ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

หัวใจของปฐพี

บทที่ 1 ตระกูลจางถูกฆ่าล้างครอบครัว

ในฤดูอันหนาวเหน็บของเดือนสิบสอง หยดน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง สมัยราชวงศ์หนานชู่ เทียนเจ่ออายุ 40 ปี

ลมพัดแรงหวืดหวืด ในคุกใต้ดินอันมืดมิดที่อยู่ลึกสุด เสียงฟาดด้วยแส้ดังลอยมา ตามด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของหญิงสาวที่ทำให้รู้สึกขนลุก

มองดูเครื่องมือทรมานหลากหลายชนิดกองอยู่ภายในห้องขังต่างๆเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด บางอันถึงกับมีเนื้อของมนุษย์ติดอยู่ กองทับถมกันลงมาเป็นชั้นๆเวลาหลายปี ปกคลุมจนไม่หลงเหลือสีเดิมอย่างน่าสยดสยอง

หญิงสาวที่ถูกผูกติดกับเสาผมห้อยลงมาอย่างกระเซอะกระเซิง บนเรือนร่างถูกทุบตีจนเต็มไปด้วยเลือด และยังมีลอยตราประทับด้วยโลหะที่ดูแล้วน่าตกใจ แต่ทั้งหมดยังไม่จบลงเพียงเท่านี้

“ อ๊ะๆๆ! ” น้ำเกลือถังหนึ่งถูกสาดมา หญิงสาวส่งเสียงกรี๊ดร้อง เจ็บปวดจนทำให้นางสั่นไปทั้งตัว แต่ก็ไม่สามารถหยุดความเคียดแค้นและความไม่ยอมแพ้ในสายตาของนางได้

ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมลายมังกรสีเหลืองสดยืนพูดอย่างเย็นชาอยู่ตรงหน้านาง “ จางยวี่โหร่ว ถ้ารู้ว่าควรทำอย่างไรก็รีบยอมรับมาซะ เจ้าจะได้โดน ทรมานน้อยลง ”

ความงดงามในอดีตของจางยวี่โหร่วหายไปจนหมดสิ้น แต่ถึงแม้จะจนตรอกเช่นนี้ก็ยังไม่สามารถปิดบังความเย่อหยิ่งในตัวของนางได้ “ ข้าไม่ได้มีความผิดใด และจะไม่มีวันยอมรับความไม่ยุติธรรมนี้เด็ดขาด ”

หญิงสาวบอบบางที่อยู่ด้านข้างเช็ดน้ำตาทันที “ ฝ่าบาทต้องทวงความยุติธรรมคืนให้ข้านะเพคะ ลูกชายที่น่าสงสารของเราอายุเพียง 3 เดือนก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่ทันได้เกิด และข้าจะมีหน้าไปเจอฝ่าบาท เจอราชนิกุลและบรรพบุรุษของราชวงศ์ได้อย่างไรกัน ”

จ้าวซินซินเคยเป็นน้องสาวที่ดีของนาง นางเชื่อใจนางทุกอย่าง นางได้เป็นกุ้ยเฟยได้ก็เพราะนางจางยวี่โหร่วช่วยสนับสนุน

เมื่อคิดถึงในอดีตต่างๆนาๆ จางยวี่โหร่วตัวสั่นเทา เหตุใดใจคนจึงน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้?

เป่ยจื่อห้าวรีบปลอบโยนทันที “ โหร่วเอ๋อร์อย่ากังวลไปเลย ข้าจะทวงความยุติธรรมคืนเพื่อเจ้าแน่ พวกเจ้านำตัวผู้หญิงชั่วคนนี้ไปหั่นเป็นชิ้นๆซะ จัดการ!”

จ้าวซินซินท่าทางโศกเศร้าเสียใจแอบอิงอยู่ในอ้อมแขนของเป่ยจื่อห้าว แต่บทที่นางแอบมองมาทางจางยวี่โหร่ว ในสายตากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เกลียดชัง และความสะใจอยู่เล็กๆ

เมื่อฮ่องเต้ออกคำสั่ง จางยวี่โหร่วก็ถูกคนนำตัวลงมาจากเสา จากนั้นกดมือของนางลงบนแผ่นไม้ แต่ตรงหน้าของนางมีมีดเล่มใหญ่วางอยู่ตามแนวขวาง

“ ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นสุดท้าย สิบนิ้วเชื่อมโยงไปถึงหัวใจ เจ้าคงไม่อยากจะลิ้มลองรสชาติของการถูกตัดนิ้วขาดทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่หรอกนะ ”

มองเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าของจางยวี่โหร่วก็ยิ่งขาวซีดมากขึ้น แต่ยังคงส่ายหัวอย่างแน่วแน่ “ ไม่ สิ่งที่ข้าไม่ได้ทำ แม้ตายข้าก็ไม่ยอมรับ ”

“ พูดดีด้วยไม่ยอมทำตามต้องให้ใช้กำลังบังคับเสียจริง ลงมือได้ ”

“ อ๊ากกก! ” เสียงกรีดร้องในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด บนกระดานมีนิ้วมือสิบนิ้วที่ถูกตัดขาดนองเลือดวางอยู่ จางยวี่โหร่วนอนอยู่บนพื้นร่ายกายเจ็บปวดจนไม่สามารถหยุดตัวสั่นได้ ในตอนนี้นางเหมือนคนที่ตายทั้งเป็น

ผู้ชายที่นางเคยรักอย่างสุดหัวใจคนนั้น ตอนนี้กลับตัดสินประหารชีวิตนางอย่างเลือดเย็น “ เจ้าถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮาเป็นเวลาห้าปี ความผิดที่หนึ่ง : วางแผนลอบทำร้ายทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์ในท้องของจ้าวกุ้ยเฟย ความผิดที่สอง : วางยาพิษลอบทำร้ายไทเฮ่าอย่างใจกล้า ความผิดที่สาม : จางยวี่โหร่ว เจ้าเหี้ยมโหดอำมหิตเช่นนี้ ละเมิดอำนาจแห่งสวรรค์ ควรโทษประหารเก้าชั่วโคตร ”

ไม่ นางไม่ได้ทำ!

