ตอน 2

ศึกรักแสงสว่าง

บทที่2 ทายาทจากชายแปลกหน้า

“จะบอกความจริงให้รู้เอาไว้นะ เรื่องคืนนั้นฉันเป็นคนวางยาในเหล้าให้เธอดื่มเอง แต่เธอมันมักมากไม่รู้จักพอ อุตส่าห์หวังดีหาผู้ชายล่ำๆ ไว้ให้ตั้งสองคนแล้ว ใครจะไปคิดว่าเธอจะไม่รักดี บุกเข้าห้องไปหาผู้ชายที่ไหนไม่รู้ แถมเธอกับผู้ชายคนนั้นยัง...” หนิงเสวี่ยลั่วพูดออกมาอย่างรังเกียจ “พี่เหยี่ยนเขาเป็นคนจิตใจดีเกินไป กลัวว่าเธอตื่นขึ้นมาแล้วจะรับไม่ได้ ถึงได้รับสมอ้างว่าเป็นผู้ชายในคืนนั้นไงล่ะ”้

“เธอ...” หนิงซีโกรธจนสั่นสะท้านไปหมดทั้งร่าง ฟังมาถึงตอนนี้ก็หมดความอดทน คว้าข้อมือหนิงเสวี่ยลั่วขึ้นมาแล้วพูดว่า “ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้ ทำไม! เธอยังทำร้ายฉันไม่พออีกหรือไง?”

หนิงเสวี่ยลั่วเดิมทีโกรธจนคิ้วตั้ง กำลังจะผลักหนิงซีออก แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นซูเหยี่ยนกำลังเดินเข้ามาทางด้านหลังของหนิงซี ก็รีบทำเสียงอ่อนหวานขึ้นมาทันที

“พี่คะ ฉันผิดไปแล้ว พี่จะตบตีจะด่าว่าฉันยังไงก็ได้ แต่ขอร้องอย่าโทษพี่ซูเหยี่ยนเลยนะคะ...”

ขณะที่หนิงซีกำลังอึ้งอยู่นั่นเอง เผลอแป๊บเดียวก็พบว่าหนิงเสวี่ยลั่วล้มลงไปกองอยู่กับพื้นแล้ว ท่าทางแบบนั้นเหมือนกับถูกเธอผลักลงไปไม่มีผิด

“หนิงซี นั่นเธอทำอะไรน่ะ!” เสียงตะคอกดังมาจากทางด้านหลัง

หนิงซีหันกลับไปดูด้วยความประหลาดใจ ก็พบกับใบหน้าเย็นชาของซูเหยี่ยน

ซูเหยี่ยนเดินผ่านเธอไป ประคองหนิงเสวี่ยลั่วลุกขึ้น “เสวี่ยลั่ว ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

หนิงเสวี่ยลั่วแทบจะเกาะอยู่บนตัวซูเหยี่ยนทั้งตัวอยู่แล้ว “พี่เหยี่ยน ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ ฉันสำนึกผิดแล้ว... เมื่อเรื่องราวมันมาลงเอยแบบนี้ ฉันขอโทษพี่สาวจริงๆ...”

“ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่แล้ว” ซูเหยี่ยนลูบไหล่หนิงเสวี่ยลั่ว บอกให้เธอไปขึ้นรถ “พี่จะคุยกับหนิงซีให้รู้เรื่อง”

หนิงซีสมองว่างเปล่า มองเห็นซูเหยี่ยนเดินเข้ามาหาตน มองเห็นปากเขาพูด แล้วก็พูด

เขาพูดอะไรตั้งนานแสนนาน

พูดถึงเขาและเธอที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก พูดว่าต้องต่อสู้กับความรู้สึกเมื่อตกหลุมรักหนิงเสวี่ยลั่ว พูดถึงความโกรธเมื่อรู้ว่าหนิงเสวี่ยลั่ววางแผนทำร้ายเธอ พูดว่าเขาตกใจและรู้สึกผิดเมื่อรู้ว่าเธอตั้งท้อง พูดว่าเขารับคำขอโทษของหนิงเสวี่ยลั่ว...

