ตอน 1
เป็นสามีหรือพี่เขย
บทที่1เขาแกล้งเมา
“ขั้นแรกแกล้งเป็นเด็กดริ๊งแทรกซึมเข้าไปในlightclubพอหลังจากมอมเหล้าปรพลแล้วก็พาเขาไปที่โรงแรม ก็เสร็จเรื่อง”จรินทร์อ่านจบก็ติ๊กเครื่องหมายถูกไว้ด้านหลังบรรทัดแรกของสมุดร่างแผนการที่เธอทำไว้
“ขั้นที่2แก้ผ้าแล้วข่มขืนเขา!!!”เนื่องจาก บทที่เธอกำลังเขียนแผนอยู่นั้นมีความปรารถนาอยู่เต็มเปี่ยมดังนั้นจึงเพิ่มเครื่องหมายอัศเจรีย์ขนาดใหญ่สองสามอันไว้ด้านหลังด้วยจนตอนนี้อ่านออกมาแล้วก็มีความดังสนั่นอย่างสุดจะบรรยาย
เพิ่งอ่านประโยคนี้เสร็จเธอก็มองผ่านกระจกด้านหน้า มองเห็นบนเตียงขนาดใหญ่ในห้องสามารถระบุชายร่างผอมเพรียวที่นอนอยู่บนนั้นได้รางๆ ในใจก็พลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“เอ่อ…ข้ามขั้นตอนนี้ไปก่อนละกัน เรามาดูด้านหลังกันบ้าง”ประโยคนี้เธอพูดกับตัวเองในกระจก
นี่คือข้อเสียเล็กๆของเธอ เวลาที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองก็จะหันหน้าเข้ากระจกเพื่อให้กำลังใจตัวเอง
“ขั้นที่3บอกกับนักข่าวสื่อมวลชนที่ติดต่อไว้ก่อนหน้านี้ให้พวกเขาเข้ามาที่โรงแรมจับได้คาหนังคาเขาแล้วเอาเรื่องค่ำคืนโรแมนติกของฉันกับคุณปรพลไปเขียนข่าว”พูดมาถึงตรงนี้ใบหน้าเล็กๆแสนอ่อนช้อยในกระจกนั้นก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจออกมา“นรมน ฉันก็ให้แกลิ้มรสบ้างว่าคนรักถูกคนอื่นนอนมันจะเป็นยังไง”
จรินทร์จินตนาการถึงภาพใบหน้าบูดเบี้ยวของนิรมนพลันหัวเราะอย่างโง่เขลาขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเลื่อนสายตากลับไปมองที่สมุดแผนการ
“okคราวนี้กลับไปขั้นที่2ฉันต้องทำยังไงถึงจะข่มขืนเขาได้ล่ะ?ตอนนี้เขาเมาจนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแล้ว นอนด้วยกันน่ะคงนอนจริงๆไม่ได้แล้ว แต่ถ้าไม่นอนด้วยกันจะทำให้เขาเชื่อความสัมพันธ์ที่เกิดระหว่างเราสองคนได้ยังไงกัน?”
บทที่เธอกำลังครุ่นคิดไม่สังเกตเห็นว่าชายที่อยู่บนเตียงใหญ่ที่เดิมควรนอนอยู่นิ่งๆคนนั้นขยับตัวไปมา
เนื่องจากค้างอยู่ท่าเดิมนานเกินไปปรพลเริ่มรู้สึกเมื่อยขึ้นมาเลยเปลี่ยนท่าให้สบายขึ้น
จรินทร์คิดว่าเขาถูกมอมจนเมาไปแล้วแต่ที่จริงไม่ใช่เขาไม่ได้เมาเลยตั้งแต่แรกที่ผ่านมาทั้งหมดล้วนเป็นการแกล้งทำ
สาเหตุที่ชัดเจนควรจะเริ่มพูดจากเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้
เหมือนกันกับที่จรินทร์อ่านออกมาเองเธอแกล้งเป็นเด็กดริ๊งของlightclubถือถาดเหล้าบุกเข้ามาในห้องไพรเวทที่ปรพลอยู่เป็นผู้ดูแลทั้งหลายของบริษัทโคที่เชิญเขาไปด้วยไม่ได้ทำงานที่เป็นความลับอะไรจะสอบถามเรื่องอะไรขึ้นมาก็ไม่ยากเลย
ที่ยากคือจรินทร์ดันมีความกล้าที่จะบุกฝ่าวงล้อมมาถือเหล้าแก้วหนึ่งกระแทกเข้ามาที่อกของเขา
แต่จะพูดว่าฝ่าวงล้อมเข้ามาก็ดูจะเกินจริงไปหน่อยยังไงตอนนั้นรอบๆตัวเขาก็ไม่มีคนเลยคนที่ค่อนข้างคุ้นเคยกับเขาต่างก็รู้ว่าที่นี่เขามีกฎอยู่หนึ่งข้อไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ควรเข้ามาใกล้รอบตัวเขาในระยะ1เมตรเขาเกลียดจนถึงขั้นต่อต้านการสัมผัสตัวคนอื่นโดยเฉพาะเพศตรงข้ามใครฝ่าฝืนตาย
แต่จรินทร์ไม่ใช่แค่คนละเพศเธอยังเป็นคนละประเภทกับเขาอีกด้วย!
