ตอน 1
องค์หญิงของเจ้าชายเย็นชา
บทที่ 001 หนีออกจากบ้านไปจับชู้
“ปังปังปัง” เสียงทุบประตูดังกระหน่ำที่ส่งมาจากห้องข้างล่างผสมกับเสียงร้องที่แสนทรมานของฟาง
“นวล ยายแก่รีบเปิดประตู ปล่อยฉันออกไป!”
ด้านนอกประตู แม่เลี้ยงนวลแสดงความเกลียดแค้นบนใบหน้า แต่ปากกลับพูดอย่างดีว่า “น้องฟาง น้องชายของเธอถูกบังคับจนมีบ้านแต่กลับไม่ได้ เธอยอมตกลงซักครั้งไม่ได้หรอ?”
ฟางรู้ถึงนิสัยของแม่เลี้ยง เธอไม่รับข้อตกลงนี้ แล้วรีบโต้กลับไปว่า “พวกคุณอย่ามัวแต่ฝันเลย? ลูกชายของคุณกากจนไม่มียาอะไรช่วยได้แล้ว พวกคุณอย่าคิดที่จะเอาฉันไปเกี่ยวข้อง!”
“นางเด็กสารเลว หน้าไม่อายเหมือนแม่ของแกเลย เหอะ ปากแข็งไปเถอะ ไม่ตกลงก็ไม่ต้องออกมา!”
นวลได้ถุยน้ำลายแล้วรีบเดินลงไปจากห้อง ไม่สนใจเสียงเรียกร้องที่ส่งออกมาจากในห้องอีก
หลังจากฟางได้ยินเสียงเท้าที่นวลเดินลงไป เธอก็ได้เตะไปที่ประตูอย่างแรง จากนั้นทรุดตัวลงพื้น แล้วไม่ได้พูดอะไรอีก และน้ำตาที่อดกลั้นมานานก็ไหลรินออกมาจนไม่สามารถควบคุมได้
ตั้งแต่เล็ก เธอเติบโตจากภายใต้ความกดดันของแม่เลี้ยง หลังจากที่พ่อเสียไปแม่เลี้ยงก็ยิ่งกดดันเธอมากกว่าเดิม ตอนนี้เพื่อชดใช้หนี้สินให้ลูกชายสุดที่รักของเขา แม่เลี้ยงบังคับให้เธอไปอยู่กับคนแก่เฒ่าที่อายุมากกว่าพ่อของตนเองอีก นั่นฝันไปชัดๆ! ความต้องการที่ไร้ยางอายนี้ ฟางถึงตายก็ไม่ยอมตกลง
แต่เธอคิดไม่ถึงว่าครั้งนี้นวลจะใจร้ายได้ขนาดนี้ สองวันสองคืนไม่ปล่อยเธอออกไป ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ให้เธอกินอะไรเลยแม้กระทั่งน้ำ
ฟางนั่งพิงกำแพงอย่างหมดเรี่ยวแรง จากเดิมปากที่เคยอวบอิ่มได้กลายเป็นปากที่แห้งจนถลอก สายตาของเธอมองขึ้นไปบนหน้าต่างระบายอากาศ นี่เป็นทางรอดชีวิตสุดท้ายของเธอ ถึงแม้จะตกลงไปล้มตายก็ชั่ง เธอก็ไม่ยอมให้แม่ลูกคู่นี้สมหวัง
เธอจะหนีออกไป จะไปหาแฟนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กของเธอ พล และจะไม่กลับมาที่บ้านหลังนี้อีก
เมื่อถึงยามดึก ในห้องเงียบสงบลง สันนิษฐานว่าแม่เลี้ยงน่าจะนอนหลับแล้ว
เธอกำเงินในกระเป๋าที่มีเพียงสิบกว่าบาทไว้อย่างแน่น ฟางได้ไต่ขึ้นไปทางหน้าต่างระบายอากาศ ใช้แรงสุดตัวดันกระจกบานที่มีสนิมติดเต็ม กองผ้าเก่าในห้องที่บนพื้นเต็มไปด้วยฝุ่น เธอได้เจอผ้าม่านที่ชำรุดไปแล้ว เธอมัดผ้าม่านให้แน่นจนกลายเป็นเชือกเส้นยาวที่สามารถใช้หนีได้ เธอใช้เชือกช่วยในการกระโดนออกไปจากหน้าต่างระบายอากาศ เธอลงไปอย่างระมัดระวังจนไปถึงประตูหลังบ้าน
ความรู้สึกขณะที่เท้าลงสู่พื้นทำให้เธอโล่งอกมาก ตอนนี้ถึงจะรู้สึกว่ามือเจ็บแสบไปหมด มือของเธอไปโดนกระจกกับเหล็กที่ติดสนิมอยู่ ถูกขูดจนเลือดออกตอนไหนก็ไม่รู้ จากนั้นเลือดก็ไหลลงมาทีละหยด
