ตอน 2

อัจฉริยะฝาแฝด

บทที่2

โรงแรมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลินชวน

ภายในห้อง เพรสซิเดนสูท แสงแดดทะลุผ่านม่านหน้าต่างตกกระทบลงบนเตียงใหญ่

ร่างกายที่สวยงามกำลังปรากฏ รอยแดงตรงไหปลาร้า อยู่บนผิวที่ขาวราวหิมะนั้นสะดุดตาเป็นอย่างมาก

สวี่รั่วฉิงขยี้ตาจากการตื่นนอนอย่างงัวเงีย ขยับตัวเล็กน้อย สังเกตเห็นว่าปวดสุดๆ ไปทั้งตัวทั้งส่วนบนและส่วนล่าง

โดยเฉพาะส่วนล่างนั่นที่ปวดจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ทำให้เธอขมวดคิ้วแน่น สีหน้าซีดเซียว

ผลึบ

ที่นี่คือที่ไหน

หลังจากสูดหายใจไปทีนึง สวี่รั่วฉิงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่านี่ไม่ใช่ห้องของเธอ

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

สวี่รั่วฉิงส่ายหัว สังเกตเห็นว่าความจำนั้นเลือนรางมาก

ทันใดนั้น เธอก็หันหลังมา สายตาตกไปอยู่บนร่างของชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ

ผู้ชายคนนี้…

บนพื้นยังมีเสื้อผ้ากระจายอยู่ แล้วก็ยังมีหน้ากากจิ้งจอกที่เธอสวมอยู่ตลอดเวลา ก็ตกอยู่อีกฝั่งนึง

เธอทำได้แค่เลือกหยิบเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อยหน่อยจากกองเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยมาคลุมอยู่บนตัว

ยังไม่ทันให้สวี่รั่วฉิงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จู่ๆ ตรงนอกประตูก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เธอเอาหน้ากากที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมโดยอัตโนมัติ

จากนั้น ประตูห้องก็ถูกคนใช้แรงผลักออก คนกลุ่มหนึ่งพังประตูเข้ามา

แสงวาบขึ้นมาส่องไปที่คนทั้งสองบนเตียงไม่หยุด นำโดยนักข่าวหนังสือพิมพ์บันเทิงที่ใหญ่ที่สุด

“คุณสวี่ครับ ขอถามหน่อยครับว่าการที่คุณปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เป็นเรื่องบังเอิญรึเปล่า หรือว่าตระกูลสวี่มีปัญหา ต้องการให้คุณตกลงสิ่งที่บอกสื่อไม่ได้กับนักธุรกิจไฮโซบางคนหรอครับ”

หัวของสวี่รั่วฉิงกระแทกดังปึงไปทีนึง เธอนึกออกแล้ว

งานเลี้ยงหน้ากากเมื่อคืน สวี่รั่วยีเป็นคนพาเธอมา แม้กระทั่งหน้ากาก เธอก็เป็นคนเตรียมให้

ในตอนนั้นสวี่รั่วฉิงสงสัยมาก น้องสาวไม่ยอมให้เธอออกบ้านไม่ใช่รึไง

ทำไมจู่ๆ ถึงให้เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงหน้ากากครั้งนี้ด้วยล่ะ

แล้วก็มีแชมเปญแก้วนั้นเมื่อคืนด้วย…

สวี่รั่วฉิงหรี่ตาลง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่านี่เป็นการสมรู้ร่วมคิด

“ฉันเปล่าค่ะ”

นักข่าวยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ได้ปิดบังสายตาที่รังเกียจนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

“คุณสวี่ครับ อย่าปิดบังเลยครับ เอาหน้ากากออกเถอะ คุณเป็นคุณของตระกูลสวี่ ตอนนี้ให้พวกเราได้ดูว่าคุณสวยขนาดไหน”

สวี่รั่วฉิงรู้สึกแค่ว่าหัวของเธอนั้นบวมใช้ได้ แล้วคำพูดนี้ของนักข่าว กลับทำให้เธอสีหน้าเปลี่ยน “พวกคุณอยากจะทำอะไรกัน”

