ตอน 1
สวีทรัก
บทที่ 1 แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง
“ก๊อก” เสียงเมล็ดหมากรุกดังชัด เมล็ดหมากรุกขาวดำที่วางลงบนโต๊ะ เห็นผลอย่างชัดเจน
“พี่แพ้แล้ว”
คนที่วางเม็ดหมากรุกดำสุดท้ายนี้มีมือที่สะอาดและยาว และมีเสียงที่ต่ำๆเหมือนแม่เหล็ก เขาภาคภูมิใจในตัวเองมาก ผู้ชายที่พูดถึงนี้ก็คือผู้นำของเมืองs ที่มีบริษัทสามบริษัท ธัชชัย ขณะนี้ร่างกายอันใหญ่โตของเขากำลังโค้งตัวอยู่ที่เก้าอี้ดอกไม้ลูกแพร์ ตาที่ดำอย่างกับหมึกหนาก็เดาไม่ออก ทั้งตัวกระจายไปด้วยลมปราณที่เย็นชา ถ้าไม่ใช่อยู่ตรงหน้าพี่ชายวรพล ลมปราณจะยิ่งกว่านี้ นี่เป็นห้องนอนที่เรียบง่ายแต่ เต็มไปกลิ่นยาฆ่าเชื้อ คนที่นั่งอยู่บนเตียงสีขาวคือวรพลพี่ชายของธัชชัย ถ้าไม่มีอุบัติเหตุครั้งนั้น ความหล่อเหลาของวรพลจะพอๆกันกับธัชชัย แต่ถ้าเทียบกับมือของธัชชัยที่แสนสะอาดและยาว มือของวรพลเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แถมยังมีลักษณ์อันแปลกประหลาด มือซ้ายถือว่าพิการแล้ว ไม่สามารถกำมือแน่ๆได้และยืดออกไปไม่ได้ มีแต่มือขวาที่ยังทำท่าที่ง่ายๆได้
ผ่านมือที่แข็งทื่อไป จะเห็นหน้าที่โดนเผาจนเปลี่ยนโฉมหน้าไป ก่อนหน้านี้ใบหน้าที่หล่อเหลาโดนไฟไหม้จนไม่เหลืออะไรเลย
ประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่าง ก็ค่อยๆบิดเบือน ลายพร้อยสลับกันทำให้ผู้คนไม่กล้าดูรอยแผลเป็นของเขา
แต่ในสายตาธัชชัย จะไม่มีคนไหนที่หล่อเหลาเท่าวรพล และเมตตากรุณาเท่าวรพลแล้ว
วรพลมองธัชชัยแล้วรู้สึกว่าธัชชัยยังเป็นเด็กที่ดิ้นรนเพื่อชัยชนะ ใบหน้าที่บิดเบือนของวรพลก็ค่อยๆยิ้มออกมา “ชัย ฝีมือการเล่นหมากรุกยิ่งอยู่ยิ่งล้ำเลิศเลยนะ” ไฟไหม้ครั้งนั้นทำให้เส้นเสียงของวรพลโดนทำลายอย่างรุนแรง ทำให้การพูดของเขาไม่ชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน แต่ธัชชัยรู้อยู่ว่าวรพลจะพูดอะไร”ธัชชัยฮึดเบาๆแล้วบอกว่า อย่างนี้ พี่ถึงต้องกินยาดีๆ แล้วก็สัญญากับฉันว่าจะไปรักษที่อเมริกา คิดได้แล้วหรอ? ธัชชัยดีดนิ้ว แล้วพ่อบ้านภูษิตที่อยู่ข้างนอกก็เอายาเข้ามา “ท่านชัย ยาครับ”
พ่อบ้านภูษิตเอายาให้อย่างเคารพ แล้วค่อยๆถอยออกไป
ทันใดที่วรพลเห็นยา สีสันในแววตาของเขาเริ่มมืดๆสลัวๆลงไป ธัชชัย มันไร้ประโยชน์แล้ว ยังไงกินยาเยอะขนาดไหน ร่างกายที่พิการอย่างฉัน ถ้าฉันได้เห็นนายแต่งงานมีครอบครัวของตนเองฉันก็พอใจแล้ว “เพราะอย่างนี้ไง ฉันถึงให้พี่ไปรักษาตัวที่อเมริกา ทำไมถึงไม่ยอม?” เสียงของธัชชัยรีบดังขึ้นมา ยิ่งเต็มไปด้วยความดุร้ายและจนปัญญา
ธัชชัยไม่รู้จะโน้มน้าวใจพี่ชายคนนี้อย่างไร แม้ว่าในใจของเขารู้อยู่แล้วว่า บาดแผลของพี่จะไม่มีวันหายได้
ฝันร้ายของธัชชัยนี้ อยู่มาได้สามเดือน
เปลวไฟที่แลบแปลบปลาบ ยังมีเสียงกระจกแตก
สามคนที่ยังเหลือ ถูกผลิตภัณฑ์ไม้ พลาสติก สายเคเบิล และกลิ่นไหม้ที่ถูกเผาทำให้พวกเขาหายใจไม่ออก
ถ้าอยากหนีออกจากที่นี้ ก็ต้องอยู่ไว้คนหนึ่งเพื่อเปิดประตูหนีภัย
พวกนายรีบหนีออกไป ถ้ายังช้ากันอยู่ พวกเราตายกันทั้งหมดแน่ ได้ยินไหม
“ญตว์ผลักธัชชัยออกไป”
ธัชชัยนายจำไว้ ชีวิตของนาย เปรียบเสมือนชีวิตของพี่
เมื่อสามเดือนที่แล้ว เหตุการณ์ที่ร่วมทุกข์สุขด้วยกัน เหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ธัชชัยก็ได้เป็นผู้นำของเมืองSแล้วและได้ควบคุมครึ่งเศรษฐกิจของเมืองS ถือแม้ว่าธัชชัยจะมีเงินทองมากมาย แต่ก็แลกสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและความหล่อเหลาของพี่วรพลกลับคืนมาไม่ได้ เขาค่อยๆหลับตา คิดที่จะยับยั้งความแค้นลง ไม่อยากให้พี่วรพลเป็นห่วง งั้นให้ฉันแบกความฝันอันร้ายๆนี้เองเถอะ
