ตอน 2
รักร้ายใจหวาน
บทที่ 2 คุณผิดหรือเปล่า
เตชิตที่อยากจะไปก็หยุดฝีเท้า ในที่สุดเขาก็มองไปยังนัชชา ใบหน้าที่ใหญ่เท่าฝ่ามือมีดวงตาใสโตคู่หนึ่งฝังอยู่ เธอผิวขาวมาก แม้กระทั่งรูขุมขนก็ไม่มี แตกต่างกับผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มในบาร์ เธอไม่ได้แต่งหน้าด้วย ดูบริสุทธิ์เหมือนดอกเดซี่ดอกเล็กๆ ที่ล่องลอยในสายลมและรอใครบางคนมาเก็บ
โดยเฉพาะตอนนี้เธอกำลังใกล้ชิดเขาอยู่ ร่างกายที่มีกลิ่นไวน์ผสมกับกลิ่นกายของผู้หญิง เตชิตที่ไม่มีความรู้สึกกับผู้หญิงมานานหลายปีแล้ว แต่ในเวลานี้กลับมีความปรารถนาเกิดขึ้น
เธอ ถูกปากเขามาก
เตชิตยกคางเธอขึ้นมา “ ครั้งแรกหรอ เมื่อก่อนไม่เคยทำเลยหรอ ”
นัชชาเรียนแบบเขา ตาที่โตๆหรี่ลง “ ไม่เชื่อหรอ ”
การยั่วยุแบบนี้ เหมือนเป็นการเติมเชื้อเพลิงลงบนกองไฟอย่างไม่ต้องสงสัย
เตชิตมองดูรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของเธอ แล้วสายตามองลงไปตามเสื้อคอวีของเธอ สมบูรณ์
บิดปลายนิ้ว ริมฝีปากบางเซ็กซี่กระตุ้นรอยยิ้มที่มีเสน่หืออกมา “เดี๋ยวแม้คุณจะร้องไห้ ผมก็ไม่ปล่อยคุณไป ”
นัชชาเงยหน้าขึ้นมา ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอมีความกล้าขึ้นมา พูดเสียงดังว่า “ เดี๋ยวก็รู้ใครกันแน่ที่จะร้องไห้ ”
เตชิตยื่นแขนที่ยาวออกไป กอดเธอเข้าในอ้อมกอด แล้วกดลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกล ขณะนี้ผู้จัดการพาผู้ชายแถวหนึ่งเดินมา เขามองเห็นเตชิต รีบตะโกนเรียกด้วยความเคารพ “ คุณเตชิต ผู้หญิงคนนี้ ... ”
เตชิตมองไปที่ผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาตำหนิ และพูดด้วยน้ำกวดขัน “ออกไป”
ผู้จัดการไม่กล้าพูดอะไรอีก ทำได้แค่ปฏิบัติตาม มายังไง กลับยังนั้น ลิฟต์ไปยังชั้น 7 ของคลับเฮาส์ตรงๆ ชั้นนี้ทั้งชั้นเป็นห้อง VIP ทั้งหมด เตชิตมีห้องพิเศษของตนเอง รูดบัตรเปิดประตูห้องแล้วก็ผลักผู้หญิงขี้เมาเข้าไปข้างใน แสงไฟทางเดินส่องเข้าไปในห้อง แล้วไม่นานก็ถูกบานประตูกลั้นไว้
เตชิตกดเธอไว้ตรงบานประตู ไฟยังไม่ได้เปิด เขาก็เอื้อมมือไปดึงเสื้อผ้าบนตัวเธอออก
นัชชารู้สึกร่างกายของตัวเองอ่อนปวกเปียกไม่มีแรง ทันใดนั้นเธอรู้สึกเย็นขึ้นมา ก้มลงไปมอง เสื้อผ้าบนตัวหายไปหมด เหลือเพียงแค่ชุดชั้นเท่านั้น
จูบของชายคนนี้นำพาความเย็นตกอยู่บริเวณคอของเธอ ทิ้งรอยแดงที่คลุมเครือไว้บริเวณคอของเธออันแล้วอันเล่า
