ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

อัจฉริยะฝาแฝด

บทที่1

ความคิดของหลี่อานหมุนอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วินาทีต่อมาก็พูดตอบ “เป็นผู้ช่วยผู้หญิงครับ”

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผู้ช่วยหญิง? ถิงเซิ่งไม่ใช้ผู้ช่วยหญิงมาตลอดไม่ใช่หรอ? ฉันยังจำได้ก่อนหน้านี้เขาบอกกับฉันว่าจ้างผู้ช่วยหญิงจะทำให้มีเรื่องยุ่งยากมากมาย ทำไมตอนนี้ถึงได้จ้างผู้ช่วยหญิงคนนึงแล้วล่ะ?”

หญิงชราวางถ้วยชาลงบนโต๊ะกาแฟ สองมือกุมเข่า ตามองไปที่หลี่อานอย่างละเอียด

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่แม้ว่าอายุจะเกินเจ็ดสิบ แต่กำลังวังชาดีมาก ดวงตาสองข้างทั้งดำทั้งสว่าง จ้องจนหลี่อานเหงื่อออกเต็มหลัง

“เด็กคนนี้นี่จริงๆเลย ไม่กลัวคู่หมั้นของเขาโวยวายหรอ?” คุณนายใหญ่ตระกูลลี่พูดเสียงเบา

เธอไม่มีความรู้สึกดีๆอะไรกับสวี่รั่วยี

เด็กผู้หญิงคนนั้นดูอ่อนโยนใจกว้าง เป็นเด็กดีรู้มารยาท

แต่คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา เธอเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย โตในตระกูลที่ร่ำรวย มองดูโลกใบกลมที่ไม่มั่นคง รู้อย่างชัดเจนว่าเนื้อแท้ของสวี่รั่วยีไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เธอแสดงออกมา

ลี่ถิงเซิ่งเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของคุณนายใหญ่ตระกูลลี่ โรคนอนไม่หลับของเขาทำให้คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ปวดหัวอย่างมากมาโดยตลอด

ค้นหาหมอที่มีชื่อเสียงทุกคนในหลินชวน โรคนอนไม่หลับของลี่ถิงเซิ่งก็ยังไม่บรรเทา มีเพียงสวี่รั่วยีคนนั้นที่บรรเทาโรคนอนไม่หลับของลี่ถิงเซิ่งได้ คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ได้เพียงเปิดตาข้างนึงปิดตาข้างนึง

ถึงอย่างไรลี่ถิงเซิ่งก็ได้ควบคุมลี่ซื่อกรุ๊ปทั้งหมดแล้ว ถ้าเกิดสวี่รั่วยีไม่มีผลประโยชน์ต่อลี่ซื่อกรุ๊ปจริงๆ เขาจะไม่นั่งดูเฉยๆแน่นอน

ดังนั้น เรื่องการแต่งงานของลี่ถิงเซิ่งกับสวี่รั่วยีสำหรับคุณนายใหญ่ตระกูลลี่แล้ว แม้ว่าจะไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงมาก

“คุณสวี่น่ะหรอครับ?” หลี่อานยิ้ม เขากลายเป็นผู้ช่วยของลี่ถิงเซิ่งมาหกปีแล้ว เพราะว่าทุ่มเทให้กับเจ้านายตัวเองอย่างระมัดระวัง คุณนายใหญ่ตระกูลลี่จึงนับว่าดีกับเขาอยู่

หลี่อานครุ่นคิดเล็กน้อย เอ่ยปากอย่างรวดเร็ว “สำหรับเรื่องนี้ คุณสวี่เคยขัดแย้งกับประธานลี่จริงๆครับ ได้ยินว่าคุณนายลี่กระทั่งเรียกผู้ช่วยหญิงของประธานลี่ไปที่บ้านเพื่อตำหนิ แต่ว่าผู้ช่วยคนใหม่คนนี้ของประธานลี่ มีความสามารถจริงๆ ระดับการปรุงน้ำหอมของเธอในบริษัทไม่มีใครเทียบได้ ประธานลี่จึงพยายามเก็บเธอไว้”

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ฟังหลี่อานอธิบายเสร็จ ก็รู้สึกประหลาดใจ

“สูงกว่าระดับการปรุงน้ำหอมของเฉินเสี่ยวหรานอีกหรอ? ฉันจำได้ว่าหัวหน้านักปรุงน้ำหอมคนก่อนของบริษัทคือเฉินเสี่ยวหรานใช่ไหม?”