เธอคิดได้ว่าทั้งหมดนี้ต้องเป็นแผนของน้องสาวแน่นอน ถ้าไม่งั้นคงไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก

ถ้าให้พวกเขาถ่ายใบหน้าที่อยู่ใต้หน้ากากของตัวเองล่ะก็ ถ้างั้นตัวเองก็คงหมดกัน

ยังไงเธอก็คาดไม่ถึง ว่าน้องสาวที่ปกตินั้นเรียบร้อยต่อหน้าเธอ ลับหลังกลับมีนิสัยที่ชั่วร้ายแบบนี้

และในตอนนี้ นักข่าวก็กำลังจะลากชายที่โดนผ้าห่มคลุมไว้ ดูว่าผู้ชายที่เธอแอบมีความสัมพันธ์ด้วยคือใคร

ใบหน้าเล็กๆ ของสวี่รั่วฉิงเต็มไปด้วยความตกใจ เธอเอาผ้าปูที่นอนม้วนตัวแล้วผลักผู้คนออก แล้ววิ่งออกไปข้างนอก

ทุกคนพากันรีบตามไป

จากนั้นในตอนที่สวี่รั่วฉิงวิ่งไปอยู่ตรงมุม ทันใดนั้นก็ถูกคนตีไปที่ท้ายทอยทีนึง

เห็นหญิงสาวที่สลบลงกับพื้นแล้ว คนนั้นพูดเสียงต่ำ “คุณผู้หญิงครับ จะจัดการกับเธอยังไงดีครับ”

“เหอะ เธอหมดประโยชน์แล้ว ไอ้นั่นโดนวางยา คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกมันช่วยไว้ จัดการมันให้ฉันซะ ฉันไม่อยากเจอหน้ามันอีก

“ครับ”

มองดูสวี่รั่วฉิงที่ถูกใส่ลงไปในกระสอบ เธอแสยะยิ้มโดยไม่รู้ตัว “ถึงจะมีความสามารถท่วมตัวแล้วยังไงล่ะ ยังไงก็เป็นแค่ผู้หญิงที่เป็นลูกนอกคอกที่เกิดมาต่ำต้อยคนนึงเท่านั้นแหละ”

พูดจบ เธอก็เริ่มถอดเสื้อผ้าบนตัวเธอออก แกะผ้าปูที่นอนสีขาวออก แล้วก็กลับไปทางที่เพิ่งจะวิ่งมาเมื่อกี้

ตอนที่ออกไปนั้นเจอกับพวกนักข่าวที่แบกกล้องอยู่พอดี

เธอหน้าแดง นักข่าวที่อยู่ตรงหน้านั้นพากันอึ้ง เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าบุคคลนี้จะเป็นคุณตระกูลสวี่อีกคน สวี่รั่วยี

ไม่ใช่ว่าเป็นคนนั้นหรอ

“ถ่ายพอรึยัง”

พูดจบ สวี่รั่วยีก็ผลักทุกคนออกแล้วกลับไปที่ห้อง

เธอนอนอยู่บนเตียง จับไปที่หน้าของชายหนุ่มที่กรามชัดอย่างหลงใหล “นับจากวันนี้ คุณเป็นของฉัน”

ชายหนุ่มบนเตียงเหมือนจะรู้สึกถึงสัมผัสของหญิงสาว ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“จิ้งจอกน้อย……อย่าไป”

“ฉันไม่ไปไหนหรอกค่ะ”

……

หลังจากนั้นสามวัน ลี่ถิงเซิ่งก็ได้ข่าวของผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตัวเอง แพร่ไปทั่วเมืองหลินชวน