จนถึงตอนนี้ นางจะเข้าใจได้อย่างไร เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนเป็นฝีมือของเขากับจ้าวซินซินวางแผนใส่ร้าย แต่นางไม่ยอมตายจากไปแบบนี้ ท่านปู่ของนางเป็นขุนนางรับใช้ฮ่องเต้มาสามราชวงศ์ ชื่อเสียงสูงส่งท่ามกลางขุนนางนับร้อย สมาชิกพรรคมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เป่ยจื่อห้าวสามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้ล้วนพึ่งพาการสนับสนุนจากตระกูลจางทั้งสิ้น! แต่เขากลับกล้าทำกับนางแบบนี้!

หรืออาจเป็นเพราะมองความคิดในใจของนางออก เป่ยจื่อห้าวยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “ จนถึงตอนนี้เจ้าคงไม่ได้หวังว่าจางไท่ซือจะมาช่วยเจ้าหรอกนะ? ข้าเป็นถึงโอรสแห่งสวรรค์ จักรพรรดิผู้มีเกียรติสูงศักดิ์ จะเกรงกลัวตระกูลจางเล็กๆของเจ้าทำไมกัน? ข้าได้รับหนังสือแจ้งมาว่าจางไท่ซือทุจริตและติดสินบน มีหลักฐานแน่นหนา ข้าได้สั่งให้ยึดทรัพย์สินทั้งตระกูลแล้ว”

อะไรนะ จางยวี่โหร่วเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ “ ไม่... เป็นไปไม่ได้... ”

ตระกูลจางต้นไม้ใหญ่ที่มีรากลึกจะล้มลงอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน ท่านปู่ของนางซื่อสัตย์สุจริตมาทั้งชีวิต จะทำเรื่องทุจริตและติดสินบนได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ ทุกอย่างล้วนเป็นแผนการชั่วร้าย

เดิมทีแล้วแผนการของเขานั้นไม่ใช่นาง แต่เป็นตระกูลจาง เขามีความคิดจะขุดรากถอนโคนตระกูลจางมาตั้งนานแล้ว

จางยวี่โหร่วมองพวกเขาอย่างกล้ำกลืนความเจ็บแค้น “ ต้องการเพิ่มความผิด เหตุใดจึงไม่พูดอะไร เป่ยจื่อห้าว เจ้าอกตัญญูคุณคนเช่นนี้ เจ้าจะต้องได้รับผลกรรมตามสนองอย่างแน่นอน แน่นอน! ”

เป่ยจื่อห้าวไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรแต่กลับหัวเราะ “ จางไท่ซือเป็นขุนนางรับใช้ฮ่องเต้มาสามราชวงศ์ ได้รับความสำคัญจากเสด็จปู่และเสด็จพ่ออย่างมาก หากไม่ใช่เพราะถูกบีบบังคับอย่างไร้ทางเลือกข้าก็ไม่ได้อยากฆ่าเขา แต่ทว่าตอนนี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้ช่วยพวกเขาสักครั้ง ”

จางยวี่โหร่วร่างกายสั่นเทา จากนั้นก็เข้าใจในทันทีว่าโอกาสที่เขาพูดนั้นคืออะไร

“ บนแท่นประหารในวันพรุ่งนี้ หากเจ้ายอมรับความผิดไว้เพียงคนเดียว ข้าจะปล่อยตัวพวกเขาไปอย่างปลอดภัยแน่นอน ”

“ ท่านพูดจริงรึ? ” จางยวี่โหร่วมองตาเขาแล้วเอ่ยปากถาม

“ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ! ”

ตอนนี้นางยังมีตัวเลือกอื่นอีกงั้นเหรอ? ในเมื่อนางเป็นลูกสาวของตระกูลจาง ก็ต้องปกป้องตระกูลจางอย่างสุดกำลัง หากว่าชีวิตของนางจางยวี่โหร่วเพียงคนเดียวสามารถแลกกับชีวิตของคนในตระกูลจางอีก72คนได้ นางก็ต้องทำหน้าที่นั้นโดยไม่หวั่นเกรงอยู่แล้ว

……

สายลมพัดกระโชกแรง หิมะตกหนักปลิวว่อน

ตอนเที่ยงวัน บนแท่นประหาร เสา 72 ต้นรายล้อมเป็นวงกลม ใบหน้าคุ้นเคยเหล่านั้นที่ถูกมัดอยู่ด้านบน ล้วนเป็นญาติสนิทของจางยวี่โหร่วทั้งสิ้น

ผู้คนด้านล่างกระสับกระส่าย ประชาชนต่างพากันพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ไปจนถึงตั้งข้อสงสัย และไม่กล้าเชื่อว่าครอบครัวที่จิตใจดีและซื่อสัตย์สุจริตอย่างจางไท่ซือจะกล้าทำเรื่องเช่นนี้

