ตอน 1
น้ำตาคนรัก
บทที่ 1 หย่ากันเถอะ
อุณหภูมิค่อยๆลดลงไป
ในห้องนั้นรกรุงรังไปหมด ถุงเท้า กางเกง เสื้อเชิ้ตกระจัดกระจายไปตามพื้น ในส่วนนั้นรวมไปถึงเสื้อในที่ถูกฉีกออกเป็นสองส่วน
ฐิสานอนเปลือยเปล่าอยู่ หล่อนใช้ผ้าห่มพันตัวเองอย่างแน่น บนผิวนั้นยังปราฎรอยที่ถูกจับ
เสียงดัง “ตุ้บ” ธนบัตรร้อยหยวนที่รวมกันเป็นฟ้อนๆได้ถูกเขวี้ยงเข้าใส่หน้าหล่อนหลังจากนั้นก็กระจัดกระจายไปหล่นอยู่บนเตียง
“นี่รางวัลเธอ”
เสียงของเคนพูดอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า เสียงที่พูดนี้เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม
สองปีนี้ ทุกครั้งที่เขานอนกับฐิสาเสร็จก็จะมีการตบรางวัลให้อย่างงามและรางวัลนี้ก็คือรายรับเพียงหนึ่งเดียวของหล่อน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เคนยังคงใช้วิธีแบบนี้เพื่อให้ฐิสาขายหน้า
เคนใส่เสื้อผ้าอย่างใจเย็น ก้าวเท้าเตรียมตัวจะออกจากห้อง ข้างหลังของเขาได้ส่งเสียงแหบมาเสียงหนึ่ง
“เราหย่ากันเถอะ”
ในที่สุดฐิสาก็ทนไม่ไหวแล้ว
หล่อนไม่อยากใช้ชีวิตอย่างหญิงขายบริการอีกต่อไป
เคนส่งเสียง “ฮืม”อย่างเยือกเย็น พร้อมหันตัวกลับมา
“ทำไม! เงินมันน้อยไปหรือไง”
เคนควักกระเป๋าตังออกมาและควักธนบัตรที่อยู่รวมกัน เดินไปข้างหน้าของฐิสา เอาธนบัตรใหม่เอี่ยมฟาดลงที่หน้าของหล่อนอย่างเสียงดัง
“ผู้หญิงในไนท์คลับคืนเดียวก็ไม่เกินพันกว่าหยวน เธอดูตัวเธอสิมีสิทธิ์อะไรต้องการเยอะแยะขนาดนี้ ห๊ะ!”
ฐิสามองหน้าชายเย็นชาผู้นี้
“เราหย่ากันเถอะ ฉันคือภรรยาเธอ ไม่ใช่หญิงขายบริการ เธอทำกับฉันแบบนี้เพื่อให้ฉันอับอายมาเป็นเวลาสองปี จะพอได้รึยัง?”
เคนบีบที่คางของฐิสาด้วยกำลังที่เหมือนจะให้กระดูกของหล่อนนั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“ไม่พอฐิสา ตอนแรกที่เธอวางยาฉันเธอก็น่าจะคิดไว้ว่าต้องมีวันนี้”
คำพูดของเขาแต่ละคำนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“เธอจะให้ฉันพูดอีกกี่ครั้งเธอถึงจะเชื่อว่าคนที่วางยาเธอนั้นไม่ใช่ฉัน”
น้ำเสียงของฐิสานั้นราบเรียบ หล่อนก็บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วแต่เคนก็ไม่เชื่อ
“เคนถือว่าฉันขอร้องเถอะนะ เราหย่ากันเถอะ เธอชอบทอรุ้งไม่ใช่หรอ พวกเธอรู้จักกันแถมเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเธอไม่แต่งงานกับเขามันน่าเสียดายมากนะ ก็ถือเสียว่าทำเพื่อทอรุ้งก็แล้วกัน เราหย่ากันเถอะนะ”
“เพื่อทอรุ้งงั้นหรอ ตอนแรกที่เธอวางแผนเพื่อที่จะมีอะไรกับฉัน ทำไมเธอไม่คิดถึงน้องฝาแฝดของเธอล่ะ”
เคนยิ้มอย่างเลือดเย็น
“งั้นเธอจะคิดว่าฉันเป็นคนวางแผนก็ได้แต่ฉันจะทำไปเพื่ออะไรก็ฉัน......ไม่ได้ชอบเธอ”
ตอนพูดคำนี้ฐิสารีบเอาสายตาเบี่ยงไปอีกทางหนึ่ง
หล่อนแอบชอบเคนมาแปดปีเป็นความลับที่ไม่มีใครรู้เลย
เคนรู้สึกว่าใจตัวเองเหมือนถูกอะไรทิ่ม
“แต่ว่าเธอชอบอันนี้ใช่ไหม”
เคนถือเงินแกว่งไปแกว่งมาที่หน้าฐิสา
