ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

ชายาเสน่ห

บทที่1 เจ็บเหมือนกัดกินถึงกระดูก

เจ็บปวดเหมือนกับกระดูกถูกคนเหยียบไว้ในใต้ฝ่าเท้า ความเจ็บปวดนี้เริ่มขึ้นจากนิ้วทั้งห้านิ้วบนมือด้านขวา

เธอไม่ใช้ตกจากตึกแล้วหรือ ทำไมนิ้วที่มือจึงเจ็บปวดเช่นนี้ เหลียงซีนจึงลืมตาขึ้นเมื่อทนต่อความเจ็บปวดนี้ไม่ไหว ในภาพที่เลือนราง มองเห็นเพียงมือของนางถูกเหยียบไว้ด้วยเท้าของคนที่สวมใส่รองเท้าที่ทำขึ้นอย่างบรรจงประณีต แล้วยังลงแรงในการเหยียบอย่างหนักอีกด้วย

คือผู้ใดกันที่กล้าทำเช่นนี้ กล้าเหยียบที่มือของเธอ ขณะที่ความโกรธกำลังพุ่งสูงขึ้น นางที่พลันเงยหน้าขึ้นมอง กลับมีความตื่นตระหนกเมื่อมองเห็นคนที่อยู่ด้านหน้าของตนอย่างชัดเจน

เขาผู้นั้นมีหน้าตาที่สวยงาม แต่ผมยาวที่สีดำนั้นถูกมัดไว้ทางด้านหลังของศีรษะ เสื้อผ้าบนร่างกายที่สวมใส่ดูคล้ายเหมือนธรรมดา ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายที่สูงศักดิ์ ทุกตะเข็บที่ถูกเย็บปักล้วนต้องใช้มีความประณีตบรรจงอย่างยิ่ง แต่ทว่าที่เขาสวมคือชุดคลุมที่ยาว

มีเพียงฉากละครสมัยโบราณในทีวีเท่านั้นที่จะเห็นการแต่งกายเช่นนี้

นางจึงกระพริบตาไปมา นี้คือการข้ามผ่านเวลาใช่หรือไม่

“เจ้าฟื้นแล้ว...” เสียงที่เยียกเย็นคล้ายเย้ยหยันก็ดังขึ้น น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยเย็นชานั้นออกมาจากปากของบุรุษที่อยู่ด้านหน้าของนาง หน้าตาของเขานั้นเหมือนสลักความไม่สนใจใยดี ทุกเค้าโครงบนใบหน้านั้นดูหนาวเหน็บยิ่งนัก

แต่ว่าเขาช่างหล่อเหลาเหลือเกิน หล่อกว่าพระเอกละครทีวีที่นางเคยดูซะอีก

เหลียงซีนจึงตกอยู่ในความมึนงงชั่วขณะ แต่ทว่าในสมองก็พลันรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับถูกแทงขึ้น พร้อมกับความทรงจำที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิง ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่ของนาง แต่เป็นของสตรีในยุคโบราณที่มีนามว่าเหลียงซีน

นางคือบุตรีคนที่สองของขุนหลวงพิชัยสงคราม ก่อนที่ยังไม่ได้แต่งงานนั้นนางถูกท่านย่า ท่านแม่ พี่ชายและพี่สาวคอยดูแลเอาใจ จึงเหมือนกับเลี้ยงดูให้นางเติบโตขึ้นโดยมีนิสัยที่เย่อหยิ่ง ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่

แต่ว่านางนั้นผูกใจรักเพียงบุรุษผู้เดียว นั่นก็คือ เฉินเฮ่าหรืออ๋องเซง บุรุษที่อยู่ด้านหน้าของนาง

นางนั้นก็สมปรารถนาได้เป็นพระชายาเอกของเขา เพียงแต่ในวันเดียวกันกับที่นางเข้าตำหนักนั้นยังมีเหลียงอิน สตรีผู้ที่อยู่ในใจของเขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องถูกแต่งเข้ามาเช่นกัน

ลังจากนั้นไม่นาน เหลียงอินก็ถูกแต่งตั้งในเป็นพระชายาเรอง ถูกทะนุถนอมอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษผู้นั้น

เจ้าของร่างเดินจึงไม่พอใซีเช่่างมาก จึงคอยหาเรื่องกับเหลียงอิน แม้กระทั่งยอมวางศักดิ์ศรีของตนเพื่อคอยเอาใจอ๋องเซง แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเกลียดชังที่เพิ่มมากขึ้นของอ๋องเซงเท่านั้น

