ตอน 2
ผมมีพี่สาวเจ็ดคน
บทที่2
เช้าตรู่วันที่ 2 รถไฟที่มุ่งหน้าไปตงไห่ เนี่ยเฟิงหลับตาพักผ่อน ในหัวฝันถึงลักษณะของพี่ใหญ่ชิวมู่เฉิงในตอนนี้ เธอต้องสวยเทียมนางสวรรค์แน่ เธอจะจำได้ไหมว่าเราเป็นใคร ?
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงที่เพราะพริ้งจากที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดังเข้ามา: “ฮัลโหล ทุกคน ฉันคือคังเมิ่ง ขอต้อนรับทุกท่านสู่สตูดิโอของฉัน ตอนนี้ฉันกำลังไลฟ์สดอยู่บนรถไฟจากเมืองเยี่ยนตูไปยังเมืองตงไห่…”
“คังเมิ่ง ? นี่เป็นชื่อของพี่เจ็ดของเราไม่ใช่เหรอ ? ”เนี่ยเฟิงอดที่จะมองตามเสียงไปไม่ได้
เสียงว่าสวยแล้วคนยิ่งสวยกว่า พี่สาวคนเล็กที่กำลังไลฟ์สดอยู่ในชุดเดรสสีขาวอ่อน คิ้วที่เรียวยาวในเฉดที่พอเหมาะ ขนตาดำสนิทที่หนางอน ปากบางชุ่มชื่นเหมือนดาราสาวที่นามว่าอินเถา ประกอบกับใบหน้ารูปไข่ที่ไม่มีจุดด่างดำเลยแม้แต่จุดเดียว เรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบที่สุดของจิตรกร โดยเฉพาะดวงตาที่ชวนฝันดั่งสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ดำขลับและใสแจ๋ว สะท้อนความไร้เดียงสาออกมาให้เห็นเป็นระลอก
เธอเป็นพี่เจ็ดของเราจริงด้วย เนี่ยเฟิงดีใจแทบคลั่ง ภาพในเยาวัยย์ลอยขึ้นมาในดวงตาชั่วขณะ เนี่ยเฟิงจำได้ว่าตอนเล่นซ่อนแอบ พี่เจ็ดชอบอยู่กลุ่มเดียวกับเขา ทั้งสองคนมักจะซ่อนอยู่ในพงหญ้าด้วยกัน พี่สาวทั้งหกที่เหลือหายังไงก็หาพวกเขาไม่เจอ ลูกอมที่ชนะมาได้ พี่เจ็ดเสียดายไม่ยอมทาน มักจะแอบสะสมเอามาให้ตัวเอง…
ขณะที่เนี่ยเฟิงกำลังจะเผยตัวกับคังเมิ่ง ก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า: “คุณตาบอกไว้ว่าจิตใจผู้หญิงมักแปรเปลี่ยน เราอำพรางตัวตนไว้ชั่วคราวดีกว่า เริ่มทำความรู้จักกับเธอใหม่ ดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร”
ขณะที่เนี่ยเฟิงคิดจะไปทำความรู้จักกับคังเมิ่งใหม่ แต่นึกไม่ถึงอยู่ ๆ เขาก็รู้สึกถึงไอสังหารขึ้นมา
เนี่ยเฟิงขมวดคิ้วแล้วขมวดคิ้วอีก ค่อย ๆ มองไปยังทิศทางของไอสังหาร เห็นชายใส่แว่นนั่งในมุมทแยงตรงข้าม
แว่นตาที่ชายผู้นั้นสวมใส่ เลนส์แว่นสะท้อนแสง ภายในเผยให้เห็นดวงตาที่เฉียบคม กำลังกลอกตามองคังเมิ่งไปมา
คนผู้นี้ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่ชื่นชมความสวยงามของคังเมิ่ง แต่พกไอสังหารที่น่ากลัวอย่างหนึ่งเอาไว้
สายตาที่เขามองคังเมิ่งเหมือนมองดูคนตาย
น่าแปลก หรือว่าพี่เจ็ดของเขาล่วงเกินใครเข้า ?