แผลเจ็บจนฟางต้องกัดฟัน แล้วยื่นมือทั้งสองออกมา ฝึกท่าทางเหมือนกับน้องชายที่ทำกับเธอปกติ แล้ววิ่งไปทางหน้าต่างที่ของแม่เลี้ยงจากนั้นก็ชูนิ้วกลางขึ้นมา ภายใต้ความเกลียด “นวล แล้ววันหนึ่งฉันจะให้แกได้เห็นดีแน่”
พูดจบ เธอก็ไม่กล้าอยู่ต่อแล้ว เธอวิ่งออกไปข้างทางอย่างรวดเร็ว แล้วโบกมือเรียกแท็กซี่
ค่านั่งแท็กซี่เป็นเงินของเธอที่อยู่ในกระเป๋าทั้งหมด
แต่พอหันขึ้นไปมองบนชั้นที่ยี่สิบที่ยังเปิดไฟไว้ เธอก็รู้ว่าพลยังไม่นอน ในใจของฟางเต็มไปด้วยความหวัง แถมยังมีความสุขอีกแฝงไปด้วย
เธอถูกขังอยู่ในห้อง โทรศัพท์ก็ถูกยึด เสองวันนี้พลต้องติดต่อเธอไม่ได้แน่เลย ก็เลยเป็นห่วงจนถึงเวลานี้แล้วยังนอนไม่หลับ
พอนึกถึง ฟางก็รีบขึ้นลิฟต์
เธอจะเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมาสองวันนี้กับพล
บอกพลงว่าตัวเองรักเขามากแค่ไหน
บอกเขาว่า จากนี้ไป เธอมีเพียงเขาคนเดียว
“ดิ้ง” (เสียงของลิฟต์) มาถึงชั้นที่ยี่สิบ ฟางมาถึงหน้าประตูของพล ประตูกลับไม่ได้ล็อกและมีแสงส่องออกมาจากด้านใน
ประตูปิดไม่แน่น ผลักเบาๆก็เปิดแล้ว ฟางหันไปมองเห็นส้นสูงสีทองที่อยู่หน้าประตู มีความหวาดกลัวเกิดขึ้นในใจ นี่ ไม่ใช่รองเท้าของเธอ
เธอพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก จากนั้นฟางก็ได้เดินไปที่ห้องรับแขกอย่างช้าๆ แล้วเดินต่อไปที่ห้องนอน
แต่เสี่ยงแว่วๆที่ออกมาจากห้องนอนบอกเธอว่า เรื่องที่เธอกลัวว่าจะเกิดขึ้น มันเป็นจริงแล้ว
“พี่พล เบาๆหน่อยสิคะ อ๊ายยะ อ้า...”
เสียงหายใจที่ติดต่อกันส่งเข้าไปในหูของฟาง ยิ่งไปกว่านั้นคือหัวใจของเธอได้แตกสลายแล้ว
เธอยืนนิ่งๆอยู่หน้าห้องนอน รู้สึกถึงเสียงที่โผล่มาดังในสมอง จากเดิมกระเพราะที่ว่างเปล่ากลับมีความอยากอวก จนเกือบจะอวกออกมา
“อ้า พี่พลนิสัยไม่ดี อ๊าย แฟนพี่ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ยังไม่รู้เรื่องแบบนี้ เธอยังไม่ให้พี่มีอะไรกับเขาหรอคะ”
“อืม…” เป็นเสียงของพล “ที่รักอยู่ดีๆก็ไปเอ่ยถึงเขาทำไม ยายเด็กนั่นหัวโบราณจะตาย บอกว่าจะให้มีอะไรด้วยกันในวันแต่งงาน ใครจะมีเสน่ห์เหมือนเธอล่ะเนอะ จุ๊บ”
เสียงจุ๊บสุดท้ายที่ไม่รู้ไปจุ๊บลงที่ไหนของผู้หญิง ตามมาด้วยเสียงร้องของผู้หญิง
การพูดคุยแบบนี้เหมือนกำลังจุดระเบิดฟาง เธอโกรธมากและผลักประออกตูอย่างแรง จากนั้นวิ่งเข้าไปในห้องนอน
ภาพหวานที่สะท้อนเข้าไปในตาเธอ สองร่างกายที่ติดกันนั้นกระตุ้นสมองของฟาง ทำให้ใจเธอแตกสลายและน้ำตาคลองตาในทันที
สองคนที่นอนอยู่บนเตียงตกใจที่เห็นฟาง จึงรีบซุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อปกปิดร่างที่เปลือยกายของตนเอง
“ฟา… ฟาง เธอมาได้ไง? แม่เธอบอกว่าเธอไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วไม่ใช่หรอ?” พลกอดผ้าห่มไว้ หันไปมองแฟนของตนเองด้วยสีหน้าที่ตกใจและกังวล