ผิวของเธอเนียนและละเอียดกว่าที่เขาคิดไว้ ทำให้เตชิตรู้สึกประหลาดใจยิ่งขึ้น
แต่น่าเสียดายที่ผู้หญิงตรงหน้ายังอ่อนประสบการณ์เกินกว่าที่จะรู้วิธีตอบสนอง แต่เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรก เขาเลยไม่ได้สนใจว่าเธอจะอ่อนประสบการณ์หรือไม่ เขาโน้มนำเธออย่างมีความอดทน
ผ่านมาหลายปี มันไม่ง่ายเลยที่จะมีผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้เขามีความปรารถนาขึ้นอีกครั้ง เตชิตแทบจะรอไม่ไหวแล้ว เมื่อเขาจะทำขั้นตอนต่อไป กลับถูกมือเล็กๆจับมือเขาแน่
เตชิตตกใจเล็กน้อย ก้มตาไปมองใบหน้าเล็กๆที่อยู่หน้าอกของเขา
ในที่สุดเธอได้ความเป็นจริงกลับมาแล้วนิดหนึ่ง นึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก็ลดไปครึ่ง เลยผลักเขาออกไปด้วยจิตใต้สำนึกเธออยากแก้แค้นดวิษก็จริง แต่ไม่ใช่ใช้วิธีแบบนี้
“ อย่า ฉัน .. ฉันยังไม่พร้อม ”
เตชิตมองเห็นความหวากผวาในดวงตาของเธอ ชินกับความมืดแล้วเลยมองเห็นดวงตาที่ไร้เดียงสาของเธอ แต่ความต้องการในร่างกายของเขามันมากขึ้นจนเขาควบคุมมันไม่ได้แล้ว
เตชิตพูดด้วยเสียงแหบๆ “ไม่ทันแล้ว”
“ อ๊ะ ”
ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้นัชชาส่งเสียงร้องออกมา ร่างกายเหมือนถูกฉีกออก
ได้สัมผัสของแผนกลั้นบางๆนั้น ร่างกายและจิตใจของเขาล้วนรู้สึกพึงพอใจ ทำให้เขาบุกเบิกแผนที่ที่ไม่เคยโดนคนอื่นมาขุดรุนแรงยิ่งขึ้น
นัชชาร้องไห้ออกมา ความเจ็บปวด.ค่อยๆถูกความรู้สึกแปลกๆแทน “ อย่า .. ปล่อยฉันเถอะ ฉันขอร้อง”
แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือเตชิตหยุดลงไม่ได้ตั้งนานแล้ว
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สุดท้ายชายคนนั้นก็หยุดลงแล้ว เธอไร้เรี่ยวแรงแม้จะลืมตา เธอเหมือนหุ่นเชิดถูกเขาอุ้มขึ้นและวางไว้บนเตียงนุ่มๆ ขนาดใหญ่
บทที่เธอนึกว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ผู้ชายคนนั้นจับเธอพลิกตัวกลับมา นัชชาเบิกตาอย่างตกใจ แต่ก็กลั้นไม่ทัน
เธอสองมือยันตัวเอาไว้อยากจะหนี แต่กลับถูกเขาคว้าเอวที่บางเอาไว้“ ฉันจะจ่ายเงินเพิ่มให้นาย 2 เท่า นายปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง ”
เตชิตสัมผัสไปที่ผมของเธออย่างมีความอดทน“ อดทนอีกนิดนะ เดี๋ยวก็จะดีขึ้น”
…......
