ตอน 1
เด็กฉลาดของประธาน
บทที่ 1 ถือว่าโดนหมากัด
ณ ห้องสูทที่หรูหรา
วรินทรยันร่างกายที่ปวดเมื่อยลงจากเตียง หยิบเสื้อในรัดนมจากกองเสื้อผ้าบนพื้นมาใส่ พันหน้าอกที่อวบอิ่มนั้นจนมองไปแล้วราบเรียบ
หลังจากที่ใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้ว เธอหันกลับไปมองผู้ชายยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนั้น ดวงตาที่บวมแดงเพราะร้องไห้ของวรินทร เต็มไปด้วยกวุ่นวายสับสน
ทารัต ว่าที่สามีของพี่สาวเธอ และเป็นผู้ชายที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเจียง
ทาวัตรับช่วงต่อกิจการของบริษัทเพ็งอุดมกรุ๊ปจำกัดตั้งแต่อายุสิบแปดปี จากนั้นใช้เวลาไม่ถึงสิบปีก็ทำให้กิจการขยายใหญ่ไปทั่วโลก อณาจักรที่เกี่ยวข้องกว้างมากขึ้น ขอบเขตเล็กเช่นการกินการนอน ขอบเขตใหญ่ไปจนถึงเทคโนโลยีทางอวกาศ
แต่เธอเป็นแค่เพียงคนต้อยต่ำเหมือนเศษฝุ่น ต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายถึงจะเอาตัวรอดได้
ถ้าวันนี้ไม่ใช่งานหมั้นของเขาและพี่สาว ถ้าวันนี้ไม่ได้เห็นว่าเขาเมา แล้วไม่ใจดีเข้ามาช่วยประคองเขา เธอก็คงไม่มีอะไรกับเขาเลยสักนิด
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ เธอไม่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเองได้แม้แต่หน่อย เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย
วรินทรเช็ดรอยน้ำตาบนหน้า เธอไม่กล้าคิดเลยว่าถ้ามีคนรับรู้เรื่องนี้ ผลลัพธ์ที่รอเธออยู่คืออะไร
เธอทำได้เพียงปิดบังความขมขื่นทั้งหมดนั้นไว้คนเดียว
วรินทรไม่กล้าอยู่ที่นี่นานเกิด เธอจะจากไปอย่างเงียบเชียบ ในขณะที่ทาวัตกำลังหลับสนิทอยู่
สำหรับคืนนี้ วรินทรทำได้เพียงปลอบตัวเองอยู่ในใจเท่านั้น
ถือซักว่าคืนนี้ถูกหมากัดไปแล้วกัน แค่เพียงว่า...ครั้งแรกของเธอไม่สามารถเหลือไว้ให้สามีในอนาคตของเธอแล้ว
ตอนทาวัตตื่นขึ้นมา ในห้องมีแต่เขาคนเดียว
กลิ่นน้ำหอมจางๆที่ยังวนเวียนอยู่ในห้องกระตุ้นความจำของเขา
เขาจำได้ว่างานหมั้นเมื่อคืน เขาถูกวางยาและไม่สามารถควบคุมตัวเอง เลยเอาตัวผู้เหญิงคนหนึ่งไป
ผู้หญิงคนนั้นตะโกนร้องให้เขาปล่อยเธอ แต่เขากลับเอาเธอเหมือนสัตว์ป่าที่ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย คงเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขา เลยเอาเธอไปหลายครั้ง
เมื่อเขาตื่นขึ้นมา ผู้หญิงคนหายไปแล้ว
เหลือไว้แต่รอยเลือดเหมือนดอกไม้บนเตียงนอนเท่านั้น
เขาหรี่ดวงตา ผู้หญิงที่จากไปอย่างเงียบๆทำให้เขาเริ่มสนใจขึ้นมา
ในเมืองเจียง คนอย่างทาวัต ไม่รู้มีผู้หญิงอีกสักเท่าไหร่ที่อยากจะขึ้นมาเตียงนอนของเขา แต่ผู้หญิงคนนี้กลับหายไปอย่างเงียบเชียบหลังจากเสียบริสุทธิ์กับเขา
“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเมื่อคืน” ทาวัตบอกกับผู้ช่วยที่เอาเสื้อผ้าสะอาดมาให้ “ผมอยากรู้ว่าใครกันน่ที่กล้ามาวางยาให้ผม” น้ำเสียงของเขาเชื่องช้า แต่กลับเต็มไปด้วยอานุภาพ ไม่มีใครกล้ากำเริบเสิบสาน
ตอน 2
บทที่ 2 ปลอมตัวเป็นผู้ชาย
เมื่อวรินทรกลับไปถึงบ้าน ฟ้าสว่างแล้ว
ชยุต เจ้าของบ้านพูลสวัสดิ์ ซึ่งยังเป็นพ่อของเธอ กำลังรอเธออยู่ เขานั่งอยู่ที่โซฟาด้วยหน้าตาที่ไร้ความรู้สึก
เมื่อเห็นวรินทรที่ไม่ได้กลับบ้านมาทั้งคืน ชยุตจ้องเธอด้วยแววตาสาหัส น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ผู้หญิงสารเลวคนไหนเลี้ยงดูมาเนี่ย ไม่มีกฎระเบียบเลยซักนิด”
ใจของวรินทรเหมือนถูกมีดกรีด ในสายตาของพ่อ การที่เธอไม่กลับบ้านทั้งคืนเป็นแค่เพียงการไม่มีกฎระเบียบ และในสายตาเขา การที่แม่ให้ชีวิตทั้งหมดให้กับเขาก็เป็นแค่เพียงหญิงสารเลวเท่านั้น !
