ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เจ้านายเขาเลวเงี่ยน

บทที่ 1 ถ้าจะให้พูด ผมก็เหมือนแตงโมที่ไร้เมล็ด

“ฮึก ฮือออ…”

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของหญิงสาวดังคลอประสานเสียงเบาๆ ของไวโอลิน

บ่ายวันเสาร์ ณ คอฟฟี่ช็อปในโรงแรมหรูที่มีวิวสวย

ที่แห่งนี้ที่เต็มไปด้วยฟีโรโมนของหนุ่มสาว ความเร่าร้อน และบทสนทนาหวาน สมกับเป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาเดต นัดบอด หรือนัดดูตัว ช่างไม่เข้ากับเสียงร้องไห้ของหญิงสาวที่กำลังเศร้าเสียใจเอาเสียเลย

สาวเจ้าของน้ำตาร้องไห้มากว่าสิบนาทีแล้ว ไม่รู้ว่ารับรู้ถึงสายตาที่เหลือบมองมาจากรอบทิศทางหรือไม่

ร่างที่ดูอย่างไรก็บอบบาง

ผมหนาเป็นคลื่นสีน้ำตาลทิ้งตัวเป็นมันเงา ชุดวันพีชสีฟ้ามีเสน่ห์สมเป็นผู้หญิงเน้นเอวบางคอด

ในขณะที่กำลังร้องไห้ สองขารวบชิดเอียงมาข้างหนึ่งอย่างเรียบร้อย รองเท้าส้นเข็มคอลเล็คชันล่าสุดที่สองเท้าเรียวงามสวมใส่เป็นประกายสวย

หญิงสาวที่แค่เห็นก็รู้สึกถึงความงามเลอค่ากำลังเศร้าสร้อย แม้แต่คนไม่รู้จักก็ไม่อาจละสายตา แต่สายตาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอกลับไม่สนใจ และมีท่าทีเฉยชา

สิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้คนตั้งแต่แรกเห็นคือหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ อีกด้านที่ทำให้อดมองไม่ได้ก็คือชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับเธอ

สายตาของเขาลึกซึ้งไม่ธรรมดา หน้าผากภายใต้ผมที่ปรกลงมา จมูกโด่งเป็นสันราวกับปั้นแต่ง สันกรามคมชัด ผิวขาวราวกับโปร่งแสง เป็นชายหนุ่มเย็นชาสุดเพอร์เฟกต์

นิ้วเรียวยาวของจีฮวันเกี่ยวถ้วยชาขึ้นจิบชาคาโมมายล์หนึ่งอึก ไม่สนใจสายตาจากบรรดาหญิงสาวที่มองมา

เขาตั้งกฎเหล็กกับตัวเองมาหลายปีแล้วว่าจะไม่ดื่มกาแฟหลังสี่โมงเย็น สิ่งที่สาหัสที่สุดสำหรับจีฮวันในตอนนี้ คือคาเฟอีนที่ดื่มไปหลายอึกกำลังกระตุ้นประสาท อีกทั้งน้ำตาของหญิงสาวที่นั่งตรงกันข้ามเป็นสาเหตุแห่งความรำคาญใจ

หญิงสาวลอบสังเกตความรู้สึกของจีฮวันในขณะที่ร้องไห้อย่างโศกเศร้า ดูท่าทางวุ่นวายใจ

ถ้าเป็นผู้ชายปกติ มักจะทำอะไรไม่ถูก เลิ่กลั่ก และถามว่าเป็นอะไร เมื่อเห็นน้ำตาผู้หญิงตรงหน้า แต่จีฮวันเอาแต่จิบชาสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่แค่นั้น ยังโยกศีรษะตามเสียงไวโอลินด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับเธอจะร้องก็ร้องไป ฉันก็จะอยู่ของฉันแบบนี้

“ฮึก ฮึก ขอโทษนะคะ ที่เอาแต่ร้องไห้…”

หญิงสาวตัดสินใจว่าตอนนี้คงหมดเวลาสำหรับการเอาแต่ร้องไห้โดยไม่พูดอะไรแล้ว ยกมือขาวบอบบางขึ้นเช็ดน้ำตาอย่างแช่มช้า แสดงความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

จีฮวันยื่นผ้าเช็ดปากที่วางอยู่บนโต๊ะให้ราวกับคอยอยู่แล้ว

“ขอบคุณค่ะ”

ขณะร้องไห้ หญิงสาวก็ไม่ลืมขอบคุณอย่างสุภาพ ซับน้ำตาเล็กน้อย น้ำตาที่เหลือคลอครองปริ่มดวงตา

“คง ตกใจมากเลยสินะคะ”

จีฮวันยักไหล่น้อยๆ

“ขอโทษนะคะ ไม่ได้อยากทำให้คุณตกใจ ตะ แต่ฉันไม่รู้จะแก้ไข้ปัญหาคนเดียวได้ยังไง นี่เป็นครั้งแรก ฉันเองก็สับสน และตกใจมาก ไม่รู้จะทำยังไงดี กลัวมากๆ ด้วย ไม่มีเจตนาให้คุณลำบากใจเลย ฮึก ขอโทษนะคะ”

เธอโพล่งออกมาไม่หยุด และเริ่มสะอึกสะอื้นอีกครั้ง ไหล่บางสั่นระริกตามแรงสะอื้น

“ไม่หรอกครับ พูดออกมาก็ดีแล้ว ก็เป็นเรื่องที่แบกรับเอาไว้หรือแก้ไขคนเดียวไม่ได้นี่ครับ”

หญิงสาวสูดน้ำมูกเงยหน้า ส่งสายตาเศร้าสร้อยไปยังจีฮวัน คอนแทคเลนส์บิ๊กอายเจือความชุ่มชื้น ดวงตาวาววับลำบากใจ ซึ่งจีฮวันก็ไม่พลาดความโล่งใจที่ผ่านมาให้เห็นในดวงตานั้นแวบหนึ่ง

เขาถามหลังจากยกถ้วยช้าขึ้นดื่มช้าๆ อีกอึกหนึ่งด้วยน้ำเสียงสงบเยือกเย็น

“คุณจะบอกว่าคุณท้องสินะครับ”

เขาถามเสียงปกติราบเรียบราวกับถามเรื่องทั่วไปอย่างกินข้าวไหม เป็นหวัดหายหรือยัง ไปเที่ยวสนุกหรือเปล่า หรือพ่อแม่สบายดีไหม อะไรแบบนั้น

หญิงสาวสะดุ้ง มีสีหน้าตกใจกับคำถามของจีฮวันเหมือนได้ยินสิ่งที่ไม่ควรได้ยิน เพราะในความเป็นจริง คนที่น่าจะหยิบยกเรื่องท้องออกมาพูดคือตัวเอง

เธอหน้าเศร้าพยักหน้าช้าๆ อย่างเคอะเขิน ก่อนจะเริ่มสะอื้นอีกครั้งด้วยสีหน้าหวาดกลัว

“ฮือ ทำยังไงดีคะ ฉันทบเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวไม่ได้ ฮึก ฮึก…”

“ก็ต้องงั้นสิครับ ยินดีด้วยนะครับ”

“คะ?”

