ตอน 1
รักคุณร้อยเปอร์เซ็นต์
บทที่ 1 พบกันในคืนฝนตก
งานกะกลางคืนที่แสนวุ่นวายยุติลง นีรชาถอดชุดพนักงานเสิร์ฟออก แล้วมองไปนอกหน้าต่างในค่ำคืนที่ฝนตก วันนี้ลูกค้าเยอะจึงปิดร้านช้าไปครึ่งชั่วโมง ทำให้เธอพลาดรถเมล์เที่ยวสุดท้าย
นั่งแท็กซี่ตั้งร้อยกว่าบาท พอซื้อเนื้อซี่โครงให้พ่อได้เลย ช่างเถอะ คิดว่าเดินกลับน่าจะดีกว่า นีรชามองดูรองเท้าคู่เก่าของตัวเอง ซึ่งมันเริ่มที่จะกรอบ ถ้าเอาไปแช่น้ำอีก ก็คงจะไม่เหลือ เฮ้อ…แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อใหม่
จะทำยังไงได้ เธอต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด เพราะพ่อรออยู่
สายฝนตกกระทบลงบนใบหน้า จนเธอแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสาดส่องเข้ามา “เฮ้ย……” รถสปอร์ตสีเงินเบรกอย่างกะทันหัน เสียงเบรกดังสนั่น แสงไฟที่ส่องมาทำให้นีรชามองไม่เห็น และยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ถูกชนจนล้มไปกับพื้น
นีรชารู้สึกเจ็บที่หัวเข่าและแขน เธอพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนแต่ก็ล้มพับลงไปอีก
ชายคนหนึ่งรีบลงมาจากรถ แล้วตะโกนใส่เธอว่า “ข้ามถนนประสาอะไร จะรีบกลับไปเกิดใหม่หรือไง”
ทำไมถึงได้มีคนขับรถที่ไร้เหตุผลแบบนี้นะ เมื่อกี้ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเป็นไฟแดง และเธอก็เดินอยู่บนทางม้าลายแท้ๆ
“คุณเป็นคนขับรถฝ่าไฟแดง ยังกล้ามาด่าคนอื่นอีกเหรอ” พอมองดูรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ตรงหน้า นีรชาก็โกรธจนตัวสั่น “มีเงินเยอะแล้วยังไง มีเงินแล้วจะขับรถไฟฝ่าแดงก็ได้อย่างนั้นเหรอ ฉันจำทะเบียนรถคุณได้ คุณเชื่อไหมล่ะว่าฉันแจ้งตำรวจจับคุณแน่”
คนขับคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะต่อปากต่อคำ เขากำลังจะอ้าปากพูด กระจกรถก็เลื่อนลงและมีเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังออกมา “สองแสนบาท แล้วให้เธอไป”
“ครับ คุณหนู” คนขับเปลี่ยนน้ำเสียงทันควัน
“ปั๊บ” ธนบัตรก้อนหนาที่โยนลงบนตัวของนีรชา กระทบบริเวณที่เธอได้รับบาดเจ็บ คนขับได้แต่มองแล้วปัดมือไล่ เขาหัน หลังกลับเตรียมที่จะขึ้นรถ
นีรชารู้สึกโกรธมาก น้ำตาแห่งความโกรธไหลซึมอยู่ในดวงตา เธอแหงนหน้าขึ้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แล้วหยิบธนบัตรจากพื้น ฝืนความเจ็บปวดที่หัวเข่าและแขนใช้กำลังทั้งหมดของเธอ ทุบลงไปที่หลังของคนขับรถคนนั้น
“แม่งเอ้ย” คนขับรถไม่ทันตั้งตัวจึงโดนนีรชาทุบหลังไปเต็มๆ เขาหันกลับมาด้วยความโกรธ และเหมือนจะทำร้ายเธอ
“สุทินทร์” เสียงทุ้มต่ำของชายที่อยู่ในรถทำให้คนขับหยุดชะงัก นีรชามองเข้าไปภายในรถ แสงจากโคมไฟบนท้องถนนสาด ส่องเข้าไปทางหน้าต่างรถและส่องให้เห็นใบหน้าของชายคนหนึ่ง
