ตอน 2
ภรรยาตัวน้อยของผม
ตอนที่ 2
ปาณีรู้ว่าเรื่องการยืมเงินแบบนี้ไม่สามารถบังคับ ใครได้ถ้าคนอื่นไม่ยอมยืมให้เราก็ทำอะไรไม่ได้
“ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณคุณน้ามากนะคะ”
เมื่อไม่สามารถขอยืมเงินได้ปาณีจึงรู้สึกเกรงใจที่ ต้องอยู่ต่อจึงเตรียมตัวจะออกไป
ติรยาจับมือของเพื่อนอย่างสนิทสนมแล้วพูด ว่า”ปาณีอย่ากังวลไปเลยนะเดี๋ยวฉันจะไปคุยกับแม่ อีกทีไม่แน่แม่อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”
ปาณีรู้สึกหนักใจจึงเล่าเรื่องที่เธอได้ยินวันนี้ให้ติร ผู้ๆ น. ยาฟัง
“อะไรนะ!แม่เธอจะได้เธอแต่งงาน?เธอเพิ่งจะ
อายุ18เองนะ!”
ติรยาตกใจ
ปาณียิ้มอย่างขมขื่น”เพราะแบบนี้ฉันเลยมายืม เงินกับเธอยังไงล่ะ”
“ปาณีอย่ากังวลนะทุกอย่างต้องมีทางออก….”
“ยังไงก็ขอบใจเธอมากๆนะติรยา”แม้จะยืมเงินไม่ ได้แต่ความเป็นห่วงของเพื่อนสาวก็ทำให้ปาณีรู้สึกอุ่น ใจ
ทั้งสองเดินพูดคุยจนถึงประตูหน้าบ้านเห็นมีผู้ชาย รูปร่างสูงโปร่งใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเดินตรงมาหาพวกเธอ ปาณีเงยหน้าขึ้นมองนี่คือเวทัสแฟนของเธอไม่ใช่หรอ?
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
แม้ยังคงมีความสงสัยแต่ปาณีก็ดีใจมากที่ได้เจอ เขาเพราะช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาทั้งสองคนต่างคนต่าง ทำงานเลยไม่ค่อยมีเวลาติดต่อกันเลย
“เวทัส”
เธอกวักมือให้กับเวทัสจึงไม่ได้สังเกตความ รังเกียจในสายตาของเขา
เวทัสเดินเข้ามาใกล้และหยุดอยู่ตรงหน้าของ เธอ”ปาณีโผล่หน้ามาได้สักทีนะ”
“อะไรนะ?”ปาณีไม่เข้าใจในสิ่งที่เวนัสพูดช่วงปิด เทอมที่ผ่านมาทั้งสองคนไม่ได้เจอกันเลยปาณีคิดว่า เวทัสจะดีใจมากเมื่อเจอเธอสักอีกแต่เขากลับแสดง สีหน้าเบื่อหน่าย
“อย่าเสแสร้งอีกที่จะเลิกกันก็ควรพูดมาตรงๆ ไม่ใช่มาหลบหน้ากันแบบนี้”
“ฉันไม่ได้หลบหน้านายเลยนะ….”สองเดือนที่ ผ่านมาเธอทำงานยุ่งมากหลายครั้งจึงปฏิเสธที่จะไป เดทกับเวนัสเพราะกลัวจะเสียหน้าเธอจึงไม่ได้บอก เหตุผลว่ากำลังทำอะไรอยู่
เพราะแบบนี้เวนัสจึงเข้าใจผิดว่าตัวเองไม่อยาก เจอเขา
ปาณีนิ่งไปแล้วรีบอธิบายว่า”ฉันไม่ได้หลบหน้า นายจริงๆนะฉันมีธุระที่ต้องทำไม่เชื่อถามติรยาก็ได้”
เธอมองไปทางติรยาหวังว่าเพื่อนสาวจะช่วย อธิบาย
ติรยามองเธอแวบเดียวค่อยๆพูดว่า”ปาณีอย่าหล อกเวนัสอีกเลยก่อนหน้านี้เธอบอกกับฉันเองว่าอยาก เลิกไม่อยากเจอเวนัสปิดเทอมที่ผ่านมาเธอเลยหลบ หน้าเขามาโดยตลอด”
ปาณีรู้สึกอึ้ง
เธอได้พูดประโยคพวกนี้ตอนไหน?
“ติรยาเธอพูดอะไรของเธอเนี่ยฉันเคยพูด ประโยคพวกนี้ตอนไหน?”
