นางรำ
ตอน 2

ตอน 2

นางรำ

บทที่2

มันอะไรกัน

เรื่องบ้าอันใดที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขา พอประตูด้านหน้าเปิดเข้ามาเขาก็เห็นสีทองพร่างพรายขึ้นมาก่อนในแสงสลัวๆ ของห้องนี้...แล้วจึงรวมกันเห็นเป็นร่างอ้อนแอ้นในชุดนางรำ. หล่อนมาผิดงานแน่ๆ เพราะเขาไม่ได้เชื้อเชิญหรือจ้างวานหล่อนเลย เสียงต่างๆ ในห้องเงียบกริบไปพักหนึ่ง ก่อนจะดังแซดขึ้นมาทำนองว่าหล่อนเป็นใครมาจากไหน และจะมาทำอะไร

“ระวี...” เขาเรียกชายหนุ่มรุ่นน้องที่เป็นกึ่งๆ ญาติด้วยเสียงอันบอกถึงอำนาจอย่างเต็มที่ “เกิดอะไรขึ้น”

“คุณชนาส่งมาเป็นของขวัญวันเกิดคุณค่ะ”

เกนเกดตอบเสียเอง หล่อนหันมาพยักหน้าน้อยๆ เป็นอาณัติสัญญาณให้กับระวี แววตาหยาดเยิ้มคู่นั้นเหมือนจะสะกดให้ระวีงงงัน ยอมทำตามที่หล่อนสั่งโดยดีลั่นทำให้ภิไธยสั่นเทิ้มไปทั้งกายก็ว่าได้

แต่เสียงเพลงเจื้อยแจ้วขึ้นมาก่อน แล้วแม่สาวนั่นก็ออกท่าร่ายรำอย่างสวยงาม พร้อมกับสองหูของเขาได้ยินเสียงวิจารณ์เบื้องหลัง

“อื้อฮือ...นางรำคนนี้สวยเฉียบ...ใส่เครื่องได้สวย ชักอยากจะเห็นเวลาถอดเครื่องทรงออกแล้วซิ”

หล่อนวาดแขนเยื้องย่างไปตามลีลาเพลง ซึ่งทำให้ภิไธยปวดศีรษะมากกว่าอย่างอื่น

ตั้งแต่ชื่อของชนาที่หลุดออกมาให้ได้ยินแล้วที่ทำให้เขารู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เจอหล่อนมานานแล้ว...นานจนคิดว่าหล่อนจะตัดเป็นตัดตายกับเขา แล้วนี่หล่อนส่งนางรำคนนี้มารำอวยพรให้เขาในวันเกิด

กว่าเพลงจะจบ ภิไธยก็ดื่มไปอีกสองแก้วจากเด็กหนุ่มที่เวียนถือถาดคอยบริการเครื่องดื่มให้แขกเหรื่อจำกัดที่เขาเชื้อเชิญมา

หล่อนทรุดตัวราบลงพนมมือไว้หว่างอก อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าเมตร ช้อนตายาวรีขึ้นมองสบตาเขาดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย ได้ยินเสียงครางจากเบื้องหลัง

“คุณชนายกนางรำนี้ให้ด้วยหรือเปล่า ลองถามดูซิ ภิไธย”

เขาต้องถามแน่ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ เขาเพียงอยากรู้ว่าทำแบบนี้ด้วยความจริงใจหรือเพราะหล่อนมีเจตนาอื่น ชายหนุ่มไม่สนใจกับกลีบดอกกุหลาบสีชมพูสดที่หล่อนกอบจากพานโปรยปรายมารายรอบเท้าของเขา และเมื่อหล่อนหยิบพวงมาลัยข้อมือที่ร้อยอย่างสวยงามด้วยดอกพุดสลับลายด้วยกลีบกุหลาบชมพู และใบกระบือสีเขียว เดินเข้ามาก้มศีรษะลงเล็กน้อยเบื้องหน้าเขาพร้อมกับเอ่ยขอโทษแล้วจะคล้องข้อมือให้ ชายหนุ่มก็เอามือข้างนั้นไขว้หลังเสียทันที

ท่าทางของเขาบอกถึงความถือตัว และแววตาคมกริบคู่นั้นก็ทำให้เกนเกดนิ่งชะงัก

“ฉันไม่รับดอกไม้ของเธอ” เขาบอกเสียงเครียดๆ “ไหนบอกทีซิว่า ชนาจ้างเธอมาเท่าไหร่”

