ตอน 2
ประธานรักฉันอีกครั้ง
ตอนที่ 2
ในขณะที่ดวงตาของหลัวแมนจีเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ลั่วมั่นหันหลังกลับแล้วโบกมืออย่างรวดเร็วและเฉียบขาด “กรอกให้เธอซะ!”
ตามคำสั่งของเธอ คนใช้หลายคนรีบเร่งขึ้นไปข้างบน เปิดปากของหลัวแมนจีให้อ้า บังคับกรอกยาลงไปในท้องของเธอ
“ไม่……ไม่นะ……”มือและเท้าของหญิงสาวลุกลี้ลุกลน/ดิ้นรน แต่กลับไม่สามารถต้านทานมือหลายคู่นั้นได้
ความขมของยาน้ำไหลผ่านลำคอของเธอลงไป ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายจนหายใจไม่ออก
นี่มันยาสำหรับมีบุตรยากไปชั่วชีวิต เธอจะต้องไม่ดื่ม!
อย่าดื่ม!
แต่ว่าในท้ายที่สุดก็ยังถูกบังคับให้กลืนลงไป
น้ำยาไหลลงไปตามรอยขรุขระของกระดูกไหปลาร้าของหลัวแมนจี ดวงตาทั้งคู่ของเธอแดงก่ำ “ลั่วมั่น ฉันไม่มีทางปล่อยคุณไป ไม่มีทางปล่อยคุณไป ”
“ตามที่คุณปรารถนา”ลั่วมั่นตอบอย่างไม่รีบร้อน มองดูหลัวแมนจีที่อ่อนปวกเปียก ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเกลียดชัง อารมณ์ของเธอกลับไม่ดีขึ้นเลยแม่แต่น้อย
ที่พิเศษก็คือรอยจูบแดงราวสตอเบอร์รี่บนคอเรียวดังหงส์ของหญิงสาว
สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหมือนดังถูกตัดออก
ตั้งแต่ต้นจนจบ สามีของเธอเฟิงเฉินนั้นไม่พูดแม้แต่คำเดียว
ลั่วมั่นมองดูเขาแล้วพูดอย่างมีความหมาย “คุณเฟิง แล้วยาอีกถ้วยนี้ล่ะ…… ”
“ฉันดื่มเอง”
ไม่คาดคิดเลยว่า ชายหนุ่มไม่เต็มใจปะทะคารมกับเธอเลยแม้แต่น้อย เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยอย่างไม่รีบร้อน แล้วลุกขึ้นมาจากเก้าอี้โซฟา หยิบถ้วยที่คนรับใช้ถืออยู่ขึ้นมา แล้วดื่มลงไปรวดเดียว
เธอรู้ว่ายานี้ขมมาก แต่ว่าคิ้วของเขาไม่ขมวดเลยแม้แต่น้อย
เขาวางถ้วยเปล่าลง เฟิงเฉินเดินมาข้างหน้า แล้วบีบคางของเธอ “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ ที่จะแต่งงานกับภรรยาที่ดีเช่นคุณ ไม่เคยลืมดูแลบำรุงสามีของตัวเองตลอดเวลา ทำให้ร่างกายแข็ง‘บำรุงพลังหยาง’ ”
เขาออกเสียงเบามากและจงใจหยุดลง
“คุณเฟิงก็ชมเกินไปแล้ว ”ลั่วมั่นตอบอย่างไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่ง
“เฮ้อ”เฟิงเฉินออกเสียงเบาๆ แล้วดึงหลัวแมนจีที่ร้องห่มร้องไห้ข้างๆเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด แล้วเดินออกไปนอกประตู “อย่าร้องเลย เหล่านี้มันก็แค่ซุปบำรุงของเธอ ฉันจะทำให้ท้องของคุณใหญ่ คืนนี้จะแสดงให้คุณอย่างดี”
หลัวแมนจีที่ร้องไห้น้ำตาไหลเงยหน้าขึ้น “จริงๆเหรอ แต่ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งจะให้ฉันดื่ม…”
“วางใจเถอะ เธอไม่กล้ามากขนาดนั้นหรอกที่จะทำผู้หญิงของฉัน นอกเสียจากเธอจะเบื่อชีวิตแล้ว ”
ประตูของห้องอ่านหนังสือถูกยึดไว้อย่างหนัก ลั่วมั่นหยิกฝ่ามือของตนเองอย่างแรง หัวในอันด้านชาของเธอก็เจ็บปวดขึ้นอีกครั้ง
