ตอน 3
สาวเพอร์เฟ็กต์ของประธาน
บทที่3 ก่อนวันแต่งงาน (3)
เพ็ญจิตอารมณ์เสียมาก ในขณะนี้เธอไม่อยากไปไหน แค่อยากหาที่ไว้อาลัยงานแต่งงานครั้งที่สามของเธออย่างเงี่ยบๆ
งานแต่งในวันพรุ่งนี้ต้องยกเลิกอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าไอสารเลวนั่นจะไม่หนีงานแต่ง เพ็ญจิตก็ไม่อยากไปต่อแล้ว เธอกำลังเบื่อ มือถืงดังขึ้นมา ไม่ดูก็รู้ว่าต้องเป็นคนขับรถโทรมาแน่ๆ
“คุณหนูครับ ผมเหมือนกับเห็นคุณอัครพลออกมาแล้ว ต้องการให้ผมกั้นพวกเขาไว้ไหม”
“ไม่ต้องแล้ว ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ลุงชู คุณกลับไปก่อน ฉันอยากอยู่เงียบๆคนเดียว”เพ็ญจิต นั่งอยู่ในห้องรับแขก ในใจว่างเปล่า
“คุณหนูครับ เมื่อตะกี้นี้คุณผู้หญิงโทรศัพท์มา เป็นห่วงคุณหนูมาก พวกเรากลับกันเถอะ”คนขับรถลุงชูบอกกล่าวในโทรศัพท์
“กลับกัน ลุงชู คุณคิดว่างานแต่งงานวันพรุ่งนี้จำเป็นที่จะจัดขึ้นอีกไหม”เพ็ญจิต พูดขึ้นมาอย่างเย้ยหยัน
“คุณหนูครับ ไม่ว่าอย่างไร พวกเราก็กลับไปก่อน ถึงแม้ว่างานแต่งงานจะไม่จัดขึ้น ก็ต้องบอกกับคุณผู้หญิงหน่อย อย่างน้อยก็สามารถบอกแขกผู้มีเกียรติล่วงหน้า”ลุงชูโน้มน้าวเพ็ญจิตอย่างอดทน
“ก็ได้ กลับกันเถอะ ถึงอย่างไรก็ตั้งสองครั้งแล้ว แค่เพิ่มอีกครั้งเดียวก้ไม่เห็นจะเป็นไร ถ้าไม่มีครั้งที่สามก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบ” เพ็ญจิตลุกขึ้น ตอนนี้เธอไม่มีความรู้สึกต่อเรื่องนี้แล้ว
ครั้งแล้วครั้งเล่า ความคาดหวังสูงมากเท่าไหร่ แรงกดดันก็มากเท่านั้น เพราะฉะนั้น ในตอนนี้เธอไม่ไปคาดหวังกับอะไรมากๆแล้ว และหลังเธอกลับไปจะไปตั้งกฏกับแม่ของเธอ เธอจะไม่แต่งงานอีกแล้ว ครึ่งปีต่อมา หลายครั้งที่เธอทำตามคำสั่งของพ่อแม่ แต่ว่าสุดท้าย ไม่เพียงแต่เธอเองถูกทำร้าย ครอบครัวก็ยังเสียหน้าไปตามๆกันอีกด้วย
เธอนั่งอยู่บนรถ มองไปเจอหญิงชายกอดกันอยู่ข้างถนน เพ็ญจิตขมวดคิ้วพูดว่า“ลุงชู ผู้ชายเป็นแบบหมดเลยใช่ไหม ”
“ไม่ใช่หรอก คุณดูคูณท่านสิ อยู่กับคุณผู้หญิงหลายปีแล้ว ก็ยังรักกันเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าคุณหนูโชคไม่ดี ก็เลยเจอผู้ชายที่ไม่มีศีลธรรมพวกนั้น คุณหนูครับ ไม่ต้องไปใส่ใจมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่าเนื้อคู่ของคุณหนูยังไม่มาถึง ”ลุงชูพูดปลอบใจเพ็ญจิต
เพ็ญจิต ไม่ได้พูดอะไรอีก ระหว่างทางเงียบขรึม ตอนกลับถึงบ้าน กลับพบว่าที่บ้านแสงไฟสว่างจ้า