“ฉันต้องบอกค่าตัวของฉันด้วยหรือคะ” หล่อนย้อนถาม

“เธอมีค่าตัวด้วยซินะ”

“การแสดงค่ะ ไม่ใช่ค่าตัวแบบนั้น” หน้าของหล่อนร้อนผ่าว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบหน้าหล่อนเอามากๆ ตระเวนรับจ้างแสดงมานานปี เกนเกดไม่เคยเจอใครที่ทำหยาบคายกับหล่อนเพียงนี้มาก่อน ริมฝีปากอิ่มเต็มเคลือบสีแดงสดเม้มเข้าหากันนิดๆ แล้วไหล่บอบบางก็ยืดขึ้นตรงเหมือนกัน

หล่อนก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน เขาจะมองหล่อนอย่างดูถูกไม่ได้เด็ดขาด

“เท่าไหร่”

หล่อนไม่ตอบ ไม่สนใจกับเสียงกระด้างๆ ของเขา ใจเท่านั้นที่บอกว่า

...เจ้าประคุณเอ๊ย งานนี้งานเดียวแหละย่ะ ปีหน้าฟ้าใหม่ ต่อให้เอาเงินมากองจ้างให้ฉันมารำอวยพรนายอีก ฉันก็จะไม่มาเด็ดขาด...

มือเขายื่นมาข้างหน้า แล้วคว้าหมับที่ข้อมือของหล่อน บีบเน้นลงไปแรงๆ จนเจ็บ เกนเกดพยายามสะบัดออก แต่ก็ไม่หลุด

“ฉันถาม ได้ยินไหม”

“ได้ยินค่ะ”

“ทำไมไม่ตอบ”

“คุณจะจ้างฉันแสดงอีกหรือคะ”

“แสดงไอ้รำอ้อยสร้อยแบบตะกี้อีกงั้นซิ” แล้วเขาก็เงยหน้าระเบิดเสียงหัวเราะก้อง หันไปข้างหลังพยักพเยิดกับพวกพ้องของเขา ก่อนจะพูดใส่หน้าหล่อนตรงๆ “เธอรำแบบอื่นได้ไหมล่ะ อย่างรำเปลื้องเครื่องทรง...ฉันจะจ้าง” แล้วเขาก็หัวเราะชอบอกชอบใจ ยังไม่ยอมปล่อยมือจากข้อมือของเกนเกด “ถอดยากไหมนี่...” เขาวางแก้วเหล้าลงในถาดเปล่าที่เด็กหนุ่มถือผ่านมา แล้ววางมืออีกข้างลงบนบ่าของเกนเกด “ไอ้เครื่องทรงแบบนี้เขาถอดกันยังไง ฉันไม่เคยด้วยซิ”

“ทุเรศ...”

เกนเกดหลุดปากออกมา หล่อนรู้สึกเสียใจที่ต้องพูดคำไม่เป็นมงคลในงานวันเกิดของแขกพิเศษ แต่ช่วยไม่ได้เลย เขาหยาบคายกับหล่อนก่อน...

ชนาบอกว่าเขาไม่ปกติ เขานิยมผู้ชายด้วยกัน

แต่ทำไมเขาอยากดูหล่อนเปลื้องผ้า หรือเพียงเพื่อตอบสนองความวิตถารของตัวเองเท่านั้น

“เธอว่าไงนะ”

เพียงเขาลืมตัวคลายมือออก เกนเกดก็สะบัดออกแล้วก้าวถอยห่างออกไปโดยเร็ว

“ฉันมาแสดงตามการจ้างของคุณชนา...หมดหน้าที่ของฉันแล้วค่ะ อ้อ...ฉันเกือบจะลืม...” หล่อนหยิบกล่องเล็กๆ จากก้นพานยื่นมาตรงหน้าเขา “คุณชนาให้ส่งมอบกับมือของคุณ...”

“เธอยังไปไม่ได้...”