จางยวี่โหร่วคุกเข่าลงบนพื้น ยอมรับความผิดทั้งหมดที่ไม่ได้เป็นของนางในทันที

จางไท่ซือพูดอย่างเจ็บปวดใจว่า “ ยวี่โหร่ว ทำไมเจ้าถึงโง่เขล่าเพียงนี้ เจ้าคิดว่าเจ้ายอมรับผิดแล้วเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้จะปล่อยพวกเราไปงั้นรึ? ”

นางมองดูเป่ยจื่อห้าวที่นั่งอยู่ด้านบนสูงสุดอย่างสุดชีวิต หวังว่าเขาจะสามารถรักษาคำสัญญาและปล่อยคนในครอบครัวของนางไป

ในตอนนั้น เป่ยจื่อห้าวฉีกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น มือของเขาค่อยๆยกขึ้น ผู้คุมนักโทษประกาศพระราชโองการ เพชฌฆาตยกมีดขึ้น หัวของคน 72 คนกลิ้งหล่นลงมาจากบนเสาในแบบเดียวกัน แม้กระทั่งเด็กทารกที่เพิ่งเกิดมาเพียงหนึ่งเดือนก็ไม่ละเว้น

ชีวิตเป็นๆทั้ง 72 ชีวิตสูญสิ้นไปในชั่วพริบตา ตระกูลจางถูกฆ่าล้างครอบครัว

จางยวี่โหร่วตาแดงกล่ำ ดวงตาทั้งสองข้างแตกร้าว และตะโกนด้วยเสียงอันแหบแห้ง “ เป่ยจื่อห้าว เจ้ามันกษัตริย์จอมปลอมไม่รักษาคำพูด ข้าจะฆ่าเจ้า! ”

นางต้องการพุ่งเข้าไปหา แต่กลับถูกองครักษ์หยุดไว้ เท้าข้างหนึ่งเตะเข้ามาที่ท้องจนกลิ้นหล่นลงมาจากด้านบน

จางยวี่โหร่วแหงนหน้ามองบนท้องฟ้า ร้องไห้โศกเศร้าจนน้ำตาเป็นสายเลือด นางจ้องมองเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ เช่นนั้นในตอนนี้เป่ยจื่อห้าวคงจะต้องเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเป็นแน่

“ อะไรคือความจงรักภักดี จิตใจซื่อสัตย์เด็ดเดี่ยว สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม ตระกูลจางภักดีต่อแผ่นดินมาสามชั่วอายุคน แต่กลับต้องเจอจุดจบเช่นนี้ เป่ยจื่อห้าว เจ้ามันเป็นคนหน้าซื่อใจคดไร้ความเมตตา ข้าจางยวี่โหร่วจะขอสาบานตรงนี้ว่า หลังจากที่ข้าตายจะขอเปลี่ยนวิญญาณให้กลายเป็นผี คอยตามหลอกหลอนเจ้าทั้งวันทั้งคืน มองดูแผ่นดินของเจ้าถูกทำลาย ประเทศชาติถูกยึดครอง และครอบครัวของเจ้าแตกสลาย ”

หลังจากสิ้นคำนี้ นางก็เอาหัวชนเข้ากับเสาหลักต้นใหญ่ตรงกลางแท่นประหาร กระแทกเลือดไหลนองและไม่มีเสียงใดใดอีกต่อไป

จางยวี่โหร่วเสียชีวิตแล้ว แต่ดวงตาของนางยังคงเบิกตากว้างอยู่ เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไม่ยอมรับ

หากชาติหน้ามีจริง นางจางยวี่โหร่วจะไม่มีวันรักผู้ชายไร้หัวใจคนนี้อีก นางจะควักหัวใจและกระดูก ถลกหนังและเส้นเอ็นของเขาออกมาอย่างแน่นอน แม้เป็นผีก็จะไม่ยอมปล่อยเขาไป

ตอน 2

บทที่ 2 การกลับชาติมาเกิด

จางยวี่โหร่วค่อยๆก้มหัวลง ดวงตาทั้งสองคนเบิกขึ้นทันที ลึกเข้าไปในดวงตาสีแดงสด ดวงตาของนางแสบร้อน

ที่นี่เป็นทางเข้าสู่นรกงั้นเหรอ? ตอนเด็กได้ยินคุณย่าพูดว่า หลังจากที่คนตายไปแล้ววิญญาณก็จะไปสู่นรก ที่นั่นเต็มไปด้วยดอกลิลลี่แมงมุมสีแดงกว้างใหญ่ไพศาลเพื่อชี้นำทางดวงวิญญาณที่ผ่านมา

เมื่อถึงเวลาที่ข้ามผ่านสะพานไน่เหอ ดื่มซุปเมิ่งโผ กระโดดลงไปแม่น้ำว่างชัวก็จะสามารถลืมอดีตที่ผ่านมาได้ และหมุนเวียนกลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง

ไม่ ข้าจะลืมไม่ได้ ในใจของนางมีความเคียดแค้นอันมหาศาลขนาดนั้น และยังมีชีวิตของคนในตระกูลจางอีก 72 ชีวิต แม้ตายนางจะไม่มีวันลืม!

บทที่นางมองดูคนที่นางรักถูกตัดศีรษะและนางไม่สามารถทำอะไรได้เลย ความเจ็บปวดเช่นนั้นไม่สามารถแสดงออกมาด้วยคำพูดได้เลย

นางโกรธแค้นมาก ก่อนที่จะตายไม่สามารถฆ่าสัตว์ร้ายอย่างเป่ยจื่อห้าวเพื่อแก้แค้นให้กับตระกูลจางของนางด้วยมือตัวเองได้!

