ตอน 1
ขอบคุณบาดแผลทั่วกายที่นายมอบให้
บทที่ 1 เป็นภรรยาของนายไม่ได้ ก็เป็นภรรยาของหลานชายนาย
มิวเรย์ถูกกดอยู่บนเตียงคนไข้ เธอดิ้นต่อสู้ไปมา แผ่นหลังถูกแนบชิดด้วยร่างรุ่มร้อนของชายหนุ่ม และข้างหน้าคือสามีของเธอที่ถูกต้องตามกฎหมายนอนอยู่บนเตียงคนไข้
“ ไม่เอา เธอเปียกถึงขนาดนี้แล้วยังบอกว่าไม่เอา ? ” ชายหนุ่มแทรกเข้าไปอยู่ระหว่างขาเรียวของมิวเรย์ บีบนวดไปตามร่างกายเธอ โดยไม่สนใจต่อคำขอร้อง
มิวเรย์ตัวสั่นไม่หยุด ใบหน้าหลับใหลของสามีอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ว่าจะยังไง ก็ไม่มีทางทำเรื่องน่าอับอายนี้ได้
“ คีส ฉันขอร้องนายล่ะ ไม่เอา.... อย่างน้อยไม่ใช่ที่ตรงนี้ ” เธอใช้สายตาเปื้อนน้ำตามองคีสอย่างขอร้อง
คีสยิ้ม ยกขาของมิวเรย์ขึ้น
“ อ๊าย ~ ”
เขาอยูต่อหน้าสามีของมิวเรย์เข้าไปในตัวเธอจริงๆ
มิวเรย์เบิกตาโพรง มือจับผ้าปูที่นอนแน่น
การกระแทกของคีสดิบเถื่อน คล้ายจะพลิกคว่ำเตียงคนไข้ให้ได้
“มิวเรย์ ความรู้สึกที่ถูกสามีฟังอยูเป็นยังไง ตอดแน่นขนาดนี้ ตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ ? ” คีสจับคางมิวเรย์ หมุนศรีษะของเธอให้ใบหน้าเธออยู่ตรงกับใบหน้าที่หลับใหลของสี่ยวู๋เฉิน
“ ไม่.......” มิวเรย์เหมือนถูกฟ้าผ่าน ดิ้นรนต่อสู้ขึ้นมาทันที “ คีส นายปล่อยฉันเดียวนี้ ไม่งั้นฉันตะโกนเรียกคนแล้วนะ! ”
คีสยิ้มออกมาอย่างเลือดเย็น “ งั้นเธอก็เรียกสิ ให้คนข้างนอกดูว่าเธอมิวเรย์ทำเรื่องน่าอับอาย ยั่วลุงเล็กของเธอยังไงกัน ! ”
“ ฉันไม่........ จริงๆแล้วนายต่างหากที่บังคับฉัน ! ” มิวเรย์ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา “ เพราะนายเมา แล้วข่มขืนฉัน ฉันไม่....อื้ออื้อ ”
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงก็หายไปเมื่อถูกคีสบีบหน้าอย่างรุนแรง
“ เธอใส่แค่นั้นอยู่ตรงหน้าฉันตอนดึกดื่น ยังกล้าบอกว่าเธอไม่ได้ยั่วฉัน ?มิวเรย์ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าในใจเธอคิดอะไรอยู่ ”
รอยยิ้มเขายิ่งยิ้มยิ่งเหมือนหนามแหลมคม “ ครั้งแรกใครเป็นคนบอกกันว่า เป็นภรรยาของฉันไม่ได้ ก็เป็นภรรยาของหลานชายฉัน ? พูดแล้วยังทำได้จริงตามคำพูดที่พูดไว้เลยนะ ขนาดหลานชายฉันที่เป็นเจ้าชายนิทรายังกล้าแต่ง ! ”
มิวเรย์ตัวแข็งทื่อทันที
คำพูดพวกนั้นคือตอนที่เธอหลงรักคีส หลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ เธอแค่พูดเล่นเฉยๆ ต่อมาที่ยอมแต่งงานกับสี่ยวู๋เฉิน ก็เป็นเพราะว่า.....