วรพลรับยาไปอย่างเงียบๆ แล้วใช้น้ำอุ่นกลืนเข้าไปที่เดี๋ยว เวลาผ่านไปสักพักแล้วพูดว่า “ตอนนี้บริษัทเราก็พัฒนาไปอย่างดี ก็ถือว่ามีการงาน ถ้าได้เห็นนายแต่งงานอีก ฉันสัญญากับนายว่าจะไปรักษาตัวที่อเมริกา” ธัชชัยหน้าขรึมขึ้นมา ทั้งตัวเหมือนมีปลายมีดที่คมๆแทงอยู่แล้วพูดไปว่า “นี่พี่ กำลังบังคับผมหรอครับ?” ในระหว่างที่วรชัยจะนอนลงไป เขาก็ไอเบาๆอย่างหลายครั้ง ฟังแล้วรู้สึกทรมานมาก กลางคิ้วของธัชชัยก็เคลื่อนไหวขึ้นมา อยากเข้าไปช่วย แต่สุดท้ายก็กดค้างไว้ ฉันจะไม่ยอมแพ้ ปล่อยให้พี่วรพลทำร้ายร่างกายตัวเองอย่างนี้ไป
วรพลหายใจเข้าลึก แล้วตอบธัชชัยไปว่า “แล้วแต่นายจะคิดยังไง เงื่อนไขนี้นายก็เลือกเอง จะยอมไม่ยอม ก็เรื่องของนาย”วรพลแค่ไม่อย่าให้น้องชายตนเอง ต้องตกอยู่แต่ในความแค้น เรื่องนั้นยังทำให้เขาจดจำอยู่ในใจเสมอ ถ้าไม่ใช่คนนั้น บ้านก็จะไม่กลายเป็นแบบนี้ พวกเราคงไม่กลายเป็นแบบนี้
ถ้าธัชชัยมีครอบครัวแล้ว ก่อนที่เขาทำจะอะไรก็คงจะได้คิดอย่างรอบคอบขึ้น แววตาของธัชชัยมองไปที่กรรไกรล่างที่อันซีดของวรพล มือทั้งสองข้างค่อยๆกำเป็นหมัด“ ได้ ฉันสัญญา ฉันจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่พี่ต้องไปรักษา ห้ามผิดสัญญา” วรพลพูดว่า “ฉันจะไม่ผิดสัญญาแน่”
“แต่ว่า ฉันยังมีเงื่อนไขของหนึ่ง” ปากของธัชชัยก็ค่อยๆ “ไม่ใช่ใช้นามของฉันหาคู่ แต่ต้องใช้นามของพี่หาคู่ วรพล ชื่อของพี่”
วรพลรู้สึกว่าตนเองเหมือนถูกแกล้ง คนเขาก็รู้กันอยู่ว่า เขาเป็นคนอย่างไร เงื่อนไขที่นายพูดมันไม่ยุติธรรม อีกอย่าง ฉันสัญญากับกนิษฐาแล้วว่า จะมีแค่เขาคนเดียว “พี่อยากให้ผมแต่งงานเพราะอยากให้ผมมีความสุข แต่ถ้าผู้หญิงที่หวังผลประโยชน์อย่างนี้ ผมอยู่กับเธอแล้วก็ไม่มีความสุข นี่แค่เป็นการทดสอบ ”ธัชชัยลุกขึ้น ส่งรอยยิ้มที่ไม่รู้อะไรให้วรพล วรพลลองคิดดูแล้ว รู้สึกว่าเหตุผลที่ไม่ถูกต้องนี่ ทำให้เขาไม่รู้จะพูดอะไร “ได้ ใช้นามของฉันหาคู่ แต่ถ้ามีผู้หญิงยินยอม นายก็จบทะเบียนสมรสกับเธอเลย”
ธัชชัยรู้ว่าพี่ชายของตัวเองนั้นเฉลียวฉลาด จะไม่ยอมเสียเปรียดเด็ดขาด ช่างเหอะ ขอแค่พี่ยอมไปรักษาตัว จะทำอะไรก็ได้
สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงก็ไม่มีอะไรมาก เลยพยักหน้า แสดงว่ายินยอม
พี่ชายของประธานกรรมการบริษัทบีเค-เทโรหาคู่ ข่าวนี้ถ้าไม่มีพี่ชายสองตัวนี้ ผู้หญิงของเมืองS คงอยากวิ่งเข้าไปหากันจนใจจะขาด เสียดายคนที่หาคู่คือวรพล คุณหนูทั้งหลายหลบหนีกันทั้งนั่น และให้พ่อของตัวเองให้ทุกวิถีทางปฏิเสธ
แต่ถ้าวงศ์ตระกูลศรีทองจะจบสมรสด้วย ก็คงจะเลือกวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด
เมื่อก่อนคุณท่านเคยมีบุญคุณต่อวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด หัวหน้าครอบครัวปยุตเคยสัญญาไว้ว่า ลูกสาวทั้งสามคนของวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดต้องให้คุณชายของวงศ์ศรีทองเลืออด วันนี้ก็คือวันที่ทำตามสัญญาแล้ว วงศ์ตระกูลเดิมขุนทดมีคุณหนูอยู่สามคน พยิดา ภาวินี รสริน วรพลได้เห็นรูปถ่ายของทั้งสามแล้ว ไม่มีความรู้สึกอะไรเลย แต่เห็นรูปของหลานสาวของปยุต วัจสา ผู้หญิงคนนี้ดูแล้วใสสะอาด แววใจสดใส เลยให้พ่อบ้านภูษิตไปวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดไปรับคน แต่จะรับคนไหน ก็ไม่แน่ล่ะ แล้วแต่พรหมลิขิต วงศ์ตระกูลศรีทองรออยู่ที่หน้าบ้านวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด วงศ์ตระกูลเดิมขุนทดทะเลาะกันในห้องอ่านหนังสืออย่างไม่รู้หยุด
