ตอน 2

เด็กฉลาดของประธาน

บทที่ 2 ปลอมตัวเป็นผู้ชาย

เมื่อวรินทรกลับไปถึงบ้าน ฟ้าสว่างแล้ว

ชยุต เจ้าของบ้านพูลสวัสดิ์ ซึ่งยังเป็นพ่อของเธอ กำลังรอเธออยู่ เขานั่งอยู่ที่โซฟาด้วยหน้าตาที่ไร้ความรู้สึก

เมื่อเห็นวรินทรที่ไม่ได้กลับบ้านมาทั้งคืน ชยุตจ้องเธอด้วยแววตาสาหัส น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ผู้หญิงสารเลวคนไหนเลี้ยงดูมาเนี่ย ไม่มีกฎระเบียบเลยซักนิด”

ใจของวรินทรเหมือนถูกมีดกรีด ในสายตาของพ่อ การที่เธอไม่กลับบ้านทั้งคืนเป็นแค่เพียงการไม่มีกฎระเบียบ และในสายตาเขา การที่แม่ให้ชีวิตทั้งหมดให้กับเขาก็เป็นแค่เพียงหญิงสารเลวเท่านั้น !

พ่อแบบนี้ไม่มีค่าพอที่เธอจะต้องไปรักเคารพ !

แต่ที่เธออ่อนน้อมจนไร้ศักดิ์ศรีมาอาศัยอยู่ในชายคาบ้านพูลสวัสดิ์ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เป็นเพราะแม่ที่ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียง

ดังนั้นวรินทรเลยอดกลั้นไว้และก้มหน้า กำมือแน่นๆ พูดด้วยความกลัว “ขอโทษครับ จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วครับ”

“แกยังคิดถึงครั้งหน้าหรือ ? ตอนนี้แกอยู่ในบ้านพูลสวัสดิ์ก็ต้องเรียนรู้กฎระเบียบในสังคมชั้นสูง เก็บความเคยชินเลวๆในตัวเธอไปให้หมด ไม่อย่างนั้นก็โดนลงโทษตามกฏของบ้าน

กฎลงโทษของบ้าน

ได้ยินคำนี้ ร่างกายของวรินทรก็สั่นโดยสัญชาตญาณ กฎลงโทษของบ้านพูลสวัสดิ์ คือโดนเจ้าของบ้านใช้แส้หนังตีร้อยครั้ง

สำหรับการโดนตีด้วยแส้หนังร้อยครั้งนั้น เตือนความจำของเธอขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนั้น เธอเพิ่งเข้ามาในบ้านพูลสวัสดิ์หลังนี้ ในสมองจำคำพูดของแม่ได้เสมอ ให้เธอระมัดระวังในทุกเรื่องและกับทุกคน แต่อย่างนั้นก็เถอะเธอก็ยังโดนจนได้

เธอก็แค่แตะต้องนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะชาในห้องรับแขกโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังนั้นเธอถูกใส่ร้ายว่าขโมยนาฬิกาของครองขวัญ ตอนนั้นชยุตไม่แบ่งความถูกความผิดก็คาดโทษ จากนั้นก็ตีเธออย่างแรงจนหนังเปิดเนื้อแตก นอนคว่ำบนเตียงอย่างทรมานถึงสามเดือนกว่าจะดีขึ้น

ตั้งแต่นั้นคนในบ้านพูลสวัสดิ์นี้ก็มองเธอต้อยต่ำลงไปอีก จากนั้น เธอถึงได้เข้าใจความน่ากลัวและอันตรายของจิตใจคน

“ขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” วรินทรพูดอีกครั้งอย่างไม่มีแรง

ชยุตแสดงออกความเบื่อหน่ายอย่างชัดเจน แต่ก็ทนพูดเตือนอีกครั้ง

“ตอนนี้บ้านเราก็สามสัมพันธ์กับบ้านธัมรุจินันท์เรียบร้อยแล้ว แกในฐานะคนในบ้านพูลสวัสดิ์ต้องเข้มงวดวินัยในตนเอง อย่าทำให้บ้านพูลสวัสดิ์และพี่สาวแกต้องขายหน้า

เมื่อได้ยินชื่อธัมรุจินันท์ วรินทรก็คิดถึงเรื่องเมื่อคืนอย่างไม่รู้ตัว ในหน้าแดงขึ้นอย่างเป็นเลือดฝาด

แต่ชยุดเหลือบมองเธอก้มหน้า สองมือกำชายเสื้อ ท่าทางอ่อนแอและขี้ขลาด ยิ่งมองยิ่งโกรธ ทำไมคนอย่างเขาถึงได้มีลูกชายขี้ขลาดขนาดนี้ ! ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านพูลสวัสดิ์ต้องการทายาท เขาไล่มันออกจากบ้านพูลสวัสดิ์นี้ไปนานแล้ว !

