ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เทพธิดาแค่ของเล่น

ตอนที่ 1 เทพธิดากลายเป็นของเล่น

ตะวันลับขอบฟ้า ความมืดพลันลับหายกลายชัดเจน……

หลังจากเลิกงาน จางเยว่ได้ลากสังขารอันเหนื่อยล้าของตนกลับไปที่บ้านเช่า ทันทีที่เขาเปิดประตู ข้อความของเขาก็ดังขึ้น

“ตึ๊ง ตึ่ง……ตึ๊ง ตึ่ง……”

เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จางเยว่ก็เกิดตะลึงงัน เพราะข้อความที่ส่งมานั้นเป็นจ้อความจากหานซินหลาน และในเนื้อหาของข้อความก็มีดังนี้ : รีบมาที่โรงแรมเจียเก๋อต้า ห้อง 1102

หานซินหลานไม่ใช่คนอื่นคนไกล หากแต่เป็นประธานสาวสวยของหลานหยู่กรุ๊ปและจางเยว่ก็เป็นเพียงคนขับรถให้กับประธานสาวสวยคนนี้

แม้ว่าประธานสาวคนนี้จะสวยและร้อนแรง แต่อารมณ์ของเธอก็ร้ายกาจมาก เธอชอบทุบตีและดุด่าพนักงานด้วยวิธีการต่างๆ แถมยังมีแนวโน้มที่ใช้ความรุนแรงอีกด้วย

จางเยว่ไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้จริงๆ เธอจะมีนิสัยที่เย็นชาและบ้าอำนาจ แล้วเธอก็ไม่ได้สนใจที่จะมองเขาด้วยซ้ำ แต่ทำไมเธอถึงส่งข้อความหาเขาในคืนนี้

หลังจากจ้องโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ลองตอบกลับไปว่า “ประธานหานมีอะไรให้รับใช้ครับ?”

หลังจากที่ส่งข้อความไป เขาก็รออยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานนักเขาก็ได้รับคำตอบจากหานซินหลาน : ฉันถูกวางยา ทนไม่ไหวแล้ว นายรีบมาโรงแรมเถอะ……

หลังจากอ่านข้อความนี้ ขนหัวของจางเยว่ก็ลุกซู่ : เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้หญิงคนนี้ต้องการให้เขาช่วยเธอล้างพิษ?

เมื่อนึกถึงใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติ เรือนร่างที่เซ็กซี่และร้อนแรงของเธอแล้ว จางเยว่ก็ไม่อาจทนไหวอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงรีบลงไปข้างล่างและนั่งแท็กซี่ไปที่โรงแรมเจียเก๋อต้าอย่างเร็วที่สุด

ฮึ่ม เธอมักจะเย้ยหยันและดูถูกเขา เพราะฉะนั้นคืนนี้เขาจะสั่งสอนเธอเอง

เมื่อเขามาถึงชั้น 11 ของโรงแรมเจียเก๋อต้า เขาก็เห็นชายโฉดสามคนเดินออกจาห้อง 1102 ปากของเธอยังคงด่าทอพวกเขาไม่หยุด : “ให้ตายสิ! ปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปได้ยังไง”

“ผู้หญิงคนนั้นถูกวางยาและนอนบนเตียง แล้วนี่เธอก็หายตัวไปในชั่วพริบตา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

“เกือบจะได้กินเธออยู่แล้วเชียว”

“น่าเสียดายจริงๆ……”

เมื่อเห็นสามชายโฉดเดินออกไป จางเยว่ก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที เมื่อเขามาถึงห้องเขาก็พบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยใครแม้แต่คนเดียว แต่ว่าห้องนั้นกลับมีข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด

เห็นได้ชัดว่าสามชายโฉดนั้นต้องการทำร้ายหานซินหลานในตอนนี้ เขาเดาว่าผู้หญิงคงนี้คงซ่อนตัวอยู่ที่ใดสักที่ เพื่อมิให้สามชายโฉดนั้นทำอะไรเธอได้สำเร็จ

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ห้องในโรงแรมก็ใหญ่โตมโหฬาร ชายโฉดสามคนต่างหากันทุกซ่อนทุกมุม แล้วประธานหานอยู่ที่ไหนกัน?

“ประธานหานครับ……” จางเยว่เดินสำรวจห้อง ก่อนที่จะตะโกนออกมา

“จางเยว่” เสียงก้องกังวานของหานซินหลานดังออกมาจากห้อง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าดังมาจากด้านหลัง

ทันทีที่เขาหันกลับมา เขาก็ไม่พบใครเลย มีเพียงกำแพงสีขาวเท่านั้น

“ประธานหาน คุณอยู่ไหนครับ?” ปกติแล้วจางเยว่ไม่ใช่คนขี้ขลาด แต่ตอนนี้สถานการณ์มันค่อนข้างแปลกจริงๆ

หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ได้ยินเสียงกังวานของหานซินหลานดังขึ้นมาอีกครั้ง : “อย่าถามให้มากความ หยิบโทรศัพท์ที่พื้นให้ฉันก่อน”

ใช่แล้ว มีโทรศัพท์วางอยู่บนพื้น และเสียงของประธานหานก็ดังมาจากโทรศัพท์เครื่องนั้น

จางเยว่เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์สีขาวขึ้นมา หน้าจอของโทรศัพท์ประมาณ 5 นิ้ว มีโลโก้ V8 อยู่ด้านหลัง ถัดจากคำว่า V8 ก็มีตัวอักษรเล็กๆ คำว่า : เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต

หลังจากจ้องโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ปัดหน้าจอเพื่อปลดล็อก ทันทีที่เห็นใบหน้าอันสวยงามของหานซินหลานบนหน้าจอ เขาก็ประทับใจมาก ราวกับเขาได้วิดีโอคอลคุยกับเธอ

ผู้หญิงคนนี้สวมชุดกระโปรงรัดรูป ปกคลุมร่างกายของเธอแน่นเป็นพิเศษ กระโปรงของเธอผ่าขา เผยให้เห็นขาเรียวๆ ทั้งสองของเธอ

“ดูจนพอใจหรือยัง?” เสียงคำรามของหานซินหลานปลุกจางเยว่ให้มีสติกลับมาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็หลับตาและถามด้วยรอยยิ้ม “ประธานหาน ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนครับ?”

“ฉันอยู่ในโทรศัพท์”

“อะไรนะครับ?” จางเยว่คิดว่าเขาได้ยินผิด

“เมื่อกี้ฉันโดนอันธพาลพวกนั้นมันลวนลาม และกำลังจะโทร.แจ้งตำรวจ ตอนที่ฉันกำลังกด 110 ฉันก็เกิดหน้ามืดแล้วเข้ามรในโทรศัพท์ของฉัน ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” หานซินหลานดูสับสน

อย่างไรก็ตามน้ำเสียงของเธอนั้นจริงจังมาก และดูไม่ได้ตั้งใจล้อเล่นเลย เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะพูดตลกกับพนักงานระดับล่างของเธอได้

“ทะลุมิติเหรอครับ?” จางเยว่จ้องโทรศัพท์ด้วยท่าทีที่ตลกปนเศร้า เขาไม่เข้าใจจริงๆ ประธานหานจะเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์ได้ยังไง

โทรศัพท์ขนาด 5 นิ้ว ยังไม่ใหญ่เท่ากับใบหน้าของประธานหานเลย เพราะฉะนั้นคนตัวใหญ่จะเข้าไปในนั้นได้ยังไงกัน?