“ มิวเรย์ เธออยู่ข้างไหนไหม ? ” นอกห้องคนไข้ เสียงพรพิมานแม่ของสี่ยวู๋เฉินดังขึ้น “ ฉันทำแกงมาให้เธอ เปิดประตูให้ฉันเข้าไป ”
การหายใจของมิวเรย์เร็วขึ้นทันที จับแขนคีสส่ายหัวอย่างแรง แล้วขอร้อง “ หยุดเร็วๆ แม่มาแล้ว....... ”
คีสหัวเราะอย่างโหดร้าย ไม่ใช่แค่ไม่หยุด ซ้ำการกระแทกยิ่งรุนแรงขึ้นจนเตียงคนไข้เกิดเสียง เอี๊ยดอ๊าด
เขากระแทกรุนแรงไป มิวเรย์ทนต่อความเจ็บไม่ไหวส่งเสียงร้องออกมา เสียงสองเสียงรวมกัน หลินจือผิงที่อยู่ข้างนอกเป็นไปไม่ได้ที่จะฟังไม่ออกว่า ข้างในกำลังทำอะไรอยู่
จากเสียงที่อ่อนโยน เปลี่ยนเป็นเสียงเล็กแหลมทันที “ มิวเรย์ เธออยู่ห้องคนไข้ของลูกชายฉันทำอะไร ! เปิดประตูให้ฉันเดียวนี้ ! ”
มิวเรย์ถูกบังคับจนร้องไห้ออกมา ขอร้องเขา “ คีส ฉันขอร้อง อย่าให้แม่รู้เรื่องของพวกเรา แม่ร่างกายไม่แข็งแรง ถ้าแม่รู้ร่างกายต้องทรุดแน่ ! ”
“ ขอร้องฉัน ? ” คีส ยิ้มเหมือนมาร ดึงมิวเรย์ลงจากเตียงลากไปทางประตูห้องทันที
“ ไม่ ! ” มิวเรย์ดิ้นรนสุดชีวิต ระหว่างทางชนแจกันดอกไม้เสียงแตกกระแทกพื้นดังกึกก้อง
พรพิมานอยู่ข้างนอกประตูทั้งทุบทั้งตี “ เปิดประตูให้ฉันเดียวนี้ ได้ยินไหม ! ”
ระยะทางสองสามก้าว คีสโยนมิวเรย์ลงที่พื้นหน้าประตู ดึงผมเธอให้ใบหน้าของเธอแนบติดกับกึ่งกลางกาย
“ มา มิวเรย์เธอขอร้องฉันสิ ”
มิวเรย์มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เข้าใจทันทีว่าเขา ให้เธอขอร้องเขายังไง
แต่ว่า.... พรพิมานอยู่ตรงหน้าประตูนี้เอง !
เสียงแผ่นไม้ของประตูดังขึ้น พรพิมานเกือบจะกระแทกประตูเข้ามาได้แล้ว
“ ไม่เต็มใจหรอ ” คีสยิ้มเย็น เอื้อมมือไปเปิดประตูทันที
“ ไม่ ” มิวเรย์ดันประตูไว้คุกเข่าลงบนพื้น อ้าปากอมคีสทันที
คีสหลุบบตาลง มองเธอด้วยสายตาเยือกเย็น แล้วพูดอย่างเลือดเย็นว่า “ โถ่ โถ่ มิวเรย์ ควรจะถ่ายภาพนี้ของเธอเก็บไว้ให้เธอดูจริงๆ ”
มิวเรย์หลับตาลงด้วยความหมดหวัง แต่ยังคงใช้กำลังดันประตูไว้
“ พยาบาล ! ” พรพิมานอยู่ตรงข้ามที่ถูกประตูขวางกั้นเท่านั้น แล้วตะโกนขึ้นมา “ เอากุญแจห้องคนไข้นี้มาให้ฉันเดียวนี้ ! ฉันจะเปิดประตูเข้าไป ! ”
ตอน 2
บทที่ 2 ลุงเล็กทำไมเป็นคุณ
ดวงตาของคีสเต็มไปด้วยความเยือกเย็น ดึงผมของมิวเรย์แน่นขึ้น “ ทำต่อไป มิวเรย์ถ้าเธอกล้าหยุด ฉันจะเปิดประตูทันที ให้พรพิมานดูว่าลูกสะใภ้ที่ตัวเองหาเป็นยังไง ”
มิวเรย์ร้องไห้ ออกมา “ แต่ว่าอย่างนี้ แม่ก็รู้อยู่ดีนี่....”
เพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียงกุญแจที่พรพิมานกำลังใช้เปิดประตู
มิวเรย์ตกใจจนรู้สึกว่าร่างกายตึงแน่นไปหมด หน้าซีดทันที
“ คีส จะถูกเห็นแล้ว .... ฉันขอร้องนายจริงๆล่ะ หยุดเถอะนะ ได้หรือเปล่า ? ฉันสัญญากับนายทุกอย่างอะไรก็ได้ ขอร้องอย่าให้แม่รู้ว่าเป็นพวกเราที่กำลังทำเรื่องอย่างว่านี้ ”
คีสยังคงจับศรีษะของเธอให้แนบติดกับแก่นกายของเขา “ งั้นก็ทำต่อไปเดียวนี้ มิวเรย์ ถ้าหากเธอกล้าหยุด ฉันจะให้พรพิมานเห็นลักษณะตอนนี้ของเธอทันที ! ”
หน้าของมิวเรย์มุดอยู่ตรงหว่างขาของเขา ริมฝีปากแนบติดกับแก่นกายร้อน
ท่าคุกเข่า เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย การกระทำที่น่าอับอาย.... หากภาพนี้ถูกคนอื่นเห็น ชื่อเสียงของเธอไม่มีเหลือแน่
พวกคนข้างนอกนั้น จะด่าเธอน่ารังเกียจ หน้าด้าน มิวเรย์ไม่กล้าคิด
คาชา--- ลูกบิดประตูถูกหมุนแล้ว
ดวงตาของมิวเรย์เบิกโพรงทันทั น้ำตาแห่งความหมดหวังไหลลงมาทันที ทั้งร่างเย็นยะเยือกไปหมด
“ ลุงเล็ก ทำไมเป็นคุณ ? ” ทันทีที่พรพิมานเปิดประตู ก็เห็นด้านข้างของคีสยืนอยู่หลังประตู
คีสดันประตูไว้ ให้พรพิมานสำรวจห้องคนไข้จากช่องว่างที่เปิดออกเล็กน้อย มิวเรย์คุกเข่าอยู่ตรงหน้าประตู ร่างทั้งร่างสั่นอย่างรุนแรง
“ ฉันเอง มีอะไรไหม ? ” คีสมองคนข้างนอกด้วยสายตาเย็นเฉียบ จับท้ายทอยของมิวเรย์ไว้ แล้วดันเข้าหาแก่นกายตัวเอง คล้ายบอกให้มิวเรย์ทำต่อ
มิวเรย์กลัวจนจะตาย จนไม่กล้าอ้าปาก
คีสขมวดคิ้ว หลุบตาลงต่ำ มอง มิวเรย์ด้วยสายตาเย็นชา “ ยังไม่เริ่มอีก รอฉันเปิดประตูให้พวกเขามาดูเธอไหม ? ”
มิวเรย์ส่ายหัว หลับตาลง จับแก่นกายของชายหนุ่มอ้าปากอมต่อ
ใบหน้าของคีสค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย หันไปมองพรพิมานที่ตกใจจนเหมือนกับเอ๋อไปแล้ว
“ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ? ”
พรพิมานตื่นจากอาการตกใจ ส่ายหัวไปมา “ ไม่มี.... ฉันก็แค่ มาดูลูกชายฉัน ”
เธอแต่งเข้าตระกูลสี่ ยี่สิบกว่าปีแล้วพูดได้ว่า เลี้ยงดูคีสโตขึ้นมากับตัวเอง จากเด็กอายุประมาณสิบกว่าปี ถึงวัยรุ่น และเปลี่ยนเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ เป็นถึงหัวหน้าตระกูลสี่ เคร่งครึม น่ากลัว มีอำนาจ
เป็นคนที่โหดเหี้ยม ไม่สามารถอ่านความคิดการกระทำได้ ตามสัญชาตญาณแล้ว หญิงวัยกลางคน ก็มีความกลัวชนิดหนึ่งต่อชายหนุ่ม
“ เขาดีมาก ” คีสตอบออกไปแค่สามคำอย่างเยือกเย็น แต่ไม่คิดที่จะเปิดประตู
ผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังประตูก็ไม่ได้หยุดการกระทำลงคล้ายกับไม่รู้สึกถึงความอัปยศ
เสียงน้ำแห่งความสุขสมเหมือนจะมีเสียงแต่ก็ไม่มีเสียงพุ่งออกมา
เมื่อพรพิมานหายจากอาการอึ้ง ก็รู้สึกขยะแขยงอย่างมาก ที่นี่เป็นห้องของลูกชายเธอ และคีสยังทำเรื่องอย่างว่าที่นี่
“ ลุงเล็ก คุณทำไมถึงอยู่ที่นี่ทำ.......” คำบ่นของเสียงเพิ่งเริ่มก็ถูกคีสเหลือบมองด้วยสายตาเย็นเฉียบอย่างน่ากลัวพรพิมานตกใจจนเสียงหายเข้าไปในลำคอ
“ จริงอยู่ที่ฉันไม่ควร ” เขาหลุบตามองผู้หญิงที่คุกเข่าอยู่ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “ แต่ผู้หญิงคนนี้ร่านเกินไป ไม่รู้จับความอับอาย ยั่วฉันที่นี่ ”
พรพิมานขมวดคิ้วเห็นด้วย “ ผู้หญิงอย่างนี้หน้าไม่อายจริงๆ ลุงเล็ก อย่าไปยุ่งกับคนแบบนี้เลย.......”
