ตอน 2
ข้าจะเป็นจักรพรรดินี
บทที่ 2 ข้าจะเป็นจักรพรรดินีแทนท่านพี่เอง
แพทริเซียไม่อาจอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ด้วยความรู้ที่นางมี แต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นความจริง นางย้อนเวลากลับมาตอนอายุสิบเก้าปี
ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้อยู่ตรงหน้าแล้ว แพทริเซียจ้องไปที่พี่สาว ดวงตาที่มองมาอย่างห่วงใยนั้นใสดุจน้ำในทะเลสาบ
ความทรงจำสุดท้ายในชาติก่อนผ่านเข้ามาในหัว ชาติก่อนเปโตรนิยาไล่ตามความรักจนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอดสู ถ้านี่คือชีวิตใหม่ที่ฟ้าประทานให้จริงๆ… หากพระเจ้าทรงเมตตาเราสองพี่น้องจึงประทานโอกาสให้อีกครั้งล่ะก็…
เช่นนั้น ข้าจะ…
“ท่านพี่”
“อืม ว่าอย่างไร ริซซี่”
“ไม่จำเป็นต้องจับสลากหรอก”
ข้าจะไม่ทำให้โศกนาฏกรรมนั้นต้องซ้ำรอย
“ทำไมล่ะ”
ใบหน้าของแพทริเซียเจือรอยยิ้มบางเบายามมองพี่สาวที่ถามกลับมาอย่างใสซื่อ
“ข้าจะเป็นเอง”
ครานี้ ข้าจะเป็นจักรพรรดินีแทนท่านพี่เอง
“ข้าจะเป็นควิเนส”
เปโตรนิยาไม่เข้าใจน้องสาวของตนเลย เมื่อวานนี้ ไม่สิ เมื่อสักครู่นี้นางยังดื้อแพ่งบอกว่าไม่อยากเป็นจักรพรรดินี แต่จู่ๆ นางก็เปลี่ยนใจราวกับเป็นคนละคน เปโตรนิยาไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวของนางถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ แต่การที่นางไม่ต้องไปเป็นควิเนสก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เปโตรนิยาถามย้ำอีกครั้งด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจอีก
“จริงหรือ”
“อืม”
“ห้ามกลับคำนะ”
“อืม”
แพทริเซียตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ไม่กลับคำ…แน่นอน”
“เย่!”
แพทริเซียมองเปโตรนิยาที่ทำท่าดีอกดีใจเหมือนเด็กด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ไปที่ห้องหนังสือกันเถอะ ไปให้คำตอบกับท่านพ่อ”
มาร์ควิสโกรเชสเตอร์ที่อายุครบสี่สิบสองในปีนี้กำลังลำบากใจว่าจะส่งลูกสาวคนใดไปเข้าร่วมการคัดเลือกควิเนสดี จะส่งเปโตรนิยาลูกสาวคนโตไป นิสัยของนางก็ดูจะเข้ากับพวกราชนิกูลไม่ได้ แต่ถ้าจะให้ส่งแพทริเซียที่ไม่ค่อยพูดค่อยจาไป เขาก็ไม่สะดวกใจ ด้วยเพราะนางเป็นลูกคนรอง และขณะที่เขากำลังเหม่อลอยไปเรื่อยเพราะยังคิดไม่ตกเสียที เสียงเคาะประตูห้องหนังสือก็ดังขึ้น
“นั่นใคร”
“นีย่าค่ะ ท่านพ่อ”
“อ้อ เข้ามาสิ”
เขาต้อนรับลูกสาวทั้งสองด้วยความปีติ แม้จะสงสัยว่าเหตุใดทั้งคู่ถึงมาหาเขากลางดึกเช่นนี้ แต่เขาก็เลือกที่จะยกน้ำชามาให้บุตรีก่อนจะเอ่ยปากถามอะไรต่อ หลังจากวางแก้วชาอัสสัมอุ่นๆ ลงบนโต๊ะ มาร์ควิสก็ถามธุระของลูกๆ
“พวกเจ้ามีธุระอะไร ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่นอน”
“พวกเรามีเรื่องจะบอกท่านพ่อค่ะ”
สีหน้าของเปโตรนิยามีแววลิงโลด มาร์ควิสที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ได้แต่คิดว่าคงมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เปโตรนิยาทำหน้ากรุ้มกริ่มแต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไร นางดื่มชาเข้าไปอีกอึกสองอึกถึงพูดออกมา
“ริซซี่บอกว่าอยากเป็นควิเนสค่ะ”
“…จริงหรือ”
“ค่ะ ท่านพ่อ”
แพทริเซียวางแก้วชาลงบนโต๊ะกระจกด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางตอบบิดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ข้าจะเป็นเองค่ะ”
“อืม…”
เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว เขาเองก็คิดไม่ตกกับเรื่องนี้มาตลอด แต่นิสัยของเปโตรนิยาไม่เหมาะกับความเข้มงวดและความภูมิฐานของชีวิตในวังจริงๆ ด้วยเหตุนั้นมาร์ควิสจึงเก็บความรู้สึกดีใจไว้ภายในและไม่แสดงออกเมื่อแพทริเซียเป็นฝ่ายออกปากว่าจะเป็นควิเนส
“เจ้าสมัครใจหรือ”
“ค่ะ”
เมื่อฟังบุตรีตอบ มาร์ควิสก็ทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปพูดกับเปโตรนิยา
“เข้าใจล่ะ นีย่า ดึกมากแล้วลูกไปนอนเถอะ พ่อขอคุยกับริซซี่อีกสักหน่อย”
“ค่ะท่านพ่อ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ พรุ่งนี้คุยกันนะริซซี่”
เปโตรนิยาบอกราตรีสวัสดิ์ทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงที่มีความร่าเริงอยู่ในทีก่อนจะออกจากห้องหนังสือไป ตอนนี้ในห้องเหลืออยู่เพียงสองคน หลังจากดื่มชาที่ยังขึ้นไอร้อนจนหมดแก้ว มาร์ควิสจึงค่อยๆ เอ่ยปากถามลูกสาว
“เจ้าสมัครใจจริงๆ หรือ ริซซี่”
“ค่ะท่านพ่อ”
“พ่อสงสัยว่าทำไมลูกถึงเปลี่ยนใจ”
มาร์ควิสจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำของแพทริเซียและเอ่ยถาม
“ถ้าลูกมีเหตุผลอะไร บอกพ่อได้ไหม”
“…ไม่มีค่ะ ข้าเพียงแต่คิดว่าหากต้องมีใครสักคนในบรรดาเราสองคนเป็นควิเนส คนผู้นั้นควรจะเป็นข้า”
การไม่ส่งบุตรีคนใดไปเลยนั้นไม่สามารถทำได้ กฎของจักรวรรดิระบุไว้ชัดเจนว่าควิเนสจะต้องเป็นเด็กสาวอายุระหว่าง 18-20 ปีจากตระกูลขุนนางระดับเคานต์ขึ้นไป ซึ่งตระกูลของมาร์ควิสโกรเชสเตอร์ก็จำเป็นต้องส่งไปหนึ่งคน
“หรือท่านพ่ออยากให้นีย่าไป?”
แพทริเซียเอ่ยถามด้วยใจที่สั่นไหว แต่โชคดีที่คำตอบที่ได้รับไม่แย่นัก
“ไม่หรอก ใจจริงพ่อก็อยากให้เจ้าไป”
“…อย่างนั้นหรือคะ”
ไม่ต้องถามเหตุผลก็พอจะรู้ บิดาของนางเป็นถึงมาร์ควิส ท่านคงคิดว่าหากส่งตัวนางซึ่งเป็นคนเงียบขรึมไปน่าจะวางใจมากกว่า และตัวนางเองก็ไม่ได้ไม่พอใจหรือน้อยเนื้อต่ำใจกับความคิดนั้น
“สัปดาห์หน้าหรือคะ ที่ข้าต้องเข้าวัง” นางถามต่อ
ควิเนสทั้งห้าคนจะไปรวมกันเพื่อเข้ารับการทดสอบในพระราชวังเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และหนึ่งในนั้นจะถูกเลือกเป็นจักรพรรดินี มาร์ควิสพยักหน้าก่อนจะกล่าวด้วยความเคลือบแคลงใจ
“เจ้าดูนิ่งและไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย พ่อก็พอรู้ว่าเจ้าเป็นคนเงียบขรึม แต่ไม่รู้ทำไม…เหมือนเจ้าคุ้นชินกับสิ่งนี้แล้วอย่างไรอย่างนั้น”
แพทริเซียหัวเราะไม่ออกเสียงให้กับคำพูดของบิดาเพราะมันคือความทรงจำที่ปวดร้าวสำหรับนาง แต่นางไม่อาจบอกอะไรให้อีกฝ่ายรู้จึงพูดเรื่องจริงให้เหมือนคำโกหกออกไป
“ข้าคงเคยเห็นในฝันมาแล้วกระมัง”
“เจ้านี่นะ”
มาร์ควิสแย้มยิ้ม ส่วนแพทริเซียพูดเหมือนแจ้งให้รู้ไว้ก่อน
“ท่านพ่อ ข้าไม่คิดจะชนะนะคะ ข้าจะกลับบ้าน”
ควิเนสมีทั้งหมดห้าคน แต่คนที่จะได้เป็นจักรพรรดินีมีเพียงหนึ่งเดียว ควิเนสที่ไม่ได้รับคัดเลือกจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แน่นอนว่าสามารถแต่งงานกับลอร์ด[1]ตระกูลใดก็ได้ เหมือนอย่างมารดาของนาง ก่อนจะย้อนเวลากลับมา แพทริเชียก็ไม่ได้อยากขึ้นไปอยู่บนที่ที่สูงกว่าผู้อื่น หลังย้อนเวลากลับมาแล้วยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ แม้ว่าตอนนี้ทุกๆ อย่างจะเป็นเพียงความทรงจำก็ตาม แต่จะให้ไปแต่งงานกับผู้ชายที่เคยเป็นพี่เขยจนถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ คงไม่สอดคล้องกับหลักศีลธรรมสักเท่าไร
“ท่านพ่อจะว่าไหมคะ” นางยิ้มพลางเอ่ยปากถามมาร์ควิส
“ไม่เลย ลูกจงพ่ายแพ้และกลับมาหาพ่อเถอะ”
เขาจุมพิตที่หน้าผากของบุตรสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพูดราวกับกระซิบ
“ตอนนี้พ่อก็ยังไม่อยากยกเจ้าหญิงของพ่อให้ผู้ชายหน้าไหนเหมือนกัน”