ตอนนั้นตั้งแต่ปรพลเห็นเธอเดินเข้ามาจนเธอล้มเข้ามาในอ้อมอกของเขานั้นเวลาเพียงไม่กี่วินาทีสั้นเกินกว่าที่เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองได้ทันรอกระทั่ง บทที่เขามีปฏิกิริยาตอบสนองจรินทร์ไม่เพียงแต่อยู่ในอ้อมอกเขายังแตะตัวเขาไปทั่วอีก!
ปฏิกิริยาปกติของเขาควรจะเป็นการใช้เท้าเตะข้างหนึ่งเตะจรินทร์ออกไปซะแต่เขาอดทนเอาไว้ได้เพราะเขาพบว่าการสัมผัสใกล้ชิดกับเธอในใจเขากลับไม่มีความรู้สึกต่อต้านเกิดขึ้นมาเขาคิดว่ามันเป็นภาพลวงตาช่วงระยะเวลาสั้นๆยังโดนเธอสัมผัสไปอีกสักพักหนึ่งถึงกล้ายืนยัน
เขาไม่รู้สึกต่อต้านการสัมผัสของจรินทร์จริงๆ
“คุณคะขอโทษ…ขอโทษนะคะฉันเลี้ยงคุณแก้วหนึ่งเป็นการขอโทษโอเคไหม?”จรินทร์เห็นเรื่องต่างๆเป็นไปตามที่เธอวางแผนไว้ตามนั้นเลยเป็นไปอย่างราบรื่นก็รีบหันกลับไปรินเหล้ามาแก้วหนึ่งมือทั้งสองข้างยื่นส่งไปตรง
จรินทร์มุ่งความสนใจไปที่ตัวปรพลไม่ทันได้สังเกตเลยว่าห้องที่เสียงดังอึกทึกราวกับอยู่กลางตลาดนั้นชั่วขณะที่เธอล้มใส่ปรพลก็กลับกลายเป็นเงียบกริบขึ้นมาทุกคนต่างกลั้นหายใจรอดูว่าเธอจะตายยังไง!
ผลปรากฏว่าปรพลจ้องจรินทร์อยู่ชั่วครู่แม้บรรยากาศรอบตัวจะกดดันมากจนผู้คนไม่สามารถหายใจได้แต่เขาไม่ได้รำคาญแล้วก็ไม่ได้โกรธรับแก้วเหล้ามาเงยหน้าดื่มลงไป
จรินทร์เห็นแบบนี้ก็รีบส่งแก้วที่สองต่ออย่างรวดเร็ว
ฝูงชนรอบข้างที่อยู่ในท่านิ่งค้างไปจึงกลับเป็นปกติแต่สายตามองเธอด้วยความชื่นชมอย่างชัดเจน
ขนาดปรพลยังกล้ายั่วยุช่างเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆ!
จรินทร์คนแกร่งยังยื่นแก้วเหล้าให้ปรพลต่ออีกสองสามแก้วเขายังไม่เห็นว่าเธอมีแรงจูงใจซ่อนเร้นก็แค่คนโง่คนหนึ่งแต่เขาไม่ได้หัวเสียเพียงดื่มเหล้าอยู่นิ่งๆต่อมาก็“เมา”อย่างน่าเชื่อถือแล้วยังเป็นการเมาแบบไม่มีสติเลยด้วย
ปรพลหน้าตาดีภูมิหลังของครอบครัวอยู่ในระดับท็อปฐานะแต่ละด้านล้วนสามารถทำให้หญิงโสดมากมายในเมืองAแทบจะบ้าคลั่งได้เลยดังนั้นหากคิดจะปีนขึ้นเตียงของเขาหรือคนที่คิดอยากจะลากเขาขึ้นเตียงก็มีมากมายจนนับไม่ถ้วนจริงๆ
แต่จรินทร์เป็นคนใจกล้าบ้าบิ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาตั้งแต่เริ่มรินเหล้าตลอดทางมีข้อบกพร่องหากว่าเขาคิดจะจัดการเธอเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตายไปกี่ร้อยรอบแล้ว
อาจเพราะนานเกินไปแล้วที่ไม่ได้สัมผัสกับใครใกล้ชิดขนาดนี้ทำให้เขาลืมไปว่าการสัมผัสอย่างนี้จะเป็นการนำความอบอุ่นจำนวนหนึ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนมาด้วยเขาอยากจะสัมผัสมันอีกสักพักเพราะแบบนี้เขาถึงถูกจรินทร์พาเข้าไปที่โรงแรม
ไม่นับคำว่า“ใจกล้าบ้าบิ่น”นี้ปรพลเห็นเธอให้กำลังใจตัวเองในกระจกอยู่นานแต่ บทที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็กลัวหัวหดซะแล้วเพราะตอนนี้เธอดูจะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาหน่อยแล้วจริงๆ
ทางด้านจรินทร์ก็ยังคงพูดฉอดๆกับกระจกไม่หยุดราวกับเป็นผู้ป่วยโรคจิตเภท