แปลก!

มันแปลกมาก

“เฮ้ย นายพาฉันออกไปเร็วๆ สิ” หานซินหานสั่งเขาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

“พาออกไปยังไงเหรอครับ?” จางเยว่สังเกตอย่างระวัง นี่เป็นโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง คล้ายกับสมาร์ทโฟนนื้องตลาดทั่วไป ไม่มีทางออกเลย

“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ”

“หรือจะให้ผมทุบหน้าจอโทรศัพท์แล้วพาคุณออกมาดีครับ?”

“งั้นนายก็รีบๆ หน่อย”

“ครับ!”

จางเยว่วางโทรศัพท์ราบไปบนตู้ ทันใดนั้นเขาก็พบที่เขี่ยบุหรี่และใช้มันทุบเข้าไปที่หน้าจอโทรศัพท์

“โอ๊ย!”

เขายังไม่ทันได้ทุบโทรศัพท์ หานซินหลานก็กรีดร้องออกมา มือของเธอกำหน้าอกไว้ด้วยความเจ็บปวด

หน้าจอมือถือค่อนข้างแข็งแรง เพราะใช้ฟิล์มกระจกนิรภัย

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย! กูจะรอดูว่ามึงจะแข็งแกร่งแค่ไหนเชียว” จางเยว่ยกที่เขี่ยบุหรี่ขึ้นมาและเตรียมที่จะทุบมัน

“อย่าทุบนะ!” หานซินหลานในโทรศัพท์รีบหยุดเขา

“หรือว่าคุณไม่อยากออกมาเหรอครับ?”

“ถ้านายทุบมัน ฉันก็จะทุบนายให้ตายไปเลย”

“……” จางเยว่วางที่เขี่ยบุหรี่ลง “คนพวกนั้นเพิ่งทุบคุณเหรอครับ?”

“ไร้สาระ” หานซินหลานกัดฟันด้วยความเจ็บปวด เธอจ้องไปที่จางเยว่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ “เมื่อกี้นายเพิ่งทุบหน้าอกฉันไปเองนะ”

“ผมก็ว่าอะไรเด้งๆ แถมใหญ่ซะด้วย”

“ไอ้บ้า นายหาเรื่องตายหรือยังไง…..”

“ฮึ่ม ยังใจร้ายเหมือนเดิมเลยนะ ขนาดอยู่ในโทรศัพท์ยังกล้ามาหยิ่งผยองอีกนะ” จางเยว่ยิ้มอย่างชั่วร้ายและใช้นิ้วปัดไปที่กลางหน้าจอสองครั้ง

สัมผัสนั้นโดนไปที่ผิวหน้าของหญิงสาวผู้นั้น มันช่างเป็นสัมผัสที่นุ่มนวล ทำให้หัวใจของเขาเต้นไปเป็นจังหวะเลยจริงๆ

ตายจริง สัมผัสผิวของผู้หญิงผ่านน่าจอได้ด้วย น่าทึ่งจริงๆ เลย

“ผัวะ! ผัวะ!”

จางเยว่ตบหน้าหานซินหลานสองครั้ง เธอโกรธขึ้นมาทันที “ไอ้ชาติชั่ว กล้าดียังไงมาตบฉัน นายยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไหมฮะ?”

“ประธานหานครับ ที่ผ่านมาคุณก็ชอบทำร้ายและด่าทอมาตลอด ตอนนี้คุณถูกขังไว้ในโทรศัพท์ คุณจะทำอะไรผมได้!” จางเยว่เอียงศีรษะเล็กน้อย เขาไม่เคยทำตัวยโสเท่านี้มาก่อน

เขาใฝ่ฝันที่จะสั่งสอนบทเรียนแก่ประธานสาวสวย ผู้เย็นชาและทะนงตัวผู้นี้มาโดยตลอด แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่าโอกาสนี้จะมาถึง

“นาย……”

หานซินหลานโกรธมาก เพราะในฐานะประธานหลานหยู่กรุ๊ปแล้วนั้น ไม่มีใครกล้าโจมตีเธอเลย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอถูกทุบตี

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโกรธ เธอได้แต่กัดฟันและอดกลั้นความโกรธนั้นไว้ในใจ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าที่ว่างเปล่า “คุณตบหน้าฉันสองครั้ง ฉันไม่โกรธหรอก รีบๆ หาทางช่วยฉันออกไปได้แล้ว”

“ทำไมผมต้องช่วยคุณด้วย?”

“ตราบใดที่นายช่วยฉันออกไปได้ ฉันจะแบ่งหุ้นของหลานหยู่กรุ๊ปให้กับนาย 10%”

“อย่างนั้นก็ได้ครับ” จางเยว่ตบปากรับคำทันที หากเขาได้ถือหุ้นจำนวนมากในหลานหยู่กรุ๊ปแล้ว ต่อไปเขาจะได้ไม่ต้องไปทำงานให้คนอื่นอีก

เขารีบเอื้อมมือออกไปหยิบโทรศัพท์เพื่อคิดหาวิธีหาผู้หญิงคนนี้ออกไป

“อ๊า!”

ทันทีที่เขาแตะหน้าจอ เขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนอันน่าประหลาดของหานซินหลานดังออกมา เธอดุเขาอย่างอับอายว่า : “ไอ้คนสารเลว! เอามือสกปรกของนายออกไปนะ”

“น้องสาว!” จางเยว่กดนิ้วลงบนหน้าจอ และลังเลที่จะถอนตัว

ภายใต้นิ้วนั้นไม่ใช่หน้าจอที่แข็ง แต่มันช่างนุ่มนวลและเป็นสัมผัสที่สวยงามจริงๆ

“จางเยว่ ไอ้คนไร้ยางอาย” ทั้งเรือนร่างของหานซินหลานระเบิดออกมาด้วยรัศมีความอาฆาตที่ดูเยือกเย็น แต่ใบหน้าของเธอนั้นกลับแดงก่ำขึ้นเรื่องๆ

ร่างกายของเธอไม่เคยถูกชายผู้ใดแตะต้องมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกของเธอ แถมเขายังเป็นคนขับรถต้อยต่ำอีกด้วย

“แน่นอนว่าเป็นเครื่องบินรถในโทรศัพท์มือถือ ผมชอบ” จางเยว่กดหน้าจอสองครั้ง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมา

มือถือเครื่องนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เขาได้สัมผัสร่างกายของประธานหานผ่านหน้าจอ หากไม่ใช่เพราะหุ้นเหล่านั้น เขาคงไม่เต็มใจปล่อยผู้หญิงคนนี้ออกไป

หลังจากจ้องโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พบปุ่มฟันเฟืองที่มุมขวาบน เขาเอื้อมมือออกไปและกดปุ่มตั้งค่า

ทันใดนั้นกรอบเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับข้อความที่ว่า : ระบบยังไม่ได้เปิดใช้งาน ยังไม่สามารถใช้คุณสมบัตินี้ได้ ต้องการเปิดใช้งานระบบหรือไม่