“โอ๊ย........” ความเจ็บที่กลับมาบนนิ้วมือของนาง ทำให้ความทรงจำในสมองของนางนั้นหยุดลงหายไป

บุรุษตรงหน้านี้เหยียบนาง เพียงเพื่อแก้แค้นให้กับเหลียงอิน สตรีที่เขารักนั่นเอง

สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ อ๋องเซงได้อุ้มเหลียงอินที่ถูกทรมาณจนเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกไปจากตึก ซึ่งเป็นของเจ้าของร่างเดิมนี้

ใบหน้าของเขานั้นมีแต่ความเย็นยะเยือก เหมือนสามารถจะทำลายทุกสิ่งให้พินาศไป

“ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้ของเจ้า เทียบอะไรกับน้องอินได้” น้ำเสียงเฉินเฮ่านั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็น พร้อมกับความเจ็บที่นิ้วมือของนาง เหมือนกับเข็มน้ำแข็งผูกกับหัวใจของนาง

เจ็บ นางเจ็บปวดอย่างที่สุด

“ท่านอ๋อง ท่านรู้ได้อย่างไร....ว่าข้าไม่เจ็บปวด” เพื่อขจุดเหตุผลเดิมของเขาไป เหลียงซีนจึงแย้มมุมปากเอ่ยถามขึ้นอย่างอ่อนแอ

เจ้าของร่างเดิมเหลียงซีนนั่น เป็นสตรีที่เย่อหยิ่งอย่างมาก วงศ์ตระกูลของนางก็ยังโดดเด่น หน้าตาของนางก็โดดเด่นกว่าผู้อื่นเช่นกัน ดังนั้นนางจึงค่อนข้างเย่อหยิ่ง

ช่วงเริ่มจูยฟงที่แต่งกับอ๋องเซงนั้น นางยังสามารถพูดบางอย่างที่นุ่มนวลเอาใจ แต่เมื่อรู้แล้วว่าอ๋องเซงมีเพียงความเย็นชาไร้เยื่อใยให้กับนาง ปฏิบัติต่อเหลียงอินอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม จิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของนาง จึงเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ไม่ยอมก้มหัวให้เขามากยิ่งขึ้น

ในเวลานี้คำพูดที่นางพูดออกไป กลับทำให้ดวงตาของเฉินเฮ่านั้นตะลึงงัน แต่ด้วยฝีมืออันแก่กล้าเพียงครู่เดียว ใบหน้าของเขาก็กลับไปเยือกเย็นอีกครั้ง แถมยังเพิ่มความรุนแรงขึ้น น้ำหนักเท้าก็เพิ่มชึ้นเช่นเดียวกัน “เจ็บปวด? นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง”

เหลียงซีนนั้นเจ็บจนแทบจะหมดสติไป เจ้าของร่างเดิมนี้ก็คงถูกความเจ็บปวดที่รุนแรงเช่นนี้ ทำให้หมดสติไป เพราะฉะนั้นเหลียงซีนผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่กำลังออกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น จนข้ามผ่านเวลามายังที่นี่

มืออีกข้างของนางยังถูกเหยียบจนราวกับเห็นกระดูกสีขาวโผล่ออกมาดูย่ำแย่อย่างยิ่ง จึงแสดงให้เห็นว่าเจ็บปวดมากเพียงใด

“ท่านอ๋อง รู้เพียงความเจ็บปวดของน้องอิน เคยรู้หรือไม่ว่าร่างกายของภรรยาผู้นี้ เจ็บปวดกว่านางร้อยเท่า” อดทนต่อความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงใจ เหลียงซีนบีบเล่นในเกมอารมณ์กับเขา กับบุรุษที่เย็นชาอย่างยิ่งเช่นนี้ นางจะใช้ไม้แข็งตอบโต้ไม่ได้

อ๋องเซงเฉินเฮ่าเดิมทีคือคนที่เย็นชา ฆ่าคนเหมือนผักหญ้า หลายปีก่อนถูกสถาปนาว่าเป็นผู้ที่มีความดีความชอบในการทำสงคราม ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่าเทพแห่งสงคราม เพียงที่ใดที่เขาได้ปรากฏตัวขึ้นล้วนไม่มีการพ่ายแพ้สงคราม ดังนั้นผู้คนในเขตชายแดนจึงพากันศรัทธาในตัวเขา กองกำลังทหารของประเทศใกล้เคียงต่างหวาดกลัวบุรุษผู้นี้เช่นกัน

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ฮ่องเต้ได้ทรงเรียกคืนตราอำนาจทางการทหารที่อยู่ในมือของเขาไป สั่งให้เป็นอ๋องว่างงานอยู่ในเมืองหลวง