เนี่ยเฟิงมองคนแม่นมาตลอด พออีกฝ่ายขยับตัว เข็มพิษเท่าขนวัวก็พุ่งมายังคังเมิ่งในพริบตา !
แต่คังเมิ่งยังคงจัดรายการอยู่ เธอไม่รู้เลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น !
ดวงตามองไปยังเข็มพิษที่พุ่งไปยังคังเมิ่ง นึกว่าจะช้าไปแต่ก็กลับรวดเร็วกว่าที่คิด เนี่ยเฟิงรีบกระโจนไปยังคังเมิ่งทันที!
“ว๊าย !”
คังเมิ่งร้องเสียงหลง ถูกเนี่ยเฟิงกอดไว้แน่นในอ้อมอก !
“นาย ! นายเป็นใคร ?”
คังเมิ่งสัมผัสถึงลมหายใจจากตัวของชายแปลกหน้า ตกใจจนหน้าถอดสี เธออยากจะหลุดพ้นจากอ้อมกอดของเนี่ยเฟิง แต่อ้อมแขนของเนี่ยเฟิงเหมือนคอนกรีตเสริมาเหล็กไม่ปาน ไม่สามารถสั่นคลอนได้ !
ชายสวมแว่นเห็นสถานการณ์ก็เกิดลนลาน เดิมทีคิดว่าภารกิจนี้จะสบาย แค่สังหารหญิงสาวที่ไม่มีอาวุธ นึกไม่ถึงว่าจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด !
“แส่จริง !”
ชายสวมแว่นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กระโดดตัวขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว มือจับที่หิ้งวางสัมภาระ โหนตัว ยกเท้าเตะมายังคังเมิ่ง !
คาดไม่ถึงว่าปลายรองเท้าของชายสวมแว่นจะเป็นคมดาบสองคม !
คังเมิ่งก็ได้หลุดพ้นจากอ้อมกอดเนี่ยในเวลา ใบหน้าส่องกับดาบสองคมเข้า จนตกใจใบหน้าซีดเผือด !
“กินหัวใจหมีดีเสือดาวมาจากไหน ถึงได้กล้ามาจู่โจมภรรยาของฉัน ?!”
เนี่ยเฟิงบันดาลโทสะ ไม่ว่าใคร กล้าแตะต้องคังเมิ่งก็ต้องตายสถานเดียว
เนี่ยเฟิงกอดคังเมิ่งไว้ในอ้อมอก มืออีกข้างก็คว้าข้อเท้าที่แข็งแกร่งของชายใส่แว่นเอาไว้ !
ชายใส่แว่นเป็นมือสังหารที่ได้รับการฝึกมาดี กำลังแค่นี้ถือว่าไม่เท่าไหร่สำหรับเขา แต่ชายใส่แว่นนึกไม่ถึงว่ากำลังของเนี่ยเฟิงไม่ได้มีแค่นี้ !
“ย๊าก !” เสียงดังเปราะ เนี่ยเฟิงใช้เพียงมือเดียวหักขาของชายใส่แว่นหัก
ชายสวมแว่นร้องครวญขึ้นมา รีบถอยหลังไปหลายก้าวทันที
หมอนี่เป็นใครกัน ถึงได้มีฝีมือดีเช่นนี้ ?
เวลานี้ชายสวมแว่นคิดจะหนี แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เนี่ยเฟิงจู่โจม เร็วเหมือนสายฟ้าแลบ เขาอัดไปที่ใบหน้าของชายใส่แว่นอย่างไม่ยั้ง จนดั้งของชายใส่แว่นหัก
ชายใส่แว่นลอยละลิ่วไปไกลหลายเมตร ชนถูกเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างอย่างรุนแรง พร้อมกับกระอักเลือดออกมา ตัวกองเป็นสำลีอ่อนอยู่บนพื้น ไม่สามารถขยับตัวต่อไปได้
เนี่ยเฟิงพยักหน้าด้วยความพอใจ หมัดนี้ของเขาน่าจะทำให้ชายใส่แว่นสลบเหมือดไปหลายวัน
หลังจากเนี่ยเฟิงเก็บหมัด ก็รีบเหลียวหันไป ดูคังเมิ่งที่ยังตกใจตะเลิดอยู่ เขากุมมือน้อยๆของคังเมิ่งเอาไว้แล้วพูดด้วยความรักว่า :
“ภรรยา ไม่เป็นไรใช่ไหม ? ตกใจแล้วสินะ ?”