“ปีนั้นครอบครัวเธอล้มละลาย เธออยู่มหาลัยที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ มิหนำซ้ำงานก็ยังหาไม่ได้ ทันใดชีวิตของเธอก็มาถึงจุดหนักหน่วงคงคิดจะหาที่พึ่งล่ะสิ ฐิสาอย่าคิดว่าเธอนั้นคิดอะไรแล้วอยู่ฉันไม่รู้นะ”
ฐิสายิ้มอย่างขื่นขม ในสายตาของคนที่หล่อนรักสุดหัวใจนั้นหล่อนคาดไม่ถึงว่าตัวหล่อนเองจะน่ารังเกียจขนาดนี้
ที่เมืองMไม่มีใครไม่รู้ว่าเคนกับทอรุ้งเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ และตั้งแต่เด็กพวกเขาก็ถูกมองว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เหมือนฟ้าให้เกิดมาคู่กัน
แต่ใครๆก็คิดไม่ถึงว่าในงานวันเกิดของเคน คนที่เคนมีอะไรด้วยนั้นกลับเป็นฐิสา
หล่อนถูกมองว่าเป็นคนวางยาเคนและฉุดว่าที่สามีของน้องสาวตัวเอง ดังนั้นที่เมืองMฐิสาจึงมีฉายาเพิ่มว่าโสเภณีแผนสูง
เคนเดินออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ฐิสากอดตัวเองน้ำตาไหลริน
“ทำไม ทำไมต้องเป็นแบบนี้”
ชีวิตแบบนี้หล่อนทนมามากพอแล้ว
หล่อนจะหย่าอย่างแน่นอน
วันที่สอง ฐิสานอนเต็มอิ่มแล้วจึงตื่นขึ้นมา ทุกครั้งที่เคนมีอะไรกับหล่อนนั้นเขาจะทำกับหล่อนอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของหล่อนเลยและทุกครั้งที่เขาทำกับหล่อนร่างกายของหล่อนเจ็บจนไม่มีความรู้สึก
ฐิสาลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ เก็บข้าวเก็บของเรียบร้อยก็ลงมา วันนี้หล่อนจะกลับบ้าน
พอลงมาข้างล่างก็เห็นกุลสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาที่ห้องรับแขก กำลังดื่มชาด้วยท่วงท่าที่งดงาม
คุณนายมณี แม่สามีของเธอและแม่เลี้ยงของเคน
“แม่มาที่นี่ได้ไงคะ”
ฐิสารีบลงมาจากชั้นบนไปยังห้องรับแขก
คุณนายมณีมองค้อน
“ลูกสะใภ้บ้านนี้ช่างใช้ชีวิตราบรื่นเสียจริงๆนี่ตะวันโด่งแล้วเพิ่งจะตื่น”
ฐิสาก้มหัวด้วยความละอายใจ
“เมื่อวานตอนกลางคืนไม่สบายก็เลยคื่นสายนิดหน่อยค่ะ”
“ไม่สนหรอก ลูกสะใภ้บ้านนี้ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ กินๆนอนๆไปวันๆก็ได้ แต่ว่าเรื่องที่ควรจะทำก็ต้องทำ ฉันถามเธอจริงๆ ตอนนี้เธอท้องแล้วหรือยัง?”
บทสนาของคุณนายมณีได้เปลี่ยนทิศทางไปและซักถามด้วยน้ำเสียงตำหนิทันที
ทุกครั้งที่คุณนายมณีมาที่นี่ก็ถามอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องเร่งให้มีบุตร
“ยังค่ะ”
“ยังอีกหรอ”
คุณนายนั่งลงบนโซฟาพร้อมพูดด้วยเสียงตำหนิขึ้นมา
“นี่เธอยังมีหน้ามาพูดนะ สองปีแล้วยังไม่มีลาดเลาว่าจะท้องเลยเนี่ยนะ”
“คือหนู...”
ไม่รอให้ฐิสาพูดจบ คุณนายมณีก็ปรี่เข้าไปตบที่หน้า
“เธอยังคิดจะเถียงอีกหรอ เธอมันเป็นแม่ไก่ที่ไม่สามารถออกไข่ได้ เธอดูตัวเธอสิมีอะไรเทียบกับน้องสาวของเธอได้บ้างหน้าตาหรอก็ไม่ให้ เรือนร่างหรอก็ไม่ได้ นิสัยยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้แค่เรื่องตั้งท้องมันยังลำบากขนาดนี้เลย”
“.........”