ผู้หญิงทั้งสามคนท่าที่ใจเด็ดมา และจะไม่ยอมแต่งงานกับคนพิการอย่างนี้ ลูกสาวคนโตพยิดาพูดเป็นคนแรก “พ่อค่ะ หนูบอกก่อนนะค่ะ ตอนนี้หนูมีแฟนแล้วและหนูก็มีลูกกับเขาแล้ว ถ้าให้หนูแต่งงานกับท่านชายใหญ่ หนูไม่รับรองว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้จะเกิดอะไรขึ้น”
ลูกสาวคนที่สองภาวินีรีบพูดไปว่า “พ่อคะ ถ้าพ่อบังคับหนูแต่งงาน ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้ ตอนนี้พ่อก็ข้ามศพหนูออกไปได้เลย” รสรินขี้เกียจพูดเยอะ เขาอายุเล็กที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องพวกนี้ “ฉันยังไม่บรรลุนิติภาวะ ฉันไม่แต่ง”
“พวกนายจะต่อต้านใช่ไหม? ฉันปยุตเลี้ยงพวกนายมาอย่างลำบาก ทั้งสองคนจะอกตัญญูเหรอ? วงศ์ตระกูลศรีทองมีบุญคุณต่อวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด ถ้าไม่ใช่นายท่านของวงศ์ตระกูลศรีทองช่วยเหลือฉันไว้ พวกเธอจะยืนอยู่ตรงนี้ได้ไหม ตอนนั้นที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ ก็ถึงเวลาคืนแล้ว หรือว่าพวกเธอจะฉันผิดคำมั่นสัญญา”ปยุตโมโหมาก สุดท้ายก็โยนชุดชงชาอันแพงทั้งสิ้นทิ้งลงไปในพื้น
คุณหนูทั้งสามได้ยินเสียง เปรี๊ยะ ก็ตกใจ ไม่กล้าพูดอะไรทั้งสิ้น
มีคนเดินผ่านแก้วไปอย่างระมัดระวัง เอาหนังสือพิมพ์มาตรงหน้าปยุต เสียงผ๊ะ “ปยุตเธออย่าเพิ่งโมโห ดูสภาพของวรพลก่อนแล้วค่อยด่าลูก มันโดนเผาจนสภาพแบบนี้ ถ้าเป็นฉัน คงนอนหลับฝันร้ายแน่
หญิงที่เข้ามาในตอนนี้ก็คือภรรยาของปยุต วราลี เมื่อผู้หญิงทั้งสามคนได้เห็นรูปในหนังสือพิมพ์ ต่างร้องลั่นกัน ทั้งหน้าเต็มไปด้วยระทึมขวัญ แล้วอยู่ห่างๆจากโต๊ะ นี่มันอะไร
ปยุตยับคิ้ว เสียงลั่นของทั้งสามทำให้หูของเขาแสบมาก แต่เขาดูหนังสือพิมพ์แล้วก็อึง วรพลโดนเผาจนสภาพแบบนี้?เฮ้ ยั่วยุคนที่ไม่ควรยั่วยุจริงๆ
ทยิดาเห็นพ่อตัวเองเหมือนจะยินยอมแล้ว รีบทนความรังเกียจขึ้นไปแล้วพูดว่า“พ่อค่ะ วรพลถูกเผาจนใช้ชีวิตเองไม่ได้ สภาพอย่างนี้เหมือนไม่ใช่คนยังมาบังคับพ่อให้ทำตามสัญญา เขาคงเจตนาที่อยากให้พ่ออยู่ไม่ได้และให้พวกหนูก็อยู่ไม่ได้ วราลีฮัมอย่างเบาๆ “ก็ใช่ล่ะสิ ปยุต สภาพของวรพลตอนนี้ แค่อยากหาแม่บ้านคนหนึ่งที่ยอมเหนื่อยย่อมทุกข์ “ ไม่ไม่ไม่ ส่วนมากคนแบบนี้จะน่ากลัวมาก วราลีพูดอย่างเสียงเบาๆ เขาอยู่ไม่ได้ ก็ไม่อย่าให้คอื่นนอยู่ได้ ใจของเขาบิดเบือนไปแล้ว”วราลีอย่างเบาๆ ในห้องทำงานนี้เต็มไปด้วยความเงียบ ความเงียบนี้สุดท้ายก็โดนเสียงผลักประตูทำลาย“คุณอาค่ะ วงศ์ตระกูลศรีทองรออยู่ที่ข้างล่างนานแล้ว คุณอาจะลงไปไหมค่ะ?” วัจสาเดินเข้ามาอย่างไม่รู้เรื่องอะไร และไม่รู้พวกเขาปรึกษาอะไรกัน
เมื่อวราลีเห็นวัจสาในแววตาของเขาเต็มไปด้วยแสงสว่าง เขาบิดเอวเดินมา แล้วจูงมือวัจสา ยิ้มแล้วพูดว่า“ปยุต วัจสาก็ถือว่าเป็นลูกสาวคนหนึ่งของวงศ์ตระกูลศรีทอง ถ้าแต่งไปก็จะได้สบาย ไม่เหมือนที่อยู่ตรงนี้ต้องลำบาก เธอว่าใช่ไหม? วัจสาท้อใจ แล้วค่อยๆเอามือออกจากวราลี และโต้ไปว่า“ฉันยอมเอาโอกาสดีๆนี้ให้พวกพี่ๆ
ยังไงพยิดาก็ไม่ถูกชะตากับวัจสา เธอ รู้สึกว่าเขาทั้งกินทั้งนอนบ้านของเธอ ตอนนี้ให้เขาตอบแทนบุญคุณก็ไม่ยอมหรอก หมายความว่ายังไง?
“วัจสาเธออย่าเกินไปนะ หลายปีที่ผ่านมานี้ เธออยู่บ้านพวกฉัน พวกฉันไม่เคยไม่ยุติธรรมต่อเธอเลย?” วราลีก็โกรธมาก
แต่วัจสามองก็ไม่มองวราลี เขาแค่อยากรู้ว่า ท่าทีของอาเป็นยังไร ตอนนี้แม่มีชีวิตอยู่อากับแม่ก็ดีกันมาก เขาคงผลักฉันไปที่ขุมนนรกไม่ลง
ฉันไม่เชื่อจริงๆ ว่าในโลกนี้ ผลประโยชน์จะสำคัญได้ขนาดนี้
ตอน 2
บทที่ 2 ผู้ชายคนนี้น่าตบจริงๆ
ขณะนั้น ปยุตที่มีรูปร่างอ้วนท้วนเดินมาถึงตรงหน้าวัจสา ใบหน้าเต็มไปด้วยจำใจ ในสายใจของวัจสารู้สึกว่าน่าเกลียดมาก ลูกสาวของเขาคือสิ่งของมีค่า ทำไมเขาถึงต้องเหมือนสินค้าที่โดนพวกเขาโยนไปโยนมา?
