ตอน 3
บ่วงเสน่หา
บทที่3
กันยามาส
เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า...
นายธวัชลงบันไดหินอ่อนมาข้างล่าง เขายังเห็นวิสาขานั่งที่เก้าอี้ในห้องรับแขก...ท่านั่งไขว่ห้างในมือมีบุหรี่คีบอยู่และมองมายังเขาแบบนั้นบอกให้รู้ว่าเธอยังมีเรื่องอยากจะพูดกับเขา
“ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณอีกแล้ว”
เขาเดินย่ำเท้าแรงๆ ผ่านหน้าไป วิสาขาส่งเสียงหัวเราะแหลมๆ ตามหลังเขามา
“คุณเห็นใช่ไหมว่าลูกสะเทือนใจมากเหลือเกินกับเรื่องหย่าของเรา...ฉันอยากปรึกษากับคุณเรื่องอนาคตของลูก”
“คุณห่วงลูกเหมือนกันหรือ”
“ฉันเป็นแม่นะ” ชะโงกตัวไปเขี่ยเถ้าบุหรี่ลง วิสาขามีมาดชวนให้ขัดสายตาเสมอ แล้วเธอก็ค่อนข้างจะ ‘โอเวอร์’ เสมออีกด้วย “ฉันก็รักลูกเป็น แต่ฉันไม่ได้พร่ำเพรื่ออย่างคุณ...ฉันรู้ว่าจะรักลูกแบบไหน...อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่ได้มีผัวใหม่ให้ลูกแสลงใจ”
นายธวัชขบฟันแน่น ถลึงตามองอดีตภรรยาอย่างฉุนๆ
“แน่ล่ะซิ อย่างคุณไม่ต้องมี...แค่ชู้ก็นับไม่ถ้วนแล้ว ปิดๆ ลูกบ้างนะ อย่าให้ลูกรู้เห็น”
“แกโตแล้ว แกต้องยอมรับความจริง...แกจะต้องรู้ว่าแม่แกเป็นแบบไหน ฉันอยากบอกคุณเรื่องที่ฉันเคยพูดเอาไว้หลายหนแล้ว...”
“คุณพูดหลายเรื่องเหลือเกิน”
“ก็เรื่องบ้านหลังนั้น...”
“อีกแล้วหรือ วิสาขา...ไม่นะ...ไม่เด็ดขาด...คุณจะขนของกลับมาอีกไม่ได้”
“ต้องได้ซิ...”
“ไม่...”
“ฉันจะขนของกลับมา...ตอนนี้สิ่งที่คุณควรจะทำอย่างยิ่งก็คือคุณควรให้ทำความสะอาดเอาไว้”
เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ สง่างามอย่างยิ่ง มือหนึ่งค่อยๆ รีดกลีบกระโปรงให้ดูเรียบร้อย วัยห้าสิบสองไม่ได้ทำให้วิสาขาด้อยความงามเลย และเรือนร่างของเธอก็ยังดูดีเสมอ...นายธวัชไม่รู้ว่าสาเหตุของความเบื่อหน่ายของเขากับเธอเริ่มต้นที่ตรงไหน...เขารู้แต่ว่ามันไปกันไม่ได้อีกแล้ว มีช่องว่างอยู่ในทุกเรื่องที่เขากับเธออ้าปากพูด...ไม่เคยมีความเห็นตรงกันเลย
“นี่คุณ...ฉันขอบอกนะ ว่าฉันทำลงไปเพื่อลูก...ฉันอยากให้ลูกอบอุ่นมีพ่อมีแม่พร้อมหน้า...ลำพังคุณน่ะเร้อ...” ปากของเธอเชิดขึ้น ยิ้มเย้ยใส่หน้าเขา “ฉันไม่ใส่ใจอีกแล้วจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรก มีเมียอย่างนังพิมลแขที่ไหนก็ไปเลย แต่ฉันสนใจลูกสาวของฉัน”
“อย่าเอาลูกมาอ้าง”
“ฉันไม่ได้อ้าง ฉันกำลังเผชิญหน้ากับความจริง...ฉันไปละ...”