พ่อแบบนี้ไม่มีค่าพอที่เธอจะต้องไปรักเคารพ !
แต่ที่เธออ่อนน้อมจนไร้ศักดิ์ศรีมาอาศัยอยู่ในชายคาบ้านพูลสวัสดิ์ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เป็นเพราะแม่ที่ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียง
ดังนั้นวรินทรเลยอดกลั้นไว้และก้มหน้า กำมือแน่นๆ พูดด้วยความกลัว “ขอโทษครับ จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วครับ”
“แกยังคิดถึงครั้งหน้าหรือ ? ตอนนี้แกอยู่ในบ้านพูลสวัสดิ์ก็ต้องเรียนรู้กฎระเบียบในสังคมชั้นสูง เก็บความเคยชินเลวๆในตัวเธอไปให้หมด ไม่อย่างนั้นก็โดนลงโทษตามกฏของบ้าน
กฎลงโทษของบ้าน
ได้ยินคำนี้ ร่างกายของวรินทรก็สั่นโดยสัญชาตญาณ กฎลงโทษของบ้านพูลสวัสดิ์ คือโดนเจ้าของบ้านใช้แส้หนังตีร้อยครั้ง
สำหรับการโดนตีด้วยแส้หนังร้อยครั้งนั้น เตือนความจำของเธอขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนั้น เธอเพิ่งเข้ามาในบ้านพูลสวัสดิ์หลังนี้ ในสมองจำคำพูดของแม่ได้เสมอ ให้เธอระมัดระวังในทุกเรื่องและกับทุกคน แต่อย่างนั้นก็เถอะเธอก็ยังโดนจนได้
เธอก็แค่แตะต้องนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะชาในห้องรับแขกโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังนั้นเธอถูกใส่ร้ายว่าขโมยนาฬิกาของครองขวัญ ตอนนั้นชยุตไม่แบ่งความถูกความผิดก็คาดโทษ จากนั้นก็ตีเธออย่างแรงจนหนังเปิดเนื้อแตก นอนคว่ำบนเตียงอย่างทรมานถึงสามเดือนกว่าจะดีขึ้น
ตั้งแต่นั้นคนในบ้านพูลสวัสดิ์นี้ก็มองเธอต้อยต่ำลงไปอีก จากนั้น เธอถึงได้เข้าใจความน่ากลัวและอันตรายของจิตใจคน
“ขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว” วรินทรพูดอีกครั้งอย่างไม่มีแรง
ชยุตแสดงออกความเบื่อหน่ายอย่างชัดเจน แต่ก็ทนพูดเตือนอีกครั้ง
“ตอนนี้บ้านเราก็สามสัมพันธ์กับบ้านธัมรุจินันท์เรียบร้อยแล้ว แกในฐานะคนในบ้านพูลสวัสดิ์ต้องเข้มงวดวินัยในตนเอง อย่าทำให้บ้านพูลสวัสดิ์และพี่สาวแกต้องขายหน้า
เมื่อได้ยินชื่อธัมรุจินันท์ วรินทรก็คิดถึงเรื่องเมื่อคืนอย่างไม่รู้ตัว ในหน้าแดงขึ้นอย่างเป็นเลือดฝาด
แต่ชยุดเหลือบมองเธอก้มหน้า สองมือกำชายเสื้อ ท่าทางอ่อนแอและขี้ขลาด ยิ่งมองยิ่งโกรธ ทำไมคนอย่างเขาถึงได้มีลูกชายขี้ขลาดขนาดนี้ ! ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านพูลสวัสดิ์ต้องการทายาท เขาไล่มันออกจากบ้านพูลสวัสดิ์นี้ไปนานแล้ว !
