ตอน 2

ข้าทำนาให้รวยเป็นมาเฟีย

ตอนที่ 2 เจ็บปวดถึงใจ

ทันทีที่เข้าสู่จวนโหว เจ้าของร่างเดิมก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

แม้นางเป็นเด็กสาวชนบทคนหนึ่ง แต่ที่บิดามารดาอบรมสั่งสอนก็ถือว่าดีไม่น้อย ความสามารถในการมองดูสีหน้าผู้คนจึงยังพอมีอยู่บ้าง

ท่ามกลางตระกูลร่ำรวยสูงศักดิ์นี้ แต่ละคนล้วนดูถูกเหยียดหยามนาง แม้แต่อาภรณ์ที่ข้ารับใช้หญิงสวมใส่ยังดีกว่าที่นางสวมอยู่บนตัว ผิวพรรณก็ขาวผ่องกว่านาง นางกลับสู่จวนโหวแล้ว ญาติพี่น้องไม่มีใครเห็นนางในสายตาสักคนเดียว หนำซ้ำยังคอยหาเรื่องบ่อยครั้ง

ในบางครั้งก็มีพี่สาวน้องสาววิ่งเข้ามาร่วมวงเป็นเรื่องสนุก มองดูนางผู้นี้เป็นของหายาก

เจ้าของร่างเดิมเป็นสาวชาวไร่ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีอุปนิสัยกระด้างกระเดื่องเล็กน้อยเช่นกัน แต่อยู่ในถิ่นคนอื่นเขา นางจะทำอะไรได้นอกเสียจากอดกลั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังถูกไม่ดูดำดูดีหนึ่งเดือน นางถึงได้พบเห็นมารดาผู้ให้กำเนิด

มารดาแท้ๆ ผู้นั้นมองนางปราดหนึ่ง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ รังเกียจกลิ่นนาง รังเกียจความกระด้างกระเดื่องของนาง รังเกียจรูปลักษณ์ดำคล้ำของนาง...

สนทนาพูดคุยไม่กี่ประโยค ก็ต้องการเชิญหมัวหมัว[7]มาอบรมสั่งสอน

ด้วยเหตุนี้ในครึ่งปีหลัง เจ้าของร่างเดิมก็เริ่มเรียนรู้กฎระเบียบ ตลอดทั้งวันหมดไปกับการก้าวเดิน เรียนรู้การรับประทานอาหาร ท่องจำหลักการเป็นกุลสตรี ยามที่นางอยู่บ้านก็พอรู้ตัวหนังสือบ้างเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรก็เทียบไม่ได้กับแม่นางคนอื่นๆ ที่รอบรู้ทั้งกู่ฉิน หมากล้อม พู่กัน และภาพวาด

เจ้าของร่างเดิมที่เคยใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดี ถูกเคี่ยวกรำเป็นเวลากว่าครึ่งปี

ภายหลังต่อมา เจ้าของร่างเดิมถึงรับรู้ว่า ฮ่องเต้มีประสงค์ให้นำคุณหนูแห่งจวนโหวหมั้นหมายเป็นภรรยาใหม่ท่านอ๋องวัยชราคนหนึ่ง ท่านอ๋องผู้นั้นอายุมากถึงห้าสิบปี มีความลุ่มหลงในราคะตัณหาและหลายใจ คุณหนูใหญ่แห่งจวนโหวต้องไม่ยินยอมเป็นธรรมดา และพยายามคิดฆ่าตัวตาย เหตุนี้ถึงได้รับนางกลับมาเพื่อเป็นตัวแทน

ตอนนั้นเจ้าของร่างเดิมถึงกับตะลึงงัน

ร้องห่มร้องไห้สาหัสสากรรจ์ ทว่าไม่มีผู้ใดแยแสแลเหลียว

คนของจวนโหวไม่ให้นางออกพ้นประตู ถึงขั้นเริ่มไม่ให้นางเห็นแสง โดยกล่าวว่านางดำคล้ำเกินไป จำต้องหมกตัวอยู่ในที่มิดชิดเสียหน่อย เพื่อไม่สร้างความบาดตาให้แก่ว่าที่สามี

พื้นเพเจ้าของร่างเดิมงดงาม ท้ายที่สุดก็บ่มตัวจนขาวผ่อง หลังผิวขาวแล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกก็ดูไม่ต่างจากบุตรสาวตระกูลคนใหญ่คนโต ถึงขั้นว่ารูปลักษณ์โดดเด่นอย่างยิ่งก็ว่าได้ ทางด้านจวนโหวจึงพาเจ้าของร่างเดิมเข้าร่วมงานเลี้ยงระดับสูงอยู่สองสามหน แล้วยังให้ท่านอ๋องชราผู้นั้นได้เห็นไกลๆ บ้างประปราย