เช้าวันต่อมา นัชชาตื่นขึ้นมาด้วยความปวดเมื่อย
ร่ายกายของเธอเหมือนถูกบดขยี้ด้วยหัวรถจักร ทุกส่วนในร่ายกายมันปวดจนไม่มีคำจะบรรยายได้ เธอลองขยับตัว บางที่ในร่ายกายก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาทันที ภาพเรื่องราวเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัวเธอ สีหน้าของนัชชาก็ซีดลงทันที ไอ้คนเลวนั้น ไม่สนการต่อต้านของเธอ แถมยังเอากับเธอหลายต่อหลายครั้ง.......
ในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นที่บรรยาออกมาไม่ได้ เธอเอาผ้านวมห่อตัวแล้วเพิ่งอยากจะลุกขึ้นจากเตียง ทันใดนั้นประตูห้องน้ำก็มีคนเปิดออกมา ผู้ชายที่แค่พันผ้าขนหนูที่เอวเดินออกมา น่าจะสูงสัก 190 เซนติเมตร เอวคอด ซิกแพค ผิวสีข้าวสาลีดูสุขภาพดี .....
นัชชากรีดร้องออกมา แล้วรีบย้ายสายตา “นาย ทำไมนายไม่ใส่เสื้อผ้า ! ”
เตชิตฟังเสียงตะกุกตะกักของหญิงสาว แล้วก็มองดูเธอที่ห่อตนเองเหมือนเกี๊ยว เขากระตุกปากขึ้น “ ทำก็ทำมาละ มีอะไรให้อายอีก ”
นัชชาหน้าแดงจนจะระเบิด “กลางวันแสกๆ นายอย่าพูดอะไรแบบนี้ได้ไหม”
หลักจากนั้นเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เงินฉันจะจ่ายให่นาย ตอนนี้นายก็ไปได้ละ ”
เตชิตขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าไปยังเตียง ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ก็ไดนนัชชารู้ทันแล้วก็กลิ้งไปอีกฝั่งของเตียง เธอเอาผ้านวมห่อตัวแล้วลุกขึ้นเขม็งมาที่เขา “ อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันแต่งงานมีสามีแล้ว หยิบเงินนั่นแล้วไปซะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนห้ามเอาไปบอกใคร ”
ชายคนนั้นหรี่ตามองเธอ “ แต่งงานแล้วยังเป็นครั้งแรก ข่มผมหรอ ”
“ ความสัมพันธ์ไม่ดี แต่ว่าฉันแต่งงานแล้วจริงๆ ”
ประโยคนี้ทำให้เตชิตหยุดชะงัก
เขามองไปยังผู้หญิงด้วยสายตามืกครึ้ม เธอไม่ได้พูดโกหก เมื่อคืนเขาก็รู้แล้ว ฉนั้นตอนนี้เธอก็ไม่ได้โกหกเหมือนกัน
แต่งงานแล้ว .
แม้เตชิตจะเป็นคนโลภเรื่องนั้นก็จริง แต่เขาม่ยอมไปเป็นมือที่สามไม่ใช่เพื่อทำลายของครอบครัวของคนอื่นเด็ดขาด พูดให้แม่นกว่าก็คือ ถ้าเมื่อคืนเขารู้ว่าเธอแต่งงานแล้ว เขาจะไม่แตะต้องตัวเธอแน่
ทันใดนั้น เตชิตรู้สึกขยะแขยง เขารีบใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วและโยนผ้าเช็ดตัวลงบนพื้น ก่อนจะออกไปเขาหันมามองเธอด้วยสายตาเยาะเย้ย “ รสชาติเธอไม่เลว แต่เสียตายไร้ลีลาไปหน่อย”
พูดเสร็จ เขาก็เดินออกจากห้องไปไม่หันมามองเลย
เธอตกตะลึง แล้วกัดฟันด้วยความโกรธ ดวงตาของเธอก็ค่อยๆ แดงขึ้นมา ทำไมเธอถึงได้โชคร้ายแบบนี้ แค่ออกมาหา“คุณชาย”สักคนยังโดนอัปยศอีก ไร้ลีลามันเป็นความผิดของเธอหรอ ถ้าไม่ใช่ดวิษไม่ยอมเอากับเธอ เธอจะไร้ประสบการณ์ได้ยังไง
นัชชาเข้าไปอาบน้ำด้วยความอึดอัด หลังจากแต่งตัวเรียบร้อย เธอก็ไปตรงเคาท์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน แต่กลับถูกพนักงานจ้องมองด้วยสายตาแปลกประหลาด
“ คุณนัชชา เมื่อคืนคุณไม่ได้สั่งบริการพิเศษค่ะ ”
ไม่ได้สั่ง ?
