ตอน 2
เมียที่เคยรัก
ตอนที่2 คนนั่งกินข้าวพร้อมกัน เซี่ยหลิงหลิง ก็พูดถึงเรื่องนี้ว่า “การค้นหาจะรู้ตัวตนของฉัน จากนั้นก็นำเสนอข้อมูลของนายทั้งหมดงั้นเหรอ?”
เฉิงรุ่ย ไปขี้มะเขือม่วงมาช้าๆ
“อาจจะใช่”
“น่ากลัวจัง ฉันต้องจะปิดGPRS ก่อนดีกว่า”
น่ากลัวน่ากลัว ฉันจะต้องปิด ตำแหน่งในโทรศัพท์ก่อน
เซี่ยหลิงหลิง จะรู้ได้ไงว่านี่คือโปรแกรมน้อยๆที่ เฉิงรุ่ย เป็นคนทำเอง แต่แค่ใช้ที่โทรศัพท์เธอเท่านั้น ข้อมูลของ ลิซท์ ที่เยอะขนาดนี้ก็มีแต่เธอคนเดียวที่จะมีสิทธิ์แบบนี้
คนที่ทำเรื่องนี้นิ่งเฉยมาก ไม่มีความกลัวที่ถูกจับได้แม้แต่น้อย
เซี่ยหลิงหลิง ถามว่า “วันตรุษจีนวางแผนอะไรไว้ไหม?”
เธอกำลังจะบอกว่าอีก 2-3 วันไปซื้อของที่ห้างไหม ถึงแม้จะเป็นสองคนก็คงจะกินอาหารข้ามปีอะไรหน่อย
เฉิงรุ่ย ที่กำลังกินข้าวอยู่ก็หยุดกิน
เขาพูดชัดๆว่า “ออกไปเล่นนอกเถอะ”
เซี่ยหลิงหลิง “ฮะ??”
เมื่อก่อน เฉิงรุ่ย ไม่เคยเล่นงานข้ามปีอะไรเลย สำหรับเรื่องนี้เขาไม่มีความคิดอะไรทั้งนั้น แต่ปีนี้มีเรื่องที่สำคัญมากๆที่จะต้องทำ ถ้าปกติให้ เซี่ยหลิงหลิง ออกจากบ้านเธอจะไม่ยอมแน่ ในวันต่างๆใช้ข้ออ้างแบบนี้เหมาะสมที่สุดละ
อยู่ดีๆก็ถูกเชิญ และ เซี่ยหลิงหลิง ก็ไหวพริบทัน “นายคงไม่ถือว่าเป็นการเชิญไปเดทมั้ง เร็วเกินไปหรือเปล่า ไม่ค่อยดีมั้ง?”
เฉิงรุ่ย ทำหน้า หรือพวกเราไม่ค่อยออกไปด้วยกันหรอ? ตาของเขามองไปทางเซี่ยหลิงหลิงสักแป๊บจากนั้นเขาพูดต่อว่า “ก็แค่ออกไปเล่นไม่ต้องมีความเครียดก็ถือว่าเป็นโบนัสของพนักงานละกัน”
“มีที่ไหนพนักงานออกไปเที่ยวกับเจ้านายสองต่อสอง......” เซี่ยหลิงหลิง พูดพล่ำๆๆ
“พวกเราไม่เหมือนกัน” เฉิงรุ่ย พูด
“ทุกคนก็มีความแตกต่างที่ไม่เหมือนกันนะหรอ?” เซี่ยหลิงหลิง ต่อคำพูดของเขาทันที
เฉิงรุ่ย“……”
เฉิงรุ่ย “นายก็ไม่ต้องมองหน้าฉันเลย ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเล่นมุกไม่เป็น”
การเชิญของ เฉิงรุ่ย ไม่ได้เป็นทางการ แต่คุ้มค่าที่จะต้องคิด แต่ถ้าเป็นเวลาปกติ เซี่ยหลิงหลิง จะปฏิเสธได้นอน อะไรจะไปพัฒนาความสัมพันธ์ของสามีภรรยา แค่คิดก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว เธอไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น
แต่ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในช่วงที่กำลังคุ้นเคยกับซึ่งกันและกันอยู่ เซี่ยหลิงหลิง ก็เลยตกลงกับ เฉิงรุ่ย เธอเคยตกลงกับ เฉิงรุ่ย ว่าจะลองดู