สุดท้าย ชยุตก็โบกมือไล่ให้วรินทรกลับห้องตัวเองไป

วรินทรกลับไปที่ห้อง ปิดประตูอย่างระมัดระวัง

หลังจากนั้นจึงหยิบเสื้อผ้าที่สะอาด แล้วเข้าไปห้องน้ำอาบน้ำ เพื่อไม่ให้คนอื่นมองออกว่าเธอพันผ้ารัดหน้าอกไว้ เสื้อผ้าของเธอจึงเป็นแบบใหญ่หลวมทั้งหมด แล้วรูปร่างเธอเล็ก มองไปไม่มีความเป้นผู้ชายแม้แต่สักนิด จึงไม่แปลกที่ครองขวัญจะหัวเราะหยอกเธอว่าเป็นกระเทย !

แกะผ้ารัดอกที่พันตัวอยู่ออกที่ละชั้นละชั้น ร่ายกายที่สวยงามของเธอออกมาทั้งหมด กระจกที่อยู่ข้างหน้าเต็มไอน้ำ วรินทรยืนอยู่หน้ากระจก มองผู้หญิงผมสั้นรูปร่างอ่วนดี หน้างามคนนั้น รู้สึกโศกเศร้าไปนิด

สิบปีที่แล้ว แม่ของเธอคือชู้รักของชยุต และเธอคือลูกสาวนอกสมรสของบ้านพูลสวัสดิ์ แต่เพื่อได้ไปอยู่ในบ้านพูลสวัสดิ์ แม่ให้เธอใช้ชีวิตเป็นผู้ชายมาตลอด

เทวดาก็ไม่ใจร้ายกับคนที่มีความพยายาม บ้านพูลสวัสดิ์ไม่ได้มีลูกชายนอกจากตรองขวัญลูกสาวคนเดียว เพื่ออนาคตของบ้านพูลสวัสดิ์ ชยุตจึงต้องตามหาลูกชายที่ทิ้งไว้ข้างนอกกลับมาอย่างไม่เต็มใจ

สิบแปดปีที่ผ่านมา เพื่อเลี้ยวเธอ แม่อดทนความยากลำบากคนเดียว จึงป่วยหนัก ค่ารักษาพยาบาลที่สูงๆทำให้วรินทรต้องมาพึ่งพาบ้านพูลสวัสดิ์ ดังนั้นเธอเลือกที่จะกลับมาเป็นทายาทผู้สืบทอดอย่างเชื่อฟัง

วรินทรยยังจำบทที่ตัวเองเพิ่มมาถึงบ้านพูลสวัสดิ์ได้ คนในบ้านพูลสวัสดิ์มองเธอด้วยสายตาเยือกเย็น ไม่มีใครชอบเธอ แม้แต่พ่อ ก็ยังทำหน้าด้วยความรังเกียจกับเธอ

เธอฝืนยิ้มออกมา นิ้วมือลูบไล้ไปยังร่างกายขาวเนียน บนนั้นยังมีร่องรอยที่ทาวัตทำไว้ในเมื่อคืน รอยจูบทั่วทั้งร่าง ทำให้เห็นได้ชัดว่า เมื่อคืนเธอถูกทาวัตกระทำอย่างน่าสงสาร

เมื่อนิ้วมือที่ร้อนผ่าวสัมผัสกับกล้ามเนื้อ วรินทรก็สั่นไปทั้งตัว ในสมออดคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ โครงใบหน้าที่ชัดเจนและร่างกายที่แข็งเกร่ง รวมไปถึงลักษณะที่เขากระซิบใกล้หุเธอ และจูบที่เร่าร้อนนั้นด้วย

ทั้นใดนั้นหน้าเธอแดงไปทั่ว

ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเข้าใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้ แม้กระทั่งที่โรงเรียนก็ไม่เคยพูดกับเพื่อนผู้ชายตามลำพัง

แต่วันนี้กลับทำในสิ่งที่หญิงชายใกล้ชิดกันมากที่สุดกับทาวัต..... เธอรีบส่ายหัวเพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปคิดอีก

ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลา เป็นว่าที่สามีของครองขวัญ เป็นพี่เขยของเธอ

สิ่งที่เธอควรภาวนาในตอนนี้ คืออย่าให้ทาวัตพบว่าผู้หญิงที่นอนกับเขาเมื่อคืนคือเธอ !