แล้วที่เธอปวดไปทั้งตัวนี่คืออะไร ?
“ ฉันสั่งนะ คุณลองเช็คให้ดีอีกที ห้อง 709 ”
เมื่อเคาท์เตอร์ได้ยินคำว่าห้อง 709 สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป “ห้อง 709 ของเราเป็นห้องสำหรับ VIP ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้า คุณทำผิดคนไปรึเปล่าคะ ”
ตอน 3
บทที่ 3 ข้อตกลงในการหย่า
หลังจากออกมาจากคลับเฮาส์แล้ว ในใจของนัชชาก็มีคำอยู่ 3 คำคือ “ ทำผิดคน ”
เธอไม่ได้ใช้บริการ คนที่เธอนอนไปไม่ใช่“คุณชาย”ในคลับเฮ้าส์กลับเป็นลูกค้าของคลับเฮ้าส์
แต่ก็ไม่สำคัญแล้ว ยังไงก็นอนไปแล้ว นอนกับใครม่ใช่นอน
แต่ทำไมในใจของเธอมันถึงรู้สึกแปลกแบบนี้ เธออดคิดไม่ได้ว่า บทที่ดวิษเพิ่งออกนอกเธอ เขาก็มีความรู้สึกแบบนี้ไหม
ขณะที่เธอกำลังคิด โทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น พูดถึงปีศาจ ปีศาจก็มา ไม่ใช่ดวิษจะเป็นใคร
นัชชาค่อยๆหลับตาลงเบาๆ แล้วรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว “ คุณยังมีหน้าโทรมาหาฉันอีกหรอ ? ”
“ นัชชาเธอเก่งมากนะ กล้าไปค้างข้างนอก เมื่อคืนเธอไปค้างที่ไหน ” เสียงของดวิษที่เต็มไปด้วยความดุดาลดังก้องอยู่ในหู
นัชชายิ้มแบบขมขื่น “ ทำไม คุณเอากับปณิตาพอแล้วหรอ ถึงได้คิดถึงฉันขึ้นมา ”
“คุณอย่าพูดแบบนี้กับผมนะ คุณจะอยู่ไหนก็เรื่องของคุณ แต่ที่โทรมาเพราะจะบอกว่า วันนี้แม่มาจะมาที่บ้าน คุณรีบกลับบ้าน ก่อนเที่ยงละกัน” ดวิษไม่มีความละอายใจใดๆ เลย ทำเหมือนเธอเป็นแค่เครื่องมือ
น่าเสียดาย นัชชาในตอนนี้จะไม่ยอมอดทนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
เธอเกิดนับถือความโหดร้ายที่มีในตอนนี้ขึ้นมา“งั้นคุณควรไปหาปณิตา ไม่ใช่ฉัน”
“นี่เธอ ...”
ไม่รอให้เขาพูดเสร็จ นัชชากดวางสายไปเสียแล้ว มันเคยเป็นเสียงที่เธอน่าหลงใหล เพื่อได้ฟังเสียงของเขาเธอยอมดูโทรศัพท์ทั้งวัน แต่ตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง
เธอเป็นคนที่ไม่สามารถทนทรายในตาได้ สำหรับตนเอง เธอรักษาตัวและศักดิ์ศรี สำหรับการแต่งงาน เธอต้องการความจงรักภักดี อย่าพูดถึงดวิษที่นอกลู่นอกทางไปกับเพื่อนสนิทของเธอ
นัชชาไปที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดของเมือง และซื้อเสื้อผ้าที่ดีที่สุดในช่วงนี้ เธอเปลี่ยนเสื้อแล้วมองดูหญิงสวยในกระจก เรื่องมาถึงตอนนี้ เธอไม่สามารถทำให้ตัวเองเข้มแข็งได้ แต่ก็จะไม่ยอมให้คนอื่นมาหัวเราะเยาะเธอเหมือนกัน
หลังจากออกจากห้างสรรพสินค้าแล้ว นัชชายังคงเรียกรถกลับไปนิเวศน์วิลล่า แต่ไม่ใช่เพื่อที่จะไปหาแม่สามี กลับเป็นไปแบทุกสิ่งทุกอย่างออกมาหมด
จ่ายค่าแท็กซี่เสร็จ เธอเดินเข้าไปในวิลล่า ทันทีที่เธอก้าวขาเข้ามาในประตู ดวงตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีไอน้ำขึ้นมา ที่ตนี่มีความทรงจำมากมายระหว่างเธอกับเขา แต่ตอนนี้มันก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระเท่านั้น
รองเท้าส้นสูงสีแดงนั้นไม่อยู่แล้ว ปณิตากลับไปแล้ว
ดวิษมองนัชชาที่เดินเข้ามาข้างในห้องด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ เขาที่นั่งอยู่บนโซฟาก็รีบลุกยืนขึ้น ใบหน้าที่อ่อนโยนแต่แฝงด้วยความโหดร้าย “ เธอไปไหนมา ”
หายไปทั้งคืน แต่กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าใหม่ มันน่าแปลกมาก
นัชชาปล่อยให้เขาเข้าใจผิด เธอตอบโต้กลับทันที “ดวิษ ฉันกลับมาไม่ได้หมายความว่าจะถือเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่ฉันมาเพื่อคุยให้มันจบๆไป ”
ในความจำของดวิษ นัชชามักจะอ่อนแอต่อหน้าเขาเสมอ แต่ตอนนี้เธอแข็งกร้าวขึ้นมาทำให้เขาตกใจไปเล็กน้อย
“ หมายความว่ายังไง ”
“ก็หมายความตรงตัวอักษรนี่แหล่ะ ” นัชชานั่งอยู่โซฟาที่ตรงข้ามกับเขา อดความขมขื่นในใจไว้ “ เราหย่ากันเถอะ ในเมื่อ นายกับปณิตาอยู่ด้วยกันแล้ว ฉันจะให้เธอทั้งสองสมหวังเลย ”
นี่เป็นผลลัพธ์ที่เขาไม่ได้คาดคิด ผ่านไปหนึ่งคืน ดวิษคิดว่าตอนเธอกลับมาน่าจะเปลี่ยนใจ แถมยังทบทวนข้อที่ไม่ดีของตนเองด้วย คาดไม่ถึงเลยจะเป็นผลลัพธ์แบบนี้
แต่ไม่นาน เขาก็หัวเราะเยาะออกมา “หย่ากับผมไปแล้วเธอจะไปอยู่ที่ไหน นัชชา นอกจากผมแล้ว เธอก็ไม่เหลืออะไรแล้ว หย่าหรอ งั้นเธอจะใช้ชีวิตยังไง เสื้อผ้าที่อยู่บนตัวเธอตอนนี้ก็ใช้บัตรของผมจ่ายไม่ใช่หรอ ”
มือของนัชชาที่วางบนขาตัวเองก็กำแน่น “ ดวิษ ในใจนายฉันเป็นอะไรกันแน่ ตอนแรกฉันทิ้งความฝันและอนาคตของตัวเองเพื่อนาย อย่าพูดถึงฉันจะเสียใจแค่ไหน ที่นายหน้าด้านแค่ไหนถึงมีหน้าเอาเรื่องนี้มาเยาะเย้ยฉัน ”