ทันใดนั้นก็มีเสียง “ แกร๊ก ” ดังขึ้นมาและประตูถูกเปิดออกในทันที จากนั้นสาวใช้ตัวเล็กสวมชุดสีชมพูมวยผมสองข้างคนหนึ่งเดินเข้ามา

จางยวี่โหร่วมองดูนาง ขอบตาแดงกล่ำอย่างอดไม่ได้ นั่นคือเสี่ยวเฟิงสาวใช้ข้างกายของนาง

เสี่ยวเฟิงเติบโตมากับนางตั้งแต่เล็ก ถึงแม้จะเป็นเจ้านายกับคนรักใช้ แต่ก็ผูกพันกันดั่งพี่น้องและภักดีต่อนางอย่างยิ่ง

นางแต่งงานกับคนสัตว์ร้ายเป่ยจื่อห้าว เสี่ยวเฟิงก็ยังอยู่ข้างๆนางไม่ห่างไปไหนเหมือนสินสอดทองหมั้น ต่อมานางถูกใส่ร้ายจนเข้าคุก เสี่ยวเฟิงก็ถูกจ้าวซินซินจับได้ตัวขณะที่กลับไปแจ้งข่าวให้ตระกูลจางทราบเพื่อช่วยนาง และถูกทุบตีจนตายต่อหน้าต่อตาของนาง ถึงแม้จะตายนางก็ยังกัดฟัดไว้ไม่เอ่ยปากพูดและไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเลยสักนิด และก่อนหน้าที่นางจะตายก็ยังกำชับกับนางอีกว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้

นางคงจะตายแล้วอย่างแท้จริง ถึงสามารถได้เห็นหน้าเสี่ยวเฟิงอีกครั้ง

เพียงแค่ท่าทางของเสี่ยวเฟิงในตอนนี้ เหตุใดจึงดูเหมือนย้อนกลับไปบทที่อายุสิบสามสิบสี่ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างแปลกประหลาดเกินไป หรือว่า ทั้งหมดนี้เป็นความฝันของนางกัน?

นางเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อ ในตอนนั้นเอง นางถึงจะสังเกตเห็นเค้าโครงภายในห้อง ล้วนมีม่านสีแดงแขวนอยู่ทุกหนทุกแห่ง บนเตียงมีคำอวยพรที่ตัดด้วยกระดาษสีแดงติดอยู่และผ้าห่มบนเตียงก็เป็นสีแดงเช่นกัน เห็นได้ชัดว่านี่เป็นห้องแต่งตัวของเจ้าสาวห้องหนึ่ง เมื่อมองดูก็รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก

สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจที่สุดก็คือ พบว่าบนตัวของตัวเองสวมชุดแต่งงานสีแดงสดอยู่!

“ โธ่ คุณหนู ท่านหยิบผ้าคลุมหน้าลงมาทำไมรึเจ้าคะ นี่คือข้อห้ามเลยนะ ขบวนเกี้ยวรับตัวเจ้าสาวของตำหนักสามใกล้จะถึงแล้ว เมื่อมาถึงก็ต้องขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว ท่านจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะเจ้าคะ! ” เสี่ยวเฟิงเห็นนางหยิบผ้าคลุมหน้าสีแดงวางไว้บนหัวและรีบวิ่งมาอย่างเร่งรีบ

จางยวี่โหร่วงุนงง ตำหนักสาม ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว? นางจับข้อความสำคัญในนั้นได้อย่างรวดเร็ว

“ เจ้าบอกว่าขบวนเกี้ยวรับตัวเจ้าสาวของตำหนักสาม หมายถึงสัตว์ร้ายเป่ยจื่อห้าวคนนั้นกำลังจะมา? ”

เห็นได้ชัดว่านางทำให้สาวใช้คนนั้นตกใจไม่น้อย ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมา และยื่นมือไปปิดปากนางย่างรวดเร็ว “ คุณหนู ท่านกำลังพูดอะไรเจ้าคะ องค์ชายสามจะเป็นสามีของท่านอยู่แล้ว ท่านดูหมิ่นเขาเช่นนี้ได้อย่างไร? ”

ในที่สุดนางก็เข้าใจ ที่แท้นางย้อนกลับมาเมื่อห้าปีก่อน! เห็นได้ชัดว่าเมื่อห้าปีก่อนนางใส่ผ้าคลุมปักพู่และมงกุฎฟีนิกซ์ออกเดินทางจากตระกูลจางไปแต่งงานกับเป่ยจื่อห้าวในวันนั้น

ที่นี่เป็นห้องส่วนตัวของนาง เพียงแค่ถูกจัดแต่งให้เป็นห้องเจ้าสาว ถึงทำให้นางรู้สึกคุ้นเคยเช่นนั้น

ในตอนนั้นนางยังไม่รู้จักใบหน้าที่แท้จริงของสัตว์ร้ายตัวนี้และยังรักเขาอย่างตายใจ จนถึงขนาดจินตนาการถึงชีวิตที่มีความสุขหลังจากที่ได้แต่งงานกับเขาอย่างสาวน้อยขี้อาย

นางเกลียดเป่ยจื่อห้าว และยิ่งเกลียดตัวนางเอง ทำไมตอนนั้นถึงไม่เข้าใจว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนชั่วของเป่ยจื่อห้าวที่สร้างขึ้นมา