จางเยว่ไม่ได้คิดเกี่ยวกับมัน เขาเพียงกด : ใช่

ครั้งนี้ กรอบข้อความขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น : โปรดป้อนลายนิ้วมือเพื่อเปิดใช้งานระบบ โดยด้านล่างนั้นเป็นภาพลายนิ้วมือ

หลังจากที่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเยว่ก็ประทับลายนิ้วมือด้วยนิ้วโป้งขวาของเขาลงไป ทันใดนั้นหน้าจอก็กลายเป็นสีดำสนิท

หลังจากนั้น ตัวอักษรภาษาอังกฤษปรากฏขึ้นบนจอ โดยใช้เวลาประมาณ 6 วินาที หน้าจอก็เปิดขึ้นอีกครั้ง และกรอบสีดำก็ปรากฏบนหน้าจออีกครั้งเช่นกัน : การสแกนนิ้วมือสำหรับ ระบบเปิดใช้งานแล้ว ตอนนี้คุณเป็นเจ้าของเครื่องแล้ว โปรดไว้วางใจเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต V8

หลังจากเสร็จสิ้น จางเยว่ได้คลิกปุ่มตั้งค่าบนมุมขวาบนอีกครั้ง และเลื่อนเมนูลงมาและเขาก็พบกับตัวเลือก : สั่งสอนเทพธิดา ปลดปล่อยเทพธิดา และเข้าถึงไอเท็ม

เขาเอื้อมมือออกไปและแตะเพื่อปลดปล่อยเทพธิดา แต่ทันใดนั้นข้อความแสดงความผิดพลาดก็ปรากฏขึ้น : พลังงานกุญแจไม่เพียงพอ ไม่สามารถปลดปล่อยเทพธิดาได้

กุญแจพลังงานคืออะไร?

ทำไมเขาไม่เคยได้ยินมันเลย?

เขาถึงกับตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือออกไปแตะไปที่ข้อความสั่งสอนเทพธิดา แต่มันก็ยังแสดงคำว่ากุญแจพลังงานไม่เพียงพอเหมือนเดิม ทันใดนั้นเขาก็แตะไปที่คำว่าเข้าถึงไอเท็ม

ไม่มีปุ่มอื่นๆ บนหน้าจอเลย มีเพียงแต่ปุ่มตั้งค่าเท่านั้น ดูเหมือนการช่วยเหลือหานซินหลานจะไม่ใช่เรื่องง่านเสียแล้ว

“เฮ้ย นายมัวทำอะไรอยู่?” หานซินหลานจ้องมองเขาด้วยความงุนงง เธอกังวลเล็กน้อย และพยายามเร่งเร้าอย่างไม่สามารถทนได้อีกต่อไป “ช่วยฉันหาวิธีเร็วๆ สิ”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมกำลังหาวิธีอยู่” ในขณะที่จางเยว่ตอบ นิ้วมือของเขาก็จิ้มไปที่กลางหน้าจอเบาๆ

การเคลื่อนไหวนี้ดึงดูดสายตาของหานซินหลาน : “ไอ้ชาติชั่ว อย่าแตะต้องฉันนะ!”

“ผมไม่ได้จะแตะต้องตัวคุณ ผมแค่หาวิธีอยู่” หลังจากนั้นจางเยว่ก็เขย่าโทรศัพท์ทันที

“อย่าเขย่าสิ ฉันเวียนหัว……ตุ๊บ……”

หานซินหลานสั่นและเวียนหัวมาก ก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้น “ตุ๊บ” และเธอก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า……”

เมื่อเห็นฉากนี้ จางเยว่ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็นึกเกมในโทรศัพท์มือถือของเขา “Talking Tom Cat”

ในขณะนี้หานซินหลานเป็นเพียง Talking Tom Cat ฉบับปรับปรุง

ใครจะคิดว่าประธานสาวผู้หญิงเย็นชาผู้นี้ จะกลายเป็นของเล่นน้อยสุดน่ารักไปแล้ว ช่างน่าสนใจจริงๆ

ตอน 2

ตอนที่ 2 สาวสวยปวดฉี่

“หัวเราะอะไรยะ” หานซินหลานใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะลุกจากพื้นได้ ใบหน้าอันขาวผ่องของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ

เมื่อได้ยินการด่าทอ จางเยว่ก็ยิ้มออกมา “ประธานหานครับ มือถือของคุณนี่สุดยอดจริงๆ ไม่รู้ว่าคุณไปเอามันมาจากไหน?”

“ฉันขอซื้อจากเพื่อนที่ต่างประเทศ ตั้งแต่ได้มาฉันยังไม่เคยใช้มันเลย”

“ผมสงสัยว่ามันไม่น่าใช่มือถือของคุณนะ”

“คืออะไร?”

“นี่น่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์สะสมปีศาจ”

“ปีศาจแม่นายสิ นายนั่นแหละเป็นปีศาจ พ่อแม่พี่น้องบ้านของนายนั่นแหละที่เป็นปีศาจ……” เสียงคำรามของเธอดังขึ้นมา หานซินหลานแสยะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

“เอื้อก!”

จางเยว่จ้องไปที่ลูกกระเดือกที่เธอกำลังกลืนน้ำลายลงไป ให้ตายสิ! เธอเหมือนนางปีศาจยั่วสวาทจริงๆ ช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน

หลังจากที่มองหน้าจอสักพัก เขาก็ยิ้มและพูดด้วยความเป็นห่วงออกมาว่า : “ประธานหานครับ อากาศในมือถือเป็นยังไงบ้างครับ? ค่า PM 2.5 สูงไหมครับ?”

“อากาศไม่เท่าไหร่ แต่พื้นที่นี่มันเล็กจริงๆ เลย” หานซินหลานทุบ “กำแพง” ด้วยมือของเธอ และมีเสียง “ปัง! ปัง!” ราวกับกระจกนิรภัย

เมื่อมองจากมุมของจางเยว่ ก็รู้สึกว่าประธานหาน รู้สึกได้ว่าข้างหลังของประธานหานเป็นพื้นหลังสีเงิน ส่วนใต้เท้าของเธอเป็นสีเทาเข้ม เหมือนกับกรงสุนัขระดับพรีเมี่ยม

“คุณอย่าเพิ่งขยับ ผมจะหาวิธีอื่นช่วยคุณเอง” จางเยว่ปลอบโยนและเอื้อมมือออกไปแตะปุ่มเมนูหลักที่อยู่ด้านล่าง

หลังจากนั้นหน้าจอของหานซินหลานก็ปิดอัตโนมัติ และอินเทอร์เฟซเมนูหลักจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

เฉกเช่นเดียวกับมือถือรุ่นอื่นๆ เมนูหลักมีแอปพลิเคชันมากมาย และนอกจากปุ่มโทรกับปุ่มข้อความแล้ว ยังมีแอปพลิเคชันแปลกๆ อีกมากมายด้วย

เช่น กลโกงการต่อสู้ พื้นที่เทพธิดา กล้องเสมือนจริง และแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่จางเยว่เองก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน

หลังจากดูแอปพลิเคชันเหล่านี้อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็จิ้มไปที่กลโกงการต่อสู้ และกล่องข้อความสีดำเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ : กุญแจพลังงานไม่เพียงพอ ไม่สามารถใช้ฟังก์ชันนี้ได้

