ตอน 3
เป็นสามีหรือพี่เขย
บทที่3ส่งเธอกลับบ้าน
ที่เรียกว่ารู้ของปรพลก็รู้แค่ชื่อของจรินทร์เท่านั้นเอง
ที่มาที่แน่ชัดของเธอ บทที่ผู้ช่วยเอาเสื้อผ้ามาส่งให้พวกเขาถือโอกาสให้เอาข้อมูลเบื้องต้นของจรินทร์มาด้วยเขาถึงเข้าใจจริงๆ
“คือว่าคุณปรพลขอบคุณสำหรับชุดของคุณแล้วก็…”จรินทร์เปลี่ยนชุดเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำความรู้สึกละอายในใจมากขึ้นกว่าเดิมอยากจะสารภาพผิด
ก่อนที่จะรู้ตัวตนของเธอปรพลอยากจะถามหาเหตุผลส่วนตอนนี้น่ะเหรอเขาพูด“มีอะไรจะพูดก็เก็บไว้พูดกับพี่สาวของเธอเถอะ”
ที่จรินทร์เป็นน้องสาวของนรมนจริงๆเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆแต่ก็นับเป็นความบังเอิญที่น่ายินดี
“คุณไม่ว่าฉัน?”ทางด้านนรมนน่ะถึงเธอจะไม่พูดอีกฝ่ายก็คงมาหาเรื่องถึงที่อยู่ดีนั่นเป็นเรื่องที่เธอคาดการณ์ไว้แต่เรื่องนี้ปรพลต่างหากที่เป็นคนได้รับความเสียหายมากที่สุดไม่ใช่หรือ?
ปรพลส่งสายตาว่า“เธอคิดมากเกินไปแล้ว”ให้เธอในฐานะน้องสาวของนรมนในเมื่อวางแผนนอนกับคู่หมั้นของพี่สาวเรื่องนี้ปรพลถึงปรพลจะใจกว้างไม่ถามหามูลเหตุด้วยพื้นเพนิสัยอย่างนรมนก็คงจะไม่มีทางปล่อยจรินทร์ไปง่ายๆ
สาวน้อยคนนี้เกรงว่าจะยังไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ยังมีแก่ใจมาคิดว่าเขาจะตำหนิเธอหรือไม่?
“ไปเถอะฉันไปส่งเธอกลับบ้าน”ปรพลอยากจะไปดูเหตุการณ์สักหน่อยว่าเธอจะอธิบายเรื่องนี้กับคนที่บ้านยังไง
“ส่งฉันกลับบ้าน?มันคงไม่ดีมั้งคะ?”ตั้งแต่เธอได้ยินว่าปรพลจะหมั้นกับนรมนสองเดือนกว่ามานี้ยังไม่เคยเห็นเขามาส่งนรมนกลับบ้านเลยสักครั้ง
แต่ยังไงเธอก็ทำสิ่งเหล่านี้เพื่อล้างแค้นนรมนเพิ่มความเกลียดชังขึ้นมาอีกหน่อยก็คงไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
ปรพลยังไม่ทันได้คิดถึงเหตุผลที่จะโน้มน้าวเธอก็เห็นมือเล็กๆของเธอโบกทีหนึ่งพูดขึ้นอย่างค่อนข้างกล้าหาญว่า“งั้นก็ต้องขอบคุณคุณปรพลมากๆนะคะวันหน้าฉันจะเลี้ยงชานมคุณเอง!”