ฐิสากัดริมฝีปากตัวเองและก้มศรีษะตลอดเวลา
“มันก็แปลกอยู่นะ พี่น้องท้องเดียวกัน คนหนึ่งดีเลิศในทุกๆด้าน อีกคนคือไม่ได้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่เล็กจนโตหนูทอรุ้งดีกว่าเธอทุกอย่าง เธอไม่รู้สึกระอายมั้งหรอ ฉันรู้สึกอายแทนเธอจริงๆ”
พูดถึงน้องสาวของหล่อนอีกแล้ว
ตั้งแต่เด็กเธอใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของทอรุ้ง การแต่งงานก็เหมือนกัน
ทอรุ้งเป็นนางพญาห่านที่ใครเห็นใครรัก แต่ฉันกลับเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ที่ใครเห็นก็รังแก
“ในเมื่อรู้สึกว่าเขาดีทุกอย่าง งั้นพวกคุณก็เอาเขามาเป็นสะใภ้เถอะ” ฐิสากัดฟันพูด
“เธอว่าอะไรนะ พูดอีกรอบสิ”คุณนายชี้นิ้ว นิ้วมือแทบอยากจะจิกลงไปที่หัวของ
ฐิสา
ฐิสาเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญ ยังไงชีวิตแบบนี้หล่อนก็ทนมามากพอแล้ว
“หนูพูดว่าให้ครอบครัวคุณแม่ไปสู่ขอทอรุ้ง หนูต้องการหย่ากับเคน”
คุณนายมณียกมือขึ้นตบหน้าฐิสาอีกรอบหนึ่ง
“เธอกล้าบอกว่าหย่าหรอ ถ้าจะหย่าจริงๆ คงมาให้เธอออกมาพูดเองหรอก เธอนี่มันร้ายนักนะ จริงๆตอนแรกหาผลประโยชน์ให้ตัวเองโดยการมีอะไรกับเคน ตอนนี้ยังกล้าเสนอขอหย่า”
ฐิสาซ่อนหน้า กัดปากตัวเองจนเลือดออก
“หนูไม่ได้บังคับให้ครอบครัวคุณแม่มาสู่ขอหนู แต่ว่าครอบครัวคุณแม่มาสู่ขอหนูเอง”
“นี่เธอกล้าต่อปากต่อคำกับฉันหรอ ประภา สีดา สั่งสอนผู้หญิงที่ไม่รู้จักละอายบาปคนนี้ทีสิ”
“ค่ะ คุณนาย”
คนรับใช้ที่ชื่อประภาเข้าไปในห้องหาไม้ขนไก่และเดินเข้าไปหาฐิสาพร้อมกับโบกไม้เข้าไป
คุณนายมณีนั่งบนโซฟา เอาศรีษะเอนไปอีกทางหนึ่ง เห็นฐิสาเป็นเช่นนั้นคุณนายมณีรู้สึกไม่สบายใจ
ก็แต่ไหนแต่ไรมาประภากับสีดาไม่เคยยั้งกำลังลงแพ้เพียงครึ่งหนึ่ง แม้ฐิสาจะล้มลงไปบนพื้นแล้วแต่พวกหล่อนก็ยังคงใช้แรงโบกไม้ขนไก่ จนขนไก่นั้นหลุดร่วงออกมา
“พอแล้วๆ”คุณนายโบกมือ
ประภากับสีดาหยุดตามคำสั่ง
“ฉันจะบอกอะไรให้ถ้าอยากรอดก็ให้รีบท้องโดยเร็ว ไม่อย่างนั้นระวังตัวเธอไว้ให้ดีๆ”
คุณนายมณีพาสองสาวคนรับใช้กลับ
พี่เลี้ยงที่อยู่ในบ้านคือพี่แก้วและมะปรางรีบมาประคองฐิสาขึ้นจากพื้น
“ไม่เป็นไรใช่ไหมคะคุณหนู”
ทุกส่วนของร่างกายเธอนั้นเจ็บปวดแสบร้อนไปหมด ฐิสาถอนหายใจอย่างเบาๆ
หล่อนตัดสินจะหย่า
แค่วันเดียวก็ทนอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว
ฐิสากำลังนั่งกินอาหารเช้าที่โต๊ะ พี่แก้วและมะปรางต่างคนต่างใช้แววตาสื่อสารกันไปมา
“มีเรื่องอะไรก็ว่ามาเถอะ”ฐิสาพูดอย่างช้าๆ
ตอน 2
บทที่ 2 ไม่คิดว่าจะตั้งครรภ์
สีหน้าของพี่แก้วนั้นไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังเอ่ยปากพูดออกมา
“คุณหนูเมื่อวานมีคนมาเร่งเก็บค่าที่ทั้งหมดแปดหมื่นแปดพันหยวนค่ะ”
“อ้อ”
หัวใจฐิสาค่อยๆด่ำลึกลงไป
