ตอน 2

บ่วงเสน่หา

บทที่2

กันยามาส

ชายหนุ่มเดินออกมาด้านหน้าตึก ได้ยินเสียงทะเลาะกันแว่วๆ ของอดีตสามีภรรยา ท่าทียืนประจันหน้ากันนั้นบอกให้รู้ว่าจะไม่มีการยอมกันและกันเป็นอันขาด...นี่เป็นอีกคู่หนึ่งที่เหมือนชนวนระเบิดในบ้าน

“ผมขอห้ามนะ อย่ายุ่งกับลูกผมอีก”

“ก็ลูกฉันด้วยเหมือนกัน ฉันเป็นแม่นะ...คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน”

“ก็ขอให้รู้เอาไว้ เรื่องลูกผมจัดการเองได้”

“ไปจัดการกับนังเมียใหม่ของคุณดีกว่า ลูกนี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน”

“ไม่...”

นายธวัชเสียงกร้าว “ผมไม่อยากเห็นลูกเป็นอย่างคุณ...วันๆ เอาแต่ลอยละล่องไม่มีประโยชน์”

“ใช่ซิ...” น้ำเสียงของวิสาขาแหลมจัดขึ้นมาทันใดเหมือนกัน “ฉันมันไม่น่าเสน่หาแล้วนี่ ไหนเลยจะสู้อีนางงามนั่นได้เล่า...มันล่ะมีประโยชน์แค่ไหน...รึไอ้ที่คุณจับมันมานั่งแทนทำงานจะพิสูจน์ว่านอกจากสวยแล้ว อีนั่นก็มีสมอง...โธ่เอ๊ย...ก็อีแค่นางงามคนหนึ่งเรียนก็ยังไม่จบ...ประโยชน์มันแค่เรื่องบนเตียงใช่ไหมล่ะ...”

ลัคนัยก้าวออกไปให้เห็นเสียก่อนที่สงครามน้ำลายจะยืดเยื้อต่อไปอีก นายธวัชหันมามองเขา เงียบไปได้เหมือนกัน

“นัย...ช่วยดูแลทางนี้ด้วย” เขาสั่งก่อนจะเดินเข้าไปในตึก วิสาขาเข้ามาใกล้

“นัย...เจอยายนกแล้วใช่ไหม ท่าทางจะไม่ดีนักหรอก...โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทีเดียวกับเรื่องหย่า ต้องคอยดูๆ หน่อยนะ เกิดบ้าขึ้นมากะหันหันคงจะทำให้บ้านนี้เป็นไฟ”

ลัคนัยไม่กล้าแสดงความเห็นอันใดออกมา เขาเพิ่งเข้ามาอยู่บ้านนี้ได้แค่สามปี...ลัคนัยมีศักดิ์เป็นญาติสายห่างๆ ของวิสาขา เธอยินดีต้อนรับเขาเข้ามาเป็นเครือญาติ และก็ให้การสนับสนุนเขา ที่แปลกอีกประการหนึ่งก็คือนายธวัชก็นึกนิยมเขาอีกด้วย ทั้งที่ทุกครั้งนายธวัชกับญาติๆ ของวิสาขาแทบจะไม่เคยมองหน้ากัน

“เจอกันแล้วเป็นไงบ้าง”

“ก็เหมือนเดิมครับ”

“อย่าถือสายายนกเลยนะ ฉันอยากให้ช่วยดูแลแกด้วยซ้ำไป...พ่อก็มีเมียใหม่ ไอ้ฉันก็ไม่ค่อยจะมี

เวลามาใส่ใจหรือถ้าจะมีเวลา ยายนกก็ไม่ค่อยจะให้ฉันเข้าไปยุ่มย่ามด้วย นัย...ฉันอยากให้เธอช่วยปกป้องคุ้มครองแก...อย่าให้เมียใหม่ของพ่อยายนกรังแกเอาได้นะ”

“ผมว่าพิมลแขก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร”

“เธอก็เป็นอีกคนที่หลงใหลนังคนนั้น” วิสาขาสะบัดเสียงฉุนเฉียว ลัคนัยยังวางเฉยอยู่ “ฉันอยากรู้จริงๆ นะว่าเธอกับนังนั่นเคยมีอะไรกันมาแค่ไหน ก็เห็นป้วนเปี้ยนกันมาก่อน...นึกยังไงกันล่ะ นัย...ถึงเอานังนั่นใส่พานมาถวายเจ้านายซะได้ หรือว่าอยากมัดใจคุณธวัช อยากเป็นคนโปรดไปนานๆ”