เพราะอยู่ที่บ้านดูรายการข้ามปีก็ไม่ค่อยสนุก ออกไปเล่นยังจะดีกว่า
วันตรุษจีนของทุกปีก็จะกินข้าวที่บ้าน แต่ปีนี้จะออกไปในช่วงฤดูนี้ก็จะดูสนุกหน่อย ความสนุกที่จะมาถึงทำให้ เซี่ยหลิงหลิง ลืมเรื่องที่โทรศัพท์และ otebook ของตัวเองมีไวรัสเข้า
เฉิงรุ่ย นั้นจองตั๋วเรียบร้อยแล้วอีก 2 วันก็จะเริ่มเดินทางท่องเที่ยวแล้ว
สถานที่ที่ไปนั้นก็ยังเป็นสถานที่ที่มีหิมะปกคลุมไปหมด มีเจ็ทสกีพร้อม รวมถึงสนามเด็กเล่น ดูแล้วน่าจะสนุกมาก
เซี่ยหลิงหลิง ก็เริ่มคาดหวังขึ้นมาทันทีแล้ว
ออกไปเที่ยวก็ต้องเอาของไปมาก เสื้อผ้าของฤดูหนาวพร้อมกับที่ใส่ด้านใน ผ้าปิดปากและผ้าพันคอพร้อมอุปกรณ์ที่ให้ความอบอุ่นอีกมากมาย ไม่นานกระเป๋าเดินทางก็เต็มไปด้วยของหมดแล้ว ของ เซี่ยหลิงหลิง เก็บต่อไม่ได้แล้ว เธอก็เลยมองไปทาง เฉิงรุ่ย ที่มีแต่กระเป๋าสะพายแล้วพูดว่า “เอากระเป๋าเดินทางอีกอันเถอะ ถึงเวลานายเป็นคนถือ”
เฉิงรุ่ย ตอบตกลง
บทที่ทั้งสองไปถึงที่สนามบิน ยังไม่ค่อยมีคนเยอะนัก เซี่ยหลิงหลิง ทำการเช็คอินต่างๆเสร็จ ในมือก็เหลือแต่กระเป๋าใบเล็กๆ อารมณ์ของเธอดีมาก ส่วน เฉิงรุ่ย นั้นอยู่ด้านหลังของเธอหลังจากที่ผ่านการตรวจสอบอยู่ เซี่ยหลิงหลิงหันหลังแล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันจะไปห้องน้ำในทำอะไรเสร็จก็รออยู่ที่นี่นะ”
“OK”
หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยเสร็จ เซี่ยหลิงหลิง ก็ไปที่ห้องน้ำ เฉิงรุ่ย ที่กำลังต่อแถวอยู่ก็เดินตาม
คนที่ตรวจสอบความปลอดภัยคือผู้หญิง เธอแอบมองไปที่หน้าของ เฉิงรุ่ย จากนั้นหน้าของคนตรวจก็แดงไปหมดเลย
บทที่เธอตรวจร่างกายของ เฉิงรุ่ย ไม่กล้าไปแตะต้องตัวเขาและในตอนนี้ก็มีพนักงานอีกคนพูดว่า “เป็นพาวเวอร์แบงค์หรอ ถ้ามีของก็ต้องเอาออกมา จะต้องไปตรวจดูอีกรอบ”
อาจจะเป็นบทที่ เซี่ยหลิงหลิง เก็บของแล้วลืมพาวเวอร์แบงค์ไว้
เฉิงรุ่ย เดือนเข้าไปแล้วเปิดกระเป๋าเดินทาง
ภายใต้สายตาของพวกเขา กระเป๋าเดินทางถูกเปิด ด้านในเต็มไปด้วยจำพวกเสื้อในและกางเกงใน ถ้าไม่ใช่เพราะ เฉิงรุ่ย ไหวพริบทันก็คงจะมีกระโปรงสายเดี่ยวร่วงลงมา
สายตาของพนักงานดูแปลกประหลาด อาจจะคิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนหนึ่งกลับมีของใช้ของผู้หญิงมากขนาดนี้......
ผู้หญิงที่ตรวจความปลอดภัยหน้าซีดไปหมด สายตาที่มองไปทาง เฉิงรุ่ย ก็เปลี่ยนไป คิดไม่ถึงจริงๆว่าจะเป็นคนที่โรคจิต!