ความสามารถในการทรมานคนของเคนนั้นไม่รู้จักประมาณเลยจริงๆ เขาไม่ให้หล่อนออกไปทำงานโดยบอกว่าจะทำให้ครอบครัวเขานั้นอับอายขายหน้า รายรับของหล่อนทั้งหมดนั้นจึงมาจากการที่เขาหลับนอนกับหล่อนเสร็จและให้รางวัลกับหล่อน
แต่ว่าเขาจัดการให้หล่อนอาศัยอยู่ในคฤหาสถ์และจัดการให้มีคนปรนนิบัตรดูแลและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของที่นี่ก็เป็นหล่อนที่ต้องจ่าย
เมื่อไรที่รู้ว่าหล่อนขาดเงิน เขาจงใจที่จะไม่มาหาหล่อนเป็นระยะเวลาครึ่งเดือน
“ฉันไม่มีเงินเลย ขอผลัดไปก่อนแล้วกัน”
แปดหมื่นกว่าหยวนเลยหรอ
หล่อนจะไปหาที่ไหนตั้งแปดหมื่นกว่าหยวน
“คุณหนู แม่ของพี่ป่วยเข้าโรงพยาบาล คุณหนูช่วยเอาเงินของเดือนนี้ให้พี่ก่อนได้ไหมค่ะ ห่างจากวันที่จะให้เงินเดือนอีกไม่กี่วันเอง”
มะปรางรีบพูดขึ้นมา
“เดี๋ยวรอก่อนนะ”
ฐิสาหันตัวกลับขึ้นไปข้างบน เอาเงินที่เคนให้เมื่อคืนนั้นนับขึ้นทีละใบๆทั้งหมดหนึ่งหมื่นหนึ่งร้อยหยวน
พอที่จะจ่ายเงินเดือนให้กับพวกเขาสองคนแต่ว่าเงินเดือนนี้ถ้าจ่ายไป หล่อนก็จะไม่มีเงินติดตัวเลย
ฐิสาตัดสินใจได้ว่ายังไงวันนี้ตัวหล่อนก็จะไปจากที่นี่แล้วจะไม่กลับมาอีก งั้นก็ให้เงินเดือนสองคนนี้ไปเลยแล้วกัน
เก็บของตัวเองเสร็จ หล่อนก็ออกจากบ้าน
ใช้เงินที่ตัวเองมีติดตัวอยู่ไม่กี่บาทจ่ายค่ารถ
เมื่อนั่งบนรถ หล่อนมองคฤหาสถ์ที่อยู่มาสองปี
“เคน ฉันไปแล้วนะ”
ฐิสาหันหน้ากลับมาใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา
หล่อนชอบเคน ตั้งแต่วันที่เห็นเคนเป็นครั้งแรก หล่อนก็ได้ชอบเขา
แต่ว่าตอนเด็กหล่อนนั้นผิวดำ หน้าตาก็ไม่ได้ดีอย่างน้องสาว เรียนคะแนนก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ ปากก็ไม่ได้พูดจาหวานเหมือนน้องสาว ในกลุ่มจึงไม่มีใครสนใจหล่อนเลย
ดังนั้น ตอนที่เคนกับทอรุ้งอยุ่ด้วยกันนั้น ฐิสาก็ไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย
รู้ว่าตัวเองไม่เหมาะกับเคน หล่อนได้แต่แอบชอบเคน จนกระทั่งวันเกิดวันนั้นที่เคนอายุได้22ปี
เดิมทีหล่อนมาเป็นเพื่อนครอบครัวเพื่อมาฉลองวันเกิดให้เขา แต่ใครจะไปรู้พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เห็นเคนมองหน้าด้วยใบหน้าที่โกรธเคืองและตัวหล่อนนั้นอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า บนร่างกายยังมีรอยจ้ำแดงๆอยู่หน่อย
ตั้งแต่วันนั้นหล่อนก็กลายเป็นคนที่ถูกประนามด่าว่าว่าเป็นโสเภณีแผนสูงที่ทุกคนพูดกันสนุกปาก
หล่อนน่าจะได้แต่งกับชายที่หล่อนรัก คำพูดพวกนี้ฐิสาก็ทนมาหมดแล้ว
สองปีมานี้หล่อนพยายามคิดหาวิธีเอาใจเคน แต่ว่าหล่อนยิ่งเอาใจเขามากเท่าไหร่ เคนก็ยิ่งรังเกียจมากเท่านั้น
ชีวิตแบบนี้มาถึงจุดจบของมันแล้ว
เสียงโทรศัพท์เรียกสติของฐิสาให้กลับมาอีกครั้ง
โทรศัพท์มาจากศูนย์ตรวจร่างกาย ก่อนหน้านี้ฐิสาได้ไปตรวจสุขภาพไว้
“สวัสดีค่ะคุณฐิสา ผลการตรวจร่างกายออกมาแล้วนะค่ะ ใบผลรายงานว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ต้องการให้คุณมาทำการตรวจเพิ่มค่ะ”
“คุณว่าไงนะ”
