
กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
โดย White
8.0
คะแนนรีวิว
488
ตอน
36.2K
ยอดอ่าน
โรแมนติก
ในวัยยี่สิบปีที่ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นชีวิตอิสระ หญิงสาวกลับต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและมีชื่อเสียงโด่งดังในสังคมอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในสายตาของคนภายนอกเขาจะเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมและน่าจับตามองเพียงใด แต่สำหรับเธอนั้น เขาเป็นเพียงชายหนุ่มแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จักมักคุ้นมาก่อนเลยแม้แต่น้อย การแต่งงานที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความรักและความผูกพันในครั้งนี้ จึงกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญท่ามกลางความกดดันจากสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สารบัญ
อ่านล่าสุด:
ตอน 1
บทที่ 1 การบุกรุกของชายแปลกหน้า “แต่งงาน”
จันวิภาตกตะลึง สายตาถลึงมองไปยังสตรีวัยกลางคนที่ร่างกายสวมใส่ชุดกี่เพ้าอันหรูหราอยู่ต่อหน้า แม่เลี้ยงของเธอ....มะลิวัลย์
“ใช่แล้ว” มะลิวัลย์พูดอย่างน่าเบื่อหน่าย “พ่อของเธอเห็นว่าอายุอานามเธอก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว น่าจะต้องหาคู่แต่งงานที่เหมาะสมได้แล้ว”
“ให้ฉันหาคู่แต่งงานปีนี้ฉันพึ่งจะอายุยี่สิบปีเต็มเองนะ” จันวิภาร้องตระโกน คาดไม่ถึงเลยว่าตนเองที่พึ่งจะได้กลับบ้านมานั้น จะถูกมะลิวัลย์มอบ “ของขวัญ” ให้ชิ้นใหญ่ขนาดนี้เสียแล้ว
ตกลงเธอมีแผนอะไรกันอยู่
จันวิภาพูดถากถาง “งั้นน้ามะลิกำลังพูดว่า พ่อหาคนแบบไหนให้ฉันหรือควรจะพูดว่า น้ามะลิช่วยหาคนแบบไหนให้ฉันกัน”
มะลิวัลย์ยิ้มแล้วพูดอย่างเยือกเย็น “ฉันไม่กลัวที่จะบอกเธอหรอก คู่หมั้นของเธอก็คือประธานของบริษัทตะวันกรุ๊ปจำกัด ท่านสุมิตรด้วยฐานะของพวกเรา ที่ได้แต่งงานเข้าบ้านวิบูลย์ธนภัณฑ์ได้ มันเป็นเกียรติของเรานี่นะ พ่อของเธอต้องใช้ความพยายามมากมายขนาดไหนถึงจะสามารถตะกายขึ้นไปหาคู่แต่งงานอย่างนี้ได้ เธอควรจะรักษาโอกาสนี้ไว้ซะนะ”
หึ ถ้าหากว่ามีเรื่องดีอย่างนี้จริงๆ มะลิวัลย์จะยกให้เธอง่ายๆแบบนี้หรือเกรงว่าในนั้นยังมีเหตุผลอื่นแอบแฝงอยู่อีก
“ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม ฉันจะไม่แต่งงานด้วย”
“เธอจะไม่แต่งงานเกรงว่าจะเป็นพ่อเธอคนแรกที่ไม่เห็นด้วยตระกูลวิบูลย์ธนภัณฑ์ไม่ใช่ว่าเธออยากจะแต่งก็แต่ง ไม่อยากแต่งก็ไม่แต่งได้นะ ผลที่ตามมาจากการถอนหมั้น มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กสาวอย่างเธอจะสามารถรับผิดชอบได้ไหว”