ยิ่งไปกว่านั้นคือมีข่าวว่า อีกไม่นานพวกเขาก็จะแต่งงานแล้ว

ทันใดนั้น ทุกคนก็พากันอิจฉา

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่3

หกปีผ่านไป สนามบินนานาชาติหลินชวน

หญิงสาวที่ร่างสูงยาว สวมสูทสีดำ กระโปรงทรงเอสั้น เผยให้เห็นขาที่ขาวและเรียวยาว

ใบหน้าของเธอสวมแว่นดำที่ปิดไปครึ่งหน้า ถึงแม้จะบังหน้าไว้ แต่หุ่นนั้นก็เผยให้เห็นออร่าที่ไม้แพ้ดาราระดับแนวหน้าเลยทีเดียว

ร่างกายที่เผ็ดร้อน สะดุดตาท่ามกลางกลุ่มคนที่พลุกพล่าน

ด้านหลังของหญิงสาวยังมีเด็กอายุห้าหกขวบตามด้วย น่ารักสุดๆ

บนหน้าของเด็กชายไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรสักนิด ท่าทางเคร่งขรึมเย็นชา ให้อารมณ์เหมือนผู้ใหญ่

ส่วนอารมณ์บนใบหน้าของเด็กผู้หญิงก็ชัดเจนมาก

เธอกะพริบตาที่ดำโต เงยหน้าขึ้นถาม “นี่คือบ้านเกิดของหม่ามี๊หรอคะ”

เสียงที่อ่อนเยาว์ ทำให้คนซาบซึ้งมาก สวี่รั่วฉิงยกมุมปากขึ้น มองเด็กหญิงอย่างเอ็นดู “อื้ม”

หกปีก่อน เธอถูกยัดลงในกระสอบ มัดกับก้อนหินแล้วโยนทิ้งลงทะเล

ตอนแรกคิดว่าชีวิตนี้จะจบลงแล้ว แต่โชคดีที่ถูกคุณตระกูลซูช่วยชีวิตไว้

คุณตระกูลซูเก็บเธอเอาไว้ ถึงมีชีวิตรอดได้ แล้วก็ยังให้ตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศและให้เงินเธอจำนวนหนึ่ง

ถึงต่างประเทศได้ไม่นาน สวี่รั่วฉิงก็รู้ว่าตัวเองนั้นท้อง

“น้องสาวสุดที่รัก ถ้าพี่ปรากฏตัวต่อหน้าแก แกจะแปลกใจไหมนะ”

สวี่รั่วฉิงพึมพำเสียงเบา แสงจันทร์ส่องเข้ามาในตา แต่ตอนที่สายตานั้นมองไปที่หนูน้อยทั้งสอง แววตาก็อบอุ่นขึ้น

หลังจากท้อง สวี่รั่วฉิงไม่ได้คิดจะคลอดเด็กสองคนนี้ออกมา

จากมุมมองของเธอ นี่คือความอัปยศในคืนนั้น

เป็นข้อยืนยันเรื่องตลกที่เธอนั้นมีชีวิตรอดมาได้สิบกว่าปี

จนหลังจากที่เธอได้ขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดแล้ว เธอก็รู้สึกคิดผิด

ไม่ว่าคืนนั้นจะเป็นยังไง ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นยังไง สุดท้ายก็เลือดเนื้อเชื้อไขของเธออยู่ดี

เพราะฉะนั้น สวี่รั่วฉิงเลยคลอดหนูน้อยทั้งสองออกมา แล้วก็เลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากจนโต

ครั้งนี้ เธอจะไม่ให้พวกเขารังแกอะไรอีกแล้ว

ครั้งนี้ เธอจะไม่ใช่สวี่รั่วฉิงอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแอนนาที่เป็นนักปรุงน้ำหอมระดับนานาชาติ

กลับมาครั้งนี้ เธอได้รับเชิญจากตระกูลลี่

ผ่านมาหลายปี ก็ไม่รู้ว่าน้องสาวสุดที่รักอยู่ในบ้านลี่จะเป็นยังไงบ้าง

สวี่รั่วฉิงยิ้มแล้วลูบไปที่หัวของหนูน้อยทั้งสอง

สวี่อี้หานลูบไปที่มือของสวี่รั่วฉิงอย่างน่ารักมาก

แต่สวี่อี้ฝานกลับทำหน้าตารังเกียจแล้วเบ้ปาก “หม่ามี๊ อย่าทำผมคนอื่นเสียทรงได้ไหมเนี่ย”ฟังแล้ว สวี่รั่วฉิงก็หัวเราะเบาๆ “โอเค”

