ตอน 3
เนรเทศ อุ้มรักหมอเทวดาจวนกั๋วกง
บทที่ 3 ห้วงมิติปรากฏขึ้น
ไม่นานเฮ่อจือหรั่นประมวลความคิดได้แล้ว นางทะลุมิติแล้วจริงๆ ห้องพยาบาลแห่งนี้ก็คืออำนาจวิเศษทะลุมิติที่พูดถึง
เพื่อพยายามควบคุมการทำงานของห้วงมิตินี้ไว้ให้เร็ว เฮ่อจือหรั่นพูดขึ้นเบาๆ “ออกไป”
ตามคาด ร่างกายของนางก็ปรากฏอยู่ในห้องด้านข้างที่เก็บสินเดิมไว้อีกครั้งแล้ว
นางจับหีบใบหนึ่งไว้ก่อน พอขยับจิตสำนึก ทั้งตัวคนกับหีบก็ปรากฏตัวอยู่ในห้วงมิติ สามารถอธิบายได้ว่า ห้วงมิตินี้อนุญาตให้ของภายนอกเข้ามาได้
วางหีบลงไป เฮ่อจือหรั่นออกไปจากห้วงมิติอีกรอบ และลองใช้จิตสำนึกส่งหีบสินเดิมพวกนี้เข้าไปในห้วงมิติ
การทดลองพิสูจน์ว่า วิธีนี้ก็ได้ผลเช่นกัน ขอแค่ในหัวสมองนางคิดว่าจะนำอะไรเก็บเข้าห้วงมิติ ของสิ่งนั้นจะหายไปจากที่เดิมทันใด จากนั้นปรากฏอยู่ในห้วงมิติ
ห้วงมิติของห้องพยาบาลไม่ได้ใหญ่มาก หลังจากเฮ่อจือหรั่นนำหีบสินเดิมพวกนั้นวางเข้าไปทั้งหมด พื้นที่ว่างก็ถูกยึดครองไปเกือบครึ่ง
เห็นห้วงมิติแคบลงพอสมควร เฮ่อจือหรั่นได้เพียงใช้จิตสำนึกทำงาน นำหีบพวกนั้นซ้อนทับกันขึ้นมาแล้ววางไว้ตำแหน่งข้างผนัง
ดำเนินการคราวนี้พิสูจน์อีกเรื่องหนึ่งแล้ว ห้วงมิติแห่งนี้ยังสะดวกต่อผู้ใช้งานมาก ไม่ต้องให้นางเปลืองเรี่ยวแรงมากเพื่อลงมือไปขนย้ายข้าวของ ทุกอย่างขอเพียงใช้จิตสำนึกของนางก็พอแล้ว
เข้าใจวิธีใช้งานของห้วงมิติแล้ว เฮ่อจือหรั่นก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่ห้องด้านข้างต่อไป แต่ว่าย้อนกลับมาในเรือนหอ
ถึงแม้ว่ามีห้วงมิติแล้ว แต่นางจำเป็นต้องกำหนดแผนการอันเหมาะสมสักอย่างก่อนที่จะมีคำสั่งเนรเทศ และถือโอกาสขนย้ายข้าวของมากกว่าเดิม
เฮ่อจือหรั่นนั่งครุ่นคิดอยู่บนเตียง
ถ้าในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ไม่ผิด โม่จิ่วเย่ถูกเรียกไปวังหลวง ช่วงเช้ามืดถูกคนแบกกลับมา
ว่ากันว่าตอนนั้นคนก็สลบแล้ว ถูกตีจนเหลือเพียงลมหายใจเดียว
โม่จิ่วเย่กลับมาในจวนไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ฝ่าบาทก็ส่งทหารล้อมรอบจวนฮู่กั๋วกง ขณะเดียวกันมีราชโองการยึดทรัพย์และเนรเทศลงมา
เฮ่อจือหรั่นดูนาฬิกาแขวนในห้วงมิติแล้ว แสดงเวลาสี่ทุ่ม