“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ทำไมพวกคุณยังไม่นอนอีก”เจอพ่อกับแม่นั่งอยู่ในห้องรับแขก รู้สึกว่าเกินความคาดหมาย เธอจำได้ว่าตอนออกจากบ้าน คุณแม่เข้านอนไปแล้ว
“เพ็ญ งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะยกเลิกไม่ได้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว เราไม่มีหน้าให้เสียอีก”คุณวาสนามองลูกสาวและน้ำตาคลอเบ้า
“คุณแม่คะ ลุงชูคงจะบอกกับพวกคุณแล้ว ผู้ชายประเภทนั้น คุณคิดว่าหนูจะแต่งงานด้วยไหม” เพ็ญจิตตัดสินใจมองข้ามน้ำตาของแม่ กี่ครั้งแล้วที่เธอยอมเพาระน้ำตาของแม่ ครั้งนี้ เธอต้องหนักแน่นพูดว่า “ไม่”
“วาสนา คุณก็อย่าไปทำให้ลูกลำบากใจอีกเลย ให้เวลาลูกสักหน่อย อย่าไปบังคับเธอเลย ”คุณพ่ออุดมศักดิ์ บอกกล่าวภรรยา
“เมื่อถึงเวลาอันสมควร ผู้ชายก็ควรแต่งภรรยา มีลูก ผู้หญิงก็ควรจะหาครู่ครอง แต่งงาน บทที่ฉันแต่งงานกับคุณ ฉันมีอายุเพียง20ปี ปีนี้เพ็ญอายุ22ปีแล้ว ถ้ายังไม่อีก……”
เพ็ญจิต ฟังต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ทุกครั้งแม่ก็มีเหตุตผลแบบนี้ จังหวะที่คุณแม่ง้องอนอยู่กับคุณพ่อ เธอก็ขึ้นไปบนห้อง เธอตัดสินใจแล้วว่า คร้าวนี้ไม่ว่าคุณแม่จะพูออย่างไรเธอก็ไม่ทำตามอีกแล้ว เธอปิดประตู หยิบพาสปอร์ต เก็บสัมภาระเรียบร้อย เธอตัดสินใจหนีงานแต่ง
คำพูดของคุณแม่ทำให้เธอเข้าใจว่า คุณแม่ไม่ได้รักลูกสาวคนนี้ แต่กลับรักหน้าตา เกียรติและศักดิ์ศรีมากกว่า จะว่าไปแล้ว ต้องการให้เธอแต่งงาน ล้วนแต่เป็นเพราะหน้าตา เกียรติและศักดิ์ศรี ก็รู้กันชัดๆอยู่ว่า อัครพล สุทธิจิตเป็นคนสารเลว ก็ยังพูดว่าไม่สามารถยกเลิกงานแต่งได้ เพ็ญจิตไม่เชื่อว่าในโลกใบนี้ แม่ทุกคนจะเป็นอย่างแม่ของเธอเอง ไม่ได้สนใจความสุขของเธอเลยซักนิด
ตอน 4
บทที่4 ความกระตุ้นก่อนวันแต่ง
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าน้อยใจ ในเมื่อคุณแม่ไม่ได้ใส่ใจลูกสาวของคุณแม่คนนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ให้แม่บงการนี่นั่นอีกแล้ว
สัมภาระเพิ่งจะเก็บได้ครึ่งหนึ่ง ก็มีเสียงเคาะประตู“กริ๊งๆ”ดังเข้ามา เพ็ญจิต นำกระเป๋าเดินทางยัดใส่ตู้เสื้อผ้าไปพลาง ตอ
ตอน 5
บทที่5 ชนได้ผัวคนหนึ่ง
บทที่ เพ็ญจิตหนีออกจากบ้าน ฟ้าเริ่มสว่างนิดหน่อยแล้ว เธอต้องรีบเดินเร็วกว่านี้อีก เดินมาหลายร้อยเมตร ในทมี่สุดก็เจอรถแท็กซี่ สิ่งแรกที่เธอต้อวทำคือถอนเงินในบัตรทั้งหมด เธอมีแผนการไว้อยู่แล้ว ก็คือว่าพี่ของเธอกำลังอยู่ที่ต่างประเทศบุกเบิกตลาดของอเมริกา เธออยากไปพึ่งอ