นี่คือสิ่งที่ทำให้ปรพลตระหนักได้ว่าหญิงสาวคนนี้ยังเป็นเด็กอยู่เลยก่อนหน้านี้แต่งหน้าเข้มจนมองไม่ออกตอนนี้เธอลบเครื่องสำอางออกแล้วใบหน้าเล็กอันงดงามดูแล้วสดชื่นและยังเจริญตาไม่น้อยเลย
ถึงแม้ว่าเพื่อที่จะแก้แค้นนรมนแล้วจรินทร์พร้อมจะเสี่ยงทุกอย่างแต่พอนึกถึงฉากรักสามเส้าต่อมาแล้วเธอก็ยังคงกระวนกระวายเพื่อที่จะให้เธอนั่งอยู่เบาะหลังอย่างเรียบร้อยราวกับแกะน้อยตัวหนึ่งไปตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำ
ปรพลดูออกว่าเธอกังวลมากก็ไม่ได้เอ่ยปากให้เธอรู้สึกกดดัน
ถึงหน้าคฤหาสน์บ้านเกตุทัตฟ้าก็มืดแล้วจรินทร์เปิดประตูรถเพิ่งแสดงตัวออกมาคนรับใช้ที่กำลังรออยู่ข้างนอกก็รีบเข้าบ้านไปเพื่อรายงานทันทีไม่ทันเห็นเลยว่ายังมีปรพลอีกคนที่อยู่ด้านหลังเธอ
จรินทร์เดินไปถึงหน้าประตูยังไม่ทันเห็นแม้แต่ตัวของนรมนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด่าอันแหลมคมของอีกฝ่าย“จรินทร์ของไร้ค่าไม่มียางอายอย่างแกยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ?ทำไมไม่ตาย…”
นรมนด่าไปด้วยเร่งเดินไปทางประตูไปด้วยอยากจะสั่งสอนจรินทร์สักหน่อยพอไปถึงประตูถึงเพิ่งจะเห็นปรพลยืนอยู่ด้านนอกด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“ปรพล!”การแสดงออกอันมุ่งร้ายของนรมนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเล็กๆทันทีเหมือนกับเมื่อกี้คนที่ด่าไม่ใช่เธอเลย“คุณมาได้ยังไงคะ?อย่ามัวแต่ยืนอยู่ข้างนอกเลยรีบเข้ามาเถอะค่ะ!”พูดจบก็ดึงจรินทร์ไปอีกด้านอย่างรุนแรงต้องการที่จะขึ้นไปด้านหน้าเพื่อกุมแขนของปรพล
“ฉันส่งน้องสาวเธอกลับมา”เขาเอ่ยปากอย่างใจเย็นประสบความสำเร็จในการทำให้นรมนตะลึงงันค้างอยู่ที่เดิมเขาใช้โอกาสที่จะเลี่ยงเธอและเดินเข้าไปข้างใน
ที่ด้านหลังของปรพลนรมนกำลังจ้องมองไปที่จรินทร์อย่างดุร้ายสายตานั้นราวกับจะเฉือนเลือดเฉือนเนื้อเธอแต่จรินทร์ไม่กลัวแถมยังทำหน้าบอกบิดเบี้ยวไปทางเธออย่างเย้าแหย่ด้วยเธอรู้ว่ามีปรพลอยู่ที่นี่ถึงนรมนจะไม่พอใจยิ่งกว่านี้ก็ต้องทนเอาไว้
ชัชพลกับสวรสก็โกรธพอๆกันแต่ยังคงมีรอยยิ้มต้อนรับปรพลอยู่ทั้งๆที่โกรธมาก
“ประธานปรพลเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับคุณการที่คุณมาถึงบ้านเราช่างเป็นการทำให้บ้านดูมีราศีขึ้นจริงๆ!”แม้ว่าปรพลจะเป็นคนที่กำลังจะกลายเป็นลูกเขยของบ้านเกตุทัตแต่ความเคารพของชัชพลที่มีต่อเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุนี้เพราะการมีตัวตนอยู่ของบ้านไกลดอนไม่ใช่สิ่งที่บ้านเกตุทัตจะล่วงเกินได้จริงๆ