“จรินทร์เธอมองฉันไว้หนุ่มหล่ออยู่ตรงหน้าแล้วห้ามกลัวนะถ้าถอยตอนนี้ความพยายามช่วงนี้ทั้งหมดจะเสียเปล่าแล้วก็คงไม่มีวิธีหักหน้านรมนแล้วเธอคิดเอาเองนะนรมนผู้หญิงคนนั้นน่ารังเกียจขนาดไหนโอกาสที่จะล้างแค้นเธออยู่ข้างหน้าแล้วถ้าพลาดโอกาสนี้ไปก็คงจะยากที่จะเจอโอกาสดีๆแบบนี้อีก!”จรินทร์ขัดแย้งในตัวเองสุดๆพูดไปด้วยมือสองข้างก็ไขว้กันวางไว้บนบ่าไปด้วยแล้วทำท่าเขย่าไปมา
ปรพลเห็นท่าทางน่าตลกของเธอเขาเกือบจะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่เขากลัวว่าจะหัวเราะออกมาจริงๆจึงล้วงโทรศัพท์ออกมาส่งข้อความไปให้ผู้ช่วย
“ดีล่ะ!”จรินทร์ตะโกนใส่กระจกว่า“เพื่อโค่นนรมนฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!”พูดจบก็เดินไปทางเตียงอย่างกล้าหาญและมีชีวิตชีวา
ครั้งนี้เธอมากะทันหันเกินไปจนปรพลแทบจะเก็บโทรศัพท์ไม่ทัน
“คุณปรพล?คุณปรพลคุณได้ยินที่ฉันพูดไหมคะ?”จรินทร์ใช้นิ้วชี้จิ้มๆแขนของปรพล
ปรพลไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบพิจารณาผลจากคนเมาอย่างตั้งอกตั้งใจ
“คุณไม่พูดก็อย่าว่าฉันไม่เกรงใจละกัน!”เธอบิดมือไปมาพูดอย่างกังวลๆว่า“ควรจะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ?”
นี่เห็นเขาเป็นเกี๊ยวอันหนึ่งไปแล้วหรือไง?ปรพลคิดอย่างพูดไม่ออก
จรินทร์เดินไปมาอยู่ข้างเตียงสักพักเผชิญหน้ากับปรพลที่มีใบหน้าเยือกเย็นสุดๆรู้สึกไปไม่เป็นจริงๆ
คนอื่นดื่มจนเมาส่วนใหญ่สภาพจะดูน่าอายจนรับไม่ได้แต่ระดับความหล่อของปรพลที่อยู่บนเตียงไม่ลดลงกลับเพิ่มขึ้นอีกต่างหากเหมือนไม่ได้เมาเลยแต่แค่นอนหลับไปดวงตาคู่นั้นของเขาปิดสนิทไม่ได้ให้ความรู้สึกดุกดดันกับผู้คนเหมือนตอนตื่นราวกับประติมากรรมชิ้นหนึ่งซึ่งถูกขัดเกลาขึ้นมาอย่างพิถีพิถันดูสง่าจนไม่อาจล่วงเกินได้
จนรินทร์สูดลมหายใจลึกๆนับครั้งไม่ถ้วนทุกครั้ง บทที่เอื้อมมือจะไปแตะกระดุมเสื้อของปรพลเธอก็หดมือกลับไปอย่างกลัวๆในช่วงขณะที่เธอเอื้อมมือออกมาเป็นครั้งที่ห้าปรพลที่“เมาเหล้า”หมดความอดทนแล้วจริงๆยกมือขึ้นและดึงเธอไปบนเตียงจากนั้นก็หมุนตัวมากดคนไว้ใต้ร่างอีกที
“อ๊า!”จรินทร์รู้สึกเพียงอยู่ดีๆรอบด้านก็หมุนอย่างกับลมพายุจึงส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว
ตอน 2
บทที่2คู่หมั้น
“คะ…คุณคุณปรพล?”จรินทร์ตกใจกลัวจนหัวใจแทบตกไปถึงตาตุ่มชั่วขณะในหัวพลันว่างเปล่าไปหมดมือทั้งสองข้างค้างเก้ออยู่กลางอากาศไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน
แต่ที่เธอกลัวที่สุดก็คือการที่ถูกปรพลจับได้แล้วเพราะงั้นเลยนิ่งค้างอยู่อย่างนี้สักพักเธอพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตื่นเลยซะทีเดียวการกระทำเมื่อกี้คงจะเป็นการเมาดิบ?
จรินทร์ใจกว้างปกติจะไม่ถือคนบ้าไม่ว่าคนเมาเพียงดันไหล่ทั้งสองข้างของปรพลอย่างระมัดระวังอยากจะหนีออกจากใต้ร่างของเขาเธอโดนกดไว้จนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว!