เกนเกดไม่ยอมตอบ หล่อนก้าวไปที่เครื่องเทปหยิบมันขึ้นมา เงยหน้าขึ้นยิ้มขอบคุณกับระวี แล้วตั้งท่าจะกลับไปเงียบๆ เหมือนเมื่อตอนที่เข้ามา...คงเป็นหนแรกและหนสุดท้าย มีบางแห่งที่หล่อนเคยไปรำอวยพรแล้วย้อนกลับไปเปิดการแสดงอีกด้วย มีคนประทับใจในตัวหล่อน แต่นี่ดูเหมือนบรรยากาศของงานจะกร่อยเป็นอันมาก หล่อนไม่มีเวลาจะใส่ใจกับความหรูหราของสถานที่หรือผู้คนอื่นๆ นอกจากจะต้องรีบกลับไป ยังมีงานรออยู่และเกนเกดก็ตระหนักถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคุกคามใกล้เข้ามา

ภิไธยก้าวตามมาติดๆ เขาหย่อนกล่องนั่นในกระเป๋าเสื้อ เกนเกดพ้นประตูออกมาแล้ว เขาเปิดประตูตามมา

“เมื่อฉันไม่ให้เธอกลับ เธอจะกลับไม่ได้...”

เขาเป็นใคร เกนเกดถามตัวเอง มีอำนาจอันใดมาสั่งหล่อนแบบนี้ได้

หญิงสาวไม่เสียเวลาฟังเสียงเขาด้วยซ้ำนอกจากเดินเร็วๆ แต่ผ้านุ่งของหล่อนก็แคบนักจนก้าวขายาวไม่ได้

ภิไธยมีช่วงขายาว เขาก้าวมาดักหน้าหล่อนเอาไว้ “ฉันจะซื้อเธอไว้รำให้ฉันดูคืนนี้...แต่ต้องไม่สวมอะไรเลยนะ...ไอ้ชุดแบบนี้น่ะมันดูลิเกไปหน่อย ฉันไม่ชอบลิเก...แต่ฉันชอบผู้หญิงซิงๆ ที่เปลือยเปล่า แล้วก็เต้นระบำตามจังหวะเพลงมันๆ สักเท่าไหร่ดี...ห้าพัน...” เขาลงเสียงหนักนัก เกนเกดลืมตัวแล้วกับคำสบประมาทนั้น ปกติหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงเสงี่ยมหงิมเหมือนบุคลิกกับเสื้อผ้าเครื่องทรงที่ห่อหุ้มอยู่ วิทยุเทปในมือถูกยกขึ้นแล้วหล่อนก็ทุ่มมันใส่เท้าเขา

“โอ๊ะ...”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่3

เสียงเขาร้องโอดโอยอย่างบอกให้รู้ว่าเจ็บจริงๆ ไม่ใช่เสแสร้ง นั่นพอจะทำให้สิ่งที่เดือดปุดๆ ในอกของหล่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย

“จำไว้แล้วกันว่าอย่าพูดแบบนี้กับฉันอีก”

เขาสะบัดเท้าไปมา นัยน์ตาวาวจ้าด้วยความโกรธ แล้วในขณะเดียวกันก็นึกประหลาดใจที่ผู้หญิงคนนี้มองเขาอย่างไม่แยแส สำหรับผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองเลอเลิศสุดแสน ผู้หญิงเห็นเป็นต้องจับตามองด้วยแววตาชื่นชม บางครั้งมองจนเหลียวหลัง ปรารถนาในตัวเขาอย่างเปิดเผย แล้วนี่กะแค่นางรำคนหนึ่ง ที่ภิไธยเห็นว่าต่ำต้อยกว่าเขาจนเปรียบเทียบไม่ได้ หล่อนมองเขาด้วยแววตาจงชังรังเกียจเสียด้วยซ้ำ ทำให้เขาสุดจะทน

เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดให้พ้นไป สาวเท้าเข้าไปใกล้ ขบฟันแน่นส่งเสียงลอดออกมา

“หล่อนจะมากเกินไปแล้ว หล่อนทำร้ายฉัน”

เหมือนลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่ง ภิไธยจับบ่าบอบบางนั้นเขย่าแรงๆ พานกะไหล่ในมือหล่อนปลิวหวือไปอีกทิศทางหนึ่ง แล้วหล่อนก็สั่นเทิ้มด้วยแรงเขย่าอย่างไม่ปรานีปราศรัยสักนิดนั่น

“ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าดีกับฉันอย่างนี้...”