วิสาขาอ่านผู้ชายตรงหน้าไม่ออก เขาเงียบเฉยติดจะขรึมจัด แม้คำพูดของเธอค่อนข้างจะก้าวร้าวเข้าไปในเรื่องส่วนตัวของเขามากโขอยู่ แต่ลัคนัยก็ยังวางเฉยได้ เขารู้นิสัยวิสาขาดี เธอปากมากไปสักนิด แล้วช่างโวยวาย แต่เอาเข้าจริงๆ วิสาขาก็ไม่ได้ร้ายกาจมากไปกว่านั้น

“ทำให้ดีๆ นะ...ฉันไม่อยากเห็นเธอกับคุณวัชลุกขึ้นมากัดกันเอง เพราะนังพิมลแข”

ผมรู้สถานการณ์ดีฮะว่าอะไรเป็นอะไร...พิมลแขจะมาเป็นภรรยาของคุณธวัช..ผมวางตัวได้ถูกต้องแน่ ไม่ต้องเป็นห่วงผม”

“อุ๊ย...ฉันก็ไม่ได้อยากห่วงเธอหรอก แต่แม่เธอน่ะซิจะมาโทษฉันเข้าได้ ถ้าเธอเกิดสะดุดตอเข้ากลางคัน...ฉันน่ะอยากให้เธอได้ดิบได้ดีไปได้ไกลๆ นะ...นัยก็รู้ว่าหนทางข้างหน้ายังยาวไกล อย่าให้เรื่องผู้หญิงเข้ามาทำให้เธอต้องหยุดลงแค่นี้ คุณวัชถ้าจะหลงใหลนังคนนี้มากเสียด้วย”

“พิมลแขเป็นผู้หญิงสวยที่ฉลาด”

“เธอถึงกับชมมันต่อหน้าฉันเชียวหรือ” วิสาขาชักจะอารมณ์เสีย เสียงกลับแหลม ดวงตาวาววับ...เขานึกถึงดวงตาของเหมือนชนก...หล่อนถอดแบบไปจากวิสาขามากกว่านายธวัช...ทั้งท่าทีเย่อหยิ่ง ที่แสดงออก ก็เหมือนวิสาขาในยามที่เธออารมณ์ไม่ดีอีกนั่นแหละ

“ผมพูดตามความจริง”

“ฉันไม่เคยเห็นนังนั่นมันฉลาด...”

“ผมก็ไม่ได้ชมว่า พิมลแขฉลาดในด้านสติปัญญาที่จะเรียนรู้ แต่ผมว่าพิมลแขฉลาดในเรื่องการดำเนินชีวิต และรู้ว่าตอนไหนตัวได้ ตอนไหนตัวเสีย”

วิสาขามองเขาเขม็ง

“ลัคนัย” ทุกครั้งที่เอ่ยชื่อเขาเต็มๆ บอกให้รู้ว่าเธอกำลังจะจริงจังอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแต่พูดเล่นๆ อีกต่อไป “ฉันไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว เธอกับพิมลแขมีความสนิทสนมกันแค่ไหน เธอถึงพูดเหมือนรู้จักมันถ่องแท้ ฉันขอเตือนนะ...ให้มันเป็นอดีต อย่าให้ยืดเยื้อต่อไปอีก”

แล้ววิสาขาก็เดินจากไป หล่อนให้ลัคนัยยืนอยู่คนเดียว...เขายืนอยู่เช่นนั้นสักพักหนึ่งจึงเดินดุ่มๆ ออกไป เขายังต้องกลับไปทำงาน แต่ความรู้สึกของเขาเหมือนถูกจ้องมองอยู่เงียบๆ อย่างไม่ตั้งใจ เมื่อเขาหันกลับแล้วเงยหน้าขึ้นไปเบื้องบน... หน้าต่างยาวจรดพื้นที่เป็นกระจกบานใสสะอาดมีร่างโปร่งบางในชุดสูทเดินทางของเหมือนชนกยืนอยู่

หล่อนเห็นเขา แล้วรู้ว่าเขาก็รู้ตัว หล่อนไม่ได้หลบไปทางไหนทั้งสิ้น ยังคงยืนอยู่อย่างนั้น ตึกสองชั้นเขาแน่ใจทีเดียวว่าสีหน้าของหล่อนเมินเฉย หล่อนไม่ชอบเขาค่อนข้างแน่นอนทีเดียว มีความเกลียดชังเงียบๆ ที่ลัคนัยไม่เคยเข้าใจแทรกอยู่ และนั่นทำให้เขากับหล่อนไม่อาจจะเข้ากันได้ คงความเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอย่างเหนียวแน่นเสมอมา