กว่าจะถึงวันแต่งงาน วันคืนผ่านไปอย่างยากจะอดทนไหว

แต่งานแต่งนี้ยังไม่ทันจัดขึ้น ในค่ำคืนหนึ่งท่านอ๋องชราเล่นบทรักกับสตรีสาวผู้อ่อนโยนพราวเสน่ห์ คิดไม่ถึงว่าจะหัวใจวายไปเสียดื้อๆ!

เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าของร่างเดิมก็ไม่ต้องแต่งงานแล้ว

ทว่าในสายตาคนจวนโหว นางผู้นี้กลายเป็นตัวกาลกิณีอย่างแน่แท้

จวนโหวกลัวผู้อื่นรับรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมเป็นตัวกาลกิณีที่มีหกนิ้ว กลัวถูกผู้คนตราหน้าว่านางทำให้ท่านอ๋องวัยชราสิ้นใจ จึงแอบตัดนิ้วเท้าที่เกินออกมาของนางทิ้ง

ช่างเจ็บปวดเจียนตาย!

เจ้าของร่างเดิมร้องไห้จะเป็นจะตาย เฝ้าอ้อนวอนขอเพียงกลับบ้านเท่านั้น บิดามารดาแห่งจวนโหวคู่นั้นจึงป่าวประกาศไปทั่วโดยกล่าวอ้างว่า บุตรสาวคนโตตระกูลซ่ง ซ่งอิง คะนึงถึงท่านอ๋องวัยชราที่ด่วนจากไป คิดไม่ได้ จึงขอตายตามไป!

จวนโหวตอนนั้นตระเตรียมผ้าไหมขาวไว้เส้นหนึ่งสำหรับให้นางแขวนคอตายจริงๆ

เจ้าของร่างเดิมหวาดกลัว ดึงปิ่นปักผมจ่อหน้าตนเองแล้วกรีดลงไปสองสามรอย คุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น รับประกันว่าจากนี้จะแก่ตายในหมู่บ้านซิ่งฮวา ไม่หวนกลับมาอีกเด็ดขาด และจะไม่ให้ผู้ใดจดจำได้จนนำมาซึ่งความวุ่นวายแด่จวนโหว!

เป็นความโชคดีของเจ้าของร่างเดิมเช่นกัน นายหญิงชราจวนโหวมีโรคประจำตัว ไม่อาจมองเห็นเลือด โหวเหยีย[8]ถึงได้ให้คนส่งนางกลับ

ยามที่เจ้าของร่างเดิมกลับมายังหมู่บ้านซิ่งฮวา มารดาผู้เลี้ยงดูอย่างหร่วนซื่อเห็นใบหน้านี้ถึงกับเป็นลมหมดสติไปทันที

หลังเจ้าของร่างเดิมกลับบ้านก็ล้มป่วยอาการหนัก ร่างกายไม่แข็งแรง อย่างเมื่อครู่นี้ เพียงแค่อยากออกจากบ้านไปส่งน้ำให้บิดามารดาในแปลงนา กลับถูกเด็กๆ เหล่านั้นขวางทางไว้ และเย้าแหย่แผลงๆ เป็นเรื่องตลก กระทั่งถึงแก่ชีวิต

ในใจซ่งอิงเต็มไปด้วยความรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทนจากความไม่เป็นธรรมของเจ้าของร่างเดิม

หากนางไม่ได้มีฐานะบุตรสาวจวนโหวนี้ติดตัว อยู่ในหมู่บ้านซิ่งฮวานี้ นางก็เป็นคนหนึ่งที่บิดามารดารักใคร่เอ็นดู

ทางด้านตระกูลซ่งนี้ สมาชิกในตระกูลแม้มีมาก แต่ครอบครัวบุตรคนรองกลับมีนางเป็นบุตรสาวผู้เดียว

นอกจากนั้น ตระกูลซ่งเพิ่งแยกครอบครัวเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ซึ่งสาเหตุก็มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของร่างเดิมเช่นกัน