“ฉันออกเที่ยวแล้ว เธอก็เลยใช้โอกาสเล่นชู้อยู่ที่บ้านหรอ” ฟาง กลืนน้ำลาย พร้อมกับเสียงร้องไห้และความโกรธ
ฟางกำมัดที่มือ อดไม่ได้ที่จะต่อยไปยังสองคนนั้น
จากนั้น เธอก็ทำแบบนั้นจริง
ฟาง ถอดรองเท้าที่สกปรกจากการหนีออกจากบ้าน แล้วฟาด ไปที่หัวของพลเต็มๆ! “อ๊าย!” หัวของพลโดนฟาด เขาเจ็บจนต้องกัดฟันตัวเอง
“เฮ้ย เธอจะตีคนทำไม” ผู้หญิงที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มโผล่หัวออกมาปกป้องพล ทำเป็นตอแหลลูบหัวของพลที่โดนฟาด
ฟางเห็นผู้หญิงที่ย้อมผมสีเหลืองและม้วนผมไว้ มองไปทางใบหน้าที่เลอะเครื่องสำอางของนาง ยิ่งโกรธไปใหญ่ ไก่ป่าตัวนี้มาจากไหน ฉันไม่ใช่จะตีเขาอย่างเดียวจะตีเธอด้วย
พูดจบ ก็ถอดรองเท้าอีกข้างโยนไปทางผู้หญิงคนนั้น
แต่ครั้งนี้โยนพลาดไป ทำให้ผู้หญิงคนนั้นยิ่งท้าทายเข้าไปอีก ตะคอกไปทางฟาง “ผู้หญิงแบบเธอใครจะกล้าเอา โบราณไม่พอยังลาวอีก ก็ไม่แปลกที่ผู้ชายตัวเองจะไปได้ดีกับผู้หญิงคนอื่น” พอพูดจบแล้วยังทำตาขาวใส่ฟางอีกด้วย
ฟางโกรธมาก เธอวิ่งเข้าไปจะตบหน้าของผู้หญิงคนนั้น แต่โดนพลวิ่งออกมากกอดไว้ “ฟาง หยุดตีได้แล้ว พอแล้ว อย่าเกินไปนะ!”
“ฉันเกินไป?” ฟางผลักพลออกไป อ้อมกอดที่เปลือยกายโดนตัวของฟางทำให้เธอรู้สึกถึงความขยะแขยง และยังสวนกลับอีก ตัวเองก็ยิ่งโกรธไปใหญ่ เธอยกมือขึ้นชี้ไปทางพลแล้วพูดว่า “เธอแอบมีผู้หญิงคนอื่นยังจะบอกว่าฉันเกินไป พล เธอยังมียางอายอยู่ไหม เธอ…”
“พอแล้ว!” พลมองไปที่ฟาง ผู้หญิงที่ไร้เหตุผลคนนี้ จะสู้หญิงคนข้างๆที่อ่อนโยนได้ไง พลหมดความอดทนแล้วพูดตัดคำพูดของฟางว่า “เราสองคนคบกันมานานขนาดนี้ เธอไม่เคยให้ฉันสัมผัสแม้กระทั่งนิ้วมือของเธอ ยังบอกว่าจะรอถึงวันแต่งงาน พูดความจริงกับเธอเลยนะ ฉันยังเล่นไม่พอ และไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับเธอ ถ้าเธอยังอยากจะอยู่กับฉันต่อก็แสดงความจริงใจของเธอมา ยอมให้ฉันนอนกับเธอ รอผ่านไปไม่กี่ปี หากฉันเล่นข้างนอกพอแล้ว อาจจะสู่ขอเธอก็ได้
ฟางไม่กล้าเชื่อ คำพูดที่ไร้ยางอาบแบบนี้ จะออกมาจากปากของคนที่เธอรักและยังเป็นแฟนคนแรกของเธออีกด้วย
ในที่สุดน้ำตาไหลออกมาโดยไม่ได้สั่ง เธออึ้งไปชั่วขณะ ตบไปที่หน้าของผู้ชาย
“พล ถือว่าฉันเคยตาบอดละกันนะ!”
ตอน 2
บทที่ 002 ได้เสียแบบไม่รู้ตัว
ฟางกัดปากจนพูดจบ หันหลังแล้วเดินจากไป น้ำแข็งจะเย็นขนาดไหน ก็เย็นไม่เท่าใจของเธอ
ไม่รู้ว่าเดินออกจากพลตอนไหน เธอเองก็จำไม่ได้แล้ว เดินไปไกลแค่ไหน และเดินไปถึงไหนเธอเองก็ไม่รู้ตัว
เพื่อที่จะได้อยู่กับพล เธอสละโอกาสที่จะไปเรียนต่อที่ไกลๆ ผลการเรียนที่ดีของเธอกลับไปสมัครเรียนต่อที่มหาลัยใกล้บ้าน ก็เพราะมหาลัย4ปีนี้จะได้อยู่กับเขา ทั้งสอนพูดกันว่าจะแต่งงานหลังเรียนจบ แต่นี่เพิ่งเรียนจบก็…..