ถ้าหากเป่ยจื่อห้าวแค่ต้องการจัดการกับนางอย่างเรียบง่ายและฆ่านางได้โดยที่ไม่มีใครรู้อย่างสมบูรณ์ สาเหตุเดียวก็คือเขาต้องการยืมมือนางใส่ความตระกูลจาง และเมื่อนางยอมรับความผิดทั้งหมดก็ถูกสร้างขึ้น ตระกูลจางก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้นคนที่ทำลายตระกูลจางอย่างแท้จริง ก็คือตัวนางเอง

สายตาของจางยวี่โหร่วฉายแววไปด้วยความเกลียดชัง นางเคยพูดไว้ หากชาติหน้ามีจริงแม้เป็นผีก็จะไม่ยอมปล่อยเขาไป

ในเมื่อสวรรค์ปล่อยให้นางกลับมามีชีวิตอีกครั้งย้อนไปในอดีต เช่นนั้นก็ถึงเวลาที่นางจะเอาคืนชีวิตสุนัขของเป่ยจื่อห้าวด้วยมือของตัวนางเอง

ในตอนนั้นจู่ๆก็มีอีกคนเดินเข้ามาจากประตูเพียงคนเดียว อายุประมาณสิบห้าหสิบหกปี ดูอ่อนโยนและบอบบาง สายตาของจางยวี่โหร่วก็ค่อยๆคมชัดขึ้น

จ้าวซินซิน!

แม้นางตายก็จะไม่มีวันลืมผู้หญิงคนนี้!

นางเป็นเพียงแค่บุตรสาวของผู้พิพากษาเมืองเล็กๆ แต่กลับเข้าใจประจบประแจงจนได้รับความไว้วางใจจากนาง และถือว่านางเป็นน้องสาว มีสิ่งของที่ดีอะไรก็ล้วนมาแบ่งปันให้กับนาง จน...รวมไปถึงสามีของนาง

มองดูเป่ยจื่อห้าวที่ได้ลืมคำสาบานระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไปตั้งนานแล้วในตอนนั้น นางสนมแต่ละคนเข้ามาในพระราชวัง จ้าวซินซินเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนางและทนไม่ได้ที่เห็นนางโดนรังแก จึงยอมเข้าวังไปอยู่เป็นเพื่อนนางโดนไม่ขอชื่อหรือยศตำแหน่งใดใด ทำให้นางรู้สึกซาบซึ้งใจ จนช่วยชีวิตนางท่ามกลางอันตรายเมื่อบทที่นางถูกใส่ร้ายอยู่หลายครั้ง

เมื่อเวลาผ่านไป นางเชื่อใจจ้าวซินซินมากยิ่งขึ้นและไม่มีสิ่งใดที่ไม่พูดคุยกับนาง การแบ่งปันสามีกับผู้หญิงหลายคนนางก็อดทนแล้ว แล้วน้องสาวที่ดีของนางทำไมจะทำให้ไม่ได้? จ้าวซินซินก็ได้เป็นพระสนมเอกจริงๆและยังสามารถเป็นมือซ้ายมือขวาของนางอีก จ้าวซินซินช่วยนางให้มีอำนาจยืนอยู่ภายในวังได้ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแผนชั่วร้าย

ในฐานะของจ้าวซินซินสามารถได้เป็นเจี๋ยยวีโดยไม่ถูกบังคับและยังได้รับการปกป้องจากนางฮองเฮา จึงทำให้นางนั่งอยู่บนบัลลังก์นางสนมเอกได้อย่างมั่นคง จ้าวซินซินสำนึกในบุญคุณนั้นและคอยอยู่ข้างกายนางทุกวัน ช่วยให้คำแนะนำกับนางพูดคุยปัญหาความกลัดกลุ้มใจ เวลาผ่านไปนางก็ยิ่งพึ่งพาอาศัยจ้าวซินซินมากขึ้นเรื่อยๆ

นางก้าวอย่างมั่นคงทุกก้าวภายในตำหนักนางสนมและคอยระมัดระวังทุกคน แต่กลับไม่เคยระมัดระวังนางเลยสักนิด

เมื่อนึกถึงเรื่องในคุกวันนั้น จ้าวซินซินบอกกับนางบทที่กำลังจะไปว่า “จางยวี่โหร่ว คนที่ท่านควรจะเกลียดไม่ใช่ข้า แต่เป็นเป่ยจื่อห้าว ตระกูลจางมีอำนาจมากมาย เขาจะปล่อยให้ท่านให้กำเนิดทายาทสืบทอดบังลังก์ได้อย่างไร เช่นนั้นผืนแผ่นดินของหนานหชู่ ก็จะตกไปอยู่ในมือของตระกูลจางโดยตรงไม่ใช่หรือ? ”

นางจะมาหวังดีเตือนนางได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าต้องการจะเชือดเฉือนใจของนางให้แหลกสลายอย่างโหดเหี้ยม และทำให้นางรู้สึกว่าแม้จะตายก็ตายอย่างสิ้นหวัง

จ้าวซินซินยังบอกนางอีกว่า เป่ยจื่อห้าวสัญญากับนางตั้งนานแล้วว่า ตราบใดที่นางสามารถช่วยเขากำจัดตระกูลจางได้ เขาก็จะมอบตำแหน่งให้นางเป็นฮองเฮา ไม่แปลกใจเลยที่นางจะตาบอดเพราะความโลภเช่นนั้น

นางเพียงแค่ฉลาดมาทั้งชีวิตแต่กลับสับสนเพียงชั่วขณะ เป่ยจื่อห้าวมีนิสัยหวาดระแวง โหดเหี้ยมไร้ความปราณี ตอนแรกตระกูลจางช่วยให้เขาขึ้นครองบัลลังก์เขายังตอบแทนอย่างความปราณีเช่นนี้ จ้าวซินซินที่รู้ความลับของเขามากมายเช่นนั้น เขาจะยังปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยอย่างงั้นหรือ?