เมื่อเขาจิ้มไปที่แอปพลิเคชันอื่นๆ ข้อความก็เด้งขึ้นมาว่ากุญแจพลังงานไม่เพียงพอ แต่เมื่อเขาจิ้มไปที่แอปพลิเคชันเพื้นที่เทพธิดา กล่องข้อความก็ปรากฏขึ้นว่า : โปรดป้อนลายนิ้วมือเพื่อการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมากราฟิกลายนิ้วมือด้านล้างปรากฏขึ้นมาอีกด้วย

จางเยว่ใช้นิ้วหัวแม่มือแตะเข้ามา แอปพลิเคชันนั้นก็เปิดขึ้นทันที และภาพของหานซินหลานก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ

หลังจากนานสักพักหนึ่ง ประธานหานก็ถูกขังอยู่ในแอปพลิเคชันเทพธิดา

เขาออกจากแอปพลิเคชันนี้และกลับไปที่เมนูหลัก ก่อนจะจิ้มไปยังแอปพลิเคชันอื่นๆ เมื่อเขาจิ้มไปที่ซูเปอร์สแกน กล่องข้อความก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจออีกครั้ง : โปรดป้อนลายนิ้วมือเพื่อการตรวจสอบ

จางเยว่ป้อนลายนิ้วมือของเขาตามข้อความที่แจ้งเตือนขึ้นมา และแอปพลิเคชันนั้นก็เปิดขึ้นมาทันที โดยขึ้นเป็นฟังก์ชันสแกน คล้ายกับการสแกนในวีแช็ต มีเส้นแนวนอนสีเขียวลากขึ้น ลากลง

จางเยว่จิ้มไปที่ปุ่มช่วยเหลือบนมุมขวาของหน้าจอ กล่องข้อความสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น : ซูเปอร์สแกนสามารถรับรู้ลักษณะนิสัยของสัตว์ทุกชนิดได้……เพียงแค่เล็งไปที่ร่างกายของสัตว์

หลังจากอ่านข้อความนั้นแล้ว เขาก็วางแผนหาสัตว์ตัวหนึ่งมาเพื่อใช้ในการทดลองแอปพลิเคชันนั้นว่าใช้ได้จริงๆ หรือไม่

แต่ว่าในตอนกลางคืนแบบนี้ จะหาสัตว์ที่ไหนดีล่ะ?

ใช่สิ คนก็เป็นสัตว์เหมือนกัน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จางเยว่ก็พลิกมือถือและนำกล้องชี้ไปที่ร่างกายของเขา

ตึ๊ง!

หลังจากสิ้นเสียงนั้น การสแกนก็สิ้นสุดลง

จางเยว่พลิกมือถือและก็พบกับกล่องข้อความสีดำขนาดใหญ่ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ : วัตถุที่สแกนได้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระดับสูง เพศชาย อายุ 23 ปี กระเจี๊ยวสวย ร่าเริง มีไหวพริบ เด็ดเดี่ยว ติ๊งต๊องเป็นที่สุด อีกทั้งยังเป็นหนุ่มบริสุทธิ์สุดวิตถารอีกด้วย……

ฮึ่ม!

มุมปากของจางเยว่กระตุกอย่างรุนแรง เขาไม่ได้คาดหวังว่าแอปพลิเคชันจะทรงพลังได้ขนาดนี้ เพราะมันรู้ทั้งรูปร่าง จุดอ่อน จุดแข็ง และสุขภาพทั้งหมดในร่างกายของเขา

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!

มันวิเศษมากจริงๆ เขาไม่เคยเจอแอปพลิเคชันที่น่าทึ่งได้เท่านี้มาก่อน แทบจะเหมือนกระจกเลย

จากนั้นเขาก็จิ้มแอปพลิเคชันนั้น แอปพลิเคชันนี้ ในโทรศัพท์ แต่ก็พบว่าแอปพลิเคชันทั้งหมดได้ระบุว่ากุญแจพลังงานไม่เพียงพอ ไม่สามารถเปิดฟังก์ชันได้ ในตอนนี้มีเพียง 2 แอปพลิเคชันเท่านั้นที่สามารถเปิดได้ นั่นก็คือ พื้นที่นางฟ้าและซูเปอร์สแกน

ดูเหมือนว่าหากเขาต้องการใช้แอปพลิเคชันอื่นๆ ข้อความกุญแจพลังงานไม่เพียงพอจะต้องเด้งขึ้นมาทุกรอบ และหากต้องการปล่อยหานซินหลานออกไป เห็นทีจะต้องมีกุญแจพลังงานด้วย

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่ากุญแจพลังงานนั่นมันคืออะไรกันแน่? แล้วจะได้รับมันอย่างไร?

หลังจากอึกอักอยู่กับมือถืออยู่นาน เขาก็หาเหตุผลไม่ได้ เขาจึงเปิดแอปพลิเคชันพื้นที่เทพธิดาอีกครั้ง และหลังจากป้อนลายนิ้วมือ หน้าจอของหานซินหลานก็ปรากฏขึ้น

“ตกลงช่วยฉันออกไปไม่ได้เหรอ?” หานซินหลานที่ติดอยู่ในโทรศัพท์มานาน เห็นได้ชัดว่าจิตใจของเธอร้อนรนเล็กน้อยในตอนนี้

แต่จางเยว่กลับไม่ได้รีบร้อนอะไร เขาอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า : “หากจะช่วยคุณออกไป ต้องได้รับกุญแจพลังงาน”

“กุญแจพลังงานอะไร?”

“ผมเดาว่ากุญแจพลังงานเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดมือถือ คุณไม่ต้องกังวลไป ผมจะหาวิธีหากุญแจพลังงานให้ได้แน่นอน” เพื่อที่จะได้หุ้นของหลานหยู่กรุ๊ป จางเยว่จึงหาวิธีเพื่อช่วยชีวิตประธานหาน

ยิ่งไปกว่านั้น เขาเองก็อยากรู้อีกด้วยว่า หากได้รับกุญแจพลังงานแล้วไปเปิดแอปพลิเคชันอื่นๆ เขาอยากรู้ว่าแอปพลิเคชันเหล่านั้น ตกลงแล้วมันจะมีพลังวิเศษมากเพียงใด

“แล้วตอนนี้ฉันควรทำยังไง?”

“คุณอยู่ข้างในไปก่อน เดี๋ยวผมจะพาคุณกลับบ้าน” หลังจากที่จางเยว่พูดจบ เขาก็จิ้มไปที่หน้าจอ เพื่อออกจากพื้นที่เทพธิดา ก่อนจะนำโทรศัพท์มือถือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงของเขา

หลังจากนั่งแท็กซี่กลับมาที่บ้านเช่าก็ดึกมากแล้ว แต่จางเยว่กลับไม่รู้สึกง่วงเลย เขานอนอยู่บนเตียงและศึกษามือถือเครื่องนี้ต่อไป เขาพยายามดิ้นรนจนถึงเที่ยงคืน ก่อนที่เขาจะผล็อยหลับไป

เขาตื่นอีกทีคือเที่ยงวันของวันที่สอง สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อลืมตาขึ้นมา คือการเปิดโทรศัพท์มือถือ V8 และจิ้มไปที่พื้นที่เทพธิดาเพื่อป้อนลายนิ้วมือ และจากนั้นหานซินหลานก็ปรากฏตัวขึ้นในโทรศัพท์มือถือ

ผู้หญิงคนนั้นดูเหนื่อยมาก ตาที่ง่วงนอนนั้น ทำให้เกิดรอยคล้ำที่รอบดวงตาอันสวยงามของเธอ

“ประธานหานครับ คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ?”

