ตอน 3
ขอบคุณบาดแผลทั่วกายที่นายมอบให้
บทที่ 3 ฉันจะแจ้งความต่อตำรวจเดียวนี้
“ ไม่เอา...” รู้สึกถึงที่รุ่มร้อนแนบติดตัว มิวเรย์ทนไม่ไหวขอร้องเสียงต่ำ “ คนอื่นต้องได้ยินแน่ .... ขอร้อง อย่า ”
คีสหัวเราะหึคำเดียว ก็ดันเข้าไปทันทีอย่างดิบเถื่อน พูดชิดใบหูเล็กอย่างเหี้ยมโหดว่า “ งั้นเธอก็ตอดฉันให้แน่นหน่อย หากฉันออกไปแล้ว ฉันก็จะปล่อยเธอไป ไม่อย่างงงั้น คนทั่วทั้งโรงพยาบาลก็จะได้ยินเสียงครวนครางจากหลังประตูนี้ ! ”
ภาพแบบนั้น มิวเรย์แค่คิดก็กลัวจนร่างสั่นสะท้าน
เพื่อให้การลงโทษอย่างโหดร้ายนี้จบลง เธอต้องฟังเท่านั้น ร่างกายตึงแน่น แล้วให้ความร่วมมือคีสสุดกำลัง
แต่การประณีประนอมของเธอ แลกมาแต่เสียงหัวเราะอย่างดูถูกจากคีส
“ ถึงกับรอไม่ไหว จนให้ความร่วมมือเลยหรอ ? มิวเรย์ ฉันว่าเธอร่านมากกว่า ....... ” คีสจับท้ายทอยเธอแน่นยิ่งเพิ่มแรง “ ดูเธอสิ ตัว สั่นเหมือนกับอะไร ถูกสามี แม่สามี คนข้างนอกฟังอยู่ เธอแรดขนาดนี้เลยหรอ ? ”
“ ไม่ใช่....” มิวเรย์หลับตาลง ร้องไห้ “ นายบังคับฉันต่างหาก....”
นิ้วของเขาแตะลงบนกายสาวของเธอ
“ น้ำเธอออกเยอะขนาดนี้ ยังบอกว่าฉันบังคับเธอ ? ”
คือว่า.....
มิวเรย์ตัวแข็งทื่อ สีเลือดบนใบหน้าหายไปทันที ทั้งอับอาย ทั้งอยากตาย
เธอบังคับปฏิกิริยาที่ไม่น่ามองของร่างกายตัวเองไม่ได้
“ มิวเรย์ เธอเป็นแค่ผู้หญิงขายบริการทางเพศตั้งแต่เกิดชัดๆ ! ” เขาด่าเธอไปด้วยคำพูดรุนแรง และลงแรงกระแทกไปด้วย
แผ่นประตูไม้ ตึงตังดังมาเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าของคนข้างนอกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คนของโรงพยาบาล มาดูละครกันจริงๆสินะ
เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ....คนทั้งโรงพยาบาลมาหมดแน่ๆ
มิวเรย์กำหมัดแน่น ร่างกายกระชั้บแน่นขึ้น
คีสหายใจเสียงต่ำ จับเอวเธอแน่น “ ร่าน ! ”
การกระแทกเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็หยุด ปล่อย มิวเรย์ ดันไปด้านหลัง เมื่อไม่มีแรงช่วยพยุง ร่างอ่อนปอกเปียกของมิวเรย์ล้มลงนั่งลงไปที่พื้นทันที
คีสจัดการเสื้อผ้าช้าๆ มองเธอด้วยสายตาเย็นชาแว็บหนึ่ง หนึ่งก้าว ก้าวถึงประตู จะเปิดประตูทันที
“ อย่า ....” เธออยากห้าม แต่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที เขาทารุณไม่มีความเมตตา เธอฝืนลุกขึ้น ล้มลุกคลุกคลานไปยังห้องน้ำ
คาชา---- ปึง---- ปัง-----
เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นพร้อมกัน
มิวเรย์หลบอยู่ในห้องน้ำ คนนอกห้องเห็นเพียงแผ่นหลังแว็บเดียวผ่านไป
คีสใบหน้าเรียบเฉย ไม่เหมือนกับเพิ่งทำเรื่องไม่เหมาะสมสักนิด มองปราดทั่วคนนอกห้องด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้เอ่ยคำพูดก็สามารถไล่คนอื่นๆให้หลีกทางให้
