ตอน 2
หน้าตาเมียฉัน…
บทที่2 ตัวตนที่แท้จริง
หลังจากเซ็นเสร็จ เธอถอดแว่นออก ปล่อยผมลงกลางหลัง
ตอนนี้เวลานี้ ผมดำยาวถูกปล่อยออก ใบหน้าเรียวเล็กทำให้ความสวยของเธอเปล่งประกาย
ในที่สุด
ก็ได้ออกไปจากที่นี่สักที
พอคิดได้ดังนี้ จิดาภาไม่อยู่ต่อให้เสียเวลา เธอลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุด ชุดเก่าถูกโยนลงบนเตียงอย่างไม่ใยดี ตอนนี้จิดาภาสวมชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อน ใส่ส้นสูง ดูสวยสง่างาม
เธอหยิบเสื้อผ้าบางตัวที่ชอบ เก็บข้าวของ ลากกระเป๋าเดินทางลงไปข้างล่าง
และทันใดนั้น ป้าแม่มที่กำลังเก็บทำความสะอาดเห็นเธอเดินลงมา เหมือนเห็นคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก เธอคือ.......คุณผู้หญิงของเขาจริงๆหรอ
ตอนนี้มันช่างแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
เธอเดินมายืนอยู่ตรงหน้าป้าแม่ม ฉีกยิ้มให้เธอ “ป้าแม่ม”
“คุณ.....คุณผู้หญิง” เธอตกใจอึ้ง แล้วพูดตะกุกตะกัก ถ้าเธอไม่เอ่ยปากพูด เธอนึกว่ายังมีคนอื่นอยู่ในบ้านนอกจากเธอกับจิดาภาเสียอีก
เธอพูดยิ้มๆ “ฉันกับเขาหย่ากันแล้ว จะย้ายออกตั้งแต่คืนนี้เลย ขอบคุณที่ป้าคอยดูแลฉันมาโดยตลอด” พร้อมก้มหัวให้เธอเล็กหน่อย
“ไม่เป็นไรค่ะๆ มันเป็นหน้าที่ของป้าอยู่แล้ว คุณจะไปจริงหรอคะ”
เธอพยักหน้า ใบหน้าขาวสวยที่ตอนนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อย “อืม”
“ถ้าเกิดว่าคุณพันเดชเห็นคุณในตอนนี้ เขาคงจะไม่อยากหย่ากับคุณแล้ว” เธอเอ่ยพูดขึ้น
ได้ยินดังนี้ เธอยกยิ้มเล็กน้อย “ป้าแม่ม ช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะ”
เพราะเธอไม่อยากให้เขารู้ เธอเลยทำแบบนี้
ป้าแม่มทำได้แค่พยักหน้ารับ “ค่ะ งั้นหลังจากนี้คุณดูแลตัวเองดีๆนะคะ”
“โอเค ฉันรู้แล้ว” พอพูดจบเธอก็กางแขนออกเข้าไปโอบกอดเธอ อยู่ที่นี่เธอคอยดูแลเธอเหมือนเป็นลูก เธอรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
“ป้าแม่ม ฉันปก่อนนะ”
“เดี๋ยวป้าไปส่ง..............”
“ไม่เป็นไร ฉันเรียกรถแล้ว............นี่มันก็ดึกมากแล้ว ป้าไปพักเถอะ” จิดาภาเอ่ยบอก
สุดท้าย เธอก็พยักหน้ายอมทำตาม ป้าแม่มเดินไปส่งเธอที่หน้าประตู เธอก้มมองถุงเสื้อผ้าเก่าในมือ ก่อนจะโยนมันทิ้งลงไปในถังขยะ
ในที่สุดเธอก็ต้องบอกลา
เธอก้าวขึ้นไปนั่ง รถขับออกไป ป้าแม่มถอนหายใจ แล้วพูดในใจ ถ้าพันเดชเห็นคุณเธอในลุคนี้ เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ.............