ทั้งๆ ที่เป็นแฝดชายหญิงแม่เดียวกันแท้ๆ ทำไมทั้งสองคนถึงนิสัยต่างกันได้ขนาดนี้ล่ะ

สวี่รั่วฉิงไม่ได้สังเกตว่า ตรงที่ไม่ไกลนั้น มีผู้ชายคนนึงกำลังจ้องมองมาทางนี้

“ผู้หญิงคนนั้น……เป็นใครกัน”

จู่ๆ ลี่ถิงเซิ่งก็เอ่ยปาก ในแววตาที่ลึกซึ้งนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

ไม่รู้ทำไม ผู้หญิงคนนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเธอมากๆ

เลขาที่อยู่ข้างๆ นั้นรู้สึกประหม่า คนในสนามบินเยอะขนาดนี้ เขาจะรู้ข้อมูลของคุณผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง

ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากคนในบ้านแล้ว ประธานของเขาเคยสนใจผู้หญิงคนอื่นเมื่อไหร่กัน

แล้วยังเป็นคนที่…มีลูกด้วย

“ท่านประธานครับ เรามารับครอบครัวของคุณฮิลล์นะครับ”

หลี่อานผู้เป็นเลขา พูดเตือนอย่างอ่อนโยน

ได้ยินแล้ว ลี่ถิงเซิ่งถึงได้เก็บสายตากลับมา

ห่างไกลเกินไป เขาเห็นหน้าของเด็กสองคนนั้นไม่ชัด ถ้าได้เห็น ต้องอึ้งแน่นอน

เด็ดฝาแฝดชายหญิงคู่นี้หน้าตาคล้ายเขามาก

อีกด้านนึง สวี่รั่วฉิงก็เหมือนรู้ตัว ค่อยๆ เอียงคอ แต่กลับไม่เจออะไร

เธอคงรู้สึกไปเองแหละ

“เรื่องดีของตระกูลลี่ใกล้เข้ามาแล้ว คู่ครองตลอดหกปี สุดท้ายก็ได้รักกัน”

สวี่รั่วฉิงกำลังเตรียมตัวจะก้าวขาออกไป แต่กลับเห็นจอทีวีใหญ่ในสนามบิน กำลังถ่ายทอดข่าวบันเทิงอยู่

รูปภาพประกอบนั้นเป็นรูปของภรรยาลี่และสวี่รั่วยีไปเดินห้างด้วยกัน

มุมปากของสวี่รั่วฉิงแสยะยิ้ม หวังว่าสวี่รั่วยียังจะดำรงตำแหน่งสะใภ้ลี่อย่างมั่นคงได้

เธอไม่ได้ดูต่อ แล้วก็พาหนูน้อยทั้งสองค่อยๆ ออกไป

สนามบิน ผู้หญิงส่วนใหญ่อารมณ์แปรปรวน แล้วลี่ถิงเซิ่งก็เห็นเนื้อหาในจอทีวีใหญ่

หน้าตาไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม แล้วสถานการณ์ก็เต็มไปด้วยความอึมครึม “ลองหาดูซิว่าเป็นบริษัทบันเทิงบริษัทไหน ซื้อมาให้ฉันซะ”

เขาบอกเมื่อไหร่ว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น

หลี่อานเห็นสีหน้าของลี่ถิงเซิ่งไม่ค่อยดี แล้วก็หนาวสั่นทันที

เขาเพิ่งจะเตรียมตัวพูด แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โทรศัพท์ของประธานนั่น