ด้วยเหตุนี้ นิสัยของเขาจึงเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีอารมณ์เอาแน่เอานอนไม่ได้ และยังลงมืออย่างโหดเหี้ยม

จริงอย่างที่คิด แววตาของเฉินเฮ่านั้นเปลี่ยนไปเหมือนถูกคำพูดของนางกระทบจิตใจเข้าแล้ว แต่ว่าเพียงเสี้ยววินาทีใบหน้าของเขาก็แผ่กระจายความเยือกเย็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งออกมาอีก “นั่นคือเจ้าเป็นคนรนหาที่เอง ความโทษของเจ้า ตายไปยังไม่พอด้วยซ้ำไป”

“อ๊ะ.....” ความเจ็บปวดจากกระดูกที่แตกหักกลับมาอีกครั้ง บนหน้าผากของนางเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมา ถ้าลงไปเช่นนี้อีก นางเพิ่งข้ามผ่านเวลามาได้ไม่นานก็ต้องจากไปอีกแล้ว

ไม่ได้ นางจะต้องหลุดพ้นจากการลงโทษที่แสนทารุณนี้ซะก่อน

เฉินเฮ่านั้นก็ไม่มีความเป็นคนหลงเหลืออยู่เลย แม้ว่าสุดท้ายแล้วนี่จะเป็นภรรยาที่เขาตบแต่งตามตามธรรมเนียมประเพณีก็ตามที รอให้นางดีขึ้นซะก่อน มีโอกาสเมื่อไหร่นางจะต้องนำความเจ็บปวดที่กัดกินไปจนถึงกระดูกนี้ เพิ่มคืนกลับไปให้เขาอีกเท่าตัว

“ข้าทราบดีว่ายังมีความผิด...แต่ก่อนที่จะตาย ข้าอยากจะบอกกับน้องอิน...สักคำว่าข้าขอโทษ...” เจ้าของร่างเดิมสมควรอย่างยิ่งที่จะเอ่ยคำขอโทษออกมา

เจ้าของร่างเดิมเชื่อในแผนที่เสนอขึ้นมาของสาวใช้คนหนึ่ง ว่าในบทที่เฉินเฮ่าออกจากตำนักไปแล้วนั้น ให้เชิญพระชายาเรองมาที่ตึก โดยที่ฉากหน้าคือดื่มชาพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ แต่แท้ที่จริงแล้วคือต้องการหาเรื่องเพื่อลงโทษนาง เนื่องจากตนเองนั้นไม่ได้รับความโปรดปราน จึงระบายทุกอย่างลงบนร่างกายของพระชายาเรอง

นางตั้งใจที่จะใช้เหตุผลว่าพระชายาเรองนั้นได้สาดน้ำชาที่ร้อนจัดลงบนร่างกายของตน จึงลงโทษด้วยความโกรธ โดยให้พระชายาเรองคุกเข่าลงบนพื้นแล้วเหยียบลงที่นิ้วของนาง

สาวใช้ผู้นั้นบอกว่าท่านอ๋องจะกลับมาอีกหลังเจ็ดวัน คิดไม่ถึงว่าวันนี้ท่านอ๋องก็เดินทางกลับมาแล้ว แถมนางยังถูกเขาจับได้ต่อหน้าต่อตา สั่งให้คนจับเจ้าของร่างเดิมนั้นมัดทันทีพร้อมกับลงโทษนางด้วยตนเอง

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 2

บทที่2 ไร้เจตนาที่ดี

เหลียงซีนกลับเข้าสู่ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอีกครั้ง แล้วค้นพบว่าสาวใช้ผู้ที่ออกความคิดผู้นั้นมีเจตนาที่ไม่ดี นางและพระชายาเรองได้สบคบคิดกัน ตั้งใจให้เจ้าของร่างเดิมเชิญพระชายาเรองมาเพื่อที่จะลงโทษทำร้ายร่างกายของนาง แล้วยังเจาะจงพูดบิดเบือนวันเดินทางกลับวังของท่านอ๋อง เพื่อให้ท่านอ๋องกลับมาเห็นความโหดเหี้ยมของเจ้าของร่างเดิมนี้

ดังนั้นนี่คือกลอุบายหนึ่งที่ถูกคิดขึ้นของพระชายาเรองและคนของนาง เพื่อให้เจ้าของร่างเดิมนั้นโดดลงไป

แต่ใครจะรู้เจ้าของร่างเดิมกลับโดดลงไปตามกลอุบายนั้น ยังจะให้นางที่ข้ามเวลามาเป็นแพะรับบาปแทนอีก