แพทริเซียกลับมาที่ห้องและทิ้งตัวลงบนที่นอน ย้อนอดีตกลับมายังไม่ทันถึงสองชั่วโมง แต่นางกลับเปลี่ยนเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องในอดีตไปแล้ว จำได้ว่าที่จริงแล้ว เปโตรนิยาซึ่งเป็นคนจับสลากแพ้ต่างหากที่เป็นคนบอกผู้เป็นบิดาว่าจะเป็นควิเนส แพทริเซียกัดปากแน่นโดยไม่รู้ตัว
ตอนนั้นทั้งนางและเปโตรนิยาต่างไม่มีใครอยากเป็นควิเนส อย่างที่พูดไปเมื่อครู่ ตัวนางเองไม่ได้อยากอยู่เหนือใคร นางเคยอ่านจากจารึกประวัติศาสตร์หลายต่อหลายฉบับกล่าวว่าบนนั้นมีด้านที่อันตราย แน่นอนว่าที่ตอนนี้นางเปลี่ยนใจก็เนื่องมาจากโศกนาฏกรรมในอดีต
อีกทั้งพี่สาวของนางเป็นคนที่ช่างเพ้อฝัน เปโตรนิยาเฝ้าฝันว่าจะได้เจอเจ้าชายขี่ม้าขาวเหมือนในนิทาน นางไม่มีทางมองว่าตำแหน่งควิเนสที่เหมือนถูกจับคลุมถุงชนกลายๆ นั้นน่าดึงดูดเป็นแน่
ด้วยเหตุนั้น ในอดีตพวกนางสองพี่น้องจึงใช้วิธีที่แม้แต่แพทริเซียในตอนนี้ก็ยังคิดว่าน่าอดสูอย่างการจับสลากเพื่อตัดสินว่าใครจะได้เป็นควิเนส สุดท้ายแล้วคนที่ได้เป็นก็คือเปโตรนิยา และบทสรุปของนางคือความตาย เมื่อแพทริเซียคิดมาถึงตรงนี้ ปากของนางก็เยินจนเลือดซึมแล้ว
แพทริเซียย้อนเวลากลับมาแล้ว และนางเปลี่ยนอนาคตด้วยการเสนอตัวเป็นควิเนสแทนเปโตรนิยา ซึ่งปลายทางของมันอาจไม่ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมที่ตัวนางและครอบครัวต้องตาย
ต่อให้แพทริเซียต้องเป็นควิเนส แต่ถ้านางไม่ได้เป็นจักรพรรดินีทุกอย่างก็จบ และต่อให้นางได้เป็นจักรพรรดินี ถ้าการเสียสละของนางจะทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปได้ เพียงเท่านั้นนางก็พอใจแล้ว ขอเพียงไม่เกิดความสูญเสียเช่นนั้นอีก ย่อมดีกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวี
“เรื่องนั้นยังอีกตั้งสามปี”
เพราะฉะนั้นนางจะเปลี่ยนอนาคตเท่าไรก็ย่อมได้ นางจะต้องเปลี่ยนมันให้ได้
แพทริเซียไม่อาจรู้ได้ว่าอนาคตที่รออยู่จะเป็นเช่นไร แต่อย่างน้อยนางก็จะไม่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นที่เคยเกิด นางจะพยายามด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อให้เรื่องนั้นไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะฉะนั้นชีวิตที่ได้รับมาใหม่นี้ เจ้าหวังให้มันจบอย่างมีความสุขได้เลยนะ ท่านพี่
“ข้าจะทำให้มันจบอย่างมีความสุขให้ได้”
แพทริเซียตั้งใจเช่นนั้น นางจะเป็นควิเนส ดีไม่ดีอาจจะต้องเป็นจักรพรรดินีแทนพี่สาว นางจะลบรอยแผลในอดีตให้สิ้นซาก ไม่เหลืออยู่แม้แต่ในความทรงจำ
***
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ทุกคนก็พอจะทราบกันแล้วว่าควิเนสทั้งห้าคน ได้แก่ เลดี้[2]ราฟาเอลา จากตระกูลมาร์ควิสบริงสโตน เลดี้เกรตา จากตระกูลเคานต์อาร์เซลโด เลดี้บาร์บรา จากตระกูลมาร์ควิสดิวาร์ เลดี้ทริชา จากตระกูลดยุกวาเซียร์ และตัวนาง
เดิมทีเลดี้ทริชาซึ่งเป็นบุตรีของดยุก[3]ควรจะได้เป็นจักรพรรดินี แต่ในตอนนั้นไม่รู้ว่าพี่สาวเอาชนะเลดี้ทริชาแล้วกลายเป็นจักรพรรดินีได้อย่างไร แพทริเซียตั้งใจจะทำให้ตัวเองสอบตกและไม่ต้องเป็นจักรพรรดินี แต่นางก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพราะเรื่องเหนือความคาดหมายเคยเกิดขึ้นไปแล้วครั้งหนึ่ง
ในที่สุดก็ถึงวันที่แพทริเซียต้องเดินทางเข้าวัง เปโตรนิยาที่น้ำปริ่มขอบตาไม่ยอมปล่อยมือของน้องสาว
“ริซซี่ เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น เดินทางดีๆ แล้วก็รีบไปรีบมานะ เข้าใจไหม”