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่แม้ว่าจะส่งมอบลี่ซื่อกรุ๊ปทั้งหมดไว้ในมือของหลานชายตัวเองแล้ว แต่ถึงอย่างไรทรัพย์สมบัติของตระกูลลี่ก็เป็นเลือดเนื้อของสามีเธอ เป็นธรรมดาที่จะรับความผิดพลาดครั้งใหญ่ไม่ได้

เธอมักจะเรียกคนมาพูดเรื่องของบริษัทให้เธอฟัง

เพราะว่าความสัมพันธ์ย่าหลานของลี่ถิงเซิ่งกับคุณนายใหญ่ตระกูลลี่ดีมาก จึงแอบอนุญาติการเคลื่อนไหวเล็กๆของย่าตัวเอง

หลี่อานพยักหน้า พูดเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสวี่รั่วฉิงกับเฉินเสี่ยวหรานก่อนหน้านี้ให้คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ฟัง

“ระดับการปรุงน้ำหอมของผู้ช่วยแอนเยี่ยมยอดมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นประธานลี่ก็คงไม่เก็บเธอไว้ ตั้งแต่เธอมาที่บริษัท เพียงคนเดียวก็ส่งเสริมความร่วมมือของลี่ซื่อกรุ๊ปกับซิลวี่ได้ นักปรุงน้ำหอมในบริษัทก็ถูกทักษะการปรุงน้ำหอมของเธอโน้มน้าวใจ”

ในแววตาของคุณนายใหญ่ตระกูลลี่มีความชื่นชมขึ้นมาเล็กน้อย

เธอชื่นชอบคนหนุ่มสาวที่มีความสามารถที่แท้จริงมากที่สุด

ไม่เกี่ยวกับเพศ ตราบใดที่มีความสามารถ ก็ก้าวไปได้ไกล!

คิดมาถึงตรงนี้ คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ก็มีความอยากรู้อยากเห็นต่อตัวสวี่รั่วฉิงขึ้นมาเล็กน้อย

ต้องรู้ว่าหลานชายสุดที่รักของตนที่ผ่านมาไม่ได้สนใจผู้หญิงมากนัก

แม้แต่สวี่รั่วยีคนนั้นก็เป็นเพราะเมื่อหกปีก่อนเคยช่วยเขาไว้ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของลี่ถิงเซิ่งแล้วจะอนุญาตให้สวี่รั่วยีอยู่ข้างกายตนได้ยังไง แล้วยังสัญญาว่าอนาคตจะแต่งงานกับเขา?

“ฉันอยากเจอเด็กคนนี้หน่อย ถ้าหากว่ามีประโยชน์กับบริษัทจริงๆ แล้วไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับลี่ถิงเซิ่ง นั่นก็เป็นเรื่องที่ดี สำหรับแม่หนูตระกูลสวี่ นั่นก็เป็นเรื่องของถิงเซิ่งกับเธอคนแก่อย่างฉันไม่ยื่นมือเข้าไปแทรก”

ใบหน้าของหลี่อานเผยความลำบาก “คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ ขณะนี้ผู้ช่วยแอนอยู่ที่แผนกน้ำหอมครับ อีกเดี๋ยวจะเข้าร่วมการแข่งขันนักปรุงน้ำหอมที่มีปีละครั้งของหลินชวนแล้ว!”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง” คุณนายใหญ่ตระกูลลี่พยักหน้าเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย “งั้นรอหลังจากนี้มีโอกาสค่อยว่ากัน ใช่แล้ว ถิงเซิ่งประชุมเสร็จหรือยัง? ฉันอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว เขายังไม่เสร็จสิ้นอีกหรอ?”

“คุณนายใหญ่รอซักครู่นะครับ ผมขอไปดูก่อน”

หลี่อานออกมาจากห้องรับรอง ทิ้งคุณนายใหญ่ตระกูลลี่กับเลขาของตนไว้

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่แม้ว่าจะจำคำพูดของหลี่อานไว้ในใจ แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับลี่ถิงเซิ่ง เธอไม่อาจไม่ระวังเป็นพิเศษได้

“เด็กวัยรุ่นที่ชื่อแอนนาคนเมื่อกี้ กลับไปอย่าลืมตรวจสอบ”

เลขาตอบรับอย่างมีมารยาท

“แล้วก็ วันนี้หลังจากกลับไปแล้ว นายต่อสายถึงแม่ของลี่ถิงเซิ่งให้ฉัน ถามว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ต่อให้หล่อนเป็นแม่ของถิงเซิ่ง ปกติไม่สนใจถิงเซิ่ง ข้างกายถิงเซิ่งมีผู้ช่วยหญิง หล่อนก็ดูรีบร้อน เรียกคนไปถึงบ้าน ตระกูลลี่ของเราไม่มีวิถีชีวิตแบบนี้”