“ไร้สาระ ฉันไม่มีเตียงจะนอนได้ยังไงเล่า!” หานซินหลานคำรามออกมาอย่างไม่อดทน ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

การถูกขังไว้ในพื้นที่เล็กๆ แปลกและลึกลับเช่นนี้ คงไม่มีใครอารมณ์ดีแน่

“ประธานหานน่าสงสารจริงๆ นะครับ ไม่มีแม้กระทั่งเตียงนอน” จางเยว่ดูเป็นทุกข์ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ดูเหมือนประธานหานผู้ดุร้ายจะต้องทุกข์ทรมาน แต่ดูๆ แล้วต่อไปเธอก็คงจะยังดุด่าและทุบตีพลังงานอีกเช่นเคย

“แย่แล้ว!” จู่ๆ ใบหน้าของหานซินหลานก็อับอายขึ้นมา เธอกัดริมฝีปากอย่างเชื่องช้าและขอความช่วยเหลือ : “จางเยว่ ฉันอยากเข้าห้องน้ำน่ะ”

“คุณก็ไปเข้าห้องน้ำสิ!”

“ที่นี่ไม่มีห้องน้ำนะ ฉันจะไปที่ไหนล่ะ?”

“เอ๋?” จางเยว่ตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินเขาดี เป็นไปได้ไหมที่เขาจะได้เห็นภาพสดๆ ในครั้งนี้?

นี่นับเป็นประโยชน์มหาศาล เขาสงสัยจริงๆ ว่าประธานหานจะเป็นอย่างไรเมื่อเข้าห้องน้ำ?

“นายมัวทำอะไรอยู่ ฉันอยากเข้าห้องน้ำ รีบๆ คิดหาวิธีสิ!” หานซินหลานคำรามออกมาอย่างหมดความอดทน เธอยังคงเย่อหยิ่งเสมอ

จางเยว่ชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ : “ยังมีวิธีไหนอีกล่ะ ก็แก้ปัญหาให้ตรงจุดไปสิ”

“ไปให้พ้น!”

หานซินหลานคำรามออกมาด้วยความโกรธ เธอเห็นเจตนาไม่ดีของจางเยว่มานานแล้ว เธอต้องมองเขาและพูดอย่างดูถูก “ให้ตายสิ นายอยากเห็นฉันเข้าห้องน้ำ ประตูอะไรก็ไม่มี”

“แล้วคุณจะทำยังไงล่ะ?”

“ฉันจะอั้นฉี่!” หานซินหลานจับขาของตนไว้และกัดฟัน แม้ว่าเธอจะต้องอั้นให้ตาย แต่เธอก็ไม่อยากให้ตัวเองอับอายต่อหน้าคนขับรถ

“ระวังขาดอากาศหายใจนะครับ!”

“ไปให้พ้น!”

“งั้นคุณก็ค่อยๆ อั้นไปนะ!”

จางเยว่ยิ้มและเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้มันน่าทึ่งมากจริงๆ แต่เสียดายที่มันไม่สามารถช่วยทำเงินให้เขาได้ เขาจึงต้องทำงานต่อไป

หลังจากตื่นนอนได้สักพัก เขาก็นั่งแท็กซี่ไปที่หลานหยู่กรุ๊ป

หลานหยู่กรุ๊ปเป็นบริษัทเสื้อผ้า โดยสองสาวพี่น้องอย่างหานซินหลานและหานซินหยู่ ตั้งแต่ในช่วงมหาวิทยาลัย และตอนนี้บริษัทก็ได้พัฒนาเป็นบริษัทเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงในเมืองเจียงอีกด้วย

โดยงานประจำวันของจางเยว่คือการขับรถให้หานซินหลาน แต่ในตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นถูกขังอยู่ในโทรศัพท์มือถือ เขาเองก็สบายใจเช่นกัน เขาตัดสินใจไปที่ฝ่ายขายเพื่อไปหาเหลียงลวี่ แฟนสาวของเขา

เมื่อเดินเข้าไปในล็อบบี้ของบริษัท เขาก็บังเอิญได้ยินพนักงานหลายคนพูดคุยเรื่องของเหลียงลวี่กัน : “ได้ข่าวว่าเหลียงลวี่ลาออกไปเมื่อกี้เอง ฉันเห็นเธอขึ้นรถ BMW ไปกับผู้หญิงอ้วนๆ คนหนึ่งน่ะ”

“อดทนจริงๆ จับเศรษฐีได้เร็วสุดๆ”

“ไม่ใช่ว่าเหลียงลวี่มีแฟนแล้วเหรอ?”

“ก็จางเยว่ไง มีแฟนเป็นคนขับรถไร้ประโยชน์ เธอก็คงเอาเล่นๆ ขำๆ สนุกๆ น่ะ……”

“……”

คำพูดเหล่านั้นแทงเข้าไปในหูของจางเยว่ ราวกับมีดาบปลายปืนแทงเข้าไปในหัวของเขาอย่างเจ็บปวด

คิดไม่ถึงเลยว่าอีนังสารเลวเหลียงลวี่จะจับเศรษฐีได้ ไม่แปลกเลยที่ไม่กี่วันมานี้เธอหาเรื่องเลิกกับเขา

จางเยว่กำหมัดแน่น ความโกรธของเขาพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่างกาย จนอยากจะระบายออกมา

“เฮ้!”

เสียงที่คุ้นเคยของผู้หญิง ดังมาจากด้านหลังของเขา จางเยว่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเหลียงสวี่ ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนด่าว่า “เธอนี่มันดอกทองจริงๆ”

หลังจากที่เขาด่าแล้ว เขาก็หันหลังมาเตรียมจะตบหน้าผู้หญิงคนนั้น

แต่เมื่อเขาหันกลับมา เขาก็ตะลึงงันทันที เพราะผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังเขานั้นไม่ใช่เหลียงลวี่ หากแต่เป็นหานซินหยู่ น้องสาวของหานซินหลาน ผู้จัดการทั่วไปของหลานหยู่กรุ๊ป

“นายเรียกใครว่าอีดอกทอง” หานซินหยู่มองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ใบหน้าที่ขาวซีดของเธอบูดบึ้งขึ้นมาเล็กน้อย

ต้องยอมรับเลยว่าเธอคนนี้สวยจริงๆ ใบหน้าของเธอทั้งสวยงาม หวาน และบริสุทธิ์ เธอสวมกระโปรงสั้นที่ถักทออย่างปราณีต

“แค่ก แค่ก”

จางเยว่ไอสองครั้ง ก่อนจะพูดว่า “ผู้จัดการหานอย่าเข้าใจผมผิดนะครับ ผมไม่ได้ว่าคุณ”

“แล้วนายว่าใครฮะ?”