“ดีใจด้วยค่ะคุณฐิสา คุณกำลังตั้งครรภ์ค่ะ”
ได้ฟังเสียงในโทรศัพท์ ฐิสารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า
นี่ฉันท้องแล้วหรอ
ฐิสารีบบอกคนขับรถให้กลับไปยังโรงพยาบาลสูตินารีในตัวเมืองเพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด เธอนั่งรถอยู่ในห้องทำงานของหมออย่างกระวนกระวายใจ เป็นไปไม่ได้ ต้องเป็นศูนย์ตรวจร่างกายตรวจผิดแน่ๆ
สองปีมาแล้วที่เธอนั้นไม่ได้ตั้งครรภ์แล้วตอนนี้อยู่ดีๆจะมาตั้งครภ์ได้อย่างไร
“ฐิสา”ฟ้าถือใบผลตรวจออกมา
“ฟ้า ฉันไม่ได้ท้องใช่ไหม”
สีหน้าของฟ้านั้นซับซ้อน เธอนั่งที่โต๊ะทำงาน
ฟ้าเป็นเพื่อนสนิทของฐิสา สองปีมานี้ฐิสามักจะมาหาฟ้าเพื่อให้ตรวจดูโรคและอาการต่างๆให้ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดีมาก
“ฐิสา เธอตั้งครรภ์แล้วจริงๆนะ ตอนนี้ครรภ์6สัปดาห์แล้ว”
ใจของฐิสาได้ดิ่งลึกลงไป
ตั้งครรภ์6สัปดาห์
เมื่อวานตอนกลางคืนหล่อนกับเคนมีอะไรกันอย่างดุเดือดในท้องหล่อนก็อุ้มเด็กไว้
วันนี้เช้าถูกคุณนายมณีตีในท้องของหล่อนก็อุ้มเด็กไว้
“แต่ว่า”ฟ้าเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา
“แต่ว่าอะไร”ฐิสารีบเงยศรีษะขึ้นมา
“ตอนนี้เธออาจมีสิทธิ์จะคลอดก่อนกำหนด ฉันแนะนำให้เธอนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ แม่สามีเร่งให้เธอท้องมาสองปีแล้ว ไม่ง่ายเลยนะที่จะท้องได้ แต่ว่าอย่า...”
สำหรับเรื่องสภาพความเป็นอยู่ของฐิสานั้นฟ้ารู้อย่างแจ่มแจ้ง
“แต่ว่า.....”
ฐิสามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ฉันไม่มีเงิน วันนี้ค่าใช้จ่ายในการตรวจเกรงว่า.....”
ฟ้าขมวดคิ้ว พร้อมถอนหายใจ
“แต่ว่าตอนนี้เธอท้องนะ นี่คือสายเลือดของเขา เขาจะไม่สนไม่ได้”
ฐิสาฉีกปากฝืนยิ้ม
ทำไมพระเจ้าโหดร้ายต่อหล่อนอย่างนี้ ตอนที่หล่อนตัดสินใจจะหย่านั้นกลับมาเล่นตลกกับหล่อนเสียอย่างนั้น
“ฟ้า แล้วมันรุนแรงมากไหม”
“อันนี้ก็พูดไม่ได้ ทำได้แต่คาดคะเน ครรภ์ยังไม่กี่เดือน ตอนนี้ยังดูอะไรมากไม่ได้ เธอมีอาการผิดปกติอะไรไหม”
ฐิสาส่ายหัว
“งั้นก็ดีแล้ว การคาดคะเนนี้โรงพยาบาลเป็นคนกำหนดออกมา แต่ว่าหมอแต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป ยังไงเธอก็อย่าคิดมากนะ”
“งั้นฉันก็จะไม่อยู่โรงพยาบาล”
ฟ้าส่ายหัว
“เอาอย่างนี้ ฉันจ่ายยาให้เธอ เธอกลับบ้านแล้วพยายามนอนพักผ่อนหลังจากนั้นคุยกับเคน ถึงอย่างไรเสียเด็กในท้องก็คือลูกของพวกเธอทั้งสอง”
“อืม ค่าใช้จ่ายในการตรวจ”
“เดี๋ยวฉันสำรองออกไปก่อน”
“ขอบคุณมาก แล้วฉันจะหาทางเอาคืนเธอนะ”
ฟ้าจ่ายยาให้ฐิสาเสร็จ ฐิสาก็แยกจากไป
ตลอดทางเดินนั้น ในสมองของฐิสาวุ่นวายเต็มไปหมด
แต่ก่อนหล่อนไม่ใช่ไม่หวังจะให้ตัวเองนั้นท้อง แต่คุณมณีเร่งหนักเข้าความสัมพันธ์ของหล่อนกับเคนก็ตึงเครียด หล่อนก็หวังว่าการตั้งครรภ์สามารถบรรเทาความสัมพันธ์ของตนทั้งสองได้แต่หล่อนก็พบว่าทั้งหมดนี้คือการเสียแรงไปฟรีๆ