“ขอโทษ เจ้าไม่เหมาะที่จะพูดคำนี้” น้ำเสียงของเฉินเฮ่ายิ่งมีความเยือกเย็นมากขึ้น การเหยียบของเท้าก็ยังไม่ได้หยุดลง เขาเหยียบจนเหลียงซีนแทบจะหมดความรู้สึกไป “มีเพียงต้องใช้ร่างกายนี้ของเจ้าตอบแทนเท่านั้น จึงจะสาสม”

เหลียงซีนเจ็บปวดจนหน้าตาบูดเบี้ยว แต่ก็ยังอยากที่จะสู้แบบหมดหน้าตักกับเฉินเฮ่าต่อไป “ท่านอ๋องทำไมถึงทราบว่า...น้องอินไม่อยากจะฟังคำขอโทษจากข้า...”

เสียงที่พูดออกมาของนางนั้นแผ่วเบาเต็มทีแล้ว เฉินเฮ่าที่เหยียบอย่างรุนแรงลงไปเพียงไม่กี่ครั้งอยู่นั้นก็พลันยกเท้าขึ้น “เป็นเพราะข้าไม่อยากให้เจ้าพบนาง ชั่วชีวิตนี้ เจ้าก็อย่าได้อยากแสดงละครต่อหน้านางอีก”

เขาทิ้งคำตักเตือนที่เย็นชาเอาไว้ แล้วหมุนกายเดินจากไป

เหลียงซีนคิดในใจก่อนที่จะหมดสติลงว่า เฉินเฮ่า ท่านรอข้าฟื้นขึ้นมาก่อนเถอะ ข้าจะต้องทำให้ท่านได้ลิ้มรสรสชาตินี้เช่นเดียวกับข้า

นางที่ประคองความเจ็บปวดของร่างกายตนเองเอาไว้ไม่ไหว ก็หมดสติลงไป ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพราะถูกความเจ็บปวดที่นิ้วปลุกขึ้นมา

นางเห็นเพียงหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าของสาวใช้คนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียใจ กำลังช่วยทำความสะอาดนิ้วบนมือของเหลียงซีน

“อ๊ะ.....” เหลียงซีนที่กลั้นความเจ็บปวดไม่ไหวร้องออกมา ในน้ำนี้ใส่เกลือลงไป ผ้าพันแผลที่พันลงบนนิ้วของนางทีละนิ้ว ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงลงไปพร้อมกัน

“หยุดมือ” เหลียงซีนกลั้นความเจ็บออกคำสั่งอย่างเยือกเย็น

ซีเช่ สาวใช้ผู้นั้นจึงตกตะลึงไปชั่วขณะ แล้วพูดขึ้นอย่างโศกเศร้าเสียใจทันที “แม่หญิง บ่าวกำลังทำความสะอาดบาดแผลให้ท่าน ทำเช่นนี้จึงจะช่วยให้หายเร็วขึ้นนะเจ้าคะ เพิ่มเกลือลงไปอาจทำให้เจ็บมาก แต่ว่าช่วยให้หายดีเร็วขึ้น บ่าวไม่ได้หมายความว่าจะทำร้ายแม่หญิงแน่นอนเจ้าคะ”

จิตใจอันแสนซื่อสัตย์อย่างยิ่งนี้ เปรียบเสมือนนางได้ไตร่ตรองเรียบร้อยแล้วแทนเจ้าของร่างเดิมนี้

น่าขันยิ่งนัก เหลียงซีนฉีกยิ้มที่มุมปากขึ้นจึงปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นดูคล้ายเหน็บแหนมมองไปยังซีเช่ “ซีเช่ เจ้าคิดว่าข้าเหยียบที่นิ้วของน้องอิน คือเรื่องที่ถูกหรือผิด”

“ถูกเจ้าคะ” ซีเช่พูดขึ้นอย่างขุ่นเคืองทันที “หญิงเลวผู้นั้นอวดเก่งต่อหน้าท่าน แล้วยังแย่งชิงท่านอ๋องที่ท่านรักไปอีก จึงสมควรโดนลงโทษแล้วเพคะ”

นางพูดเหมือนมีเหตุมีผล แต่ใบหน้าของเหลียงซีนกลับเย็นชา “ใครอยู่ด้านนอกเข้ามา ช่วยข้าตบปากนางที”

ซีเช่ตกตะลึง มีความฉงนสงสัยบางอย่างขึ้น

จากด้านนอกมีสาวใช้สองคนเดินเข้ามา ต่างพากันแลซ้ายแลขวาอยู่อย่างนั้นไม่กล้าที่จะลงมือ