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่น้ำเสียงสงบ แต่ในคำพูดมีความทิ่มแทง

คุณนายลี่สนับสนุนการแต่งงานของสวี่รั่วยีกับลี่ถิงเซิ่ง เพราะว่าสวี่รั่วยีสามารถบรรเทาโรคนอนไม่หลับของถิงเซิ่ง คุณนายใหญ่ตระกูลลี่จึงไม่ได้ขัดขวาง

แต่ถ้าสวี่รั่วยีกับคุณนายลี่ขัดขวางการทำงานของลี่ถิงเซิ่งมากเกินไป งั้นเธอก็ไม่อาจนั่งดูเฉยๆได้

ถึงอย่างไร นี่คือตระกูลลี่ ไม่ใช่ตระกูลของคุณนายลี่ และไม่ใช่ตระกูลสวี่

ลี่ถิงเซิ่งเห็นแก่สถานะที่คุณนายลี่เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดเขา ถ้าไม่ยินดีที่จะพูด เธอที่เป็นคุณย่าก็ต้องพูดให้ดี!

ในเวลาเดียวกัน ภายในห้องประชุม เงียบเป็นพิเศษ

ความจิตใจโหดร้ายของลี่ถิงเซิ่ง ผู้บริหารระดับสูงทุกคนต่างรู้ดี

เมื่อเขาตัดสินใจไปแล้วจะไม่เก็บกลับมาเด็ดขาด

ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มถอนคำพูดได้

ในเมื่อลี่ถิงเซิ่งตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้หัวหน้านักปรุงน้ำหอมของบริษัทเข้าร่วมการแข่งขันนักปรุงน้ำหอมแห่งหลินชวน ต่อให้ราชาแห่งสรวงสวรรค์มาโน้มน้าวก็ไร้ผล

หลี่อานผลักประตูห้องประชุมออก ถูกแรงกดอากาศต่ำภายในห้องประชุมทำให้ตกใจ

เขารักษาความสงบบนใบหน้าโดยไม่ส่งเสียง เดินไปถึงข้างกายลี่ถิงเซิ่ง

“ประธานลี่ คุณนายใหญ่ตระกูลลี่มาครับ ตอนนี้อยู่ในห้องรับรองวีไอวี”

ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาของลี่ถิงเซิ่ง ในที่สุดก็คลายลงเล็กน้อย

คุณย่าทำไมมาในเวลานี้?

ลี่ถิงเซิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่กี่วินาทีต่อมา ริมฝีปากบางของเขาก็ขยับพ่นออกมาหนึ่งประโยค “ฉันรู้แล้ว”

ทันใดนั้น แววตาเฉยเมยของเขาก็กวาดไปที่กลุ่มคนภายในห้องประชุมเล็กน้อย “สิ้นสุดการประชุม”

นิ้วมือเรียวยาวหยิบเอกสารการประชุมบนโต๊ะขึ้นมา ก้าวขายาวไปที่ห้องรับรองวีไอพี

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่เป็นคนในตระกูลลี่เพียงคนเดียวที่ทำให้ลี่ถิงเซิ่งสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น

คุณนายลี่แม้จะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ทั้งสองไม่เคยติดต่อกันเลย ความสัมพันธ์จืดจาง

คุณนายใหญ่ตระกูลลี่ไม่เหมือนกัน

ในฐานะคุณย่าของลี่ถิงเซิ่ง เธอเป็นห่วงลี่ถิงเซิ่งมาก รวมถึงโรคนอนไม่หลับของเขา ล้วนแต่เป็นคุณนายใหญ่ตระกูลลี่ลงแรงด้วยตัวเอง

ถ้าหากตอนนี้มีพนักงานคนอื่นของลี่ซื่อกรุ๊ปอยู่ที่นี่ จะต้องถูกประธานลี่ของพวกเขาทำให้ตกใจแน่นอน

“คุณย่า” ลี่ถิงเซิ่งน้ำเสียงอ่อนนุ่มลงอย่างหาได้ยาก เขาผลักประตูห้องรับรอง เห็นหญิงชราที่นั่งพักผ่อนอยู่บนโซฟา ยิ้มเล็กน้อย “คุณย่ามาได้ยังไงครับ?”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 2

บทที่2

โรงแรมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลินชวน

ภายในห้อง เพรสซิเดนสูท แสงแดดทะลุผ่านม่านหน้าต่างตกกระทบลงบนเตียงใหญ่

ร่างกายที่สวยงามกำลังปรากฏ รอยแดงตรงไหปลาร้า อยู่บนผิวที่ขาวราวหิมะนั้นสะดุดตาเป็นอย่างมาก