ถ้าฐานนะที่แท้จริงของเธอถูกเปิดเผย แค่ถูกไล่ออกจากบ้านพูลสวัสดิ์ถือเป็นเรื่องเล็ก ถ้าบ้านพูลสวัสดิ์ตัดค่ารักษาของแม่คงจะจบสิ้นแน่ๆ !

……

ขระนี้ ทาวัตกลับไปที่บริษัทเพ็งอุดมกรุ๊ปจำกัดแล้ว มองไปยังเลขาพิเศษหยิบบันทึกของกล้อวงจรปิดมาให้ ถามว่า “เจออะไรไหม ?”

“รายงานท่านประธาน กล้องวงจรปิดในงานหมั้นเมื่อคืนถูกคนทำลายและไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ว่าใครวางยาในเหล้าของท่าน” เลขาพิเศษพูดไป เหงื่อก็ไหลเต็มหัวไปด้วย “ระหว่างทางที่ท่านไปห้องพัก กล้องวงจรปิดถ่ายติดมีผู้ชายคนหนึ่งพยุงท่านไปที่ห้อง...”

แววตาทาวัตมีแสงประกาย แต่แป๊บเดียวก็หาย “เห็นชัดไหมว่าเป็นใคร ?” เลขาพิเศษปริ้นท์ภาพถ่ายแล้วส่งให้เขา ทาวัตสอบไปตาเดียว

ในรูปภาพเป็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่เมื่อมองละเอียด ชายนั้นยิ่งเหมือนเด็กหนุ่มปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มองจากในรูปภาพ ชายนั้นหน้าตาที่สะอาดหมดจด แต่เตี้ยกว่าเขาหนึ่งช่วงหัวซึ่งเท่ากับไหล่ของเขา ร่างกายดูอ่อนแอมาก เขาแต่เพียงพิ่งที่ร่างเขาเล็กน้อยก็เหมือนกับว่าจะเบียดอัดเขา คนคนนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

เลขาพิเศษพูดต่อว่า “กล้องวงจรปิดข้างหลังก็เสียไปด้วย ดังนั้นไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นออกมาจากห้องท่านเวลาไหน”

“ไปตรวจสอบให้ผม” ทาวัตกำรูปภาพในมือแน่น ถึงแม้ว่าน้ำเสียงไม่ดุดันแต่ก็ยังมีอานุภาพ คิดว่าเรื่องที่เขาโดนวางยาต้องเกี่ยวกับเด็กคนนั้นแน่นอน

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่ 3 ว่าที่ภรรยาของเธอ

ตอนคืน ห้องรับแขกพูลสวัสดิ์

“เมื่อวานโอกาสดีขนาดนั้น ไม่นึกเลยว่าเธอจะปล่อยให้หลุดมือได้”

“คุณแม่ หนูวางยาให้เขาจริงๆและยังให้คนไปทำลายกล้องวงจรปิดในโถง หนูไม่รู้ว่าทำไมสุดท้ายแล้วเขาถึงไม่มาที่ห้องหนู...”

“เธออ่ะ..โง่! ให้เธอตามเขาไปเธอก็ไม่ทำ ปล่อยให้โอกาสเสียไปเปล่าๆ ทาวัตไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิง ถึงแม้ว่าเธอจะหมั้นกับเขาแล้วก็ไม่แตะต้องเธอ อย่างนี้เมื่อไหร่เธอจะได้ท้องสักที ถ้าเธอไม่ท้องจะอยู่ในบ้านธัมรุจินันท์อย่างมั่นคงได้ยังไง”

ที่ครองขวัญหมั้นกับทาวัตได้ ก้เพราะบรรพบุรุษของบ้านพูลสวัสดิ์และบ้านธัมรุจินันท์มีความสัมพันธ์ที่คบกับมาหลายชั่วอายุคนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อปู่ของทั้งสองฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ แค่คำพูดเล่นๆไม่กี่คำก็ให้รุ่นหลานของทั้งสองฝ่ายหมั้นกันไว้ล่ะ