“นก...” นายธวัชก้าวมา เขามาหยุดเบื้องหลังลูกสาว มองข้ามบ่าของหล่อนลงไปเบื้องล่าง เห็นอัคนัยยืนอยู่โดดเด่นบนทางลาดซีเมนต์ใกล้กับสนามหญ้าเขียวขจี นายธวัชโบกมือให้ ก่อนจะดึงเหมือนชนกออกมาห่างจากตรงนั้น “ลัคนัยกำลังไปได้สวยทีเดียว”

มีเสียงแค่นๆ ออกมาจากลำคอของหล่อน เหมือนชนกปลดมือของนายธวัชออกจากบ่าของหล่อน

“นกอยากอยู่คนเดียว”

“พี่อยากจะให้ลูกเข้าใจ...ขอให้มันถูกต้อง แม่เค้าพูดไม่ถูก”

“นกรู้ว่าพ่อกับแม่หย่ากันแล้ว...มันถูกต้องหรือเปล่าล่ะคะ”

“เหมือนลูกโกรธพ่อ”

เหมือนชนกหันหลังให้ น้ำเสียงของหล่อนบังคับได้ยากยิ่งที่จะไม่ให้สั่น “แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะคะ”

“พ่อไม่ให้ลูกโกรธพ่อเป็นอันขาด เราเคยพูดกันเข้าใจเสมอนี่นา”

“นั่นมันอดีตค่ะ นกมีสังหรณ์บางอย่างค่อนข้างแรงว่าเราอาจจะไม่เข้าใจกันอีก”

หล่อนหมุนตัวกลับมาช้าๆ “นกขอพักผ่อนนะคะ พ่อ เดินทางจากอเมริกากลับมานี่ไม่ใช่ใกล้ๆ หลายสิบชั่วโมงที่นกไม่ได้งีบเต็มอิ่ม...นกอยากอยู่คนเดียว”

“ลูกต้องมีเวลาให้พ่ออธิบายใช่ไหม”

หญิงสาวเงียบกริบ...หล่อนไม่สนใจเขาอีกต่อไป ทำเหมือนกับว่าไม่มีเขาในห้องอีกแล้ว นายธวัชนิ่งไปนานก่อนจะถอยกลับมาเงียบๆ เขาร้อนใจ...และก็ทำให้แทบจะทำงานไม่ได้ เขามีลูกสาวคนเดียว รักหล่อนสุดสวาท...เหมือนชนกเหมือนจิตวิญญาณของเขา หล่อนเป็นสิ่งดีๆ สิ่งเดียวที่เขาได้เอาไว้จากการแต่งงาน

เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า

ตอน 3

บทที่3

กันยามาส

เขาเคยหวาดกลัวเมื่อหล่อนกลับมาบ้าน...แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี...เขาจะทำอย่างไรกับเหมือนชนก หล่อนจะยอมเข้าใจสักแค่ไหนกับการหย่าร้างของเขา และกับการแต่งงานใหม่ของเขากับพิมลแขที่จะถึงในเร็ววันนี้ เพราะเหมือนชนกรีบร้อนกลับบ้านก่อนกำหนด เขาเองไม่ทันคิดถึงเรื่องนี้ เขายังคิดว่าหล่อนจะบินไปเที่ยวยุโรปเสียก่อน...เมื่อหล่อนกลับมาก็มีพิมลแขเข้ามาในบ้านแล้ว ทุกอย่างอาจจะง่ายดายเข้า...

นายธวัชลงบันไดหินอ่อนมาข้างล่าง เขายังเห็นวิสาขานั่งที่เก้าอี้ในห้องรับแขก...ท่านั่งไขว่ห้างในมือมีบุหรี่คีบอยู่และมองมายังเขาแบบนั้นบอกให้รู้ว่าเธอยังมีเรื่องอยากจะพูดกับเขา

“ผมไม่มีอะไรจะพูดกับคุณอีกแล้ว”

เขาเดินย่ำเท้าแรงๆ ผ่านหน้าไป วิสาขาส่งเสียงหัวเราะแหลมๆ ตามหลังเขามา

“คุณเห็นใช่ไหมว่าลูกสะเทือนใจมากเหลือเกินกับเรื่องหย่าของเรา...ฉันอยากปรึกษากับคุณเรื่องอนาคตของลูก”

“คุณห่วงลูกเหมือนกันหรือ”

“ฉันเป็นแม่นะ” ชะโงกตัวไปเขี่ยเถ้าบุหรี่ลง วิสาขามีมาดชวนให้ขัดสายตาเสมอ แล้วเธอก็ค่อนข้างจะ ‘โอเวอร์’ เสมออีกด้วย “ฉันก็รักลูกเป็น แต่ฉันไม่ได้พร่ำเพรื่ออย่างคุณ...ฉันรู้ว่าจะรักลูกแบบไหน...อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่ได้มีผัวใหม่ให้ลูกแสลงใจ”