เพียงเพิ่งจะสัมผัสร่างกายของปรพลเธอก็รู้สึกใจฝ่อไปหมดราวกับร่างกายเขาร้อนลวกมือได้รีบหดกลับไปอีกอย่างรวดเร็ว
เธอก็เป็นเหมือนเต่าตัวหนึ่งที่ถูกคนจับพลิกตัวแขนขาขยับดิ้นรนไม่หยุดปรพลก็ยังคงกดเธอจากด้านบนอยู่ดี
“คุณปรพลคะ…คุณควรจะลดน้ำหนักได้แล้วนะ!”จรินทร์ดิ้นไปมาอยู่นานเหนื่อยจนหอบแฮ่กๆ
ปรพลคิดว่าเล่นมากพอแล้วถึงได้ผ่อนแรงลงบวกกับการดิ้นรนของจรินทร์ยังทำให้เธอรู้สึกว่าพยายามพลิกตัวกลับได้เอง
เพื่อที่จะพลิกตัวจรินทร์เหนื่อยจนเหงื่อเต็มหน้าไปหมดเดิมทีเธอต้องการแค่จะดันปรพลออกเป็นผลให้มือของเขายังโอบอยู่ที่เอวของเธอให้เธอทำได้แค่พลิกตัวกลับมาก่อนเท่านั้นดิ้นรนจนแรงกดหายไปได้
ทีแรกคิดว่าการเอามือของปรพลออกจะต้องใช้แรงกว่านี้ซะอีกแต่ไม่คิดว่าเธอแค่ลองดึงหน่อยเขาก็ปล่อยแล้ว
แต่ในชั่วขณะที่เธอลุกขึ้นมีเสียง“ฟู่ๆ”ดังมาจากข้างหู
รู้สึกทรวงอกเย็นยะเยือกเธอก้มลงมองถึงพบว่าเสื้อยืดของเธอฉีกขาดเป็นรอยยาวจากบนหน้าอกไปจนถึงท้องทั้งหน้าอกมองเห็นได้หมดไม่มีอะไรปกปิดเลย
ผ้าที่ขาดนั้นอีกด้านหนึ่งยังเกี่ยวอยู่ที่เข็มกลัดบนเสื้อสูทของเขาแค่เห็นก็รู้ว่าเป็นเข็มกลัดที่มีราคาเพราะเมื่อกี้พอเธอดึงตำแหน่งของหมุดค่อนข้างเบี้ยวไปแต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้รีบดึงผ้าของเสื้อยืดเธอออกมาอย่างรวดเร็วดึงชิดไปทางหน้าอกแต่มันขาดมากเกินไปจนปิดไม่อยู่แล้ว
โชคร้ายเกินไปแล้ว!อารมณ์ของจรินทร์นั้นสับสนวุ่นวายมากโดยเฉพาะหลังจากที่เห็นว่าข้างหน้ายังมีปรพลนอนอยู่แม้เขาจะหลับตาอยู่แต่กลับให้ความรู้สึกอย่างกับเขามองเห็นแล้วทันใดนั้นความอับอายก็ล้นปรี่พุ่งกระโจนเข้าห้องน้ำไป
เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูปรพลถึงลืมตาขึ้นมามุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย
เขาดึงจรินทร์ลงมาเพื่อจะลองดูว่าพวกเขาสัมผัสกันใกล้ชิดกว่านี้อีกหน่อยเขาจะมีความรู้สึกอึดอัดหรือไม่พิสูจน์ได้แล้วว่าไม่มีจริงๆสำหรับเรื่องที่เสื้อยืดของจรินทร์ถูกเข็มกลัดของเขาเกี่ยวเอาก็ไม่ใช่ว่าเธอโชคร้ายอะไรแต่เป็นเพราะเขาตั้งใจทำต่างหาก
คิดไม่ถึงว่าสาวน้อยคนนั้นที่ดูอายุยังไม่มากรูปร่างจะไม่เลวเลย!
จรินทร์นำผ้าเช็ดตัวมาพันรอบตัวอยู่ในห้องน้ำพันแน่นจนรับรองได้ว่าจะไม่หลุดแน่ๆเงยหน้าขึ้นมองเห็นตัวเองในกระจกตกใจจนหลุดเสียงร้องออกมาอีกที
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!”ใบหน้าของเธอในกระจกเมคอัพเหนียวเยิ้มมารวมกันเป็นแผ่นๆสีแดงดำเขียวราวกับจานผสมสี บทที่เธอออกมาเมื่อเช้าเพื่อให้อายุดูโตขึ้นหน่อยในเมื่อยังไงก็ต้องแกล้งเป็นสาวนั่งดริ๊งอยู่แล้วเครื่องสำอางที่แต่งจึงไม่เพียงแต่สีเข้มสดเท่านั้นยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของหญิงสาวอีกด้วยตอนนี้แม้แต่เธอก็จำตัวเองไม่ได้แล้ว
ไม่มีน้ำยาล้างเครื่องสำอางเธอจึงล้างมันด้วยน้ำร้อนเป็นเวลานานถึงได้ออกมาเป็นสภาพนี้พอ บทที่หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดก็มีเสียงเคาะประตูอย่างหนักดังมาจากด้านนอก
“มาแล้วมาแล้ว!”เสียงเคาะประตูเร่งเกินไปจรินทร์ไม่ทันได้สนใจการแต่งกายในตอนนี้รีบวิ่งออกไปเปิดประตู
นอกประตูมีกลุ่มนักข่าวกลุ่มหนึ่งบางคนยื่นไมค์มาบางคนถือกล้องถ่ายจรินทร์ไม่หยุด
“พะพวกคุณ…”ทำไมมาเร็วขนาดนี้?เธอยังไม่ทันได้โทรศัพท์ไปเลย!แผนของเธอเพิ่งจะดำเนินไปถึงขั้นที่2เองนะ
แล้วนี่ด้านหน้าพวกนี้ก็เป็นนักข่าวของสื่อใหญ่ทั้งนั้นเลยเป็นพวกที่ตอนแรกเธอเคยคิดไว้แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะมาคิดไม่ถึงว่าจะมากันหมดขนาดนี้!