“ในเมื่อฉันรับผิดชอบไม่ไหว งั้นฉันจะไปพูดกับพ่อด้วยตัวเอง” หลังจากจันวิภาพูดจบ จึงยกเท้าขึ้นเพื่อต้องการที่จะก้าวเดินออกไป
“ตอนนี้พ่อของเธอกำลังพักฟื้นร่างกายอยู่ ไม่ควรที่จะไปรบกวน ยิ่งกว่านั้นสภาพร่างกายของพ่อเธอไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ถ้าเธอยังกตัญญูอยู่ล่ะก็ อย่าไปทำให้พ่อของเธอโกรธนักเลย อย่างนี้จะทำให้ร่างกายของเขาฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้น หากว่าเธอไม่แต่งงาน ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะโกรธจนอาการทรุดลงไปอีก เมื่อถึงเวลานั้นพวกเธอสองพ่อลูกจะแยกจากกันตลอดกาล แล้วอย่ามาโทษฉันที่ไม่เตือนเธอก็แล้วกัน”
“คุณน้าขู่ฉันหรอ” จันวิภาโกรธเสียแล้ว
“หึ ฉันขู่เธอแล้วยังไงถ้าเธอไม่แต่งงาน ฉันจะทำให้เธอไม่ได้เห็นหน้าพ่อเธออีกเลย เอาล่ะ ฉันขี้เกียจที่จะพูดกับเธอแล้ว ตอนนี้เธอยังมีเวลาเหลืออยู่สามวันในการที่จะแต่งงานเข้าตระกูลวิบูลย์ธนภัณฑ์ เธอคิดทบทวนดูสักหน่อยแล้วกัน”
พูดจบ มะลิวัลย์จึงได้แยกตัวออกไป
จันวิภายังคงยืนงุนงงอยู่ที่เดิม เหลือเวลาอยู่เพียงแค่สามวันก็จะต้องแต่งงานเข้าตระกูลวิบูลย์ธนภัณฑ์แล้วหรือ
รีบร้อนอะไรเช่นนี้ ภายในนั้นจะต้องมีแผนการร้ายอะไรซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
……
บาร์เฟลิร์ท ติ้ง
เมื่อคิดว่าตนเองจะต้องแต่งงานกับคนแปลกหน้าแล้ว ก็เกิดความรู้สึกไม่สบายขึ้นมาในจิตใจของจันวิภา เธอนั่งดื่มเหล้าอย่างกลัดกลุ้มอยู่คนเดียวที่เคาท์เตอร์บริการเครื่องดื่มในบาร์ และรอเพื่อน ซี้กนกอรกับพัชรีที่กำลังเดินทางมา จู่ๆเธอก็รู้สึกทั่วทั้งตัวไม่มีแรงขึ้นมาซะอย่างงั้น.....
ไม่ ความรู้สึกเช่นนี้มันผิด
จันวิภาออกแรงจนรู้สึกได้ถึงแสงวูบวาบที่อยู่ในหัว คิดขึ้นมาได้ทันทีว่าแก้วไวน์ที่อยู่ด้านข้างแก้วนั้นไม่ใช่แก้วของเธอ.....เป็นของใครกันใครกันที่ใส่ยาให้เธอดื่ม
ยังไม่ทันที่จะได้คิดอะไรมากมาย จันวิภาจึงได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ไปยังโรงแรมที่อยู่ชั้นบนของบาร์ และต้องการห้องพักห้องหนึ่ง
พึ่งจะเข้าไปถึงห้องพัก ยังไม่ทันที่จะได้เปิดไฟ จันวิภาก็รู้สึกได้ถึงอาการร้อนลุ่มไปทั่วทั้งตัว เมื่อกำลังครุ่นคิดอยู่ จึงได้ยินเสียง “เอี๊ยด” ประตูของห้องพักได้ถูกคนจากข้างนอกเปิดเข้ามาเสียแล้ว จากนั้นก็ได้มีเงาคนคนหนึ่งแฉลบตัวเข้ามา
“ใครกัน” จันวิภาที่ได้ยินเสียงกระโดดอย่างตกใจ
ใครบุกเข้ามาในห้องพักของเธอกัน
“เธอ......”
เสียงที่ทุ้มต่ำและยั่วยวนเสียงหนึ่งดังตามมา คนคนนั้นขยับเข้ามาประชิดใกล้ แล้วจับจันวิภาเข้ามาสู่อ้อมกอดของตนเอง.....
อ่านตอนแรกก่อน