เฉิงรุ่ย ที่อยู่ข้างๆหาของในกองเสื้ออย่างเงียบๆ สุดท้ายก็หาพาวเวอร์แบงค์เจอ
ระหว่างนี้สถานการณ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความอึดอัดและทุกคนก็ทำตัวไม่ถูก
……
เซี่ยหลิงหลิง ไปห้องน้ำกลับมา บทที่กลับมาพบว่า เฉิงรุ่ย ไม่ผ่านการตรวจสอบ เซี่ยหลิงหลิง มองไปรอบๆ ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้แปลกๆ
เธอรอไห้ เฉิงรุ่ย ลากกระเป๋าเดินทางมา ถึงจะถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เฉิงรุ่ย“ฮึม?”
“รู้สึกว่าสายตาที่พวกเขามองนายแปลกมาก” อยู่ดีๆ เซี่ยหลิงหลิง ก็คิดอะไรได้และสีน่าดูจริงจังขึ้นมาทันทีแล้วถามเบาๆว่า “เป็นไปได้ไหมที่พวกเขารู้ตัวตนจริงของนายแล้ว!”
เฉิงรุ่ย ตอบอย่างนิ่งเฉยว่า “เป็นไปไม่ได้”
......มากที่สุดก็แค่ผู้ชายที่ชอบแต่งตัวผู้หญิงถูกเปิดเผยทั้งนั้นแหละ
ตอน 3
บทที่3
เซี่ยหลิงหลิงตื่นเช้ามาก
ท้องฟ้าดูสดใสท้องฟ้าที่อากาศเย็นจัดนั้นมีดาวประดับอยู่เพียงไม่กี่ดวงฝนที่ตกลงมาทั้งคืนนั้นทำให้อากาศที่สูดเข้าไปเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเปียกชื้น
เซี่ยหลิงหลิงเปิดหน้าต่างออกสัมผัสกับอากาศที่เย็นสดชื่นผู้คนที่ตื่นมาในเวลานี้มีไม่เยอะนักมีความสงบแถมด้วยความผ่อนคลายการนอนอยู่บนเตียงที่แปลกที่แปลกทางเดิมทีแล้วเซี่ยหลิงหลิงคิดว่าตัวเองจะนอนไม่หลับซะอีกไม่คิดว่าเพียงแค่ลืมตาท้องฟ้าก็สว่างแล้วยังดีที่มีเสียงนาฬิกาปลุกคอยปลุกให้เธอตื่น
เรื่องที่ต้องทำในวันนี้มีเยอะมากไม่ใช่เวลาของการนอนขี้เกียจอยู่ในห้อง
เซี่ยหลิงหลิงสวมรองเท้าสลิปเปอร์ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกไปขณะเดียวกันก็มีร่างผอมสูงเดินออกมาจากห้องครัวพอดีทำเอาเธอตกใจแทบแย่
เฉิงรุ่ยถือแผ่นขนมปังชีสแห้งๆอยู่สองชิ้นและนมอีกหนึ่งกล่องดูๆไปแล้วนั้นไร้ซึ่งสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพเขาไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆต่อการมีตัวตนอยู่ของเซี่ยหลิงหลิงก่อนจะเดินเข้าห้องสมุดไปอย่างเชื่องช้า
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้กินมื้อค่ำเซี่ยหลิงหลิงก็ได้แต่ส่ายหัวก่อนจะเรียกเขาเอาไว้:“เช้าๆแบบนี้นายอยากจะกินอาหารประเภทไข่หรือพวกบะหมี่อูด้งมั้ย?”
เฉิงรุ่ยชะงักเท้า
สายตาของเขาจับจ้องไปยังตำแหน่งที่เซี่ยหลิงหลิงยืนอยู่ไฟในห้องรับแขกไม่ได้เปิดไว้ดวงตาสีดำคู่นั้นเหยียดยาวแต่มันมีความงดงามในแบบที่ดูขี้เกียจสายตาแบบนั้นที่ส่งกลับมาทำให้เซี่ยหลิงหลิงเริ่มรู้สึกตัวว่าเหมือนว่าตัวเองจะพูดเยอะไม่นิดนึง
เจ้าของร่างน่าจะทำกับข้าวไม่เป็นมือที่ดูละเอียดอ่อนเหมือนหยกคู่นั้นจะเคยเปิดเตาทำครัวได้ยังไงกัน
เล็บที่ทำมาอย่างสวยงามแต่ก็ดูเทอะทะทำอะไรไม่สะดวกเซี่ยหลิงหลิงจึงใช้น้ำยาล้างเล็บล้างมันจนสะอาดก่อนจะตัดเล็บให้สั้นลงมันถึงจะดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมงขึ้นมาหน่อย
เซี่ยหลิงหลิงยืนตัวแข็งทื่อ
แย่แล้วเธออาจจะดูมั่นใจจนลืมตัวจนทำให้เฉิงรุ่นเริ่มสงสัยในตัวเธอหรอกนะ
ในขณะที่เธอกำลังรู้สึกผิดคิดไตร่ตรองว่าควรทำยังไงต่อไปดีเฉิงรุ่ยก็ชูสามนิ้วขึ้นมา
เซี่ยหลิงหลิง:“?”