ที่เฟิงเฉินพูดนั้นไม่ผิด ที่ให้เขาดื่มยาบำรุงพลังหยางนั้นจริง แต่ว่าถ้วยยาที่ให้หลัวแมนจีไม่สามารถท้องได้ชั่วชีวิตใบนั้นคือเรื่องโกหก
แต่เป็นเพียงยาจีนธรรมดาทั่วไป
เพียงตอนนี้เธอแค่โกรธมากเกินไป เลยตั้งใจทำให้หลัวแมนจีนั้นหวาดกลัว
เสียงประตูโรงรถในลานบ้านของคฤหาสน์ลอยมา แต่เสียงเครื่องยนต์ที่หายไปอย่างรวดเร็วจากหูราวกับการแสดงพลัง ดูเหมือนกับว่าบางคนไม่ตั้งใจที่จะปิดบังว่าเร่งด่วนจนทนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งรถได้หายลับตาไป ลั่วมั่นถึงยอมแพ้แล้วจึงดึงผ้าม่านปิด หันหลังกลับไปบนเตียง
หน้าจอโทรศัพท์ยังคงส่องแสง แสดงข้อความที่ไม่ระบุชื่อที่เพิ่งได้รับไม่นาน
ชายที่มีรูปร่างแข็งแรงในภาพคือสามีของเธอเฟิงเฉิน สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำสีเทาเข้ม เผยให้เห็นแผลอกส่วนใหญ่ของเขา แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คือต้นขาขาวเนียนที่มุมล่างขวา พาดบนเอวของเฟิงเฉินราวกับเกรงว่าเธอจะมองไม่เห็น
ลั่วมั่นจ้องดูรูปนั้นเป็นเวลานาน ในดวงตาไร้ซึ่งคลื่นใดๆ ราวกับเห็นจนชินตาแล้ว เธอย้ายภาพถ่ายไปยังอัลบั้มพิเศษในโทรศัพท์ของเธอ แล้วพิมพ์ตัวอักษร “เจ็ดสิบสี่”
ซึ่งหมายความว่าภาพนี้เป็นผู้หญิงคนที่เจ็ดสิบสี่ในเวลาสามปีของเฟิงเฉินที่ผ่านมา พูดให้ถูกก็คือผู้หญิงคนที่เจ็ดสิบสี่นี้กล้าหาญมากที่กล้าส่งรูปนี้ให้เธอ ที่เหลือนั้นคือไม่กล้าหรือยังไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่อยู่ข้างกายเฟิงเฉินอย่างแน่นอนอีกนับไม่ถ้วน
เมื่อดูภาพเจ็ดสิบสี่รูปของชายหญิงที่ยุ่งเหยิงคลุมเครือและหน้าด้านในอัลบั้ม ในที่สุดท่าทางอันสงบเงียบมาโดยตลอดของลั่วมั่นก็แสดงให้เห็นรอยแตก เธอปิดโทรศัพท์อย่างหงุดหงิดแล้วทิ้งมันไว้ข้างๆ
เสียง“บู้ม”ภายในห้องเกิดเสียงดังก้องกระหึ่มขึ้นข้างๆหู
แต่งงานมาสามปี ข้างกายของเฟิงเฉินมีผู้หญิงนับไม่ถ้วน แต่ล่ะคนล้วนไม่ให้สนใจตำแหน่งภรรยาที่แท้จริงของเธอ ดังนั้นข้อความที่ไม่ระบุชื่อนั้นล้วนเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เธอยิ้มมุมปากหัวเราะเยาะตัวเอง หลังจากนั้นจงโน้มตัวลงช้าๆแล้วกอดเข่าตัวเอง ผมยาวเข้มสีดำประบ่าของเธอตกลงมาปิดบังความขมฝาดในดวงตาของเธอ
บางทีอาจจะต้องรอจนรูปภาพรูปที่หนึ่งร้อยส่งถึงโทรศัพท์ของเธอ ตนเองถึงจะยอมแพ้
เธอปลอบตัวเองแบบนี้ตลอด
ตอน 3
ตอนที่ 3
หลังจากวันนั้นครึ่งเดือนเฟิงเฉินก็ไม่เคยกลับบ้าน แต่ลั่วมั่นสามารถเห็นข่าวซุบซิบที่เกี่ยวกับเขาทุกเรื่องได้จากรายงานข่าวบนโทรทัศน์ได้ตลอด เขาพาหลัวแมนจีเข้าออกทุกสถานที่อย่างเปิดเผย โดยไม่สนใจคำวิจารณ์จากโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย
หลัวแมนจีเป็นดาราสาวผู้โด่งดัง มีนักข่าวจำนวนไม่น้อยที่คอยติดตาหลังเขา นักข่าวที่มีความสามารถมหัศจรรย์นั้นไม่รู้ว่าทำเช่นไรถึงได้เบอร์โทรของลั่วมั่น โทรมาไม่หยุดทั้งวันยี่สิบสี่ชั่วโมงเพื่อถามว่าเฟิงเฉินนั้นมีชู้ระหว่างแต่งงานหรือว่าหย่าขาดจากกันไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ลั่วมั่นจึงถูกรบกวนจนเกินที่จะทน
ณ ห้องรับแขกในคฤหาสน์ตระกูลเฟิง
“โทรผิดแล้ว ฉันไม่ใช่ลั่วมั่น”
เสียงวางสายโทรศัพท์“ตู๊ดๆ”ลั่วมั่นถือบัตรเชิญงานประมูลด้วยใบหน้าไม่น่ามองเป็นอย่างยิ่ง
สุดสัปดาห์นี้ ซูชิเดอจัดงานประมูลหนึ่งปีครั้งที่เจียงเฉิง การ์ดเชิญนั้นเขียนด้วยชื่อของเฟิงเฉินและชื่อเธอทั้งสองคน ซึ่งถูกส่งไปถึงบ้านของคนที่มีชื่อเท่านั้น
เมื่อมองบัตรเชิญแล้ว ลั่วมั่นก็ลังเลเป็นเวลานาน หรือว่าเธอควรโทรหาเบอร์ของเฟิงเฉิน นี่เป็นสายแรกที่โทรหาเฟิงเฉินตั้งแต่วันที่เฟิงเฉินพาหลัวแมนจีจากที่นี้ไปเมื่อครึ่งเดือนที่ผ่านมา
“สวัสดี นั้นใครน่ะ”อีกฝั่งของโทรศัพท์รู้แล้วแต่ยังถาม
“เฟิงเฉิน ฉันเอง ”ลั่วมั่นชะงักแล้วตอบอย่างอารมณ์ดี
เสียงที่ลอยเข้ามาของเฟิงเฉินนั้นเฉยชาและเชื่องช้า นำพามาซึ่งความเย้ยหยันไม่น้อย
“นางหญิงเฟิงโทรหาฉันขณะที่กำลังยุ่งอยู่เหรอ ? ตระกูลลั่วของพวกคุณมีเรื่องใหญ่สุดๆอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นเหรอ?”
ลั่วมั่นขมวดคิ้วเล็กน้อยๆ แต่กลับไม่สนใจการยั่วยุของเขา
“บัตรเชิญงานประมูลของซูชิเดอสุดสัปดาห์นี้อยู่ที่ฉัน คุณมีเวลาไปหรือเปล่า ?”
“ไม่ไป”เสียงอันเย็นชาจากโทรศัพท์ฝั่งนั้น “สุดสัปดาห์ฉันมีประชุมต่างประเทศ”
หลังจากได้ยินประโยคนี้ ลั่วมั่นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่กลับรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
อย่างน้อยเมื่อถึงเวลาที่มีคนถามขึ้นมา เธอก็คงมีเหตุผลที่จะตอบ ไม่ถึงกับ……อึดอัดใจมากขนาดนั้น
แต่เฟิงเฉินที่อยู่อีกฝั่งของโทรศัพท์นั้นราวกับสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของเธอ หัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“เอาล่ะ ฉันมีธุระ ไม่ว่างฟังเธอหรอก ยังมีอะไรอีกไหม? ”
เห็นได้ชัดว่าเฟิงเฉินไม่ได้ตั้งใจฟังคำอธิบายของเธอ
ลั่วมั่นนั้นเหมือนก้างปลาติดคอ แล้วค่อยๆพูดคำสองคำออกมา
“ไม่มี”
สายโทรศัพท์ถูกวางในทันที หลังจากนั้นภายในห้องก็มีความเงียบงันปกคลุมไปอีกนาน
ลั่วมั่นพิงบนโซฟา ยกมือขึ้นแล้วลูบขมับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร สายตาของเธอจึงมองกรอบรูปบนผนังด้านหลังโต๊ะอาหารตรงหน้า ด้านในกรอบรูปเป็นภาพแต่งงานของทั้งสอง ทั้งคู่ต่างกำลังยิ้ม สิ่งที่แตกต่างก็คือรอยยิ้มของเธอนั้นทั้งมีความสุขและดื้อด้าน และมีรอยยิ้มธรรมดาของเฟิงเฉินที่จับเธอจากด้านหลัง ทันใดนั้นเธอก็ยกมือขึ้นแล้วจับมันผ่านทางอากาศ ราวกับว่าต้องการที่จะหลงใหลความรู้สึกภายในสายตานั้นอีกครั้ง