สวี่รั่วฉิงขยี้ตาจากการตื่นนอนอย่างงัวเงีย ขยับตัวเล็กน้อย สังเกตเห็นว่าปวดสุดๆ ไปทั้งตัวทั้งส่วนบนและส่วนล่าง

โดยเฉพาะส่วนล่างนั่นที่ปวดจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ทำให้เธอขมวดคิ้วแน่น สีหน้าซีดเซียว

ผลึบ

ที่นี่คือที่ไหน

หลังจากสูดหายใจไปทีนึง สวี่รั่วฉิงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่านี่ไม่ใช่ห้องของเธอ

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

สวี่รั่วฉิงส่ายหัว สังเกตเห็นว่าความจำนั้นเลือนรางมาก

ทันใดนั้น เธอก็หันหลังมา สายตาตกไปอยู่บนร่างของชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ

ผู้ชายคนนี้…

บนพื้นยังมีเสื้อผ้ากระจายอยู่ แล้วก็ยังมีหน้ากากจิ้งจอกที่เธอสวมอยู่ตลอดเวลา ก็ตกอยู่อีกฝั่งนึง

เธอทำได้แค่เลือกหยิบเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อยหน่อยจากกองเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยมาคลุมอยู่บนตัว

ยังไม่ทันให้สวี่รั่วฉิงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จู่ๆ ตรงนอกประตูก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เธอเอาหน้ากากที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมโดยอัตโนมัติ

จากนั้น ประตูห้องก็ถูกคนใช้แรงผลักออก คนกลุ่มหนึ่งพังประตูเข้ามา

แสงวาบขึ้นมาส่องไปที่คนทั้งสองบนเตียงไม่หยุด นำโดยนักข่าวหนังสือพิมพ์บันเทิงที่ใหญ่ที่สุด

“คุณสวี่ครับ ขอถามหน่อยครับว่าการที่คุณปรากฏตัวอยู่ที่นี่ เป็นเรื่องบังเอิญรึเปล่า หรือว่าตระกูลสวี่มีปัญหา ต้องการให้คุณตกลงสิ่งที่บอกสื่อไม่ได้กับนักธุรกิจไฮโซบางคนหรอครับ”

หัวของสวี่รั่วฉิงกระแทกดังปึงไปทีนึง เธอนึกออกแล้ว

งานเลี้ยงหน้ากากเมื่อคืน สวี่รั่วยีเป็นคนพาเธอมา แม้กระทั่งหน้ากาก เธอก็เป็นคนเตรียมให้

ในตอนนั้นสวี่รั่วฉิงสงสัยมาก น้องสาวไม่ยอมให้เธอออกบ้านไม่ใช่รึไง

ทำไมจู่ๆ ถึงให้เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงหน้ากากครั้งนี้ด้วยล่ะ

แล้วก็มีแชมเปญแก้วนั้นเมื่อคืนด้วย…

สวี่รั่วฉิงหรี่ตาลง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่านี่เป็นการสมรู้ร่วมคิด

“ฉันเปล่าค่ะ”

นักข่าวยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ได้ปิดบังสายตาที่รังเกียจนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

“คุณสวี่ครับ อย่าปิดบังเลยครับ เอาหน้ากากออกเถอะ คุณเป็นคุณของตระกูลสวี่ ตอนนี้ให้พวกเราได้ดูว่าคุณสวยขนาดไหน”

สวี่รั่วฉิงรู้สึกแค่ว่าหัวของเธอนั้นบวมใช้ได้ แล้วคำพูดนี้ของนักข่าว กลับทำให้เธอสีหน้าเปลี่ยน “พวกคุณอยากจะทำอะไรกัน”

เธอคิดได้ว่าทั้งหมดนี้ต้องเป็นแผนของน้องสาวแน่นอน ถ้าไม่งั้นคงไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก

ถ้าให้พวกเขาถ่ายใบหน้าที่อยู่ใต้หน้ากากของตัวเองล่ะก็ ถ้างั้นตัวเองก็คงหมดกัน

ยังไงเธอก็คาดไม่ถึง ว่าน้องสาวที่ปกตินั้นเรียบร้อยต่อหน้าเธอ ลับหลังกลับมีนิสัยที่ชั่วร้ายแบบนี้

และในตอนนี้ นักข่าวก็กำลังจะลากชายที่โดนผ้าห่มคลุมไว้ ดูว่าผู้ชายที่เธอแอบมีความสัมพันธ์ด้วยคือใคร