เฉิงรุ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบเนิบ:“ไข่สามฟอง”
เซี่ยหลิงหลิง:“......”
ทอดไข่,แฮม,ขนมปัง,อุ่นนมโดยใช้เตาไมโครเวฟจนอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมเซี่ยหลิงหลิงทานข้าวเช้าได้ไม่เยอะนักทำออกมาเยอะเกินไปอาจจะทำให้อาหารเหลือได้แต่ใครจะไปคิดอาหารที่เหลือถูกเฉิงรุ่ยทานจนหมดเกลี้ยง
ระดับความเร็วในทานอาหารของเขาไม่ได้เร็วมากนักแต่ก็ทานไปเยอะพอสมควรในขณะที่เซี่ยหลิงหลิงกำลังตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือการที่เฉิงรุ่ยทานอาหารที่เหลือจนหมดเกลี้ยง
เฉิงรุ่ยมองเซี่ยหลิงหลิงอย่างเงียบๆ
“......ไม่มีแล้ว”เซี่ยหลิงหลิงกลัวว่าเข้าทานมื้อเช้าเข้าไปเยอะขนาดนี้อาจจะทำให้เกิดอาการจุกและท้องอืพดได้
เธอชอบทำอาหารแต่สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดคือการล้างจานเฉิงรุ่ยค่อนข้างนิ่งสงบนอกจากจะไม่รู้สึกโกรธแล้วก็ยังช่วยเก็บถ้วยชามของทั้งสองคนไปล้างอย่างว่าง่าย
เซี่ยหลิงหลิงรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก
.......
การที่วันนี้เธอตื่นแต่เช้าตรู่มาก็เพราะตั้งใจจะเปลี่ยนแนวทางใหม่เซี่ยหลิงหลิงมีข้อคิดเห็นต่อเสื้อลูกไม้และเสื้อลายเสือดาวที่อยู่เต็มตู้เสื้อผ้านี้คนหน้าสวยๆแบบนี้ใส่อะไรไม่ใส่ไปใส่แต่เสื้อโป๊ๆเปิดโชว์เนื้อหนังอะไรก็ไม่รู้ดูเปลืองเนื้อเปลืองตัวเสียดายหุ่นสวยๆนี่ซะจริงๆ
แต่ที่ทำให้เธอรู้สึกรับไม่ได้ที่สุดก็คือผมลอนมาม่าทรงนี้เซี่ยหลิงหลิงจึงลงมือจัดกับทรงผมก่อนเป็นอันดับแรก
เธอมาถึงร้านซาลอนเมื่อก้าวเข้าร้านร่างของเธอก็ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนนึงที่นั่งอยู่ในร้าน
หญิงสาวที่ดันประตูเข้ามาสวมเสื้อโค้ทตัวยาวกางเกงลำรองขากว้างรองเท้าส้นเตี้ยใบหน้าของเธอดูละเอียดอ่อนงดงามแทบจะไม่ต้องแต่งหน้าเลยมีเพียงริมฝีปากเท่านั้นที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปส์สีแดงอ่อนๆดวงตาสองชั้นกลมโตคู่นั้นสาดส่องเข้าไปภายในร้านพลิ้วไหวเปรียบเสมือนคลื่นลอยไปลอยมาไม่รู้จะหยุดอยู่ที่จุดไหนทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกคันไม้คันมือ
ทันใดนั้นก็มีคนทักทายขึ้นมาในทันทีถามเธอ:“ต้องการจะทำอะไรคะ?มามามาเชิญนั่งก่อนนะคะ”
เซี่ยหลิงหลิงนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะตอบ:“อยากจะหมักผมเล็มปลายออกนิดหน่อยแล้วก็อยากจะดัดลอนใหญ่ๆให้มีวอลลุ่มค่ะ”
“ได้ค่ะได้ค่ะ!”