“ประธานชัชพลถ่อมตัวเกินไปแล้ว”ปรพลผงกศีรษะไปทางเขาไม่สนใจท่าทางจะจับมือกันของชัชพลหาที่นั่งแล้วนั่งลงอย่างไม่สนใจอะไร
มือของชัชพลค้างอยู่กับกลางอากาศอย่างเก้อเขินในใจรู้สึกตื่นตระหนกขึ้น
สวรสถือโอกาสจับมือของชัชพลมาแล้วดึงเขาไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับปรพล
เดิมทีนี่ก็คือบ้านเกตุทัตแต่ชัชพลกลับนั่งแล้วรู้สึกเหมือนถูกเข็มแทงแต่ปรพลกลับสบายๆไม่เหมือนกับมาเป็นแขกเลยสักนิด
ละล้าละลังไปมาชัชพลถึงเอ่ยปากขึ้นอย่างระมัดระวัง“ลูกสาวของฉันเพิ่มปัญหาให้ประธานปรพลแล้วยัง…”
เขายังไม่ทันพูดจบปรพลก็โบกมือตัดบท“ประธานชัชพลพูดเกินไปแล้วลูกสาวทั้งสองคนของคุณพิเศษมากคนหนึ่งใจกล้าสุดขีดอีกคน…”เขาพูดสายตาก็เลื่อนไปนรมนที่อยู่อีกด้านยิ้มเย็นเอ่ย“ฝีปากดีเยี่ยม”
ไม่ว่าจะพูดถึงจรินทร์หรือว่านรมนคำพูดของปรพลก็ไม่ใช่การชมโดยเฉพาะพูดถึงนรมนเผยให้เห็นว่าได้ยินที่เธอด่าจรินทร์ไปเมื่อกี้
นรมนก็ไม่ได้โง่ย่อมฟังออกอยู่แล้วเบะปากทำท่าจะร้องไห้กล่าวทันทีว่า“ปรพลคุณพูดอย่างนี้กับคนอื่นได้ยังไงกันคะ!”
ปรพลเห็นเธอแบบนี้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาหน่อยๆจริงๆทำได้เพียงย้ายสายตาไปมองจรินทร์แทน
ระหว่างพี่น้องสองคนดูแทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนรมนแต่งตัวสวยงามสีสันหลากหลายอยู่เสมอแต่งตัวเองออกมาให้เหมือนดอกไม้ดอกโบตั๋นที่มีสีสันสดใสเขาสงสัยว่าการแต่งหน้าหนาๆที่โรงแรมก่อนหน้านี้ของจรินทร์คงเรียนรู้มาจากนรมนพอมาอยู่บนหน้าเธอทำเอาเสียดายพื้นฐานใบหน้าที่ดีของเธอเลย
ชัชพลเห็นท่าทางเย็นชาของปรพลในใจก็“หนักอึ้ง”ขึ้นมาชั่วขณะพูดด้วยความลนลานว่า“ประธานปรพลเป็นเพราะลูกสาวผมไม่รู้เรื่องรู้ราวถึงได้ทำให้คุณขุ่นเคืองคุณจะจัดการกับเธอยังไงก็ได้แค่อย่าทำลายความสามัคคีระหว่างสองครอบครัวของเราเลย!”
“ประธานชัชพลพูดแบบนี้คงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นนี้แล้ว?”ปรพลถามด้วยความสนใจอย่างมาก
ประโยคคำถามนี้ทำเอาชัชพลไปไม่เป็นถึงแม้ว่าเขาจะเห็นรายงานในหนังสือพิมพ์แต่แท้ที่จริงแล้วเกิดเรื่องอะไรกันแน่นี่เขายังไม่ทันได้ถาม?