ดวิษพูดไม่ออกแล้ว นัชชาเย็นชา “ฉันยังให้หน้าให้นาย นายรับไวก็แล้วไป พูดดีๆคือฉันอยากให้พวกเธอสมหวัง พูดเลวกว่านั้นก็คือฉันำม่อยากแชร์ผู้ชายคนเดียวกับคนอื่น ดังนั้น ฉันเลยยกให้นังนั้น พอรึยัง ”
คำพูดของเธอเหมือนคำลงโทษ ดวิษก้าวเท้าไปเพื่อที่จะจับเธอ แต่ขณะนั้นประตูบ้านก็ถูกเปิดอีกครั้ง
ผู้หญิงที่เดินเข้ามาดูมีอายุแล้ว แต่งตัวด้วยชุดซาตินหรูหรา ตรงคอและข้อมือใส่เครื่องประดับที่ทำจากหยก ถึงจะอายุ 50 แล้วแต่ได้รับการดูแลอย่างดี เขาไม่ใช่ใคร เขาคือแม่ของดวิษ แม่สามีของนัชชา --จรรยา
ดวิษหยุดทุกการกระทำ ปรับสีหน้าให้อ่อนลง “ แม่ ทำไมถึงมาตอนนี้ ? ”
นัชชาลุกขึ้นยืนด้วยมายรยาทที่ดี และส่งเสียงเรียก “ แม่ ”
จรรยาทำตัวเหมือนอยู่บ้านของตัวเอง เปลี่ยนรองเท้าและวางถุงยาที่อยู่ในมือไว้บนโต๊ะ “ ยาตัวใหม่ของหมอนิลยาในวันนี้ ”
นัชชาหันไปมองของที่อยู่บนโต๊ะ ริมฝีปากสีชมพูก็เปิดออก “ แม่ ต่อไปไม่ต้องเอามาแล้วนะคะ ”
เมื่อก่อนจรรยาอยากรีบกอดหลาน รีบจนพวกเขาเพิ่งแต่งงานก็อยากมีหลานทันที ผ่านมาเป็นปีแล้วยังไม่มีข่าวอะไรเลย เขาได้ยินก็ร้อนใจ “นัชชา ที่เธอพูดหมายความว่ายังไง ? ฉันมาตั้งไกลเพื่อจะเอายาให้เธอ เธอไม่ขอบคุณฉันสักคำ ถ้าไม่ใช่ท้องของเธอมันมีปัญหา ฉันจะต้องมาลำบากทำไม ความเมตตาของผู้ใหญ่ เธอไม่เห็นใจเลยสักนิด ”
“ มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ” นัชชาทนฟังไม่ได้อีก เธอพูดแทรกขึ้น “ ตั้งแต่แต่งงานกันมาดวิษไม่เคยแตะต้องฉันเลย ”
ตอนนี้เธอไม่อายที่จะพูดออกไปแล้ว เธอปกปิดมานาน เธอโง่มามากพอแล้ว
“นี่ ... นี่มันหมายความว่ายังไง ” จรรยาหันไปมองลูกชายตัวเอง “ดวิษ ที่เธอพูดนั่นจริงหรอ ? ”
ดวิษคาดไม่ถึงว่านัชชาจะพูดออกมา ยังไงเธอก็เป็นแม่ของเขา เขาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “ ใช่ ! ”
“ แก .. ” จรรยาตกใจในคำตอบ
“ผมไม่ได้มีความรู้สึก ความสนใจในตัวเธอ แม่พูดมาสิว่าผมควรทำยังไง ?” ดวิษพูดด้วยท่าทีรังเกียจ “ถ้าเธอทำดีทุกอย่าง ผมจะไม่ชอบเธอได้ยังไง”
จรรยาเข้าข้างลูกชายตนเองไดยไม่ต้องการเหตุผล “ ใช่ นัชชา เธอต้องย้อนมองดูตัวเองนะ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก ”
“เขาไม่ได้สนใจฉัน แต่ว่าเขาสนใจเพื่อนสนิทฉันสินะ” นัชชามองไปยังชั้นสอง “เมื่อคืน ยังนอนกับคนอื่นบนเตียงของฉันอยู่เลย ”
นัชชานึกว่าหลังจากที่เธอพูดจบ แม้ว่าจรรยาจะไม่รู้สึกผิด แต่ก็จะไม่ได้ถือตัวต่อแล้ว เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจรรยาจะไม่แสดงอาการตกใจ แต่เธอกลับหลบสายตา
หลบสายตา ?