ทันใดนั้นจ้าวซินซินก็รู้สึกถึงสายตาเย็นชาจ้องมองมาที่นาง ใจของนางสั่นเทา แต่ขณะที่หันกลับมามองอีกครั้ง ก็เหมือนว่าความรู้สึกทั้งหมดเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิด

นางหัวเราะและก้าวมาข้างหน้า “ พี่ยวี่โหร่ว วันนี้พี่ช่างงดงามจริงๆ องค์ชายสามช่างมีวาสนายิ่งนักที่ได้แต่งงานกับพี่ที่สวยงดงามเช่นนี้ หลังจากที่พี่ได้เป็นพระชายา ก็อย่าลืมข้านะ ”

ตอน 3

บทที่ 3 อ๋องชิงผิงแต่งงาน

จางยวี่โหร่วยิ้มเยาะอยู่ในใจ ปากหวานราวกับคมดาบราดน้ำผึ้ง ใครจะไปนึกว่าจิตใจที่ชั่วร้ายเช่นนี้จะซ่อนอยู่ในภายใต้รูปลักษณ์ที่อ่อนแอ ต่อให้ในใจอยากจะฉีกร่างกายของนางเป็นชิ้นๆมากแค่ไหน แต่ภายนอกนางกลับไม่แสดงท่าทีใดใด

“ เจ้าสวยดั่งดอกไม้จิตใจงดงามบริสุทธิ์เช่นนี้ จะต้องได้แต่งงานกับคนที่ปรารถนาเป็นแน่ ”

จ้าวซินซินใช้ผ้าเช็ดน้ำตาและแสร้งทำสีหน้าเศร้าใจ “ ได้ยินมาว่าองค์ชาสามรูปงามไร้ที่ติและมีความสามารถเป็นเลิศ ได้แต่งงานกับสามีแบบนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่ผิดหวังแล้ว ข้าจะโชคดีอย่างท่านพี่ได้อย่างไรกัน ”

ก่อนหน้านี้นางร้องไห้กับตัวเองว่าท่านพ่อเตรียมจะให้นางแต่งงานกับลูกชายของขุนนางคนหนึ่ง ท่านชายคนนั้นหน้าตาอัปลักษณ์ก็แล้วไป แต่ภายในจวนยังมีเมียน้อย 18 คน หลังจากที่ได้แต่งไปจะต้องรู้สึกน้อยใจแน่ หลังจากที่นางรู้ก็รีบให้ท่านปู่จางไท่ซือของตัวเองออกหน้ากดเรื่องนี้ให้เงียบลง และยังบอกอีกว่าหากหลังจากนี้นางจางยวี่โหร่วแต่งงานออกเรือนไปก็จะพานางไปด้วย ทนดูนางถูกใครรังแกไม่ได้

นางมานึกถึงในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าจ้าวซินซินต้องการให้นางพาตัวเองแต่งงานกับตำหนักสามด้วย!

แต่กลับไม่คิดว่าในครั้งนี้จางยวี่โหร่วจะพูดอย่างเย็นชา “ ดังนั้นนะ การเป็นคนต้องมีคุณค่าในตัวเอง อย่าไปดึงดันในสิ่งที่ไม่ได้เป็นของตัวเอง หากปรารถนาสูงเกินไปจะทำให้ได้รับผลลัพธ์ตรงกันข้ามและเสียแรงไปโดยเปล่าประโยชน์ ”

จ้าวซินซินใบหน้าซีดเผือก นางหมายความว่าอย่างไรกัน กำลังดูถูกว่านางฐานะต่ำต้อยไม่คู่ควรที่จะแต่งงานกับสามีที่ดีเหรอ?

เมื่อดูท่าทางของจ้าวซินซินในตอนนี้แล้ว ในใจของนางยิ้มเยาะ ทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!

“ เจ้าอย่าได้เข้าใจความหมายของข้าผิดไปเลย ข้าแค่ทอดถอนใจกับโชคชะตาของตัวเองเท่านั้น ลูกสาวที่แต่งงานออกเรือนไปก็เหมือนน้ำที่ถูกสาดออก หลังจากที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วก็ไม่สามารถคอยอยู่ข้างๆปรนนิบัติดูแลพ่อแม่และคนที่รักเหมือนเช่นตอนนี้ได้อีก พอคิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย ”

จ้าวซินซินบิดผ้าเช็ดหน้าที่มือเข้าหากันด้วยความอิจฉา นางได้แต่งงานกับโอรสของฮ่องเต้ ต่อไปก็เป็นราชนิกุลของราชวงศ์และอาจจะได้เป็นฮองเฮาของแผ่นดิน นี่คือฐานะที่นางไม่สามารจะไปอิจฉาได้เลย แต่ตอนนี้นางกลับพูดถึงความเสียใจอะไรกัน

แต่ทว่าจ้าวซินซินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย คำพูดของจางยวี่โหร่วเมื่อครู่นี้ทำให้นางตกใจกลัวมาก คิดว่านางมองอะไรออกแล้วเริ่มจะรำคาญนาง ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ดีไป

ดังนั้นนางจึงพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที “ ท่านพี่มีฐานะเป็นถึงคุณหนูผู้สูงส่งเพียงคนเดียวของตระกูลจาง หลานสาวสุดที่รักของจางไท่ซือ ถึงแม้หลังจากนี้พี่จะแต่งงานกับองค์ชายสาม อยากจะกลับบ้านมาเยี่ยมญาติก็สามารถมาได้ทุกเวลา อีกทั้งองค์ชายสามก็ยังจะมากับท่านพี่ด้วย ”