หญิงวัยกลางคนมองเข้าไปข้างใน คล้ายเห็นชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนนิดๆ แต่มองไม่เห็นเงาคน ในใจไม่พอใจอย่างมาก แต่ไม่กล้าระบายออกมาต่อหน้าคีส แล้วพูดว่า “ คุณจัดการกับผู้หญิงคนนั้นแล้วออกมาเถอะ ถึงยังไงที่นี่คือโรงพยาบาล แล้วยังเป็นห้องของลูกชายฉันอีก อย่างนี้ไม่ดี.........”
“ อืม ” คีสอืมแค่คำเดียวอย่างไมม่แยแส แล้วปิดประตู
มิวเรย์ที่อยู่หลังประตู ถอนหายใจอย่างโล่งอก การกระทำช้าลง
แต่วินาทีต่อมา คีสดึงเธอขึ้นมา แล้วถูกทับแนบติดประตู โครม เสียงดังมาก คนข้างนอกได้ยินแล้วแน่ๆ
ตอน 3
บทที่ 3 ฉันจะแจ้งความต่อตำรวจเดียวนี้
“ ไม่เอา...” รู้สึกถึงที่รุ่มร้อนแนบติดตัว มิวเรย์ทนไม่ไหวขอร้องเสียงต่ำ “ คนอื่นต้องได้ยินแน่ .... ขอร้อง อย่า ”
คีสหัวเราะหึคำเดียว ก็ดันเข้าไปทันทีอย่างดิบเถื่อน พูดชิดใบหูเล็กอย่างเหี้ยมโหดว่า “ งั้นเธอก็ตอดฉันให้แน่นหน่อย หากฉันออกไปแล้ว ฉันก็จะปล่อยเธอไป ไม่อย่างงงั้น คนทั่วทั้งโรงพยาบาลก็จะได้ยินเสียงครวนครางจากหลังประตูนี้ ! ”
ภาพแบบนั้น มิวเรย์แค่คิดก็กลัวจนร่างสั่นสะท้าน
เพื่อให้การลงโทษอย่างโหดร้ายนี้จบลง เธอต้องฟังเท่านั้น ร่างกายตึงแน่น แล้วให้ความร่วมมือคีสสุดกำลัง
แต่การประณีประนอมของเธอ แลกมาแต่เสียงหัวเราะอย่างดูถูกจากคีส
“ ถึงกับรอไม่ไหว จนให้ความร่วมมือเลยหรอ ? มิวเรย์ ฉันว่าเธอร่านมากกว่า ....... ” คีสจับท้ายทอยเธอแน่นยิ่งเพิ่มแรง “ ดูเธอสิ ตัว สั่นเหมือนกับอะไร ถูกสามี แม่สามี คนข้างนอกฟังอยู่ เธอแรดขนาดนี้เลยหรอ ? ”
“ ไม่ใช่....” มิวเรย์หลับตาลง ร้องไห้ “ นายบังคับฉันต่างหาก....”
นิ้วของเขาแตะลงบนกายสาวของเธอ
“ น้ำเธอออกเยอะขนาดนี้ ยังบอกว่าฉันบังคับเธอ ? ”
คือว่า.....