“คุณชื่ออะไรคะ?ประธานปรพลอยู่ข้างในไหมคะ?”นักข่าวพวกนั้นไล่บี้เข้ามาทีละคนทีละคนอยากจะบุกเข้าไปถ่ายรูปข้างในแทบแย่
ขั้นที่3ก็ขั้นที่3อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปสิ!
จรินทร์ระงับความตื่นตระหนกเผชิญหน้ากับนักข่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มวางแผนว่าจะเล่าเรื่องหนึ่งคืนแสนโรแมนติกของเธอกับคุณปรพลให้ทุกคนฟัง...โอเคยังไม่พ้นคืนงั้นก็เรื่องโรแมนติกช่วงสั้นๆละกัน
แต่เธอใคร่ครวญอยู่นานยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดสายตาของพวกนักข่าวที่อยู่ด้านหน้าเธอทั้งหมดก็ไปตกอยู่ที่ด้านหลังตัวเธอแล้วมีคนร้อนใจถึงขั้นจะผลักเธอเข้าไปในห้องเธอสวมรองเท้าแตะของโรงแรมสมดุลไม่ค่อยดีเท่าไหร่ทันทีที่เกือบจะล้มลงฝ่ามือข้างหนึ่งก็คว้าแผ่นหลังของเธอเอาไว้
“ประธานปรพลคุณเปิดห้องกับผู้หญิงคนนี้จริงๆหรือ?งั้นคู่หมั้นของคุณจะเป็นยังไงล่ะ?”
“คุณผู้หญิงคนนี้คุณรู้หรือเปล่าว่าประธานปรพลกับลูกสาวบ้านเกตุทัตกำลังจะหมั้นกันเร็วๆนี้แล้ว?คุณทำแบบนี้จะนับว่าเป็นมือที่สามได้หรือเปล่า?”
“ฉันรู้แน่นอนอยู่แล้วฉัน…” บทที่จรินทร์กำลังจะประกาศออกไปเพื่อให้นรมนเห็นการสัมภาษณ์นี้
แต่ปรพลไม่ให้โอกาสเธอได้พูดจนจบพูดตัดบทเธอขึ้นมาว่า“เธอรู้แน่นอนอยู่แล้วเพราะว่าเธอก็คือลูกสาวบ้านเกตุทัตที่ผมกำลังจะหมั้นด้วยนรมน”น้ำเสียงของเขานิ่งสงบเย็นยะเยือกไม่น่าสงสัยใดๆ
“อะไร?ฉันฉันไม่ใช่…”จรินทร์หันกลับมาเห็นท่าทางของปรพลตกใจจนเสียงค้างอยู่ในลำคอ
ชุดสูทของปรพลเปิดออกหมดกระดุมของเสื้อเชิ้ตด้านในก็ติดอย่างลวกๆเม็ดบนสุดถูกดึงออกหมดผมของเขายุ่งเหยิงบนใบหน้าอันหล่อเหลาแฝงแววอ่อนล้าท่าทางเหมือนเพิ่งเสร็จกิจกรรมบนเตียงมา
“ไม่จริงน่า?”จรินทร์แหวกผ้าเช็ดตัวหยิกที่ต้นขาไปทีนึงความรู้สึกเจ็บปวดมันจริงมากพิสูจน์ว่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตา
แต่ฟ้าดินเป็นพยานได้เธอยังไม่ได้ทำอะไรปรพลจริงๆนะ!
“ที่แท้นี่ก็คือคุณนรมนนี่เองสินะ?”จะหมั้นอยู่แล้วยังวิ่งออกมาเปิดห้องอยู่อีกเรานักข่าวหมดคำพูดไปชั่วขณะพวกเขาได้รับการแจ้งก็รีบวิ่งตะบึงมาไม่หยุดคิดว่าจะได้เจอข่าวใหญ่สุดท้ายก็เรื่องรสนิยมระหว่างสามีภรรยาของชาวบ้านเขา
แต่โอกาสที่จะได้สัมภาษณ์ปรพลก็ไม่ได้มีบ่อยๆแม้จะไม่มีข่าวใหญ่ถามข่าวอื่นๆเกี่ยสกับเขาหน่อยก็ดีเหมือนกัน
“ถ้าอย่างนั้นวันหมั้นของประธานปรพลกับคุณนรมนกำหนดแล้วหรือยัง?หลังหมั้นแล้วพวกคุณวางแผนว่าจะแต่งงานกันตอนไหน?”