ผู้เป็นลุงจากบ้านใหญ่[9]นามว่าซ่งฝูซาน แต่งเหยาซื่อเป็นภรรยา ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งหญิงหนึ่ง บุตรชายคนโตอายุยี่สิบปี หลังแต่งงานหนึ่งปียังคงไร้บุตร บุตรชายคนที่สองวัยสิบปี ส่วนบุตรสาวคนโตก็คือซ่งต้ายา วัยสิบแปดปี ออกเรือนไปแล้ว

บิดานางอยู่ในลำดับบุตรคนที่สอง นามซ่งจินซาน ภรรยานามหร่วนซื่อ ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน หลังเพิ่งผ่านพ้นปีใหม่ไป บัดนี้มีวัยสิบเจ็ดปีพอดี ยังไม่มีคู่ครองที่หมายปอง

บ้านสาม[10]ซ่งอิ๋นซาน ภรรยานามเจียวซื่อ บุตรชายสามคนหญิงหนึ่งคน บุตรคนโตวัยสิบห้าปี คนรองสิบสามปี คนเล็กสิบปี และบุตรสาววัยแปดปี

บ้านสี่[11]ซ่งหม่านซาน ภรรยานามเหยาซื่อ ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนวัยสามขวบ

----------------------------

[1] ซ่งเอ้อร์ยา (宋二丫) ‘ซ่ง’ ในที่นี้หมายถึงแซ่ของตัวละคร ‘เอ้อร์ยา’ เป็นคำที่คนจีนใช้เรียกบุตรสาวลำดับที่สองของครอบครัว

[2] ชั่วยาม (时辰) 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง โดยประมาณ

[3] โหว (侯) เป็นยศบรรดาศักดิ์ขุนนางที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ญาติสนิท หรือผู้มีคุณงามความดีต่อแผ่นดิน เริ่มใช้ตั้งแต่ราชวงศ์ฉินจนถึงราชวงศ์โจว โดยมีการกำหนดบรรดาศักดิ์นี้ไว้ 5 ขั้น ได้แก่ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน (เทียบกับบรรดาศักดิ์ไทยได้แก่ เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน)

[4] จวน (府) ในยุคสมัยโบราณหมายถึง ที่อยู่อาศัยหลักของขุนนางบรรดาศักดิ์และข้าราชการ นอกจากนี้ยังหมายถึงคฤหาสน์ใหญ่โตของคนธรรมดาทั่วไปได้เช่นกัน

[5] ซื่อ (氏) เป็นคำต่อท้ายสกุลเดิมของสตรีที่แต่งเข้าตระกูล

[6] ท่อนแขนหรือจะสู้ต้นขา (胳膊拧不过大腿) สำนวนจีน หมายถึง ผู้อ่อนแอและด้อยกว่า ไม่อาจสู้ผู้มีอำนาจแข็งแกร่งกว่าได้

[7] หมัวมัว (嬷嬷) หมายถึง แม่นมผู้มีอายุเข้าสู่วัยกลางคน

[8] โหวเหยีย (侯爷) คำเรียกนายท่านแห่งจวนโหว

[9] บ้านใหญ่ (大房) หมายถึงครอบครัวบุตรชายคนโตของตระกูล

[10] บ้านสาม (三房) หมายถึง ครอบครัวบุตรลำดับที่สามของตระกูล

[11] บ้านสี่ (四房) หมายถึง ครอบครัวบุตรลำดับที่สี่ของตระกูล

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

ตอนที่ 3 แม่เป็นห่วงแทบแย่

เมื่อก่อนพี่น้องบ้านอื่นๆ ในตระกูลซ่งล้วนปฏิบัติต่อเจ้าของร่างเดิมอย่างดี ด้วยคิดว่าอย่างไรเสียเจ้าของร่างเดิมก็เป็นบุตรสาวของจวนโหว เกิดจวนโหวนึกถึงนางขึ้นมา ยังตักตวงผลประโยชน์อะไรได้บ้าง แต่กลับจากจวนโหวมาคราวนี้ บ้านอื่นๆ ก็เกิดความไม่วางใจขึ้นมาเล็กน้อยเสียแล้ว

คิดว่าเจ้าของร่างเดิมไม่เพียงแต่ไม่มีวาสนาได้เป็นคุณหนูใหญ่ หนำซ้ำยังได้รับความขุ่นเคืองจากจวนโหว

ผู้คนในชนบทขี้ขลาดตาขาวยิ่ง เกรงว่าจวนโหวจะจำฝังใจแล้วนำปัญหามาให้ จึงบีบบังคับให้ซ่งเหล่าเกินจัดการแยกครอบครัวเสีย