สติคังเมิ่งกลับมาในทันที พูดด้วยความเดือดดาลว่า “หมอนี่นายพูดเหลวไหลอะไรของนายหา ? ใครเป็นภรรยาของนาย ? รีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ !”
“คุณไง ไม่เช่นนั้นที่นี่ยังมีใครที่คู่ควรกับผมได้อีก ?” เนี่ยเฟิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“นาย !”
คังเมิ่งโมโหจนตัวสั่น เวลานี้ถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไลฟ์สดอยู่ จึงรีบมองไปที่ไลฟ์ เห็นข้อความขึ้นเต็มจอสกรีน :
“นึกไม่ถึงว่าพิธีกรแต่งงานแล้วทำไมยังบอกว่าตัวเองยังไม่แต่งล่ะ ? อย่างนี้เท่ากับหลอกลวงความรู้สึกพวกเราไม่ใช่เหรอ ?”
“นั่นน่ะสิ ! อย่างนี้เท่ากับพิธีกรเป็นนักต้มตุ๋น !”
คังเมิ่งลนลานขึ้นมาในทันที รีบอธิบายว่า “เบบี๋ทั้งหลาย ฉันไม่รู้จักเขาเลยนะ ไม่รู้ว่าเขาโผล่มาจากไหน !”
“คุณไม่รู้จักผมได้อย่างไร ? เมื่อก่อนยังนอนบนเตียงเดียวกันเลย ! คุณยังห่มผ้าให้ผม แล้วยังหอมใบหน้าผมด้วย !”
เนี่ยเฟิงกล้ำกลืนโอบเอวคังเมิ่งเอาไว้
คังเมิ่งเห็นแฟนคลับในไลฟ์ลดฮวบลงในพริบตา กระหืดกระหอบขึ้นมา “นายชั่วมาก นายรู้ไหมว่าพฤติกรรมนายทำให้แฟนคลับฉันหายไปเท่าไหร่ ! น่าโมโหนัก !”
“ผมทำอะไรเหรอ ? เมื่อกี๊ผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณนะ คุณไม่เห็นเหรอ ? ชายใส่แว่นคนนั้นอยากจะฆ่าคุณนะ !”
เนี่ยเฟิงชี้โบ้ชี้เบ้อย่างอลหม่านไปที่ชายสวมแว่นที่นอนกองอยู่ไม่กระดิกตัว
ตอนนี้คังเมิ่งร้อนใจเรื่องแฟนคลับในไลฟ์สดของตัวเอง จะสนใจเรื่องพวกนี้ที่ไหนกัน ?
เนี่ยเฟิงอดถอนหายใจไม่ได้ สมัยเด็กพี่เจ็ดก็นิสัยอย่างนี้นึกไม่ถึงว่าโตแล้วก็ยังไม่เปลี่ยน
เนี่ยเฟิงมองดูใบหน้าที่แดงฉานเพราะร้อนใจเกินไปของคังเมิ่ง อดยืนมือไปหยิกไม่ได้ สัมผัสยังรู้สึกเหมือนสมัยเด็กแบบนั้นไม่เปลี่ยนจริง ๆ !
คังเมิ่งตกใจเบิกตาโพลง “ไอ้หื่นกาม ! นายมันกุ๊ย !”