“ วัจสา ช่วยอาด้วย เธอจมใจเห็นวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดล้มละลายหรอ ลูกสาวของอาทั้งสามคนนี้ไม่ได้เรื่อง มีแค่เธอ ใจกว้าง เหมาะสมที่จะแต่งไป เธอวางใจ อาจะยุติธรรมต่อเธอแน่”
“คนอยู่ชายคายังไงก็ต้องก้มหัว” ความหมายนี้ วัจสาได้เข้าใจเร็วเกินไปแล้ว
“ ได้ค่ะอา ฉันยอมแต่งงานกับเขา ขอบคุณที่เลี้ยงฉันมายี่สิบ “บุญคุณที่เลี้ยงเธอมา
ยังไงก็ต้องคืน ถึงแม้ใจของวัจสาจะชาไปแล้วก็ตาม แต่ว่าเบ้าตาของเขาก็แดงขึ้น เขาหันหน้าแล้วเตรียมตัวจะออกไป คนของวงศ์ตระกูลศรีทองก็รอนานแล้ว
ปยุตเห็นเบ้าตาของวัจสาเริ่มแดงขึ้น ใจของเขาก็ไม่ดีเหมือนกัน ยังงั้นก็เป็นลูกสาวของน้องสาว ตอนนี้เขาจะต้องส่งเธอไปในขุมนนรกด้วยมือตัวเอง เขายื่นมือออกไปเพื่อที่จะหยุดวัจสาไว้ แต่โดนวราลีตัดหน้าไว้
“ วัจสา ฉันว่าวรพลก็ดีนะ ตอนยังไม่เกิดอุบัติเหตุ เธอยังเคยเห็นรูปเขาเลย รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลา พรสวรรค์ก็ดี ถือว่าเป็นบุพเพสันนิที่ดี” วัจสามองก็ไม่มองวราลี คำพูดของวราลีนี้เหมือนฝังเข็มไว้ในข้างใน ก็หมายความว่าวัจสาเหมาะแค่แต่งงานกับคนพิการ
วัจสาไม่สนใจวราลี แต่เขายิ่งพูดยิ่งคึกคักขึ้นมา รอเธอแต่งไปแล้ว ก็อย่าลืมพูดถึงวินีในตรงหน้าของธัชชัยด้วย อย่างวินีทั้งสวยงามทั้งมีศีลธรรม ต้องได้แต่งงานกับเขาแน่ๆ วงศ์ตระกูลเดิมขุนทดกับวงศ์ตระกูลศรีทองก็จะได้สัมพันธ์กันยิ่งขึ้น
ขณะนี้วัจสาอยากยิ้มเยาะ คนบ้านนี้เห็นแก่ตัวจริงๆ ใช้ยารักษาก็หายไม่ได้ คำพูดที่อยากห้ามวัจสาไว้ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว แค่พูดไปว่า“วัจสาเธอไปแต่งตัวหน่อย พ่อบ้านของวงศ์ตระกูลศรีทองยังรออยู่ข้างล่าง ”คำพูดที่ปยุตอยากจะหยุดเขาไหว้ตอนนี้ก็ไม่มี
ห้องรับแขกของตระกูลเดิมขุนทด
“ ให้พ่อบ้านภูษิตรอนานจริงๆ” เสียงหวานๆ
ขณะนี้ใบหน้าของวราลีเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แตกต่างบทที่อยู่ในห้องอ่านหนังสือมากเหมือนไม่ใช่คนเดียวกัน พ่อบ้านภูษิตได้ยินเสียงก็เงยหน้าแล้วมองขึ้นไป เห็นแต่ข้างหลังของวราลีมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่ชุดแซกสีกากีอย่างงดงาม
หน้าตาก็สวยงามมาก แต่งหน้าอย่างอ่อนทำให้เขายิ่งดูสุกใส ลูกตาโตๆที่เหมือนลูกเหงเหมือนกับพูดได้ เขายืนอยู่อย่างเงียบๆ เปรียบเสมือนรูปภาพรูปหนึ่ง พ่อบ้านภูษิตอดคิดไม่ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้หรอที่ท่านชายใหญ่เลือกให้ท่านชัยเป็นเจ้าสาว แต่ทำไมไม่เหมือนคุณหนูของวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด แววตาของพ่อบ้านภูษิตมองไปที่วัจสา ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร”
“ วัจสา เรียกสิ ”วราลียิ้มแล้วพูด
วัจสายิ้มกลับ “สวัสดีค่ะพ่อบ้านภูษิต”
พ่อบ้านภูษิต คนนี้แหละวัจสา หลานสาวของวงศ์ตระกูลเดิมขุนทด เขามีกิริยามารยาทเรียบร้อยและอ่อนโยนมาก
เหมาะที่จะเป็นสะใภ้ของวงศ์ตระกูลศรีทอง ถ้าเทียบกับลูกสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรของฉันนี่ถือว่าดีมากแล้ว วัจสาก็ว่าเป็นลูกสาวคนหนึ่งของฉัน
พ่อบ้านภูษิตพูดอย่างชวนผู้อื่นขบคิด “เอาที่ฉันเห็น คุณหนูทั้งสามมีบุคลากรมาก คุณหญิงไม่ต้องถ่อมตัวครับ” คุณหนูทั้งสามของวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดไม่ใช่บุคลากร? เพื่อที่จะไม่แต่งงานกับท่านวรพรที่โฉมหน้าเปลี่ยนไป กระทั่งต้องน้องตัวเองส่งออกไป ท่านวรลคาดเดาได้ถูกจริงๆ เขามาที่นี้ได้รับก็คือผู้หญิงคนนี้
วราลีเหมือนยังฟังไม่ออกอุปมาที่เขาพูด ยังยิ้มอย่างเบิกบาน:“พ่อบ้านภูษิตชมเกินไปแล้ว เวลาก็ไม่ช้าแล้ว ใช่ไม่ใช่ควรออกเดินทางแล้ว?” วัจสายิ้มเยาะในใจ อดรอไม่ไหวที่จะโยนเขาขนาดนี้เลยหรอ? ในเวลานี้พ่อบ้านภูษิตเริ่มห่อเหี่ยวใจแทนวัจสา รอยยิ้มก็เริ่มอ่อนโยนขึ้นมา งั้นคุณวัจสา พวกเราไปกันเถอะ เธอเตรียมตัวเสร็จหรือยัง? วัจสาดูพ่อบ้านภูษิตที่เมตตา แล้วนึกถึงย่าที่เสียไปแล้ว ในใจก็เศร้าขึ้นมา สุดท้ายก็พยักหน้า
ฉันเตรียมตัวเสร็จแล้ว ที่เธอตอบช้านี้ในสายตาของพ่อบ้านภูษิตก็จำใจมาก เพราะฉะนั้นเลยรักเด็กผู้หญิงคนนี้ยิ่งไปใหญ่
“ งั้นเชิญคุณวัจสากลับไปกับผมเถอะ ” วัจสาขึ้นรถ แล้วดูบ้านที่อยู่มาได้ยี่สิบปี ในใจไม่มีความเสียดายอะไรเลย แค่รู้สึกว่าเจ็บใจมาก