หญิงสาวที่กำลังน้ำตาคลอหันขวับ สายตางงงวย ‘นี่ฉันฟังผิดไปหรือเปล่า’ และคำพูดต่อมาของจีฮวันก็ยิ่งตอกย้ำความสับสนของเธอ

“การตั้งครรภ์ ให้กำเนิดชีวิตใหม่เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับ”

จีฮวันยกถ้วยชาขึ้นดื่มอีกครั้งหลังจากอวยพรด้วยความจริงใจ หญิงสาวมองเขาที่จิบชาอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

พูดยังกับเป็นเรื่องของคนอื่นแบบนี้ได้อย่างไรกัน ผู้ชายคนนี้คิดอะไรอยู่ หรือทำเป็นนิ่งเฉยเพื่อปิดบังความกระสับกระส่าย หรือกำลังถ่วงเวลาเพื่อเลี่ยงความรับผิดชอบ หรือคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง

สมองของหญิงสาวคิดไปเรื่อยพร้อมกับดวงตาที่กลอกไปมา ซึ่งสถานการณ์นี้ก็ไม่อาจรอดสายตาของจีฮวันไปได้

“ชารสดีมาก ไม่ดื่มสักหน่อยเหรอครับ ร้องไห้ไปเยอะ คงเสียน้ำในร่างกายไปไม่น้อย”

สีหน้าของหญิงสาวเริ่มเปลี่ยนจากสับสนเป็นเหมือนเห็นเรื่องเหลวไหล

“ถ้าไม่ชอบชาเย็นๆ จะเติมน้ำสักหน่อยไหมล่ะครับ”

หญิงสาวหมดความอดทนกับท่าทางเยือกเย็นอย่างไม่น่าเป็นไปได้ของจีฮวัน เริ่มเผยเขี้ยวเล็บที่เก็บซ่อนไว้

“ขอโทษนะคะ”

เขามองเธอด้วยสายตาที่ถามว่ามีอะไร มองผ่านๆ อาจเห็นเพียงความสงบ แต่ถ้าสังเกตให้ดีๆ แล้ว จะพบกับความไม่สนใจใยดีใดๆ เป็นสายตาที่เย็นชา ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น ราวกับมองสิ่งของ

“ครับ เชิญพูดได้เลย”

“ท่าทาง คุณจะยังไม่เข้าใจที่ฉันพูด”

หญิงสาวกัดริมฝีปากเบาๆ แล้วถอนหายใจแรง

“ผมเข้าใจดีครับ คุณบอกคุณกำลังจะมีลูก เพราะงั้นผมถึงได้แสดงความยินดีด้วยไงครับ”

“กะ ก็ใช่ค่ะ แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงนี้ ดะ เด็กที่อยู่ในท้องของ ฉะ ฉัน…”

หญิงสาวพูดตะกุกตะกักราวกับเขินอาย ในขณะที่จ้องจีฮวันพลางส่งสัญญาณบอกใบ้

จีฮวันประสานมือกันบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ยืดหลังตรงสบสายตากับเธอ

“คุณอยากจะบอกว่าเด็กในท้องเป็นลูกผมงั้นรึครับ”

ปากของหญิงสาวอ้าค้างเล็กน้อยกับคำถามของจีฮวัน เขาคิดว่าไม่เกี่ยวกับตัวเองจริงด้วย หญิงสาวที่เคยมีสีหน้าอึ้งตกใจ จ้องมองเขาด้วยใบหน้าเหลือเชื่อ

“พะ พูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง”

ใบหน้าที่ขาวเกลี้ยงเกลาไร้จุดด่างดำของหญิงสาวแดงวาบ

“จะดูถูกกันเกินไปแล้ว คุณเห็นฉันเป็นอะไร ฉันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นนะคะ ฉันจะทำเป็นไม่ได้ยินที่คุณพูดเมื่อกี้ พูดจาไร้มารยาทแบบนั้นออกมาได้ยังไง…”

ใบหน้าของหญิงสาวขาวซีด ประหนึ่งได้ยินข่าวจุดจบของโลก จีฮวันมองหญิงสาวที่ส่งเสียงฮึดฮัดราวกับได้รับความสะเทือนใจหนักหนา

เล่นละครได้ยอดเยี่ยม แสดงเก่งขนาดนี้ รูปร่างหน้าตาก็ดี ทำไมไม่ไปเป็นดารา จีฮวันนึกสงสัย

“ถ้าทำให้รู้สึกว่าผมดูถูกคุณ ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“ขอโทษตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะค่ะ คุณไม่ควรพูดมันตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่ฉัน แต่กับเด็กก็ด้วย…”

หญิงสาวกุมท้องเบาๆ ราวกับต้องการปกป้องลูกจากคำดูถูก และส่งสายตาไปยังจีฮวันอีกครั้ง

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ จะให้ผมทำยังไง มีทางเลือกอะไรให้ผมบ้าง ไม่สิ ผิดขั้นตอน คุณคิดจะตัดสินใจยังไง”

คลอดหรือไม่คลอด ก็มีอยู่แค่สองอย่าง สำหรับคนท้องจะมีตัวเลือกอะไร

“ฉัน…”

หญิงสาวสูดหายใจลึก

“ฉันนับถือศาสนาคริสต์ที่เคร่งในความเชื่อเรื่องการกำเนิด เลยไม่คิดที่จะทำร้ายชีวิตอันทีค่าที่พระเจ้าให้มาเป็นอันขาด และฉันก็ปฏิญาณว่าจะรักษาความบริสุทธิ์…และคุณจีฮวันก็เป็นคนแรก”

ใบหน้าของหญิงสาวแดงขึ้น เหมือนจีฮวันเป็นคนแรกจริงๆ

“เพราะฉะนั้นเลยตัดสินใจจะคลอดเด็กงั้นสินะครับ”

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ

“ศาสนาคริสต์สนับสนุนการแต่งงาน แต่คุณไม่คิดจะคลอดเด็กเพียงลำพัง การแก้ปัญหาของคุณคือการลงเอยที่การแต่งงานเหรอครับ”

หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง แต่คราวนี้พยักหน้าเร็วและแรงขึ้นอีกนิด

จีฮวันรู้สึกเพลียทันทีที่ได้รู้จุดประสงค์ที่เธอซ่อนเอาไว้

อุตส่าห์พยายามตั้งนาน ทำอย่างไรก็ได้เพื่อเค้นคำว่า ‘แต่งงาน’ ให้ออกมาจากปากของจีฮวัน ต้องชื่นชมในความอดทน

“อย่างนั้นเหรอครับ เมื่อมีเด็กเกิดมา ก็สามารถแต่งงานได้ ผมกับคุณซูจองต่างก็มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ทั้งรสนิยม การพูดคุยก็เข้ากันได้ดี การแต่งงานในวัยผู้ใหญ่ที่เพียบพร้อมด้วยความรับผิดชอบนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ครับ”

รอยยิ้มโล่งอกฉายบนใบหน้าของหญิงสาว

“แต่ดูเหมือนจะมีการเข้าใจผิดกันนิดหน่อย”

หญิงสาวชะงักกับประโยคถัดมาของจีฮวัน

“อะไรนะคะ”

“ชายหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีสุขภาพแข็งแรง ถ้ามีเพศสัมพันธ์กัน ก็อาจให้กำเนิดบุตรได้ใช่ไหมครับ แต่นั่นเป็นกรณีที่ไม่มีการคุมกำเนิด แต่วันนั้นผมคิดว่าตัวเองได้ป้องกันเป็นอย่างดี”

แน่นอน ไม่ว่าในกรณีไหน เขาไม่มีทางไม่ใส่ถุงยางเด็ดขาด ดังนั้นแม้แต่น้ำหล่อลื่นสักหยดของเขาก็ไม่มีทางเล็ดลอดไปได้

“มะ มันก็ใช่ แต่ถึงจะป้องกันยังไง มันก็คุมไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะคะ… ลองหาดูก็มีเคสแบบนี้หลายเคส”

จีฮวันแสยะยิ้ม

“นั่นสินะครับ กรณีที่ถุงยางฉีกขาดก็มี”

เห็นเขาพยักหนาเห็นด้วยก็วางใจ หญิงสาวยิ้มอีกครั้ง แต่นั่นเป็นการคิดไปเอง เพราะจีฮวันลบรอยยิ้มออกจากใบหน้าแทบจะทันที

“แต่จะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับพวกเรา ถึงแม้ผมจะใช้ถุงยางที่ขาดหมด ก็ไม่มีทางทำใครท้องได้”

“คะ?”

ใบหน้าของหญิงสาวที่บอกว่าท้องฉายแววผิดหวัง

“คุณแน่ใจขนาดนั้นได้ยังไงคะ สุดท้ายตั้งใจจะปัดความรับผิดชอบงั้นเหรอ คุณจีฮวันเป็นคนขี้ขลาดขนาดนั้นเลยเหรอคะ น่าผิดหวังจริง”

จีฮวันหยิบซองสีขาวจากกระเป๋าในเสื้อแจ็คเก็ตออกมาวางลงบนโต๊ะ เขาเฝ้ามองสายตาที่พิจารณาไปยังซองจดหมายของเธอ

“ลองเปิดดูสิครับ”

หญิงสาวคิ้วย่นราวกับเห็นแมลงน่าเกลียดน่ากลัว

“นี่อะไรคะ ถ้าเป็นเงินล่ะก็ ไม่จำเป็น ฉันไม่ใช่ผู้หญิง…”

“ไม่ใช่เงินหรอกครับ อย่าห่วง ลองเปิดดู”

หญิงสาวหยิบซองมาเปิดด้วยความสงสัย เมื่อคลี่กระดาษที่พับอยู่ออกดู ดวงตาของเธอก็เบิกโตด้วยความตกใจ

“นะ นี่มันอะไรกันคะ”

“ก็ตามที่เห็นนั่นแหละครับ”

เธอจ้องมองจีฮวันสลับกับกระดาษด้วยดวงตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

“นะ นี่”

หญิงสาวพูดไม่ออก จีฮวันเลยช่วยต่อให้

“ใช่ครับ เอกสารการทำหมัน เห็นชื่อที่เขียนอยู่ใช่ไหมครับ รยูจีฮวัน ใช่แล้วครับ นั่นผมเอง ผมเป็นผู้ชายที่ทำหมันแล้วครับ”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 2

บทที่ 2 ไม่เคยเห็นชายโสดทำหมันหรือไง

หญิงสาวกัดริมฝีปากหน้าซีดเผือด ไม่อาจละสายตาจากเอกสารการทำหมันได้เลย

“เคยได้ยินเรื่องการทำหมันใช่ไหมครับ แต่ดูเหมือนคุณจะยังไม่รู้ชัดเจนเท่าไหร่ ผมจะอธิบายแบบรวบรัดให้ฟังนะครับ จากในสารานุกรม ก็คือการผ่าตัดท่อน้ำเชื้อของผู้ชาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคุมกำเนิดและป้องกันการติดโรค ถ้าให้อธิบายวิธีผ่าตัดสั้นๆ ก็คือ หลังจากฉีดยาชาที่ถุงอัณฑะ ก็จะทำการกรีดเล็กๆ เหนือท่อน้ำเชื้อ หนีบท่อทางเดินของเชื้ออสุจิทั้งสองด้วยคีมแล้วทำการตัด และจี้บิดปลายท่อทั้งสองข้างที่ตัดออกด้วยไฟ ควบคุมขนาดนี้ ความผิดพลาดที่น้ำอสุจิจะไหลออกมานั้นแทบจะไม่มีเลยนะครับ”

เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ประหนึ่งเจ้าตัวเป็นศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะที่อธิบายวิธีผ่าตัดทำหมันแก่คนไข้ที่กำลังจะทำหมัน ระหว่างนั้นก็ทำท่าฉีดยาและใช้กรรไกรตัดไปด้วย ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตกใจ

“รู้ใช่ไหมครับว่าผลลัพธ์ของการทำหมันคืออะไร นั่นก็คือ ‘การคุมกำเนิด’ ถึงเป้าหมายสุดท้ายของการผ่าตัดทำหมันจะเป็นการคุมกำเนิด แต่ที่เข้าใจผิดกันมากที่สุดคือคิดว่าทำหมันแล้วจะไม่ท้องทันที นั่นไม่ใช่ หลังจากผ่าตัดแล้วจะยังมีน้ำอสุจิเหลือค้างอยู่ และจะยังไหลออกมาเวลามีเพศสัมพันธ์หลังผ่าตัด ยังต้องใช้วิธีคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยต่อไปอีกสิบถึงยี่สิบครั้ง ไม่งั้นอาจเกิดการทะเลาะกันใหญ่โต ว่าผู้ชายป้องกันเรียบร้อยแต่ทำไมผู้หญิงยังท้อง แล้วจะกลายมาเป็นหวาดระแวงในตัวผู้หญิงอีกใช่ไหมล่ะครับ แม้การผ่าตัดจะสำเร็จด้วยดี เวลาผ่านไป อายุมากขึ้น ส่วนต่างๆ ที่ผ่าตัดอาจมีการเสื่อมเล็กๆ น้อย ทำให้อสุจิออกมาใหม่ ถ้าผ่าตัดเกินสิบปีไปแล้ว อยู่ๆ อาจมีลูกหลงโผล่มาก็เป็นได้ คุณก็อาจจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้ จริงๆ ถึงจะบอกว่าทำหมันแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำคนอื่นท้องไม่ได้ แต่สำหรับกรณีของผม ไม่ต้องเป็นห่วงเลย ผมเพิ่งผ่าตัดเหมือนกับวิธีที่บอกไปเมื่อสี่ปีก่อน และไปรับการตรวจเป็นประจำทุกหกเดือน ร่างกายผมเป็นหมันแน่นอน และการใช้ถุงยางก็เป็นการป้องกันสองเท่า”

หญิงสาวจ้องมองจีฮวันที่อธิบายการทำหมัน มีกระทั่งยกตัวอย่างประกอบด้วยน้ำเสียงชัดเจนราวกับกำลังพรีเซนต์งานในห้องประชุมด้วยใบหน้าตกตะลึง

“เป็นไงครับ พอเข้าใจแล้วใช่ไหม ถ้างั้นก็ขอนั่นคือด้วยครับ”

หญิงสาวอึ้ง โยนเอกสารเหมือนกับสะบัดแมลงที่ติดมืออยู่ทิ้ง จีฮวันพับเอกสารเก็บใส่ซองอีกครั้ง

“มีอะไรสงสัยอีกไหมครับ”

ถึงจะถามตามมารยาท แต่สิ่งที่จีฮวันหวัง คือให้หญิงสาวลุกออกไปเงียบๆ ก่อนที่จะได้อับอายมากไปกว่านี้

แต่ดูท่าเธอจะไม่คิดแบบนั้น หญิงสาวที่จ้องมองใบหน้าของจีฮวันอย่างอึ้งๆ อ้าปากอย่างยากลำบาก

“ทะ ทำไม ในเมื่อคุณก็ยังไม่ได้แต่งงาน แต่กลับไปทำหมันแบบนั้น…”

“จุดประสงค์ของการไปทำหมันเพื่ออะไรล่ะครับ แน่นอนว่าเพื่อไม่ต้องการมีลูกใช่ไหม จำที่ผมบอกตั้งแต่ตอนพบกันครั้งแรกได้รึเปล่าครับ ว่าผมไม่คิดจะแต่งงาน และไม่ต้องการเด็ก ดังนั้นนี่ก็เป็นวิธีป้องกันที่แน่นอนเพื่อหยุดโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ไงครับ”

“เฮ้อ…”

ท่ามกลางเสียงถอนใจสั้นๆ ของหญิงสาว บ่งบอกถึงความอึ้ง ไม่อยากจะเชื่อ ตกใจ ผสมปนเปกัน

“ดังนั้นผมเลยอยากบอกว่า เด็กที่คุณซูจองว่าอยู่ในท้อง อัตราความเป็นไปได้ที่จะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผม มีความเป็นไปได้ต่ำเป็นอย่างยิ่ง”

ริมฝีปากของหญิงสาวสั่นระริก

“แล้วทำไมถึงเอามันมา หรือคุณรู้ว่าฉันจะคุยเรื่องท้อง เลยเตรียมเอกสารนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว”

“ผมทำงานที่ต้องพบเจอผู้คนมากมาย อยากบอกว่าความรู้สึกไวกว่าคนอื่นก็ได้ ตอนที่คุณโทรมาเสียงเครียดบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ไม่รู้ทำไมผมถึงได้ก็อยากเตรียมสิ่งนี้มาด้วยก็ไม่รู้นะครับ”

หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น

“ไม่อยากจะเชื่อ”

“อะไรครับ”

“ชายโสดที่ยังไม่แต่งงานเนี่ยนะจะทำหมัน ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน!”

“ก็มีนี่ไงครับ”

จีฮวันยักไหล่ หญิงสาวจ้องจีฮวันด้วยสีหน้าที่มองว่าแกมันผู้ชายเฮงซวยที่สุดในโลก ขนาดเช็คเอกสารด้วยสองตาแล้ว สีหน้ายังไม่เลิกกังขา

“ขนาดเมียคลอดลูกไปแล้วสองสามคน ขอร้องให้ทำเพราะกังวลใจ พวกผู้ชายส่วนใหญ่ยังไม่อยากทำจะเลย บอกว่ามันทำให้กำลังวังชาลดลง ชายโสดที่ไหนจะสมัครใจทำหมันเอง”

เสียงของหญิงสาวค่อยๆ สูงขึ้น ราวกับเป็นโซปราโนเอกการขับร้อง เพิ่มความสูงต่ำอีกหน่อยนี่ยังกะร้องเพลง

“หรือจะให้ผมติดต่อหมอที่ผ่าตัดให้ไหมล่ะครับ ต้องทำขนาดนั้นถึงจะเชื่อใช่ไหม”

เขาดูนาฬิกา

“ห้าโมงครึ่งแล้ว วันเสาร์ ตอนนี้โรงพยาบาลปิดแล้ว เอาไงดี วันจันทร์ไปโรงพยาบาลด้วยกันไหมครับ”

หญิงสาวกัดริมฝีปากสีหน้าฉุนเฉียวเกินทน ดวงตาที่เคยมีน้ำตาอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาในชั่วพริบตา

“พวกผู้ชายไม่ยอมใส่ถุงยางเพราะบอกว่าทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง เลือกที่จะปลอดปล่อยอารมณ์เต็มที่แทบทั้งนั้น แต่พอทำผู้หญิงท้องก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่มีความรับผิดชอบแม้แต่ขี้เล็บ แต่นี่ยอมทำแม้กระทั่งไปทำหมันก่อน ป้องกันไม่ให้ผู้หญิงท้อง ผู้ชายที่ทำเพื่อผู้หญิงแบบนี้มีที่ไหนในโลก!”