จางยวี่โหร่วไม่มีพี่น้องผู้หญิง นางมีพี่ชายห้าคน ดังนั้นนางจึงปฏิบัติต่อจ้าวซินซินในฐานะน้องสาวแท้ๆ มองดูท่าทางบอบบางน่ารักของนางจึงดูแลเป็นพิเศษ แต่พอมองดูหน้าตาของนางในตอนนี้แล้ว จางยวี่โหร่วรู้สึกเพียงแค่ความสะอิดสะเอียน และอยากจะเปิดเผยใบหน้าจอมปลอมของนางจนแทบจะทนไม่ไหว

ไม่เป็นไร ทุกอย่างสามารถค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ นางจะเอาทุกอย่างที่จ้าวซินซินเคยทำมาทั้งหมด คืนกลับไปให้นางสิบเท่าร้อยเท่า ทำให้นางได้เข้าใจอย่างดีว่าอะไรคือรสชาติของการตายทั้งเป็น หากจะประหารชีวิตของนางในตอนนี้ จะไม่ดูถูกนางเกินไปหน่อยเหรอ?

เสี่ยวเฟิงที่ยุ่งอยู่ตลอดวิ่งเข้ามาอีกครั้ง และเห็นว่าพวกนางสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ผ้าคลุมหน้าของจางยวี่โหร่วก็ยังไม่ได้คลุม จึงรีบเร่งในทันที “ คุณหนูนี่มันเวลาอะไรกันแล้วเจ้าค่ะ องค์ชายสามมาถึงแล้ว ท่านชาย ท่านหญิงกับญาติๆทุกคนกำลังรออยู่ พวกท่านให้บ่าวมาช่วยประครองคุณหนูออกไปตอนนี้แล้ว ”

เจ้าสัตว์ร้ายตัวนั้นมาแล้ว พอนึกถึงเป่ยจื่อห้าว จางยวี่โหร่วก็ตัวสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ นิ้วของนางประสานกำหมัดแน่น

เป่ยจื่อห้าว! เขาไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของนาง แต่ยังทำร้ายครอบครัวของนางทั้งตระกูล ความเกลียดชังที่ฝังลึกเข้าไปในกระดูกแม้ตายนางก็ไม่มีวันลืมนี้ แทบรอที่จะควักหัวใจของสัตว์ร้ายตัวนั้นเมื่อเขาเข้าประตูมาไม่ไหวแล้ว นางจะไม่มีวันแต่งงานกับเขาอีกเด็กขาด

แต่ฮ่องเต้ได้ประกาศพระราชโองการแต่งงานแล้วและก็ถึงเวลาที่จะต้องขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว หากนางยกเลิกงานแต่งในตอนนี้ก็เท่ากับขัดพระราชโองการ ตอนนี้นางควรจะทำอย่างไรดีล่ะ?

ทันใดนั้น ก็มีเสียงขบวนแห่เกี้ยวรับตัวเจ้าสาวดังมาจากทางทิศตะวันตก จางยวี่โหร่วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ วันนี้ยังมีคนแต่งงานงั้นเหรอ? ”

ได้ยินเช่นนั้น บนใบหน้าเล็กๆของเสี่ยวเฟิงก็ปรากฏสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาทันที นางเพียงแค่ถามว่าวันนี้มีใครแต่งงานแค่ประโยคเดียว เหตุใดจึงทำให้นางตกใจจนมีท่าทางแบบนี้?

สีหน้าของจ้าวซินซินก็ซีดเผือกอย่างเห็นได้ชัด “ วันนี้เป็นวันที่อ๋องชิงผิงแต่งงาน โธ่...ช่างน่าสงสารแม่นางคนนั้นจริงๆ! ”

ในใจจางยวี่โหร่วสั่นเทา ความทรงจำชาติที่แล้วกำลังจะกลับมา

นางคิดออกแล้ว บทที่นางแต่งงานกับเป่ยจื่อห้าวยังมีขบวนเกี้ยวรับตัวเจ้าสาวอีกขบวนหนึ่งจริงๆ

เพียงแต่นางไม่รู้แน่ชัดว่าใครที่แต่งงานวันเดียวกันกับนางในตอนนั้น ทั้งหัวใจของนางกำลังตกอยู่ในความสุขที่ได้แต่งงานกับเป่ยจื่อห้าว ความคิดเรื่องของอ๋องชิงผิงนั้นจึงเลือนรางมาก

ในตอนนั้นดูเหมือนว่าจะมีท่านอ๋องชิงผิงท่านหนึ่ง เพียงแต่ถูกส่งไปประจำที่ชายแดนเป็นเวลาหลายปี ถึงแม้นางจะเป็นฮองเฮามาห้าปี ก็ไม่เคยได้เจอหน้าเขาเลยสักครั้ง

เมื่อเห็นนางพูดถึงชื่อของเขา ทั้งสองคนก็ตกใจจนกลายเป็นแบบนี้ จางยวี่โหร่วจึงแปลกใจเล็กน้อย “ การแต่งงานไม่ได้เป็นเรื่องที่ควรยินดีหรอกหรือ เหตุใดพวกเจ้าจึงมีท่าทางเช่นนี้? ”