ติรยารู้ดีว่าเธอทำงานอยู่ทำไมเธอต้องหลอกเวน สแบบนี้ด้วย
ปาณีมองสีหน้าอันไร้เดียงสาของติรยารู้สึก ใจหายวินาทีนั้นเหมือนตัวเองไม่เคยรู้จักติรยามาก่อน
นึกถึงความทุกข์ยากที่มายืมเงินกับคุณทัตดาเมื่อ ครู่และสีหน้าของติรยาที่หลอกลวงในตอนนี้
ปาณีเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
และแน่นอนว่าเวทัสเชื่อที่ติรยาพูดเขาพูดอย่าง เย็นชาว่า”ปาณีมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม”
“ฉัน….”ปาณีมีคำที่อยากจะพูดมากมายแต่ เหมือนทุกคำพูดนั้นติดอยู่ในคอเธอไม่สามารถพูด ออกมาได้แม้แต่คำเดียว
“ถ้าอย่างนั้นก็สมความปรารถนาของเธอเราเลิก กันเถอะ”
หลังพูดจบประโยคเวทัสไม่แม้แต่จะหันมามอง หน้าปาณีแต่กลับเดินเข้าบ้านคุณทัตดาไป
คุณทัตดายืนต้อนรับที่หน้าประตูอย่างอบอุ่นเห็น ได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาบ้านนี้
ปาณีช็อกเมื่อเห็นแผ่นหลังนั้นเดินจากไป ติรยาเปลี่ยนสีหน้าอย่างกะทันหันไม่หลงเหลือ
ความห่วงใยใดๆพูดอย่างเยาะเย้ยว่า”ปาณีในเมื่อเธอ เลิกกับเวทัสแล้วก็อย่าตามรังควานเขาอีกเธอควรรู้ไว้ ว่าเธอไม่คู่ควรกับเวนิสคนที่มีฐานะอย่างเธอก็ควรฟัง แม่เธอซะแต่งงานไปมีลูกให้ไวๆอย่างหวังสูงว่าจะได้ อยู่กับเวทัสอีกเธอกับเขาและฉันเราไม่ได้อยู่บนโลก เดียวกัน!”
เมื่อพูดจบติรยาก็เดินเข้าบ้านไปอย่างหยิ่งยโส ยังเหลือแต่ปาณีที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเลย
แม้แต่น้อย
แม้อากาศเมื่อเข้าสู่เดือนกันยายนจะอบอ้าวเพียง แต่ในใจของเธอตอนนี้กลับหนาวเหน็บยิ่งนัก
ตอน 3
ตอนที่3
หลังจากกลับจากบ้านคุณทัตดาปาณีนั่งรถออก ไปชานเมืองเมืองชลธี
รถประจำทางจอดหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่งปาณีลง จากรถเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นอย่างคุ้นเคย
ที่นี่คือสถานที่ทำงานของเธอในช่วงปิดเทอมนี้ เจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้เป็นชายพิการไม่สามารถเดิน ได้ปาณีมาทำงานที่นี่จะ2เดือนแล้วแต่เคยเจอกับ เจ้าของบ้านไม่เกิน3ครั้ง
วันนี้ก็เหมือนปกติที่ผ่านมาเธอเข้าไปในบ้านกำลัง เตรียมจะเก็บกวาดกลับได้ยินเสียงดัง”โครม…”ดังมา จากมุมทางเดินของบันได
ปาณีตกใจ
เงยหน้าขึ้นดูเห็นร่างชายหนุ่มนอนตัวงออยู่บนพื้น หลังด้านของชายผู้นั้นมีรถเข็นผู้ป่วยที่เพิ่งคว่ำเมื่อกี้
ปาณีรีบวิ่งขึ้นไปเพื่อจะประคองชายผู้นั้น
แม้จะเคยเห็นหน้าไม่กี่ครั้งแต่เห็นรถเข็นนั่นเธอก็ รู้ได้เลยว่าชายผู้นี้ต้องเป็นเจ้าของบ้าน
ใครจะไปคิดว่าขณะที่เธอจะเข้าไปช่วยเหลือชาย คนนั้นก็พูดอย่างเย็นชาว่า”ไม่ต้องเข้ามา”
เขาไม่ชอบคนอื่นมาแตะเนื้อต้องตัว
ปาณียืนอึ้งไปสักพักมือที่จะไปประคองค้างอยู่
กลางอากาศ
“คุณอาเป็นอะไรไหมคะ?”
ชายคนนั้นเห็นความเป็นห่วงในสายตาของปาณี เขาพยายามใช้มือดันกับพื้นเพื่อจะขึ้นไปนั่งบนรถเข็น แต่เนื่องจากสองขาของเขาไม่มีแรงจึงล้มไปนอนกับ พื้นอีกครั้ง
เขาต่อยขาของตัวเองอย่างแรงในสายตานั้นเต็ม ไปด้วยความรังเกียจ
ปาณีไม่สามารถทนมองอีกต่อไปได้เข้าไป ประคองชายผู้นั้นนั่งบนรถเข็นแม้เขาจะห้ามก็ตาม
ธามนิธิรู้สึกแค่ว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆแตะจมูกมืออัน อ่อนนุ่มของหญิงสาวแตะลงบนบ่าของเขาประคองเขา ขึ้นไปนั่งบนรถเข็นอย่างยากลำบากเขาอยากจะ อาละวาดแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มอันไร้เดียงสาบนใบหน้า หญิงสาวแล้วความโกธรนั้นก็หายไป
“คุณอาเจ็บตรงไหนไหมคะ?”