หมายความว่า อย่างมากยังมีเวลาสิบชั่วโมงกว่าจะถึงช่วงมีราชโองการลงมา
เฮ่อจือหรั่นคิดจะใช้ประโยชน์จากเวลาที่เหลือขึ้นมาให้เต็มที่
มีแผนการแล้ว นางแวบตัวเข้ามาห้วงมิติ พลิกหาอยู่รอบหนึ่ง ทันใดนั้นหาชุดลายพรางที่มักจะใส่ช่วงออกปฏิบัติภารกิจเมื่อชาติก่อนชุดหนึ่งในตู้เสื้อผ้าเจอแล้ว
เฮ่อจือหรั่นสวมชุดลายพรางเรียบร้อย ม้วนผมอย่างว่องไวเป็นจุกแบบเรียบง่าย นำเส้นลวดกรงเล็บเหล็กที่ใช้ปีนผนังกำแพงมาด้วย หลบสายตาของสาวใช้ออกมาจากเรือน
เพื่อสำรวจแผนผังในจวนฮู่กั๋วกง เฮ่อจือหรั่นปีนบนต้นไม่ใหญ่ที่มั่นคงต้นหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว
ยืนอยู่บนต้นไม้แล้วมองดูโดยรอบ เฮ่อจือหรั่นสามารถตัดสินได้ในขั้นแรก ว่าเรือนที่นางอยู่เอียงมาทางตะวันตกเล็กน้อย สถานที่ที่อยากไปเป็นเรือนค่อนข้างแน่นหนา ต้องเดินไปทางตะวันออก
แต่ว่า นางไม่ได้ทำแบบนั้น
วิเคราะห์จากสภาพแวดล้อม เรือนพวกนั้นด้านตะวันออกน่าจะเป็นที่พักของพี่สะใภ้แต่ละคนกับแม่สามี พวกนางทางนั้นถึงแม้มีทรัพย์สินอยู่บ้าง ก็ล้วนเป็นสมบัติส่วนตัวของแต่ละคน
ทว่า สำหรับสถานการณ์เร่งด่วนตอนนี้ เมื่อเทียบกับเสาะหารวบรวมในเรือนแล้วเรือนเล่าดังเช่นโจร ไม่สู้ไปหาห้องเก็บสมบัติจะง่ายกว่า
ตัดสินใจได้แล้ว เฮ่อจือหรั่นจึงคลำทางเดินหน้าไปยังด้านตะวันตก
ไม่เสียแรงเป็นจวนฮู่กั๋วกง สามารถพูดได้ว่าองครักษ์เข้มงวดอย่างมาก
ระหว่างทางเฮ่อจือหรั่นก็เจอข้ารับใช้สามสี่คนที่มือถืออาวุธเดินตรวจตราไม่ขาดสาย
หนำซ้ำนางพบว่า ยิ่งไปด้านตะวันตกองครักษ์ยิ่งมาก
นางอาศัยความสามารถของชาติก่อน ใช้ประโยชน์จากวิธีต้านการลาดตระเวนจนมาถึงหน้าเรือนแห่งหนึ่งแล้ว
พูดว่าเรือน อันที่จริงก็คือห้องที่ค่อนข้างใหญ่มากแห่งหนึ่ง
ยืนอยู่ไม่ไกลนักสังเกตการณ์ เฮ่อจือหรั่นพบว่าที่นั่นคาดไม่ถึงมีองครักษ์สองคนเฝ้าอยู่
ไม่ต้องสงสัยอย่างอื่น เฮ่อจือหรั่นเดาว่า ที่นี่จะต้องมีของสำคัญอะไรอยู่แน่ เป็นไปได้มากว่าก็คือสถานที่ตั้งห้องเก็บสมบัติของจวนฮู่กั๋วกง
เพื่อล่อองครักษ์ออกไป นางเก็บหินเล็กก้อนหนึ่งบนพื้นขึ้น โยนเข้าไปยังสระน้ำที่ไม่ไกลนัก
ก้อนหินตกเข้าในสระน้ำ เกิดเสียงดัง“จ๋อม”ทีหนึ่ง เผยความผิดปกติกะทันหันท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงัด
“ผู้ใดกัน?”