สุดท้าย ชยุตก็โบกมือไล่ให้วรินทรกลับห้องตัวเองไป
วรินทรกลับไปที่ห้อง ปิดประตูอย่างระมัดระวัง
หลังจากนั้นจึงหยิบเสื้อผ้าที่สะอาด แล้วเข้าไปห้องน้ำอาบน้ำ เพื่อไม่ให้คนอื่นมองออกว่าเธอพันผ้ารัดหน้าอกไว้ เสื้อผ้าของเธอจึงเป็นแบบใหญ่หลวมทั้งหมด แล้วรูปร่างเธอเล็ก มองไปไม่มีความเป้นผู้ชายแม้แต่สักนิด จึงไม่แปลกที่ครองขวัญจะหัวเราะหยอกเธอว่าเป็นกระเทย !
แกะผ้ารัดอกที่พันตัวอยู่ออกที่ละชั้นละชั้น ร่ายกายที่สวยงามของเธอออกมาทั้งหมด กระจกที่อยู่ข้างหน้าเต็มไอน้ำ วรินทรยืนอยู่หน้ากระจก มองผู้หญิงผมสั้นรูปร่างอ่วนดี หน้างามคนนั้น รู้สึกโศกเศร้าไปนิด
สิบปีที่แล้ว แม่ของเธอคือชู้รักของชยุต และเธอคือลูกสาวนอกสมรสของบ้านพูลสวัสดิ์ แต่เพื่อได้ไปอยู่ในบ้านพูลสวัสดิ์ แม่ให้เธอใช้ชีวิตเป็นผู้ชายมาตลอด
เทวดาก็ไม่ใจร้ายกับคนที่มีความพยายาม บ้านพูลสวัสดิ์ไม่ได้มีลูกชายนอกจากตรองขวัญลูกสาวคนเดียว เพื่ออนาคตของบ้านพูลสวัสดิ์ ชยุตจึงต้องตามหาลูกชายที่ทิ้งไว้ข้างนอกกลับมาอย่างไม่เต็มใจ
สิบแปดปีที่ผ่านมา เพื่อเลี้ยวเธอ แม่อดทนความยากลำบากคนเดียว จึงป่วยหนัก ค่ารักษาพยาบาลที่สูงๆทำให้วรินทรต้องมาพึ่งพาบ้านพูลสวัสดิ์ ดังนั้นเธอเลือกที่จะกลับมาเป็นทายาทผู้สืบทอดอย่างเชื่อฟัง
วรินทรยยังจำบทที่ตัวเองเพิ่มมาถึงบ้านพูลสวัสดิ์ได้ คนในบ้านพูลสวัสดิ์มองเธอด้วยสายตาเยือกเย็น ไม่มีใครชอบเธอ แม้แต่พ่อ ก็ยังทำหน้าด้วยความรังเกียจกับเธอ
เธอฝืนยิ้มออกมา นิ้วมือลูบไล้ไปยังร่างกายขาวเนียน บนนั้นยังมีร่องรอยที่ทาวัตทำไว้ในเมื่อคืน รอยจูบทั่วทั้งร่าง ทำให้เห็นได้ชัดว่า เมื่อคืนเธอถูกทาวัตกระทำอย่างน่าสงสาร
เมื่อนิ้วมือที่ร้อนผ่าวสัมผัสกับกล้ามเนื้อ วรินทรก็สั่นไปทั้งตัว ในสมออดคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ โครงใบหน้าที่ชัดเจนและร่างกายที่แข็งเกร่ง รวมไปถึงลักษณะที่เขากระซิบใกล้หุเธอ และจูบที่เร่าร้อนนั้นด้วย
ทั้นใดนั้นหน้าเธอแดงไปทั่ว
ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยเข้าใกล้ชิดกับผู้ชายขนาดนี้ แม้กระทั่งที่โรงเรียนก็ไม่เคยพูดกับเพื่อนผู้ชายตามลำพัง
แต่วันนี้กลับทำในสิ่งที่หญิงชายใกล้ชิดกันมากที่สุดกับทาวัต..... เธอรีบส่ายหัวเพื่อไม่ให้ตัวเองกลับไปคิดอีก
ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลา เป็นว่าที่สามีของครองขวัญ เป็นพี่เขยของเธอ
สิ่งที่เธอควรภาวนาในตอนนี้ คืออย่าให้ทาวัตพบว่าผู้หญิงที่นอนกับเขาเมื่อคืนคือเธอ !