ใบหน้าเล็กๆ ของสวี่รั่วฉิงเต็มไปด้วยความตกใจ เธอเอาผ้าปูที่นอนม้วนตัวแล้วผลักผู้คนออก แล้ววิ่งออกไปข้างนอก

ทุกคนพากันรีบตามไป

จากนั้นในตอนที่สวี่รั่วฉิงวิ่งไปอยู่ตรงมุม ทันใดนั้นก็ถูกคนตีไปที่ท้ายทอยทีนึง

เห็นหญิงสาวที่สลบลงกับพื้นแล้ว คนนั้นพูดเสียงต่ำ “คุณผู้หญิงครับ จะจัดการกับเธอยังไงดีครับ”

“เหอะ เธอหมดประโยชน์แล้ว ไอ้นั่นโดนวางยา คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกมันช่วยไว้ จัดการมันให้ฉันซะ ฉันไม่อยากเจอหน้ามันอีก

“ครับ”

มองดูสวี่รั่วฉิงที่ถูกใส่ลงไปในกระสอบ เธอแสยะยิ้มโดยไม่รู้ตัว “ถึงจะมีความสามารถท่วมตัวแล้วยังไงล่ะ ยังไงก็เป็นแค่ผู้หญิงที่เป็นลูกนอกคอกที่เกิดมาต่ำต้อยคนนึงเท่านั้นแหละ”

พูดจบ เธอก็เริ่มถอดเสื้อผ้าบนตัวเธอออก แกะผ้าปูที่นอนสีขาวออก แล้วก็กลับไปทางที่เพิ่งจะวิ่งมาเมื่อกี้

ตอนที่ออกไปนั้นเจอกับพวกนักข่าวที่แบกกล้องอยู่พอดี

เธอหน้าแดง นักข่าวที่อยู่ตรงหน้านั้นพากันอึ้ง เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่าบุคคลนี้จะเป็นคุณตระกูลสวี่อีกคน สวี่รั่วยี

ไม่ใช่ว่าเป็นคนนั้นหรอ

“ถ่ายพอรึยัง”

พูดจบ สวี่รั่วยีก็ผลักทุกคนออกแล้วกลับไปที่ห้อง

เธอนอนอยู่บนเตียง จับไปที่หน้าของชายหนุ่มที่กรามชัดอย่างหลงใหล “นับจากวันนี้ คุณเป็นของฉัน”

ชายหนุ่มบนเตียงเหมือนจะรู้สึกถึงสัมผัสของหญิงสาว ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“จิ้งจอกน้อย……อย่าไป”

“ฉันไม่ไปไหนหรอกค่ะ”

……

หลังจากนั้นสามวัน ลี่ถิงเซิ่งก็ได้ข่าวของผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตัวเอง แพร่ไปทั่วเมืองหลินชวน

ยิ่งไปกว่านั้นคือมีข่าวว่า อีกไม่นานพวกเขาก็จะแต่งงานแล้ว

ทันใดนั้น ทุกคนก็พากันอิจฉา

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่3

หกปีผ่านไป สนามบินนานาชาติหลินชวน

หญิงสาวที่ร่างสูงยาว สวมสูทสีดำ กระโปรงทรงเอสั้น เผยให้เห็นขาที่ขาวและเรียวยาว

ใบหน้าของเธอสวมแว่นดำที่ปิดไปครึ่งหน้า ถึงแม้จะบังหน้าไว้ แต่หุ่นนั้นก็เผยให้เห็นออร่าที่ไม้แพ้ดาราระดับแนวหน้าเลยทีเดียว

ร่างกายที่เผ็ดร้อน สะดุดตาท่ามกลางกลุ่มคนที่พลุกพล่าน

ด้านหลังของหญิงสาวยังมีเด็กอายุห้าหกขวบตามด้วย น่ารักสุดๆ

บนหน้าของเด็กชายไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรสักนิด ท่าทางเคร่งขรึมเย็นชา ให้อารมณ์เหมือนผู้ใหญ่

ส่วนอารมณ์บนใบหน้าของเด็กผู้หญิงก็ชัดเจนมาก

เธอกะพริบตาที่ดำโต เงยหน้าขึ้นถาม “นี่คือบ้านเกิดของหม่ามี๊หรอคะ”

เสียงที่อ่อนเยาว์ ทำให้คนซาบซึ้งมาก สวี่รั่วฉิงยกมุมปากขึ้น มองเด็กหญิงอย่างเอ็นดู “อื้ม”