คังเมิ่งรีบหยิบกระเป๋าที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา ทุบไปที่เนี่ยเฟิง
ในเวลานี้รถไฟก็มาถึงสถานีพอดี ฝ่าเท้าเนี่ยเฟิงเผ่นแน่บปานป้ายน้ำมันหล่อลื่น นึกไม่ถึงปกติพี่เจ็ดที่นุ่มนวลอ่อนหวานพอตีคนขึ้นมาก็เจ็บได้เหมือนกัน !
“นายอย่าหนีนะ !” คังเมิ่งกำลังโมโหชายหนุ่มที่อยู่ ๆ โผล่ออกมา ไม่เพียงทำให้เธอต้องเสียแฟนคลับไป แล้วยังกล้าแต๊ะอั๋งเธออีก
เนี่ยเฟิงวิ่งด้วยความไวในตู้โบกี้ จนเจอทางออกด้วยความรวดเร็ว กระโจนออกไป “ไม่เผ่นก็กลายเป็นผีสิ !”
“นาย ! จับคนหื่นกามที ! ทุกคนดูเร็ว ! คนนั้นค่ะ !”
คังเมิ่งตะโกนคอเป็นเอ็น แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งฝีเท้าของเนี่ยเฟิงได้
ตอน 3
บทที่3
แม้เนี่ยเฟิงอยากจะอธิบายกับคังเมิ่งดี ๆ แต่ตอนนี้พี่เจ็ดยังโมโหอยู่ ถ้าเขาหยุดอยู่ตรงนั้น ต้องถูกทุบหัวปูดเป็นซาลาเปาแน่
ตอนนี้ตัวเขาต้องรีบไปที่โรงแรมอินเตอร์เนชั่นแนลเพื่อยับยั้งพิธีแต่งงานที่เหลวไหล ถ้าใบหน้าหล่อเหลาของเขาเป็นแผลเข้า แล้วเขาจะเปิดตัวอย่างมีประกายได้อย่างไร ?
“ไม่ต้องตามหรอก ! ผมเสร็จธุระแล้วจะกลับมาหาคุณ !”
ประโยคนี้ของเนี่ยเฟิง ทำคังเมิ่งโมโหเข้าจริง ๆ เท่ากับว่าเขาเอาเปรียบแล้วยังทำเป็นคนดี !
ในเวลานี้เอง สายตาคังเมิ่งก็เจอคนคุ้นเคยเข้า เธอรีบร้องเรียกไปว่า:
“เย่หรูเสว่รีบจับคนหื่นกามนี่ไว้เร็ว เมื่อกี๊เขาทำชั่วกับฉันไว้บนรถไฟ !”
“อะไรนะ ! ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว !”
สมรรถภาพของเย่หรูเสว่ดีกว่าคังเมิ่งเยอะมาก เธอตามไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว วิ่งเร็วมาก !
“เจ้าหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ !”
เนี่ยเฟิงตะลึงไปชั่วครู่ เขาวิ่งหนีมาไกลแล้ว นึกไม่ถึงว่าพี่เจ็ดของเขาจะตามมาทัน จำได้ว่าตอนเล่นซ่อนแอบพี่เจ็ดวิ่งไม่เท่าไหร่ก็เหนื่อยไม่ไหวแล้ว สุขภาพออกจะแย่
เนี่ยเฟิงอดใจไม่อยู่เหลียวหันกลับไปดู เห็นแค่แว๊บเดียวก็อึ้งไปเลย
ผู้หญิงที่เนี่ยเฟิงเคยเจอเรียกได้ว่าเยอะเท่าขนวัว แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเขากลับสามารถทำให้เขาสูญเสียพลังความคิดไปชั่วขณะได้
ตัวที่ตรงเผงของเธอ เครื่องแบบตำรวจห่อหุ้มรูปร่างที่น่าภูมิใจเอาไว้ ภายใต้แสงแดดที่สะท้อนลงมา ผ่านผิวพรรณที่ขาวละเอียดของเธอจนเปล่งแสง
คิ้วทรงใบหลิวที่ขมวดบนใบหน้าใบนั้น ดวงตากลมดั่งลูกแอปริคอท คงเพราะวิ่งด้วยความรีบร้อนเกินไป พวงแก้มทั้งคู่จึงแดงก่ำ จมูกเรียวปากลูกเชอรี่ ลมหายใจหอมดั่งดอกกล้วยไม้ !