ตอนนี้ปรพลอารมณ์ดีมากไม่ได้ปฏิเสธอะไร“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณนรมนจะรับปากแต่งงานกับผมเมื่อไหร่แล้วล่ะ”พูดจบยังส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนไปให้กับจรินทร์ที่อยู่ข้างๆด้วย
จรินทร์ที่ได้รับสายตามาจากเขาตัวสั่นหงึกๆทำเอาสมองที่มีแต่ขี้เลื่อยสั่นจนว่างโล่งไปหมดสูญเสียความสามารถในการไตร่ตรองไปโดยสิ้นเชิง
ตั้งแต่ต้นจนจบเธอได้แต่ยืนฟังปรพลตอบคำถามนักข่าวอยู่ด้านข้างอย่างมึนๆเพียงถามเขาจะตอบทุกคำถามแต่ตอบก็เหมือนกับไม่ได้ตอบทว่าเพียงไม่นานกลับทำให้นักข่าวกลุ่มนั้นพอใจแล้วจากไปได้
ในที่สุดภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้งวรพลรวมโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
จรินทร์ถึงได้สติคืนมาจากท่าทางมึนๆรอปรพลโทรศัพท์อยู่อีกด้านอย่างน่าเอ็นดู
ทันทีที่เห็นเขาวางสายเธอก็รีบเดินตรงไปข้างหน้าโค้งต่ำๆคำนับแก่เขา“คุณปรพลขอโทษนะคะฉันขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ฉันทำกับคุณในวันนี้แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากจะอธิบายให้ฟังสักหน่อยฉันไม่ใช่นรมนคู่หมั้นของคุณฉันคือ…”
เธอยังไม่ทันพูดจบปรพลก็ยกมือขึ้นมาตัดบทเธอ“จรินทร์ใช่ไหมล่ะฉันรู้”
ตอน 3
บทที่3ส่งเธอกลับบ้าน
ที่เรียกว่ารู้ของปรพลก็รู้แค่ชื่อของจรินทร์เท่านั้นเอง
ที่มาที่แน่ชัดของเธอ บทที่ผู้ช่วยเอาเสื้อผ้ามาส่งให้พวกเขาถือโอกาสให้เอาข้อมูลเบื้องต้นของจรินทร์มาด้วยเขาถึงเข้าใจจริงๆ
“คือว่าคุณปรพลขอบคุณสำหรับชุดของคุณแล้วก็…”จรินทร์เปลี่ยนชุดเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำความรู้สึกละอายในใจมากขึ้นกว่าเดิมอยากจะสารภาพผิด
ก่อนที่จะรู้ตัวตนของเธอปรพลอยากจะถามหาเหตุผลส่วนตอนนี้น่ะเหรอเขาพูด“มีอะไรจะพูดก็เก็บไว้พูดกับพี่สาวของเธอเถอะ”
ที่จรินทร์เป็นน้องสาวของนรมนจริงๆเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆแต่ก็นับเป็นความบังเอิญที่น่ายินดี
“คุณไม่ว่าฉัน?”ทางด้านนรมนน่ะถึงเธอจะไม่พูดอีกฝ่ายก็คงมาหาเรื่องถึงที่อยู่ดีนั่นเป็นเรื่องที่เธอคาดการณ์ไว้แต่เรื่องนี้ปรพลต่างหากที่เป็นคนได้รับความเสียหายมากที่สุดไม่ใช่หรือ?
ปรพลส่งสายตาว่า“เธอคิดมากเกินไปแล้ว”ให้เธอในฐานะน้องสาวของนรมนในเมื่อวางแผนนอนกับคู่หมั้นของพี่สาวเรื่องนี้ปรพลถึงปรพลจะใจกว้างไม่ถามหามูลเหตุด้วยพื้นเพนิสัยอย่างนรมนก็คงจะไม่มีทางปล่อยจรินทร์ไปง่ายๆ
สาวน้อยคนนี้เกรงว่าจะยังไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ยังมีแก่ใจมาคิดว่าเขาจะตำหนิเธอหรือไม่?
“ไปเถอะฉันไปส่งเธอกลับบ้าน”ปรพลอยากจะไปดูเหตุการณ์สักหน่อยว่าเธอจะอธิบายเรื่องนี้กับคนที่บ้านยังไง
“ส่งฉันกลับบ้าน?มันคงไม่ดีมั้งคะ?”ตั้งแต่เธอได้ยินว่าปรพลจะหมั้นกับนรมนสองเดือนกว่ามานี้ยังไม่เคยเห็นเขามาส่งนรมนกลับบ้านเลยสักครั้ง
แต่ยังไงเธอก็ทำสิ่งเหล่านี้เพื่อล้างแค้นนรมนเพิ่มความเกลียดชังขึ้นมาอีกหน่อยก็คงไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
ปรพลยังไม่ทันได้คิดถึงเหตุผลที่จะโน้มน้าวเธอก็เห็นมือเล็กๆของเธอโบกทีหนึ่งพูดขึ้นอย่างค่อนข้างกล้าหาญว่า“งั้นก็ต้องขอบคุณคุณปรพลมากๆนะคะวันหน้าฉันจะเลี้ยงชานมคุณเอง!”