ถ้าฐานนะที่แท้จริงของเธอถูกเปิดเผย แค่ถูกไล่ออกจากบ้านพูลสวัสดิ์ถือเป็นเรื่องเล็ก ถ้าบ้านพูลสวัสดิ์ตัดค่ารักษาของแม่คงจะจบสิ้นแน่ๆ !
……
ขระนี้ ทาวัตกลับไปที่บริษัทเพ็งอุดมกรุ๊ปจำกัดแล้ว มองไปยังเลขาพิเศษหยิบบันทึกของกล้อวงจรปิดมาให้ ถามว่า “เจออะไรไหม ?”
“รายงานท่านประธาน กล้องวงจรปิดในงานหมั้นเมื่อคืนถูกคนทำลายและไม่ได้ถ่ายเก็บไว้ว่าใครวางยาในเหล้าของท่าน” เลขาพิเศษพูดไป เหงื่อก็ไหลเต็มหัวไปด้วย “ระหว่างทางที่ท่านไปห้องพัก กล้องวงจรปิดถ่ายติดมีผู้ชายคนหนึ่งพยุงท่านไปที่ห้อง...”
แววตาทาวัตมีแสงประกาย แต่แป๊บเดียวก็หาย “เห็นชัดไหมว่าเป็นใคร ?” เลขาพิเศษปริ้นท์ภาพถ่ายแล้วส่งให้เขา ทาวัตสอบไปตาเดียว
ในรูปภาพเป็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่เมื่อมองละเอียด ชายนั้นยิ่งเหมือนเด็กหนุ่มปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มองจากในรูปภาพ ชายนั้นหน้าตาที่สะอาดหมดจด แต่เตี้ยกว่าเขาหนึ่งช่วงหัวซึ่งเท่ากับไหล่ของเขา ร่างกายดูอ่อนแอมาก เขาแต่เพียงพิ่งที่ร่างเขาเล็กน้อยก็เหมือนกับว่าจะเบียดอัดเขา คนคนนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
เลขาพิเศษพูดต่อว่า “กล้องวงจรปิดข้างหลังก็เสียไปด้วย ดังนั้นไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นออกมาจากห้องท่านเวลาไหน”
“ไปตรวจสอบให้ผม” ทาวัตกำรูปภาพในมือแน่น ถึงแม้ว่าน้ำเสียงไม่ดุดันแต่ก็ยังมีอานุภาพ คิดว่าเรื่องที่เขาโดนวางยาต้องเกี่ยวกับเด็กคนนั้นแน่นอน
ตอน 3
บทที่ 3 ว่าที่ภรรยาของเธอ
ตอนคืน ห้องรับแขกพูลสวัสดิ์
“เมื่อวานโอกาสดีขนาดนั้น ไม่นึกเลยว่าเธอจะปล่อยให้หลุดมือได้”
“คุณแม่ หนูวางยาให้เขาจริงๆและยังให้คนไปทำลายกล้องวงจรปิดในโถง หนูไม่รู้ว่าทำไมสุดท้ายแล้วเขาถึงไม่มาที่ห้องหนู...”