สีหน้าที่เย็นชาของเหลียงซีนทำผู้คนตกใจ จึงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยียกเย็นขึ้น “ซีเช่ขัดคำสั่ง ไม่เคารพเจ้านาย ลับหลังแอบพูดใส่ร้ายเจ้านาย ช่วยข้าตบปากนางซะ”

สาวใช้สองคนเดิมนั้นยังท่าทีที่ลังเลเล็กน้อย มองไปยังเหลียงซีนที่คล้ายกับโมโหขึ้นแล้ว หนึ่งในสาวใช้คนหนึ่งจึงก้าวมาด้านหน้าง้างมือตบลงบนใบหน้าของซีเช่

ซีเช่ร้องไห้ออกมาทันทีเมื่อถูกตบ อดไม่ได้ที่จะขอร้องให้ละเว้นโทษของตน “พระชายาเอกข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะเจ้าคะ ครั้งหน้าข้าไม่กล้าอีกแล้วเจ้าคะ”

เหลียงซีนมองนางอย่างเย็นชา ไม่กล้าแล้ว รู้จักผิดแล้ว แต่ความเจ็บบนมือของนาง นางเคยลิ้มลองสักนิดหรือไม่ ยังจะใช้เกลือเพิ่มลงไปในน้ำ แล้วนำมาทำความสะอาดบาดแผลของนาง เพียงไม่รู้ว่านี่จะเพิ่มความเจ็บปวดให้กับนาง

นางไม่ได้สั่งให้สาวใช้หยุดมือลง เพียงยกยิ้มขึ้นแล้วมองไปยังซีเช่ “รู้หรือไม่ เจ้าเป็นคนหยิบยื่นเส้นทางแห่งความตายนี้ให้กับเจ้านายของตัวเอง”

“บ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ พระชายาเอกใส่ร้ายบ่าว” ซีเช่ร้องไห้ขึ้นอย่างหนัก คนที่ไม่ทราบเรื่องราวจึงย่อมคิดว่าแท้จริงแล้วนางถูกใส่ร้าย

เหลียงซีนยังยิ้มอย่างเย็นชาต่อไป “โดนใส่ร้าย วันนั้นเจ้าให้ข้ายึดแผนตามที่เจ้าพูด ให้ข้าเชิญน้องพระชายาเรองมาลงโทษด้วยตนเอง”

“บ่าว...ไม่ใช่บ่าวนะเจ้าคะ..” ซีเช่ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

เหลียงซีนก็ไม่ยอมใจอ่อน เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “เจ้าคือสาวใช้ข้างกายข้าที่มีอำนาจมากที่สุด ช่วงที่ข้าสติเลอะเลือนลงโทษน้องอินอยู่นั้น เจ้าทำไมไม่ขัดขวางข้า”

คำถามนี้ทำให้ซีเช่ตกตะลึง นางร้องไห้แล้วเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ในใจของบ่าวนั้นซื่อสัตย์ต่อพระชายาเอกอยู่เสมอ พระชายาเอกบอกว่าหนึ่งบ่าวไม่กล้าพูดว่าสอง เพราะชีวิตของบ่าวเป็นของพระชายาเอก ไหนเลยจะกล้าพูดห้ามท่านละเจ้าคะ”

พูดได้เก่งจัง คนที่กำลังตบซีเช่อยู่คือสาวใช้ฉนฮัว ในตอนนี้ นางก็เคยพูดห้ามปราม เพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าของร่างเดิมนี้กำลังสติเลอะเลือนนั้นล้วนไม่ฟังผู้ใด

แต่ว่าซีเช่ผู้นี้ เอาแต่คอยพูดยุแหย่ให้เจ้าของร่างเดิมนี้ลงมือกับพระชายาเรองอย่างโหดเหี้ยม

เหลียงซีนยิ้มอย่างชั่วร้าย “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไม่ควรที่จะอยู่ในเรือนของข้าอีกต่อไป เจ้านายสติเลอะเลือน เจ้าก็ยังเลอะเลือกเช่นนาง ถ้าหากภายภาคหน้ายังเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เจ้าก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย แถมยังจะเพิ่มน้ำมันลงไปในกองไฟอีก ลากนางออกไปโบยสิบไม้”

ถูกโบยสิบไม้นี้ไปแล้ว ซีเช่คงไม่ถึงกับตาย แต่ว่าให้นางนอนอยู่บนเตียงสักระยะหนึ่งก็คงเพียงพอแล้ว