นี่คือสิ่งที่ทำให้ปรพลตระหนักได้ว่าหญิงสาวคนนี้ยังเป็นเด็กอยู่เลยก่อนหน้านี้แต่งหน้าเข้มจนมองไม่ออกตอนนี้เธอลบเครื่องสำอางออกแล้วใบหน้าเล็กอันงดงามดูแล้วสดชื่นและยังเจริญตาไม่น้อยเลย
ถึงแม้ว่าเพื่อที่จะแก้แค้นนรมนแล้วจรินทร์พร้อมจะเสี่ยงทุกอย่างแต่พอนึกถึงฉากรักสามเส้าต่อมาแล้วเธอก็ยังคงกระวนกระวายเพื่อที่จะให้เธอนั่งอยู่เบาะหลังอย่างเรียบร้อยราวกับแกะน้อยตัวหนึ่งไปตลอดทางไม่พูดอะไรสักคำ
ปรพลดูออกว่าเธอกังวลมากก็ไม่ได้เอ่ยปากให้เธอรู้สึกกดดัน
ถึงหน้าคฤหาสน์บ้านเกตุทัตฟ้าก็มืดแล้วจรินทร์เปิดประตูรถเพิ่งแสดงตัวออกมาคนรับใช้ที่กำลังรออยู่ข้างนอกก็รีบเข้าบ้านไปเพื่อรายงานทันทีไม่ทันเห็นเลยว่ายังมีปรพลอีกคนที่อยู่ด้านหลังเธอ
จรินทร์เดินไปถึงหน้าประตูยังไม่ทันเห็นแม้แต่ตัวของนรมนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องด่าอันแหลมคมของอีกฝ่าย“จรินทร์ของไร้ค่าไม่มียางอายอย่างแกยังมีหน้ากลับมาอีกเหรอ?ทำไมไม่ตาย…”
นรมนด่าไปด้วยเร่งเดินไปทางประตูไปด้วยอยากจะสั่งสอนจรินทร์สักหน่อยพอไปถึงประตูถึงเพิ่งจะเห็นปรพลยืนอยู่ด้านนอกด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“ปรพล!”การแสดงออกอันมุ่งร้ายของนรมนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเล็กๆทันทีเหมือนกับเมื่อกี้คนที่ด่าไม่ใช่เธอเลย“คุณมาได้ยังไงคะ?อย่ามัวแต่ยืนอยู่ข้างนอกเลยรีบเข้ามาเถอะค่ะ!”พูดจบก็ดึงจรินทร์ไปอีกด้านอย่างรุนแรงต้องการที่จะขึ้นไปด้านหน้าเพื่อกุมแขนของปรพล
“ฉันส่งน้องสาวเธอกลับมา”เขาเอ่ยปากอย่างใจเย็นประสบความสำเร็จในการทำให้นรมนตะลึงงันค้างอยู่ที่เดิมเขาใช้โอกาสที่จะเลี่ยงเธอและเดินเข้าไปข้างใน
ที่ด้านหลังของปรพลนรมนกำลังจ้องมองไปที่จรินทร์อย่างดุร้ายสายตานั้นราวกับจะเฉือนเลือดเฉือนเนื้อเธอแต่จรินทร์ไม่กลัวแถมยังทำหน้าบอกบิดเบี้ยวไปทางเธออย่างเย้าแหย่ด้วยเธอรู้ว่ามีปรพลอยู่ที่นี่ถึงนรมนจะไม่พอใจยิ่งกว่านี้ก็ต้องทนเอาไว้
ชัชพลกับสวรสก็โกรธพอๆกันแต่ยังคงมีรอยยิ้มต้อนรับปรพลอยู่ทั้งๆที่โกรธมาก
“ประธานปรพลเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับคุณการที่คุณมาถึงบ้านเราช่างเป็นการทำให้บ้านดูมีราศีขึ้นจริงๆ!”แม้ว่าปรพลจะเป็นคนที่กำลังจะกลายเป็นลูกเขยของบ้านเกตุทัตแต่ความเคารพของชัชพลที่มีต่อเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงด้วยเหตุนี้เพราะการมีตัวตนอยู่ของบ้านไกลดอนไม่ใช่สิ่งที่บ้านเกตุทัตจะล่วงเกินได้จริงๆ
“ประธานชัชพลถ่อมตัวเกินไปแล้ว”ปรพลผงกศีรษะไปทางเขาไม่สนใจท่าทางจะจับมือกันของชัชพลหาที่นั่งแล้วนั่งลงอย่างไม่สนใจอะไร
มือของชัชพลค้างอยู่กับกลางอากาศอย่างเก้อเขินในใจรู้สึกตื่นตระหนกขึ้น
สวรสถือโอกาสจับมือของชัชพลมาแล้วดึงเขาไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับปรพล
เดิมทีนี่ก็คือบ้านเกตุทัตแต่ชัชพลกลับนั่งแล้วรู้สึกเหมือนถูกเข็มแทงแต่ปรพลกลับสบายๆไม่เหมือนกับมาเป็นแขกเลยสักนิด
ละล้าละลังไปมาชัชพลถึงเอ่ยปากขึ้นอย่างระมัดระวัง“ลูกสาวของฉันเพิ่มปัญหาให้ประธานปรพลแล้วยัง…”
เขายังไม่ทันพูดจบปรพลก็โบกมือตัดบท“ประธานชัชพลพูดเกินไปแล้วลูกสาวทั้งสองคนของคุณพิเศษมากคนหนึ่งใจกล้าสุดขีดอีกคน…”เขาพูดสายตาก็เลื่อนไปนรมนที่อยู่อีกด้านยิ้มเย็นเอ่ย“ฝีปากดีเยี่ยม”
ไม่ว่าจะพูดถึงจรินทร์หรือว่านรมนคำพูดของปรพลก็ไม่ใช่การชมโดยเฉพาะพูดถึงนรมนเผยให้เห็นว่าได้ยินที่เธอด่าจรินทร์ไปเมื่อกี้
นรมนก็ไม่ได้โง่ย่อมฟังออกอยู่แล้วเบะปากทำท่าจะร้องไห้กล่าวทันทีว่า“ปรพลคุณพูดอย่างนี้กับคนอื่นได้ยังไงกันคะ!”
