ตอน 1
คุณหมอเสน่ห์หา
บทที่1 คำนำ
“เจ้าเป็นไปถึงท่านหญิงของจวนจิ้งโก๋ว พร้อมเป็นพระชายาเอกของข้า อ๋องอานชิ่ง ไม่น่าคิดว่าเจ้าจะใช้วิธีที่ต่ำต้อยเช่นการใส่ยาแฝดให้ข้า”เสียงนั้นทั้งดุดาลทั้งเย็นชา เธอจึงลืมตาอย่างตะลึง แต่ผู้ชายคนนั้นกลับใส่เสื้อคลุมไว้แล้ว ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาอันโหดร้ายจ้องมองยังเธอ
อ๋องอานชิ่ง? นี่มันอะไรกันวะ เธอรู้สึกว่าสมองเหมือนโดนอะไนบางอย่างทำให้นิ่งไว้ไม่สามารถใช้งานได้
เธอรู้ชัดว่าตัวเองชื่อชูเซี่ย เป็นศลัยแพท์สมอง ซึ่งมาจากศตวรรษที่21 แล้วการผ่าตัดที่เธอทำล้มเหลว ผู้ป่วยเสียชีวิตไป แล้วพ่อที่บ้างคลั่งของผู้ป่วยนั้นใช้มีดแทงเข้าหัวใจเธอ
เธอพยุงร่างกายขึ้นมา สายตาที่ตื่นตระหนกมองไปยังผู้ชายที่โกรธเกรี้ยวอยู่ตรงหน้า เขายังคงเปลือยเปล่าอยู่ บนแขนมีร่องรอยฟันที่เธอกัดไว้ รอยช้ำจางๆนั้นทำให้นึกถึงความบ้าคลั่งของเธอในเมื่อกี้
แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เธอจำได้ว่าเธอถูกส่งเข้าห้องผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือชีวิตหลังจากถูกมีดแทง ถึงจะเสียชีวิตไปแต่ก็ควรอยู่ที่ห้องดับจิสิ แล้วที่นี่คือที่ไหน ผู้ชายที่อยู่ด้านหน้านี้เป็นใครกันแน่
เธอใช่มือไปสัมผัสหน้าอกของตนเองโดยจิตใต้สำนึก ไม่มีรอยบาดแผลและไม่มีอาการเจ็บปวดด้วย เหมือนอยู่ในฝันเลย
ตกลงที่ไหนเป็นฝันกันแน่ การถูกคนฆ่าตายเป็นฝันหรือตอนนี้เธอกำลังอยู่ในฝัน
เสี่ยววินาทีต่อไป ความทรงจำบางอย่างที่ไม่ใช่ของเธอโผล่ขึ้นในสมอง วางยา ท่านอ๋อง และ…… สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้……เธอใส่ยาแฝดให้กับผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน นี่มันต้องเป็นฝันแน่ๆเลย ความทรงจำเหล่านี้ไม่ใช่ของเธอแน่นอน แต่ขณะนี้ในใจเธอกลับรู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างลึกๆ ตกลงนี่อะไรกันนะเนี่ย
ตอน 2
บทที่2 การย้อนยุค
เธอยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรก็โดนตบหน้าไปแล้ว ผู้ชายคนนั้นพูดด้วยเสียงเย็นชา“ข้าให้เจ้าเป็นพระชายาเอก เป็นความกรุณาอันยิ่งใหญ่สำหรับเจ้าแล้ว เจ้ายังกล้าวังแผนใส่ข้า งั้นข้าบอกเจ้าเลยตอนนี้ ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีอันใด ข้าก็ไม่สนใจเจ้าแม้แต่นิดเดียว ในใจของข้ามีแต่มี่เหอคนเดียวเท่านั้นและมีแต่มี่เหอตลอดไป”
ชูเซี่ยอดทนความเจ็บปวดทั้งร่างและความขมขื่นไม่รู้สาเหตุ ถามอย่างอ่อนแอ“คุณ คุณช่วยบอกให้ฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น”
ใช่สิ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น เธออยู่ที่ห้องผ่าตัดไม่ใช่หรือ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง อีกทั้งหน้าอกของเธอไม่มีความบาดเจ็บนั้นแล้ว แสดงว่าบาดแผลหายเป็นปกติแล้ว อีกอย่างหนึ่ง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอเอง มันเป็นของใครละ
ทันใดนั้น มีความคิดอันสะเทือนขวัญผ่านเข้าในสมองของเธอ เธอข้ามภพแล้ว เป็นไปได้ไง.......