ฐิสายังคงกลับบ้านของตัวเอง หล่อนต้องการหาคนปรึกษา แม่ของหล่อนนั้นคือที่พึ่งของหล่อนโดยไม่ต้องสงสัย
ฐิสาลงจากรถ คฤหาสถ์ของครอบครัวเธอนั้นว่างเปล่า แม้ว่าแต่ก่อนครอบครัวเธออำนาจจะสู้ครอบครัวเคนไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีอิทธิพลและมีเกียรติ แต่ว่าพ่อของฐิสาที่ชื่อว่าเทิดนั้นมีการบริหารที่ไม่ดีส่งผลให้ครอบครัวนั้นล้มละลาย
สองปีมานี้ก็ถือว่าทุเลาลงไปบ้าง
คนรับใช้หลายคนกำลังสาละวน แต่ว่าพอเห็นฐิสาก็ทำเหมือนไม่เห็น
หล่อนได้เป็นโสเภณีแผนสูงในสายตาของคนเมืองZ ในที่นี้ก็รวมไปถึงคนในบ้านของหล่อนด้วย
คนรับใช้ทุกคนเห็นหล่อนแต่กลับทำเป็นไม่เห็น
ฐิสาเห็นเป็นเรื่องธรรมดานานแล้ว หล่อนถือกระเป๋าไปยังชั้นบนเตรียมกลับไปห้องเดิมของหล่อนเพื่อพักผ่อน
“พ่อของลูกบอกว่าบริษัทพวกเราเริ่มเตรียมตัวจะเข้าสู่ตลาดอีกรอบหนึ่งแล้ว สองปีนี้บ้านเราค่อนข้างดีขึ้นมาหน่อย”
เสียงที่อยู่ในห้องมาจากแม่ของหล่อนที่ชื่อว่าทิพย์
“แม่ แต่ว่านี่เป็นคุณงามความดีฉันนะ แม่ต้องบอกพ่อให้ชัดเจนด้วยล่ะ”เป็นเสียงของทอรุ้ง “ถ้าไม่ใช่พี่สาวหน้าโง่ของฉันไปมีอะไรกับเคน บ้านพวกเราจะมีวันนี้ได้ไง”
“ใช่ๆ ทั้งหมดคือคุณงามความดีของลูก ลูกวางใจได้ พ่อลูกบอกว่ารอให้บริษัทพวกเราเข้าสู่ตลาดก่อน ตอนนั้นจะขาดหุ้นของลูกไม่ได้เด็ดขาด”
ฐิสาเหมือนถูกให้ยืนแช่แข็งที่ปากประตู
เป็นน้องสาวของหล่อนที่นำตัวหล่อนไปนอนบนเตียงของเคน
ข่าวนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าอีกครั้ง
ตอน 3
บทที่ 3 รู้ความจริง
สองแม่ลูกกำลังพูดคุยอยู่ในห้องอย่างมีความสุข ได้ยินเสียง ตุ้บ! ประตูก็ถูกเปิดออก
ทั้งสองคนตกใจ หันมามองก็เห็นฐิสาในใบหน้าที่โกรธยืนอยู่ตรงประตู
“ทำไมเธอต้องทำกับฉันแบบนี้ ทำไมต้องทำร้ายฉัน”
ฐิสาพูดเสียงดังก้อง
ทอรุ้งกลับไม่มีความหวาดกลัวสักนิด ค่อยๆยิ้ม พร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้
“พี่ ฉันทำร้ายพี่อย่างไร นี่ฉันกำลังช่วยพี่นะ ไม่งั้นพี่จะเป็นลูกสะใภ้ของครอบครัวเคนได้อย่างไร อยู่กับครอบครัวเคนคนที่เสพสมเงินทองลาภยศเงินทองก็คือพี่ คู่รักที่เล่นมาแต่วัยเยาว์ได้ถูกฉกไป คนที่ตกอับเป็นฉันนี่ ฉันต่างหากเป็นผู้เคราะห์ร้าย”
ฐิสาโกรธจนตัวสั่น
“ทอรุ้ง เธอรักเคนไม่ใช่หรอ เธออยู่ด้วยกันกับเขามาแปดปี รู้จักกันมาแปดปี ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ล่ะ”
ฐิสาคิดไม่ออก คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
ทอรุ้งกลับไม่เเสดงอาการอะไรออกมาเช่นเดิม
“พี่นี่โง่จังเลย ครอบครัวเราล้มละลายแล้ว ถ้าฉันแต่งงานออกไปมันจะมีข้อดีอะไรสำหรับฉันล่ะ ถ้าฉันจะเป็นลูกสะใภ้ก็จะไม่เป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้”
ในสายตาของทอรุ้งบ่งบอกถึงแววตาที่โกรธ
“นี่เธอ”
ฐิสาชี้หน้าทอรุ้ง หล่อนคิดว่าน้องสาวของตัวเองนั้นเป็นสาวที่สวยฉลาด กลับคิดไม่ถึงว่าน้องสาวของตัวเองจะเป็นแบบนี้