นายธวัชอยากจะบ้าตายให้ได้ เขาไม่อาจจะทำงานได้ดังเคย...นอกเสียจากไปหาลัคนัย พูดระบายเรื่องนี้ยืดยาว
“วิสาขาน่ะท่าจะสติไม่ดีไปกันใหญ่แล้วนะ อยากให้พูดกับป้าเธอเสียหน่อย พูดให้เข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องขนของเข้าไปในบ้านฉันอีก”
ลัคนัยหมุนปากกาในมือไปมา...ก่อนจะตอบอย่างตริตรองอย่างยิ่งแล้ว “คุณป้าไม่เคยฟังเสียงใครนะฮะ ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ก็เป็นอันว่าเธอมั่นใจแล้ว ต่อให้มีอุปสรรคใหญ่หลวงเธอก็ไม่ยอมหยุด”
“ฉันก็รู้นะ” นายธวัชพึมพำ ยกสองมือกุมขมับเอาไว้ ฉันรู้นิสัยบ้าๆ ข้อนี้ของวิสาขาดี แล้วลองคิดดูซิว่าต่อไปข้างหน้ามนจะอลเวงแค่ไหน ฉันจะแต่งงานกับพิมลแขแล้ววิสาขาก็จะขนของกลับเข้าไป...ฉันอยากจะยับยั้งวิสาขานะ แต่ถ้าฉันทำแบบนั้น มีหวังว่าอาจจะมีเรื่องกับยายนกก็ได้”
///////////////////////////////////////////
ไขกุญแจห้องเข้ามาเงียบๆ แล้วก็ควานหาสวิทซ์ไฟด้วยความเคยชินอย่างยิ่งก่อนที่แสงไฟจะเปิดสว่างไปทั่วห้องพัก...มันดูเรียบง่ายตามสไตล์ของเขาเอง เป็นห้องดูโล่งกว้าง มีเครื่องเรือนน้อยชิ้น...เขาเดินเลยไปยังบาร์เหล้าเล็กๆ ที่จัดเอาไว้มุมหนึ่งรินเหล้าใส่แก้วถือไปชิดกระจกบานใสที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้ในซีกหนึ่ง เห็นแสงไฟสว่างไสวเหมือนอัญมณีสวยงามที่เอามาแขวนห้อยไว้
เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ...ยังไม่ได้ทันลดแก้วลงก็รู้สึกถึงสัมผัสที่โอบมาจากทางด้านหลัง อกนุ่มหยุ่นดันถูกแผ่นหลังของเขาพร้อมกับกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก เขาระวังไม่ให้เกิดเสียงถอนใจออกมา
“คุณมาทำไม” น้ำเสียงของเขาเหมือนตำหนิอยู่ในที “มันไม่เหมาะแล้วนะ”
“อยากมา” หล่อนแนบหน้ากับแผ่นหลังของเขา กับชายคนนี้เหมือนมีมนต์สะกดหล่อนเอาไว้...ไม่ว่าจะอยู่ไกลแสนไกลใจของหล่อนก็โหยหาเขา แล้วเมื่อเข้าใกล้หล่อนก็ไม่เคยควบคุมตัวเองได้ “อีกไม่นานเราก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ”
“มันไม่ถูกต้อง”
เขาผละออกห่าง “ผมไม่อยากให้มันยืดเยื้อต่อไป มันจบลงไปแล้ว”
“แขยังไม่อยากจบเลยนะคะ”
“มันเป็นไปไม่ได้”
เขานั่งลงบนเบาะสี่เหลี่ยมใบโตๆ ชันเข่าขึ้นมองดูการเคลื่อนไหวของหญิงสาวเบื้องหน้า พิมลแขอายุยี่สิบสามเต็มหล่อนเข้าประกวดนางงามเมื่อห้าปีก่อนตอนหล่อนอายุสิบแปด ความสวยของหล่อนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในระดับประเทศ...พิมลแขมาจากครอบครัวชั้นล่าง แต่หล่อนมีรูปโฉมสวยงาม หลังจากที่วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงขึ้นสู่จุดสุดยอดความงาม พิมลแขก็แต่งงานหลังจากนั้นสองปี...ตอนที่หล่อนอายุยี่สิบ ก่อนที่จะเป็นม่ายในเวลาหกเดือนเพราะสามีขอหย่า...หล่อนลอยคว้างจนมาพบนายธวัช...หลังจากที่เคยพบเมื่อตอนเข้าประกวดและหล่อนได้ตำแหน่ง...หล่อนไปไหนๆ กับนายธวัช แต่จริงๆ แล้วหล่อนสนใจคนของนายธวัช...ผู้ชายที่ได้รับการพูดถึงว่าเป็นมือขวาคนใหม่ ไฟแรงของเขา...ลัคนัยคือผู้ชายคนนั้น มันเริ่มต้นตรงไหนหล่อนก็ไม่อาจจะรู้ได้แต่หล่อนกับลัคนัยมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง
และพิมลแขลุ่มหลงเขาจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น แต่ลัคนัยก็ยังเหมือนเดิมดูเรื่อยเฉื่อยไม่กระตือรือร้น ไม่คิดจะจริงจังกับหล่อน
จนเมื่อหล่อนรับปากกับนายธวัชไป ว่าหล่อนยินดีแต่งงานกับเขา ลัคนัยก็ยังทำทองไม่รู้ร้อนเหมือนเดิม
คิดถึงตรงนี้ พิมลแขก็แสนจะน้อยใจนัก...น้ำตาปริ่มตาขึ้นมาเฉยๆ หล่อนเหมือนไม่มีค่าเลยในสายตาของลัคนัย...เขาไม่แยแสหล่อนสักนิด
ตอน 4
บทที่4
กันยามาส
“คุณนัย” หล่อนทิ้งตัวคุกเข่าตามมา เขายกแขนออกมากันเอาไว้ไม่ยอมให้หล่อนได้ถึงตัวเขา ทำให้พิมลแขปล่อยโฮออกมาอย่างยอมอับอาย “ทำไมทำกับแขอย่างนี้ล่ะคะ คุณนัย”
“มันเป็นเรื่องอดีตแล้วนะ”
“ไม่...” หล่อนส่ายหน้าน้ำตาไหลอาบแก้ม “แขรักคุณนะคะ รักคุณคนเดีย
ตอน 5
บทที่5
กันยามาส
โถงกว้างชั้นบนมีชุดเก้าอี้ทำด้วยหวายลายละเอียดตั้งอยู่พร้อมกับโต๊ะเตี้ยมีกระจกแผ่นหนาใสวางเอาไว้ข้างบน....แจกันดอกไม้ปักด้วยกุหลาบสีชมพูงามสะพรั่ง...เหมือนชนกเกือบจะไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ หล่อนนั่งลงบนเบาะที่หุ้มด้วยผ้าฝ้ายสีสดใสพิมพ์ลวดลายดอกไม้อ่อนหวาน หยิบเอาหมอนสี