ครั้นได้ฟังดังนั้น แววตาของแพทริเซียที่มองอีกฝ่ายก็ลุ่มลึกขึ้น เมื่อสามปีก่อนตัวนางเองก็เป็นเช่นนี้ สองมือของนางกอบกุมมือของเปโตรนิยาที่กำลังจะเข้าวัง ปากก็บอกว่าให้รีบสอบตกและรีบกลับมา ให้พี่สาวเดินทางปลอดภัย ซึ่งท้ายที่สุดพี่สาวของนางก็ได้เป็นจักรพรรดินีและกลับมาโดยไม่มีรอยขีดข่วน แพทริเซียยิ้มบางๆ
“ข้าต้องคิดถึงเจ้าแน่ นิล”
“ข้าก็เหมือนกัน ริซซี่ พวกเราไม่เคยอยู่ห่างกันนานๆ แบบนี้เลยนะ…”
เสียงของเปโตรนิยาอู้อี้ ตั้งแต่อยู่ในท้องมารดาจนเวลาผ่านเลยมาถึงตอนนี้ก็สิบเก้าปีแล้ว พวกนางไม่เคยอยู่ห่างกันนานๆ เช่นนี้เลย บางคนอาจค่อนแคะได้ว่าห่างกันเพียงสัปดาห์เดียวจะอะไรกันหนักหนา แต่สำหรับพี่น้องคู่นี้ นี่คือครั้งแรก แพทริเซียกำชับเบาๆ ในขณะที่เปโตรนิยากอดนางไว้ในอ้อมอกราวกับนางเป็นเด็กเล็ก
“…ห้ามมาที่วังนะ เข้าใจไหม”
ที่พูดออกไปนั้นอาจเป็นเพราะแพทริเซียกังวลเกินกว่าเหตุ คราวก่อนคนที่ได้เป็นควิเนสคือเปโตรนิยาที่บ่นหนักหนาว่าไม่อยากเป็นจักรพรรดินี แต่ที่สุดแล้วนางกลับตกหลุมรักจักรพรรดิตั้งแต่แรกพบ และพยายามทุกทางเพื่อที่จะได้เป็นจักรพรรดินี
แน่นอนว่าคราวนี้คนที่ได้เป็นควิเนสคือตนไม่ใช่พี่สาว แต่ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ระวังไว้ก่อนไม่เสียหาย เปโตรนิยาหัวเราะคิกคักเมื่อถูกกำชับเช่นนั้น
“เจ้านี่นะ เห็นข้าเป็นคนอย่างไร ข้าไม่คิดจะทำลายชื่อเสียงของน้องสาวหรือตระกูลเราสักนิด ไม่ต้องกังวลหรอก”
“…นั่นสินะ”
แพทริเซียตบบ่าพี่สาวเบาๆ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไปร่ำลามาร์ควิสและมาร์เชอเนส
“ข้าจะรีบไปรีบมานะคะ”
“จ้ะ ริซซี่ เดินทางปลอดภัยเหมือนที่พี่สาวลูกอวยพรนะ”
“เราเชื่อว่าลูกสาวของเราจะรักษากิริยาได้ดี”
แพทริเซียเกือบจะร้องไห้ให้กับน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยของบิดาและมารดา แต่โชคดีที่คนขับรถม้าเข้ามาพอดี นางจึงรอดจากเรื่องน่าอายเช่นนั้นไปได้ มาร์ควิสและมาร์เชอเนสกอดแพทริเซียอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยนางมาขึ้นรถม้า และมุ่งหน้าสู่พระราชวัง
และนี่คือจุดเริ่มต้นของอดีตที่เปลี่ยนไป
[1] ลอร์ด (Lord) เป็นคำเรียกที่ใช้เรียกขุนนางชายตั้งแต่ยศมาร์ควิสลงไปจนถึงบารอน หรือลูกชายของขุนนาง ไม่ใช่ตำแหน่งทางการ
[2] เลดี้ (Lady) เป็นคำเรียกที่ใช้เรียกหญิงชนชั้นสูงที่มีบรรดาศักดิ์ตั้งแต่มาร์เชอเนสลงไปจนถึงบารอเนส รวมถึงภรรยาและบุตรีของขุนนาง ไม่ใช่ตำแหน่งทางการ
[3] ดยุก (Duke) เป็นตำแหน่งสูงสุดในบรรดาศักดินาขุนนางของยุโรป อันได้แก่ ดยุก มาร์ควิส เคานต์ ไวเคานต์ และบารอน เลดี้ทริชาซึ่งเป็นลูกสาวของดยุกวาเซียร์จึงมีศักดิ์สูงกว่าเลดี้คนอื่นๆ และมีโอกาสได้เป็นจักรพรรดินีมากที่สุด
ตอน 3
บทที่ 3 ชื่อต้องห้าม
“เลดี้ราฟาเอลา จากตระกูลมาร์ควิสบริงสโตน เลดี้เกรตา จากตระกูลเคานต์อาร์เซลโด เลดี้บาร์บรา จากตระกูลมาร์ควิสดิวาร์ เลดี้แพทริเซีย จากตระกูลมาร์ควิสโกรเชสเตอร์ และเลดี้ทริชา จากตระกูลดยุกวาเซียร์”
“…ไปได้ยินมาจากใครกัน”
ชายหนุ่มพูดราวกับนั่นเป็นสิ่งรบกวนใจ ฝ่ายหญิงสาวได้ฟังคำพูดนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างทรงเสน่ห์และถามกลับ
“ทำไมหรือเพคะ นี่เป็นเรื่องที่หม่อมฉันไม่ควรรู้หรือ”
“รู้ไปเพื่ออะไร”
“ก็ไม่มีอะไรนี่เพคะ อนุอย่างหม่อมฉันก็ควรจะทราบชื่อว่าที่ภรรยาหลวงของพระองค์มิใช่หรือ”
จักรพรรดิลูซิโอขมวดคิ้ว แม้น้ำเสียงของอีกฝ่ายจะราบเรียบแต่ฟังดูแล้วคล้ายมีความนัยซ่อนอยู่ ปกติแล้วโรสมอนด์ของเขาจะคอยแต่กระซิบคำหวานที่ข้างหู แต่บางครั้งเจ้าหล่อนก็เปลี่ยนเป็นมีดโกนอาบน้ำผึ้งเช่นนี้เหมือนกัน ลูซิโอยิ้มบางๆ พลางปลอบประโลมอีกฝ่าย