ตอนแรกทุกคนไม่มีใครนับเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนกระทั่งตอนนี้บ้านพูลสวัสดิ์ไม่ใช่บ้านพูลสวัสดิ์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพื่อให้บ้านพูลสวัสดิ์สามารถกลับไปเป็นสภาพเดิม ชยุตจึงจัดการงานหมั้นนี้ขึ้นมาโดยไม่มุทะลุทุกอย่าง

ใครจะไปรู้ แผนดีๆสุดท้ายก็พังได้

“หนูรู้แล้ว คุณแม่หยุดพูดได้แล้ว ไอ้วรินทรมาละ”

ครองขวัญกำลังคุยอยู่เรื่องเมื่อคืนกับคุณนายอรัญญา เมื่อมองเห็นว่าวรินทรลงมา เธอรีบเงียบเสียง

ถึงเวลาอาหารเย็น วรินทรก็ถูกคนใช้เรียกลงมากินข้าว

คืนนี้มีเพียงเขาสามคนกินข้าวกัน

เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กินไปและนั่งเงียบฟังคำพูดพล่อยเหยียดหยามของคุณนายอรัญญา

“ทำตัวเองเป็นคุณชายของบ้านพูลสวัสดิ์แล้วซินะ แค่กินข้าวยังต้องให้คนไปตามตั้งหลายครั้ง แล้วเรื่องเรียนไม่ต้องไปเรื่องแล้วเหรอ ? ครูโทรมาที่บ้านแล้วนะ”

เพราะถูกทาวุตทรมานมาทั้งคืน วรินทรไม่มีจิตใจจะไปเรียนจริงๆ

“วันนี้ผมไม่ค่อยสบาย ลาหยุดกับครูแล้ว” วรินทรเขี่ยเม็ดข้าวเข้าปากแล้วอธิบาย

ครองขวัญที่อยู่ข้างๆพูดเหยียบหยามเพิ่มอีกประโยค “อ่า.. ฉันคิดนะ แกอาจอยากจะอยู่บ้านพูลสวัสดิ์อยู่ฟรีกินฟรีต่างหาก” ท่าทางหยิ่งยโสต่งกับลักษณะเชื่อฟังต่อหน้าชยุตในตอนกลางวันมาก

วรินทรยังจำวันแรกที่มาถึงบ้านพูลสวัสดิ์ได้ ต่อหน้าชยุต ครองขวัญเรียกเธอว่าน้องชายแท้ๆ ท่าทางสนิทสนมมาก ทำให้เธอซาบซึ้งอยู่นาน

แต่หลังจากนั้นเธอบังเอิญได้ยินครองขวัญกับคุณนายอรัญญาคุยกัน เลยรู้ว่าที่ผ่านมานี่เป็นแค่การแสดง เพื่อจะหาโอกาสไล่เธอออกจากบ้านนี้

สำหรับการกลั่นแกล้งของสองแม่ลูกคู่นี้ วรินทรเลือกที่จะนิ่งเงียบ เธอแค่อยากรีบกินให้เสร็จเร็วๆแล้วหนีไป แต่เมื่อเธอวางชามและตะเกียบ เตรียมที่จะหันเดินออกไป คุณนายอรัญญาก็พูดขึ้น

ได้ยินแค่ว่า “ดูลักษณะอ่อนแอขี้ขลาดของแก แล้วอาบอายจริงๆ แต่แกก็โชคดีจริงๆ ได้แต่งงานกับลูกสาวบ้านหันมณี ถึงเวลาที่แกแต่งงานแล้วอย่าทำให้บ้านพูลสวัสดิ์ต้องขายหน้า”

อะไรนะ ?

แต่งงาน ?

วรินทรตกตะลึก เงยหน้ามองคุณนายอรัญญา

“ลูกสาวบ้านหันมณีที่ไหน ? แต่งงานอะไร ?”