ไม่นานองครักษ์ก็พบความผิดปกติเข้าแล้ว ถืออาวุธไว้วิ่งไปทางสระน้ำ
เฮ่อจือหรั่นไม่กล้าชักช้า รีบร้อนมาถึงหน้าห้อง
สถานที่ซึ่งมีคนเฝ้าโดยเฉพาะ ย่อมจะมีกลอนใส่ไว้แน่นหนา
ไม่ต้องคิดมาก เฮ่อจือหรั่นตั้งจิตสำนึกเข้าสู่ห้วงมิติอย่างว่องไว หยิบคีมหนีบที่ปลายเล็กแหลมสุดอันหนึ่งออกมา หมุนปลายคีมหนีบด้านในรูกลอนสักหน่อย กลอนก็เปิดออกแล้ว
ถือโอกาสที่องครักษ์ยังไม่กลับมา เฮ่อจือหรั่นใช้ความเร็วซึ่งว่องไวสุดเปิดประตูเข้าไป
ด้านในมืดสนิท อาศัยแสงจันทร์น้อยนิดจึงสามารถมองเห็น ทั้งหมดที่วางโดยรอบล้วนเป็นชั้นวางของ
เฮ่อจือหรั่นไม่สนใจมองดูละเอียด เพียงแค่ยื่นมือลูบสิ่งของบนชั้นซึ่งใกล้ตัวเองที่สุดอันนั้น เป็นสัมผัสที่ลื่นมือ เหมือนของที่เป็นประเภทผ้า
ดูแล้ว ที่นี่ก็คือห้องเก็บสมบัติของฮู่กั๋วกงอย่างไม่ต้องสงสัย
เพื่อประหยัดเวลา เฮ่อจือหรั่นใช้จิตสำนึกโดยตรง นำข้าวของในห้องเก็บสมบัติเก็บเข้าห้วงมิติทั้งหมด เหลือเพียงชั้นวางของที่วางข้าวของพวกนั้นเอาไว้
นางเพิ่งเก็บของที่นี่เสร็จ เหล่าองครักษ์ที่ไปตรวจดูสถานการณ์ด้านนอกพวกนั้นก็กลับมาแล้ว
“ข้าว่าเจ้าตื่นตระหนกเกินเหตุ มีผู้ใดที่ไหนกัน กลัวจนพวกเราเดินไปเดินกลับเสียเที่ยวเปล่าๆ”
“ทั้งที่ข้าได้ยินว่ามีเสียงทางสระน้ำนั้นแท้ๆ”
“ฤดูกาลนี้ กบมากยิ่งนัก กระโดดลงในสระน้ำ ก็เกิดเสียงนั้นขึ้นได้”
“พอแล้วๆ ถือเสียว่าข้าคิดมาก อย่าทะเลาะกันเลย พวกเราตั้งใจเฝ้ายามกันเถิด”
องครักษ์สองคนนี้กลับมาแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เฮ่อจือหรั่นต้องพิจารณาคือ ทำอย่างไรถึงจะออกไปได้แบบไม่มีใครรู้
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นนางนึกได้ว่าในห้วงมิติยังมีโดรนจิ๋วที่ซื้อมาใหม่ตัวหนึ่ง
มีแผนการแล้ว เฮ่อจือหรั่นกระโดดขึ้นบนคานอย่างคล่องแคล่ว ดึงกระเบื้องหลังคาแผ่นหนึ่งออกเบาๆ จากนั้นนำโดรนออกไปวางไว้
มือจับรีโมตบังคับ ควบคุมโดรนบินไปบริเวณที่ไกลอยู่หน่อยอย่างชำนาญ ตอนที่รู้สึกว่าระยะห่างพอสมควร นางใช้รีโมตบังคับกดแสงเลเซอร์และคลื่นเสียงของโดรนขึ้นอีกครั้ง
องครักษ์ที่เพิ่งหาตำแหน่งยืนมั่นคง ชั่วขณะนั้นถูกเสียงนั้นดึงดูดความสนใจแล้ว จากนั้นมองเห็นแสงสีขาวเส้นหนึ่งยิงตรงไปยังเรือนแห่งนึ่ง
“นั่นคืออะไร?”