ธามนิธิใส่หน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร
ปาณีเห็นใบหน้าที่วังเวงนั่นรู้สึกใจหายอย่างบอก ไม่ถูกเธอจึงเล่าเรื่องตลกให้ฟังหวังว่าเขาจะมีความสุข บ้าง
ธามนิธิเม้มมุมปากแม้เขาจะไม่ได้หัวเราะออกมา แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่น
ไวยาตย์เห็นภาพนี้ในขณะที่เขามาถึงที่นี่พอดี ภาพที่เห็นทำให้เขาอึ้งมาก
หลังจากที่คุณธามนิธิประสบอุบัติเหตุเขาก็ไม่เคย เห็นคุณธามนิธิที่อบอุ่นแบบนี้อีกเลย
“คุณไวยาตย์”
ปาณีเห็นไวยาตย์ยืนอยู่กลัวว่าไวยาตย์จะคิดว่า ตัวเองกำลังอุ้งานมัวแต่โม้อยู่จึงรีบไปทำความสะอาด บ้านต่อเพราะปกติไวยาตย์เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอ
ไวยาตย์เดินไปยืนอยู่หน้าธามนิธิแล้วพูดว่า “คุณ ธามนิธิคุณมีสุวรรณ์ไปต่างประเทศแล้วครับ”
นลินมีสุวรรณ์เป็นคู่หมั้นของธามนิธิหลังจากที่รู้ว่า ธามนิธิเกิดอุบัติเหตุเธอก็ไม่เคยมาหาเขาอีกเลย
ตอนนี้ใกล้ถึงวันงานแต่งงานของทั้งสองแล้วกลับ ได้ยินข่าวว่านลินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วไวยาตย์ไม่เคยคิดเลยว่านลินจะเป็นคนแบบนี้
เขากลัวว่าธามนิธิจะเสียใจมองดูเขาด้วยความ
เป็นห่วง
แต่ธามนิธิกลับยิ้มเบาๆพูดว่า”ไวยาตย์ฉันในตอน นี้น่ากลัวมากเลยหรอ?”
ธามนิธิในตอนนี้สองขาไม่มีความรู้สึกใดๆต้องเพิ่ง รถเข็นเวลาไหนมาไหนท่านประธานที่เคยทำให้เมือง ชลธีสั่นสะเทือนบัดนี้กลายเป็นคนพิการไปแล้วอีกทั้ง ครึ่งชีวิตที่เหลือยังต้องให้คนอื่นมาดูแลอีก
ไวยาตย์รู้สึกหนักหน่วงใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากที่ไวยาตย์กลับไปแล้วในบ้านเหลือเพียง ปาณีกับธามนิธิสองคน
ปาณีทำความสะอาดบ้านไปด้วยแต่อีกใจหนึ่งก็ คิดว่าเธอจะยืมเงินกับคุณธามนิธิอย่างไร?
เมื่อคิดเช่นนั้นสายตาของเธอก็ได้จ้องไปยังชายที่ นั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น
ผ่านไปแล้วครึ่งวันชายคนนี้ยังนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง มองวิวนอกหน้าต่างบานนั้นด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก
และไม่พูดอะไรเลย
ปาณีรู้สึกอึดอัดจึงเดินเข้าไปหาเขา
คำพูดที่จะขอยืมเงินกับคุณธามนิธิติดอยู่ปลาย ริมฝีปากแต่เธอกลับพูดไม่ออก
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนชายคนนั้นรู้สึกได้ ว่าปาณีเดินเข้ามาใกล้จึงพูดว่า”มีธุระอะไร?”
ปาณีรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นเมื่อโดนถามเธอกำ ชายเสื้อของตัวเองไว้แน่นพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ ว่า”คะ…คุณอาหนูขอยืมเงินกับคุณหน่อยได้ไหม คะ?”
ตอน 4
ตอนที่ 4
เธอรู้ว่าการพูดแบบนี้ไม่มีมารยาทแต่ณตอนนี้เธอ ไม่มีทางเลือกอื่นคงต้องลองดูสักครั้ง
“หนู….อีกหน่อยหนูจะใช้คืนคุณสองเท่าเลย ค่ะ”ปาณีก้มหน้าอธิบายว่า”หนูกำลังจะเข้าเรียนมหาลัย แต่หนูไม่มีเงินไปจ่ายค่าเทอม…
ธามนิธิหันหน้ากลับมามองเธอด้วยสายตานิ่งๆ
หญิงสาวเหมือนจะตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นม