หกปีก่อน เธอถูกยัดลงในกระสอบ มัดกับก้อนหินแล้วโยนทิ้งลงทะเล

ตอนแรกคิดว่าชีวิตนี้จะจบลงแล้ว แต่โชคดีที่ถูกคุณตระกูลซูช่วยชีวิตไว้

คุณตระกูลซูเก็บเธอเอาไว้ ถึงมีชีวิตรอดได้ แล้วก็ยังให้ตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศและให้เงินเธอจำนวนหนึ่ง

ถึงต่างประเทศได้ไม่นาน สวี่รั่วฉิงก็รู้ว่าตัวเองนั้นท้อง

“น้องสาวสุดที่รัก ถ้าพี่ปรากฏตัวต่อหน้าแก แกจะแปลกใจไหมนะ”

สวี่รั่วฉิงพึมพำเสียงเบา แสงจันทร์ส่องเข้ามาในตา แต่ตอนที่สายตานั้นมองไปที่หนูน้อยทั้งสอง แววตาก็อบอุ่นขึ้น

หลังจากท้อง สวี่รั่วฉิงไม่ได้คิดจะคลอดเด็กสองคนนี้ออกมา

จากมุมมองของเธอ นี่คือความอัปยศในคืนนั้น

เป็นข้อยืนยันเรื่องตลกที่เธอนั้นมีชีวิตรอดมาได้สิบกว่าปี

จนหลังจากที่เธอได้ขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดแล้ว เธอก็รู้สึกคิดผิด

ไม่ว่าคืนนั้นจะเป็นยังไง ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นยังไง สุดท้ายก็เลือดเนื้อเชื้อไขของเธออยู่ดี

เพราะฉะนั้น สวี่รั่วฉิงเลยคลอดหนูน้อยทั้งสองออกมา แล้วก็เลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากจนโต

ครั้งนี้ เธอจะไม่ให้พวกเขารังแกอะไรอีกแล้ว

ครั้งนี้ เธอจะไม่ใช่สวี่รั่วฉิงอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแอนนาที่เป็นนักปรุงน้ำหอมระดับนานาชาติ

กลับมาครั้งนี้ เธอได้รับเชิญจากตระกูลลี่

ผ่านมาหลายปี ก็ไม่รู้ว่าน้องสาวสุดที่รักอยู่ในบ้านลี่จะเป็นยังไงบ้าง

สวี่รั่วฉิงยิ้มแล้วลูบไปที่หัวของหนูน้อยทั้งสอง

สวี่อี้หานลูบไปที่มือของสวี่รั่วฉิงอย่างน่ารักมาก

แต่สวี่อี้ฝานกลับทำหน้าตารังเกียจแล้วเบ้ปาก “หม่ามี๊ อย่าทำผมคนอื่นเสียทรงได้ไหมเนี่ย”ฟังแล้ว สวี่รั่วฉิงก็หัวเราะเบาๆ “โอเค”

ทั้งๆ ที่เป็นแฝดชายหญิงแม่เดียวกันแท้ๆ ทำไมทั้งสองคนถึงนิสัยต่างกันได้ขนาดนี้ล่ะ

สวี่รั่วฉิงไม่ได้สังเกตว่า ตรงที่ไม่ไกลนั้น มีผู้ชายคนนึงกำลังจ้องมองมาทางนี้

“ผู้หญิงคนนั้น……เป็นใครกัน”

จู่ๆ ลี่ถิงเซิ่งก็เอ่ยปาก ในแววตาที่ลึกซึ้งนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย

ไม่รู้ทำไม ผู้หญิงคนนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับเธอมากๆ

เลขาที่อยู่ข้างๆ นั้นรู้สึกประหม่า คนในสนามบินเยอะขนาดนี้ เขาจะรู้ข้อมูลของคุณผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง

ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากคนในบ้านแล้ว ประธานของเขาเคยสนใจผู้หญิงคนอื่นเมื่อไหร่กัน

แล้วยังเป็นคนที่…มีลูกด้วย

“ท่านประธานครับ เรามารับครอบครัวของคุณฮิลล์นะครับ”

หลี่อานผู้เป็นเลขา พูดเตือนอย่างอ่อนโยน

ได้ยินแล้ว ลี่ถิงเซิ่งถึงได้เก็บสายตากลับมา

ห่างไกลเกินไป เขาเห็นหน้าของเด็กสองคนนั้นไม่ชัด ถ้าได้เห็น ต้องอึ้งแน่นอน

เด็ดฝาแฝดชายหญิงคู่นี้หน้าตาคล้ายเขามาก

อีกด้านนึง สวี่รั่วฉิงก็เหมือนรู้ตัว ค่อยๆ เอียงคอ แต่กลับไม่เจออะไร

เธอคงรู้สึกไปเองแหละ

“เรื่องดีของตระกูลลี่ใกล้เข้ามาแล้ว คู่ครองตลอดหกปี สุดท้ายก็ได้รักกัน”