หลังจากที่เห็นเบอร์โทรชัดเจนแล้ว หลี่อานก็ยื่นโทรศัพท์ไปด้วยสีหน้าซับซ้อน “ท่านประธานครับ เป็นสายจองคุณสวี่ครับ”

หลี่อานนับถือคุณสวี่คนนี้มาก ท่านประธานนั้นเป็นคนนอนไม่หลับ แต่ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆ ท่านประธาน ท่านประธานจะหลับสนิทได้ยังไงล่ะ

คุณท่าน(หญิง)ก็ชอบคุณสวี่คนนี้มาก ไม่งั้น คงไม่ให้ท่านประธานหมั้นกับคุณสวี่หรอก

สิ่งที่ทำให้หลี่อานไม่เข้าใจก็คือ ถึงแม้ว่าคุณสวี่จะเป็นว่าที่ภรรยา แต่ไม่รู้ทำไม ท่านประธานถึงไม่ยอมให้พวกเขาเรียกคุณสวี่ว่าคุณนายล่ะ

หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ สุดท้ายลี่ถิงเซิ่งก็รับโทรศัพท์

“ถิงเซิ่ง คุณจะกลับมาเมื่อไหร่ คุณไม่ได้กลับมาพักผ่อนดีๆ มาสามวันแล้วนะคะ”

เสียงที่อ่อนหวาน แสดงความใส่ใจเต็มเปี่ยม

“ดูอีกทีละกัน เดี๋ยวมีประชุมสำคัญอีกน่ะ”

ลี่ถิงเซิ่งเอ่ยปากอย่างเย็นชา น้ำเสียงค่อนข้างรำคาญ

สวี่รั่วยีที่อยู่ปลายสายนั้นกำโทรศัพท์แน่นอย่างไม่รู้ตัว เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจน ท่าทางที่ลี่ถิงเซิ่งมีต่อเธอนั้นเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ

หกปีแล้ว เครื่องหอมของยายแก่คนนั้น หมดไปแล้ว

เธอแอบหาเซียนเครื่องหอมไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่มีใครคิดค้นเครื่องหอมแบบนั้นออกมาได้เลย

ไม่มีเครื่องหอมแบบนั้น เธอก็ทำให้ลี่ถิงเซิ่งนอนหลับสนิทไม่ได้

เธอไม่พอใจกับความเย็นชาของลี่ถิงเซิ่งมาก

แล้วก็เคยสั่งให้คนไปตามหายายแก่คนนั้นในชนบท แต่ยายแก่กลับก็เหมือนกับว่าระเหยไปจากโลกนี้ หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ยังดีที่เธอได้นัดกับแอนนาที่เป็นเซียนเครื่องหอมนานาชาติ เธอไม่เชื่อว่าเซียนเครื่องหอมระดับนานาชาติชั้นหนึ่ง จะทำของในแบบที่เธอต้องการไม่ได้

หลังจากตัดสินใจแล้ว สวี่รั่วยีก็พูดอย่างน่าสงสารว่า “ถิงเซิ่ง ฉันรู้ว่าคุณงานยุ่งมาก แต่คุณมาอยู่กับฉันหน่อยไม่ได้เลยหรอ”

“หกปีก่อนคุณบังคับ”

“วันนี้ผมจะกลับไปคืนนึง แค่นี้นะ”

สวี่รั่วยียังพูดไม่ทันจบก็ถูกลี่ถิงเซิ่งตัดบทแล้ว จากนั้นก็ตัดสายไป

ถึงหกปีที่แล้วเป็นเขาจะทำเรื่องละอายใจกับไว้ แต่หลายปีมานี้เขาไม่ได้ทำไม่ดีกับสวี่รั่วยีเลย แล้วเรื่องละอายใจพวกนั้นก็หายไปนานแล้วด้วย

หลี่อานเห็นสีหน้าเคร่งขรึมอันน่ากลัวของลี่ถิงเซิ่งแล้ว ก็กลืนน้ำลายไปทีนึง กลัวว่าจะหาเรื่องเข้าตัว