“เธออ่ะ..โง่! ให้เธอตามเขาไปเธอก็ไม่ทำ ปล่อยให้โอกาสเสียไปเปล่าๆ ทาวัตไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิง ถึงแม้ว่าเธอจะหมั้นกับเขาแล้วก็ไม่แตะต้องเธอ อย่างนี้เมื่อไหร่เธอจะได้ท้องสักที ถ้าเธอไม่ท้องจะอยู่ในบ้านธัมรุจินันท์อย่างมั่นคงได้ยังไง”
ที่ครองขวัญหมั้นกับทาวัตได้ ก้เพราะบรรพบุรุษของบ้านพูลสวัสดิ์และบ้านธัมรุจินันท์มีความสัมพันธ์ที่คบกับมาหลายชั่วอายุคนเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อปู่ของทั้งสองฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ แค่คำพูดเล่นๆไม่กี่คำก็ให้รุ่นหลานของทั้งสองฝ่ายหมั้นกันไว้ล่ะ
ตอนแรกทุกคนไม่มีใครนับเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนกระทั่งตอนนี้บ้านพูลสวัสดิ์ไม่ใช่บ้านพูลสวัสดิ์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพื่อให้บ้านพูลสวัสดิ์สามารถกลับไปเป็นสภาพเดิม ชยุตจึงจัดการงานหมั้นนี้ขึ้นมาโดยไม่มุทะลุทุกอย่าง
ใครจะไปรู้ แผนดีๆสุดท้ายก็พังได้
“หนูรู้แล้ว คุณแม่หยุดพูดได้แล้ว ไอ้วรินทรมาละ”
ครองขวัญกำลังคุยอยู่เรื่องเมื่อคืนกับคุณนายอรัญญา เมื่อมองเห็นว่าวรินทรลงมา เธอรีบเงียบเสียง
ถึงเวลาอาหารเย็น วรินทรก็ถูกคนใช้เรียกลงมากินข้าว
คืนนี้มีเพียงเขาสามคนกินข้าวกัน
เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร กินไปและนั่งเงียบฟังคำพูดพล่อยเหยียดหยามของคุณนายอรัญญา
“ทำตัวเองเป็นคุณชายของบ้านพูลสวัสดิ์แล้วซินะ แค่กินข้าวยังต้องให้คนไปตามตั้งหลายครั้ง แล้วเรื่องเรียนไม่ต้องไปเรื่องแล้วเหรอ ? ครูโทรมาที่บ้านแล้วนะ”
เพราะถูกทาวุตทรมานมาทั้งคืน วรินทรไม่มีจิตใจจะไปเรียนจริงๆ
“วันนี้ผมไม่ค่อยสบาย ลาหยุดกับครูแล้ว” วรินทรเขี่ยเม็ดข้าวเข้าปากแล้วอธิบาย
ครองขวัญที่อยู่ข้างๆพูดเหยียบหยามเพิ่มอีกประโยค “อ่า.. ฉันคิดนะ แกอาจอยากจะอยู่บ้านพูลสวัสดิ์อยู่ฟรีกินฟรีต่างหาก” ท่าทางหยิ่งยโสต่งกับลักษณะเชื่อฟังต่อหน้าชยุตในตอนกลางวันมาก
วรินทรยังจำวันแรกที่มาถึงบ้านพูลสวัสดิ์ได้ ต่อหน้าชยุต ครองขวัญเรียกเธอว่าน้องชายแท้ๆ ท่าทางสนิทสนมมาก ทำให้เธอซาบซึ้งอยู่นาน
แต่หลังจากนั้นเธอบังเอิญได้ยินครองขวัญกับคุณนายอรัญญาคุยกัน เลยรู้ว่าที่ผ่านมานี่เป็นแค่การแสดง เพื่อจะหาโอกาสไล่เธอออกจากบ้านนี้
สำหรับการกลั่นแกล้งของสองแม่ลูกคู่นี้ วรินทรเลือกที่จะนิ่งเงียบ เธอแค่อยากรีบกินให้เสร็จเร็วๆแล้วหนีไป แต่เมื่อเธอวางชามและตะเกียบ เตรียมที่จะหันเดินออกไป คุณนายอรัญญาก็พูดขึ้น
ได้ยินแค่ว่า “ดูลักษณะอ่อนแอขี้ขลาดของแก แล้วอาบอายจริงๆ แต่แกก็โชคดีจริงๆ ได้แต่งงานกับลูกสาวบ้านหันมณี ถึงเวลาที่แกแต่งงานแล้วอย่าทำให้บ้านพูลสวัสดิ์ต้องขายหน้า”
อะไรนะ ?
แต่งงาน ?
วรินทรตกตะลึก เงยหน้ามองคุณนายอรัญญา
“ลูกสาวบ้านหันมณีที่ไหน ? แต่งงานอะไร ?”