ช่างทำผมในร้านได้แต่ชมเรื่อยๆว่าผมของเซี่ยหลิงหลิงทั้งหนาทั้งสุขภาพดีเซี่ยหลิงหลิงจึงได้แต่ยิ้มตอบอ่อนๆแต่ไม่ได้พูดอะไรคำชมของอีกฝ่ายนั้นก็แอบแฝงไปด้วยความอิจฉาแม้จิตใจจะฟุ้งซ่านแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรเยอะ
พวกเข้าคลุกคลีกับผู้คนมานับไม่ถ้วนเซี่ยหลิงหลิงที่มีลักษณะท่าทางเย็นชาจะต้องมีตัวตนที่ไม่ธรรมดาแน่นอนเกิดพูดจงพูดจาอะไรผิดหูไปก็คงจะเป็นเรื่องแน่ๆ
การตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อมาเสียเงินเสียเวลาในร้านทำผมนั้นได้ผลลัพธ์ที่ดีเซี่ยหลิงหลิงจัดทรงผมยาวๆของเธอก็จะจ่ายเงินด้วยความรู้สึกพึงพอใจก่อนเดินออกจากร้านไป
เซี่ยหลิงหลิงรู้สึกอารมณ์ดีมากๆ
ทีแท้แล้วการที่ไม่ต้องทำงานแต่ก็ยังมีรายได้ให้ใช้ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้นี่เองเมื่อได้แบบนั้นแล้วเซี่ยหลิงหลิงก็ตั้งใจว่ามื้อค่ำวันนี้จะทำกับข้าวหลายๆอย่างหน่อยปรนนิบัติเขาสักหน่อยอย่างน้อยก็เพื่อให้กระชับมิตรของเราทั้งคู่
เซี่ยหลิงหลิงไม่ได้ตั้งใจว่าจะใช้เงินจนหมดเธอเปิดสมุดบัญชีเล่มใหม่ตั้งใจว่าจะเอาเงินบางส่วนมาฝากทุกเดือน
เฉิงรุ่ยไม่มีทางเลี้ยงเธอไปตลอดชีวิตแบบนี้หรอกเซี่ยหลิงหลิงคิดล่วงหน้าไว้หมดแล้วรอจนถึงวันที่เฉิงรุ่ยได้เจอกับผู้หญิงที่เขาชอบเธอก็จะได้เดินจากไปพร้อมกับเงินออมได้อย่างมีความสุขไปอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพไม่สูงมากหากเป็นแบบนี้ไม่ว่จะเป็นการทำงานหรือการซื้อบ้านก็ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวล
เซี่ยหลิงหลิงหิ้วกระเป๋าเดินเข้าห้างสรรพสินค้าด้วยท่าทีสบายๆและในขณะเดียวกันด้านหน้าเธอก็มีหญิงสาววัยรุ่นสองคนเดินตรงมาพอดีคนหนึ่งมีสีหน้าและรอยยิ้มที่ดูประจบแจงช่วยคนที่เดินนำหน้าถือแก้วกาแฟอีกคนการแต่งหน้านั้นเต็มไปด้วยความประณีตใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาดูอ่อนโยน
พวกเขาเดินไปคุยไปมองหน้ากันไปทั้งสองพูดแล้วก็เงยหน้าขึ้นแล้วทั้งคู่ก็เดินเตะสายต่ของเซี่ยหลิงหลิงพอดี
พวกเขามีท่าทีตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยหลิงๆพยักหน้าให้อย่างเกรงใจก้าวขึ้นบันไดก่อนจะเดินดุ่มๆเข้าห้างไประหว่างทางนั้นไม่เพียงแต่ผู้หญิงสองคนนั้นหลายๆคนต่างก็หยุดเดินเพื่อมองเธอแวบนึง
“โห......พี่หลิวฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงที่สวยสง่าขนาดนี้มาก่อนเลย”หญิงสาวที่ถือแก้วกาแฟเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอิจฉา“พี่ดูผิวพรรณนั่นสิละเอียดจนแทบจะบิดน้ำไหลออกมาได้เลยทั้งๆที่แทบจะไม่ได้แต่งหน้าเลยแล้วดูหุ่นห้างนั่นสิอื้อหืม......”
จู่ๆก็รู้สึกได้ว่าใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ข้างๆหยางหลิวนั้นเริ่มจะเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่เธอเริ่มรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังชื่นชมผู้หญิงอีกคนว่าสวยต่อหน้าคนฝั่งตัวเองจนเธอเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาในทันที:“เอ่อฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ!พวกพี่ต่างก็มีความสวยในแบบของตัวเองเธอเปรียบเสมือนกุหลาบที่สง่างามส่วนพี่เหมือนดอกลิลลี่สีขาวพวกพี่สวยคนละสไตล์กัน”
หลิวหยางพอจะอนูโลมให้กับชื่อๆนั้นได้เธออมยิ้มขึ้นมาเบาๆชำเลืองมองไปที่นักศึกษาฝึกงานที่ยืนอยู่ข้างตัวก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยน:“ไม่เป็นไรหรอกคนสวยมีเยอะแยะไปหากต้องมานั่งเรียงลำดับ1,2,3ก็คงจะทำให้เกิดความลำบากใจแย่”
นักศึกษาฝึกงานถอนหายใจอย่างโล่งอก:“พี่หลิวใจดีจังเลยค่ะ!”
หลิวหยางเหยียดยิ้ม:“ไปกันเถอะงานยังไม่เสร็จเลยนะ”
เธอละสายตาออกไปแต่กลับมีความรู้สึกคับข้องใจขึ้นมา
น่าแปลก......ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นๆกับแผ่นหลังนั่น?แต่ถ้าหากว่าเคยเจอผู้หญิงสวยๆขนาดนั้นเธอก็น่าจะจำอะไรได้บ้างแหละ
เธอเป็นใครกันแน่นะ
เซี่ยหลิงหลิงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเธอได้เริ่มเข้าสู่โหมดการลองและซื้อเสื้อผ้าแล้ว
แม้ว่าเสื้อที่เธอสวมอยู่จะดูเรียบง่ายธรรมดาทั่วไปแต่ก็ล้วนเป็นของมีแบรนด์ทั้งนั้นบวกกับกระเป๋าชาแนลที่ถืออยู่ในมือท่าทางดูดีเพียงแค่เซี่ยหลิงหลิงเดินก้าวเข้าร้านก็ถูกจับจ้องด้วยสายตาของพนักงานภายในร้านพวกเขาเริ่มทำการแนะนำเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่อย่างกระตือรือร้นเซี่ยหลิงหลิงลองพลิกดูป้ายราคาสินค้าเมื่อเห็นเลขศูนย์จำนวนหลายๆหลักแล้วเธอก็แอบตกใจเล็กน้อย
เธอแค่ต้องการซื้อเสื้อผ้าทั่วๆไปไม่จำเป็นต้องแพงมากเริ่มแรกพนักงานที่ให้คำแนะนำก็ยังดูกระตือรือร้นอยู่จนเมื่อเห็นสายตาของเซี่ยหลิงหลิงที่จับจ้องไปทางแผนกสินค้าลดราคาสินค้าที่ถืออยู่ในมือก็ไม่ได้แพงอะไรรอยยิ้มของพวกเธอก็ค่อยๆหายไป
แต่ถึงอย่างไรพนักงานเหล่านี้ก็ยังมีคุณสมบัติที่ดีในการบริการอยู่ความกระตือรือร้นค่อยๆหายไปและไม่ได้มีการเดินประกบเซี่ยหลิงหลิงต่อแล้วซึ่งนั่นทำให้เซี่ยหลิงหลิงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
เธอซื้อเสื้อผ้าได้สำเร็จราบรื่นเมื่อลองใส่ดูแล้วสายตาของพนักงานขายก็วิ้งวับขึ้นมาทันทีก่อนจะชื่นชมเธอด้วยความอิจฉา
“เสื้อตัวนี้มันเลือกเจ้าของนะคะถ้าหุ่นดีแบบนี้ก็ใส่สวยเลยล่ะค่ะ!”
แน่นอนว่าคนที่ถูกชมต้องรู้สึกดีใจอยู่แล้วเซี่ยหลิงหลิงพูดขอบคุณพร้อมยิ้มหวาน
เวลานัดใกล้เข้ามาแล้วเซี่ยหลิงหลิงหิ้วถุงช็อปปิ้งสองใบขึ้นแท็กซี่ไปที่ร้านกรีนไอส์แลนด์คาเฟ่เธอเดินลงจากแท็กซี่และบังเอิญเห็นพ่อไก่อ่อนหน้าซื่อเฉินฝังวันนี้เฉินฝังมาในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตกับเสื้อกั๊กสีน้ำตาลกาแฟรูปร่างผอมบางดึงดูดสายตาสาวๆที่เดินผ่านให้หน้าแดงไปตามๆกัน
เซี่ยหลิงหลิงกระซิบกับตัวเองจะว่าดูดีก็ดูดีอยู่หรอกแต่ถ้าเทียบกับเฉิงรุ่ยแล้วเขาก็ดูดรอปไปเลย
เธอเดินตรงเข้าไปแล้วเรียกเฉินฝังจากด้านหลัง
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยมือข้างนึงของเฉินฝังล้วงกระเป๋าพร้อมหันกลับมาด้วยท่าทีเยือกเย็นแต่เมื่อหันมาเห็นเซี่ยหลิงหลิงก็ถึงกับตกตะลึง
เขารู้สึกประหลาดใจในตอนแรกหลังจากนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้คือใครดวงตาคู่นั้นก็จับจ้องไปที่เซี่ยหลิงหลิงเงยหน้าสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความยากลำบาก:“เธอคือ......เซี่ยหลิง?”
เซี่ยหลิงหลิงจำได้ว่าเจ้าของร่างเดิมไม่ชอบชื่อนี้หากออกไปพบเจอหนุ่มๆก็มักจะเรียกแทนตัวเองว่าเซี่ยหลิง
กับเฉินฝังเองก็เช่นกัน
“ฉันเอง”เธอเดินชิดเข้าไปหนึ่งก้าวดวงตากลมโตที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มนั้นสามารถสะกดคนมองเข้าไปได้
เฉินฝังกลืนน้ำลายลงคอที่แหบแห้งนั้นก่อนจะยืนอึ่งไปครู่ใหญ่
แม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาสักระยะแล้วแต่เซี่ยหลิงก็รู้สึกภูมิใจกับการแต่งหน้าสไตล์ยุโรปของเธอมากพูดยังไงก็ไม่ยอมลบเมคอัพพวกนั้นออกยิ่งไม่ยอมให้เฉินฝังมาแตะต้องใบหน้าของเธอเฉินฝังรู้ว่าผิวพรรณที่อยู่ภายใต้เมคอัพหน้าๆเหล่านั้นจะต้องดูสวยมากแน่ๆแต่เมื่อเขามองใบหน้าที่น่าเกลียดน่ากลัวของคนทุถูกความโลภครอบงำจนหน้ามืดตามัวเห็นใบหน้าโง่เง่าที่ตกอยู่ในความมึนเมาของเธอแล้วความอยากของเขาก็ลดลงทันที
อย่าว่าแต่เรื่องสัมพันธ์ลึกซึ่งเลยเพียงแค่เขาได้เห็นขนตาปลอมที่ดูเหมือนขนแมงมุมนั่นแล้วก็รู้สึกรังเกียจแล้ว
หากไม่ใช้เพราะเซี่ยหลิงจะได้ครอบครองเงินล้านในมือเขาก็ไม่มีทางมาเสียเวลากับเธอได้นานขนาดนี้แต่แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะนอกจากว่าเธอจะไม่หย่าแล้วเธอยังเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้อีก!
เฉินฝังกัดฟันพูด:“ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ค่อยรู้จักเธอสักเท่าไหร่”
เซี่ยหลิงหลิงเดินเฉียดผ่านเขาไปสายตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่น้ำเสียงกลับดูห่างเหิน:“ตลกน่าดูเหมือนว่านายจะไม่เคยรู้จักฉันมาก่อนด้วยซ้ำ”
“......”
ภายในห้องนั้นมีหญิงสาวที่แต่งตัวดูหรูหรานั่งอยู่สองคนคนแรกคือหลีอวี๋นอีกคนคือซุนหลันหลีอวี๋นก็คือเพื่อนสนิทที่แนะนำเซี่ยหลินหลินให้เฉิงฝันรู้จักในตอนแรกพวกเธอรู้จักกันได้เพราะเล่นไพ่นกกระจอกด้วยกันถ้าเทียบกันแล้วสองคนนั้นเป็นพวกผู้ดีใจกว้างมือเติบเจ้าของร่างเดิมไม่ได้มีสังคมและก็ไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่จึงดิ้นรนอยากจะคบหาสมาคมกับคนที่อยู่ใน“ระดับ”เดียวกัน
แต่ใครจะไปรู้ที่พวกเขามาก็เพื่อจะมาเยาะเย้ยดูเรื่องตลกก็แค่นั้น
เมื่อเซี่ยหลิงหลิงเดินเข้าห้องไปทั้งสองก็ถึงกับชะงัก:“คุณผู้หญิงท่านนี้ไม่ทราบว่าคุณคือ......”
“จำฉันไม่ได้จริงๆเหรอเนี่ย?”เซี่ยหลิงหลิงยืนพิงอยู่ตรงประตู
เฉินฝังที่เดินตามหลังก็เดินหน้าตึงเข้าห้องมาดูเหมือนจะกลับสู่โหมดปกติแล้วกลับกลายเป็นหญิงสาวสองคนนั้นที่ตะลึงจนเอามือขึ้นมาปิดปากไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นเซี่ยหลิงที่หยาบคายคนนั้นจริงๆแต่เมื่อสังเกตดูดีๆอีกทีทุกๆอย่างบนใบหน้านั้นคล้ายคลึงกันมากจริงๆ
หลีอวี๋นรีบลุกขึ้นยืนในทันใดก่อนจะแค้นรอยยิ้มออกมา:“หลิงหลิงเธอนั่งลงก่อนสิดูเธอซิไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันก็สวยขึ้นขนาดนี้”
“ฉันไม่เข้าไปแล้วล่ะยืนตรงนี้กำลังดีอย่างน้อยก็เลี่ยงคนเข้าใจผิดแล้วเอาฉันไปนินทา”
คนสองคนที่ไม่รู้ว่าลับหลังเอาเรื่องไปนินทากี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วถึงกับสะดุ้งหลีอวี๋นชูมือแข็งทื่อขึ้นกลางอากาศก่อนจะยิ้มหัวเราะไปพร้อมๆกับฉัน
“เป็นไปได้ยังไงกันใครจะไปนินทาอะไรล่ะ”
เซี่ยหลิงหลิงขี้เกียจจะสนใจเธอแล้วเธอยกมือขึ้นกอดอกแล้วทิ้งบอมพ์ไว้
“ฉันจะไม่หย่าแล้ว”
“ว่าไงนะ!”สีหน้าของทั้งสามคนเปลี่ยนไปในทันที
จ้องมองดูสีหน้าที่เสแสร้งนั้นถูกเปิดเผยออกมาหญิงสาวที่พิงปรูตูอยู่ถึงกับแสยะยิ้มออกมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ:“พอดีเลยที่มาเนี่ยก็เพื่อจะมาบอกเลิกเฉินฝังและหวังว่าหลังจากนี้เขาจะไม่มารบกวนฉันอีก”
“นี่มัน......”พวกเขามองหน้ากันเลิกลักไม่มีใครยอมเอ่ยอะไรออกมามีเพียงเฉินฝังที่ยืนมองเซียหลิงหลิงอยู่เงียบๆจ้องเซี่ยหลิงหลิงด้วยสายตาที่เยือกเย็นโดยไม่พูดอะไร
“ทำไมล่ะเห็นว่าฉันจะไม่หย่าแล้วก็เลยรู้สึกไม่พอใจอย่างนั้นเหรอ?”เซี่ยหลิงหลิงถาม
“เปล่าๆแค่สงสัยว่าทำไมถึงปุบปับขนาดนี้ล่ะ?”
พวกเขาต่างก็สับสนมึนงงในการเปลี่ยนแปลงที่กระทันหันของเซี่ยหลิงหลิง
เซี่ยหลิงหลิงถอนหายใจ:“มันก็เป็นเรื่องน่าอายที่จะพูดมันออกมาอ่ะนะหลีอวี๋นทำไมเธอถึงได้ไม่จริงใจขนาดนี้ล่ะเธอแนะนำคนที่ไม่มีไร้น้ำยาแบบนี้มาให้ฉันได้ยังไงกัน?”
หลีอวี๋ตะลึงจนอ้าปากค้าง:“อะอะไรนะ?”
“หากไม่มีปัญญาจะทำก็อย่าพยายามทำในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้จริงมั้ย”เซี่ยหลิงหลิงชำเลืองมองเฉินฝังด้วยสายตาผิดหวังจากนั้นพวกเธอทั้งสองก็ถึงกับพูดไม่ออก
เฉินฝังโกรธจนหน้าแดง:“......”
ตอน 4
บทที่4
เซี่ยหลิงหลิงไม่สนใจว่าเฉินฝังจะคิดยังไง
เป้าหมายของเธอในวันนี้ก็คือตัดขาดความสัมพันธ์กับคนพวกนี้สุดท้ายก็ทำให้พวกเขาไม่อยากจะได้เงินอีกเลย
“แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องสำคัญอะไรนายชิลๆกับเรื่องในวงการนี้อยู้แล้วคงไม่คิดจะโกรธเคืองอะไรหรอกเนอะ?”
น้ำเสียงของเซี่ยหลิงหลิงทั