สวี่รั่วฉิงกำลังเตรียมตัวจะก้าวขาออกไป แต่กลับเห็นจอทีวีใหญ่ในสนามบิน กำลังถ่ายทอดข่าวบันเทิงอยู่

รูปภาพประกอบนั้นเป็นรูปของภรรยาลี่และสวี่รั่วยีไปเดินห้างด้วยกัน

มุมปากของสวี่รั่วฉิงแสยะยิ้ม หวังว่าสวี่รั่วยียังจะดำรงตำแหน่งสะใภ้ลี่อย่างมั่นคงได้

เธอไม่ได้ดูต่อ แล้วก็พาหนูน้อยทั้งสองค่อยๆ ออกไป

สนามบิน ผู้หญิงส่วนใหญ่อารมณ์แปรปรวน แล้วลี่ถิงเซิ่งก็เห็นเนื้อหาในจอทีวีใหญ่

หน้าตาไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม แล้วสถานการณ์ก็เต็มไปด้วยความอึมครึม “ลองหาดูซิว่าเป็นบริษัทบันเทิงบริษัทไหน ซื้อมาให้ฉันซะ”

เขาบอกเมื่อไหร่ว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น

หลี่อานเห็นสีหน้าของลี่ถิงเซิ่งไม่ค่อยดี แล้วก็หนาวสั่นทันที

เขาเพิ่งจะเตรียมตัวพูด แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น โทรศัพท์ของประธานนั่น

หลังจากที่เห็นเบอร์โทรชัดเจนแล้ว หลี่อานก็ยื่นโทรศัพท์ไปด้วยสีหน้าซับซ้อน “ท่านประธานครับ เป็นสายจองคุณสวี่ครับ”

หลี่อานนับถือคุณสวี่คนนี้มาก ท่านประธานนั้นเป็นคนนอนไม่หลับ แต่ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆ ท่านประธาน ท่านประธานจะหลับสนิทได้ยังไงล่ะ

คุณท่าน(หญิง)ก็ชอบคุณสวี่คนนี้มาก ไม่งั้น คงไม่ให้ท่านประธานหมั้นกับคุณสวี่หรอก

สิ่งที่ทำให้หลี่อานไม่เข้าใจก็คือ ถึงแม้ว่าคุณสวี่จะเป็นว่าที่ภรรยา แต่ไม่รู้ทำไม ท่านประธานถึงไม่ยอมให้พวกเขาเรียกคุณสวี่ว่าคุณนายล่ะ

หลังจากลังเลอยู่พักใหญ่ สุดท้ายลี่ถิงเซิ่งก็รับโทรศัพท์

“ถิงเซิ่ง คุณจะกลับมาเมื่อไหร่ คุณไม่ได้กลับมาพักผ่อนดีๆ มาสามวันแล้วนะคะ”

เสียงที่อ่อนหวาน แสดงความใส่ใจเต็มเปี่ยม

“ดูอีกทีละกัน เดี๋ยวมีประชุมสำคัญอีกน่ะ”

ลี่ถิงเซิ่งเอ่ยปากอย่างเย็นชา น้ำเสียงค่อนข้างรำคาญ

สวี่รั่วยีที่อยู่ปลายสายนั้นกำโทรศัพท์แน่นอย่างไม่รู้ตัว เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจน ท่าทางที่ลี่ถิงเซิ่งมีต่อเธอนั้นเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ

หกปีแล้ว เครื่องหอมของยายแก่คนนั้น หมดไปแล้ว

เธอแอบหาเซียนเครื่องหอมไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่มีใครคิดค้นเครื่องหอมแบบนั้นออกมาได้เลย

ไม่มีเครื่องหอมแบบนั้น เธอก็ทำให้ลี่ถิงเซิ่งนอนหลับสนิทไม่ได้

เธอไม่พอใจกับความเย็นชาของลี่ถิงเซิ่งมาก

แล้วก็เคยสั่งให้คนไปตามหายายแก่คนนั้นในชนบท แต่ยายแก่กลับก็เหมือนกับว่าระเหยไปจากโลกนี้ หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ยังดีที่เธอได้นัดกับแอนนาที่เป็นเซียนเครื่องหอมนานาชาติ เธอไม่เชื่อว่าเซียนเครื่องหอมระดับนานาชาติชั้นหนึ่ง จะทำของในแบบที่เธอต้องการไม่ได้