สองสาวใช้ที่เหลือจึงไม่มีความลังเล ลากตัวนำซีเช่ออกไปทันที

เหลียงซีนถอนหายใจออกมา เมื่อครู่นางเพิ่งจะแก้แค้นเรื่องที่ซีเช่ใส่เกลือลงไปในน้ำที่ทำความสะอาดมือนาง ซีเช่ผู้นี้มีฝีมือที่ร้ายกาจ เรื่องทั้งหมดที่นางทำล้วนเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในสายตา แต่ในทางปฏิบัติกับเป็นการทำร้ายผู้อื่น ไม่เหมือนกับการใช้มีดแทงผู้อื่นแล้วยังรู้สึกเจ็บ

ไม่นานชิวยั่ว หนึ่งในสาวใช้ที่ลากตัวซีเช่ออกไปก็กลับเข้ามา นางกับฉนฮัวสาวใช้คนเมื่อครู่เป็นคนของพี่สาวเจ้าของร่างเดิมนี้ ได้คัดเลือกส่งเข้ามายังตึกนี้

เป็นเพราะช่วงที่เพิ่งเข้าตำหนักมา พวกนางนำคำเตือนของพี่สาวมาคอยตักเตือนเจ้าของร่างเดิมอยู่โดยตลอด แต่กลับถูกเจ้าของร่างเดิมนี้เกลียดชัง จึงเนรเทศให้ไปอยู่ที่เรือนล่างทำงานใช้แรงงานที่เหน็ดเหนื่อย

ขณะที่ชิวยั่วเพิ่งก้าวข้ามสลักประตูเข้ามานั้น มองเห็นใบหน้าของเหลียงซีนประดับด้วยรอยยิ้มที่หลักแหลมจึงทำให้นางตกตะลึงไปเล็กน้อย

นางรู้สึกว่าแม่หญิงของนางมีบางสิ่งที่ไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เปลี่ยนไปดูหลักแหลม เข้าใจทุกเรื่องแจ่มแจ้ง ทำสิ่งใดก็เด็ดขาด ไม่เหมือนกับแม่หญิงคนเดิมก่อนหน้านี้ที่ถูกความรักทำให้สมองเลอะเลือนผู้นั้น

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่3 ความรู้ลึกที่ล้ำลึกของพระสนมรอง

“ชิวยั่ว” ขณะที่ชิวยั่วสติไม่อยู่กับตัวอยู่นั้น เหลียงซีนกลับได้มีสติแล้ว นางจึงเอ่ยกำชับอย่างนิ่งเงียบขึ้น “ช่วยยกน้ำมาให้ข้าสักอ่าง ไม่ต้องใส่สิ่งใดลงไป ผ้าพันแผลที่มือก็ช่วยข้าเปลี่ยนเป็นผืนใหม่”

“บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าคะ” ชิวยั่วตอบรับด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำแล้วถอยออกจากห้องไป

ใบหน้าของเหลียงซีนก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง คือรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความแค้นที่ดูโหดเหี้ยมและดุดัน นางไม่ใช่คนเดิมเช่นอดีตอีกต่อไปแล้ว ความผิดที่ผ่านมานางสามารถชดเชยให้ได้ แต่ว่าถ้าหากคนเหล่านั้นยังคิดที่จะทำร้ายนางอีก ก็อย่าโทษที่นางต้องลงมืออย่างเลือดเย็นบ้างก็แล้วกัน

ฉนฮัวและชิวยั่วล้วนเป็นสาวใช้ของเจ้าของร่างเดิมที่ซื่อสัตย์ที่สุด เพียงแต่ก่อนหน้านี้เจ้าของร่างเดิมชอบฟังคำพูดที่ใส่ร้ายป้ายสี จึงไม่ชอบคำแนะนำของสาวใช้ที่ซื่อสัตย์สองคนนี้ ดังนั้นจึงส่งให้พวกนางออกไปยังตำแหน่งที่มองไม่เห็นพวกนาง จึงทำให้ซีเช่นั้นนับวันก็กำเริบเสิบสานขึ้น ปฏิบัติติต่อเจ้าของร่างเดิมนี้อย่างโหดเหี้ยมมากขึ้น

“เคร้ง....” ทันใดนั้นเหลียงซีนก็ได้ยินเสียงของอ่างทองเหลืองที่ตกลงกระทบกับพื้นจากด้านนอก จนตกใจ ขณะที่พยายามลุกขึ้นนั่ง นางก็ได้ยินเสียงของชิวยั่วเอ่ยขึ้น “พระชายาเรองท่านอย่าเข้าไปเลยเจ้าคะ แม่หญิงของข้าบาดเจ็บสาหัส ถ้าหากท่านเข้าไปเจอแล้วจะตกใจเอานะเจ้าคะ แม่หญิงก็จะเจ็บปวดใจเช่นกันเจ้าคะ”