เรียกว่าเป็นโบตั๋นงามประดับเมืองจริง ๆ !
เนี่ยเฟิงฝืดคอกลืนน้ำลาย “คุณสวยจริง ๆ เลย”
พอเย่หรูเสว่ได้ยินเนี่ยเฟิงพูดเช่นนี้ โกรธจนกัดฟันกรอด ๆ “นายมันเป็นกุ๊ยจริง ๆ ยอมให้จับซะดี ๆ”
เนี่ยเฟิงถึงได้รู้ตัวอีกที บนตัวเธอสวมเครื่องแบบตำรวจ ซึ่งเท่ากับว่าเธอเป็นตำรวจหญิง !
มีหรือที่เนี่ยเฟิงจะยอมจำนนโดยดี ถ้าถูกจับไปสอบสวนที่โรงพัก ก็เท่ากับเสียเวลาพอดีสิ
“คุณตำรวจคนสวย ! ผมไม่ได้ทำผิด คุณไม่มีหลักฐาน เที่ยวจับคนไม่ได้จะ”
“คุณไม่ได้ทำผิด แล้วทำไมต้องหนี ?”
น้องเจ็ดบอกว่าเขาเสียมารยาทกับหล่อน น้องเจ็บจะโกหกได้อย่างไร ?
“คุณไล่ตามผมผมก็ต้องหนีสิ หรือจะให้ผมยืนเซ่อก็ถูกคุณจับน่ะสิ ?”
“เหลวไหล !”
เนี่ยเฟิงดูเย่หรูเสว่ที่ไล่ตามไม่ลดละ เขาได้แต่วิ่งอย่างสนุกบนความเหนื่อยไป แต่นึกไม่ถึงว่ากำลังของเย่หรูเสว่จะดีเช่นนี้ วิ่งไล่ตามเขามาหลายไมล์แต่ก็ไม่หยุดเลย
เนี่ยเฟิงเหลือบลูกตา คิดในใจว่าเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ใช่วิธีที่ดี ต้องหาทางสลัดเธอออกไปให้ได้ !
เนี่ยเฟิงสำรวจลักษณะพื้นที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้ พวกเขาวิ่งกันมาจนถึงไซด์ก่อสร้าง
ลักษณะพื้นที่ของที่นี่ดูซับซ้อน น่าจะสลัดเธอออกไปได้ !
เนี่ยเฟิงตัวเบาเหมือนนกนางแอ่น เท้าลอยลม วิ่งเร็วมาก แม้จะเป็นเช่นนี้ เย่หรูเสว่ก็ยังตามติดมาข้างหลัง ดูท่าทางไม่มีความคิดที่จะปล่อยเนี่ยเฟิงไป
“คุณอย่าตามอีกเลย ผมไม่มียาแก้ไอน้ำดำหรอก !”
“ตาหื่นกาม ฉันต้องจับนายไปลงโทษตามกฎหมายให้ได้ อย่าได้ใจนัก อ่ะ !”
นึกไม่ถึงในเวลานี้เอง เย่หรูเสว่ก้าวไปในอากาศตกลงไป
เนี่ยเฟิงหยุดฝีเท้าชั่วครู่ ค่อย ๆ ถอยหลังมา มองดูตัวของเย่หรูเสว่ที่อยู่ในถังบำบัดน้ำเสียกว่าครึ่ง ใบหน้าเผยรอยยิ้มความเจ้าเล่ห์
“อุ๊ยตาย คุณตำรวจหญิง คุณตกลงไปได้อย่างไร ? เมื่อกี๊ไม่ได้ดูทางให้ดี ๆ เหรอ ?”
ที่แท้นี่คือถังบำบัดน้ำเสียของไซด์งาน !