ชะตากรรมที่ต้องอยู่บ้านของคนอื่น ทำให้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก แม้กระทั่งเรื่องสำคัญของชีวิตก็ต้องเอามาเป็นแต้มการตอบบุญคุณ ความรักของเธอก็ไม่มีแล้ว ชีวิตก็ไม่มีแล้ว
น้ำตาย่นสุดท้ายก็ค่อยๆลื่นลงมาจากหน้าที่ขาวสะอาด
รถขับไปอย่างและเร็วมาก ไม่ถึงชั่วโมงหนึ่งก็ถึงแล้ว
พ่อบ้านภูษิตพาวัจสามาถึงห้องรับแขก แล้วก็เดินออกไป คนรับใช้รินชาให้วัจสาแล้วค่อยๆถอยออกไป
วัจสาดื่มไปหนึ่งคำ น่าอศัจรรย์เล็กน้อย นี่มันชาตั่วอั่งเพ้าของเขาอู๊ยี เธอวางถ้วยชาลง แล้วมองไปที่การตกแต่งของห้องนี้ คฤหาสน์ที่อยู่ในครึ่งเขานี้ไม่ได้ตกแต่งงดงาม แต่เข้าไปถึงข้างในถึงจะรู้ว่า ของทุกชิ้นในที่นี้ผ่านการตกแต่งมาอย่างดี
วัจสาเรียนการออกแบบ ตัวเขาเองก็สนใจและมีพรสวรรค์ด้านนี้ ในสีสัน การตกแต่งของห้องนี้ถูกใจเธอมาก
แต่……
เธอยื่นมือไปจับดอกปลอมในผนัง นี่คือจุดด้อยอย่างหนึ่ง
ธัชชัยแต่งตัวด้วยชุดดำทั้งตัว สายตาเพิ่งออกจากกล้องวงจร ผู้หญิงในจอดูแล้วสวยและน่ารักมาก รูปร่างหน้าตาก็ดี เสียดาย ธัชชัยไม่ชอบ
“ท่านธัชชัย คนมาถึงแล้วครับ” พ่อบ้านภูษิตโค้งหลังไปอย่างเคารพ แต่แววตาอันดำของธัชชัยดูไม่ออกว่ามีอารมณ์อย่างไร“รู้แล้ว นายลงไปก่อน” แต่ว่า ท่านชัยไม่ลงไปดูเหรอครับ ท่านชายใหญ่
พูดว่า…… “นับภาษาอะไรเธอมาสั่งสอนฉัน?” เสียงของธัชชัยออกมา อุณหภูมิบริเวณก็ลดลง
พ่อบ้านภูษิตตอบรับแล้ว เลยรีบบถอยหลังออกไป อธิษฐานให้คุณวัจสาอย่างเงียบๆดีกว่า
ธัชชัยยิ้มเยาะในใจ ผู้หญิงอย่างนี้ แต่งงานก็เพราะถูกบังคับหรือไม่ก็คืออยากได้เงิน ขอแค่พี่สบายใจ แสดงละครกับเธอก็ไม่เห็นเป็นไร
“ชัย”เครื่องรับเสียงส่งเสียงไม่ชัดเจนของวรพลมา“ได้ยินว่าคุณวัจสา ทำไมเธอยังไม่ลงไป?ให้ผู้หญิงรอน ธัชชัยสาปแช่งเบาๆ
ต้องเป็นพ่อบ้านภูษิตไปฟ้องแน่ๆเล
“รู้แล้ว ฉันจะลงตอนนี้เลย” “อย่าใส่ร้ายพ่อบ้านภูษิต ฉันดูในกล้องวงจรเอง อีกอย่าง เธอพาเขาขึ้นมาข้างบนให้ฉันดูหน่อย” วรพลรู้นิสัยน้องชายคนนี้ดี กลัวเขาจะกลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงคนนี้
วัจสากำลังตั้งใจดูรูปในผนังคือใคร ประตูของห้องก็เปิดมาเสียงแกร๊ก มีคนเปิดเข้ามาแล้ว
เขาหันตาแล้วมองไป เห็นแต่ผู้ชายคนหนึ่งที่รูปร่างสูงโตหน้าตางามพริ้งยืนอยู่ตรงประตู ขนคิ้วอันงามพริ้งนั้นบิดขึ้นมา“วัจสา?”น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย็นชาและความหยิ่งยโส
วัจสายับคิ้ว ท่าทีของผู้ชายคนนี้ ไม่ดีมาก “ใช่ค่ะ มิทราบว่าคุณเป็นใครค่ะ”
ธัชชัยมองใบหน้างดงามตรงหน้าเขา เยาะเย้ยในใจว่า แสดงตัวได้น่าเอ็ดดูมาก แต่ใครเขาจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะมีจุดประสงค์อย่างไรที่มาที่นี่?
“ฉันยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ได้นอนที่เตียง เธอว่าฉันเป็นใคร?”
แม้ว่าเสียงของเขาจะต่ำและน่าฟัง แต่ว่าคำที่เขาพูดออกมานี่ ไม่ดีมากเลย
“ถ้าเธอไม่ใช่คุณวรพล งั้นรบกวนพาฉันไปเจอเขาหน่อยค่ะ ถึงยังไงวันนี้ตอนบ่ายที่มาที่นี้ก็เพื่อที่จะเจออีกฝ่าย”
ธัชชัยก้าวขาไปอย่างยาว เดินแค่นิดน้อยก็มาถึงตรงหน้าวัจสา ก้มหัวแล้วมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชา จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะเจออีกฝ่าย?แค่นี้เองหรอ
ผู้ชายคนนี้กดขี่มาก แต่วัจสาไม่หวาดกลัว แล้วมองไปตรงๆที่ตาของเขา “ก็แค่นี้เอง”
“เฮ้ย”ธัชชัยโค้งตัวลง ไปชิดที่ข้างหูวัจสา“ผู้หญิงอย่างเธอ ฉันเจอมาเยอะแล้ว ไม่ว่าวันนี้เธอจะมีจุดประสงค์อย่างไร แต่วันหน้าที่อยู่วงศ์ตระกูลศรีทอง เธอต้องปฏิบัติตามที่ฉันบอกให้หมด
วัจสาอยากถอยหลัง แต่เห็นไม่มีทางแล้ว ลมหายใจผะผ่าวของเขาเป่าโดนหูของเธอ ทำให้ ทำไมฉันถือต้องเชื่อฟังนายด้วย?คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยคือวรพล ไม่ใช่นาย”
ธัชชัยถอยไปก้าวหนึ่ง “ไม่เสแสร้งต่อแล้วหรอ? ยอมรับแล้วหรอที่แต่งนี่ก็เพราะมีจุดประสงค์อย่างอื่น? ”
“ คุณผู้ชายท่านนี้ค่ะ ฉันว่าคุณควรไปหาหมอทางแผนกหูแล้วล่ะ? หูข้างไหนได้ยินว่าฉันมีจุดประสงค์อย่างอื่น? ” วัจสาดูเธอไปอย่างเฉยชา
มือทั้งสองข้างของธัชชัยรอบอกไว้ มองเธออย่างเยือกเย็น ยังกล้ามาลากเสียงยาวกับเขา?