ปรพลเห็นเธอแบบนี้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาหน่อยๆจริงๆทำได้เพียงย้ายสายตาไปมองจรินทร์แทน
ระหว่างพี่น้องสองคนดูแทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนรมนแต่งตัวสวยงามสีสันหลากหลายอยู่เสมอแต่งตัวเองออกมาให้เหมือนดอกไม้ดอกโบตั๋นที่มีสีสันสดใสเขาสงสัยว่าการแต่งหน้าหนาๆที่โรงแรมก่อนหน้านี้ของจรินทร์คงเรียนรู้มาจากนรมนพอมาอยู่บนหน้าเธอทำเอาเสียดายพื้นฐานใบหน้าที่ดีของเธอเลย
ชัชพลเห็นท่าทางเย็นชาของปรพลในใจก็“หนักอึ้ง”ขึ้นมาชั่วขณะพูดด้วยความลนลานว่า“ประธานปรพลเป็นเพราะลูกสาวผมไม่รู้เรื่องรู้ราวถึงได้ทำให้คุณขุ่นเคืองคุณจะจัดการกับเธอยังไงก็ได้แค่อย่าทำลายความสามัคคีระหว่างสองครอบครัวของเราเลย!”
“ประธานชัชพลพูดแบบนี้คงจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นนี้แล้ว?”ปรพลถามด้วยความสนใจอย่างมาก
ประโยคคำถามนี้ทำเอาชัชพลไปไม่เป็นถึงแม้ว่าเขาจะเห็นรายงานในหนังสือพิมพ์แต่แท้ที่จริงแล้วเกิดเรื่องอะไรกันแน่นี่เขายังไม่ทันได้ถาม?
ปรพลไม่รอให้เขาเอ่ยอะไรออกมากล่าวอีกว่า“ถ้าประธานชัชพลยังรู้สึกว่าไม่ชัดเจนก็หาเวลากลับไปดูรายงานข่าวเย็นนี้ให้ดีๆอีกทีผมเชื่อว่าคุณจะได้คำตอบจากในนั้น”
“ปรพลคุณจะไปแล้วเหรอ?เรายังไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเท่าไหร่เลย!”เห็นปรพลลุกขึ้นมานรมนกล่าวอย่างยั่วยวน
“มัวงงอะไรกันอยู่?ยังไม่รีบไปส่งประธานปรพลอีก”สวรสจ้องนรมนอย่างคาดหวัง
“ไม่ต้องหรอกผมคิดว่าพวกคุณยังต้องยุ่งกับการแก้ปัญหาเรื่องในครอบครัวอีก”ปรพลก็เป็นเหมือนแขกผู้บริสุทธิ์ที่ผ่านมาสะบัดแขนเสื้อทิ้งปัญหามากมายไว้ให้กับบ้านเกตุทัตแล้วก็จากไป
“จรินทร์!สรุปเรื่องนี้มันเป็นมายังไงกันแน่แกกล้าทำเรื่องหน้าไม่อายขนาดนี้ออกมาได้ยังไง?”รอกระทั่งทันทีที่ปรพลจากไปชัชพลก็โพล่งออกมาทันที
เสียงที่แผดออกมาอย่างกะทันหันทำเอาจรินทร์ตกใจจนร่างเล็กสั่นเทา
ทันใดนั้นเธอก็สรุปลงแล้วเอ่ยว่า“นั่นพ่อควรจะถามพี่สาวหน้าไม่อายของหนูแล้วล่ะค่ะเธอแย่งแฟนหนูหนูนอนกับคู่หมั้นเธอมันก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อกันดีนี่นา”
“เธออย่ามาพูดจาเหลวไหล!”สวรทชี้นิ้วไปที่จรินทร์“จรินทร์ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจฉันมาตลอดแต่เธอเป็นคนที่ทำผิดเธอกลับมาทำให้พี่สาวของเธอเสื่อมเสียแทนได้ยังไงกัน?”
จรินทร์ไม่โต้แย้งเพียงแค่มองดูชัชพลให้เขาตัดสินเอาเอง
“ที่เธอพูดมามันจริงไหม?”ชัชพลถามนรมน
นรมนหลบสายตา“หนูไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไรก็แค่ไม่อยากเห็นหนูได้ดีต้องการทำลายความสุขของหนู!”
“ปัง!”ชัชพลตบฝ่ามือลงบนโต๊ะกาแฟ“ฉันถามแกว่าที่เธอพูดมาจริงหรือไม่จริง?”
เห็นการแสดงออกของนรมนที่จริงในใจของเขามีคำตอบอยู่แล้วแต่เป็นเพราะนี่คือลูกสาวคนโตที่เขารักมากเขาก็แค่ไม่อยากจะเชื่อมันเท่านั้นเอง
ชัชพลต้องการจะถามหาความเป็นมาของเรื่องนี้ให้รู้เรื่องให้ได้สวรสทำอะไรไม่ได้แล้ว