อืม เป็นแบบนี้เองสินะ จีฮวันขมวดคิ้วกับหน้าใสซื่อของหญิงสาวที่บัดนี้หายไปจนหมดแล้ว

หญิงสาวที่โกรธจนสติแตก ทิ้งคอนเซ็ปต์หญิงสาวครอบครัวดีมีฐานะและได้รับการอบรมอย่างดีไปในพริบตา

เสียงซุบซิบและสายตารอบตัวจ้องมองมาที่หญิงสาวที่พ่นคำด่าหยาบคายออกมาจากปากโดยไม่ได้ยั้งคิดเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จีฮวันก็โดนด้วยเช่นกัน

“ท่าทางคุณจะเข้าใจอะไรผิดไป ผมไม่ได้ทำเพื่อผู้หญิง ผมทำเพื่อตัวเอง ผู้ชายทั้งโลกอาจจะปล่อยอสุจิตัวเองไปทั่วโดยไม่อนาทรร้อนใจ แต่พวกที่อายุยังน้อย ยังไม่ได้แต่งงาน แต่เกลียดเด็กเหมือนผมก็มีเยอะ อย่ามั่นใจว่าความต้องการในการขยายพันธุ์เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ทั้งเจ็ดพันล้านคนเลยดีกว่าครับ”

หญิงสาวสบถออกมาด้วยใบหน้าฉุนเฉียว

“อวดดีนักนะ”

“ไม่ใส่ถุงยางเพราะหมดอารมณ์ แถมยังบังคับตัวเองไม่ให้ปล่อยในไม่ได้ คนที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้เป็นพ่อเด็กสินะครับ หรือไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร”

ใบหน้าของหญิงสาวไร้สีเลือด

“ไอ้พวกที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ยอมแต่งงาน แต่ไม่มีทางยอมจ่ายค่าทำแท้งให้สินะ”

ความคิดแวบขึ้นมา จีฮวันลูบคางขณะจ้องหญิงสาวด้วยแววตาสงสัย

“ก่อนเจอผม คุณรู้ว่าตัวเองท้องอยู่แล้ว ใชไหม”

หญิงสาวตกใจ ตอบตะกุกตะกัก

“พะ พูดอะไรน่ะ ฉะ ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”

“ตอนเจอกันครั้งแรก ผมก็เปิดเผยกับคุณว่าเป็นคนรักความโสด เชื่อคำพูดคุณที่เห็นดีด้วยและไม่คิดจะแต่งงาน เลยยอมคบคุณ เพราะไม่อยากให้มาบีบบังคับให้แต่งงาน แล้วเด็กก็โผล่มา ถ้าผมเป็นมนุษย์ที่จะเป็นจะตายกับความรับผิดชอบ หรือโง่เชื่อว่าเป็นลูกตัวเอง ก็คงจะตัดสินใจแต่งงาน ถึงแต่งไม่ได้ ดื้อดึงไปก็อาจจะไถเงินมากมายเป็นข้ออ้างค่าทำแท้ง จะแต่งงานหรือทำแท้ง ดูยังไงคุณก็มีแต่ได้ประโยชน์จริงไหม ดังนั้นถึงได้เลือกผมสินะ”

จีฮวันถามซ้ำๆ และจ้องมองราวกับสอบสวน ใบหน้าของหญิงสาวขาวจนเขียว ดูน่าสงสาร

“จะการแต่งงานหรือว่าเงิน คุณคิดว่าจะได้ตามต้องการง่ายๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ นี่ คุณชเวซูจอง ถ้าคิดจะหลอกผม คุณต้องใช้หัวมากกว่านี้หน่อยนะครับ แค่นี้คิดว่าจะสำเร็จหรือไง มีผมให้เข้าไปทำที่ร้านเสริมมาซะสวย แต่ไม่มีสมองบ้างเลยเหรอ”

หญิงสาวตัวสั่นหงึกๆ ลุกพรวดขึ้น

“คะ คนบ้าอะไรเนี่ย! ไอ้โรคจิต!”

หญิงสาวที่ลุกพรวดขึ้น สาดแก้วชาที่เย็นแล้วในมือไปที่เขาแล้วออกจากร้านไป โวะ! หนูพอถูกต้อนให้จนมุม ก็เลยหันมากัดแมว

ได้กลิ่นชาสมุนไพรที่เย็นลงแล้ว เขาแค่นหัวเราะตัวเปียกโชก ใครกันแน่ที่สมควรเป็นคนโกรธ คนผิดกลับเป็นฝ่ายโกรธเสียนี่ ไม่รู้โกรธเพราะขายหน้าที่โดนจับได้ง่ายๆ หรือตกใจที่รู้ความจริงว่าเขาทำหมันแล้วกันแน่

ผู้หญิงคนนั้นอาจลืมเสียสนิทว่าตัวเองเป็นฝ่ายโกหก แล้วมาหาว่าจีฮวันเป็นพวกโรคจิต เพราะแค่เขาเป็นหนุ่มโสดที่ไปทำหมัน ทำให้ตัวเองเป็นผู้เสียหาย เพราะจะได้ไม่ต้องขายหน้าและเสียศักดิ์ศรี

เขาเคยคบผู้หญิงมาประมาณห้าครั้ง และการคบครั้งที่ห้าก็ไปโรงแรม รูปร่างหน้าตาดี น้ำเสียงเธอสดใสถูกใจจีฮวัน อ่านหนังสือเยอะ ทำลายอคติที่ว่าพวกที่มีความสามารถทางศิลปะไม่มีสมอง สดใสและน่าประทับใจ เพราะรักชีวิตโสดทั้งคู่ เลยคิดว่าน่าจะคบกันได้ โดยไม่ต้องถูกบีบคั้นให้แต่งงาน ไม่นึกเลยว่าจะจบเละเทะแบบนี้

* * *

จีฮวันกลับมาบ้านด้วยจิตใจที่เหนื่อยล้าเกินบรรยาย เขายืนเหม่ออยู่หน้าลิฟต์ที่จอดรถชั้นใต้ดิน อยากร้องไห้ ลิฟต์ที่เคยเป็นปกติดันมาเสียและกำลังซ่อมอยู่

“อีกประมาณชั่วโมงกว่าถึงจะเสร็จครับ”

จากคำบอกเล่าของช่าง ทำเอาจีฮวันกล้ำกลืนอาการคลื่นไส้ที่พุ่งขึ้นมาอย่างยากเย็น ขารู้สึกหนักขึ้นมา การเดินจากที่จอดรถชั้นใต้ดินขึ้นไปถึงชั้นสิบสี่นั้นไกลมาก จะกินมื้อเย็นรอที่ค็อฟฟี่ช็อปก็ได้ แต่ตอนนี้เขาไม่คิดจะกินอะไร ใจอยากแต่จะรีบกลับห้องไปพักผ่อนเท่านั้น

อยากอาบน้ำอุ่นๆ ดื่มไวน์สักแก้ว นั่งกอดจีองบนเก้ากี้โยก ฟังเสียงจีองที่ส่งเสียงครืดคราดๆ อย่างอารมณ์ดี

สุดท้ายจีฮวันก็เริ่มเดินขึ้นบันได เขาเกลียดการที่เหงื่อไหลโดยไม่ได้อยู่ในชุดออกกำลังกายและรองเท้ากีฬา แต่มันไม่มีทางเลือก

วันนี้ทำไมบันไดถึงได้ยาวและชันขนาดนี้ จีฮวันที่หอบขณะไต่มาถึงชั้นสิบสี่ กดรหัสประตูเข้าบ้าน จังหวะที่กำลังจะเปิดประตู อยู่ๆ ก็มีใครบางคนมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาจากด้านหลัง

“เฮ้ย!”

