ตอน 3
เจ้าสาวที่เจ็ดของประธาน
บทที่3 การคัดเลือกภรรยา
คนขับรถของธนวันจอดรถที่หน้าคฤหาสน์สุดหรูซึ่งผสมผสานรูปแบบระหว่างวัฒนธรรมจีนและตะวันตก คฤหาสน์ครอบคลุมพื้นที่หลายพันตารางเมตรซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่งและเกียรติยศของตระกูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประตูรั้วที่สูงลิบผู้หญิงหลายคนมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเข้าไปในนั้น ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเธอจะต้องเดินกลับออกมาอีกครั้งก็ตาม
ผลินมองออกไปที่นอกหน้าต่าง มีรถยนต์หลายคันจอดอยู่หน้าประตู ดูเหมือนว่าในวันสุดท้ายนี้จะมีหญิงสาวจำนวนไม่น้อยในสายสกุลเดียวกันที่มาลองเสี่ยงโชคครั้งนี้
“คุณหนูใหญ่เข้าไปข้างในเถอะครับ”
ลุงชูคนขับรถเปิดประตูและทำท่านอบน้อมต่อเธอ
เธอก้าวลงจากรถ และกระซิบบอก“เรียกฉันว่าผลินเถอะค่ะ ถ้าคุณผู้หญิงได้ยินคุณลุงจะถูกดุเอาได้นะคะ”
ลูกสาวในตระกูลเจริญมาศไม่มีพี่น้อง ตระกูลเจริญมาศมีลูกสาวคนเดียว นั่นคือชุดา
ในส่วนกลางของคฤหาสน์มีน้ำพุหลากสีขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนสีไปตามเสียงเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่ ผลินก้าวเดินเชื่องช้า มีพนักงานผู้รับผิดชอบในงานเลี้ยงสองคนเดินนำเธอเข้าไปข้างใน เธอลงชื่อในสมุดลงทะเบียนเหมือนกับผู้หญิงทุกคนที่มาสมัครเข้ารับการคัดเลือก ทุกคนกำลังรอเรียกชื่ออย่างอดทน
“ใกล้ถึงเวลาสัมภาษณ์แล้ว โปรดเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์แล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ ไม่ว่าคุณจะได้รับคัดเลือกหรือไม่ คุณผู้หญิงของเราเชิญให้พวกคุณร่วมรับประทานอาหารด้วย”
เมื่อพนักงานกล่าวจบ เขาก็หยิบสมุดลงทะเบียนนั่นขึ้นมาและเริ่มอ่านชื่อผู้เข้าสมัครคนแรก“คุณญาตา ได้โปรดตามผมมา”
หญิงสาวตัวเล็กน่ารักดูตื่นเต้น เธอเดินตามเขาออกไปจากห้องโถง ไม่ถึงสิบนาทีเธอก็กลับมาพร้อมกับร้องไห้ เธอหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมา เธอได้รับความอัปยศอดสูและออกไปอย่างอับอาย
จากนั้นก็เป็นคนที่สองและสาม พวกเธอเดินเข้าไปอย่างมีความสุขแต่แล้วก็ร้องไห้กลับออกมา คนที่ยังไม่ได้ถูกเรียกเข้าสัมภาษณ์ต่างตื่นตระหนก ความมั่นใจที่เคยมีก็เริ่มหมดไป เมื่อความมั่นใจหดหาย ความกล้าที่จะก้าวออกจากห้องโถงก็หมดลงไปด้วย
ในบรรดาหญิงสาวหกคนที่เหลือ มีเพียงผลินเท่านั้นที่นิ่งสงบ เธอไม่ได้มีส่วนร่วมในวงสนทนาเหมือนเช่นคนอื่น ๆ ที่กำลังพากันเดาสิ่งที่เกิดขึ้นและวิธีรับมือกับคนร้ายกาจตามข่าวลือ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ส่งข้อความ
ในที่สุดก็ถึงคิวของเธอ คนอื่น ๆ ต่างส่งสายตาเห็นอกเห็นใจมาให้ แต่เธอก็หาได้มีความตึงเครียดหรือวิตกกังวลใด ๆ เลยแม้แต่น้อย เมื่อออกจากห้องโถง ลุงชูคนขับรถกำลังยืนรอเธออยู่ที่หน้าประตู“คุณหนู นี่คือของที่คุณต้องการให้ซื้อครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอรับมาและเดินตามพนักงานคนนั้นเข้าไปในห้องมืด
ม่านถูกปิดอย่างมิดชิดเพื่อกั้นแสงสว่างจากภายนอก เมื่อทั้งห้องไม่มีแสงสว่างบรรยากาศโดยรอบก็ชวนให้อึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก
ทางฝั่งซ้ายของห้องมีชายคนหนึ่งนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำ เส้นผมตรงสีดำเข้ม คิ้วเฉียงดั่งคมดาบ ดวงตาเรียวเล็กแหลมคมดำขลับ ริมฝีปากบางสีสด โครงหน้าคมชัด รูปร่างสูงเพรียวแต่ไม่กำยำเปรียบเสมือนนกอินทรีย์ที่อยู่ท่ามกลางความมืด เยือกเย็นเย่อหยิ่ง โดดเดี่ยวทว่ามีชีวิตชีวา และสิ่งที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนคือพลังแห่งความแข็งแกร่งแม้จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางห้องกว้างก็ตาม