เดิมทีตัวถังบำบัดน้ำเสียก็มีกลิ่นรุนแรงอยู่แล้ว และก้นถังก็เต็มไปด้วยโคลนตม ทั้งเละทั้งลื่น เวลานี้เย่หรูเสว่จึงไม่กล้าขยับตัว เพราะกลัวว่ายิ่งขยับก็จะยิ่งจมปลักลงไป
เย่หรูเสว่รู้สึกลนลานขึ้นมา เมื่อกี๊เอาแต่ไล่ตามเนี่ยเฟิง ไม่ได้มองดูใต้ฝ่าเท้าให้ดี จึงติดกับดักของเนี่ยเฟิง
เนี่ยเฟิงยองตัวอยู่ข้างถังบำบัด มองเย่หรูเสว่จากมุมสูง “คุณอย่าขยับเด็ดขาด ยิ่งคุณขยับก็จะยิ่งจมปลักเร็วขึ้น”
“นายมันคนชั่ว ! ถ้าฉันออกจากที่นี่ไปได้ ฉันจะไม่ปล่อยนานแย่”
เย่หรูเสว่กัดฟัน จ้องเนี่ยเฟิงด้วยความเคียดแค้น
“ถ้าคุณพูดอย่างนี้ผมก็ต้องกลัวแล้วล่ะ ยิ่งเป็นคนขี้ขลาดอยู่ด้วย ตกใจไม่ได้ ฉวยโอกาสตอนที่คุณยังปีนขึ้นมาไม่ได้ เผ่นก่อนดีกว่า”
เนี่ยเฟิงพูดพลางก็หันตัวกลับเดินจากไป
“เอ๊ะ ! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ !”
เย่หรูเสว่เริ่มร้อนใจขึ้นมา เมื่อกี๊ตอนเธอเข้ามาไม่เห็นมีใคร คิดว่าคนงานคงกลับไปทานข้าวกัน หรือว่าตัวเองต้องอยู่ในถังบำบัดสักพักแล้ว ?
เย่หรูเสว่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ครู่หนึ่งก็ลนลานขึ้นมา “นายกลับมานะ ฉันยอมปล่อยนายแล้ว !”
“จริงเหรอ ? คุณตาของผมเคยบอกว่า ผู้หญิงที่ยิ่งสวยก็ยิ่งเชื่อไม่ได้ คุณสวยซะขนาดนั้น คำพูดที่ออกมาคงโกหกผมทั้งเพล่ะสิ ? เมื่อกี๊คุณเพิ่งบอกว่าจะจับผมไปลงโทษตามกฎหมาย แล้วยังว่าผมว่าหื่นกามด้วย”
เนี่ยเฟิงกระพริบตาปริบ ๆ มองเย่หรูเสว่ด้วยท่าทีที่ไม่มีภัย
ก้นถังบำบัดนำ้เสียทั้งเละทั้งลื่น เย่หรูเสว่ไม่มีจุดให้โฟกัสเลย อยากปีนขึ้นไปเจรจาคงไม่ง่าย
“ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ฉันเป็นตำรวจนะ นายรีบดึงฉันขึ้นไปที ! ฉันไม่กลืนคำพูดตัวเองหรอก”
แม้เย่หรูเสว่จะพูดเช่นนี้ แต่ในใจไม่ได้คิดอย่างนี้ เธออยากจะขึ้นไปอัดเจ้าหมอนี่แทบแย่ แล้วก็ลากตัวไปสอบสวนสามวันสามคืน
“ผมว่านะคุณตำรวจคนสวย ดูท่าทางการขอร้องของคุณไม่ค่อยถูกเท่าไหร่นะ มีใครเขาขอร้องกันดุอย่างคุณบ้าง ? ถ้าคุณพูดให้เพราะ ๆ ผมฟังแล้วรู้สึกสบาย อาจจะยอมดึงคุณขึ้นมาก็ได้นะ”
“นายอย่ามาทำตัวได้คืบจะเอาศอก !”