ใช่แล้ว เขาเคยมองเธอด้วยสายตาเช่นนั้นมาก่อน
สุดสัปดาห์
งานประมูลของซูชิเดอจัดขึ้นที่โรงแรมฮอลิเดย์บนชานเมืองด้านตะวันตกของทะเลสาบ ลั่วมั่นขับรถไปที่นั่นเพียงลำพัง
โถงโรงแรมฮอลิเดย์นั้นสีทองงดงาม ล้วนอัดแน่นไปด้วยความหรูหรามั่งคั่ง เก้าอี้โซฟาหนังแท้สีแดงเรียงเป็นสิบแถว ด้านข้างเป็นโต๊ะชา ขนมและแตงโม ซึ่งหรูหราเป็นอย่างมาก
ท่อนบนของลั่วมั่นคือเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยกระโปรงเอวสูงลายสก๊อตสีกาแฟ ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าส้นสูงหนังกลับสีดำ เผยให้เห็นนิ้วเท้าขาวชมพูดสวยงามและหลังเท้าโค้งขาวเนียน ผมสีดำยาวสลวยมัดมวยยกสูง ผูกด้วยสายรัดผมเพชรสีเงิน เรียบง่ายแต่ดูแพงและงดงาม ดึงดูดสายตาและความสนใจของผู้ชายทั้งหลายทันทีที่เข้ามา
เธอมาช้า งานประมูลของซูชิเดอในเขตเจียงเฉิงนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของหลี่เหยาที่อยู่ตรงปากประตูคอยต้อนรับแขก เมื่อเห็นลั่วมั่นแล้วเขาก็ต้องรับเธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“นางหญิงเฟิงมาแล้ว…..”
ลั่วมั่นยิ้มขอโทษ “บนถนนรถติด เลยมาช้าเลย ขอโทษด้วยนะคะ”
“ปกติ เมืองเจียงไม่มีรถติด”หลี่เหยาพยักหน้าเข้าใจอย่างมาก แล้วมองไปด้านหลังของเธอ
“คุณเฟิงล่ะครับ ทำไมถึงไม่มาด้วยกัน”
ลั่วมั่นพูดอธิบายอย่างสบายๆ “วันนี้เขามีประชุมเลยไม่ได้มาค่ะ ให้ฉันพาพวกคุณประธานหู…….”
เมื่อเสียงนั้นตกไป ก็เห็นสายตาของหลี่เหยานั้นเปลี่ยนไปในทันที มองข้ามไหล่ของเธอไปยังด้านหลังเธอ แล้วมองมายังลั่วมั่นอย่างอึดอัดใจ ไม่พูดออกมา
“นั้น….. นางหญิงเฟิง…..เอ่อเอ่อ”
ลั่วมั่นขมวดคิ้วแล้วหันหลังกลับไป รอยยิ้มบนใบหน้าที่กำลังมองผู้ที่มานั้นหยุดชะงักในพริบตา แล้วเปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างอย่างช้าๆ
ชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้ชายสวมชุดสูทสีดำสำหรับผู้ชาย ผู้หญิงสวมกระโปรงสีไวน์แดง แขนแข็งแรงของผู้ชายนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกรักอันหลากหลาย เหมือนกับคู่รักที่กำลังรักกัน โดยไม่อายสายตาของคนรอบข้างเลยแม่แต่น้อย
เพียงแต่ ผู้ชายที่เหมือนกับตกหลุมรักนั้นคือ เฟิงเฉิน สามีของเธอนั้นเอง
ตอน 4
ตอนที่ 4
สีหน้าของลั่วมั่นนั้นค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดขาว
สถานการณ์แบบนี้สำหรับเธอแล้วนั้นช่างน่าอับอายเสียเหลือเกิน สิ่งที่คุยกับเมื่อหลายวันก่อนนั้นผ่านโทรศัพท์ดังก้องในหูเธอ หลี่เหยาที่รับหน้าที่ในการต้อนรับนั้นดูเหมือนอึดอัด ไม่มีใครกล้าพูด แม้แต่อากาศก็ยังแข็งตัว
รอยยิ้มของหลัวแมนจีติดอยู่ในสายตาเป็