ตาที่เหมือนดอกพีชของเขาค่อยๆหรี่ตา ปล่อยเธอไว้ชั่วคราวก่อน พี่เรียกเขาขึ้นไปข้างบนแล้ว สำหรับวัจสาแล้วเธอรู้สึกไม่ชอบผู้ชายคนนี้ที่ตามใจชอบเลย ไม่นึกเลยว่าจะพูดอะไรแค่นี้ก็ไม่พูดแล้ว
แล้วก็เดินออกไปเลย
ในห้องวรพร
“พี่ก็เห็นแล้ว ผู้หญิงคนนี้คงโดนบังคับมาหรือไม่ก็โลภเงินทองบ้านเรา พี่ยังบอกว่าเธอใสสะอาด” ธัชชัยขึ้นไปแล้วก็พูด ที่จริงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนอนนั้นก็ผ่านกล้องวงจรมาถึงตรงหน้าของวรพลแล้ว
“ธัชชัย นายอย่ามีอคติตอนอยู่รวมกับเธอ แล้วติดป้ายห้อยให้เธอ ความคิดแบบนี้มันไม่ดีต่อตัวนาย”วรพลเคยเห็นภาพที่วัจสา อยู่รวมกับธัชชัย
แล้วยิ่งแน่ใจว่าวัจสาเหมาะสมที่จะอยู่กับธัชชัย
ธัชชัยแค่ยิ้มอย่างเหยียดหยาม แล้วไม่พูดอะไรเลย
วรพรถอดหัวใจอย่างเบาๆ “วันนี้นายก็ต้องไปจบทะเบียนสมรสกับวัจสาแล้ว เรื่องนี้ถ้าเวลานานไปจะไม่ดี” เขารู้ว่าร่างกายของใครทนอยู่ไม่ได้นานแล้ว
วันก่อนหมอภาคินก็พูดกับเขาแล้วว่าสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ทนไม่ได้นานแล้ว ตอนนี้พูดอะไรก็ยิ่งอยู่ยิ่งไม่ชัดเจน ถ้าเขาไปแล้ว ธัชชัยน่าจะไม่มีอะไรที่ต้องห่วงแล้ว จะอยู่แต่ในความแค้นที่เป็นเหวลึกยิ่งอยู่ยิ่งจมลงไป
”ธัชชัยไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ “วันหลังแล้วกัน ตอนนี้ไปอำเภอก็ไม่เปิด ไปแล้วก็ไร้ประโยชน”วรพลรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังลวกๆ แต่เขาจะไม่ให้มันผ่านไปง่ายอย่างนี้ พูดไปว่า“ฉันให้คนในอำเภอมาแล้ว อันนี้นายไม่ต้องเป็นห่วง นายแค่เซ็นชื่อก็ได้แล้ว”
ตาดอกพีชของธัชชัยจองมอง พี่ชายคนนี้ของเขา ให้
ตอน 3
บทที่ 3 ค่ำคืนที่ล้ำค่า
วรพลเพิ่งพูดจบ ก็มีคนเอาของมาให้เขาเซ็น
“ได้ ฉันเช็ค พี่เตรียมพร้อมไปอังกฤษไปรักษาได้เลย ไอ้หนังนี้ พี่ได้เปลี่ยนแน่” มืออันใหญ่ของธัชชัยคลื่นไหว ลายเซ็นที่งดงามดั่งหงส์ร่อนก็เซ็นลงในทะเบียน
แสดงให้ดีไปก่อน พี่ก็จะได้ยอมไปรักษาดีๆ
ขณะเดียวกันคนในอำเภอก็รออยู่ที่ห้องรับแขก เพื่อที่จะให้วัจสาเซ็นชื่อ
“คุณวัจสาค่ะ รบกวนคุณกรอบข้อมูลนี้แล้วเซ็นชื่อของคุณด้วยค่ะ เสร็จแล้วจะเอาไปให้คุณวรพลค่ะ คุณก็รู้ร่างกายของเขาไม่ค่อยสะดวก”
วัจสาไม่น่าเชื่อว่าจะจบสมรสเร็วขนาดนี้ ในใจยังไม่ทันรู้ตัว คิดว่าแค่ไปดูเฉยๆ เธอพยักหน้า แสดงว่าตัวเองเข้าใจแล้วแววตาลงมาที่แบบฟอร์มลงทะเบียน สักครู่หนึ่งลงมือเขียน
ในทั้งชีวิตนี้ เราคงอยู่ได้แต่ในคฤหาสน์นี้ ไม่มีอนาคต ไม่มีอิสระ อะไรก็ไม่มี
สุดท้ายเขาก็เซ็นชื่อของตนเอง ก็เท่ากับว่าล็อคประตูของอิสระด้วยมือของตัวเอง
ใช้เวลาไม่นาน ทะเบียนสมรสสองใบที่ถูกกฎหมายก็มาถึงตรงหน้าธัชชัย มือขวาที่มีลายพรายอย่างน่ากลัวของวรพลค่อยๆเสียดสีสมุดเล่มนี้ เปิดออกมา ชื่อของทั้งคู่ก็ปรากฏมาตรงหน้าเขา
ฝ่ายชาย:ธัชชัย
ฝ่ายหญิง:วัจสา
วรพลพอใจมาก แต่อย่างนี้ยังไม่ได้ ฉันต้องหาวิธีให้เขาสองคนเข้ากันหาได้
ขณะนี้สีหน้าธัชชัยเริ่มไม่ดีแล้ว เขาไม่สนใจสมุดเล่มแดงสองเล่มนี้ ในใจนึกถึงคนที่อยู่ในข้างล่าง ผู้หญิงคนนั้น จะทำร้ายพี่ชายที่เสียโฉมยังไง?