ตัวชูเซี่ยเย็นเฉียบเหมือนคนตาย เลือดทั้งร่างกายหยุดไหล เธอหายใจรวดเร็วขึ้น แล้วกรีดร้องออกมา“อาๆๆๆๆๆ……”
ชูเซี่ยมองเห็นผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างหวาดหวั่น เขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นชุดผ้าซาตินสีดำพร้อมปักไหมทอง รอบเอวพันเข็มขัดทองคำและหยก สวมใส่รองเท้าบูทสีดำที่ทำด้วยหนังแกะ รูปร่างหน้าตาเย็นชาและหล่อเหลา สายตาเปล่งประกายความเย็นชาออกมา เย็นเฉียบเหมือนน้ำเข็มที่อยู่ในนรก ในความเย็นชานั้นแฝงไปด้วยความแค้น
เขาค่อยเดินเข้ามาข้างหน้าเตียงของเธอ พูดด้วยคำต่อคำ“ชาตินี้ข้าไม่มีวันยกโทษให้เจ้าได้ ถ้าหากว่าฉ่ายเวินไม่ฟื้นขึ้นมา ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าแน่นอน”
ชูเซี่ยยื่นมือจับเขา แต่ตอนนี้ในสมองเธอมีแต่ความวุ่นวาย ในนั้นมีความทรงจำของสองคนผสมกัน ประจวบกัน เธออยากแยกแยะออกมา แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไง มีแต่พึมพันว่า“ฉันไม่ใช่เธอ ฉันไม่ใช่เธอ……”
“พรุ่งนี้มี่เหอจะแต่งงานกับข้าและเข้ามาอยู่ที่นี่ ถ้าเจ้าอยากรักษาฐานะพระชายาเอกของเจ้าไว้ งั้นก็เจียมตัวให้ดี ไม่งั้นถึงแม้ท่านแม่จะไม่เห็นด้วย ข้าก็จะหย่ากับเจ้าเด็ดขาด”พูดจบ เขาเหลือบเธอด้วยสายตาเย็นชาแล้วหันตัวออกไป
เขาเพิ่งเดินออกไปก็มีมามาคนหนึ่งกับบ่าวคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาในห้อง
บ่าวนั้นดูเหมือนใจจะหาย แต่มามายังสงบนิ่งอยู่ จึงรีบดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างกายชูเซี่ย พูดด้วยเสียงคร่ำครวญ“ท่านหญิงอย่าเสียใจแล้วเจ้าค่ะ”
ชูเซี่ยมองดูสองคนนี้ บ่าวนั้นอายุอยู่ประมาณ14ถึง15 สวมเสื้อผ้าสีไซแอ็น หน้าตาสดใส ตอนนี้กำลังมองเธอด้วยดวงตาเต็มน้ำตา
ส่วนมามานั้นอายุอยู่ประมาณ50กว่า สวมเสื้อผ้าสีเทา กำลังจัดเก็บเตียงที่ยุ่งเหยิงอยู่
ทันใดนั้นชื่อของสองคนนี้ก็โผล่ออกจากสมองของชูเซี่ย คนหนึ่งแซ่เฉิน เป็นมามาของตัวเอง อีกคนหนึ่งชื่อเสี่ยวจี๋ เป็นบ่าวที่คอยดูแลเธอ
เธอเพิ่งนึกได้ว่าความทรงจำเหล่านี้เป็นของร่างกายเจ้าเดิม แต่……ทำไมเธอตายไปแล้ว
เธอบังคับตัวเองให้ใจเย็นลงและยืดตัวนั่งบนเตียง พูดกับสองคนนั้นว่า“อย่าร้องให้แล้ว ข้าไม่เป็นไร เจ้าสองคนช่วยเอาเสื้อผ้ามาให้หน่อย”
ความเงียบสงบของเธอทำให้สองคนนี้ตะลึง เฉินมามาพูดว่า“ถ้าท่านหญิงรู้สึกว่าเสียใจ ก็ร้องให้ออกมาเถอะ ร้องไห้ออกมาจะได้ดีขึ้น”