พระชายาเรอง เหลียงอินมาแล้วหรือ เหลียงซีนยังคงตั้งใจฟังเสียงที่ด้านนอกอย่างเงียบๆ แต่ว่าไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดูรีบร้อน พร้อมกับน้ำเสียงที่ดูอ่อนแอบอบบางของเหลียงอินเข้ามา “พี่ซีน ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

ลักษณะแบบนี้นางคงเข้ามาในห้องแล้ว เมื่อครู่ด้านนอกชิวยั่วคงจะพยายามขัดขวางนางแล้ว

เหลียงซีนจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่นั้นลุกขึ้นนั่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่ประหลาดใจ “น้องอิน เจ้าบาดเจ็บยังไม่หายดี ทำไมมาถึงที่นี่ละ”

เหลียงอินตะลึงงันไปชั่วครู่ คาดประมาณไม่ถึงว่าเหลียงซีนจะพูดกับตนอย่างมีมารยาทเช่นนี้ แต่ว่าด้วยฝีมืออันแก่กล้าของนางเพียงครู่เดียวก็ส่งเสียงไอที่ดูเปราะบางเหลือเกินออกมาพร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าได้ยินมาว่า...แค่กแค่ก...ท่านอ๋อง...เขา....”

นางนั้นดูคล้ายอ่อนแอจนแทบจะต้านลมไม่ไหว เหมือนอยากให้ผู้คนจดจำว่านางนั้นอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเพียงใด

หน้าตาของนางงดงามน่ามอง ดั่งเช่นเทพธิดา เอวดังจูยฟงหลิว คิ้วดั่งใบหลิว ริมฝีปากที่แดงสดนั้นตัดกับฟันที่ขาวใส ใบหน้ายังมีความเจ็บปวดหลงเหลืออยู่เล็กน้อย นางเห็นแล้วก็อดเกิดความสงสารไม่ได้

แต่จิตใจดั่งงูพิษ ก็ใช้นิยามคนเช่นนางเช่นกัน

เหลียงซีนอยากที่จะเข้าไปประคอง แต่ว่าด้วยอาการบาดเจ็บบนร่างกายของตนนั้นทำให้ไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหว จึงเอ่ยขึ้นอย่างละอายใจ “น้องอิน รีบนั่งลงเถอะ พี่สาวร่างกายบาดเจ็บไม่สามารถประคองเจ้าได้”

“พี่ซีน ข้าไม่เป็นไรเจ้าคะ...แค่กแค่ก” อ่อนแอจนคล้ายที่จะเป็นลมหมดสติไปได้ทุกเมื่อ “ข้าได้ยินมาว่า...ท่านเพิ่งจะลงโทษซีเช่ไป นางคือคนที่ข้ามอบให้แก่ท่านพี่ ย่อมรู้สึกไม่มากก็น้อย ถ้าหากซีเช่ดูแลท่านได้ไม่ทั่วถึง ข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอชดใช้ความผิดแทนนาง หวังว่าพี่ซีนจะยกโทษให้นางเพคะ”

ให้อภัยนาง ที่จริงแล้วเหลียงอินคือมาเพื่อขอความเมตตา คิ้วของเหลียงซีนจึงขมวดขึ้น น้องสาวผู้นี้มีความน่าสนใจ จริงๆ บทที่พี่สาวขอฃนางถูกท่านอ๋องเหยียบจนแทบตาย นางไม่ได้ร้องขอความเมตตาใดๆ ตอนนี้เพื่อสาวใช้คนหนึ่งถึงกลับมาขอความเมตตา ล้วนเป็น “ความรักของพี่น้อง” ที่แท้จริงยิ่งนัก

แต่ทว่าเหลียงซีนยังไม่อยากที่จะให้อภัยกับซีเช่ นางจึงเอ่ยเล่นอารมณ์ซึ้งกับเหลียงอินต่อไป “สาวใช้ผู้นี้ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็ยุแยงความรู้สึกของข้าและเจ้า ยังทำให้ข้าเลอะเลือนเหลวไหลถึงกับลงโทษเจ้าไป ตอนนี้ท่านอ๋องลงโทษข้าก็เหมาะสมแล้ว ตอนนี้ข้าอยากจะขอโทษเจ้า แต่ว่าสาวใช้เช่นนี้จะให้เก็บไว้ต่อไปไม่ได้”

“แต่ว่า...” ใบหน้าของเหลียงอินดูมีความร้อนรน แต่ก็มีความประหลาดใจเช่นกัน นางมองไปยังเหลียงซีนอย่างข้องใจ รู้สึกว่านางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน หรือว่ามีอุบายอันใดต่อนางอย่างนั้นหรือ

นางระแวดระวังมากขึ้น ทั้งตัวล้วนแสร้งทำท่าทางที่ดูอ่อนแอยิ่งขึ้น เพื่อที่จะแสดงใบหน้าที่คล้ายกับจะร้องไห้ออกมา “แม่ของนั้นคือแม่นมของข้า ตอนข้ายังเล็กนางดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้าจึงรับปากแม่ของนางว่าจะดูแลนางให้เป็นอย่างดี...แค่กแค่ก...”