ปรพลไม่รอให้เขาเอ่ยอะไรออกมากล่าวอีกว่า“ถ้าประธานชัชพลยังรู้สึกว่าไม่ชัดเจนก็หาเวลากลับไปดูรายงานข่าวเย็นนี้ให้ดีๆอีกทีผมเชื่อว่าคุณจะได้คำตอบจากในนั้น”
“ปรพลคุณจะไปแล้วเหรอ?เรายังไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเท่าไหร่เลย!”เห็นปรพลลุกขึ้นมานรมนกล่าวอย่างยั่วยวน
“มัวงงอะไรกันอยู่?ยังไม่รีบไปส่งประธานปรพลอีก”สวรสจ้องนรมนอย่างคาดหวัง
“ไม่ต้องหรอกผมคิดว่าพวกคุณยังต้องยุ่งกับการแก้ปัญหาเรื่องในครอบครัวอีก”ปรพลก็เป็นเหมือนแขกผู้บริสุทธิ์ที่ผ่านมาสะบัดแขนเสื้อทิ้งปัญหามากมายไว้ให้กับบ้านเกตุทัตแล้วก็จากไป
“จรินทร์!สรุปเรื่องนี้มันเป็นมายังไงกันแน่แกกล้าทำเรื่องหน้าไม่อายขนาดนี้ออกมาได้ยังไง?”รอกระทั่งทันทีที่ปรพลจากไปชัชพลก็โพล่งออกมาทันที
เสียงที่แผดออกมาอย่างกะทันหันทำเอาจรินทร์ตกใจจนร่างเล็กสั่นเทา
ทันใดนั้นเธอก็สรุปลงแล้วเอ่ยว่า“นั่นพ่อควรจะถามพี่สาวหน้าไม่อายของหนูแล้วล่ะค่ะเธอแย่งแฟนหนูหนูนอนกับคู่หมั้นเธอมันก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกันดีนี่นา”
“เธออย่ามาพูดจาเหลวไหล!”สวรทชี้นิ้วไปที่จรินทร์“จรินทร์ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจฉันมาตลอดแต่เธอเป็นคนที่ทำผิดเธอกลับมาทำให้พี่สาวของเธอเสื่อมเสียแทนได้ยังไงกัน?”
จรินทร์ไม่โต้แย้งเพียงแค่มองดูชัชพลให้เขาตัดสินเอาเอง
“ที่เธอพูดมามันจริงไหม?”ชัชพลถามนรมน
นรมนหลบสายตา“หนูไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไรก็แค่ไม่อยากเห็นหนูได้ดีต้องการทำลายความสุขของหนู!”
“ปัง!”ชัชพลตบฝ่ามือลงบนโต๊ะกาแฟ“ฉันถามแกว่าที่เธอพูดมาจริงหรือไม่จริง?”
เห็นการแสดงออกของนรมนที่จริงในใจของเขามีคำตอบอยู่แล้วแต่เป็นเพราะนี่คือลูกสาวคนโตที่เขารักมากเขาก็แค่ไม่อยากจะเชื่อมันเท่านั้นเอง
ชัชพลต้องการจะถามหาความเป็นมาของเรื่องนี้ให้รู้เรื่องให้ได้สวรสทำอะไรไม่ได้แล้ว
ตอน 4
บทที่4แต่งแทน
เธอก็พูดอย่างโกรธๆว่า“คุณจะตะโกนทำไม?ที่ทำขายหน้าตอนนี้ไม่ใช่จรินทร์หรือยังไง?คุณก็ให้เธอเที่ยวก่อความวุ่นวายไปทั่ววิ่งไปเปิดห้องกับสามีในอนาคตของพี่สาวให้คนนอกรู้คุณยังมียางอายอยู่ไหม?”
พอพูดถึงชื่อเสียงชัชพลก็รู้ว่าถึงเขาจะเค้นถามต่อไปคงไม่ได้เรื่องราวอะไรขึ้นมาว่ากันง่ายๆว
ตอน 5
บทที่5ให้บุญคุญ
“คุณคุณเลอะเลือนไปแล้วหรือไง?”นานกว่าที่สวรสจะมีปฏิกิริยากลับมาพอเธอพูดนรมนกับจรินทร์ก็ได้สติกลับคืนมา
“ใช่ค่ะพ่อนี่คือวิธีแก้ปัญหาของพ่อเหรอคะ?ถ้างั้นทำไมพ่อไม่ให้หนูไปตายซะเลยยังดีกว่า!”นรมนพูดไปก็เริ่มเช็ดน้ำตาไป
จรินทร์นานๆทีจะเห็นด้วยกับความคิดของสวรสแม่ลูก“พ่อคง