จีฮวันตกใจ ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

จีฮวันตัวสั่นหันกลับไปมอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่

“ชะ ช่วยด้วยค่ะ ได้โปรด…”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่ 3 ใครมาอึในบ้านฉัน

มองไม่เห็นใบหน้าของหญิงสาว เพราะเธอก้มหน้าอยู่ ผมเปียกเหงื่อยุ่งเหยิงปกคลุมหน้าผาก ใบหน้าที่มองเห็นแวบๆ ระหว่างเส้นผมขณะผงกศีรษะขมวดมุ่น

หญิงสาวกุมท้องไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างขับแขนจีฮวันไว้ แรงและนิ้วที่จับแทบจะแทงทะลุเข้าไปในแขนเขา

เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้โดนโจรหรือขโมยจู่โจมจากด้านหลัง ความตกใจก็ลดลงอย่างรวดเร็ว และความงงงวยก็เข้ามาแทนที่

“ปะ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ได้โปรด ชะ ช่วยฉันด้วย อึก!”

หญิงสาวกัดริมฝีปากพลางส่ายหน้า ใบหน้าซีดขาวดูเจ็บปวดกับเสียงร้องทรมานทำเอาจีฮวันสติแตก หรือจะไส้ติ่งอักเสบ!

“ผมจะโทร 119 ให้นะครับ”

ขณะที่จีฮวันหยิบมือถือออกมา หญิงสาวก็ผลักเขาวิ่งพรวดพราดเข้าไปในห้อง เรื่องเกิดขึ้นในชั่วเสี้ยวพริบตา จีฮวันยังไม่ทันได้ยื่นมือออกไปห้ามเลยด้วยซ้ำ

“ฮะ เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน! นั่นห้องผม!”

จีฮวันที่อึ้งไปแป๊บได้สติรีบวิ่งตามเข้าไป แต่ก็ไม่เห็นหญิงสาวแล้ว มีเพียงรองเท้าของเธอข้างหนึ่งตกอยู่ที่พื้นหน้าประตู อีกข้างตรงทางเข้าห้องรับแขก

“นี่มันอะไรกัน เฮ้! คุณ! อยู่ไหนน่ะ! เข้ามาทำอะไรในห้องคนอื่น!”

จีฮวันร้องตะโกนขณะเดินเข้าไปในบ้าน แวบหนึ่งที่ผ่านทางเดินที่เชื่อมจากประตูไปยังห้องรับแขก ก็ได้ยินเสียง ‘โครก ตูมมม!’ ราวกับคำตอบดังมากระทบแก้วหู

จีฮวันชะงัก หันขวับไปมองสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ที่มาของเสียงที่ได้ยินกะหูนั่น มาจากห้องน้ำที่อยู่ด้านขวาของทางเดิน

เสียงราวฟ้าฟาดนั่น คิดแล้วก็คล้ายเสียงนั้น จีฮวันส่ายหน้าอย่างหวาดผวา

“คงไม่มั้ง”

ไม่น่าจะใช่ ไม่หรอก เขาทุบประตุห้องน้ำปังๆ

“นี่คุณ! อยู่ในนั้นใช่ไหม”

“ค่ะ…”

หญิงสาวตอบเสียงอ่อย

“เข้ามาทำอะไรในห้องคนอื่น! รีบออกมาเดี๋ยวนี้เลยครับ!”

“ขะ ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ แต่ฉันปวดท้อง ปวดมาก!”

และเสียงป้าดที่ได้ยินต่อมาก็แทนคำอธิบายได้เกินพอ

เฮือก! ปากของจีฮวันอ้าค้าง

“ขอโทษมากๆ เลยนะคะ ขอโทษด้วยจริงๆ ฮือ จริงๆ ฉันไม่ใช่คนแบบนี้ อ้า อื้อ!”

แล้วเสียงระเบิดก็ดังกลบเสียงร้องของหญิงสาวสนั่นบ้าน ปู้ด! ป้าด แพร่ด!

จีฮวันยืนตัวแข็งหน้าห้องน้ำ คิดอะไรไม่ออก ราวกับวงจรทุกอย่างหยุดชะงัก เบื้องหน้ามืดมิด ในหัวมีแต่ความว่างเปล่า

“เมี้ยว”

สิ่งที่ดึงสติของจีฮวันกลับมาคือเสียงร้องของจีอง จีฮวันถึงได้กะพริบตา เบื้องหน้าที่ดำมืดค่อยๆ กลับมาสว่างอีกครั้ง เห็นเจ้าก้อนต๊อกกระจุ๋มกระจิ๋มกับใบหน้าน่ารักที่เอียงคอมอง

และเสียงป้าด ตู้ม ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จีฮวันเกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมาทันที

อ้า นี่ไม่ใช่ความฝันหรือภาพหลอน แต่มันคือเรื่องจริง ตอนนี้มีผู้หญิงที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามานั่ง… อยู่ในห้องน้ำบ้านเขา พฤติกรรมที่แค่จินตนาการก็น่ากลัวเกินกว่าจะเติมคำนั้นใส่ลงไป

“แฟ่! เมี้ยว!”

สมกับเป็นแมวที่เฉลียวฉลาดและประสาทไว จีองกระวนกระวายส่งเสียงร้องพร้อมกับตะกุยประตูห้องน้ำ จีฮวันคว้าเอาจีองพุ่งตัวไปยังห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว และเปิดเสียงเครื่องเล่นเพลง

เสียงเครื่องเล่นเพลงถูกเปิดให้ดังกลบเสียง ‘ปู้ด’ ‘ป้าด’ ‘ปึ๊ด’ ‘แพร่ด’ ที่ชวนให้นึกไปถึงการกระทำ ‘นั้น’ จีองตกใจตาโต

“เมี้ยว!”