“ผมด่า……อุ้งมือตัวเองครับ” จางเยว่กังวล ก่อนจะยกมือขวาอันซุกซนของเขาออกมา พร้อมกับอธิบายด้วยรอยยิ้มว่า “เมื่อคืนผมขอให้อุ้งมือของผมช่วยแก้ปัญหาในร่างกายของผม แต่ใครจะรู้เจ้าอุ้งมือนี้จะขี้เกียจขึ้นมา มันทำให้ผมอึดอัดมากเลยครับ”

“ยี้! ขยะแขยง!” หานซินหยู่เหลือบมองไปที่กางเกงของจางเยว่ ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงโดยไม่รู้ตัว

เมื่อเห็นว่าผู้จัดการทั่วไปคนสวยไม่โกรธแล้ว จางเยว่จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที : “ผู้จัดการหานครับ คุณหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”

“ใช่สิ! แล้วพี่สาวฉันล่ะ?”

“ไม่ทราบเลยครับ”

“แปลกจัง เมื่อคืนเธอก็ไม่ได้กลับบ้าน โทร.หาก็ไม่ติด หรือเธอเกิดอุบัติเหตุนะ?” หานซินหยู่ขมวดคิ้วด้วยท่าทีที่กังวล

“อ้อ! ผมเกือบลืมไปเลย ประธานหานบอกผมบอกคุณว่า เธอไปดูงานที่ประเทศในช่วงเวลานี้” จางเยว่โกหก เขาไม่สามารถบอกหานซินหยู่ได้เลยว่าพี่สาวของเธอนั้นถูกขังไว้ในโทรศัพท์มือถือ

เขาไม่ได้ตั้งใจให้ใครล่วงรู้ความลับนี้

“อ้อ!” หานซินหยู่เชื่ออย่างนั้นจริงๆ เพราะพี่สาวบอกเธอนานแล้วว่าอยากไปดูงานที่ต่างประเทศ

เธอไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องพี่สาวของเธอที่ไปต่างประเทศแต่อย่างใด ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “พอดีคนขับรถของฉันลาออกน่ะ นับแต่วันนี้นายจะเป็นผู้ติดตามของฉันนะ”

“ครับ” จางเยว่แสยะยิ้มออกมา เขาคิดว่าช่วงเวลาหลายวันนี้เขาจะทำเรื่องสนุกๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้แล้ว

เขาบากบั่นมาชั่วชีวิต ดั่งชีวิตของเขาถูกลิขิตให้เขาเป็นวัวเป็นม้าของพี่น้องตระกูลหาน แต่โชคดีที่คนน้องอ่อนโยนกว่าพี่สาว ไม่อย่างนั้นเขาคงได้วิ่งไปชนกำแพงจริงๆ

ตอน 3

ตอนที่ 3 สงครามของคนและหมา

หานซินหยู่เหลือบมองลงไปและสั่งขึ้นอีกครั้งว่า : “ตอนนี้ฉันต้องเข้าร่วมประมูลงานคนดังวอชิงตัน นายพาฉันไปที่นั่นหน่อยสิ”

ในที่สุด เธอก็ยกขาเรียวยาวของเธอเดินออกจากล็อบบี้ไป เธอสะบัดผมหอมๆ ยาวสลวยและเดินออกไป เพียงเรือนร่างที่มองจากด้านหลังก็ทำให้ใครต่อใครต่างหลงใหลไปกันหมด

ต้องยอมรับว่าพี่น้องตระกูลหานนี่เป็นที่สุดของเทพธิดาจริงๆ คนพี่เย็นชาและเผด็จการ ส่วนคนน้องสวยและน่ารัก ไม่รู้เลยว่าสองพี่น้องคู่นี้ทำให้ผู้ชายหลงใหลเสน่ห์ของพวกเธอไปเท่าไหร่แล้ว

หานซินหยู่เดินไปไม่กี่ก้าว ก็มีสุภาพบุรุษคนหนึ่งสวมชุดสูท ใส่รองเท้าหนังเข้ามาหยุดเธอไว้

สุภาพบุรุษคนนั้นชื่อซุนหงเจี๋ย เขาเป็นนายน้อยใหญ่แห่งซุนกรุ๊ป การกดขี่ข่มเหงในเมืองเจียง เขามีชื่อเสียงอันฉาวโฉ่มาก และในช่วงไม่นานมานี้เขายังได้พัวพันกับหานซินหยู่อีกด้วย

“ซินหยู่ โปรดให้เกียรติไปทานข้าวกับผมด้วย” ทันทีที่เขาพูดเช่นนี้ ดวงตาทั้งสองข้างของซุนหงเจี๋ยก็จ้องมองไปที่คอเสื้อของหานซินหยู่ ราวกับจะกลืนกินเธอ

หานซินหยู่รู้สึกขยะแขยงใบหน้าของเขามาก เธอเอามือกดไว้ที่คอของเธอ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไป พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “แค่เจอคุณฉันก็อยากจะอ้วกออกมาแล้ว ฉันจะกินลงได้ยังไง”

“นังนี่! วันนี้เธอต้องไปกินข้าวกับฉัน!” ซุนหงเจี๋ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นทันที และเขาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอีกต่อไป ใบหน้าอันสยดสยองของเขาปรากฏขึ้นมาทันที

นี่คือใบหน้าที่แท้จริงของเขา มันช่างต่ำทราม ร้ายกาจและดูเจ้าอารมณ์เป็นที่สุด

ร่างกายของหานซินหยู่หดตัวลงด้วยความตกใจ ก่อนที่เธอจะตะโกนใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่า : “รปภ. รีบมาที่นี่ด่วน……”

ตามคำสั่งที่ได้รับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มใหญ่พุ่งเข้ามาขวางด้านหน้า เสมือนผู้พิทักษ์ที่จงรักภักดี

“ฮ่าฮ่าฮ่า……”

ซุนหงเจี๋ยเหลือบมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเปล่งเสียงหัวเราะออกมา “คุณคิดเหรอว่ารปภ.ไม่กี่คนนี้จะจัดการกับผมได้ วันนี้ผมจะทำให้คุณเห็นพลังหมาบ้าของตระกูลซุนของเรา”

หลังจากนั้นเขาก็เอานิ้วชี้เข้าปาก ก่อนจะผิวปากออกมา

หลังจากสิ้นเสียงผิวปากนั้น หมาบ้าสามตัวก็วิ่งเข้ามาที่นอกบริษัท

หมาบ้าขนสวย มีเครื่องหมายสีน้ำตาลอ่อนที่หลัง มีปากและจมูกที่กว้างและหนา ดูกล้าหาญและดุร้าย

หลังจากที่หมาบ้าสามตัววิ่งเข้าไปที่ล็อบบี้ พวกมันก็รีบนั่งยองๆ อย่างเชื่อฟังต่อหน้าซุนหงเจี๋ย และรอฟังคำสั่งเขา มองเพียงแวบแรกรู้เลยว่าพวกมันได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ

บรรยากาศในล็อบบี้ตึงเครียดขึ้นในทันใด ทุกคนต่างพากันหวาดกลัว หัวใจพวกเขาสั่นสะท้านไปหมด เคยได้ยินมาว่าตระกูลซันนั้นมีหมาบ้าสามตัว ที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้

ทันทีที่เห็นว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างผวา ซุนหงเจี๋ยก็ยิ่งแสดงความเย่อหยิ่งออกมา เขาชี้เข้าไปที่หมาล่าเนื้อทั้งสาม ก่อนจะโอ้อวดว่า : “นี่คือหมาบ้าของครอบครัวซุน เราใช้เงินและทรัพยากรจำนวนมากเพื่อฝึกฝนมัน มันคือความกล้าหาญและความคงกะพัน”