“มีผู้ลอบฆ่า”
“พวกเรารีบไปดูเร็ว”
ได้ยินฝีเท้าขององครักษ์ด้านนอกยิ่งห่างไกลออกไป เฮ่อจือหรั่นรีบออกมาจากในห้องเก็บสมบัติอย่างรวดเร็ว ยังไม่ลืมใส่กลอนนั้นกลับไปดังเดิม
วิ่งมาถึงระยะปลอดภัย นางกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ใช้รีโมตบังคับปิดแสงเลเซอร์และคลื่นเสียงของโดรนลง เชื่อว่าคนเหล่านั้นหาเป้าหมายไม่เจอ ย่อมจะกลับมากันเอง
ตามคาด องครักษ์หาอยู่รอบหนึ่ง จนกระทั่งแสงสว่างนั้นหายไป ถึงกลับมาหน้าประตูห้องเก็บสมบัติอย่างไม่ยินยอม
“คืนวันนี้ยังแปลกพิลึกเสียจริง คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกระมัง?”
“ข้าก็รู้สึกว่าแปลกมาก ต้องรายงานท่านกั๋วกงหรือไม่?”
“วันนี้ท่านกั๋วกงแต่งงาน เจ้าใจกล้ามากเพียงใด ถึงกล้าไปรบกวนคนอื่นเขาเข้าหอ?”
“ก็ถูก หากท่าไม่ดีรอไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยบอกเถิด อย่างไรเสียห้องเก็บสมบัติทางนี้ปลอดภัยเป็นพอ”
มองเห็นองครักษ์สองคนนี้ลดความระแวงลงมา เฮ่อจือหรั่นถึงกระโดดลงจากบนต้นไม้แบบคล่องแคล่ว ควบคุมโดรนกลับมาถึงในมือตนเอง จากนั้นเก็บเข้าในห้วงมิติ
ตอน 4
บทที่ 4 ห้วงมิติปรากฏขึ้น
เฮ่อจือหรั่นหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าองครักษ์ต่อไปเพื่อตามหาเป้าหมายเก็บผลประโยชน์ ขณะเดียวกัน ตั้งจิตสำนึกเข้าสู่ในห้วงมิติไปตรวจดูอีกครั้ง
เดิมคิดว่าจวนฮู่กั๋วกงของสะสมภายในอุดมสมบูรณ์ จะมีทรัพย์สมบัติบ้าง
ใครจะรู้ว่า นอกจากผ้าที่ดูขึ้นมาสีสันงดงามอยู่บ้างส่วนหนึ่ง ก็เป็นอา
ตอน 5
บทที่ 5 อยู่เป็นคนของตระกูลโม่ ตายก็จะเป็นผีของตระกูลโม่
เรื่องนี้เฮ่อจือหรั่นรู้สึกว่าต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าสักหน่อย ยิ่งกว่านั้น โม่จิ่วเย่เตือนด้วยตนเอง คงพูดจามีพลังมากกว่าคนที่เพิ่งมาใหม่อย่างนาง
“ได้ ข้าสั่งคนไปเชิญพวกนางเข้ามา”
เฮ่อจือหรั่นมอบหมายคนใช้สามสี่คนที่อยู่ด้านนอก หลังแบ่งไปเชิญคน