มือข้างหนึ่งปล่อยออกจากบ่าเงื้อขึ้นสูง หมายดวงหน้าที่ลงเมคอัพไว้เข้มจัดนั่น ดวงตาของเกนเกดขยายกว้างขึ้น บอกถึงความตกใจ แล้วสัญชาตญาณปกป้องตัวเองก็ทำให้หล่อนรีบเบนหน้าออกไปห่าง ใจหล่นวับ

แต่ระวีออกมาถึงพอดี “อย่าฮะ คุณไธย”

เขาห้ามเสียงตกใจ คว้ามือของภิไธยเอาไว้ได้ทัน

ภิไธยฮึดฮัดอยู่บ้างแต่อกกลับโล่ง เพราะโมหะตัวเดียวที่เกือบจะทำให้เขาทำบ้าๆ

ก็เขาไม่เคยลงมือทำร้ายผู้หญิงมาก่อนเลยนี่นา

เขาดึงภิไธยออกห่างจากเกนเกด แต่ภิไธยก็ยังไม่ยอมอยู่เฉย เขามองเกนเกดเหมือนจะฉีกหล่อนออกเป็นชิ้นๆ พร้อมกับเสือกใสไล่ส่ง

“ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย”

เกนเกดเม้มปากเข้าหากัน หล่อนเพิ่งผ่านพ้นนาทีวิกฤติไปหยกๆ แคล้วคลาดไปอย่างหวุดหวิด แล้วเมื่อยังยืนจ้องหน้าเขาอยู่เฉยๆ ก็ได้ยินเสียงห้าวห้วนขับไล่มาอีก

“ยังจะมายืนอยู่อีก”

“ฉันไปแน่ค่ะ ไม่ต้องไล่ก็ไป...ที่มานี่ก็มาทำงานตามที่คุณชนาเธอจ้างเอาไว้เท่านั้น...แล้วคงจะเป็นหนเดียวด้วย...ฉันเป็นนางรำก็จริง แต่เชื่อไหมคะ...ไปมาก็หลายแห่งแล้ว ได้พบเศรษฐีมาก็มาก พวกผู้ดีก็มาก เมื่อก่อนฉันก็คิดว่าพวกเศรษฐีมีเงินนี่คงจะเป็นผู้ดีกันหมด แต่คืนนี้ฉันเพิ่งรู้...”

ริมฝีปากอิ่มเต็มเคลือบสีสดจัดจ้านเพราะต้องเข้าแสงไฟแย้มออกจากกันอย่างเยาะหยัน นั่นทำให้ภิไธยเป็นฝ่ายสั่นเทิ้มขึ้นมาบ้างเหมือนกัน แล้วระวีก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่ ภิไธยสลัดหลุดไปแล้ว แต่คราวนี้เกนเกดว่องไวนักหนา หล่อนวิ่งหนีโดยยกชายผ้านุ่งขึ้นเห็นช่วงขาขาวเนียนนวลกระจ่าง

“คุณไธย...”

ระวีกระโจนตามติดมา ใจภาวนาให้เกนเกดหนีไปได้พ้นๆ แล้วเขาก็โล่งอกเมื่อเห็นเกนเกดไปถึงรถยนต์ของหล่อนเปิดประตูที่ไม่ได้ล็อกขึ้นไปนั่งแล้วล็อกเสียแน่นหนา กระจกก็ไม่ได้ไขลงมา

“คุณไธยอย่าตามเลย” ระวีร้องบอกเมื่อเขาเข้ามาถึงตัวญาติผู้พี่ “ปล่อยไปเถอะฮะ ต่อไปนี้คงจะไม่ต้องเจอะเจอกันอีกแล้ว”

ภิไธยยืดตัวขึ้นตรงมองตามรถโฟล์คเก่าๆ นั่นไป ด้วยแววตาที่ระวีเองก็ไม่สู้จะสบายใจสักเท่าไหร่เพราะเขาใกล้ชิดมานานปีจนรู้ว่าแววตาแบบนี้แหละบอกว่าภิไธยจะไม่ยอมหยุดอยู่เพียงแค่นี้แน่นอน

“ฉันอยากรู้ว่าแม่นั่นชื่ออะไร ทำงานประจำที่ไหนหรือเปล่า หรือเป็นแค่นางรำอย่างเดียว”

...เอาล่ะซิโว้ย...