นายธวัชขบฟันแน่น ถลึงตามองอดีตภรรยาอย่างฉุนๆ

“แน่ล่ะซิ อย่างคุณไม่ต้องมี...แค่ชู้ก็นับไม่ถ้วนแล้ว ปิดๆ ลูกบ้างนะ อย่าให้ลูกรู้เห็น”

“แกโตแล้ว แกต้องยอมรับความจริง...แกจะต้องรู้ว่าแม่แกเป็นแบบไหน ฉันอยากบอกคุณเรื่องที่ฉันเคยพูดเอาไว้หลายหนแล้ว...”

“คุณพูดหลายเรื่องเหลือเกิน”

“ก็เรื่องบ้านหลังนั้น...”

“อีกแล้วหรือ วิสาขา...ไม่นะ...ไม่เด็ดขาด...คุณจะขนของกลับมาอีกไม่ได้”

“ต้องได้ซิ...”

“ไม่...”

“ฉันจะขนของกลับมา...ตอนนี้สิ่งที่คุณควรจะทำอย่างยิ่งก็คือคุณควรให้ทำความสะอาดเอาไว้”

เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ สง่างามอย่างยิ่ง มือหนึ่งค่อยๆ รีดกลีบกระโปรงให้ดูเรียบร้อย วัยห้าสิบสองไม่ได้ทำให้วิสาขาด้อยความงามเลย และเรือนร่างของเธอก็ยังดูดีเสมอ...นายธวัชไม่รู้ว่าสาเหตุของความเบื่อหน่ายของเขากับเธอเริ่มต้นที่ตรงไหน...เขารู้แต่ว่ามันไปกันไม่ได้อีกแล้ว มีช่องว่างอยู่ในทุกเรื่องที่เขากับเธออ้าปากพูด...ไม่เคยมีความเห็นตรงกันเลย

“นี่คุณ...ฉันขอบอกนะ ว่าฉันทำลงไปเพื่อลูก...ฉันอยากให้ลูกอบอุ่นมีพ่อมีแม่พร้อมหน้า...ลำพังคุณน่ะเร้อ...” ปากของเธอเชิดขึ้น ยิ้มเย้ยใส่หน้าเขา “ฉันไม่ใส่ใจอีกแล้วจะไปขึ้นสวรรค์ลงนรก มีเมียอย่างนังพิมลแขที่ไหนก็ไปเลย แต่ฉันสนใจลูกสาวของฉัน”

“อย่าเอาลูกมาอ้าง”

“ฉันไม่ได้อ้าง ฉันกำลังเผชิญหน้ากับความจริง...ฉันไปละ...”

นายธวัชอยากจะบ้าตายให้ได้ เขาไม่อาจจะทำงานได้ดังเคย...นอกเสียจากไปหาลัคนัย พูดระบายเรื่องนี้ยืดยาว

“วิสาขาน่ะท่าจะสติไม่ดีไปกันใหญ่แล้วนะ อยากให้พูดกับป้าเธอเสียหน่อย พูดให้เข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องขนของเข้าไปในบ้านฉันอีก”

ลัคนัยหมุนปากกาในมือไปมา...ก่อนจะตอบอย่างตริตรองอย่างยิ่งแล้ว “คุณป้าไม่เคยฟังเสียงใครนะฮะ ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว ก็เป็นอันว่าเธอมั่นใจแล้ว ต่อให้มีอุปสรรคใหญ่หลวงเธอก็ไม่ยอมหยุด”

“ฉันก็รู้นะ” นายธวัชพึมพำ ยกสองมือกุมขมับเอาไว้ ฉันรู้นิสัยบ้าๆ ข้อนี้ของวิสาขาดี แล้วลองคิดดูซิว่าต่อไปข้างหน้ามนจะอลเวงแค่ไหน ฉันจะแต่งงานกับพิมลแขแล้ววิสาขาก็จะขนของกลับเข้าไป...ฉันอยากจะยับยั้งวิสาขานะ แต่ถ้าฉันทำแบบนั้น มีหวังว่าอาจจะมีเรื่องกับยายนกก็ได้”

