ตอน 3

พ่อเพื่อนหนูขอจอง

บทที่ 3

รินลดาไม่รอดูว่าเจ้าของห้องทำงานจะเปิดประตูออกมาหรือไม่ วินาทีที่แจกันเซรามิกตกแตกกระจายเต็มพื้น สัญชาตญาณเอาตัวรอดก็สั่งให้เธอหมุนตัวและออกวิ่งสุดฝีเท้า หญิงสาววิ่งเขย่งปลายเท้าเพื่อไม่ให้เกิดเสียง ลัดเลาะผ่านโถงทางเดินอันมืดมิด กลับเข้าไปในห้องนอนของพริมาแล้วปิดประตูลงกลอนอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

แผ่นหลังบางพิงแนบกับบานประตู ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับกลองรบจนรู้สึกเจ็บหน้าอก หญิงสาวยกมือขึ้นทาบแก้มตัวเองและพบว่ามันร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก ภาพความดิบเถื่อนและเสียงครางกระเส่าของเมธาวียังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัว ยิ่งไปกว่านั้น... ภาพมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยเหงื่อชื้นของคุณอาคิมหันต์ยามที่เขากระแทกกระทั้นอย่างเอาแต่ใจ มันกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในช่องท้องของเธอให้ปั่นป่วนจนต้องหนีบเรียวขาเข้าหากันแน่น

"เขาคงไม่เห็น... ใช่ไหม" รินลดาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอสั่นพร่า คืนนั้นทั้งคืนเธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยแม้แต่นาทีเดียว

เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องอาหารของเพนต์เฮาส์สุดหรู บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารเช้าหน้าตาตระการตาที่แม่บ้านเตรียมไว้ ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดจนรินลดาแทบจะหายใจไม่ออก หญิงสาวนั่งก้มหน้าก้มตาเขี่ยไข่ดาวในจานของตัวเอง ซ่อนดวงตาที่บอบช้ำจากการอดนอนไว้ใต้แพขนตาหนา เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

คิมหันต์อยู่ในชุดสูทสีเข้มตัดเย็บอย่างดี เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อยเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง ท่าทีของเขาสงบนิ่ง เยือกเย็น และดูภูมิฐาน สมกับเป็นซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ไม่มีเค้าโครงของชายหนุ่มผู้เร่าร้อนและหิวกระหายคนเมื่อคืนอยู่เลยแม้แต่น้อย

"ริน ทำไมกินน้อยจัง อาหารไม่อร่อยเหรอ หรือว่าไม่สบาย?" พริมาที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะตักไส้กรอกเพิ่มลงในจานของเพื่อนสนิท "ดูสิ ขอบตาคล้ำเชียว เมื่อคืนมัวแต่ปั่นโปรเจกต์จนดึกใช่ไหมเนี่ย ฉันบอกแล้วไงว่าให้พักบ้าง"

"เอ่อ... อื้ม รินแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะพริม ไม่เป็นไรหรอก" รินลดาตอบเสียงแผ่ว พยายามฝืนยิ้มให้เพื่อนสนิท

"ปวดหัวเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมา คิมหันต์วางแก้วกาแฟลงบนจานรองช้าๆ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองตรงมาที่รินลดา "หรือว่าเมื่อคืน... ตกใจเสียงอะไรจนนอนไม่หลับหรือเปล่า?"

คำถามนั้นทำเอารินลดาสะดุ้งเฮือก ส้อมในมือแทบหลุดร่วงลงจาน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตื่นตระหนก "คะ... คุณอา หมายความว่ายังไงคะ?"