……

วันรุ่งขึ้น

หลังจากจัดแจงหนูน้อยทั้งสองแล้ว สวี่รั่วฉิงก็สวมแว่นดำแล้วออกจากบ้านไป มุ่งหน้าไปที่ลี่ซื่อกรุ๊ป

สิ่งที่สวี่รั่วยีให้ความสำคัญนั้น เธอต้องแย่งมาด้วยตัวเองให้ได้

สิ่งที่เป็นของตัวเองนั้น ก็ควรเอากลับคืนมาแล้ว

ใต้ตึกลี่ซื่อกรุ๊ป

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าได้นัดไว้รึเปล่าคะ” พนักงานต้อนรับยืนขึ้นแล้วถามอย่างสุภาพ

“ฉันมาสมัครเป็นผู้ช่วยประธานค่ะ” สวี่รั่วฉิงยิ้มอ่อนแล้วพูด

พนักงานต้อนรับมองดูสวี่รั่วฉิงที่หน้าตาดูมีเสน่ห์แล้ว แววตาแสดงให้เห็นถึงความดูถูก น้ำเสียงก็เบาลงด้วย “ขอโทษด้วยนะคะ คุณผู้หญิง ท่านประธานของเราไม่ต้องการผู้ช่วยค่ะ”

สวี่รั่วฉิงรู้ว่าในใจเธอคิดอะไร หลังจากหัวเราะเบาๆ แล้ว ก็ขี้เกียจอธิบาย

ยังไงแล้วเป้าหมายของเธอก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่รึไง

“ฉันว่าคุณควรจะบอกกับประธานของคุณหน่อยนะคะ ลองถามดูว่าเขาต้องการรึเปล่า”

สวี่รั่วฉิงกลับมาคราวนี้ แน่นอนว่าเตรียมตัวมาหมดแล้ว

เธอมีความมั่นใจมากพอว่าสามารถทำให้คนคนนั้นรับเธอไว้ได้

“คุณผู้หญิงท่านนี้ ฉันพูดชัดเจนแล้วนะคะ กรุณาอย่าขัดขวางการทำงานของฉัน เข้าใจไหมคะ”

“คนที่คิดอยากจะมาเกาะอย่างคุณ คนที่คลานขึ้นมาบนเตียงท่านประธานของเรา เดือนนึงมีตั้งสิบกว่าคน คุณตัดใจเรื่องนี้ซะเถอะ”

บนหน้าของพนักงานต้อนรับเต็มไปด้วยความขยะแขยง คนที่ใช้ร่างกายทำมาหากินนั้น ไม่มีใครให้ความสำคัญหรอก

“ยิ่งไปกว่านั้น เรามีภรรยาท่านประธานแล้ว คุณก็ไม่ต้องทำงานที่ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ”

ภรรยาท่านประธานหรอ

สวี่รั่วยีหรอ

เหอะ หกปีก่อน เพื่อตำแหน่งแล้วสวี่รั่วยีวางยาเธอ ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว สวี่รั่วยียังจะอยู่บนตำแหน่งนี้ได้ราบรื่นรึเปล่า

“เอะอะอะไร”

จู่ๆ เสียงที่เยือกเย็นก็ดังขึ้นจากด้านหลังของสวี่รั่วฉิง

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 4

บทที่4

พนักงานต้อนรับเห็นว่ามีคนมา ท่าทางที่เอื่อยเฉื่อยในตอนแรกก็ตื่นตัวขึ้นทันที

“ท่านประธานคะ……เธอ คุณผู้หญิงคนนี้จะมาสมัครเป็นผู้ช่วยของท่าน เมื่อกี้ฉันกะจะให้รปภ.มาไล่เธอออกไป”

พนักงานรายงานอย่างระมัดระวัง กลัวว่าถ้าลี่ถิงเซิ่งโมโหแล้ว จะไล่เธอออก

ส่วนสวี่รั่วฉิงนั้นเตรียมใจมาเรียบร้อยแล้ว แ

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ
นิยายแนะนำยอดฮิต