///////////////////////////////////////////

ไขกุญแจห้องเข้ามาเงียบๆ แล้วก็ควานหาสวิทซ์ไฟด้วยความเคยชินอย่างยิ่งก่อนที่แสงไฟจะเปิดสว่างไปทั่วห้องพัก...มันดูเรียบง่ายตามสไตล์ของเขาเอง เป็นห้องดูโล่งกว้าง มีเครื่องเรือนน้อยชิ้น...เขาเดินเลยไปยังบาร์เหล้าเล็กๆ ที่จัดเอาไว้มุมหนึ่งรินเหล้าใส่แก้วถือไปชิดกระจกบานใสที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครได้ในซีกหนึ่ง เห็นแสงไฟสว่างไสวเหมือนอัญมณีสวยงามที่เอามาแขวนห้อยไว้

เขายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ...ยังไม่ได้ทันลดแก้วลงก็รู้สึกถึงสัมผัสที่โอบมาจากทางด้านหลัง อกนุ่มหยุ่นดันถูกแผ่นหลังของเขาพร้อมกับกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก เขาระวังไม่ให้เกิดเสียงถอนใจออกมา

“คุณมาทำไม” น้ำเสียงของเขาเหมือนตำหนิอยู่ในที “มันไม่เหมาะแล้วนะ”

“อยากมา” หล่อนแนบหน้ากับแผ่นหลังของเขา กับชายคนนี้เหมือนมีมนต์สะกดหล่อนเอาไว้...ไม่ว่าจะอยู่ไกลแสนไกลใจของหล่อนก็โหยหาเขา แล้วเมื่อเข้าใกล้หล่อนก็ไม่เคยควบคุมตัวเองได้ “อีกไม่นานเราก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ”

“มันไม่ถูกต้อง”

เขาผละออกห่าง “ผมไม่อยากให้มันยืดเยื้อต่อไป มันจบลงไปแล้ว”

“แขยังไม่อยากจบเลยนะคะ”

“มันเป็นไปไม่ได้”

เขานั่งลงบนเบาะสี่เหลี่ยมใบโตๆ ชันเข่าขึ้นมองดูการเคลื่อนไหวของหญิงสาวเบื้องหน้า พิมลแขอายุยี่สิบสามเต็มหล่อนเข้าประกวดนางงามเมื่อห้าปีก่อนตอนหล่อนอายุสิบแปด ความสวยของหล่อนเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในระดับประเทศ...พิมลแขมาจากครอบครัวชั้นล่าง แต่หล่อนมีรูปโฉมสวยงาม หลังจากที่วิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงขึ้นสู่จุดสุดยอดความงาม พิมลแขก็แต่งงานหลังจากนั้นสองปี...ตอนที่หล่อนอายุยี่สิบ ก่อนที่จะเป็นม่ายในเวลาหกเดือนเพราะสามีขอหย่า...หล่อนลอยคว้างจนมาพบนายธวัช...หลังจากที่เคยพบเมื่อตอนเข้าประกวดและหล่อนได้ตำแหน่ง...หล่อนไปไหนๆ กับนายธวัช แต่จริงๆ แล้วหล่อนสนใจคนของนายธวัช...ผู้ชายที่ได้รับการพูดถึงว่าเป็นมือขวาคนใหม่ ไฟแรงของเขา...ลัคนัยคือผู้ชายคนนั้น มันเริ่มต้นตรงไหนหล่อนก็ไม่อาจจะรู้ได้แต่หล่อนกับลัคนัยมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง

และพิมลแขลุ่มหลงเขาจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น แต่ลัคนัยก็ยังเหมือนเดิมดูเรื่อยเฉื่อยไม่กระตือรือร้น ไม่คิดจะจริงจังกับหล่อน

จนเมื่อหล่อนรับปากกับนายธวัชไป ว่าหล่อนยินดีแต่งงานกับเขา ลัคนัยก็ยังทำทองไม่รู้ร้อนเหมือนเดิม

คิดถึงตรงนี้ พิมลแขก็แสนจะน้อยใจนัก...น้ำตาปริ่มตาขึ้นมาเฉยๆ หล่อนเหมือนไม่มีค่าเลยในสายตาของลัคนัย...เขาไม่แยแสหล่อนสักนิด

ตอน 4

บทที่4

กันยามาส

“คุณนัย” หล่อนทิ้งตัวคุกเข่าตามมา เขายกแขนออกมากันเอาไว้ไม่ยอมให้หล่อนได้ถึงตัวเขา ทำให้พิมลแขปล่อยโฮออกมาอย่างยอมอับอาย “ทำไมทำกับแขอย่างนี้ล่ะคะ คุณนัย”

“มันเป็นเรื่องอดีตแล้วนะ”

“ไม่...” หล่อนส่ายหน้าน้ำตาไหลอาบแก้ม “แขรักคุณนะคะ รักคุณคนเดีย

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