ร่างกายของเหลียงอินโอนเอนไปมา สาวใช้ของนางจึงตกใจรีบเข้าไปประคองพร้อมกับเอ่ยขึ้น “พระชายาเรอง ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านไม่ควรเสียใจเช่นนี้ พระชายาเอก ข้าขอร้อง ท่านตอบรับคำขอร้องของพระชายาเรองเถอะเจ้าคะ เพียงแค่สาวใช้คนเดียว ทำให้ร่างกายของพระชายาเรองได้รับบาดเจ็บมันไม่ดีนะเจ้าคะ”

สาวผู้นี้พูดได้ฉลาดยิ่งนัก ถ้าหากเหลียงซีนไม่ตอบรับคำขอนั้นก็แสดงว่านางไม่ได้คำนึงงถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องนี้ ไม่ทะนุถนอมร่างกายของเหลียงอิน ถ้าหากนางตอบรับคำขอ สาวใช้ผู้นั้นก็จะไม่ต้องถูกทรมานแล้ว

เหลียงซีนยกยิ้มที่มุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น แสดงละครแค่ฉากเดียว ใครก็ทำได้ นางรีบเสแสร้งแสดงสีหน้าที่ตกใจ รีบลุกจากเตียงขึ้นไปประคองเหลียงอิน ใครจะคาดคิดว่าในเวลานั้นมีร่างที่รวดเร็วดังเช่นสายฟ้า รีบเข้ามาแยกเหลียงอินและเหลียงซีนออกจากกันทันที

คนที่มาก็คือเฉินเฮ่า เขามีใบหน้าที่คมคายคล้ายกับน้ำแข็งที่โดนหลอมละลายออกมา ดวงตาที่เหมือนเหยี่ยวคู่นั้นมองไปยังเหลียงซีนพร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าเคยบอกเจ้า ว่าไม่อนุญาตให้เข้าใกล้เหลียงอินแม้ครึ่งก้าว”

เขายกเท้าขึ้น แล้วเตะเหลียงซีนออกไปครึ่งก้าว

เหลียงซีนล้มไปที่บริเวณขอบเตียง ซี่โครงที่หักไปแล้วซี่นั้น ทำให้นางกระอักเลือดออกมาจากปากทันที เจ็บเหลือเกิน ทุกส่วนบนร่างกายล้วนเจ็บปวด เวลานี้นางเกือบจะหมดสติไปแล้ว แต่ด้วยแรงปณิธานอันแรงกล้าคอยพยุงนางไว้

ชิวยั่วที่อยู่ด้านข้างนั้นมองนางที่ได้รับบาดเจ็บอย่างกังวลใจ ร้อนใจที่จะเข้าไปประคองทันที แต่ว่าถูกเฉินเฮ่าที่ขมวดคิ้วอยู่อย่างเยือกเย็นนั้นสั่งขึ้นว่า “พวกเจ้าใครกล้าเข้าไปประคองนาง ก็ต้องพบจุดจบเช่นเดียวกันกับนาง”

ชิวยั่วตกตะลึงเพียงชั่วครู่ นางลังเลเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นกัดริมฝีปากอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่แล้วก้าวเท้าออกไปด้านหน้า

เหลียงซีนจึงจะตุกที่หัวคิ้ว ยกมือขึ้นห้ามทันที “ไม่ต้องเข้ามา ทำตามที่ท่านอ๋องสั่ง”

หางตาที่มองของนางนั้นเยือกเย็นยิ่งนัก ทำให้ชิวยั่วตกใจจนหยุดฝีเท้าลง ไม่กล้าก้าวเดินเข้าไป

นางไม่กลัวว่าท่านอ๋องจะทำเช่นไรกับนาง เพียงแต่กลัวว่าพระชายาเอกจะโมโห นางอยากจะเข้าไปประคองพระชายาเอก แต่ว่ามองใบหน้าที่เย็นชานั้นแล้วจึงไม่กล้าที่จะออกไป

นิยายแนะนำยอดฮิต