สิ่งเดี๋ยวที่รอคอยก็มีแค่นี้แหละ
วรพลตัดสินใจแล้วว่าจะให้เขาทั้งสองสัมผัสกันอย่างมิดชิด “ธัชชัยวันนี้เป็นแต่งงานของนาย ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันก็ได้ ไปอยู่กับเจ้าสาวคนสวยของนายไป”
ธัชชัยฮัมอย่างเบาๆ ฮ่า ดูสิว่าฉันไม่
วรพลเห็นธัชชัยออกไปแล้ว ถึงให้ภูษิตพ่อบ้านเข้ามา
พ่อบ้านภูษิต คืนนี้ต้องจับตาดูธัชชัยให้ดู อย่าให้เขามุทะลุไป แต่ถ้าธัชชัยเชื่อฟังฉัน นายก็ไม่ต้องตามเขาแล้ว
ครั้งนี้ก็ลำบากพ่อบ้านภูษิตแย่ เขาจะรู้ได้ไงว่าท่านชัยจะทำอะไร แต่ว่าถ้านิสัยของเขาแล้ว คงต้องแกล้งคุณวัจสาแน่ นึกถึงรูปร่างตัวเล็กๆนั้นแล้ว พ่อบ้านภูษิตก็รู้สึกเสียดาย
วรพลเดาได้ไม่ผิดจริงๆ รองท่านชัยของวงศ์ตระกูลศรีทอง ลูกพี่ใหญ่ของเมืองS จะเตรียมตัวปลอมแปลงหน้าที่น่ากลัวของท่านชายใหญ่วงศ์ตระกูลศรีทองไปหลอกเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง พ่อบ้านภูษิตดูมือของธัชชัยจับหน้ากากหนังที่เลียนแบบหนังคนที่เอามาจากอเมริกาแล้ว อยากร้องไห้แล้วร้องไม่ออกเลย ท่านชัยจะหน่อมแน้มไปไหม หน้ากากหนังนี้เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น รวมทั้งเขาดูแล้วอยากรู้สึกเหมือนของจริงมาก น่าเกียจมาก
“ ท่านชัย อย่างนี้มันจะไม่เกินไปหรอครับ”
แท้จริงแล้วคุณวัจสาอยู่บ้านวงศ์ตระกูลเดิมขุนทดก็ไม่มีความสุข คิดไม่ถึงว่ามาวงศ์ตระกูลศรีทองสามีก็ไม่ชอบใจ แล้วเขาจะอยู่อย่างไงเนี่ย พ่อบ้านภูษิตรู้สึกเห็นใจวัจสา
มุมปากของธัชชัยห้อยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยชัดเจนไว้ เหมือนหมาป่าที่จะสูบเลือด ทำให้คนหนาวขึ้นมา ตาที่เย็นเยือกเหมือนบ่อน้ำในที่ลึกเต็มไปด้วยใคร่ครวญ
“ เรื่องนี้นายไม่ต้องยุ่ง ทำแต่สิ่งที่นายควรทำ “
อันนี้ก็หมายถึงว่าพ่อบ้านชอบยุ่งเรื่องของเขา แล้วไปบอกให้วรพล
ที่จริงธัชชัยมีหน้าตาหล่อเหลา หล่ออย่างเผด็จจการและบ่าระห่ำมาก สะพานจมูกที่สูงโด่งข้างล่างคือฝีปากที่สวย โครงเค้าที่ชัดเจนนี้ให้ใบหน้าเติมเต็มไปด้วยความเย็น และยังมีความเซ็กซี่
ผู้ที่มียศนี้ ถ้าละทิ้งธุรกิจไปเป็นดาราก็ไม่อดตาย ต้องก่อให้เกิดเด็กผู้หญิงติดตามอย่างดุร้าย เขาค่อยๆถอดเสื้อเชิ้ตขาวออก
รูปร่างที่งดงามก็ปรากฏอยู่ในกระจก ลายเส้นราบรื่นแจ่มชัด รูปร่างสูงใหญ่ บำรุงได้ดีที่สุดก็คือผิว นี่ของพี่ เตรียมไว้ให้พี่เอาไปอเมริกา ขั้นแรกก็คือการปลูกผิวหนัง
ทั้งชีวิตของฉันก็เป็นของพี่ แล้วมีอะไรที่ทำไม่ได้
ในวงศ์ตระกูลไม่มีคนไหนที่ไม่ใช่หมาไนเสื้อโคร่ง หน้ากากหนังอันเหมือนจริงนี้ก็เพื่อที่จะจัดการมนายเลยเอากลับมา วันนั้นวรพลเพิ่งรอดชีวิตจากการผ่าตัด มนายก็เลยมาดู หลายชายที่สมควรตายคนนี้ตายหรือยัง
ธัชชัยจะให้เขาได้สมใจได้ไง?เลยสั่งทำหน้ากากหนังนี้ออกมา เพื่อที่จะหลอกมนาย ยืนยันว่าแม้วรพลจะเสียโฉม แต่ก็ไม่ได้สูญเสียความสามารถในการบริหารบริษัท ด้วยเหตุนี้จึงดับความใจดีของมนายทิ้ง
ครั้งนี้ เขาจะใช้วิธีนี้มาลองใจเธอ วัจสา ฉันจะดูว่าเธอจะบริสุทธิ์สะอาดได้ขนาดไหน
เขาให้พ่อบ้านภูษิตช่วยเขาใส่หน้ากากหนัง พ่อบ้านภูษิตลำบากใจมาก ท่านชายให้ดูรองท่านชายให้ดี ไม่น่าเชื่อว่าตัวเองก็เป็นผู้สมคบด้วย
ทันใดนั้น หน้ากากหนังที่แปลกประหลาดและอัปลักษณ์ก็ออกมาในกระจก หน้าตาที่หล่อเหลานั้นท่วมนองไปในหนังหมด
พ่อบ้านภูษิตเห็นหน้าใบที่แปลกประหลาดนี้ ในกระเพาะเหมือนอยากอ้วกขึ้นมา
สุดท้ายทนความเกลียดชังแล้วใส่เครื่องเปลี่ยนเสียงให้ธัชชัย อันนี้จะทำให้เสียงของเขาเหมือนวรพล นี่ก็คือแสดงละครต้องแสดงให้มันครบชุด ไม่งั้นมันจะไม่สนุก
หวังว่าวัจสาเธอจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง
“ พ่อบ้านภูษิตไปเชิญคุณวัจสาที่ทั้งสวยทั้งใจดีคนนั้นเข้ามา สมใจพวกเธอแล้ว”
หน้าที่แปลกประหลาดของธัชชัยคู่กับเสียงแหบที่แก่ๆ ทำให้พ่อบ้านภูษิตหนาวสั่น“ ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ในห้องนอน วัจสากำลังเหม่อลอย ดูแสงสว่างของข้างนอก ใจก็ลอยไปไหนก็ไม่รู้
คุณวัจสา………เอ่อ น่าจะเป็นคุณผู้หญิง ท่านชายรออยู่ที่เรือนหอข้างบน เชิญขึ้นไปเลยค่ะ” พ่อบ้านภูษิตยังไม่ลืมห้ามเปิดโปงเรื่องของรองท่านชาย เรียกวัจสาอย่างระมัดระวัง
“วัจสาสติกลับคืน แล้วพูดว่าอ้อ ทั้งตัวดูเหมือนหดหู่หงอยเหงาไม่มีชีวิตชีวาแล้วเดินขึ้นข้างบน”
“ คุณผู้หญิง ……”พ่อบ้านภูษิตเรียกไปอย่างอดไม่ได้
วัจสาหยุดเดินแล้วถามว่า “มีไร?”