ชูเซี่ยยิ้มและพูดว่า“ข้าร้องให้ทำไม มีอะไรที่จะต้องร้องให้หรือ”เธอยิ้มขื่นขมและมองรอยเลือดที่อยู่บนเตียง หรือจะให้เธอร้องไห้เพื่อร่างกายพรหมจารีที่ไม่ใช่ของเธอนั้นหรอ
เสี่ยวจี๋กับเฉินมามามองดูรอยนิ้วสีแดงที่อยู่บนใบหน้าของเธอ รู้สึกสลดใจ นึกว่าชูเซี่ยน่าจะแกล้งทำตัวว่าแข็งแกร่ง จึงไม่กล้าพูดอะไรที่ทำให้เธอไม่สบายใจ และรีบไปพยุงเธอลุกขึ้นจากเตียง
ชูเซี่ยนั่งบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าร่างกายผ่อนคลายมาก แต่ในใจรู้สึกเศร้าโสกนิดหน่อย เธอน่าจะเสียชีวิตในโลกของเธอเองไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่กับพี่ชายไม่รู้ว่าต้องเสียใจถึงขนาดไหน เธอถอนหายใจแล้วมองไปยังห้องนี้ ที่นี่ตกแต่งอย่าง หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ไม้ลูกแพร์จัดวางเรียบร้อย พื้นผิวหินอ่อนสะอาดจนสามารถมองเห็นคนได้ มีนกเทพสีสันแกะสลักบนเสากลมสองต้น ดูเหมือนเป็นจริง มีเก้าอี้นอนหนึ่งตัวติดใกล้กับหน้าต่าง ปูด้วยขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว โต๊ะน้ำชาอยู่ใกล้เก้าอี้นอน และมีเซรามิคสีไซแอ็นวางอยู่บนนั้น ซึ่งเลี้ยงดอกลิลลี่ไว้ กลิ่นหอมทำให้คนรู้สึกสดชื่น โต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ติดกับเก้าอี้นอน มีกล่องใส่เครื่องประดับ กับเครื่องสำอางหลายอัน
ชูเซี่ยหายใจเข้าลึกๆ และปิดตา ทยอยเช็คดูความทรงจำที่อยู่ในสมอง สรุปว่าในโลกนี้ เธอชื่อหลิวหยิงหลง อายุสิบแปด หน้าตาสวยงาม มีฐานะดี เป็นท่านหญิงของจวนจิ้งโก๋ว ส่วนแม่ของเธอเป็นเจ้าฟ้าหญิงของประเทศจี่ซู่ เมื่อเธออายุสามขวบได้รับการติดตั้งเป็นท่านหญิงยู่หวนโดยฮ่องเต้ปัจจุบัน และสั่งให้แต่งงานกับหลี่เฉินเย่น เจ้าชายองค์ที่สาม ซึ่งได้รับความชื่นชอบของฮองเฮามาก
ส่วนผู้หญิงที่กำลังจะแต่งงานกับสามีของเธอ ชื่อหลิวมี่เหอ เป็นน้องแท้ๆของเธอเอง จริงๆแล้วไม่รู้จะพูดยังไงดี เพราะว่าพี่น้องสองคนรักผู้ชายคนเดียวเข้าพร้อมกัน —หลี่เฉินเย่น
หนึ่งปีก่อน วันก่อนที่หลิวหยิงหลงจะแต่งงานกับหลี่เฉินเย่น น้องสาวที่ชื่อฉ่ายเวินของหลี่เฉินเย่น ตกลงไปในทะเลสาบและโคม่าไม่ฟื้น ทุกคนพยานว่าเธอเป็นคนทำ แต่ที่จริงแล้ว ตามความทรงจำที่อยู่ในสมองเธอรู้ดีว่า เธอไม่ได้ทำ
เธอถูกวางแผนใส่ร้าย
ตอน 3
บทที่3 นักฆ่ากับพระชายาเอก