“นายน้อยซุน ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเก่งหรือหมาบ้าของคุณเก่งกันแน่?” เมื่อจางเยว่โพล่งประโยคนั้นมา ทุกคนต่างก็พากันตะลึงงันทันที

“แน่นอนว่าหมาบ้าของเราเก่งมาก” ซุนหงเจี๋ยตอบโดยไม่ต้องคิด พร้อมกับแสดงออกด้วยน้ำเสียงของเขา

“แย่จริง!” จางเยว่อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “นี่นายน้อยซุน แย่กว่าหมาอีกเหรอครับ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า……”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา หานซินหยู่ก็เช่นกัน บรรยากาศผ่อนคลายลงอย่างมาก

“ไอ้คนขับรถบ้า แกวอนหาที่ตายจริงๆ นะ” ซุนหงเจี๋ยตะหนักได้ว่าถูกเด็กคนนี้หลอก เขาตะโกนออกมาด้วยความโกรธจัด “วันนี้ ฉันจะแสดงให้เห็นถึงพลังของหมาบ้า”

ทันใดนั้นเขาก็ผิวปากขึ้นมาอีกครั้ง

หมาล่าเนื้อทั้งสามตัวพุ่งเข้ามาอย่างดุดัน ราวกับพวกมันได้รับคำสั่ง

เมื่อเห็นว่าหมาบ้าพวกนั้นเริ่มโจมตี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างก็รีบเข้าไปคุ้มกันเธอทันที พวกเขาใช้โอกาสนี้แสดงความภักดีต่อหน้าผู้จัดการหาน

“ฮึ่ย……ฮึ่ย……”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหล่านี้มีความเสี่ยงสูง ไม่นานนักพวกเขาก็ถูกโยนลงไปที่หมาล่าเนื้อนั่น ทันใดนั้นพวกเขาก็ถูกพวกมันรุมกัดและกรีดร้องออกมาลั่นห้องโถง

ไม่คิดเลยว่าสุนัขพวกนี้จะมีความดุดันถึงเพียงนี้ เกินกว่าที่ทุกคนคาดไว้ ผู้ชมต่างแตกตื่นกันด้วยความตกใจ ช่างเป็นภาพที่วุ่นวายจริงๆ

“นี่! ผู้ติดตาม ตอนนี้……ฉันจะทำยังไงดี?” ใบหน้าที่หวาดกลัวของหานซินหยู่ พลันเปลี่ยนเป็นซีดเซียว เธอซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของจางเยว่

ท้ายที่สุด เธอก็เป็นแค่เพียงเด็กในร่างผู้ใหญ่ และเธอก็กลัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อได้พบกับหมาบ้าที่ดุร้ายเช่นนี้

“นี่……”

จางเยว่เองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์เช่นนี้ ทำไมเขาถึงไม่กลัวนะ

เขากลัวแก้ปัญหาใดๆ ไม่ได้มากกว่า ในฐานะผู้ชาย เขาต้องหาวิธีปกป้องผู้หญิงข้างๆ เขาให้ได้

ใช่สิ โทรศัพท์มือถือ……

จู่ๆ จางเยว่ก็นึกถึงโทรศัพท์มือถือ V8 ที่มีแอปพลิเคชันสแกนขึ้นสูง ด้วยความสามารถที่ตรวจจับข้อมูลต่างๆ และอวัยวะสัตว์ได้ทุกชนิด

สู้ไม่ได้กับ……

เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเปิดซูเปอร์สแกน พร้อมกับปัดไปที่ร่างของหมาบ้าพวกนั้น ทันใดนั้นข้อความก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ สิ่งที่สแกนได้ก็คือสุนัขพรีซ่า คานาริโอ, อายุ : 8 ปี, น้ำหนัก 42 กิโลกรัม……

หลังจากที่อ่านข้อมูลนี้ จางเยว่ก็ยิ้มออกมาอย่างประหลาด และเขาก็คิดหาวิธีจัดการกับเหล่าสุนัขพรีซ่า คานาริโอนี้ได้แล้ว

“นี่มันเวลาอะไร นายยังมัวแต่เล่นมือถืออยู่ได้” เมื่อเห็นจางเยว่จ้องมองโทรศัพท์มือถืออย่างมึนงง หานซินหยู่ก็ระเบิดอารมณ์โกรธออกมา

หมาจะกัดตูดอยู่แล้ว คนติดตามเธอยังดูไม่รีบร้อนเลย แถมยังมีอารมณ์เล่นมือถืออีก น่านับถือจริงๆ

“ผู้จัดการหานครับ รอเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมมา” จางเยว่ทิ้งคำพูดไว้ ก่อนจะวิ่งออกจากบริษัทด้วยความเร็วสูง

“เฮ้! นาย……” หานซินเยว่มองดูแผ่นหลังของจางเยว่อย่างตะลึง นี่เขายังมีความเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า ทำไมเขาหนีไปในตอนที่เธออยู่ในความอันตรายเช่นนี้

เขาวิ่งหนีไปแล้ว เธอควรจะวิ่งตามเขาไปด้วยหรือไม่?

คนรับรถนี่ไม่น่าไว้ใจเลยจริงๆ ช่างเป็นคนกากเดน ขี้ขลาด ขนาดแค่หมายังสู้ไม่ได้……

เธอด่าคนขับรถเป็นร้อยครั้งในใจ เธออยากจะหักขาเขาจริงๆ อยากจะดูว่าเขาจะกล้าดีอยู่อีกไหม

ความโกลาหลในล็อบบี้มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นไม่นาน หมาบ้าสามตัวก็รุ่มกัดพนักงานรักษาความปลอดภัยไปมากมาย ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ต่างซ่อนตัวกันด้วยความตกใจ แม้แต่หานซินหยู่เองก็ตกใจด้วยเช่นกัน

เมื่อเห็นหมาบ้าสามตัวนี้เดินไปมา ด้วยศีรษะและหางที่สั่นเทา หัวใจของหานซินหยู่ก็สั่นไปด้วยความตกใจ เหงื่อของเธอไหลออกมาไปทั่วด้านหลัง

“ไอ้หมาบ้า อย่า……อย่าเข้ามานะ!” ใบหน้าของหานซินหยู่ซีดเผือด เธอใช้มือปกป้องร่างกายของเธอสัญชาตญาณ

“ฮ่าฮ่าฮ่า……”

ซุนหงเจี๋ยหัวเราะและเดินไปที่หน้าสุนัข ก่อนจะขู่หานซินหยู่ว่า : “ตราบใดที่คุณสัญญาว่าจะไปทานข้าวกับผม หมาบ้าพวกนี้จะไม่ทำร้ายคุณ”

“อย่าแม้แต่จะคิด” หานซินหยู่ไม่ได้คิดเลย เธอปฏิเสธทันที เพราะเธอจะไม่กินข้าวกับผู้ชายหยาบคายเช่นนี้เด็ดขาด

การทานข้าวเป็นเพียงข้ออ้างของชายคนนี้ เพราะเขาจะฉวยโอกาสเอายาใส่ลงไปในอาหารอย่างแน่นอน เกรงว่าถึงเวลานั้นเธอจะไร้เดียงสาเกินไป

“พูดดีๆ ด้วยแล้ว เห็นทีคงจะต้องใช้กำลังบังคับ วันนี้ผมจะให้คุณรู้ว่าหมาบ้าของผมมันเก่งมากแค่ไหน”

หลังจากที่ซุนหงเจี๋ยพูด เขาก็หิวปากขึ้นมาอีกครั้ง

หมาบ้าสามตัวได้รับคำสั่ง พวกมันก็วิ่งเข้าไปใกล้หานซินหยู่ น้ำลายของพวกมันไหลออกมาที่มุมปาก ราวกับพวกมันชอบผู้หญิงสวย

“อย่า……อย่าเข้ามานะ……” หัวใจของหานซินหยู่ตกลงไปถึงตาตุ่ม ทันทีที่เห็นหมาบ้าพวกนี้เข้ามาใกล้

ทำยังไงดี? ทำยังไงดี? ตอนนี้เธอควรทำยังไงดี?