ในตอนนี้ทุกอย่างปรากฏได้ช่างสมเพช ช่างโง่จริงๆ!
ท่ามกลางสายฝนในยามดึก ฟางอยากหัวเราะ หัวเราะให้กับความโง่ของตัวเอง มุมปากแสดงออกถึงความเหงา น้ำตาก็ไหลรินตามลงมา
เดินอยู่กลางสายฝนเหมือนร่างที่ไม่มีวิญญาณ ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งบางอย่างพุ่งเข้ามา ฟางไม่ตกใจ แต่ก็ล้มลงพื้น
“ใครเนี่ย ไม่ลืมตาเดินหรอ….” ฟางล้มจนเจ็บ รวมแรงลุกขึ้น คำว่า“ชิง”ยังทันพูดไม่จบ ก็มองออกแล้วว่าคนข้างหน้านี้ผิดปกติ
เขาคือผู้ชายที่สูงหล่อ ขาอันยาวเรียวถูกสวมด้วยกางเกงสูท เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกกระดุมปลดไปแล้วครึ่งทาง เผยให้เห็นแผงอกสีเนื้อราวกับน้ำนม ชวนน่าหลงไหล มีเสื้อสูทพาดอยู่ที่แขน คิ้วที่ขมวด หน้าแดงๆ ให้ความรู้สึกถึงความเจ็บปวด
ขณะที่บาสกำลังเมา รู้สึกปวดหัวเหมือนจะเป็นไข้กระทันหัน ก็เลยออกมาเดินเล่น คิดไม่ถึงเลยว่าจะไปชนโดนใคร ขณะที่กำลังจะขอโทษ
“เห้ย ชนคนอื่นแล้วไม่รู้จักขอโทษหรอ? รู้จักมารยาทไหมเนี่ย?” ฟางโกรธจนหัวร้อน
“หุบปาก” บาสพูดออกมาด้วยเสียงที่สุขุม ไม่เคยมีใครเลยที่กล้าพูดกับเขาขนาดนี้
เขาเงยหน้ามองคนที่กล้าพูดกับเขาขนาดนี้
แต่ฤทธิ์ยาแรงไปหน่อย เขาจึงมองเห็นผู้หญิงตรงหน้าไม่ค่อยชัด แต่ปากที่อมชมพูปากและร้ายกาจนั้นกลับหน้าหลงไหลยิ่งนัก
ฟางเห็นว่าชายคนนั้นจ้องแต่เธอตลอด เธอจึงโบกมือไปมาตรงหน้าของชายคนนั้น “ฉันพูดกันเธออยู่นะ ได้ยินหรือเปล่า? !”
ภายในมีความรู้สึกร้อน บาสก็เกิดความหลงไหลกับภาพที่อยู่ตรงหน้า อยู่ๆก็รู้สึกร้อนขึ้นมา
“เธอเสียงดังเกินไปแล้วนะ”
พูดจบ บาสก็จับคนที่อยู่ตรงหน้าของเธอ เข้ามาในอ้อมกอด สัมผัสได้ถึงความงดงาม
เออ…..
ฟางยังดึงสติกลับมาไม่ได้ อยู่ดีๆก็ถูกปากใครไม่รู้มาจูบเข้า
จูบแรกของเธอ…..
เมืองลาเบล ณ ชั้นสูงสุดของโรงแรมห้าดาว
ภายใต้ห้องที่เต็มไปด้วยไฟสีเหลือง เตียงที่อยู่กลางห้องสองเตียง?
“พล…. อย่าจากฉันไปนะ…..อย่าไปนะ”
“พล นายทำกับฉันแบบนี้ได้ไง ฉันเกลียดนาย!”
“เออ….ฉันรักนายนะ พล”
ผู้หญิงบนเตียงไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ เธอกอดผู้ชายของตัวเองไว้ แล้วมีอะไรกันต่อ
ปกติเขาเป็นคนที่มีสติตลอดเวลา แต่ตอนนี้ความสุขุมของตัวเองกลับหายไปหมด ในตอนนี้เขาแค่อยากปล่อยตัวของตัวเองให้หลงอยู่ในตัวผู้หญิงคนนั้น ความรู้สึกแบบนั้นค่อยๆมาเป็นทีละขั้น และมาเรื่อยๆ
ผ่านไปคืนนั้นทั้งคืน
แสงแดดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ฟางพยายามลืมตา ขยี้หัวแล้วขยี้อีก มองไปข้างหน้า—หน้าต่างบานใหญ่ที่มีผ้าม่านสีน้ำตาลปิดไว้ รอบๆห้องเป็นงานออกแบบที่เรียบง่ายแต่ดูหรูหรา โทนสีและการตกแต่งของห้องราวกับโรงแรม และเหมือนอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวที่หรูหรา
เธออยู่ไหนเนี่ย?!