ชายหนุ่มรูปงามที่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องหลงใหลกับเสน่ห์อันดึงดูด มีรัศมีความเป็นคุณชายผู้เย่อหยิ่ง ขณะนี้กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาดูถูก
“มานี่สิ” เขากระดิกนิ้วเรียกเธอ น้ำเสียงเหยียดหยันจากปากเขาดูมีพลัง ไม่อาจต้านทานได้
ผู้ชายคนนี้ชักจะหล่อเกินไปแล้ว นีรชามองหน้าเขาแล้ว เหมือนกับตกอยู่ในภวังค์ เดินไปทางหน้าต่างรถของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“โอ๊ย……เจ็บนะ” ฝ่ามือร้อนของชายหนุ่มจับไปที่คางของนีรชา เธอร้องอุทานขึ้นมา “คุณจะทำอะไร ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
ชายหนุ่มจ้องราวกับว่าเธอเป็นเหยื่อให้เขาขย้ำ ฝ่ามือใหญ่สัมผัสกับผิวแก้มที่บอบบาง เขายิ้มเยาะที่มุมปาก “ผู้หญิงที่ไม่รักเงิน มีจริงเหรอ”
คางเรียวถูกบีบจนรู้สึกเจ็บ พยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งบีบแรงขึ้น จนเธอดิ้นไม่หลุด
ตากลมโตของเธอจ้องไปที่ไอ้คุณชายเย็นชานั่นด้วยความเกลียดชัง “เงินสกปรกแบบนี้ ไม่เห็นจะน่าสนตรงไหน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับคุณ ไม่ใช่แค่ข้อหาขับรถฝ่าไฟแดง แต่รวมถึงล่วงละเมิดทางเพศด้วย
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ฝ่ามือใหญ่ยิ่งแข็งกร้าว นีรชารู้สึกเหมือนคางของเธอกำลังจะถูกบดขยี้ให้แหลกคามือ ใบหน้าซีดเผือดของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“คุณมันโรคจิต……” นีรชาเจ็บจนแทบจะพูดไม่ออก
ชายหนุ่มสะบัดมือออกอย่างแรง จนนีรชาที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ล้มลงกระแทกพื้น
เขาโยนบัตรสีทองลงมาจากหน้าต่างรถ พร้อมกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาด้วยความภาคภูมิใจ “นามบัตรของฉัน เชิญเธอเอาไปแจ้งความได้เลย และถ้าต้องการค่ารักษาพยาบาล ไปหาฉันได้ที่บริษัท ที.เอส พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ปจำกัด
ตอน 2
บทที่ 2 อภิมหาเศรษฐี
ลัมโบร์กินีคันงามขับผ่านไป แต่ไม่วายที่จะเหยียบน้ำโคลน สาดใส่ตัวนีรชาจนเปียกโชก เธอนั่งอยู่บนพื้นแล้วน้ำตาร่วงด้วยความโกรธ ยื่นมือไปหยิบนามบัตรสีทองใบนั้นขึ้นมา พยายามฉีกมัน แต่ฉีกยังไงก็ฉีกไม่ขาดสักที แม้แต่นามบัตรของชายผู้นี้ยังกลั่นแกล้งเธอเลยเหรอนี่
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น
รีบยัดนามบัตรใส่ลงในกระเป๋า แล้วดูที่หน้าจอโทรศัพท์ ซวยแล้ว ตมิสาแม่เลี้ยงของเธอโทรมา
“นังน้ำ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ทำไมถึงยังไม่กลับบ้านมาทำกับข้าวอีก แกอยากให้พวกฉันหิวตายหรือยังไง”
ไม่ทันพูดอะไรสักคำ ได้ยินแต่เสียงของตมิสาแผดออกมาจากโทรศัพท์ เสียงดังซะจนแก้วหูเธอแทบแตก ความจริงเธอควรกลับถึงบ้านตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุนี่ ป่านนี้ก็คงทำกับข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ
ไม่รู้ป่านนี้พ่อของเธอจะหิวข้าวแค่ไหน นึกถึงภาพของพ่อที่กำลังนอนอยู่บนเตียงผู้คนไข้ นีรชาจึงพยายามลุกขึ้นยืนและเดินโซซัดโซเซกลับบ้าน
เนื้อตัวเธอเปียกโชก พอมีลมพัดมา จึงเย็นยะเยือกไปหมด
ประตูบานใหญ่ที่เกรอะสนิมถูกผลักออก นีรชาเตรียมที่จะถอดรองเท้า ก็ได้ยินเสียงของดังออกมาจากในห้อง “กินกินกิน จะกินอยู่ได้ ตัวเองหาเงินไม่ได้ แถมยังมีหนี้ท่วมหัว ยังหวังจะให้ฉันมาคอยดูแลอีก”
แม่เลี้ยงพูดจาดูถูกพ่อทีไร นีรชาก็รู้สึกเจ็บใจทุกครั้ง เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกโชกออก แล้วเดินก้มหน้าไปที่ห้องครัว ล้างไม้ล้างมือแล้วเริ่มทำกับข้าว
กับข้าวสองอย่างและซุปหนึ่งอย่างถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ มีผักดองและผัดผักอย่างละจาน และก็มีซุปมะเขือเทศใส่ไข่อีกหนึ่งชาม นีรชาตักข้าวมาหนึ่งถ้วย เติมกับข้าวลงไปอย่างละน้อย จากนั้นก็ถือถ้วยใบนั้นเดินเข้าไปในห้อง
ภายในห้องมีสิทธิ์ชานน พ่อของเธอนอน เขาเป็นอัมพาตครึ่งซีก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่บริษัทล้มละลาย เขาเครียดมากจนเกิดหัวใจวาย และกลายเป็นแบบนี้
นีรชาประคองศีรษะของพ่อมาไว้บนตัว แล้วค่อยๆ ป้อนอาหาร เธอมองหน้าพ่อแล้วเศร้าใจ
เสียงแหลมๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น “แม่ กินกับข้าวพวกนี้เข้าไปได้ยังไง” ลูกสาวของแม่เลี้ยงชื่อมุกมณี ที่ไม่ค่อยกลับบ้านเลยตั้งแต่พ่อล้มละลาย วันนี้ไม่รู้ลมอะไรหอบเธอมา
“ถ้าแกไม่อยากกินของพวกนี้ ก็จับผู้ชายรวยๆ ให้ได้สิ ถึงตอนนั้นอยากจะกินอะไร ก็ได้กินทั้งนั้นล่ะ” ตมิสาไม่ได้รู้สึกดีใจที่เห็นหน้าลูกสาวตัวเองเลย
ป้อนข้าวพ่อเสร็จ นีรชาก็นำถ้วยไปล้าง แล้วกลับเข้าห้องของตัวเอง ว่าจะอาบน้ำแล้วค่อยซักผ้า
“ยัยน้ำ แกไปได้อันนี้มาจากที่ไหน” มุกมณีชูนามบัตรขึ้น ดวงตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้
“อ๋อ” เธอมองนามบัตรที่อยู่ในมือของมุกมณี กลับเห็นแต่หน้าไอ้คุณชายจอมหยิ่งคนนั้น “วันนี้ฉันโดนรถชน แล้วเจ้าของรถเขาให้มาน่ะ” นีรชาพูดอย่างแผ่วเบา
“นี่เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเขาเป็นใคร” ฟังน้ำเสียงของนีรชาแล้ว มุกมณีไม่อยากจะเชื่อ เธอใช้นิ้วชี้ไปที่ชื่อในนามบัตร “เขาคือคุณแทน ภัสกรณ์ ธนกิจโกศล ประธานบริษัทที.เอส พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ปจำกัด”
“บริษัทที.เอส พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ปจำกัด ภัสกรณ์” นีรชายังคงไม่เข้าใจอากัปกริยาที่มุกมณีแสดงออกมา