“ดังนั้น เธอเลยขายพี่สาวแท้ๆของเธอกิน ใช้ความรักของตัวเองให้เป็นประโยชน์อย่างนั้นหรอ”
ทอรุ้งยิ้มอย่างเย็นชา
“ถ้าใช่แล้วจะทำไมละ ครอบครัวเราก็กลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง ในที่นี้พี่เองก็มีส่วนช่วยด้วย ตอนแรกครอบครัวเคนให้ค่าสินสอดแปดล้านแปดแสนแปดหมื่น เคนรู้สึกขอโทษฉันลับหลังเลยให้ครอบครัวเราอีกสิบล้านและยังให้ฉันอีกสามหมื่นหยวน บ้านพวกเราพึงพาสิ่งนี้ล่ะที่กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง”
“……”
“แต่ว่าไม่มีใครขอบคุณพี่หรอก ทุกคนพูดว่าพี่น่ะเป็นหญิงโสเภณีแผนสูง พี่ถือเพรชถือพลอยพวกนั้นมา มันก็เป็นได้แค่สิ่งที่น่าละอายใจก็เท่านั้นเอง ทุกคนรู้สึกแค่ว่าพี่เป็นสะใภ้ครอบครัวเคน ถึงสามารถเอาเพชรพลอยออกมาได้นิดๆหน่อยๆก็แค่นั้น แต่คุณงามความดีทั้งหมดอยู่ที่ฉัน ฮาๆๆๆ”
เสียงหัวเราะของทอรุ้งช่างแสบแก้วหูนัก แล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆทิ่มแทงใจของฐิสาอย่างลึกๆ
แต่ไหนแต่ไรมาหล่อนไม่เคยคิดว่าน้องสาวตัวเองจะเป็นอย่างนี้
ฐิสามองไปที่คุณทิพย์ทันที
“แม่ นี่แม่ไม่สนใจเลยหรอ ทอรุ้งทำแบบนี้แม่ไม่สนใจเลยหรอ”
สายตาของคุณทิพย์นั้นเต็มไปด้วยความดูถูก
“ฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรที่ทำไม่ถูกนิ”
พอได้ยินคำนี้ ฐิสารู้สึกจุกอกมาก
นี่คือแม่แท้ๆของตัวเองเหรอ
พวกหล่อนสองคนเป็นฝาแฝดกัน เพราะว่าทอรุ้งตอนเด็กนั้นทั้งฉลาดและหน้าตาก็สละสลวยพูดจาไพเราะพ่อและแม่ก็ชอบเป็นธรรมดา
พ่อแม่มีความลำเอียง แต่นั้นก็เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
“แม่ ตอนหนูเด็กแม่ลำเอียงก็ไม่เป็นไร แต่ว่าเรื่องที่ถูกผิดตรงหน้านี้ อย่างน้อยแม่ก็น่าจะรักษาความเป็นธรรมนะ ทอรุ้งเธอทำร้ายหนู แม่จะนั่งมองโดยไม่สนใจเลยหรอ”
ฐิสากัดฟันกรอด เพ่งมองคุณทิพย์อย่างแน่วแน่
คุณทิพย์กลับยกชาที่อยู่บนโต๊ะขึ้นจิบอย่างเย็นใจ
“ฉันจะบอกให้นะฐิสา วันนี้ฉันจะบอกเธอให้ก็ได้ว่าเธอไม่ใช่ลูกสาวของฉัน”
“ว่าไงนะ”
ฐิสาเบิ่งตา มองคุณทิพย์ด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ
“พ่อเธอคนนี้น่ะเป็นคนเจ้าชู้ ในบ้านมีภรรยาอยู่แล้ว พอไปอยู่ข้างนอกก็ยังจะมีคนรักอีก ฉันกับแม่เธอเกือบจะท้องพร้อมกัน แต่แม่ของเธอใจไม่สู้ ตอนที่คลอดเธอออกมาก็ตาย ก็พอดีพ่อเธอเลยใช้โอกาสนี้มารับฉันให้ไปอยู่บ้านด้วยกัน ฉันเห็นเธอน่าสงสารเกิดมาแล้วแม่แท้ๆยังจะมาตาย ก็เลยเลี้ยงมาพร้อมๆกัน พ่อเธอไม่อยากถูกคนครหา เลยบอกพวกเธอตรงๆว่าคือพี่น้องฝาแฝดกัน”
ฐิสาเหมือนถูกฟ้าผ่า
ตัวเองนั้นเรียกหญิงที่อยู่ตรงหน้าว่าแม่มา20กว่าปี คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้จะเป็นแค่คนรักของพ่อที่คบกันมาจากข้างนอกเป็นคนเลี้ยงดูหล่อนมา
มิหนำซ้ำไม่ใช่แม่ของตัวเอง
คุณทิพย์เพ่งมองฐิสาไปมาครั้งหนึ่ง