ภายในสนามบิน เธอลากกระเป๋าเดินทาง หันหลังกลับไปมองแล้วเอ่ยาเมืองนี้ที่เธอเคยอยู่
ลาก่อนชีวิตแบบเก่า
แล้วเดินจากไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย
ตอน 3
บทที่3 กลับมาอีกครั้งด้วยความสง่า
สองปีต่อมา
ลอนดอน
“ขอแสดงความยินดีกับคุณภาด้วยนะคะที่ได้รับรางวัล คุณมีอะไรจะพูดมั้ยคะ” พิธีกรเอ่ยถามเธอ
จิดาภาสวมชุดราตรีสีเหลืองไข่ ในมือถือถ้วยรางวัล ผมหลอนยาวปล่อยไว้กลางหลัง ฉีกยิ้มกว้าง “อืม ก่อนอื่นต้องขอบคุณอาจารย์ และขอบคุณทุกคนที่คอยสนับสนุนดิฉัน รางวัลนี้ไม่ได้เป็นเพียงของฉันคนเดียวแต่มันยังเป็นของพวกคุณทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เป็นคำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
พิธีกรยิ้ม “ได้รางวัลครั้งนี้เป็นเกรียติ เป็นเครื่องการันตี ไม่ทราบว่าหลังจากนี้คุณจิดาภามีแพลนจะทำอะไรต่ออีกรึเปล่าคะ”
พอได้ยินดังนี้เธออึ้งไปสักพัก แล้วเอ่ยพูดขึ้น “ที่จริงแล้ว ดิฉันแพลนจะกลับไปและไปทำงานที่บริษัทCA”
ได้ยินดังนั้น มีผู้คนมากมายพูดกระซิบกัน
บริษัทCA สองปีที่ผ่านมานี้ ถือว่าเป็นบริษัทโด่งดัง แค่นับปีที่แล้วก็มีรายได้ถล่มทลาย เป็นเพียงบริษัทที่เปิดตัวได้ไม่นาน ทำไมจิดาภาทิ้งโอกาสที่อยู่ลอนดอนแล้วกลับประเทศล่ะ
เธอฉีกยิ้ม ไม่พูดอะไรต่อมาก แล้วก้าวลงจากเวที
ตอนสิบโมงเช้า เธอลากกระเป๋าเดินทาง สวมแว่นตาดำอันใหญ่ๆ เรียกสายตาจากคนอื่นมากมาย
เธอถอดแว่นออก มองดูที่เดิมแห่งนี้ รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก
สองปีผ่านไป ฉันกลับมาแล้ว
เธอหาบ้านเช่าไว้แล้ว ก้มหยิบกุญแจออกมาไขแล้วก้าวเดินเข้าไปในบ้าน
ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันในการจัดแจงข้าวของ ระยะเวลาสองปีทำให้เธอพึ่งพาตัวเองจนชิน
เพิ่งเก็บของเสร็จ มือถือก็ดังขึ้น “ฮัลโหล ภาแกกับมาถึงยัง” ไปรยาเอ่ยถาม
ไปรยาเป็นเพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่เด็กจนโต ที่สนิทสนมกันมากกว่าพี่น้องแท้อีก
“ฉันเก็บของเสร็จหมดแล้ว แกเพิ่งโทรมาทำไมตอนนี้ นี่แกตั้งใจใช่มั้ย” เธอนั่งบ่นอยู่บนโซฟา
“ก็เค้ายุ่งอยู่ ขอโทษนะ..............” ไปรยาพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เธอยกยิ้ม “จ้ะ ไม่เอาผิดแกก็ได้”
“แกจะไปเริ่มงานเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้”
“อ่อ คืนนี้ฉันขอเลี้ยงข้าวแกแล้วกัน”
“OK”
“เอาตามนี้นะ เดี๋ยวดึกๆฉันโทรหา จะไปทำงานต่อล่ะ”
“อืม”
หลังจากวางสาย เธอนอนพักอยู่ที่โซฟา แต่จู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกรอบ ทำให้เธอตื่น
“ฮัลโหล” สะลึมสะลือ
“คุณจิดาภาคะ ฉันโทรมาจากแผนกบุคคลนะคะ ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้คุณพอมีเวลามั้ยคะ”
เธอสะดุ้งตื่น“ไม่มีปัญหาค่ะ”
“โอเคค่ะ ถ้าคุณมาถึงแล้วตรงมาที่แผนกบุคคลเลยนะคะ”
“ค่ะ”
พูดจบสายก็ถูกตัดไป
เธอมองดูเวลานี้มันก็มืดแล้ว
กำลังจะโทรหาไปรยา ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น เธอเดินไปเปิดประตู
“จิดาภา” เพิ่งเปิดประตูออก ไปรยาก็พุ่งเข้ามากอดเธอ
เธอยกยิ้ม “ฉันนึกว่าแกจะไม่ว่างมาแล้วซะอีก”
“ถึงจะไม่มีเวลายังไงก็ต้องหามาอยู่แล้ว ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน”
เธอพยักหน้า ก้มเปลี่ยนรองเท้าแล้วออกจากบ้านไปพร้อมกับไปรยา
“แกกลับมา แกไม่กลัวจะเจอพันเดชหรอ” ตอนกินข้าวเธอเอ่ยถามขึ้น
ตอน 4
บทที่4 เธอไม่ได้หลงผู้ชายจนไม่ลืมหูลืมตา
พอได้ยินดังนี้ เธออึ้งไปสักพัก ทำเป็นกินต่อไม่รู้สึกอะไร “ถึงเจอกันแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ ฉันกับเขาเราหย่ากันแล้วหนิ”
ถึงเจอกันก็เป็นได้แค่คนแปลกหน้า
“มันก็ใช่ แต่แกไม่รู้สึกอะไรจริงหรอ” เธอถามด้วยใบหน้าสงสัย
เธอนิ่งเงียบคิดไปสักพัก แล้วมอง