หลังจากตัดสินใจแล้ว สวี่รั่วยีก็พูดอย่างน่าสงสารว่า “ถิงเซิ่ง ฉันรู้ว่าคุณงานยุ่งมาก แต่คุณมาอยู่กับฉันหน่อยไม่ได้เลยหรอ”

“หกปีก่อนคุณบังคับ”

“วันนี้ผมจะกลับไปคืนนึง แค่นี้นะ”

สวี่รั่วยียังพูดไม่ทันจบก็ถูกลี่ถิงเซิ่งตัดบทแล้ว จากนั้นก็ตัดสายไป

ถึงหกปีที่แล้วเป็นเขาจะทำเรื่องละอายใจกับไว้ แต่หลายปีมานี้เขาไม่ได้ทำไม่ดีกับสวี่รั่วยีเลย แล้วเรื่องละอายใจพวกนั้นก็หายไปนานแล้วด้วย

หลี่อานเห็นสีหน้าเคร่งขรึมอันน่ากลัวของลี่ถิงเซิ่งแล้ว ก็กลืนน้ำลายไปทีนึง กลัวว่าจะหาเรื่องเข้าตัว

……

วันรุ่งขึ้น

หลังจากจัดแจงหนูน้อยทั้งสองแล้ว สวี่รั่วฉิงก็สวมแว่นดำแล้วออกจากบ้านไป มุ่งหน้าไปที่ลี่ซื่อกรุ๊ป

สิ่งที่สวี่รั่วยีให้ความสำคัญนั้น เธอต้องแย่งมาด้วยตัวเองให้ได้

สิ่งที่เป็นของตัวเองนั้น ก็ควรเอากลับคืนมาแล้ว

ใต้ตึกลี่ซื่อกรุ๊ป

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าได้นัดไว้รึเปล่าคะ” พนักงานต้อนรับยืนขึ้นแล้วถามอย่างสุภาพ

“ฉันมาสมัครเป็นผู้ช่วยประธานค่ะ” สวี่รั่วฉิงยิ้มอ่อนแล้วพูด

พนักงานต้อนรับมองดูสวี่รั่วฉิงที่หน้าตาดูมีเสน่ห์แล้ว แววตาแสดงให้เห็นถึงความดูถูก น้ำเสียงก็เบาลงด้วย “ขอโทษด้วยนะคะ คุณผู้หญิง ท่านประธานของเราไม่ต้องการผู้ช่วยค่ะ”

สวี่รั่วฉิงรู้ว่าในใจเธอคิดอะไร หลังจากหัวเราะเบาๆ แล้ว ก็ขี้เกียจอธิบาย

ยังไงแล้วเป้าหมายของเธอก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่รึไง

“ฉันว่าคุณควรจะบอกกับประธานของคุณหน่อยนะคะ ลองถามดูว่าเขาต้องการรึเปล่า”

สวี่รั่วฉิงกลับมาคราวนี้ แน่นอนว่าเตรียมตัวมาหมดแล้ว

เธอมีความมั่นใจมากพอว่าสามารถทำให้คนคนนั้นรับเธอไว้ได้

“คุณผู้หญิงท่านนี้ ฉันพูดชัดเจนแล้วนะคะ กรุณาอย่าขัดขวางการทำงานของฉัน เข้าใจไหมคะ”

“คนที่คิดอยากจะมาเกาะอย่างคุณ คนที่คลานขึ้นมาบนเตียงท่านประธานของเรา เดือนนึงมีตั้งสิบกว่าคน คุณตัดใจเรื่องนี้ซะเถอะ”

บนหน้าของพนักงานต้อนรับเต็มไปด้วยความขยะแขยง คนที่ใช้ร่างกายทำมาหากินนั้น ไม่มีใครให้ความสำคัญหรอก

“ยิ่งไปกว่านั้น เรามีภรรยาท่านประธานแล้ว คุณก็ไม่ต้องทำงานที่ไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ”

ภรรยาท่านประธานหรอ

สวี่รั่วยีหรอ

เหอะ หกปีก่อน เพื่อตำแหน่งแล้วสวี่รั่วยีวางยาเธอ ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว สวี่รั่วยียังจะอยู่บนตำแหน่งนี้ได้ราบรื่นรึเปล่า

“เอะอะอะไร”

จู่ๆ เสียงที่เยือกเย็นก็ดังขึ้นจากด้านหลังของสวี่รั่วฉิง

นิยายแนะนำยอดฮิต