“ไม่เป็นไรนะจีอง ไม่เป็นไร ไม่มีอะไร ไม่เป็นไรนะ”

จีฮวันนั่งกอดจีองไว้บนเก้าอี้โยก ความจริงการโอบกอดและลูบขนเพื่อปลอบจีองที่ตื่นตระหนกก็เหมือนเป็นการปลอบตัวเองด้วย

“จีอง ตั้งแต่พ่อเกิดมา พ่อก็เพิ่งเข้าใจคำว่า เหมือนฟ้าผ่าในวันท้องฟ้าปลอดโปร่งเป็นครั้งแรกนี่แหละ พ่อเพิ่งรู้เลยนะเนี่ยว่าจิตใจของผู้เสียหายที่โดนกระชากกระเป๋าไปมันเป็นยังไง สถานการณ์แบบนี้มันอะไรกันแน่ หืม ถึงจะเจอกับตัวเอง แต่ก็ยังสับสนจนไม่รู้สึกว่านี่เป็นความจริง เป็นอย่างนี้เลยใช่ไหม”

จีองเลียแก้มของจีฮวันราวกับว่าเข้าใจจิตใจของเขา เมื่อได้สัมผัสขนอุ่นๆ และนุ่มนิ่มของจีอง หัวใจที่เคยเต้นรัวแทบบ้าของจีฮวันก็ค่อยๆ สงบลงทีละน้อย

แต่แล้วใจที่เคยสงบลงก็วกกลับมาคิดอีกครั้ง แล้วเขาจะต้องรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี จีฮวันเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีสติและเหตุผล เขาเชื่อว่าการกระทำทุกอย่างของมนุษย์สามารถอธิบายเหตุและผลได้

แต่คนที่วิ่งเข้ามาอึในบ้านคนอื่น ทำเอาความเข้าใจของจีฮวันหายวับไปชั่วขณะ อธิบายได้แค่คำเดียวว่ามันบ้ามาก

“ถ้าผู้หญิงคนนั้นอึ เอ๊ย ทำธุระเสร็จออกมาจะพูดว่ายังไงดี อืม? คุณมาทำให้คนอื่นตกใจแบบนี้ได้ยังไง ไม่สิ คุณมาอึในบ้านคนอื่นได้ไง มาทำธุระส่วนตัวแบบนี้ได้ด้วยเหรอ อืม? ไม่ประหลาดไปหน่อยเหรอ ขนาดจีอง แมวผมยังไม่ไปทำธุระส่วนตัวที่ไม่ใช่ห้องน้ำของตัวเองเลย!”

จีองที่ตาปรือกำลังเคลิ้ม อยู่ๆ ก็ลืมตาโพลง วิ่งออกจากห้องหนังสือไป แล้วก็ได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน จีฮวันวิ่งตามไป แต่ประตูก็ปิดลงไปในชั่วพริบตา

ทั้งตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ตอนที่ได้ยินเสียงระเบิดเหมือนฟ้าผ่า ทั้งตอนนี้ มันช่างน่าขำสิ้นดี

“เฮ้! หยุดนะ! ยัยคนไร้มารยาท! มาทำเรื่องแบบนี้ในบ้านคนอื่น ไม่มีขอโทษเลยหรือไง!”

จีฮวันไล่ตามออกมาด้วยความโมโห แต่ผู้หญิงคนนั้นก็หายตัวไปแล้ว

ใช้เวลาประมาณสามสิบนาที ลิฟต์ก็ซ่อมเสร็จ มันกำลังทำงาน จีฮวันที่แน่ใจว่าลิฟต์ลงไปแล้ววิ่งลงบันไดลงไปแทบตาย ไม่ทันได้คิดว่าวิ่งลงมาทำไม

ในหัวของจีฮวันคิดเพียงแต่ว่า ‘ต้องจับยัยอึนั่นให้ได้’

จีฮวันที่วิ่งรวดเดียวลงมาจากชั้นสิบสี่ เขาหันซ้ายหันขวากวาดตามองทั่วล็อบบี้ด้วยสายตากระหายเลือด แต่นึกไม่ออกว่าผู้หญิงที่มาอึแล้วหนีหน้าตาเป็นอย่างไร

นึกออกแต่หน้าผากที่มีเหงื่อเกาะกับผมเปียกเหงื่อ ตา จมูก ปากเป็นอย่างไร ผมสั้นหรือยาว ใส่เสื้อผ้าแบบไหน จำไม่ได้เลย

จีฮวันหันไปรอบๆ คอนโดจนถึงถนน เจอผู้หญิงเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งผู้หญิงที่เดินเข้ามา ผู้หญิงที่ลงจากแท็กซี่ ผู้หญิงที่จูงหมาผ่านไป ดูไม่รู้เลยว่าใครที่เข้ามาอึในบ้านคนอื่น

“โอ๊ย อะไรกันเนี่ย คนไหนกัน นึกไม่ออกเลยรึไง”

จีฮวันยืนอยู่ริมถนน พยายามนึกให้ออกด้วยสีหน้าจนปัญญา อาชีพของเขาเป็นอาชีพที่ต้องพบปะผู้คน ความสามารถในการจดจำของเขาดีเลิศ เวลาพบใครก็จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ

แม้แต่คนที่เคยเจอกันครั้งเดียว หลังจากสังเกตลักษณะหน้าตา (ใส่แว่นไหม. มีไฝหรือเปล่า, ผิมขาวหรือดำ), ทรงผม(ความยาว, สี, ดัดหรือย้อมสีไหม, ความหนา), ส่วนสูง, น้ำหนัก, เสื้อผ้า เป็นต้น อย่างละเอียด แล้วก็จะจัดเก็บลักษณะเฉพาะของแต่ละคนลงในสมุดบันทึกบุคคลเพื่อจะได้ไม่ลืม

‘ท่านประธานคิมตัดผมใหม่หรือครับ ดูเด็กลงไปสิบปีเลยนะครับ’

‘ผู้อำนวยการชเว ทำไมวันนี้ไม่ทาลิปสีชมพูที่ทามาคราวก่อนมาอีกล่ะครับ เหมาะกับผู้อำนวยการมากเลยนะครับ’

‘อาจารย์ปาร์ค เปลี่ยนแว่นใหม่ใช่ไหมครับ ยิ่งดูหล่อไปเลยนะครับ’

ถ้าจำได้ละเอียดแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายมีกำแพงเหล็กหนาแค่ไหนก็พังทลาย การชื่นชมและให้ความสนใจคนอื่น ไม่ว่าจะผู้หญิง ผู้ชาย คนหนุ่มสาว คนแก่ด้วยความจริงใจ มักเป็นวิธีที่อ่อนหวานน่ารักเสมอ