ฟางลุกขึ้นจากเตียง รู้สึกว่าทั้งตัวเหมือนโดนซ้อมมา ปวดเมื่อยไปหมด
เธอพยายามมองสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด และพยายามนึกถึงเรื่องราวที่เกิอขึ้นเมื่อวาน
หลังหนีออกมาจากบ้าน ก็มุ่งตรงไปที่บ้านของพล จากนั้นก็เห็น.....
ภาพในวันนั้นยังติดตามาจนถึงวันนี้ กลับไปคิดอีก ความเจ็บปวดของฟางในวันนั้น หากมันเป็นแค่ฝันก็คงจะดี!
หลังออกมาจากบ้านของพล ก็เบลอๆอยู่กลางถนน ไม่รู้ว่าเดินไปถึงไหน จากนั้นก็ชนกับคนคนหนึ่ง......
ไม่สิ ไม่ถูกๆ คือโดนคนคนหนึ่งชนสิ!
จากนั้นก็….
“อ้า จูบแรกของฉัน!”
ฟางรีบเอามือปิดไปที่ปากตัวเอง
เจอโรคจิตคนนั้น แล้วยังโดนจูบอีก ฟางเบลอไปซักพัก ทั้งหิวทั้งเหนื่อย ร่างกายก็อ่อนเพลียไม่มีแรง ทันใดนั้นก็หน้ามืด สลบไป
จากนั้นล่ะ จากนั้นล่ะ!
ฟางพยายามส่ายหัวสุดแรง อยากจำเรื่องราวที่ต่อจากนั้นขึ้นมา แต่ไม่ว่าอย่างไงก็จำอะไรไม่ได้เลย
เธอลุกตัวขึ้นด้วยความปวดหัว ทันใดนั้นก็เห็นผ้าปู้สีขาวมีคราบแดงอยู่ เธอกระวนกระวายไปทั้งตัว!
ทันใดนั้นถึงสังเกตได้ว่าตัวเองกำลังเปลือยกายอยู่!
เธอดึงสติและเหตุผลกลับมา พื้นที่มีเสื้อผ้าเรี่ยราดบวกกับคราบแดงบนเตียง บ่งบอกอย่างชัดเจนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว
เหมือนกับว่าเลือดแข็งไปทั้งตัวเลย
ฟางนั่งลงที่พื้นข้างเตียง ก้มหัวแล้วร้องไห้ จากนั้นก็รีบเก็บเสื้อผ้าของตัวเองอย่ารวดเร็ว แล้วค่อยๆใส่เสื้อกลับเข้าร่างกายของตัวเองทีละตัว เหมือนกับว่าอยากลบล้างเรื่องของเมื่อวานออกไป
“ติ้งต่อง!”
เธอกำลังใส่เสื้อเสร็จ เตรียมตัวจะออกไป ทันใดนั้นเสียงกริ่งก็ดังขึ้น
ฟางก็กระวนกระวายขึ้นมาทันที ทำไงดี!อยากหนีก็หนีไม่พ้นแล้ว!
คนหน้าประตูรอแล้วรออีก ก็ไม่เห็นมีใครมาเปิดประตู เธอจึงเสียบการ์ดเปิดประตูเข้าไป
ฟางมองดูคนที่เข้ามาอย่างกลัว เสื้อผ้าที่เรียบร้อย คือพนักงานของโรงแรม
“คุณผู้หญิงตื่นแล้วหรอคะ นี่คือของของผู้ชายที่มากับคุณฝากมาให้คุณค่ะ” บริการของพนักงานสาวอย่างสุภาพ แต่ในตากลับมีแต่ความโกรธที่ปกปิดไม่ได้ พูดจบ ก็มีบัตรธนาคารยื่นมา
“นี่คืออะไรคะ?” ฟางถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ผู้ชายคนนั้นบอกว่าคือค่าตอบแทน เรื่องเมื่อวาน”
ค่าตอบแทน?
ผู้ชายคนนั้นเห็นว่าเธอเป็นอะไรกันแน่!
“ฉันไม่เอา คุณเอาไปคืนเขาเถอะ!”
“แต่ว่าผู้ชายคนนั้นบอกว่าต้องส่งให้ถึงมือคุณ”
“ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เอา คุณออกไป!” ฟางโกรธมาก จึงสั่งพนักงานคนนั้นไป
“หยุดนะ!”