ครองขวัญที่นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะอย่างเยือกเย็น “บ้านหันมณีเป็นตระกูลยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงในเมืองเจียง คนอื่นอยากจะแต่งงานกับคุณหนูหันมณีก็ไม่มีโชคนี้ ลูกนอกสมรสอย่างแกควรจะดีใจแล้วสิ”

สำหรับ คุณดารินทร์ ลูกสาวคนโตของบ้านหันมณี ซึ่งมีข่าวว่า ร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยอยู่บ่อยๆ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ คุณนายของบ้านหันมณีฟังคำพูดของอาจารย์ท่านไหนเข้า เลยอยากช่วยหลานสาวสุดที่รักของเขาหาหลานเขย

ผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานทั้งเมืองเจียงส่งวันเดือนปีเกิดไปให้แล้ว

และวันเดือนปีเกิดของวรินทรก็ถูกสองแม่ลูกนี้ส่งไปด้วย เพราะหวังว่าจะเป็นการไล่วรินทรออกจากบ้านพูลสวัสดิ์

ใครจะไปรู้ละว่า วรินทรถูกเลือกได้จริงๆ ทำให้สองแม่ลูกนี้ดีใจเป็นอย่างมาก

“พ่อรู้เรื่องนี้ไหม?” วรินทรกัดริมฝีปากแล้วถามด้วยเสียงเบา

เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จะไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านคนอื่นได้ยังไง ช่างเหลวไหลไร้สาระเกินไปแล้ว

ชยุตตามเขากลับมาไม่ใช่จะให้เป็นทายาทเหรอ ? เขาจะยอมให้เธอไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านคนอื่นเหรอ ?

เมื่อได้ยินคำพูดวรินทร คุณนายอรัญญาก็เงียบงันพูดไม่ออก

เรื่องนี้ ชยุตไม่รู้จริงๆ

แต่ครองขวัญเงยคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส มองไปยังวรินทรอย่างดูหมิ่น ว่า “พ่อต้องเห็นด้วย รอให้ฉันแต่งเข้าบ้านธัมรุจินันท์แล้วคลอดลูกชาย สมบัติของบ้านพูลสวัสดิ์ก็ไปไม่ต้องให้ลูกนอกสมรสอย่างแกมาสืบทอดหรอก ไปมองสภาพตัวแกสิ ช่างกระเทยจริงๆ!”

เกิดเป็นลูกสาวของเศรษฐีแท้ๆ แต่พูดจากลับเหน็ดแหน

วรินทรอดทนนิ่งเงียบ เธอสามารถอดทนให้ครองขวัญสบประมาทเหยียดหยามแต่การแต่งงานทำให้ฐานะของเธอถูกเปิดเผยไวขึ้น

เพราะเหตุนี้ทำให้เธอโต้แย้งคำพูดของครองขวัญเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เข้ามาในบ้านพูลสวัสดิ์

“ผมไม่เห็นด้วย ผมจะไม่แต่งงานกับคุณหนูหันมณี”

ได้ยินวรินทรที่อ่อนแอขี้ขลาดมาโดยตลอดพูดโต้แย้งกลับมา ครองขวัญสองแม่ลูกทั้งคู่โกรธจนตาแทบจะถลอนออกมาข้างนอก

คุณนายอรัญญาลุกขึ้นแล้วชี้ไปยังวินทร “แกจะกล้าไม่ตกลงหรือ ฉันขอเตือนแกนะ แกจำเป็นต้องยอมเป็นเขยแต่งเข้าบ้านหันมณี !”

“ผมไม่ยอม !”

ครองขวัญเห็นท่าทางมุ่งมั่นของวรินทร แสงกระกายแววตามืดลง ยิ้มแบบเยือกเย็น “ดีเลย ถ้าแกไม่ตกลง ฉันจะโทรหาโรงพยาบาลตอนนี้บอกพวกเขาว่าบ้านพูลสวัสดิ์จะไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่แกแล้ว”

พูดจบ วรินทรเงียบลงมาทันที

บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเรื่องนี้อีกแล้ว

เมื่อเห็นว่าวรินทรไม่ตอบโต้ สองแม่ลูกนั้นมองกันเหมือนผู้ชัยชนะ

ครองขวัญพูดอย่างโอหัง “วรินทร แค่แกไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านหันมณีดีๆ ค่ารักษาพยาบาลของแม่แกก็จะไม่ถูกตัด”

วรินทรมีแต่ยอมตามโชคชะตา ตอบรับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 4

บทที่ 4 “ว่าที่สามี มานี่ซิ ”

To

ight คือบาร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเจียง

เมื่อเลิกเรียน วรินทรถูกคนขับรถขับมาส่งที่บาร์แห่งนี้ ได้ยินว่าดารินทร์ หันมณี ว่าที่ภรรยาของเธอโทรมาที่บ้านพูลสวัสดิ์ว่าอยากจะพบเธอ

พอนึกถึงชีวิตของแม่เธอยังอย

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ
นิยายแนะนำยอดฮิต