นัชชามองเธออย่างใกล้ชิด แล้วความคิดที่น่ากลัวก็เกิดขึ้นในหัว “คุณรู้อยู่แล้วใช้ไหม ว่าพวกเขาอยู่ด้วยกัน ? ”
เมื่อพูดจบ เกิดความเงียบในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้คำตอบ แต่นัชชาก็เข้าใจแล้ว
เธอถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่น่าเชื่อ “พวกคุณ ... ฉันคิดไม่ถึงว่าพวกคุณ.....”
จรรยาพูดอย่างอึดอัดว่า “ นัชชา เธอสองคนเป็นสามีภรรยากัน แต่เธอบอกว่าดวิษไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย ผู้ชายส่วนใหญ่ มีความต้องการทั้งนั้นแหละ เพราะยิ่งนานไปสุขภาพก็จะไม่ดี พวกเราไม่มีทางเลือก.. ”
“ ห้ะ ? ” นัชชาหัวเราะ มีข้อแก้ตัวแบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรอ ?
ผ่านไปสักครึ่งนาที นัยตาของเธอพร่ามัวไปด้วยน้ำตา นาทีนั้นเธอไม่รู้จะพูดอะไร มันเศร้าเกินกว่าที่จะอยากตาย เธอพูดเสียงเบาๆ ว่า “หย่ากันเถอะ ฉันจะให้คุณร่างสัญญาการหย่าเอง ส่วนคุณมีหน้าที่แค่เซ็นตกลง ”
“ หย่า ? ” จรรยาขมวดคิ้ว “นัชชา เธออย่าพึ่งใจร้อน คำพูดเมื่อกี้เธอพูดออกมาได้ยังไง ? เธอรู้ไหมว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะ เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่หย่า ฉันจะพูดอีกทีนะ ถ้าเธอคิดว่าจะหย่า สมบัติสักชิ้นเดียวของตระกูลฤทธิเดชเธอก็อย่าคิดจะได้เลย ”
สุดท้ายทั้งหมด ก็มีแค่เรื่องเงิน
นัชชาไม่ได้ต้องการเงินตั้งแต่แรก แต่ท่าทางหยิ่งยโสของจรรยา ทำให้เธอเปลี่ยนทัศนคติ เธอหยิบกระเป๋าของเธอขึ้นมา และไปยืนที่ประตู มองมาที่คนสองคน “ พวกคุณจะเสียใจแน่ พวกคุณจะต้องจ่ายให้กับการกระทำที่หน้าด้านและต่ำทรามในวันนี้ ”
ตอน 4
บทที่4 เขาคือประธานเตชิต
ออกจากนิเวศน์วิล่า ไม่ต้องพูดถึงสัมภาระ นอกจากเสื้อผ้าเธอก็ไม่เอาออกมาด้วย มาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว ทำให้เธอนึกถึงภาพเมื่อหนึ่งปีก่อน
บทที่อยู่บนถนน เธอได้รับโทรศัพท์จากแม่ เธอไม่ได้บอกแม่ของเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอต้องคอยเก็บอาการเอาไว้จนคุยโทรศัพท์เสร็จ เธอนั่