“บริษัทที.เอส พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ปจำกัด กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ สถานบันเทิง การ ขนส่ง การขุดน้ำมัน ที่ครอบคลุมทั้งทวีปเอเชีย แอฟริกาและละตินอเมริกา ผู้อยู่เบื้องหลังการเลือกตั้งผู้นำในหลายๆ ประเทศ เขาถูกจัดอันดับโดยนิตยสารพาวเวอร์ ว่าเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงต้องการแต่งงานด้วยมากที่สุด ทรงอิทธิพล แถมยังหล่ออีกต่างหาก มีผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่ผู้หญิงพวกนั้นก็อยู่ได้แค่ไม่เกินเจ็ดวันหรอก”
นีรชามองปากแดงๆ ของมุกมณีที่กำลังพูดพล่าม เธอรู้สึกว้าวุ่นใจเล็กน้อย คุณภัสกรณ์คนนี้รวยมาก เขากับนีรชาจะมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง
มุกมณีมองนีรชาผู้ไร้เดียงสา ไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนในโลกที่ได้ยินชื่อคุณภัสกรณ์แล้วจะไม่กรีดร้อง
“นี่ ยัยน้ำ แกรู้ไหมว่านามบัตรใบนี้มันหมายความว่ายังไง” จงใจถามไปทางตมิสา เพราะรู้อยู่แล้วว่านีรชาต้องไม่รู้
“หมายความว่ายังไง” นีรชาพูดไปหาวไป ไม่ได้รู้สึกประทับใจอะไรกับประธานบริษัทจอมหยิ่งคนนี้
“หมายความว่า คนที่มีนามบัตรใบนี้ สามารถเข้าออก ที.เอส คลับ คลับเฮาส์ส่วนตัวของบริษัทได้ ว่ากันว่าคุณแทนก็ไปที่นั่นอยู่บ่อยๆ” มุกมณีแสดงอาการตื่นเต้น และมีแผนการอะไรบางอย่างในใจ
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” นีรชาพูดขึ้นมาลอยๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตแววตาอันฉ่ำวาวของมุกมณี เพราะยังมีเสื้อผ้ากองใหญ่รอให้เธอไปซัก
ตอน 3
บทที่ 3 เบอร์โทรที่ไม่คุ้นเคย
ที.เอส คลับ ยามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยโคมไฟ พลุเจ็ดสีถูกจุดขึ้นอย่างสวยงาม พร้อมกับเสียงบรรเลงเพลงอันไพเราะ หน้าคลับมีรถยนต์จอดอยู่เรียงราย เหล่าบรรดาชายหญิงที่เข้ามาต่างพากันแต่งกายด้วยชุดเลิศหรูอลังการ
ท่ามกลางรถยนต์คันหรู มีแท็กซี่คันหนึ่งขับเข้ามาจอด ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นขาเรียวสวยคู่หนึ่ง มุกมณีสวมชุดกระโปรงรัดรูปสีดำ ค่อยๆ ก้าวเท้าลงมาจากรถแท็กซี่คันนั้น
ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่ม ผมลอนยาวสีน้ำตาลอ่อนสะบัดพลิ้วสวย ชวนให้หลงใหล
พนักงานเฝ้าประตูรูปหล่อ จ้องมองมุกมณีที่ลงมาจากรถแท็กซี่ด้วยสายตาดูถูก “ผู้หญิงที่ต้องการจะจับผู้ชายรวยๆ มาอีกแล้ว”
มุกมณีเดินเท้าสะเอวไปยังประตูกระจกเลื่อมทองบานใหญ่ที่สูงจรดเพดาน พนักงานเฝ้าประตูพูดขึ้นมาอย่างสุภาพ “คุณผู้หญิงครับ ที่นี่เป็นคลับส่วนตัว เข้าได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นครับ”
มุกมณีชูนามบัตรในมือขึ้นมา แสงสีทองของนามบัตรส่องเข้าที่ตาของพนักงาน ในเมืองซีมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถใช้นามบัตรสีทองได้ นั่นคือคุณภัสกรณ์