จากนั้น หลี่เฉินเย่นก็เกลียดเธอเพราะเรื่องฉ่ายเวิน แต่เนื่องจากฮ่องเต้ออกคำสั่งมาให้แต่ง เขาเลยจำใจต้องแต่งงานกับเธอ แต่เธอสองคนแต่งงานมาหนึ่งปี เขาไม่เคยเข้ามาในห้องนอนของเธอ ไม่เคยนอนกับเธอแม้แต่คืนเดียว อีกทั้งน้องสาวตนเองกำลังจะแต่งเข้าตำหนักอ๋องแล้ว ดังนั้นหลิวหยิงหลงที่เสียใจอย่างยิ่งจึงคิดวางแผนใส่ยาแฝดเพื่อผูกหัวใจของหลี่เฉินเย่นด้วยการใช้ร่างกาย
ชูเซี่ยไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอทำไปเพราะเธอโง่เหมือนควายหรือเธอหลงใหลกับผู้ชายคนนี้มาก จึงคิดที่จะใช้ร่างกายไปผูกมัดผู้ชายคนหนึ่ง ทำอย่างนี้ผูกมัดได้แค่ร่างกาย ไม่ใช่หัวใจ เพราะว่าผู้ชายจะไม่รักผู้หญิงด้วยเหตุที่เคยนอนด้วยกัน
แต่ตอนนี้มีสามจุดที่ชูเซี่ยไม่เข้าใจก็คือ หนึ่ง.เธอจะข้าวภพเข้าร่างกายของหลิวหยิงหลงได้ยังไง สอง.หลิวหยิงหลงเสียชีวิตด้วยเหตุผลอะไร สาม.สาเหตุที่ฉ่ายเวินถูกใครผลักตกลงไปในทะเลสาบ และเป็นใครที่คิดจะใส่ร้ายเธอ
เธอจำได้ว่าหลังจากล้มลงบนพื้น เธอเหมือนได้ยินเสียงหนึ่งพูดว่าจะให้เธอเกิดใหม่ งั้นก็แสดงว่ามีพลังหนึ่งส่งเธอมาที่นี่ และเสียงนั้นยังพูดว่าจะมอบอะไรสักอย่างให้กับเธอ แต่เธอยังไงก็คิดไม่ออก
ชูเซี่ยใช้เวลาหนึ่งคืนถึงจะปรับให้ตัวเองยอมรับเรื่องข้ามภพได้ แต่ชาติที่แล้วเธอเป็นคนดี ไม่เคยทำเรื่องไม่ดี ชาตินี้ก็ไม่ยอมมีอาชญากรรมในการผลักผู้อื่นตกลงไปในทะเลสาบ แล้วความทรงจำของหลิวหยิงหลงบอกกับเธอชัดเจนว่า เธอไม่เคยผลักฉ่ายเวินลงไปในน้ำ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการใส่ร้ายหรือเข้าใจผิด เธอต้องไปตรวจสอบความจริงให้ชัดเจน
ฉนั้น เช้ารุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันที่งานแต่งงานของหลิวมี่เหอ เธอให้เสี่ยวจี๋แอบพาไปเยี่ยมฉ่ายเวินที่อยู่ในอาการโคม่า
แต่เพิ่งก้าวเข้าไปในเรือนยีลาน ก็มองเห็นหลี่เฉินเย่นเดินออกมา
เธอรู้ดีว่าตอนนี้ม่ควรขัดแย้งกับหลี่เฉินเย่น อีกทั้งหลี่เฉินเย่น ยังเกลียดเธอเข้ากระดูกดำด้วย เขาก็ไม่อยากเจอหน้าเธอแน่ๆ ทั้งนี้ เธอจึงถอยหลังสองก้าว ซ่อนอยู่หลังต้นมะเดื่อ
“ออกมา”
เสียงของเขาเย็นราวกับน้ำแข็ง ราวกับดวงตาสีเหลืองอำพันที่เย็นชาของเขา
คราวนี้เธอดูถูกหลี่เฉินเย่นไปแล้ว บทที่เธอเดินเข้ามา เขาก็เห็นเธอไปแล้ว และยังเห็นเธอแอบซ่อนเร้นหลังต้นไม้ เขาเลยคิดว่าเธอน่าจะมีแผนลับอะไรอยู่ จะยอมให้เธอแอบซ่อนต่อได้ไง
ชูเซี่ยเดินออกมา ยืนอยู่ตรงหน้าเขา แน่นอน เธอก็ไม่พูดคำที่แก้ตัวว่าเธอไม่เคยทำร้ายฉ่ายเวิน เพราะว่าถ้าหลี่เฉินเย่นเชื่อคำพูดเหล่านี้ ผลของหลิวหยิงหลงจะไม่อนาถขนาดนี้
“ท่านอ๋อง”เธอไหว้กับหลี่เฉินเย่น โดยทำตามมรรยาท