สุดท้ายเค้าบอกว่า “หนิงซี ฉันขอโทษ ฉันแต่งงานกับเธอไม่ได้ ไม่ใช่รังเกียจเธอเพราะเรื่องในคืนนั้น หรือเรื่องเด็กในท้อง แต่เป็นเพราะว่าฉันไม่อาจทำให้เสวี่ยลั่วผิดหวังได้อีกแล้ว และก็ไม่อยากหลอกลวงความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปด้วย”

หลายเดือนมานี้เขาพาหนิงเสวี่ยลั่วไปต่างประเทศด้วยกัน อยู่ด้วยกันทุกค่ำเช้าจนไม่อาจแยกจากกัน แม้กระทั่งเพื่อไถ่บาปให้หนิงเสวี่ยลั่ว เขายังรับสมอ้างว่าเป็นผู้ชายที่มีความสัมพันธ์กับหนิงซีในคืนนั้น แต่ในหัวใจของเขาได้เลือกหนิงเสวี่ยลั่วแล้วตั้งแต่ต้น ดังนั้นเมื่อได้ข่าวว่าหนิงซีตั้งท้อง เขาก็รีบรุดไปบ้านสกุลหนิงเพื่ออธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้ใหญ่ฟัง ทั้งยังเล่าความจริงทั้งหมดนี้ให้หนิงซีรับรู้ด้วย

“หมายความว่า... ซูเหยี่ยน... คุณรู้แต่แรกแล้วว่าหนิงเสวี่ยลั่ววางยาเพื่อทำลายความบริสุทธิ์ฉัน? เพื่อปกป้องเธอ คุณถึงกับยอมรับสมอ้างว่าเป็นผู้ชายในคืนนั้น?” ในที่สุดหนิงซีก็เปล่งเสียงออกมาจนได้ จ้องมองซูเหยี่ยนที่ยังคงสงบนิ่งอย่างตกตะลึงพรึงเพริด

“หนิงซี เสวี่ยลั่วเขาไม่ได้ตั้งใจ เขาแค่ยังเด็กเกินไป อารมณ์วู่วาม...”

“แล้วฉันล่ะ?” หนิงซีเงยหน้าขึ้นมองซูเหยี่ยน ด้วยสายตาสิ้นหวัง “พวกคุณไม่เคยคิดถึงใจฉันบ้างเลยเหรอ?”

ซูเหยี่ยนนิ่งเงียบ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เขายื่นมือไปดึงแขนหนิงซี “ที่นี่แดดแรง พวกเรากลับบ้านกันก่อน...”

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน...” หนิงซีปัดมือซูเหยี่ยนออก แล้วหัวเราะเสียงดังออกมา

อยู่มาจนถึงวันนี้ หนิงซีเพิ่งรู้ตัวว่าชีวิตของเธอมันน่าตลกสิ้นดี

เพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในเมืองเดียวกับซูเหยี่ยน มุมานะทำข้อสอบจนช็อคเพื่อให้ได้เข้ามหาลัย B

เพื่อทำให้เป็นที่ชื่นชอบของซูเหยี่ยน ถึงกับยอมละทิ้งความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักแสดง

เพื่อจะได้เป็นคู่ครองที่สมบูรณ์แบบของเขา เธอยอมทอดทิ้งพ่อแม่บุญธรรมแล้วกลับเข้าบ้านสกุลหนิง ยอมทำอะไรโง่ๆ มากมายเพื่อจะได้เป็นที่ชื่นชมของคนมีชื่อเสียง

แต่สุดท้าย ได้กลับมาแค่คำว่า “ฉันไม่สามารถทำให้เสวี่ยลั่วผิดหวัง”

หนิงเสวี่ยลั่วไม่เพียงแย่งตัวตนของเธอ แย่งพ่อแม่บังเกิดเกล้าไปจากเธอ วันนี้... ยังมาแย่งคนรักไปจากเธออีก

หนิงเสวี่ยลั่วอายุยังน้อย ทำผิดก็อภัยให้ได้?

ถ้าเช่นนั้น... ใครล่ะที่จะมาจ่ายค่าชดใช้ให้กับชีวิตของเธอ?

แม้แต่… ผู้ชายในคืนนั้นเป็นใครเธอก็ยังไม่รู้!

หนิงซียกมือขึ้นปิดหน้า ร่างสั่นสะท้านเหมือนถูกเขย่าก็ไม่ปาน ความสิ้นหวังมาถึงขีดสุด

ซูเหยี่ยนมองหนิงซีที่กำลังเดินไปบนถนนด้วยความเลื่อนลอย โยนบุหรี่ในมือทิ้ง กำลังจะก้าวตามไป แต่กลับถูกหนิงเสวี่ยลั่วที่อยู่ด้านหลังดึงชายเสื้อไว้ “พี่เหยี่ยน พี่จะไปไหน?”