“ทำไม เจ้าหึงรึ”
“จะหึงหรือไม่แล้วมีประโยชน์อันใดหรือเพคะ ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็เป็นแค่… เมียลับๆ ของพระองค์”
โรสมอนด์เบะปากและบ่นกระจุกกระจิก นางเป็นผู้หญิงของจักรพรรดิและอยู่ข้างกายลูซิโอมาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่ตำแหน่งจักรพรรดินีเป็นตำแหน่งที่เต็มไปด้วยพิธีรีตรอง เพราะฉะนั้นตอนนี้แม้แต่ตำแหน่งอนุภรรยาอย่างเป็นทางการนางก็ยังไม่ได้รับ ลูซิโอพูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงราวกับว่าเข้าอกเข้าใจในความรู้สึกของเจ้าหล่อน
“ถ้าเลือกจักรพรรดินีได้เมื่อไร ข้าจะมอบบรรดาศักดิ์ให้เจ้าทันที ดีหรือไม่”
“…ไม่รู้ไม่ชี้เพคะ”
ที่จริงนางก็หายหงุดหงิดนานแล้วแต่ยังแสร้งทำเป็นแง่งอนต่อไปเพราะไม่แน่ว่าส้มอาจจะหล่นลงมาอีกก็เป็นได้ และไม่กี่อึดใจลูซิโอก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานหู
“เจ้าก็รู้นี่ว่าข้ามีแต่เจ้า หืม?”
“ไม่ทราบเพคะ ถ้าพระองค์ไม่แสดงให้หม่อมฉันเห็น”
จู่ๆ โรสมอนด์ที่เอาแต่พูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อก็กลับมาออดอ้อนลูซิโออีกครั้ง
“พระจักรพรรดิลูซิโอเพคะ ตอนนี้แม้แต่บ่าวไพร่ก็ยังดูแคลนว่าถึงแม้พระองค์จะทรงเอ็นดูหม่อมฉันสักเพียงใด แต่หม่อมฉันก็มิอาจดำรงตำแหน่งอันใดได้ พระองค์คงไม่คิดที่จะให้หม่อมฉันอยู่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ใช่ไหมเพคะ”
ลูซิโอหน้าเปลี่ยนสีทันทีที่ได้ยินคำนั้น เขาถามประหนึ่งจะคาดคั้นเอาความจริง
“ใครกล่าวเช่นนั้น”
โรสมอนด์ยิ้มร่า นางโกหก จะมีใครหน้าไหนใจกล้ามาดูหมิ่นดูแคลนนางซึ่งเป็นผู้หญิงที่จักรพรรดิเลี้ยงดูปูเสื่อมาเป็นปี และหากมีจริง นางคงกุดหัวคนผู้นั้นก่อนที่มันจะได้ดูแคลนนางแล้วเป็นแน่ แน่นอนว่าจักรพรรดิลูซิโอคงไม่ทราบถึงขั้นนั้น จู่ๆ โรสมอนด์ก็เปลี่ยนเรื่องพูด
“ทรงสัญญาจะพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้หม่อมฉันหรือเพคะ ทรงทราบหรือไม่ว่าตอนถูกดูแคลนหม่อมฉันช้ำใจเพียงใด”
“โรส เจ้าอย่ากังวลไปเลย”
ลูซิโอลูบไปตามเรือนผมที่ส่องประกายสีชมพู พลางกระซิบแผ่วเบา
“ช่วงแรกข้าอาจแต่งตั้งให้เจ้าได้แค่ขั้นบารอเนส แต่สุดท้ายเจ้าจะต้องเป็นจักรพรรดินี”
“ตายจริง”
‘ส้มลูกใหญ่กว่าที่คิดนะนี่’โรสมอนด์ยิ้มกว้าง นางไม่เคยคิดจะพูดถึงตำแหน่งจักรพรรดินีเลย นี่เกินความคาดหมายไปมาก
“พระองค์ไม่สัญญาง่ายไปหน่อยหรือเพคะ แม้แต่ควิเนสก็ถูกเลือกไว้แล้วแท้ๆ”
“ข้าไม่มีอำนาจในการเลือกควิเนส แต่ผู้เลือกจักรพรรดินีคือข้า แม้จะมอบตำแหน่งนั้นให้เจ้าในตอนนี้ไม่ได้ แต่สักวัน…ต้องมีวันนั้นแน่”
ลูซิโอเริ่มลูบไล้เรือนร่างของโรสมอนด์อย่างรุกเร้า โรสมอนด์ก็แสร้งครางกระเส่าเพื่อจะกระตุ้นอารมณ์ของเขา จากนั้นลูซิโอก็เริ่มลูบไล้หนักขึ้นราวกับว่าที่นางทำมันได้ผล
“ข้าจะทำให้เจ้าได้นอนบนเตียงในตำหนักจักรพรรดินีเอง”
‘อา แค่คิดก็รู้สึกวูบวาบแล้ว ถ้าได้พลอดรักกับเขาบนเตียงในตำหนักจักรพรรดินีจะมีความสุขสักแค่ไหนกันนะ’โรสมอนด์หัวเราะเสียงสูงก่อนจะรวบไหล่แน่นของลูซิโอเอาไว้
***
“เลดี้แพทริเซีย ถึงแล้วขอรับ”
แพทริเซียยิ้มให้คนขับรถม้าที่นั่งอยู่ด้านนอกตัวรถและกล่าวขอบคุณที่พามาส่ง
“ขอบคุณค่ะ”
“จากนี้กระผมจะนำทางให้เองขอรับ”
ข้ารับใช้โผล่ออกมาจากพระราชวังราวกับวิญญาณเข้ามายืนเทียบข้างรถม้าอย่างรวดเร็ว แพทริเซียพยักหน้าให้เขา สีหน้าของนางไม่มีแววตกใจ อีกเดี๋ยวข้ารับใช้ผู้นี้จะพาไปยังห้องที่นางจะต้องพักอาศัยในช่วงหนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้
แพทริเซียเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบๆ แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไป สีหน้าของนางก็เริ่มไม่สู้ดี
“…”
ความทรงจำหลั่งไหลออกมาไม่หยุด ตอนที่ได้เป็นจักรพรรดินีแล้ว เปโตรนิยาเชิญนางและมารดามายังห้องที่ตัวเองเคยอยู่ และตอนนี้นางก็กำลังเดินอยู่บนทางที่มุ่งหน้าไปยังห้องนั้น
แพทริเซียมีสีหน้าบึ้งตึงเพราะรู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ แต่ไม่ช้าสีหน้าของนางก็กลับมาเป็นปกติ ที่นางฝังใจอยู่กับเรื่องเก่าๆ ก็เพราะอดีตในตอนนี้คือความเป็นจริง
แพทริเซียกลับมาเป็นนางคนเก่าที่สุขุม และก้าวเดินต่อไปจนกระทั่งข้ารับใช้หยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง สตรีนางหนึ่งกำลังรออยู่ และเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดๆ แพทริเซียก็เกือบจะหัวเราะแห้งๆ ออกมา
‘มีร์ยา’
“ข้าชื่อมีร์ยา จะมาทำหน้าที่ดูแลควิเนสแพทริเซียตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ”
มีร์ยาเป็นนางกำนัลของเปโตรนิยา มีร์ยาผู้น่าสงสารยืนยันความบริสุทธิ์ของเปโตรนิยาจนตัวตายในลานประหาร ใจหนึ่งแพทริเซียรู้สึกอึดอัดเป็นอันมาก แต่อีกใจหนึ่งก็เกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายต่อสตรีผู้นี้
ตอนนี้แพทริเซียได้คนที่เคยเป็นนางกำนัลผู้น่าสงสารของพี่สาวมาคอยรับใช้ การที่แพทริเซียรู้เรื่องทุกอย่างนำพาให้นางรู้สึกเศร้าอย่างไม่มีเหตุผล
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ มีร์ยา”
แน่นอนว่าแพทริเซียไม่แสดงอาการใดๆ ออกไป ในสายตาของพวกเขา นางไม่ใช่แพทริเซียในวัยยี่สิบสองปีที่ย้อนเวลามา แต่เป็นแพทริเซียวัยสิบเก้าปีที่เพิ่งจะได้เป็นควิเนส การทำอะไรบุ่มบ่ามจะเป็นอันตราย เมื่อแพทริเซียเข้าไปในห้อง บรรดาสาวใช้ก็มาช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับควิเนส และในระหว่างนั้นมีร์ยาก็ช่วยอธิบายกำหนดการในวันต่อๆ ไปให้ฟังคร่าวๆ
“ท่านควิเนสจะต้องเข้าร่วมการคัดเลือกที่นี่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ การคัดเลือกจักรพรรดินีจะมีทั้งสิ้นสามรอบ รอบแรกจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ และรอบต่อไปจะมีขึ้นหลังจากรอบก่อนหน้าสองวัน มีคำถามอะไรไหมคะ”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะ มีร์ยา”
แพทริเซียไม่มีข้อสงสัยและไม่มีอะไรอยากถาม เพราะนางมีประสบการณ์ทางอ้อมมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้นได้ยินแพทริเซียตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มีร์ยาและบรรดาสาวใช้ก็พากันออกจากห้องไป ก่อนจะออกไปพวกสาวใช้บอกให้นางพักผ่อนเพราะนางน่าจะเหนื่อยจากการเดินทาง
ตอนนี้ในห้องเหลือแค่แพทริเซียคนเดียวแล้ว ร่างบางเดินเหม่อลอยไปนั่งลงบนเตียง เมื่อครู่นางยังไม่รู้สึกง่วงงุน แต่เมื่อได้มานั่งบนเตียงเช่นนี้ก็พาให้หนังตาหย่อน หญิงสาวนั่งทิ้งน้ำหนักลงบนเตียงและเอนกายไปเบื้องหลังก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ
“โรสมอนด์…”
ตอนนี้ชื่อนี้ยังเป็นชื่อต้องห้าม แพทริเซียพยายามดึงเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากความทรงจำ
โรสมอนด์ แมรี ลา เฟ็ลปส์ผู้หญิงที่ตอนนี้ยังเป็นแค่ภรรยาลับๆ ของพระจักรพรรดิ แต่เมื่อเสร็จสิ้นการสถาปนาจักรพรรดินี นางก็จะได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นบารอเนสเฟ็ลปส์
และในตอนนั้น… บารอเนสเฟ็ลปส์เป็นผู้ที่ทำให้พี่สาวของตนรวมถึงคนในตระกูลต้องประสบกับเคราะห์กรรม แววตาของแพทริเซียดูนิ่งสงบ