พ่อบ้านภูษตแววตาหลบหนีแล้วพูดว่า “ไม่มีไรครับ สุขสันต์วันแต่งงานครับ”
วัจสายิ้มอย่างเจื่อน“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณอันนี้รวมไปถึงการตรอมใจแค่ไหน มีแค่เธอรู้คนเดียว
เธอขึ้นบันไดแล้วให้กำลังใจตัวเอง ยังไงก็ได้เป็นสะใภ้ของวงศ์ตระกูลศรีทองแล้ว
งั้นก็ดูแลวรพลดีๆ นี่คือหน้าที่ของเธอ แม้ว่าเขาจะเสียโฉมแล้วก็ตาม ไม่แน่เขาอาจไม่น่ากลัวอย่างที่คิดก็ได้ อีกอย่างเมื่อก่อนเธอก็ไปสถานสงเคราะช่วยดูแลเด็กบ่อยๆเหมือนกัน เธอต้องดูแลวรพลได้ดีแน่ๆ
กำลังใจอันนี้ประคองเธอผลักประตูดำอันใหญ่นี้ที่ระเบียง เธอคิดไม่ถึงว่า ข้างในเปิดไฟไว้ ยังคิดว่าเสียโฉมแล้วจะไม่กล้าให้คนอื่นเห็นหน้าเขาได้ วรพลคงเป็นคนที่เปิดเผยไม่เลห์เหลี่ยม
ผ่านไปจากกลีบดอกกุหลาบสองข้าง วัจสาค่อยๆเดินเข้าไป ห้องนอนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายที่แข็งของวัจสาก็ค่อยๆผ่อนคลายลง เดินไปอย่างที่ละก้าวที่เตียงแต่งงานอย่างปีติยินดี
คืนนี้ก็คือวันแต่งงานของเธอ ยังไงผู้หญิงทุกคนก็ต้องเคยฝันหวาน สามีของเธอนอนอยู่บนเตียง กลับหลังให้เธอ ดูจากด้านหลัง รูปร่างของวรพลสูงใหญ่ เธอนึกถึงที่วราลีพูด ถ้าวรพลไม่ได้เสียโฉม ต้องเป็นคนที่หล่อเหลามาก
เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าหันหลังไปแล้วเขาจะมีหน้าตายังไง ตนเองก็เตรียมตัวในใจ
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ต้องหวาดกลัว ไม่ต้องแสดงความกลัวออกมา นี้คือการให้เกียรติผู้อื่นที่ดี
เขาหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วควบคุมอารมณ์ที่ตื่นเต้น “สวัสดี ฉันเป็นภรรยาของนาย วัจสา”
“อืม” คนที่อยู่บนเตียงมีเสียงที่แก่ๆและต่ำๆ วัจสาฟังแล้วตะลึง เส้นเสียงของเขาก็ถูกเผาและทำลายไปแล้ว ทันใดนั้นรู้สึกสงสารเขามาก
ธัชชัยที่นั่งอยู่บนเตียงสีหน้าเริ่มไม่ดีขึ้นมา เสียงยังถือว่าสงบ แต่ไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้าของเขายังสงบอย่างนี้ไหม เขาค่อยๆหันหลัง หน้าที่น่ากลัวและถูกเผาก็ปรากฏในสายตาของวัจสา
แม้ว่าเธอจะทำใจมาหลายครั้งแล้ว แต่วัจสาก็ตกใจมาก เสียงลั่นนั้นก็ถูกเธอปิดเข้าไปในปาก กลืนลงถึงลำคอ ตอนนี้เขากลัวมากจนตัวสั่นทั้งตัว
ใบหน้าของคนคนนี้ มันไม่ถือว่าเป็นหน้าแล้ว ใบหน้านี้เต็มไปด้วยแผลเป็นสีน้ำตาล พื้นที่ที่ถูกเผาทำให้เขาดูน่ากลัวมาก ใบหน้ามันอัปลักษณ์ถึงขั้นนี้แล้ว วัจสาไม่กล้าลืมตามองเขาเลย
“ ทำไม? กลัวหรอ ?ถ้ากลัวก็ร้องออกมาสิ”
ธัชชัยเห็นเธออดทนมาอย่างนี้ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา ทั้งๆที่เกลียดชังใบหน้าของเขา แล้วยังทำตัวอย่างสงบ ผู้หญิงคนนี้ทำไมถึงเสแสร้งขนาดนี้
แต่เขาไม่รู้ว่า วัจสาแค่ไม่อย่าทำลายจิตใจของเขาที่เป็นคนบาดเจ็บ วัจสาพยายามที่จะทำตัวให้สงบ ปิดตาแล้วค่อยลืมตา“ไม่กลัว”
ธัชชัยอยากจะฉีกหน้ากากเจ้าเลห์ของเธอทิ้ง ดูสิว่าเธอจะเสแสร้งไปถึงไหน เขาค่อยๆลงจากเตียง ยื่นมือที่เป็นบาดแผลเสมือนตะขาบไปหาวัจสา
“ไม่กลัวก็ดี ฉันยังกลัวเธอไม่ชอบฉัน วัจสา ให้ฉันจับหน้าเธอหน่อย”
แต่ในการมองเห็นของวัจสา มันเหมือนเป็นหนังสยองขวัญ แล้วยังต้องทนการกลัวของในใจ เห็นภาพนี้แล้ว มันคือความกลัวในใจที่ลึกๆ ถ้าถูกมือผีนี้จับ ก็คงหวาดกลัวแน่ๆ
“ทำไมไม่เข้ามาล่ะ จะให้ฉันเดินไปหาเธอหรอ หรือว่าเธอรู้สึกว่าหน้าตาของฉันน่าเกลียดชัง? ขี้เหร่? ปิดไฟก็ได้แล้ว มันคือคืนแต่งงานของพวกเราทั้งสอง เธอให้ฉันกอดเธอหน่อย ฉันไม่ได้สัมผัสคนนานแล้ว……”
ฮัม ผู้หญิงคนนี้ จะเสแส้ร้งไม่ลงล่ะสิ ความกล้าแค่นี้ยังคิดที่จะมีจุดประสงค์ต่อวงศ์ตระกูลศรีทอง?
คำพูดสุดท้ายที่ธัชชัยพูดดูเหมือนน่าสงสารมาก ในใจที่หวาดกลัวก็เกิดความอ่อนนุ่มขึ้นมา เธอทำใจแล้ว เดินขึ้นไป “ฉันเดินไป ไม่ต้องปิดไฟ ฉันไม่ได้รู้สึกหน้าเธอขี้เหร่และแปลกประหลาด เธออย่าดูถูกตนเอง”
“ งั้นก็ดี งั้นเรามาเริ่มเข้าเรือนหอกัน นี่เป็นค่ำคืนที่ล้ำค่า”ธัชชัยค่อยเข้าใกล้วัจสา จนจับถูกมืออันเล็กเหมือนไม่มีกระดูก
ในใจของวัจสาคัดค้านมาก จริงด้วยยังไม่ได้ เธอจับโดนแผลเป็นที่ทูๆนูนๆ กระเพาะก็เหมือนจะอ้วก