มิวเรย์ตัวแข็งทื่อ สีเลือดบนใบหน้าหายไปทันที ทั้งอับอาย ทั้งอยากตาย
เธอบังคับปฏิกิริยาที่ไม่น่ามองของร่างกายตัวเองไม่ได้
“ มิวเรย์ เธอเป็นแค่ผู้หญิงขายบริการทางเพศตั้งแต่เกิดชัดๆ ! ” เขาด่าเธอไปด้วยคำพูดรุนแรง และลงแรงกระแทกไปด้วย
แผ่นประตูไม้ ตึงตังดังมาเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าของคนข้างนอกก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คนของโรงพยาบาล มาดูละครกันจริงๆสินะ
เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ....คนทั้งโรงพยาบาลมาหมดแน่ๆ
มิวเรย์กำหมัดแน่น ร่างกายกระชั้บแน่นขึ้น
คีสหายใจเสียงต่ำ จับเอวเธอแน่น “ ร่าน ! ”
การกระแทกเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็หยุด ปล่อย มิวเรย์ ดันไปด้านหลัง เมื่อไม่มีแรงช่วยพยุง ร่างอ่อนปอกเปียกของมิวเรย์ล้มลงนั่งลงไปที่พื้นทันที
คีสจัดการเสื้อผ้าช้าๆ มองเธอด้วยสายตาเย็นชาแว็บหนึ่ง หนึ่งก้าว ก้าวถึงประตู จะเปิดประตูทันที
“ อย่า ....” เธออยากห้าม แต่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที เขาทารุณไม่มีความเมตตา เธอฝืนลุกขึ้น ล้มลุกคลุกคลานไปยังห้องน้ำ
คาชา---- ปึง---- ปัง-----
เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้นพร้อมกัน
มิวเรย์หลบอยู่ในห้องน้ำ คนนอกห้องเห็นเพียงแผ่นหลังแว็บเดียวผ่านไป
คีสใบหน้าเรียบเฉย ไม่เหมือนกับเพิ่งทำเรื่องไม่เหมาะสมสักนิด มองปราดทั่วคนนอกห้องด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้เอ่ยคำพูดก็สามารถไล่คนอื่นๆให้หลีกทางให้
มีแต่พรพิมานที่ยังคงยืนอยู่หน้าประตู เมื่อกี้เธอได้ยินตั้งแต่เริ่มจนจบถึงจะฟังไม่ชัดเจนบทสนทนาของคนข้างในแต่เสียงการกระแทกกันเธอได้ยินไม่ ขาดตกปกพร่อง
สี่มู่ฮ่านมองหญิงวัยกลางคนโดยไร้ความรู้สึกแล้วก้าวขาออกไปข้างนอกทันที “ เข้าไปสิ ฉันไปก่อนนะ ”
พรพิมานอืมคำหนึ่งแล้วเดินเข้าห้องไปอย่างรอไม่ไหวอีกต่อไปเพื่อหาผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น
เธอไม่กล้าพูดอะไรกับคีส แต่ผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น เธอไม่ปล่อยไว้แน่ กล้ามากที่ทำเรื่องอย่างนี้ในห้องลูกชายเธอ
เพียงไม่กี่ก้าว ก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำแล้วทุบประตูอย่างแรง “ เปิดประตูออกมาเดียวนี้ ! ”
มิวเรย์ใช่แผ่นหลังดันประตูไว้สุดกำลัง ไม่กล้าออกเสียง ยิ่งไม่กล้าเปิดประตูออกไป
“ ไม่ได้ยินหรือไง ? ยัยผู้หญิงไร้ยางอาย เปิดประตูให้ฉันเดียวนี้ “ พรพิมานโมโหจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อ้าปากด่าอย่างเดียว “ เปิดประตูแล้วออกมาขอโทษลูกชายฉันเอง หรือไม่ก็ ฉันโทรหาตำรวจแจ้งความเดียวนี้ ให้ตำรวจมาจับผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธอ ! ”
มิวเรย์ร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด ถูกขังอยู่ในห้องน้ำคนเดียว ออกไปไม่ได้ หนีก็ไม่ได้ มีแต่ความหมดหวัง
“ ไม่เปิดประตูจริงๆใช่ไหม ? ดี ฉันจะแจ้งความตอนนี้แหละ ! ”
เสียงโทรศัพท์กำลังโทรออกดังเล็ดลอดเข้ามา
“ ฮัลโหล สถานนีตำรวจใช่ไหมคะ ? ฉันจับขโมยเข้าบ้านได้ ตอนนี้หลบอยู่ในห้องน้ำ รบกวนพวกคุณมาที ”
อันม่อหน่วตกใจมาก เหมือนตกลงไปในหลุมหนาวเหน็บ ทั้งกังวล ทั้งหนาวเหน็บ
ไม่ หากตำรวจมาจริงๆ เธอก็ถูกจับได้อยู่ดี ?
เป็นแบบนี้ไม่ได้
ทำยังไงดี ? เธอควรทำยังไงดี ?