“จะว่าเธอโง่ เธอก็โง่ถึงจริงๆ ไม่ได้ดูสาระรูปตัวเองเลย เธอมีส่วนไหนดีกว่าทอรุ้งลูกสาวของฉัน”
ทอรุ้งยืนอยู่ข้างก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมา
ฐิสาโกรธอย่างที่สุด เดินเข้าพรวดพราดเข้ามาจับปกคอเสื้อของคุณทิพย์
“ทำกับหนูอย่างนี้ได้อย่างไง ทำได้ยังไง”
ทอรุ้งเดินเข้ามาตรงหน้า ผลักฐิสาออก
ฐิสาไม่ได้กินข้าวเช้าเลยไม่มีแรง พอผลักเธอ เธอก็ล้มไปที่พื้น เธอคลำท้องของตัวเองอย่างรู้สึกตัว
“จะโทษก็โทษตัวเธอเองที่โง่ ยังจะมาโทษคนอื่นอีก”
ฐิสาลุกขึ้นจากพื้นอย่างระมัดระวัง เพราะกังวลลูกของตัวเองจะได้รับความกระทบกระเทือน หล่อนรู้ว่าตัวเองไม่สามารถยื้อต่อไปได้
“ได้ ฉันไปหาพ่อ ฉันจะบอกทุกอย่างกับพ่อ”
“เธอไปหาก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าพ่อเธอสนใจเธอจริงๆ ตอนนั้นเขาคงไม่เอาฉันมาอยู่บ้านในขณะที่แม่ของเธอเพิ่งตายหรอก ยิ่งกว่านั้นเรื่องทั้งหมดนี้พ่อเธอก็รู้”
ฐิสากัดริมฝีปากตัวเอง เลือดสดๆนั้นไหลเข้าปากหล่อนโดยๆไม่รู้ตัว
“พ่อฉันรู้มาตลอดเลยหรอ”
“แน่นอนล่ะ เขาถึงไม่สนใจไงว่าลูกสาวตัวเองแต่งงานกับใคร สนใจแค่ว่าครอบครัวเราจะกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้งหรือเปล่า พ่อเธอกำลังยุ่งเรื่องการเตรียมตัวนำกิจการเข้าสู่ตลาด ถ้าเธออยากถูกด่าก็ไปสิ”
ฐิสาจากไปด้วยความโศกเศร้า
ทอรุ้งกับคุณทิพย์มองฐิสาจากไปด้วยความเศร้าโศก กลับยิ่งดีใจมากขึ้นกว่าเดิม บนใบหน้าของสองแม่ลูกเต็มไปด้วยความสุขใจ
แต่ไม่นาน รอยยิ้มของคุณทิพย์บนใบหน้าก็หายไป
“ทอรุ้ง ถ้าลูกอยากแย่งเคนกลับมาก็รีบทำเวลานะ ถ้าเกิดฐิสามันตั้งท้องขึ้นมาจะทำอย่างไร”
ทอรุ้งพอได้ยินคำนี้กลับยิ้ม
“แม่วางใจเถอะ มันท้องนั้นแหละถึงจะดี”
“ว่าไงนะ จะบ้าหรือเปล่า ถ้ามันท้องเด็กในท้องก็ต้องเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของครอบครัวเคน นั้นก็แปลว่าไม่สามารถหย่ากันได้นะลูก ถ้าเกิดฐิสามันใจสู้คลอดลูกออกมา นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่ แม้ว่าจะหย่ากัน แต่ถ้าลูกแต่งงานไปชีวิตนี้...”
ทอรุ้งมองแม่ตัวเองที่แสดงใบหน้ารีบร้อน ก็รีบพูดขัดขึ้นมา
“วางใจเถอะแม่ ฉันจัดการให้พี่แก้ววางยาในอาหารของฐิสาทุกครั้งที่เคนเข้าไป พี่แก้วก็จะให้มันดื่มซุปร้อน ซุปนั้นฉันหาคนมาจ่ายใบสั่งยาให้”
ทอรุ้งเข้าไปใกล้หูของแม่ “มันคือยาคุมกำเนิด”
คุณทิพย์ตกใจ
“ยาคุมกำเนิด”
“ใช่แล้ว ไม่งั้นสองปีมานี้มันคงตั้งครรภ์ไปนานแล้วล่ะ ที่ผ่านมาดื่มซุปคุมกำเนิดมาสองปี ร่างกายดื่มจนเสีย แม้ว่าจะตั้งครรภ์ก็ต้องแท้ง และถึงแม้ว่ามันจะคลอดออกมาได้ เด็กก็ต้องออกมาพิการ พอถึงเวลานั้นได้แค่ทำให้ครอบครัวเคนก็จะเกลียดมัน”
ทอรุ้งแสดงสีหน้าโหดเหี้ยม
คุณทิพย์ก็ค่อยๆวางใจ
“อย่างนี้ก็ดีน่ะสิ แต่ว่าทอรุ้งแม่ยังมีเรื่องที่เข้าใจอยู่เรื่องหนึ่ง ตอนแรกทำไมถึงเอาฐิสาไปนอนกับเคนล่ะ ทำไมจะต้องทำถึงขนาดนั้น”