ขณะที่ซูเหยี่ยนกำลังลังเลอยู่นั่นเอง ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นเกิดขึ้น หนิงซีที่กำลังเดินอยู่บนทางม้าลาย ลอยกระเด็นออกไป แล้วร่างหนักๆ ก็ร่วงลงสู่พื้น

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! รถชนคนท้อง!”

ท่ามกลางแสงจ้า หนิงซีมองเห็นเงาคนขวั่กไขว่และใบหน้าที่ชวนสะอิดสะเอียนของคนสองคน รู้สึกถึงความบีบรัดและเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ท้องแล้วก็มีบางอย่างไหลออกมา เธอกระพริบตาขึ้นมาครั้งหนึ่ง แล้วเลือดสดๆ ก็ไหลรินออกมาจากหน้าผาก ไหลเข้าไปในดวงตาของเธอ… แล้วโลกทั้งโลกก็มืดลง…

ตอน 3

บทที่3 เด็กผู้ชายในผับ

ห้าปีต่อมา

ในผับอีตัน ระเบียงที่ไร้ผู้คนบนชั้นดาดฟ้า

หนิงซีดื่มเหล้าเป็นเพื่อนนักลงทุนทั้งคืน รู้สึกปวดหัวจนแทบจะแตก เดิมคิดจะหาที่สงบๆพักให้สร่างเมาสักหน่อย ไม่คิดว่าฉางลี่จะเดินตามขึ้นมา เธอได้แต่เรียกสติให้สดชื่น ถามไปว่า

“พี่ฉางมีธุระอะไรกับฉันหรอคะ?”

“หนิงซี ฉันขอถามเธอหน่อย เธอได้ไปสมัครออดิชั่นเป็นนางเอกเรื่อง ‘เทียนเซี่ย’ มาใช่ไหม?”

“ใช่ มีอะไรหรอ?”

“พรุ่งนี้เธอห้ามไปเด็ดขาด!” ฉางลี่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่ทว่ากลับขัดขวางไม่ให้เธอไปออดิชั่นบทสำคัญกับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่แบบนี้

แต่หนิงซีกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจสักนิด หล่อนยักคิ้วขึ้นแล้วถามว่า “เหตุผล?”

“เธอแอบทำอะไรเองลับหลัง โดยไม่ปรึกษาฉันก่อน นี่ยังจะกล้ามาถามหาเหตุผลอีกหรือ?”

“แต่มันก็ไม่ได้ผิดกฎของบริษัทสักหน่อยนี่คะ” หนิงซีมองดูหล่อน หน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม

“หนิงเสวี่ยลั่วให้คุณมาหาฉันใช่ไหม คงไม่ใช่กลัวว่านักแสดงตัวประกอบเล็กๆ อย่างฉันจะแย่งบทสำคัญของหล่อนไปหรอกนะ”

“เธอมีปัญญาแย่งบทเสวี่ยลั่วด้วยหรอ? เพ้อเจ้อไร้สาระที่สุด ฉันจะบอกให้รู้เอาไว้ อย่าเสียแรงเปล่าเลยดีกว่า ละครเรื่องนี้บ้านสกุลหนิงลงทุนไปกว่าสามสิบล้าน เสวี่ยลั่วถูกคนภายในเลือกเรียบร้อยแล้ว”

“ก็ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว คุณยังจะร้อนรนทำไมล่ะ?”

“เธอเป็นนักแสดงในสังกัดฉัน ก็ต้องฟังคำสั่งฉัน!” ฉางลี่ยกเหตุผลมาเป็นข้ออ้าง

“อ้อ ที่แท้พี่ฉางก็รู้เหมือนกันนี่ ว่าฉันเป็นนักแสดงในสังกัดตัวเอง”

“หนิงซี ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเธอหรอกนะ ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่ชอบ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”

พอสิ้นเสียง หนิงซีก็รู้สึกมีแรงโถมเข้าใส่ตัว ไม่ทันได้ป้องกันตัวเอง จึงถูกผลักให้เข้าไปในห้องเก็บสินค้าของผับ ขณะเดียวกัน มือถือก็ถูกแย่งไปด้วย