ผลินมองไปที่เขาอย่างไม่เกรงกลัวและนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างใจเย็น เปิดถุงพลาสติกในมือและหยิบเอากระดาษทิชชูแผ่นใหญ่วางลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
“นั่นคืออะไร”
เห็นได้ชัดว่าการกระทำของเธอค่อนข้างเข้าใจยาก นั่นจึงส่งผลให้ชายหนุ่มเกิดความสงสัยจนเรียวคิ้วขมวดมุ่น
“เอาไว้เช็ดน้ำตาค่ะ”
เธอกล่าวตอบสั้น ๆ
ชายหนุ่มชะงักไปแล้วจึงหัวเราะออกมาแผ่วเบา“คุณคิดว่าผู้หญิงที่เข้ามาในนี้จะต้องร้องไห้ทุกคนอย่างนั้นหรือ”
“แต่อย่างน้อยที่ผ่านมาก็ไม่มีใครหัวเราะเลยนี่คะ”
“นั่นเป็นเพราะคำถามที่ฉันถาม และคำตอบของพวกเธอก็ไม่น่าพอใจ”
“ผู้หญิงที่เข้ามา ตอบคำถามของคุณทุกคนเหรอคะ”
“ใช่”
ผลินพยักหน้าตอบรับ“โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณถามได้เลยค่ะ”
“คุณรู้ไหมว่าผมผ่านการหย่ามากี่ครั้งแล้ว”
“หกครั้งค่ะ”
“คุณคิดว่าคนที่จัดการเรื่องในครอบครัวไม่ได้จะมีความสามารถบริหารบริษัทได้หรือไม่”
"ฉันคิดว่ามีความสามารถค่ะ เพราะปัญหาทางด้านอารมณ์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำงาน ท่านประธานเหมาเองก็สามารถก่อตั้งประเทศจีนใหม่ได้สำเร็จ แม้ว่าท่านจะจัดการเรื่องภายในครอบครัวได้ไม่ดีก็ตาม"
คำตอบนั้นช่างเป็นกลางและลึกซึ้ง เป็นการพูดเรื่องจริงที่ไม่มีคำเยินยอ มีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับบรรดาหญิงสาวก่อนหน้านี้ที่ดูไม่มีความคิดแม้แต่คนเดียว ปยุตยากจะยับยั้งตัวเองไม่ให้จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอได้ พลางถาม “คุณชื่ออะไร”
“ผลินค่ะ”
“ออกไปได้แล้ว”
เขาไม่ได้บอกว่าเธอมีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่ แค่เปล่งเสียงไปทางประตู“คนต่อไป”
“คุณจะเลือกฉันใช่ไหมคะ”
เธอไม่ได้ออกไปจากห้องทันที แต่จ้องมองและเอ่ยถามเขาอย่างนอบน้อม
ปยุตหันมาให้ความสนใจแล้วเอ่ยถาม“ทำไมต้องเลือกคุณ ผมขอเหตุผล”
“ฉันมั่นใจว่าฉันจะเป็นภรรยาคนสุดท้ายของคุณ”
“หืมม ภรรยาคนสุดท้ายอย่างนั้นหรือ”เขาหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา สายตาแสดงออกว่าเยาะหยัน “ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าพูดจาอวดดีต่อหน้าผม”
“ถ้าคุณคิดว่าฉันไม่มีความสามารถพอก็ทดสอบฉันได้เลยค่ะ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะกลัวว่าฉันจะมีความสามารถจริง ๆ”
หึหึ เขาหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย ซึ่งมันกระตุ้นความสนใจแก่เธอ“โอเค เพื่อความกล้าหาญของคุณ อย่างนั้นผมจะให้โอกาส แต่จงจำเอาไว้ มันไม่สำคัญว่าผมจะเลือกใคร เพราะผมจะไม่มีวันรักผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น”
ตอน 4
บทที่4 การแต่งงานสายฟ้าแลบ
ปยุตลุกขึ้นและออกจากห้องไป ผลินถอนหายใจอย่างโล่งอก ขยับตัวแล้วก้าวตามออกไป
ภายนอกบานประตู พนักงานที่พาเธอมาตอนนี้ได้นำหญิงสาวคนถัดไปมายืนอยู่ตรงหน้า เขามองปยุตและสอบถามด้วยความแปลกใจ
“คุณชาย คุณไม่เลือกแล้วหรือครับ”
“เธอได้รับเลือก”
มือถ
ตอน 5
บทที่5 การเป็นม่าย
ช่วงเวลากลางคืนคืบคลานเข้ามาลบแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ม่านความมืดแห่งค่ำคืนเหมือนดั่งม่านกำมะหยี่ในโรงละครที่ค่อย ๆ โรยตัวลงมาช้า ๆ
งานแต่งงานยังไม่ทันจบ ผลินก็ถูกปยุตพาตัวออกจากโรงแรม ซึ่งแน่นอนว่าเธอถูกฉุดกระชากออกมา
“คุณจะพาฉันไปไหน”
ผลินยืนอยู่ข้