จิตใจของเธอในตอนนี้ว่างเปล่ามาก เธอคิดอะไรไม่ออกเลย หรือเธอจะโดนสัตว์ร้ายทั้งสามตัวนี้ฉีกเธอออกเป็นชิ้นๆ?

“ผู้จัดการหาน……”

ในขณะที่เธอกำลังหวาดกลัวอยู่นั้น จางเยว่ก็ถือวิ่งหอบเข้ามา ในถือของเขายังถือถุงก๊อบแก๊บสีดำอีกด้วย

“อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ ผู้จัดการหาน ผมออกไปซื้อของบางอย่างมา” จางเยว่วิ่งไปข้างหลังหานซินหยู่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดถุงก๊อบแก๊บในมือของเขาและเอนตัวลง

“KFC?”

เมื่อเห็นถุง KFC ใหญ่ๆ ในมือ หานซินหยู่ก็ตกตะลึงอีกครั้ง “จะตายอยู่แล้ว นายยังมีอารมณ์กิน KFC อยู่อีกเหรอ? ทำไมนายแม่งไม่ตายๆ ไปซะวะ?”

“ไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็นหมาพวกนี้มากกว่า” จางเยว่พูดจบ ก็โยนถุงในมือของเขา ขาและปีกไก่กระจายเต็มพื้นไปหมด กลิ่นหอมๆ ของไก่คลุ้งกระจายไปทั่ว

“ติดสินบนหมาเหรอ?”

หานซินหยู่ไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอไม่ได้คาดหวังว่าจางเยว่จะวิ่งหนีไปซื้อ KFC มาเพื่อติดสินบนหมาพวกนี้

เรื่องตลกนี้ไม่ใหญ่ไปหน่อยเหรอ?

คนโง่ทุกคนต่างรู้ดีว่า สุนัขที่ดุร้ายแบบนี้จะได้รับการฝึกฝนกันอย่างมืออาชีพ พวกมันจะไม่มีวันกินอาหารจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด พวกมันจะกินขาและปีกไก่ได้ยังไง?

“ฮ่าฮ่าฮ่า……”

เมื่อเห็น KFC กระจายไปทั่วพื้น ซุนหงเจี๋ยก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ไอ้คนขับรถไร้น้ำยา! ไอ้โง่! หมาบ้าพวกนี้ไม่มีวันกินของจากคนแปลกหน้าหรอก……”

คำพูดของเขาหยุดลงกะทันหัน ในวินาทีต่อมา ใบหน้าของเขาก็พลันมืดลงทันที หน้าของเขาดูตกใตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

ในเวลานี้ หมาบ้าสามตัวนั้นกินขาและปีไก่บนพื้น พวกมันกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับพวกมันได้พบสิ่งที่ดีที่สุดในโลก พวกมันดูอร่อยมากเป็นพิเศษ

นี่มัน……

เกิดอะไรขึ้น?

ซุนหงเจี๋ยงงมาก หมาบ้าพวกนี้ไม่เคยกินของที่คนอื่นให้มาก่อน ทำไมวันนี้พวกมันดูชอบ KFC ได้?

“ฉันไม่อนุญาตให้พวกแกกิน ปิดปากของพวกแกซะ!” หลังจากอึ้งไปชั่วขณะ ซุนหงเจี๋ยก็กลับมาได้สติอีกครั้ง ก่อนจะตะโกนไปที่หมาบ้าทั้งสามตัว

อย่างไรก็ตาม เสียงตะโกนนั้นก็ใช่ว่าจะมีผลใดๆ หมาบ้าพวกนั้นวิ่งไปหาอาหารกันอย่างบ้าคลั่ง ราวกับพวกมันหลงลืมไปแล้ว

“ไอ้พวกโง่……” ปากของซุนหงเจี๋ยกระตุกออกมาด้วยความโกรธ เขาไม่ได้คาดหวังว่าสุนัขที่ได้รับการฝึนฝนมาอย่างดี จะไม่เชื่อฟังและทำให้เขาเสียหน้าได้

แต่ตอนนี้ไม่มีทางอื่นแล้ว เขาทำได้รอให้หมาบ้าพวกนี้ทาน KFC จนเสร็จไป

“นี้……”

ในเวลานี้ หานซินหยู่เองก็ประหลาดใจเช่นกัน เธอไม่คิดว่าสุนัขพวกนี้จะชอบกิน KFC

หลังจากมองดูสุนัขทั้งสามตัวอยู่พักใหญ่ เธอก็หันไปมองจางเยว่ โดยที่เธอก็คิดไม่ถึงว่าคนขับรถคนนี้จะมีวิธีการจัดการกับหมาบ้าพวกนี้ได้เยี่ยมยอดขนาดนี้

ในขณะที่เธออยู่ในความงุนงง จางเยว่ก็เอาหัวเข้ามาใกล้เธอ “ผู้จัดการหาน อยากเห็นโชว์ที่ยอดเยี่ยมและน่าตื่นเต้นไหมครับ?”

“โชว์อะไรเหรอ?”

“รอสักครู่ครับ เดี๋ยวมีโชว์ดีๆ เร็วๆ นี้” จางเยว่ยิ้มและเดินไปหาซุนหงเจี๋ยอย่างรวดเร็ว

เดิมทีซุนหงเจี๋ยอยู่ในอาการมึนงง ทันทีที่เขาเห็นร่างสูงใหญ่ของจางเยว่เดินเข้ามา คอของเขาก็หดลงด้วยความตกใจ “ไอ้คนขับรถ มึงต้องการอะไร?”

“นายน้อยซุนครับ ผมอยากให้ของขวัญคุณสักหนึ่งชิ้นครับ” จางเยว่ยื่นมือออกไปแล้วเช็ดบนเสื้อผ้าของซุนหงเจี๋ย

“ไอ้โรคจิต มึงอย่ามาแตะตัวกู!” ซุนหงเจี๋ยพยายามอยู่ห่างจากจางเยว่

แต่ถ้าเสียดายที่ร่างกายของเขาถูกเหล้าองุ่นหมดแล้ว ตอนนี้เขาอ่อนแอเหมือนสุนัขตัวเมีย และไม่มีทางหลบหนีไปไหนได้เลยในตอนนี้