พนักงานที่กำลังจะออกไป ถูกฟางเรียกให้หยุด
ฟางค้นแล้วค้นที่กระเป๋าตัวเอง ก็เจอแต่เงินไม่กี่บาทที่เหลือจากเรียกแท็กซี่เมื่อวาน
เธอนำเงินไม่กี่บาทนั้น ส่งให้พนักงานคนนั้น พูดว่า “นำเงินส่วนนี้ให้ผู้ชายคนนั้นด้วย ก็บอกว่าเป็นเงินตอบแทนที่ฉันให้เขา เกี่ยวกับเรื่องเมื่อวาน” พนักงานก็ยังคงไม่เข้าใจ จากนั้นฟางก็ออกจากห้องที่สกปรกห้องนั้น
บริษัทอนันที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเมืองโลกัส ท่านประธานบาสกำลังนั่งเช็คเอกสารที่หน้าโต๊ะห้องทำงานสีดำน้ำตาล ใบหน้าที่หล่อเหลาและสุขุม หยิบปากกามาเซ็นต์เอกสารพวกนั้น มองออกเลยว่าต้องตั้งใจกับงานนี้มากๆ
ทันใดนั้นประตูก็ถูกผลักออก คิมเดินเข้ามา
บาสแสดงออกถึงความไม่พอใจที่มารบกวน สายตาที่สุขุมและเยือกเย็น คิ้วสองข้างที่คมเฉียบ กลับไม่ต้อนรับใคร แล้วเช็คเอกสารต่อ
คิมเห็นว่าบาสไม่ต้อนรับ ก็แกล้งถอนหายใจออกมา “เฮ้อ ท่านประธานบาสยุ่งขนาดนี้ ฉันก็มาเสียเที่ยวอีกแล้วสิ!”
พูดจบ ก็นั่งลงบนเก้าอี้หมุนที่อยู่หน้าโต๊ะ
บาสหน้าตาที่ไร้อารมณ์ ก็ไม่ได้เงยหน้ามองเขา ทำไมล่ะ
บาสมีชื่อเสียงด้านของความสุขุมเย็นชา คนปกติแล้วจะกลัวความเย็นชาของเขามาก มีก็แต่คิมที่เติบโตกับเขามาตั้งแต่เด็กที่กล้าทำกับเขาแบบนี้
เพราะพ่อของคิมเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทอนัน ร่วมงานกับพ่อของบาสตั้งแต่ยังหนุ่ม ซื่อสัตย์และตั้งใจทำงานมาตลอด และก็คือผู้ใหญ่ส่วนน้อยที่บาสเคารพ
“มีเรื่องอะไร?”
ตอน 3
บทที่ 003 ออกจางาน!รีบออก!
คิมคิดว่าตัวเองเรียกความสนใจจากบาสสำเร็จแล้ว ก็แอบดีใจ
รีบควักบัตรธนาคารสีทองและเหรียญสีเงินออกมา ใส่ไว้บนโต๊ะทำงานของบาส
บาสมองออกว่าบัตรนี้คือบัตรอะไร คือบัตรที่ให้คิมเอาไปให้ผู้หญิงเมื่อคืน ทำไมถึงเอากลับมาคืนล่ะ
คิมมองออกถึงความสงสัยของบาส ฮ่าๆ หัวเราะออกมา “มีความหมายใช่ไหมล่ะ เขาเอาคืนกลับมาให้นายแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ ยังจ่ายค่านอนเมื่อคืนให้นายด้วยนะ” พูดไปชี้ไปที่เหรียญสีเงินเหรียญนั้น
ใจของบาสถึงกับเย็นไปเลย ใบหน้าที่เย็นชาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความเครียด แต่แอบแฝงความสนุกอยู่ข้างใน
คิมมองใบหน้าที่จะตกใจไม่ตกใจของบาส ก็รีบแสดงใบหน้าที่อยากรู้อยากเห็นออกมา
“พี่ ปกติพี่ไม่อะไรกับผู้หญิงนี่นา ทำไมรอบนี้ถึงเล่นอะไรแบบนี้ล่ะ?”