ครอบครัวซ่งไม่ได้ร่ำรวย

ปีนั้นยามที่จวนโหวมารับคนเขาไป ก็ให้ผลประโยชน์ไว้เล็กๆ น้อยๆ เป็นเงินจำนวนหนึ่งร้อยตำลึงเงิน แต่เวลาก็ผ่านพ้นไปถึงสองปีแล้ว

ในสองปีนี้ ซ่งเหล่าเกินสู่ขอภรรยาให้ผู้เป็นลูกของพี่ชายคนโตจากบ้านใหญ่

เดิมทีที่ตกลงไว้ดิบดีกับแม่นางในหมู่บ้าน พอทางครอบครัวมีเงินมากขึ้นมาหน่อย ซ่งเสี่ยนลูกพี่ชายคนโตก็ไปถูกตาต้องใจสตรีที่อยู่ในอำเภอเข้า จึงให้สินสอดไปห้าสิบตำลึงเงิน!

นั่นเป็นบุตรคนโตและหลานชายคนโตของตระกูลซ่ง เป็นธรรมดาที่จะได้รับการปฏิบัติค่อนข้างดี ดังนั้นเงินก้อนนี้ส่วนใหญ่ล้วนใช้จ่ายไปกับเขา และเพื่อจะได้คู่ควรกับแม่นางที่อยู่ในตัวอำเภอนั่น ซ่งเหล่าเกินยังควักห้าสิบตำลึงเงินสุดท้ายที่ตนแอบเก็บหอมรอบริบไว้รวมเข้ากับเงินของจวนโหวแล้วซื้อบ้านหลังหนึ่งในตัวอำเภอ

พ่อเฒ่าให้ความสำคัญแก่บุตรคนโตและหลานชายคนโต ทั้งยังรักทะนุถนอมบุตรคนเล็กและหลานชายคนเล็ก

ให้ผลประโยชน์มากมายเพียงนี้กับครอบครัวบุตรคนโต แน่นอนว่าต้องให้ครอบครัวบุตรลำดับที่สี่บ้างเช่นกัน

เขาจึงใช้จ่ายไปอีกยี่สิบตำลึงเงินในส่วนค่าเจรจาหาเส้นสาย เพื่อหางานอย่างตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลประตูให้ซ่งหม่านซาน หน้าที่โดยทั่วไปเพียงแค่ต้องคอยดูแลห้องคลังน้ำในการปล่อยและกักเก็บน้ำ ชีวิตในแต่ละวันผ่อนคลายสบายใจ หนำซ้ำเบี้ยรายเดือนยังมากพอตัวอีกด้วย ถือเป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ขุนนางที่กินเบี้ยรายเดือนไปวันๆ ก็ว่าได้

แต่ทำไปทำมาเช่นนี้ สถานะการเงินในครอบครัวก็ร่อยหรอเสียแล้ว

ยามที่แยกครอบครัว บ้านใหญ่และบ้านสี่จำต้องได้รับส่วนแบ่งน้อยหน่อย โดยได้รับแปลงนาพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปคนละสามหมู่[1]

บ้านสามมีบุตรชายเยอะ จึงได้รับส่วนแบ่งตัวเรือนมากสุด ที่ดินก็มากสุดเช่นกัน โดยได้รับแปลงนาพื้นที่อุดมสมบูรณ์สิบหมู่ และแปลงผักดอกกระบอกห้าหมู่...

ส่วนบ้านสอง...

เหล่าซ่งเกินรวมไปถึงคนของบ้านอื่นๆ คิดว่า ตอนแรกยามที่คนจวนโหวมา คงต้องแอบให้ผลประโยชน์เป็นการส่วนตัวแด่ครอบครัวบุตรคนรองแล้วเป็นแน่

ถึงแม้เจ้าของร่างเดิมจะหวนกลับหมู่บ้าน อาภรณ์และเครื่องประดับผมที่ติดตัวอยู่ก็เป็นมูลค่าไม่น้อย ซึ่งของเหล่านี้ก็ไม่ได้เอามานับรวมเป็นกองกลาง ดังนั้นจึงให้ที่ดินเพียงสามหมู่เท่านั้น

ในความเป็นจริง พอเจ้าของร่างเดิมกลับมาก็ล้มป่วยทันที หนำซ้ำยังป่วยหนัก นอนป่วยติดเตียงอยู่นานเพียงนี้ ที่ขายได้ล้วนขายไปหมดแล้ว