พนักงานเฝ้าประตูรีบโค้งคำนับทันที เขากล่าวทักทายเธอด้วยความเคารพ “เชิญครับ คุณผู้หญิง ขอให้มีความสุขในค่ำคืนนี้นะครับ” คุณภัสกรณ์อยู่เหนือทุกคนในเมืองนี้ จะมีใครบังอาจขัดใจผู้หญิงของเขากันล่ะ
มุกมณียิ้มอย่างพอใจ เดินสะบัดผมลอนยาวก้าวเข้าประตูไปอย่างสง่างาม
“มุก” เสียงเรียกชื่อเธอดังมาจากด้านข้าง มุกมณีหันไปมองก็เห็นว่าเป็นสุทินทร์ เพื่อนสมัยมัธยมปลายของเธอนั่นเอง
“สุทินทร์ นี่นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เท่าที่มุกมณีจำได้ นายสุทินทร์เป็นผู้ชายปอนๆ คนหนึ่ง ที่เคยมาตามจีบ แต่เธอไม่เคยสนใจเขาเลย
"วันนี้บริษัทจัดงานเลี้ยงค็อกเทลเล็กๆ ที่นี่ ฉันก็เลยมาส่งท่านประธานน่ะ ใช่สิ ตอนนี้ฉันเป็นคนขับรถของเขา สุทินทร์พูดด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ คนขับรถของตระกูลธนกิจโกศลที่ใช่ว่าใครจะเป็นก็ได้
“บริษัทที.เอส พร็อพเพอร์ตี้กรุ๊ปจำกัด ท่านประธาน นายหมายถึงคุณภัสกรณ์น่ะเหรอ” มุกมณีตาวาว เป็นโชคดีของเธอจริงๆ ตอนแรกกะว่าจะต้องใช้ความคิดเยอะกว่านี้ซะอีก ไม่คิดเลยว่าโอกาสจะมาถึงเร็วขนาดนี้ในห้องสวีทที่มีเพียงแสงไฟสลัว สุทินทร์ตรงเข้าไปประชิดร่างของมุกมณี ด้วยอารมณ์ปรารถนา…….
“สุทินทร์……เรื่องที่รับปากฉันไว้……นายต้องทำให้ได้นะ” หญิงสาวบิดร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
“ฉันช่วยวางยาท่านประธานได้ แต่หลังจากนั้นฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้ รู้ไหมว่าท่านประธานต้องการแค่ผู้หญิงที่บริสุทธิ์”
“อะไรนะ” มุกมณีตัวเย็นเฉียบ “นายจะบอกว่า คุณภัสกรณ์ต้องการแค่สาวพรหมจรรย์อย่างนั้นเหรอ” “ใช่ ไม่รู้เหรอ คืน แรกต้องเป็นสาวพรหมจรรย์ และไม่ว่าจะสวยแค่ไหน ก็มีสิทธิ์อยู่ได้แค่เจ็ดวัน”
มุกมณีตัวเย็นไปหมดแล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าคุณภัสกรณ์จะมีรสนิยมแบบนี้ด้วย แล้วเธอจะทำยังไงดี
มุกมณีหรี่ตาลง ในใจคิดอะไรบางอย่าง……
ค่ำคืนมืดมิด กิจกรรมบนเตียงของคนทั้งสองค่อยๆ สงบลง มุกมณีส่งยาจากมือเธอให้กับสุทินทร์ “ทุกอย่างฝากไว้ที่นายแล้วนะสุทินทร์ ถ้าฉันได้เป็นผู้หญิงของคุณภัสกรณ์ มันจะเป็นประโยชน์กับนายแน่นอน”
นีรชาที่กำลังทำงานในร้านอาหาร รู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอสั่น เนื่องจากมีสายเข้า
เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย นีรชากดรับสาย “ฮัลโหล พี่มุก มีอะไรเหรอ”
“รีบมาที่ ที.เอส คลับ ห้อง 1806 พี่สาวของเธอเมามาก จำไว้ว่าห้อง 1806” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังออกมาจากโทรศัพท์
“เฮ้” นีรชากำลังจะพูด เขาก็วางสายไปแล้ว พอเธอโทรกลับไปอีกครั้ง ก็ไม่มีใครรับสาย
นีรชารีบบอกเรื่องนี้กับสุกัญญาเพื่อนร่วมงานของเธอ แล้วเรียกแท็กซี่ไป ที.เอส คลับ ทันที