“ทีหลังอย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้ามาเรือนยีลานอีก ไม่อย่างนั้นข้าจะตีขาสองข้างของเจ้าจนหัก”เขาพูดอย่างดุร้าย
หลี่เฉินเย่นสวมชุดนกอินทรีสีขาวปักด้วยผ้าไหมสีเงิน ตำแหน่งผ้าพันแขนหันขึ้นเล็กน้อย เย็บปักด้วยใบไผ่สีไซแอ็น เข็มขัดทองคำรอบเอว ยืนอย่างภาคภูมิใจ แสงแดดยามเช้าข้ามใบไม้ส่องมาบนใบหน้าของเขา เหมือนผงทองลงบนใบหน้า
ผู้ชายที่งดงามอย่างนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าพี่น้องทั้งสองถึงหลงรักเขาพร้อมกัน แต่เพียงทรรศนะที่เขามีต่อเธอ……
ชูเซี่ยกัดฟันและพูดว่า“ข้าขอคุยกับท่านอ๋องหน่อย”
หลี่เฉินเย่นมองดูผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า หน้าตาสุดสวย แต่เสียดายที่ใจร้ายเกินไป เวลาหนึ่งปี เขาเบื่อกับการโวยวายและร้องไห้ของเธอแล้ว ทุกวันมีแต่บอกความรักและการถูกใส่ร้ายกับเขา นอกจากนั้นไม่มีสิ่งอื่น
และวันนั้น มี่เหอกับบ่าวต่างก็บอกว่าเห็นเธอผลักฉ่ายเวินลงไปในทะเลสาบ ถึงแม้บ่าวจะใส่ร้ายนาง แต่มี่เหอเป็นน้องสาวแท้ๆของนาง จะไปใส่ร้ายนางได้ยังไง
ความเกลียดถึงจุดสูงสุด จึงไม่อยากคุยกับนางด้วย
ในกรณีที่ชูเซี่ยจะออกเสียงพูดกับเขา เขาพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเจ้า”
พูดจบ เขาก็เดินไป
ชูเซี่ยรีบหันตัวมองเขา กลับแสงเย็นฉับพลันผ่านแสงแดดยามเช้า เธอจึงรีบตะโกนว่า “ระวัง”
เพิ่งพูดจบ เงาสองคนก็ลงมาจากฟ้า ทั้งสองต่างจับดาบยาว แทงมาทางหลี่เฉินเย่น หลี่เฉินเย่นรีบตั้งตัวและหลบไปด้านข้าง ปลานดาบยาวแทงผ่านรอบเอวของเขาไป ช่างอันตรายมาก องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังเข้าใช้เบาตัวแล้วเข้าไปต่อสู้กัน
ขณะนี้องครักษ์คนหนึ่งกลับยกดาบแทงไปทางด้านหลังหลี่เฉินเย่น ด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ชูเซี่ยไม่ทันคิดก็วิ่งไปกอดองครักษ์คนนั้นและกัดหลังเขา
องครักษ์คนนั้นยกมือขึ้นและแทงเข้าเอวของเธอ เธอเจ็บจนหายใจเกือบไม่ออก และตะโกนว่า“รีบหนีไป”
หลี่เฉินเย่นหันหลังกลับ มองด้วยใบหน้าแปลกๆ ส่วนองครักษ์คนนั้นไม่มีกำกัดของชูเซี่ยแล้ว จึงรีบถือดาบแทงไปหาหลี่เฉินเย่นอีก หลี่เฉินเย่นยิ้มอย่างเย็นชาและเบาตัวขึ้น ดาบยาวในมือของเขากระจายแสงเย็นเฉียบออกมา ได้ยินเสียง“ซิ่ว” ดาบแทงเข้าท้องขององครักษ์คนนั้นแล้ว
เลือดขององครักษ์คนนั้นสาดบนใบหน้าและเสื้อผ้าชูเซี่ย เสี่ยวจี๋รีบวิ่งเข้าตัวเธอ ตะโกนด้วยเสียงสยองขวัญว่า“ท่านหญิง”