"ก็เมื่อคืนตอนดึกๆ" คิมหันต์ยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "มี 'แมวขโมย' ซุ่มซ่ามเดินชนแจกันหน้าห้องทำงานของอาแตกน่ะสิ อาเลยสงสัยว่าเสียงมันดังจนทำให้รินลดาตื่นหรือเปล่า"

"แจกันแตกเหรอคะ อาคิม!" พริมาเบิกตากว้าง "ตายจริง พริมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยค่ะ หลับเป็นตายเลย แล้วแมวที่ไหนหลงเข้ามาได้ล่ะคะ เพนต์เฮาส์เราอยู่ชั้นบนสุดนะ"

"นั่นสิ..." คิมหันต์ลากเสียงยาว สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ดวงตาคู่สวยของรินลดาที่ตอนนี้เบิกกว้างด้วยความกลัว "อาถึงได้สงสัยไง ว่าแมวตัวนั้นมันเข้ามาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ... หรือว่ามันอยากจะแอบดูอะไรที่ไม่ควรดู"

"ริน... รินไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยค่ะ" รินลดารีบปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าลงมองจานข้าวอีกครั้งเพื่อหลบสายตาคุกคามนั้น "รินหลับ... หลับสนิทเลยค่ะ"

"งั้นเหรอ" ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ดีแล้วล่ะที่หลับสนิท เพราะถ้าตื่นมาเห็นอะไรเข้า... มันอาจจะติดตาจนนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน"

บทสนทนาสองแง่สองง่ามของเขาทำให้ใบหน้าของรินลดาเห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงอะไร เขาจงใจต้อนเธอให้จนมุม หญิงสาวรู้สึกคอแห้งผากจนต้องเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อดับความประหม่า

ในขณะที่รินลดากำลังกลืนน้ำลงคอ คิมหันต์ก็จ้องมองการเคลื่อนไหวของลำคอระหงนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของผู้ปกครองที่มองเพื่อนหลานสาวอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังหิวโหย เขามองริมฝีปากบางที่เปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำ มองไล่ลงมาถึงกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดตัวหลวม และจินตนาการไปไกลถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเหล่านั้น

"เอ๊ะ จริงสิ!" พริมาโพล่งขึ้นมาทำลายความเงียบ "พริมลืมส่งอีเมลคอนเฟิร์มเรื่องค่ายให้รุ่นพี่เลย เดี๋ยวพริมไปหยิบแท็บเล็ตในห้องแป๊บเดียวนะคะ อาคิมกับรินคุยกันไปก่อนนะ"

"อ้าว พริม..." รินลดาพยายามจะรั้งเพื่อนไว้ แต่พริมาก็วิ่งลุกจากโต๊ะอาหารกลับเข้าไปในห้องนอนเสียแล้ว ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความกดดันเพียงลำพัง

ทันทีที่แผ่นหลังของหลานสาวลับสายตา คิมหันต์ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเอง ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะอาหารเข้ามาใกล้รินลดาอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษเพศที่เธอเพิ่งได้กลิ่นเมื่อคืนลอยมากระทบจมูก

ชายหนุ่มเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะคร่อมร่างบางเอาไว้ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขา ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มใสที่กำลังขึ้นสีแดงจัด

ตอนพริมาเผลอ คิมหันต์ก้มลงมากระซิบถามรินลดาว่า "เมื่อคืนนอนหลับสบายไหม... หรือมัวแต่คิดเรื่องอื่นจนไม่ได้นอน?"

ตอน 4

บทที่ 4

ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างใบหูทำเอารินลดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว หญิงสาวหดคอหนีด้วยความตกใจ มือเล็กกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะอาหาร เธอพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อตอบโต้ผู้ชายที่กำลังคุกคามเธออยู่

"ริน... รินไม่เข้าใจที่คุณอาพูดค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างรู้

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ

ตอน 5

บทที่ 5

ปัง... กริ๊ก!

เสียงล็อกประตูที่ดังขึ้นคล้ายกับเสียงปิดตายกรงขัง รินลดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองแผ่นหลังของพริมาที่หายลับไปหลังบานประตู ความเงียบสงัดโรยตัวลงมาปกคลุมทั่วทั้งเพนต์เฮาส์หรูทันทีที่เพื่อนสนิทจากไป มันเงียบเสียจนเธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต

ปลดล็อกตอน 5
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