ปัง

แล้วก็มีเสียงปิดประตูอย่างแรงดังขึ้นครั้งหนึ่ง

ด้านนอกประตู เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไป

รู้แก่ใจว่าต่อให้ตะโกนออกไปก็ไม่มีประโยชน์ หนิงซีจึงได้แต่นิ่งเงียบ ใบหน้าเรียบเฉย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

ตอนเธอเข้ามาบริษัทนี้ใหม่ๆ หนิงเสวี่ยลั่วยังรู้จักออมมือบ้าง อย่างมากก็สั่งให้ฉางลี่กลั่นแกล้งเธอด้วยวิธีสกปรกบ้าง แต่พักหลังเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน แม้แต่วิธีต่ำๆ แบบนี้ ก็ยังคิดเอามาใช้กับเธอได้...

ถ้าหากบทนี้ยังคว้าเอาไว้ไม่ได้ เธอจะต้องหาวิธีออกไปจากบริษัท ซิงฮุย เอนเตอร์เทนเมนท์นี้ให้ได้...

ขณะกำลังคิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่นั่นเอง หูพลันได้ยินเสียงบางอย่างแว่วเข้ามา

หรือว่าจะเป็นหนู?

หนิงซีมองตามที่มาของเสียง จากนั้นก็รู้สึกตะลึงงันไป

หลังกล่องลังที่วางซ้อนกันอยู่นั้น เธอมองเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  

เด็กคนนี้อายุน่าจะสักประมาณ 4-5 ขวบได้ รูปร่างหน้าตาขาวดั่งหยก เหมือนซาลาเปาลูกเล็กๆ ที่ทั้งขาวทั้งนิ่ม กำลังหลบอยู่ที่มุมห้องเนื้อตัวสั่นเทา ดวงตาสีดำขลับนั้นเต็มไปด้วยความตื่นกลัวและระแวดระวัง  

เอ๊ะ... ในห้องเก็บสินค้าของผับนี้มีเด็กอยู่ได้ยังไง?

คงไม่ใช่มีแขกคนไหนพิเรนทร์พาลูกตัวเองเข้ามาในผับด้วยหรอกนะ?

“เฮ้... พ่อซาลาเปาน้อย เธอเป็นใครหรือจ้ะ? เข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน?”

“แอบเข้ามาหรอ?”

“ถูกจับขังไว้เหมือนกันใช่รึเปล่า?”

“กินลูกอมไหม?”

ถามอะไรไปเท่าไหร่ เด็กน้อยก็ไม่ยอมตอบมาสักคำ มีแต่ตัวสั่นมากยิ่งขึ้น เหมือนกับลูกสัตว์ที่ถูกคุกคามให้หวาดกลัวไม่มีผิด

เห็นดังนั้น หนิงซีจึงไม่ถามอะไรอีก ยังไงก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้วนี่

หนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กน้อยทั้งสองคนจึงต่างก็นิ่งเงียบอยู่ในมุมของตัวเอง

เวลานี้เอง หลอดไฟด้านบนหัวก็กะพริบออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ดับลง

ในความมืดมิด หนิงซีคล้ายจะได้ยินเสียงดังกึกๆ พอตั้งใจฟังอย่างถี่ถ้วนถึงได้รู้ว่าเป็นเสียงฟันกระทบกันนั่นเอง

หนิงซีหัวเราะออกมา มองซาลาเปาน้อยที่อยู่ตรงหน้าแล้วพูดว่า “กลัวความมืดล่ะสิ?”

เสียงกึกๆ นั้นหยุดลงไปชั่วครู่ จากนั้นก็กลับดังแรงขึ้นกว่าเดิม

ฮึ... ทำไมใจเสาะจัง?

หนิงซีใช้มือปัดๆ สะโพกแล้วลุกขึ้น เดินตรงไปที่เด็กน้อยนั่งอยู่

ตอน 4

บทที่4ช่วยซาลาเปาลูกเล็กไว้หนึ่งลูก

ซาลาเปาน้อยถูกเธอทำให้ตกใจ จนใบหน้าขาวซีด

จากนั้นหนิงซีก็นั่งลงข้างๆ ซาลาเปาน้อยโดยไม่ทำอะไร เพียงแต่ปิดเปลือกตาลงแล้วก็หลับไป

คืนนี้ถูกฉางลี่ลากตัวมานั่งดื่มเป็นเพื่อนแขก ตอนนี้รู้สึกปวดหัวเหลือเกิน

หนิงซีนอนหลับไปพักหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นม

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