มีแต่พรพิมานที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตู เมื่อกี้เธอได้ยินตั้งแต่เริ่มจนจบถึงจะฟังไม่ชัดเจนบทสนทนาของคนข้างในแต่เสียงการกระแทกกันเธอได้ยินไม่ ขาดตกปกพร่อง
สี่มู่ฮ่านมองหญิงวัยกลางคนโดยไร้ความรู้สึกแล้วก้าวขาออกไปข้างนอกทันที “ เข้าไปสิ ฉันไปก่อนนะ ”
พรพิมานอืมคำหนึ่งแล้วเดินเข้าห้องไปอย่างรอไม่ไหวอีกต่อไปเพื่อหาผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น
เธอไม่กล้าพูดอะไรกับคีส แต่ผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น เธอไม่ปล่อยไว้แน่ กล้ามากที่ทำเรื่องอย่างนี้ในห้องลูกชายเธอ
เพียงไม่กี่ก้าว ก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำแล้วทุบประตูอย่างแรง “ เปิดประตูออกมาเดียวนี้ ! ”
มิวเรย์ใช่แผ่นหลังดันประตูไว้สุดกำลัง ไม่กล้าออกเสียง ยิ่งไม่กล้าเปิดประตูออกไป
“ ไม่ได้ยินหรือไง ? ยัยผู้หญิงไร้ยางอาย เปิดประตูให้ฉันเดียวนี้ “ พรพิมานโมโหจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อ้าปากด่าอย่างเดียว “ เปิดประตูแล้วออกมาขอโทษลูกชายฉันเอง หรือไม่ก็ ฉันโทรหาตำรวจแจ้งความเดียวนี้ ให้ตำรวจมาจับผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอ ! ”
มิวเรย์ร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด ถูกขังอยู่ในห้องน้ำคนเดียว ออกไปไม่ได้ หนีก็ไม่ได้ มีแต่ความหมดหวัง
“ ไม่เปิดประตูจริงๆใช่ไหม ? ดี ฉันจะแจ้งความตอนนี้แหละ ! ”
เสียงโทรศัพท์กำลังโทรออกดังเล็ดลอดเข้ามา
“ ฮัลโหล สถานนีตำรวจใช่ไหมคะ ? ฉันจับขโมยเข้าบ้านได้ ตอนนี้หลบอยู่ในห้องน้ำ รบกวนพวกคุณมาที ”
อันม่อหน่วตกใจมาก เหมือนตกลงไปในหลุมหนาวเหน็บ ทั้งกังวล ทั้งหนาวเหน็บ
ไม่ หากตำรวจมาจริงๆ เธอก็ถูกจับได้อยู่ดี ?
เป็นแบบนี้ไม่ได้
ทำยังไงดี ? เธอควรทำยังไงดี ?
ตอน 4
บทที่ 4 เป็นแกเองหรอ
พรพิมานเฝ้าอยู่นอกประตู ในห้องน้ำก็ไม่มีหน้าต่างให้เธอหนีออกไป อยู่ในนี้ก็เหมือนกับการรอคอย
ไม่ถึงสิบนาที ตำรวจต้องทำลายประตูแล้วเข้ามา เพื่อเปิดโป่งความร่านของเธอออกมาหมด
เป็นชู้กับลุงของตัวเอง ลับหลังสามีนิทรา ... คำพวกนี้เหมือนมีดที่พุ่งแทงร่างเธอ
เป็นแบบนี้ไม่ได้..
ตอน 5
บทที่ 5 เข้าคุก
“ เปิดประตู ! ได้ยินไหม ! ” เสียงคำรามเมื่อเริ่มโมโห ทุบประตูอย่างแรง
มิวเรย์เธอเป็นแค่ผู้หญิงคนเดียว จะไปสู้แรงชายได้อย่างไร
หนึ่งครั้ง สองครั้ง......
ปัง..... ในที่สุดประตูก็ถูกกระแทกเปิดออก มิวเรย์กรีดร้องออกมา ล้มลงกองอยู่กับพื้น
ตำรวจทำลายประตู เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว