ตอน 1
นักตกสาว
ตอนที่ 1
เบ็นคิดว่าการเป็นหนุ่มบริสุทธิ์ก็แย่พอแล้ว ทว่าตอนนี้เขานั้นกำลังจะตายไปพร้อมกับมัน
ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อเขาเริ่มปีแรกที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กในปี 2019 เมื่อเขาลงจากรถไฟในแมนฮัตตันดวงตาของเขาก็ส่องประกายจากความงดงามโดยรอบ ในทุกทิศทางมีตึกระฟ้าร้านค้าหรูหราและที่สำคัญที่สุดคือ … สาวสวยทุกประเภทเท่าที่จะจินตนาการได้!
‘นี่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตนักเรียนที่มีสีสันของฉัน!‘ เป็นสิ่งที่เขาคิดกับตัวเองก่อนที่รถแท็กซี่จะขับผ่านแอ่งน้ำและทำให้ตัวเขาเปียกโชกไปด้วยน้ำสกปรก ตัวของเขากลายเป็นสีน้ำตาลและเน่าเหม็น
‘นี่มันก็แค่โชคร้ายนิดหน่อยเท่านั้น…มันไม่มีอะไรหรอก’ การมองโลกในแง่ดีของเขานั้นไม่สามารถถูกสั่นคลอนลงได้ เขาเดินไปยังไทม์สแควร์ จ้องมองไปยังป้ายโฆษณาดิจิทัลขนาดใหญ่อย่างมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข่าวหนึ่งดึงดูดความสนใจของเขาเป็นอย่างมาก “มหาเศรษฐีโรมัน แอนโทนอฟ หายตัวไปอย่างลึกลับหลังมีคนเห็นเขาครั้งสุดท้ายที่สตอกโฮล์ม” เมื่อได้อ่านเรื่องนี้ เบนก็กระพริบตาออกมา ‘มหาเศรษฐีพันล้านหายตัวไป หือ? ฉันสงสัยว่าเขาอาจจะหายไปและกลายเป็นคนมีความรักแบบในนิยายรักที่ผู้หญิงชอบ…’
เมื่อเขาคิดกับตัวเองจบ เบ็นก็ส่ายหัวออกมาขณะที่เดินต่อไปโดยไม่ใส่ โดยไม่ได้ให้ความสนใจหน้าจอข่าวที่เปลี่ยนไปซึ่งมีใจความว่า “ข่าวอื่นๆล่าสุด เกี่ยวกับสุขภาพที่น่าห่วงของราชินีในสวีเดนนั้นยืนยันแล้วว่าเป็นการตรวจที่ผิดพลาด ผู้สื่อข่าวได้ให้การยืนยันมาแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่อาการหน้ามืดโดยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และมีคำพูดของเธอที่กล่าวว่า ‘มันก็แค่ก๊าซ…’”
หลังจากนั้นไม่นานเบ็นก็มาถึงยังหอพักของมหาวิทยาลัยด้วยรอยยิ้มที่สดใสและความอบอุ่นในหัวใจ มันน่าเสียดายที่นักศึกษาคนอื่นๆไม่ได้สังเกตุถึงเรื่องนั้น แต่กลับมุ่งเน้นความสนใจไปที่รูปร่างที่ดูสกปรกเนื่องจากการถูกสาดด้วยแอ่งน้ำก่อนหน้า หลายคนถึงกับชี้มาทางเขาและหัวเราะเยาะ “เจ้าบูร์ริโตที่ทั้งเปียกโชกและโสโครก” นักศึกษาในชั้นเดียวกันซึ่งอยู่สาขาออกแบบถึงขนาดสร้างมีมเกี่ยวกับตัวเขาขึ้นมา และพิมพ์มันลงใบปลิวจากนั้นก็ติดไปยังผนังทั่วหอพักของเขา “นายต้องการฉันในถ้วยหรือขนมปังพิต้าดี?”
“ขอกัวกาโมเลพิเศษด้วย”
“กินฉันสิหากนายอยากท้องเสีย”
พวกเขานั้นเซ็นต์มันด้วยลายเซ็นต์ “ราชาบูร์ริโตที่ทั้งเปียกโชกและโสโครก” และขนาดหมายเลขห้องของเขายังถูกเขียนลงในใบปลิวเช่นกัน
“ชีวิตนักศึกษาที่แสนมีสันของฉัน…ฉันไม่สามารถให้มันจบแบบนี้แน่!” นี่คือสิ่งที่เขาพูดกับตัวเอง ก่อนที่เขาจะพบเข้ากับ “ออร์เดอร์บูร์ริโต้ส่วนตัว” ถึงห้าสิบที่ โดยถูกเขียนและติดไว้อยู่หน้าประตูห้องของเขา
พวกนักศึกษานั้นถือว่าเขานั้นเป็นมาสคอตอย่างไม่เป็นทางการของหอพักฮอลเดนไปเรียบร้อยแล้ว
“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน?” เขาถามตัวเองในขณะที่เขานั่งอยู่บนเตียงเล็กๆของเขาในห้องพักรวม “นี่ยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำและฉันก็ป่นปี้เสียแล้ว นี่ฉันจะเวอร์จิ้นตลอดชีวิตอย่างงั้นเหรอ?”
[ใช่แล้ว] เสียงคล้ายหุ่นยนต์ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง
“ใครเป็นคนพูด!?” เขาลุกขึ้นจากเตียงของเขา จากนั้นก็มองไปทั่วทิศทางและไม่พบเข้ากับใครสักคน
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณถูกจัดให้อยู่ในพรมลิขิตอันแสนเลวร้ายที่สุดในหมู่ผู้หญิง]
เขาตอบกลับไปในทันที “ไอนั้นมันน่าดีใจตรงไหนกัน? ฉันนั้นเป็นอยู่ในจุดล่างสุดแล้วและตอนนี้ขนาดผียังก่นด่าฉันเลยงั้นเหรอ?!”
[ฉันไม่ใช่ผี ฉันเป็นเสียงจากระบบที่กำลังพูดอยู่ในหัวของคุณต่างหาก]
[ชะตากรรมของคุณได้ทำให้สวรรค์ได้รับแรงบันดาลใจ คุณได้ปลดล็อกระบบตกสาวเรียบร้อยแล้ว!]
หูของเขากระดิกขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น “จริงงั้นเหรอ? ในที่สุดเวลาของฉันก็มาถึงแล้ว!”
[คุณมีเวลาหนึ่งเดือนในการหลอกล่อผู้หญิงไม่งั้นคุณจะตาย]
หมัดของเบนค้างอยู่กลางอากาศ “แกพูดซ้ำอีกรอบได้ไหม?”
[หนึ่งเดือน ล่อลวงผู้หญิงหรือไม่ก็ตายซะ]
ความตื่นเต้นของเขาหดหายไปและกลายเป็นสิ้นหวัง “เชี้ยไรกันเนี่ย…จะทำยังไงดี? ฉันอายุ 18 ปีแล้วแต่ยังเวอร์จิ้นอยู่เลย…”
หลังจากให้เวลาสักพักเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลง เบ็นก็ตระหนักได้ว่ามันไม่ได้เลวร้ายเหมือนอย่างที่เขาคิดไว้ “โอเคร มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ยังไงที่นี่มันก็เป็นวิทยาลัยน่า ถ้าฉันลดมาตราฐานสเป็กของฉันให้ต่ำถึงที่สุดฉันเองก็น่าจะพอทำได้”
[ไม่เอาผู้หญิงระดับกลางหรือล่าง ขอเป็นคนที่มีหน้าตารูปร่างระดับ 7 ขึ้นไป]
“ระดับ 7 ขึ้นไป? แกบอกให้ฉันล่อลวงเทพธิดางั้นเหรอ! แกเป็นระบบแบบไหนกันถึงกล้าพูดอะไรอย่างนั้นออกมาได้?!”
ไม่กี่นาทีให้หลัง เบ็นก็มาพร้อมกับความคิดในหัว
“ในกรณีที่แย่ที่สุด ฉันก็สามารถขอยืมเงินบางส่วนเพื่อซื้อโสเภณีได้…”
[ห้ามจ่ายเงินซื้อ]
“แกกำลังจะบังคับให้ฉันไปตายใช่ไหม!”
ครั้งนี้ระบบไม่ได้ตอบโต้เขาอีกต่อไป
เบ็นนั้นพยายามหาไอเดียอื่นๆ แต่สิ่งเดียวที่เขาคิดขึ้นมาได้นั้นกลับเป็นเพลงในงานศพของเขา
‘ฉันได้ยินมาว่าคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยในระยะสุดท้ายจะรู้สึกมีชีวิตชีวามากกว่าตอนที่พวกเขาไม่รู้เสียอีก แล้วทำไมฉันถึงได้รู้สึกเหี้ยขนาดนี้กัน?’ เบ็นมีสีหน้าที่บูดบึ้ง
“ระบบนี้แม้งตั้งชื่อผิดแน่ๆ แกควรจะถูกเรียกว่าระบบประหารซะมากกว่า เดี๋ยวก่อนนะ…ถึงยังไงมันก็เป็นระบบอยู่ดี บางทีมันอาจจะมีสิ่งอื่นภายในระบบอยู่อีก แกมีอะไรจะบอกหรือแสดงให้ฉันเห็นอีกไหมนอกเหนือจากกคำสบประมาทของแกน่ะ?”
โฮโลแกรมปรากฎขึ้นมามันเป็นจอแสดงผลสีฟ้าซึ่งปรากฎอยู่ตรงหน้าของเขา มันมีเมนูแนวตั้งอยู่เพียงแค่ไม่กี่หมวดหมู่
[สเตตัส, การท้าทาย, ร้านค้า]
เบ็นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ในท้ายที่สุด มันก็ดูเข้าท่าสักที” เขาเปิดหน้าสเตตัสและเริ่มอ่านมันทีละอย่าง
[รูปร่าง: 2 – คุณนั้นทั้งเตี้ย, ทั้งอ้วน ทรงผมก็ดูปัญญาอ่อน ดูน่ารังเกียจมาก]
“น่ารังเกียจงั้นเหรอ?…โอเคร , ยังไงรูปร่างหน้าตาก็ไม่ใช่จุดแข็งของฉันอยู่แล้ว”
[เสน่ห์: 0 – ถ้าหากให้ใครสักคนเลือกระหว่างกอดคุณหรือกองไฟ, พวกเขาเหล่านั้นจะเลือกกอดกองไฟและจากนั้นจะมาไล่ล่าคุณเพื่อแก้แค้น]
…
[สถานะทางสังคม: 2 – ดีกว่าคนไร้บ้าน ทว่าเป็นนักศึกษาที่อยู่ในชั้นล่างที่สุดของสังคมที่คุณอยู่]
“พอใช้ได้”
[ทักษะในการล่อลวง: 0 – แม้แต่ต้นไม้ก็ยังปฏิเสธคุณ]
“…ฉันไม่เคยลองมาก่อน แกไม่รู้หรอกน่า”
[ความรู้: 4 – ยิ่งมีความรู้มากเท่าไหร่นั่นหมายถึงยิ่งมีหัวข้อสนทนามากเท่านั้น ไม่เลว]
หัวของเบ็นยืดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
[ความเป็นสุภาพบุรุษ: 1 – คุณต่างออกไปจากผู้หญิงแค่เพียงก้าวเดียวเท่านั้น นี่มันไม่ใช่ระบบในเรื่องแบบนั้นนะ]
หัวของเขาหดลงด้วยความอับอายอีกครั้ง
[การสนทนา: 3 – คุณใช้เวลาฝึกฝนทักษะการสนทนาอย่างลามกของวัยรุ่นด้วยวีดีโอเกม นี่คือผลลัพท์จากการพยายามของคุณ]
[พรสวรรค์ส่วนตัว: 2 – ศิลปะ, ดนตรี, กีฬา สิ่งที่ยากคือการหาสิ่งที่คุณทำมันได้ดี? นับรวมชีวิตของคุณด้วย]
“ฉันก็กำลังพยายามอยู่!”
[คะแนน PUA: 550 – คะแนนสะสมสำหรับความสำเร็จในการตกสาว โดยสามารถใช้ซื้อไอเทมภายในร้านค้าได้]
“550 เขาได้มันมายังไงกัน?” เบ็นพยายามนึกย้อนความทรงจำของเขา เขานั้นไม่เห็นจำได้เลยว่าตัวเองเคยคุยกับผู้หญิงคนไหนตั้งแต่ตอนมัธยมต้น หลังจากระยะเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน เขานั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเคยมีแฟนอยู่ในช่วงซัมเมอร์ตอนมัธยมต้น และเคยจูบกับผู้หญิงหลายคนในปีนั้น นั่นเป็นยุคทองของเขา เมื่อตอนที่เขานั้นยังผอมและสูงกว่าคนอื่น มันเป็นเวลาที่สวยงามเขานั้นมีเหตุผลที่จะรู้สึกสดใสและมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของเขา
จนกระทั่งถึงตอนมัธยมปลายเมื่อทุกคนนั้นเริ่มโตขึ้นแต่เขานั้นยังคงสูงเท่าเดิมและเขาก็ไม่รู้ว่าทุกสิ่งเริ่มเปลี่ยนไป คนอื่นๆต่างมองว่าเขาเป็นคนเตี้ยนับจากนั้นเป็นต้นมา เมื่อคนอื่นๆต่างสูงและตัวใหญ่ขึ้น คะแนนด้านกรีฑาของเขานั้นก็แย่ลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเขานั้นเริ่มถูกรังแก เพื่อหนีจากมันเขาจึงเลิกเล่นกีฬาโดยสิ้นเชิง เขากลายเป็นพวกเก็บตัวและใช้เวลาอยู่ที่บ้านเพื่อนเล่นเกมและอ่านนิยายบนเว็บทำให้น้ำหนักของเขามากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มรังเกียจเขา
เมื่อเขาพบว่าช่วงฮ็อตที่สุดของเขาคือตอนมัธยมต้น นั่นก็ทำให้เขารู้สึกโกรธเมื่อนึกถึงมัน
“ฉันไม่ใช่แฮรี่พอตเตอร์นะที่จะฮ็อตตั้งแต่อายุ 13!?”
…
“ช่างมันละกัน เพราะยังไงไม่ถึงเดือนฉันก็จะตายอยู่แล้ว มันไม่มีเวลามามัวหงุดหงิดกับเรื่องในอดีตหรอก” เบ็นตัดสินใจที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าเขาเปิดการท้าทายขึ้นมา และพบเข้ากับหนึ่งรายการ
[การท้าทายต้อนรับมือใหม่ – จงล่อลวงผู้หญิงให้ได้ภายในหนึ่งเดือนไม่งั้นก็ตายซะ]
“…ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอันอบอุ่น” เบ็นเปิดการต้อนรับมือใหม่ขึ้นมาเพื่อดูรายละเอียด
[รางวัล: ???]
[บทลงโทษ: การถูกกำจัด]
[เงื่อนไข: ไม่เอาผู้หญิงระดับกลางหรือล่าง, ห้ามจ่ายเงินซื้อ, ???]
เขาส่ายหัวและออกมายังหน้าเมนูหลัก ก่อนจะเปิดเลือกร้านค้าที่เป็นหมวดสุดท้าย คิ้วของเขาขมวดขึ้นตามสิ่งที่เขาเห็น “ทำไมมันถึงมีไอเทมแค่อย่างเดียว?”
[ระบบมีฟังก์ชันมากมายที่ซ่อนอยู่จนกว่าจะได้รับการปลดล็อก ซึ่งรวมถึงสินค้าในร้านค้าที่คุณไม่สามารถจ่ายได้ด้วยคะแนน PUA ที่คุณมีอยู่ในปัจจุบัน]
เบ็นเริ่มตรวจสอบสิ่งที่เขาสามารถซื้อได้
[กล่องสุ่มระดับต่ำ: 500 คะแนน – มีไอเท็มสุ่มตั้งแต่ขยะไปจนถึงระดับของหายาก]
เบ็นนั้นมีคะแนนเพียงพอที่จะซื้อมันชิ้นหนึ่ง เขาใช้เวลาเพียงครู่เดียวในการตัดสินใจ “ฉันนั้นอยู่บนเส้นทางแห่งนรกอยู่แล้ว ดูเหมือนว่ากล่องสุ่มปริศนานี่จะเป็นความหวังเดียวที่ฉันเหลืออยู่ บางทีฉันอาจจะได้รับของที่ยอดเยี่ยมที่จะสามารถช่วยเหลือฉันได้ก็ได้”
ก่อนที่จะซื้อมัน เบ็นนั้นหลับตาพร้อมกำหมัดแน่น เขาไม่สามารถหยุดเหงื่อที่ไหลออกจากทางหน้าผากของเขาได้ เพราะเขารู้ดีว่านี่เป็นโอกาสรอดชีวิตเพียงทางเดียวของเขา เขานั้นสิ้นหวังทว่าก็เต็มไปด้วยความหวัง เขาเปิดตาของเขาขึ้นมาพร้อมมองไปยังสิ่งที่เขาซื้อ
มันเป็นกล่องลูกกวาดรสแอปเปิ้ลสีแดงที่มีเครื่องหมายคำถามสีขาวอยู่ด้านบน มันปรากฎอยู่ตรงหน้าของเขาและหล่นลงไปที่ตักของเขา จากนั้นเมื่อเขาเริ่มสัมผัสมัน แสงสว่างก็กระจายไปทั่วทั้งห้อง
รอดหรือตายก็ขึ้นอยู่กับเจ้ากล่องเล็กๆนี่แล้ว
ชีวิตหรือความตาย มันอยู่ในกล่องเล็ก ๆ นี้
ตอน 2
บทที่2
ตอน 3
บทที่3
เบ็นนั้นกลั้นหายใจ ขณะที่ดวงตาของเขามองต่ำลงไปด้วยความหวาดกลัวและความหวัง
แสงจางลงเผยให้เห็นชะตากรรมของเขา มันคือ…
กระดาษที่ฉีกขาดซึ่งมีรอยขีดข่วนอยู่บนนั้น
“เยี่ยม…เกมดีจริงๆ”
เบ็ดกอดชะตากรรมของตัวเองไว้แน่นราวกับมันเป็นคนรักที่ห่างหายกันไปนาน ในหัวของเขานั้นลิสต์รายชื่อสิ่งที่เขาอยากจะทำต่อไปในเดือนสุดท้ายของชีวิต
[คุณได้รับ บัตรตกสาวระดับเทพ (ใช้แล้วทิ้ง, ยอดเยี่ยม) x1]
“เดี๋ยวก่อนนะของระดับเทพ? มันน่าจะเป็นของดีใช่ไหม แล้วทำไมมันเหมือนกระดาษของใครสักคนในชั้น ป.3 เลยละ? กระดาษนี่ใหญ่ไม่พอจะให้เขาเขียนจดหมายลาให้ครอบครัวของเขาด้วยซ้ำ”
หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เบ็นคิดว่าบางทีมนุษย์นั้นอาจจะไม่สามารถเข้าใจถึงความงดงามทางศิลปะของพระเจ้าหรือปีศาจที่สร้างระบบนี้ขึ้นมาได้ แทนที่จะคิดถึงเรื่องที่ดูเพ้อฝัน เขานั้นเลือกที่จะตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมัน
[คุณได้รับ บัตรตกสาวระดับเทพ (ใช้แล้วทิ้ง, ยอดเยี่ยม) x1] – ใช้กับผู้หญิงคนไหนก็ได้เพื่อเพิ่มความสนใจของเธอที่มีต่อคุณอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจของเบ็นหนักหน่วงขึ้น ‘นี่มัน…’ เขานั้นถูกส่องด้วยแสงสว่างที่อยู่ด้านบน เขามีทางรอดจากปล่องภูเขาไฟลึกที่เขาติดอยู่นี่สักที เจ้ากระดาษเล็กๆนี้คือเชือกสำหรับช่วยชีวิตเขา
*แกร๊ก*
ประตูถูกเปิดออกและมีเด็กวัยรุ่นที่เบ็นไม่เคยพบเดินเข้ามาภายในห้อง คิ้วของเขาเลิกขึ้นเมื่อเห็นเบ็นที่อยู่ด้านใน เขาวางกระเป๋าลงพร้อมยืนตรงและเดินเข้ามาใกล้เบ็นด้วยท่าทีที่เป็นทางการเพื่อต้องการที่จะจับมือทักทาย เบ็นไม่ต้องการเสียมารยาทจึงยืนขึ้นพร้อมจับมือทักทายกับเขา
“สวัสดีพวก นายน่าจะเป็นเบ็นจามินใช่ไหม? ฉันฟลิกจากอินเดียพวกเราจะกลายเป็นรูมเมตกันต่อจากนี้ ยินดีที่ได้รู้จักนายนะ ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้ร่วมห้องกับคนที่เป็นเจ้าของกิจการ เป็นเกรียติกับฉันมากเลย”
เนื่องจากเรื่องที่เขากำลังจะถูกประหารทำให้เขาลืมเรื่องที่ว่ารูมเมทของเขาจะมาภายในวันนี้เสียสนิท แต่ว่ามันมีอย่างหนึ่งในประโยคที่ฟลิกพูดที่ทำให้เขารู้สึกแหม่งๆ
“เจ้าของกิจการ?” เบ็นถามออกมาอย่างสับสน
ฟลิกยืนหลังตรงยิ่งกว่าเดิม “ฉันเห็นออร์เดอร์จำนวนมากที่หน้าประตูห้องของพวกเรา ฉันรู้สึกประทับใจมาก นี่มันพึ่งวันแรกแต่นายก็เริ่มธุรกิจเสียแล้ว โมเดลของธุรกิจเป็นไงอย่างงั้นเหรอ? อาหารเม็กซิกันแบบมีบริการส่งงั้นเหรอ?” เขานั้นจ้องมองมาทางเบ็นราวกับว่าเบ็นนั้นเป็นอาจารย์ของเขา ฟลิกนั้นอยู่ในคณะบริหาร ดังนั้นเขาต้องการที่จะเรียนรู้กับผู้ประกอบกิจการสตาร์ทอัพจริงๆและเขาเองก็อยากจะเป็นเจ้าของกิจการในอนาคต
ใบหน้าของเบ็นนั้นดำมืดยิ่งกว่าเพจเฟสบุ๊คของหมอผีเสียอีก “ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก มันก็แค่การเข้าใจผิดเพียงเท่านั้น”
ฟลิกพยักหน้าซ้ำไปซ้ำมาอย่างยินดี “การถ่อมตัวก็เป็นเรื่องที่ดีสินะ เยี่ยมเลยเห็นได้ชัดว่าฉันสามารถเรียนรู้อะไรได้อีกมากจากนาย หวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันนะ”
‘เพื่อน…’ สำหรับเบ็น คำๆนี้เหมือนกับเป็นสำนวนในภาษาต่างประเทศ เขานั้นรู้คำแปลของมัน ทว่าเขานั้นไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมันได้ ‘ครั้งสุดท้ายที่ฉันมีเพื่อนนอกเหนือจากในแชทนี่มันตอนไหนกันนะ?’
เบ็นนั้นเห็นความจริงใจของฟลิกจึงทำให้เขานั้นอารมณ์ดีขึ้น ‘นี่มันวันแรกแต่ฉันก็สามารถมีเพื่อนได้แล้ว’ เขานั้นเริ่มเห็นความหวังในอนาคตแล้ว ‘ใช่แน่นอนนี่เป็นจุดเริ่มต้นของอนาคตอันสดใสของฉัน ฉันอาจจะเคยทำผิดพลาดมาในอดีต ทว่าฉันนั้นยังเด็กอยู่แถมยังมีความเป็นไปได้ไม่จำกัดรอฉันอยู่ข้างหน้า ใครที่จะสามารถบอกได้ว่าฉันไม่สามารถทำสิ่งดีๆได้? นี่มันเป็นฤดูใบไม้ผลิของวัยหนุ่มของเขาแล้ว’
[เหลือเวลาอีก 29 วัน 23 ชั่วโมง ก่อนที่จะถูกกำจัด]
‘ให้ตายสิพระเจ้า นี่แม้งเหมือนเด็บบี้ ดาวน์เนอร์ (1) ใช้ชีวิตอยู่ในหัวฉันเลย! ฉันไม่ต้องการได้ยินมันตอนนี้’
[คุณต้องการปิดระบบการแจ้งเตือนรายชั่วโมงอย่างงั้นเหรอ?]
ดูเหมือนว่าระบบจะตอบกลับจากความคิดได้สินะ ใช่ปิดแม้งซะ มันไม่ใช่ว่าหลังจากนั้นฉันจะลืมว่าเวลาตายของตัวเองกำลังจะมาถึงเสียเมื่อไหร่…’ จิตใจของเขาที่กำลังคร่ำครวญก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของสัตว์ป่า
*กรู๊ววว*
เบ็นมองลงไปที่ท้องของเขาและตระหนักขึ้นได้ว่าวันนี้นั้นเขายังไม่ได้กินอะไรเลย เขานั้นขึ้นรถไฟมาตั้งแต่เช้า จากนั้นก็ยุ่งอยู่กับการสมัครและจัดห้องพักของเขาตลอดทั้งวัน ก่อนหน้านี้นั้นเขาได้ล้างคราบเปื้อนที่ปกคลุมร่างกายเขาออกเรียบร้อยแล้ว เขาตัดสินใจว่าตอนนี้นั้นน่าจะเป็นเวลาที่ดีที่เขาจะลองลงไปข้างล่างและลงไปยังห้องอาหาร ตอนนี้มันก็สายมากแล้วเขาได้แต่หวังว่ามันคงจะยังไม่ปิด เบ็นนั้นชวนฟลิกซึ่งไม่ได้ลงไปกับเขาด้วยเนื่องจากต้องโทรหาครอบครัวพร้อมทั้งจัดของ ดังนั้นเบ็นจึงเลือกที่จะไปคนเดียว
เมื่อเบ็นเดินผ่านโถงทางเดินไป ใบหน้าของเขาก็สดใสเล็กน้อยเนื่องจากมีใครบางคนนำโปสเตอร์มีมของเขาออกไปแล้ว ‘อย่างน้อยก็ยังมีคนดีๆอยู่บนโลกใบนี้’ เขานั้นใช้ลิฟต์เพื่อลงไปยังชั้นล่างและเดินไปยังโรงอาหาร เมื่อเขาเดินไปตามทางเดินก็มีคนตะโกนเรียกเขา “เฮ้ราชาเบอริโต้”
เบ็นมองไปและพบไทเลอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ติดโปสเตอร์ของเขาไปทุกที่ อารมณ์ของเบนดิ่งลงอีกครั้ง เชานั้นคิดจะทิ้งอดีตที่มืดมดที่เขาถูกกลั่นแกล้งไว้ด้านหลัง ทว่ามันยังไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำก็มีคนมาผลักเขาลงพร้อมฝังเขาในหลุมที่มืดมิดไร้แสงสว่างเสียแล้ว
“นายยังรับออเดอร์อยู่เหรอ?” ไทเลอร์และนักศึกษาคนอื่นๆต่างหัวเราะต่อหน้าเบ็นขณะที่พวกเขากำลังหยิบเครื่องดื่มจากตู้หยอดเหรียญ
เบ็นนั้นต้องการจะยืนหยัดเพื่อตัวเอง ทว่าเขานั้นไม่ใช่นักสู้ เขานั้นเคยลองยืนหยัดมาครั้งหนึ่งแล้วตอนที่เขายังเด็กกว่านี้ นั่นเป็นตอนที่เขารู้ความจริงว่าความเป็นจริงนั้นโหดร้ายยิ่งกว่าในหนังเสียอีก ผลลัพธ์ของความกล้าหาญนั้นมีเพียงอย่างเดียวคือการที่เขาถูกจัดการลงด้วยพวกเด็กขี้แกล้งและทำให้เขาต้องนอนติดเตียงไปกว่าสองอาทิตย์ นั้นทำให้เขาต้องคอยทำตัวให้ต่ำต้อยอยู่เสมอ พร้อมทำความเข้าใจว่าการเดินไปพร้อมกับความอับอายนั้นมันก็ยังดีกว่านอนไปพร้อมความอับอาย
ในขณะที่เบ็นกำลังจะเดินจากไปนั้น เขาก็ได้กลิ่นหอมที่รุนแรงมาจากน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ลอยฟุ้งออกมาจากด้านหลังของเขา เขานั้นหันกลับไป มันใช้เวลาแค่เพียงพริบตา ทว่าเขาก็พบเจอสิ่งที่เขาปราถนาเสียแล้ว
ที่ตรงนั้นมีสาวสวยยืนอยู่ เธอนั้นมีใบหน้าแบบชาวเมดิเตอร์เรเนียนที่หาได้ยากราวกับหญิงสาวที่ออกมาจากภาพยนตร์เรื่องเจมส์บอนด์ ผิวสีมะกอก ผมที่ยาวจนถึงต้นคอซึ่งมีสีดำสนิทของเธอนั้นโบกสะบัดตามการเคลื่อนไหวของเธอราวกับกระแสน้ำในมหาสมุทรที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์สลัว เธอนั้นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่และไม่ได้สังเกตุเห็นเบ็นที่กำลังน้ำลายไหลย้อย
เบ็นนั้นกลืนน้ำลาย ‘สวยอะไรอย่างงี้…’
*เหอะ* “อย่าแม้แต่จะฝันเลยไอตัวน่ารังเกียจ” ไทเลอร์พูดขึ้นเมื่อเห็นเบ็นจ้องมองหญิงสาวคนนั้นด้วยอาการตกอยู่ในภวังค์
เบ็นนั้นกำหมัดแน่นจนตัวสั่น ‘ฉันจะฝันกลางวันอย่างสงบสุขก็ไม่ได้งั้นเหรอ!?!’
ด้วยลมหายใจอันหนักหน่วง เขาคว้าบัตรตกสาวระดับเทพขึ้นมาจากกระเป๋าของเขาและจ้องมันอยู่นาน…
นี่คือโอกาสใช่ไหม? เขาไม่ได้เห็นสาวสวยขนาดนี้มาตั้งแต่เขามาถึงยังแมนแฮตตัน ทว่าที่เขากำลังเล่นกับมันอย่คือชีวิตของเขา หากเขาล้มเหลวนั่นหมายถึงตาย หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นในตอนนี้เขาก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดที่เขาเคยทำมา เขานั้นมีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น
‘ฉันควรใช้มันตอนนี้เลยรึเปล่า?’
***
เด็บบี้ ดาวน์เนอร์ (1) หมายถึงคนที่มักจะชอบพูดแย่ๆ หรือติอยู่เสมอ มีที่มาจากรายการโชว์ที่ชื่อ Saturday Night Live (SNL)