ระวีอุทานในใจ มาตกหัวเขาเหมือนเดิมซิน่า

“เร็วด้วยนะ ระวี ฉันอยากรู้...” สายตาเขาไปสะดุดกับอะไรอย่างหนึ่งที่เป็นสีทองแวววาว พอเขามองไประวีก็มองตามปร๊าด

“รองเท้าครับ คุณไธย...”

“เก็บมาด้วย...”

ระวีไปหยิบรองเท้านั่นแล้วก็เจอเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่ง ชิ้นไม่ใหญ่มากนัก อาจจะเป็นเครื่องประดับผม...เขาหยิบมาด้วยกัน

“คุณไธยจะส่งคืนหรือครับ...”

“ตามตัวให้ได้ก่อน”

“ยังกะเรื่องนางซินเดอเรลลา” เพื่อนพ้องล้อเลียนเมื่อเห็นรองเท้าทองปลายงอนเชิดที่เกนเกดทิ้งหลุดเอาไว้ ภิไธยยังมีสีหน้าปกติไม่บอกว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ ระวีจึงเดินเลยผ่านไปเพื่อเก็บรองเท้านั่นไว้ในห้องข้างใน

“สนุกกันต่อเถิด...”

งานเลี้ยงวันเกิดของเขาเหมือนงานสังสรรค์ที่มีหัวข้อธุรกิจเป็นแกนนำเสียมากกว่า มีเหล้าเป็นเครื่องดื่มแล้วแต่จะเลือก เพราะเสิร์ฟกันไม่อั้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีผู้หญิงเข้ามาเพิ่มความมีชีวิตชีวา ไม่มีความรื่นรมย์ใดๆ เลย นอกจากจะเจรจากันอย่างเคร่งเครียดต่อ

ภิไธยเป็นเช่นนี้เสมอ ทุกลมหายใจเข้าออกของเขาดูจะเป็นเรื่องงานไปเสียหมด แล้วเมื่องานจบลงในตอนเที่ยงคืนเศษๆ เขาก็พอใจที่การเจรจาเรื่องการค้าอย่างหนึ่งของเขาบรรลุผลไปด้วยดี

นั่นเป็นของขวัญวันเกิดที่เขาให้กับตัวเอง

เป็นความภูมิใจอันแสนสุขของเขา งานย่อมมาก่อนสิ่งอื่นใดเสมอ

จนเหลือแต่เขากับระวีเพียงสองคนเท่านั้น...ชายหนุ่มถึงมีท่าทางตามสบายขึ้นมาบ้าง ถอดเสื้อสูทออก พร้อมกับเอ่ยพึม “ฉันเพลียจัง...ขอกาแฟสักแก้ว...เร็วๆ นะ”

“เหนื่อยแล้วผมว่าเป็นน้ำหวานดีกว่า มันจะทำให้ชื่นใจขึ้นได้”

ภิไธยหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

“อีกแล้ว นายเคี่ยวเข็ญฉันดื่มน้ำหวาน ให้ฉันเป็นหน้าตัวเมียอีกแล้ว”

“มันไม่เกี่ยวหรอกฮะ ไอ้ความคิดแบบนั้นมันเป็นค่านิยมซะมากกว่า...ผมเพียงไม่อยากให้คุณไธยดื่มกาแฟเพียวตอนเหนื่อยจัดๆ ...มันจะยิ่งไปกระตุ้นให้เครียดหนักขึ้นไปอีก”

ระวีออกไปจากห้องแล้ว ภิไธยถึงหย่อนกายลงนั่งมือควานลงไปพบกล่องเล็กๆ ที่นางรำคนนั้นบอกว่าชนาส่งมาให้เขา...เพียงพิจารณาอย่างจริงจังแวบเดียว ภิไธยก็รู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด

ชายหนุ่มเปิดกล่องออกดู แล้วก็นิ่งอึ้งเมื่อมองเห็นแหวนในกล่อง

ชนาคืนแหวนหมั้นให้กับเขาในงานวันเกิดของเขา

หล่อนมีเจตนาอย่างไรกันแน่...