เพื่อนที่โตมากับฉันคนนี้ เขาไม่เหมือนฉัน คุณชายบาสอยากได้อะไรก็มีให้ตลอด แต่ก็ไม่มีแฟนสักที
แต่เมื่อหลายปีก่อนเคยมีความรัก แต่ก็คือรักที่ที่มาเร็วไปเร็ว ผู้หญิงคนนั้นหนีออกประเทศตัดการติดต่อกับเขา เขาคิดว่าเขาจะรอผู้หญิงคนนั้นไปตลอดชีวิต แต่ใครจะไปรู้ เมื่อคืนยอมไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นได้ไง
คิมมีความสงสัยเป็นอย่างมาก
บาสกลับตัดความสงสัยในใจคิมอย่างไร้อารมณ์ “พูดจบแล้วก็ออกไปนะ”
มองดูหน้าที่เย็นชาของบาส คิมก็ไม่กล้าถามอีก ได้แต่อยากรู้อยู่ในใจ แล้วรีบออกจากห้องทำงานของบาส
บาสวางปากกาเซ็นต์ชื่อลง เล่นกับเหรียญสีเงินนั้น ก็นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
เมื่อวานเขาไปทำงานที่เมืองลาเบล พอกลางดึกหลังเสร็จเรื่องงานของบริษัท ก็ถูกชวนไปร่วมงานอีกที่หนึ่ง
ดื่มสุราไปซักพัก เขาก็รู้สึกปวดหัวตัวร้อน ไม่สบาย ก็เลยจะออกไปเดินข้างนอก
ใครจะไปรู้ อยู่ดีๆก็ร้อนขึ้นมา นี่ไม่ใช่อาการหลังเมานิ บาสเข้าใจแล้วว่าคืออะไร แต่เมื่อคืนมันดึกเกินไป เวลานั้นเขาจึงคิดวิธีแก้ปัญหาได้อย่างเดียว เพื่อจะลบความเร้าร้อนในร่างกายนั้นออกไป
จากนั้นเขาก็ไปชนโดนผู้หญิงคนนั้น
บาสปิดตาลง ความหวานในเมื่อคืน ยังคงติดตัวเธออยู่
ผู้หญิงคนนั้น……
หลังจากฤทธิ์ยาออก เขาก็มองออกไม่ชัดเจนว่าหน้าของผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไง เขาจำได้แต่คราบแดงที่อยู่บนผ้าปูหลังจากเสร็จเรื่องนั้น ทำให้เธอใจแข็งมาก
ตอนเช้าตื่นมา บาสมองไปที่ผู้หญิงที่กำลังนอนหันหลังให้เขา นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวาน รีบอาบน้ำแล้วออกจากห้อง จากนั้นรีบกลับไปที่เมืองโลกัส หลังกลับเมืองเหลือไว้เพียงบัตรธนาคารบัตรนั้น ให้ความพอใจกับผู้หญิงที่รักเงิน
ใครจะไปรู้ ตอนสุดท้ายกลับเป็นแบบนี้
บาสดึงสติกลับมา นำบัตรธนาคารเก็บเข้าลิ้นชักใต้โต๊ะ แล้วมองเห็นเหรียญสีเงินเหล่านั้น มองไปซักพัก ก็หยิบมาใส่ไว้ในกระเป๋าตัวเอง
……
ห้าปีต่อมา
ตึกธุกิจที่เมืองโลกัส ภาพที่วุ่นวายไปหมด
พนักงานต่างก็ยุ่งกับงานของตัวเอง มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ผ่านเข้ามา
มุมที่ติดกับหน้าต่างนั้น มีเสียงคีย์บอร์ดดังออกมา
ฟางเป็นหนึ่งในนั้น หญิงชุดกระโปรงสีกรม ที่ปกปิดหุ่นที่ดูเหมือนถูกฝึกฝนมาอย่างดี
ยุ่งไปซักพัก
พูดจบ กำลังค่อยๆเก็บของเตรียมตัวจะกลับบ้าน
ทันใดนั้นทุกคนก็มองไปที่ห้องทำงานของผู้จัดการ
ไม่หรอกมั้ง! จะมาอีกหรอเนี่ย?!
ฟางตกใจจนมือที่กำลังจะเก็บคอมพิวเตอร์สั่น กดไปโดนปุ่มเปิดปิด
ความตกใจยังไม่หายไป ผู้จัดการก็ประกาศออกมาว่า “คืนนี้ก็ลำบากทุกคนเพิ่มเวลางานอีกนิดหนึ่งนะ! เพื่อยอดของเดือนนี้สู้กับมันอีกสักตั้ง!”
