจ้าของร่างเดิมเชื่อในแผนที่เสนอขึ้นมาของสาวใช้คนหนึ่ง ว่าในบทที่เฉินเฮ่าออกจากตำนักไปแล้วนั้น ให้เชิญพระชายาเรองมาที่ตึก โดยที่ฉากหน้าคือดื่มชาพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ แต่แท้ที่จริงแล้วคือต้องการหาเรื่องเพื่อลงโทษนาง เนื่องจากตนเองนั้นไม่ได้รับความโปรดปราน จึงระบายทุกอย่างลงบนร่างกายของพระชายาเรอง
นางตั้งใจที่จะใช้เหตุผลว่าพระชายาเรองนั้นได้สาดน้ำชาที่ร้อนจัดลงบนร่างกายของตน จึงลงโทษด้วยความโกรธ โดยให้พระชายาเรองคุกเข่าลงบนพื้นแล้วเหยียบลงที่นิ้วของนาง
สาวใช้ผู้นั้นบอกว่าท่านอ๋องจะกลับมาอีกหลังเจ็ดวัน คิดไม่ถึงว่าวันนี้ท่านอ๋องก็เดินทางกลับมาแล้ว แถมนางยังถูกเขาจับได้ต่อหน้าต่อตา สั่งให้คนจับเจ้าของร่างเดิมนั้นมัดทันทีพร้อมกับลงโทษนางด้วยตนเอง
อ่านตอนแรกก่อน