นอกจากเหตุผลที่กล่าวไปเมื่อครู่แล้ว โรสมอนด์คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้แพทริเซียกับเปโตรนิยาไม่อยากเป็นควิเนส โรสมอนด์กำลังเป็นที่โจษจันในแวดวงชนชั้นสูงด้วยข่าวลือที่ว่าจักรพรรดิรับนางมาดูแลทันทีหลังจากขึ้นครองบัลลังก์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนน้ำท่วมปาก และในที่สุด เมื่อเปโตรนิยาคนก่อนขึ้นเป็นจักรพรรดิดินี ความจริงก็ปรากฏว่าเรื่องราวไม่ได้ผิดไปจากข่าวลือ และดูเหมือนว่าในตอนนี้ความจริงข้อนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ถ้าไม่ได้เป็นจักรพรรดินีก็แล้วไปเถิด แต่ต่อให้ตนได้เป็นจักรพรรดินี แพทริเซียก็ไม่คิดจะเก็บเรื่องของโรสมอนด์มาใส่ใจสักนิด เท่าที่จำได้ จักรพรรดิรักโรสมอนด์อย่างหัวปักหัวปำ และต่อให้ตนย้อนเวลากลับมา ความจริงข้อนั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีอาวุธใดที่สามารถทำลายความรักที่เขามีต่อโรสมอนด์ได้ ซึ่งในชาติก่อนตระกูลของตนก็ได้ยืนยันเรื่องนี้ด้วยความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
เพราะฉะนั้นต่อให้ดวงกุดจนต้องเป็นจักรพรรดินี แพทริเซียก็จะเจียมเนื้อเจียมตัวให้มากที่สุดโดยการไม่สนใจและไม่ใส่ใจจักรพรรดิและอนุภรรยาคนนั้น ตนจะทำตัวเรื่อยๆ มาเรียงๆ แต่ที่สุดแล้วตนจะต้องเป็นผู้ชนะ นั่นคือแผนการในตอนนี้
“ก่อนอื่น…พยายามให้ตกรอบตั้งแต่รอบคัดเลือกในวันพรุ่งนี้เลยดีกว่า”
คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการไม่ได้เป็นจักรพรรดินีตั้งแต่แรก ขอเพียงไม่ได้เป็นจักรพรรดินีเท่านั้น สิ่งที่กังวลมาทั้งหมดก็จะสลายไป และจะนำบทสรุปที่ดียิ่งมาให้
แพทริเซียหวังว่าตนจะไม่ได้เป็นจักรพรรดินี เพราะการที่ต้องอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ทำให้นางเครียดมากทีเดียว
***
ควิเนสทุกคนต้องสวมชุดเดรสสีขาวอันหมายถึงความบริสุทธ์เหมือนกันทั้งหมดเพื่อความเสมอภาคในการตัดสิน และชุดเดรสสีขาวนั้นต้องเป็นชุดที่ทางสำนักพระราชวังจัดเตรียมไว้ให้ เป็นชุดสีขาวบริสุทธ์ที่ไม่มีเครื่องตกแต่งใดๆ
เรื่องเป็นเช่นนี้ยิ่งเข้าทาง หากให้แต่งตัวตามความพึงใจคงยากที่จะใส่เสื้อผ้าที่ไม่เป็นจุดเด่น
จักรพรรดินีของจักรวรรดิมาวินอสไม่ได้หมายถึงอัครมเหสีหรือภรรยาหลวงของจักรพรรดิเพียงเท่านั้น แต่จะค่อนไปทางข้าราชบริพารเสียมากกว่า กล่าวคือต้องคอยช่วยงานในขณะที่จักรพรรดิครองราชย์ ในฐานะที่เป็นคนผู้เดียวที่มีศักดิ์เทียบเท่าจักรพรรดิ เพราะฉะนั้นการคัดเลือกจักรพรรดินีต้องเกิดขึ้นต่อหน้าเหล่าขุนนาง ซึ่งแน่นอนว่าพระจักรพรรดิก็ต้องประทับอยู่ด้วย
“ท่านควิเนส ตื่นเต้นไหมคะ” มีร์ยาถาม
แพทริเซียยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ นางไม่ตื่นเต้นเพราะคิดว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ช่าง สอบตกสิดี เพราะฉะนั้นนางไม่มีเหตุผลอะไรจะต้องรู้สึกตื่นเต้น ทว่า…
‘ผู้ชายคนนั้น’
จักรพรรดิ ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นพี่เขยของนาง ผู้ชายที่สั่งฆ่าครอบครัวของนางทั้งตระกูล ทำให้ตระกูลของนางสูญสิ้น หากมองในมุมของแพทริเซีย คนที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตคงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคนผู้นี้ แต่ในความเป็นจริง เมื่อแพทริเซียได้พบเขาตัวเป็นๆ นางกลับไม่ได้รู้สึกแค้นเคืองเขามากมาย เพราะเปโตรนิยาพี่สาวของนางกลายเป็นจักรพรรดินีตกบัลลังก์ด้วยข้อหาทำให้โรสมอนด์แท้งลูก อีกทั้งก่อนถูกจับ นางยังก่อโทษลอบปลงประชนม์พระจักรพรรดิอีกด้วย