“ คุณหนู ท่านฐานะสูงส่ง ทั้งยังได้รับความเอ็นดูจากท่านจางไท่ซือ แน่นอนว่าไม่รู้เรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ท่านอ๋องชิงผิงคนนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามของพวกเราหนานหชู่ อายุเพียงแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้น มีวีรกรรมในการรบอย่างโดดเด่น ฮ่องเต้จึงพระราชทานยศท่านอ๋องให้แก่เขา ดูแลดีกว่าองค์ชายเหล่านั้นอีก ภายในพระที่นั่ง ฮ่องเต้ทรงอนุญาตยกเว้นให้สองคนที่ไม่ต้องคุกเข่าเคารพเป็นพิเศษ ท่านแรกคือท่านปู่จางไท่ซือของคุณหนู อีกท่านหนึ่งก็คืออ๋องชิงผิง ”

ท่านอ๋องชิงผิงคนนี้เก่งกาจขนาดนั้นเชียว เหตุใดนางถึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาในชาติก่อนเลยล่ะ? หรือว่าหลังจากที่นางกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง บางสิ่งบางอย่างได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไป?

จางยวี่โหร่วไตร่ตรองดูก็รู้สึกปล่อยวางเล็กน้อย นางสามารถกลับชาติมาเกิดได้ เดิมทีแล้วก็คือการเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต ถึงแม้เรื่องราวอื่นๆจะไม่เหมือนเดิมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

“ ในเมื่อท่านอ๋องชิงผิงเก่งกาจเช่นนี้ เช่นนั้นการได้แต่งงานกับเขาก็ควรจะเป็นเรื่องที่มีความสุขมากไม่ใช่หรือ เหตุใดพวกเจ้าถึงพูดว่าหญิงสาวคนนั้นน่าสงสารล่ะ? ”

“ ถึงแม้ท่านอ๋องชิงผิงจะชื่อเสียงโด่งดัง แต่ในเมืองหลวงนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าท่านอ๋องชิงผิงหน้าตาอัปลักษณ์ ใส่หน้ากากปิดบังใบหน้ามาตลอด ฆ่าคนจนเป็นนิสัย มีโรคเรื้อรังติดตัว หากบ้าคลั่งขึ้นมาไม่เพียงแต่ฆ่าคน แต่ยังกินเนื้อและดื่มเลือดของมนุษย์อีก ก่อนหน้านั้นเขาเคยแต่งพระชายามาหลายคนแล้ว และถูกยิงตายภายในเจ็ดวันหลังจากแต่งงานเข้าเรือน ฉายาท่านอ๋องชิงผิงกินภรรยานี้นั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งแผ่นดิน ทุกคนล้วนพูดว่าพระชายาสองสามคนที่ตายไปนั้นถูกเขาทรมานจนตาย การได้แต่งงานกับเขาก็หมายความว่าเท้าข้างหนึ่งได้ก้าวเข้าสู่ประตูนรกไปแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ”

จางยวี่โหร่วฟังจบก็ไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวแต่อย่างใด หืม...ประตูนรก? นางแต่งงานกับเป่ยจื่อห้าว ถึงจะเรียกว่าเข้าสู่ประตูนรกอย่างแท้จริง นางมีประสบการณ์มากมายในชาติที่แล้วและยังเห็นการตายอย่างน่าอนาถของคนในตระกูล 72 คนด้วยตาตัวเอง ยังมีความน่ากลัวอย่างอื่นที่น่ากลัวมากกว่านี้อีกไหม?

ในชาตินี้ นางจะต้องเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตัวเองและเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตระกูลจางให้ได้ ทำให้คนที่รังแกนาง ดูถูกนาง ทำร้ายนางเหล่านั้นชดใช้อย่างเจ็บปวด

“ เช่นนั้นทุกคนที่พูดว่าพระชายาสองสามคนตายอย่างทรมาน มีใครเคยเห็นด้วยตาตัวเองบ้างไหม? ”

“ เรื่องนั้น...บ่าวจะรู้ได้อย่างไรกัน ล้วนแต่ได้ยินมาทั้งนั้น ” เสี่ยวเฟิงรีบส่ายหัว

จางยวี่โหร่วยิ้มเบาๆ “ ถึงอย่างไรก็เป็นแค่ข่าวลือ สิ่งที่ไม่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้ก็คือคนชั่วที่ดูจริงใจและเที่ยงธรรม แต่คนที่ภายนอกดูสุภาพเรียบร้อยแต่ภายในเห็นแก่ตัวเล่านั้นถึงจะเป็นความน่ากลัวที่แท้จริง ”

ในตอนนั้นเองไม่รู้ว่านางรู้สึกผิดไปหรือเปล่า จ้าวซินซินจับมือของนางอย่างสั่นเทาเบาๆ หากไม่หวาดผวา นางก็ไม่เป็นถึงเช่นนี้

นางยอมทีจะแต่งงานกับผีกินคน ดีกว่าต้องเห็นใบหน้าจอมปลอมน่าสะอิดสะเอียนของเป่ยจื่อห้าวอีก

ดังนั้นนางต้องคิดหาวิธี ถ้าหากนางจำไม่ผิดหลังจากที่นางขึ้นไปบนเกี้ยวเจ้าสาว ทั้งสองขบวนดูเหมือนจะไปทางทิศตะวันออกด้วยกัน หลังจากเดินทางไปตลอดสิบลี้ถึงจะแยกจากกัน ขบวนหนึ่งไปทางตำหนักสามทางตะวันออกเฉียงเหนือ อีกขบวนหนึ่งเลี้ยงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

จางยวี่โหร่วจับผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ในครั้งนี้ไม่ว่าจะต้องพยายามใช้วิธีใดก็ตาม นางก็ต้องเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตัวเองให้ได้