พูดจบ ไม่สนใจพนักงานที่เตรียมตัวกลับบ้าน กลับต้องกลับมาทำงานต่อ
ฟางมองไปที่หน้าจอคอมที่กำลังเริ่มต้นใหม่ ในใจแอบไม่พอใจแล้วถอนหายใจออกมา
เฮ้อ……
ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้สามปีก่อน การเพิ่มเวลาทำงานของฟางก็เหมือนส่วนหนึ่ในชีวิตประจำวันไปแล้ว แล้วที่สำคัญคือ ไม่มีโบนัสเพิ่มให้อีก
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพื่อชีวิตเขาก็จำเป็นต้องทำงาน แต่โชคดีหลังจากที่ผลออกมา ผู้จัดการก็มีนโยบายการเลื่อนตำแหน่ง ใครจะไปรู้ครั้งก่อนที่เธอไปกินข้าวกับผู้จัดการ หลังจากที่เธอปฎิเสธ นโยบายการเลื่อนตำแหน่งก็ไม่มีแล้ว
ฟางแอบรู้สึกท้อ เปิดดูโทรศัพท์ ข้อความเสียงที่ส่งไปเมื่อกี้ถูกตอบรับ เป็นสติ๊กเกอร์การ์ตูนที่กำลังเต้นอยู่
มองดูสติ๊กเกอร์ ฟางคิดได้ถึงความสุขของคนคนนั้นเลย
ถอนหายใจอีกรอบ ฟางรู้สึกขอโทษและส่งข้อความเสียต่อไปว่าได้เพิ่มเวลางาน
ผ่านไปซักระยะ ทางนุ้นส่งรูปสติ๊กเกอร์กำหมัดมา
ฟางรู้สึกกลุ้มใจ แต่ก็ทำได้แค่เปิดเอกสารมาทำงานต่อ
เลิกงานสิบโมง ฟางอารมณ์ไม่ดีมาตลอด ในสมองมีแต่ภาพสติ๊กเกอร์กำหมัด
เธอมองดูห้องทำงานของผู้จัดการ อดไม่ได้ เดินไปเคาะประตูที่ห้องผู้จัดการ
“ผู้จัดการคะ จะเลื่อนตำแหน่งอีกทีเมื่อไหร่คะ?”
“ฟาง อย่ารีบสิ งานนี้ทุกคนล้วนมีส่วนร่วมนะ พอถึงเวลาแล้วฉันจะบอกเอง” ผู้จัดการค่อยๆดื่มชา แล้วคุยกับฟาง
“ผู้จัดการคะ ฉันมาทำงานกี่ปีแล้วคะ ฉันตั้งใจมาตลอด หากไม่สามารถแลกกับการเลื่อนตำแหน่งได้ ฉันก็คงทำได้แค่เลือกทางอื่น ”
“เหอะๆ.....” สีหน้าของผู้จัดการก็เปลี่ยน เขากระแอมคอ แล้วเดินไปที่หลังของฟาง มือที่อวบใหญ่ไม่ทันระวังก็ตบไปที่ก้นของฟาง “ฟางจ๋า ในโลกนี้เนี่ย ผู้หญิงที่ทำงานนี่ไม่งายเลยจริงๆ แต่ไม่แน่นะ วิธีอื่นก็มีอยู่ แค่ดูว่าเธอจะเข้าใจไหมแค่นั้นเอง ”
ความฉลาดของฟาง ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ไม่ได้อยากตีเขาแต่อยากตีความคิดนี้
เขาตบไปหนึ่งที “ป้าป” เสียงทุ่มไปที่หน้าของผู้จัดการ
“ไอ่โรคจิต ยังมีหน้ามาคิดแบบนี้อีก สารเลว!”
แว่นของผู้จัดการถูกฟางตีจนหัก เขาโกรธแค้นมาก”นี่คือฉันชอบเธอนะ ฟาง อย่าได้ดีไม่รู้จักดี ระวังฉันให้เธอกินหมัดนะ?”
“ใครกลัวใครล่ะ เชื่อไม่เชื่อ ฉันออกไปตะโกนตอนนี้ได้เลยว่านายลวนลามฉัน”
พูดจบ ฟางขยี้ไปที่ผม แล้วทำท่าเหมือนจะปลดกระดุมออก ทำตัวน่าสงสาร แล้วตะโกนขึ้นว่า “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ผู้จัดการจะ....”
ขณะที่พูดอยู่ก็เดินออกจากห้องทำงาน
แค่นี้ยังไม่พอ!
ในที่สุด หน้ากาของผู้จัดการก็ถูกดึงออก ผู้จัดการที่กลัวว่าตัวเองจะลำบาก รีบดึงฟางไว้
“โอ๋ อย่าลีลาสิ ตกลงเธอจะเอาอะไรกันแน่!?”
เธอคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะใช้วิธีนี้ เพื่อนจะมาแทนที่ผู้จัดการ
คิดไม่ถึงกลับได้ยินออกมาจากปากของฟางว่า “ฉันจะลาออก พรุ่งนี้ก็จะเอาใบลามาให้”
แค่นี้?
ผู้จัดการรู้สึกประหลาดใจ รีบพยักหน้าตอบรับ--เขาไม่ชอบเลยจริงๆผู้หญิงที่เอาใจยากคนนี้
หลังจากได้คำตอบที่แน่ชัด ฟางก็เดินออกจากบริษัท แต่ไม่ได้มุ่งไปที่บ้าน กลับไปที่โรงเรียนอนุบาลใกล้บ้านแห่งหนึ่ง
ในกลางดึกที่ไม่มีเสียงของเด็กเหมือนตอนกลางวัน ทำให้เงียบสงบมาก
“คุณมาแล้วหรอ เขารอคุณจนหลับไปแล้ว”