“ดูคุณสิดุผมอีกแล้ว คุณจะให้ผมเชื่อคุณได้อย่างไรหา !”
เนี่ยเฟิงพูดจบทำท่าจะเดินจากไป
“กลับมา ! ไหนนายว่ามาว่าอยากจะฟังอะไร ?”
เย่หรูเสว่ได้แต่อดกลั้นน้ำเสียง ทว่าบัญชีนี้เธอจดจำไว้ในใจแล้ว
เนี่ยเฟิงลูบคางสักครู่ จากนั้นก็ดีดนิ้วดังเปาะ “ถ้าไง คุณเรียกผมว่าที่รักสักคำ ? หรือไม่ก็เรียกผมว่าพี่ชายที่แสนดีที ว่าไงล่ะ”
“ถุย ! ทำไมหน้าไม่อายเลย ? ไม่ดูตัวเองซะบ้าง เส้นผมยังไม่ขึ้นก็กล้าเอาเปรียบฉันแล้ว ?”
“ในเมื่อคุณพูดเช่นนี้ งั้นเราก็สิ้นสุดความร่วมมือกันเถอะ คุณก็อยู่ที่นี่สักพักแล้วกัน ยังไงต้องมีคนมาช่วยคุณแน่”
เนี่ยเฟิงยักไหล่ จากนั้นก็ฮัมเพลง ดูท่าทางคงปล่อยไว้ไม่สนใจแล้ว
“ฉันเรียก ฉันเรียกโอเคไหม ?”
“โธ่ ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกก็เรียบร้อยแล้ว แต่ท่าทางของคุณเมื่อกี๊ทำให้ผมห่อเหี่ยว ฉะนั้นเรียกผมว่าพี่ชายคงทำผมพอใจไม่ได้ ถ้าไงคุณเปลี่ยนคำเรียกก็แล้วกัน”
เย่หรูเสว่กัดริมฝีปากล่างที่แดงระเรื่อของเธอ หมอนี่คิดจะทำอะไรอีก ?
“คุณดึงฉันขึ้นไปก่อนก็แล้วกัน แล้วเปลี่ยนคำเรียกอย่างไรก็ว่ามา !”
เนี่ยเฟิงหาท่อนไม้เท่าที่ได้โยนลงไป เย่หรูเสว่คว้าไว้แม้เสมือนไร้ค่าเฉดหญ้าฟาง เธอจับท่อนไม้ด้านหนึ่งไว้ได้ แต่ในบ่อบำบัดทำอย่างไรก็ออกแรงไม่ได้
“คุณออกแรงดึงสิ !”
เย่หรูเสว่โมโหเล็กน้อย
“คุณยังไม่เรียกเลย คุณเรียกก่อน แล้วผมค่อยดึงคุณขึ้นมาว่าอย่างไร ?”
สายตาของเนี่ยเฟิงส่องประความเจ้าเล่ห์ขึ้นมา “ถ้าคุณเรียกผมว่าสามีที่รัก ผมก็จะดึงคุณขึ้นมาทันที การแลกเปลี่ยนครั้งนี้คุ้มค่าใช่ไหม ?”
ดวงตาทั้งคู่ของเย่หรูเสว่จ้องเหมือนสายฟ้าพิฆาต “นายมันชั่วช้า ไร้ยางอาย !”
ตอน 4
บทที่4
เนี่ยเฟิงใช้ท่อนไม้เคาะที่กะโหลกของเธอเบา ๆ “อย่าได้มองข้ามความหวังดีผู้อื่น ถ้าคุณไม่เรียก ผมจะไปล่ะ”
ในเวลานี้ น้ำเสียดันขึ้นมาเรื่อย ๆ จนท่วมถึงริมฝีปากล่างของเย่หรูเสว่แล้ว เธอไม่กล้าใช้อารมณ์แล้ว ถ้าจมอยู่ในถังบำบัดตาย ได้ยินไปถึงเพื่อนร่วมงาน ตายไปก็คงไม่มีหน้าไปเป็นผี ถึงจะต้อง ค้อมหัว