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดคงเพราะเขาจำเป็นต้องทำในฐานะจักรพรรดิ ความผิดแรกยังพอทำเนา แต่ความผิดอย่างหลังเป็นความผิดร้ายแรงเทียบเท่าโทษกบฏเลยทีเดียว หากมองโดยปราศจากอคติใดๆ แล้ว จุดจบของตนและครอบครัวก็เป็นเรื่องที่สมควร
แม้แพทริเซียจะได้ย้อนเวลากลับมา แต่นางก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดในช่วงท้ายๆ เท่าใดนัก สิ่งที่พอจะรู้เป็นเพียงข้อมูลที่ได้มาจากที่นู่นบ้างที่นี่บ้าง ไม่มีใครบอกความจริงที่เกิดขึ้นกับนางเลย บิดา มารดา หรือแม้แต่เปโตรนิยาก็ไม่ปริปาก ไม่สิ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจไม่รู้เช่นกันว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มีร์ยา”
แพทริเซียทิ้งความคิดที่ตีกันสับสนออกไปพร้อมกับคำพูดที่เปล่งออกมา เรื่องเกิดไปแล้ว และที่ตนมาที่นี่ก็เพื่อเปลี่ยนเรื่องนั้น ตอนนี้การที่ตนได้เป็นควิเนสก็นับว่าได้เปลี่ยนอดีตไปครั้งหนึ่งแล้ว เพราะฉะนั้น…น่าจะมีโอกาสที่จะไม่เกิดโศกนาฏกรรมเหมือนคราวนั้น
“ได้เวลาเข้าไปข้างในแล้วค่ะ”
ควิเนสทั้งห้าคนที่รวมกันอยู่ ณ ที่นั้นเดินผ่านประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบตามคำบอกของดัชเชสเอเฟรนีซึ่งเป็นสตรีคนเดียวในที่นั้นที่ไม่ได้เป็นควิเนส
พวกนางรู้สึกถึงความเงียบที่เกือบจะเป็นความสงัด และสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่พวกนางจากภายในประตูที่เปิดกว้างนั้น
อึดอัด แต่มาถึงตอนนี้ก็ถอยไม่ได้แล้ว แพทริเซียทำตัวเป็นควิเนสได้อย่างสง่างามขณะที่ภายในรู้สึกวูบโหวง
“ควิเนสทั้งห้าคน อันได้แก่ เลดี้แพทริเซีย จากตระกูลมาร์ควิสโกรเชสเตอร์ เลดี้ราฟาเอลา จากตระกูลมาร์ควิสบริงสโตน เลดี้เกรตา จากตระกูลเคานต์อาร์เซลโด เลดี้บาร์บรา จากตระกูลมาร์ควิสดีวาร์ และเลดี้ทริชา จากตระกูลดยุกวาเซียร์ เข้าสู่การคัดเลือกแล้ว”
แพทริเซียไม่สบอารมณ์สักเท่าไรกับเสียงประกาศที่ชวนให้คิดว่าถูกเรียกมาเป็นสินค้าในงานประมูลก็ไม่ปาน แต่คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะที่แห่งนี้ก็เหมือนงานประมูลสินค้าอยู่แล้ว แพทริเซียนึกเย้ยหยันในใจ
“ดัชเชสเอเฟรนีจะให้เกียรติมาประกาศหัวข้อการทดสอบในรอบแรก”
จักรพรรดินีจะถูกเลือกจากผลการทดสอบทั้งหมดสามรอบ ดยุกสองคนและจักรพรรดิจะเป็นผู้ประกาศหัวข้อตามลำดับ ซึ่งพวกเขาเป็นเพียงตัวแทนที่ออกมาประกาศหัวข้อเป็นพิธีเท่านั้น ผู้ที่คิดหัวข้อจริงๆ คืออัครมหาเสนาบดีทั้งสามของจักรวรรดิและพระจักรพรรดิ การประเมินก็เป็นสิทธิ์ของทั้งสี่ท่านนั้นรวมถึงดัชเชสเอเฟรนี ส่วนขุนนางคนอื่นๆ แทบจะมีค่าเท่ากับไม้ประดับ แต่ถึงกระนั้นการที่พวกเขามาที่นี่เพราะพวกเขามีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งผลการตัดสินของทั้งสี่คนข้างต้น ซึ่งในความเป็นจริงไม่ค่อยมีขุนนางหน้าไหนกล้าประท้วง ไม่ค่อยมีแต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีเลย เพราะฉะนั้นเหล่าขุนนางจึงพออกพอใจกับวิธีนี้
“หัวข้อแรก”
“…..”
ในห้องโถงเงียบสนิท แพทริเซียนึกถึงหัวข้อการทดสอบที่มาร์ควิสโกรเชสเตอร์พูดถึงเมื่อสามปีก่อนขึ้นมา
ตอน 4
บทที่ 4 เริ่มการคัดเลือกควิเนส
หัวข้อในตอนนั้นคืออะไรนะ น่าจะเป็น…
“จงปักผ้าด้วยลวดลายที่แสดงความเป็นตัวตนของท่าน มีเวลาสามชั่วโมง”
การปักผ้า แพทริเซียเกือบหลุดหัวเราะออกมา เนื่องจากหัวข้อการทดสอบเหมือนกับเมื่อสามปีก่อนไม่มีผิด แม้จะคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว แต่เมื่อตรงกันจริงๆ ก็ทำให้รู้สึกประหลาดใจ หญิง