แต่กับผู้หญิงคนนั้น แม้แต่เสื้อผ้ารูปลักษณ์กลับจำไม่ได้สักอย่าง เหมือนโดนลบออกไปด้วยแสงเลเซอร์ เขาว่ากันว่า คนเราจะสูญเสียความทรงจำเมื่อได้รับความสะเทือนใจอย่างมาก จีฮวันก็คงจะเป็นเช่นนั้น

จะเที่ยวจับผู้หญิงตามถนนมาถามว่า ‘เมื่อกี้ไปอึที่บ้านผมมาหรือเปล่า’ ก็ไม่ได้ สุดท้ายจีฮวันก็จำต้องเดินกลับห้องอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ขณะกำลังจะเปิดประตู ก็เจอโพสต์อิทแปะเอาไว้

[ขอโทษจริงๆ นะคะ แล้วก็ขอบคุณด้วย ฉันกินอะไรผิดสำแดงมาจากข้างนอกเลยท้องเสีย แล้วลิฟต์ก็ดันมาเสีย T T ฉันกุมท้องขึ้นบันไดมา ทนจนทนไม่ไหว ฉันรอดมาได้เพราะคุณเลย T T จะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ ขอให้มีความสุขนะคะ]

ในกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นเล็ก ไม่ใช่แม้แต่กระดาษเขียนจดหมาย มีลายมือตัวเท่าเมล็ดงาเขียนเอาไว้ อ่านข้อความที่มีอีโมติคอนร้องไห้สลับเป็นช่วงๆ แล้ว จีฮวันก็ค่อยๆ สงบลง

จากที่เคยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ว่าจะจับผู้ร้ายมาลงโทษให้เข็ดหลาบให้ได้กลายเป็นความเข้าใจจนรู้สึกละอาย

ลองคิดกลับกัน มันก็สมควร ถ้าเราท้องเสียท้องไส้ปั่นป่วนบ้าง โอ๊ย! แล้วลิฟต์ก็ดันมาเจ๊ง บ้านก็อยู่ตั้งชั้นสิบสี่

ถ้าอั้นมาถึงชั้นสิบสาม ขนกล้ามเนื้อหูรูดทนอั้นอีกไม่ไหวแล้วงั้นเหรอ แล้วมาเจอคนชั้นนี้กำลังกดรหัสเข้าห้องอยู่พอดีแบบนี้น่ะเหรอ แม้จีฮวันจะให้ความสนใจกับหน้าตาและเกลียดการรบกวนคนอื่นแค่ไหน แต่เป็นเขาก็อาจวิ่งเข้าห้องที่อยู่ชั้นสิบสามเหมือนอย่างผู้หญิงคนเมื่อกี้ก็ได้ อย่างไรมันก็คงดีกว่าอึกระจายที่บันไดส่วนกลาง

ตัวเองเอาแต่โกรธ แต่คู่กรณีคงกลุ้มและอับอายแทบอยากตาย ความซวยที่ลิฟต์เสียกับกล้ามเนื้อหูรูดอั้นไว้ไม่ไหวกลายมาเป็นหายนะที่คาดไม่ถึงอย่างเหลือเชื่อ รู้สึกผิดนิดหน่อยที่มองผู้หญิงคนนั้นเป็นคนบ้า โดยไม่รู้ที่มาที่ไป

“ใช่แล้ว ชีวิตมันก็ต้องมีเรื่องแบบนี้แบบโน้นกันบ้างล่ะนะ”

จีฮวันเปิดประตูบ้านเข้าไปด้วยความภูมิใจในความใจกว้างของตัวเองที่รู้จักเอื้อเฟื้อแก่เพื่อนบ้านและคนอื่นๆ

“เมี้ยว?”

จีองนั่งรออยู่หน้าประตู สองเท้าเหมือนก้อนต๊อกสีขาวดูน่ารัก ตากลมโตมีชีวิตชีวาจ้องเขม็งมาเหมือนถามว่าไปไหนมาไม่บอก

“โทษทีนะ โทษที จีองตกใจมากเลยใช่ไหม อยู่ๆ พ่อก็วิ่งออกไปไม่บอกไม่กล่าวน่ะ”

จีฮวันอุ้มจีองขึ้นมากอด

“เมื่อกี้มีพี่สาวแปลกๆ เข้ามาในบ้านเราใช่ไหมล่ะ พอดีลิฟต์เสีย แล้วพี่คนนั้นเขามีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เขาปวดท้องแล้วก็ปวดอึมาก เลยมาขอเข้าที่บ้านเรา”

เล่าไปแล้วก็หัวเราะพลางยิ้มขำ

“เรื่องก็เป็นแบบนี้ พ่อไปล้างมือก่อน แล้วจะเอาขนมให้จีองนะ โอเค๊”

“เมี้ยว”

ตาของจีองเป็นประกายเมื่อได้ยินคำว่าขนม จีฮวันปล่อยจีองลง เปิดประตูห้องน้ำ โชคดีที่พัดลมระบายอากาศกำลังทำงาน ทำให้กลิ่นไม่รุนแรงนัก

“รู้จักเปิดพัดลมระบายอากาศไว้ให้ อย่างน้อยก็ยังถือว่าได้รับการอบรมมา”

ขณะที่จีฮวันก้าวเท้าเข้าไปเพื่อใส่สลิปเปอร์อย่างเคย ถุงเท้าด้านหน้าก็เปียกพร้อมกับเสียงดังแจะ

ข้างในมีตู้อาบน้ำแยกต่างหาก เพราะจีองชอบพื้นกระเบื้องเรียบลื่นเลยเข้าออกบ่อย จีฮวันเลยต้องคอยทำให้พื้นห้องน้ำแห้งสะอาดอยู่เสมอ เขาทำความสะอาดวันพุธและวันอาทิตย์สองครั้งต่ออาทิตย์ แทบไม่มีการที่พื้นห้องน้ำเปียกแบบนี้

แล้วความเปียกที่ไม่รู้ที่มานี้คืออะไร สภาพของน้ำสีเหลืองที่เหมือนโคลนหน้าฝนนี่ หรือว่า…

“ว้าก!”

จีฮวันที่รับรู้สภาพที่แท้จริงของน้ำสีขุ่นที่เปียกเท้าอยู่ก็ร้องออกมาดังลั่น ‘อึ’ สีเหลืองกำลังล้นทะลักออกมาจากชักโครกที่ปิดฝาเอาไว้อยู่เหมือนแม่น้ำแยงซีที่ไหลบ่า

นิยายแนะนำยอดฮิต