ปัจจุบัน ของที่พอมีมูลค่าในบ้านก็เหลือเพียงที่ดินหนึ่งหมู่สามเฟิน[2]รวมไปถึงปิ่นหยกขาวหนึ่งด้าม ปิ่นหยกนั่นเป็นของชิ้นเดียวที่นำกลับมาจากจวนโหว หร่วนซื่อไม่ยินยอมขาย คิดว่าจะเก็บไว้เป็นสินเดิมให้บุตรสาว

อีกทั้ง ใบหน้านี้ของบุตรสาวนางเสียโฉมแล้ว เกิดไม่ได้ออกเรือน เก็บปิ่นนี้ไว้ก็ยังเอาไว้ใช้ในยามเดือดร้อนจำเป็นได้เช่นกัน

ดังนั้นในยามนี้ สถานการณ์ของครอบครัวบุตรคนรองจึงยากลำบากอย่างยิ่ง

ซ่งอิงนอนซมอยู่บนเตียงกระทั่งถึงช่วงเย็น ซึมซับความทรงจำทั้งหมดทั้งมวล เพิ่งได้สติฟืนคืนมาในขณะนี้เอง

ทันทีที่นางลืมตาตื่น หร่วนซื่อก็โถมเข้ามาลูบเรือนผมสลวยของนาง “ลูกข้า...แม่เป็นห่วงเจ้าแทบแย่!”

“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” ซ่งอิงเรียกคำว่าท่านแม่ได้โดยไม่รู้สึกกระด้างกระเดื่องแม้แต่น้อย

หากไม่ใช่เพราะในใจเจ้าของร่างเดิมคำนึงถึงบิดามารดาผู้นี้ คาดว่าตอนนั้นก็คงยอมตายในเมืองหลวงไปแล้ว

เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า รอดพ้นจากปากเสือกลับมาแล้ว ท้ายที่สุดก็ยังไม่อาจมีชีวิตรอดต่อไป

ด้วยร่างกายเจ็บป่วยมาเป็นเวลานาน มีหรือจะแข็งแรงเทียบคนอื่นเขาได้ ล้มคะมำลงไปทีก็ถึงแก่ชีวิตเสียแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม จากเรื่องทั้งหมดที่นางรับรู้ ระยะนี้เจ้าของร่างเดิมเริ่มบังเกิดความอยากตายขึ้นมาเล็กน้อย นางคิดว่าตนเองเป็นภาระของบิดามารดาและพี่ชาย...

“ท่านแม่ น้องต้องรู้สึกปวดหัวแน่ ขืนท่านยังเอาแต่ร้องไห้ เดี๋ยวนางก็สลบไปอีกหรอก” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาจากนอกห้อง เอ่ยปากบอกกล่าว

ซ่งอิงมองไป นี่คือซ่งสวิน พี่ชายของเจ้าของร่างเดิม

ที่ซ่งเหล่าเกินแบ่งสันปันส่วนสิ่งต่างๆ ให้บ้านสองน้อยสุด นอกจากสาเหตุจากเจ้าของร่างเดิมแล้ว ก็ยังมีซ่งสวินเป็นอีกสาเหตุด้วย

ซ่งสวิน หลานชายผู้นี้มีความแตกต่างจากหลายชายคนอื่นๆ เล็กน้อย นั่นก็เพราะร่างกายเขาไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ดูกำยำเลยสักนิด ทั้งยังรูปร่างหน้าตาสุภาพอ่อนโยน และผอมบางอย่างยิ่ง

ซ่งจินซานสงสารบุตรชาย ยามที่บุตรชายยังเล็ก ก็คิดว่าภายภาคหน้าบุตรชายคงไม่อาจทำงานไร่งานสวนได้ ดังนั้นจึงร้องขอบิดาอยู่เนิ่นนานกว่าจะยินยอมส่งให้เขาไปร่ำเรียนหนังสือ

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 4

ตอนที่ 4 ลางร้าย

ตอนนั้น ซ่งเสี่ยนหลานชายคนโตของทางด้านบ้านใหญ่นั่นเข้าโรงเรียนซือสู[3]แล้ว จึงเป็นการเหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ที่จะส่งเสียคนที่สองร่ำเรียน ซ่งจินซานแทบจะอ้อนวอนอย่างสุดชีวิตก็ว่าได้ ถึงทำให้ซ่งสวินมีโอกาสนี้

เขาเล่าเรียนได้ดีเยี่ยมทีเดียว น่าเสียดาย ยามที่ซ่งเสี่ยนทางด้านบ้านใหญ่นั่นว

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ
นิยายแนะนำยอดฮิต