ครองขวัญที่นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะอย่างเยือกเย็น “บ้านหันมณีเป็นตระกูลยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงในเมืองเจียง คนอื่นอยากจะแต่งงานกับคุณหนูหันมณีก็ไม่มีโชคนี้ ลูกนอกสมรสอย่างแกควรจะดีใจแล้วสิ”
สำหรับ คุณดารินทร์ ลูกสาวคนโตของบ้านหันมณี ซึ่งมีข่าวว่า ร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยอยู่บ่อยๆ
เมื่อไม่กี่วันมานี้ คุณนายของบ้านหันมณีฟังคำพูดของอาจารย์ท่านไหนเข้า เลยอยากช่วยหลานสาวสุดที่รักของเขาหาหลานเขย
ผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานทั้งเมืองเจียงส่งวันเดือนปีเกิดไปให้แล้ว
และวันเดือนปีเกิดของวรินทรก็ถูกสองแม่ลูกนี้ส่งไปด้วย เพราะหวังว่าจะเป็นการไล่วรินทรออกจากบ้านพูลสวัสดิ์
ใครจะไปรู้ละว่า วรินทรถูกเลือกได้จริงๆ ทำให้สองแม่ลูกนี้ดีใจเป็นอย่างมาก
“พ่อรู้เรื่องนี้ไหม?” วรินทรกัดริมฝีปากแล้วถามด้วยเสียงเบา
เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จะไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านคนอื่นได้ยังไง ช่างเหลวไหลไร้สาระเกินไปแล้ว
ชยุตตามเขากลับมาไม่ใช่จะให้เป็นทายาทเหรอ ? เขาจะยอมให้เธอไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านคนอื่นเหรอ ?
เมื่อได้ยินคำพูดวรินทร คุณนายอรัญญาก็เงียบงันพูดไม่ออก
เรื่องนี้ ชยุตไม่รู้จริงๆ
แต่ครองขวัญเงยคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส มองไปยังวรินทรอย่างดูหมิ่น ว่า “พ่อต้องเห็นด้วย รอให้ฉันแต่งเข้าบ้านธัมรุจินันท์แล้วคลอดลูกชาย สมบัติของบ้านพูลสวัสดิ์ก็ไปไม่ต้องให้ลูกนอกสมรสอย่างแกมาสืบทอดหรอก ไปมองสภาพตัวแกสิ ช่างกระเทยจริงๆ!”
เกิดเป็นลูกสาวของเศรษฐีแท้ๆ แต่พูดจากลับเหน็ดแหน
วรินทรอดทนนิ่งเงียบ เธอสามารถอดทนให้ครองขวัญสบประมาทเหยียดหยามแต่การแต่งงานทำให้ฐานะของเธอถูกเปิดเผยไวขึ้น
เพราะเหตุนี้ทำให้เธอโต้แย้งคำพูดของครองขวัญเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เข้ามาในบ้านพูลสวัสดิ์
“ผมไม่เห็นด้วย ผมจะไม่แต่งงานกับคุณหนูหันมณี”
ได้ยินวรินทรที่อ่อนแอขี้ขลาดมาโดยตลอดพูดโต้แย้งกลับมา ครองขวัญสองแม่ลูกทั้งคู่โกรธจนตาแทบจะถลอนออกมาข้างนอก
คุณนายอรัญญาลุกขึ้นแล้วชี้ไปยังวินทร “แกจะกล้าไม่ตกลงหรือ ฉันขอเตือนแกนะ แกจำเป็นต้องยอมเป็นเขยแต่งเข้าบ้านหันมณี !”
“ผมไม่ยอม !”
ครองขวัญเห็นท่าทางมุ่งมั่นของวรินทร แสงกระกายแววตามืดลง ยิ้มแบบเยือกเย็น “ดีเลย ถ้าแกไม่ตกลง ฉันจะโทรหาโรงพยาบาลตอนนี้บอกพวกเขาว่าบ้านพูลสวัสดิ์จะไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่แกแล้ว”
พูดจบ วรินทรเงียบลงมาทันที
บนโลกใบนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเรื่องนี้อีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าวรินทรไม่ตอบโต้ สองแม่ลูกนั้นมองกันเหมือนผู้ชัยชนะ
ครองขวัญพูดอย่างโอหัง “วรินทร แค่แกไปเป็นเขยแต่งเข้าบ้านหันมณีดีๆ ค่ารักษาพยาบาลของแม่แกก็จะไม่ถูกตัด”
วรินทรมีแต่ยอมตามโชคชะตา ตอบรับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม “ครับ ผมเข้าใจแล้ว”