เขาหยิบแหวนมาพิจารณาใกล้ๆ พอดีกับประตูห้องเปิดเข้ามา เขาถือแหวนค้างไว้ในมือเช่นนั้น

“ของขวัญจากใครหรือฮะ”

ระวีวางแก้วใบสูงที่ละอองฝ้าเกาะโดยรอบบอกให้รู้ว่าเย็นจัดลงตรงด้านขวามือของเขา แล้วมองดูแหวนวงนั้น

ภิไธยยกไหล่เล็กน้อย “คุณแมวคืนมา...”

ระวีพยายามมองหาความผิดปกติจากภิไธย แต่เขาก็ไม่ได้เห็นแม้แต่นิดเดียว

“ต่อโทรศัพท์ไปบ้านคุณแมวให้ที”

ระวีปฏิบัติตามคำสั่งโดยเร็ว พักใหญ่ก็ส่งหูโทรศัพท์มาให้เขา ภิไธยกรอกเสียงนุ่มๆ ลงไป

“ขอสายคุณชนาครับ”

“ไม่อยู่ค่ะ ออกบิน...”

“จะกลับเมื่อไหร่ครับ”

“วันพุธหน้าค่ะ...”

อย่างเบามือภิไธยวางสายลง แล้วเอนหลังพิงพนักใส่แหวนลงไปในกล่องตามเดิม แล้วปิดฉับลง จึงเท่ากับกล่องนั้นยังอยู่ในอุ้งมือ

“รออีกสี่วันฉันกับเขามีเรื่องจะต้องพูดกันเยอะ...”

“คุณแมวมีเจตนาอะไรกันแน่ถึงส่งแหวนคืน...”

“เขาคงอยากจะถอนหมั้น แต่ฉันไม่ยอมนะ...มันง่ายเกินไป ก็หมั้นหมายกันเอาไว้แล้ว จะแต่งกันไม่นานนี้...มาทำแบบนี้ไม่ได้แน่”

ที่ระวีแสนประหลาดใจก็คือซุ่มเสียงและท่าทางของภิไธยไม่บอกสักนิดว่าจะเคืองขุ่นนอกเสียจากไม่พอใจที่ชนาทำเหมือนเป็นเรื่องของเด็กเล่นขายของ

“อยู่ๆ ก็ส่งนางรำมารำบ้าบอกลางงาน...ทำให้เพื่อนๆ ฉันได้หัวเราะกันเกรียว...แถมแม่นั่นก็ยังทำให้เท้าฉันเจ็บ”

“ผมว่าจะขอดู ก็ลืมไป...คุณไธยยกขาขึ้นหน่อยซิ”

“ไม่ต้อง” เขาโบกมือ “ไม่ถึงกับมากมาย แต่แม่นั่นลองดีกับฉันมากเกินไป อย่าลืมนะ ระวี...สืบเสาะดูว่ามาจากไหน ชื่ออะไร...”

“คุณไธยจะทำอะไร” ระวีถามออกไปอย่างโง่ๆ ไม่น้อย

ได้ยินเสียงหัวเราะของภิไธยกังวานไปทั่วทั้งห้องทีเดียว

“ผู้หญิงนี่เอามาทำอะไรได้บ้างเล่า...ถ้าไม่จับลงนอนหงายแล้วเราอยู่ข้างบนน่ะ ฮึ...นายบอกฉันทีเถอะ...หรือนายจะให้ฉันเอาแม่คนนั้นมานั่งไว้บนแท่นปูผ้าขาวลาดกราบวันละสามเวลา จะได้เจริญกับตัวเอง”

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 4

บทที่4

เกนเกดขับรถเข้าบ้านในตอนเที่ยงคืนเศษๆ ไปแล้ว หล่อนมีคิวการแสดงประจำที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งซึ่งหรูหราติดอันดับของสถานที่ที่มีการแสดงศิลปะแบบไทยๆ หลังจากออกมาจากบ้านของภิไธยแล้ว...เมคอัพยังไม่ได้ล้างจากใบหน้าแต่เกนเกิดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาแล้ว

“แม่เกดรึ...”

เสียงสั่นเครือทักขึ้น ทำให้หญ

ปลดล็อกตอน 4
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อดำเนินเรื่องราวต่อไป ทุกตอนที่ปลดล็อกคือแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
ยอดเหรียญคงเหลือ: 0 เหรียญ
นิยายแนะนำยอดฮิต