ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

คนคุ้นเคย

บทที่1

"นี่มันอะไรกันต้นน้ำ ทำไมทางโรงเรียนถึงได้ส่งจดหมายมาที่บ้านบอกว่าลูกไม่ได้ไปโรงเรียนตั้งหลายอาทิตย์ มันหมายความว่ายังไง"ผู้เป็นพ่อฟาดซองจดหมายสีขาวประทับตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนลงบนโต๊ะตรงหน้าลูกสาวด้วยความขุ่นเคืองเนื่องจากทางโรงเรียนส่งจดหมาย ในข้อความระบุเอาไว้ว่า ต้นน้ำลูกสาวคนโตได้ขาดเรียนติดต่อกันหลายอาทิตย์จนแทบจะไม่มีสิทธิ์สอบทั้งที่ยังเหลืออีกแค่เทอมเดียวเท่านั้นก็จะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก

"ห....หนู"ต้นน้ำก้มมองซองจดหมายริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงดวงตาเกลือกกลิ้งคล้ายคนกำลังคิดหาคำพูดแก้ตัว 

"หนูอะไร ต้นน้ำบอกพ่อกับแม่มาว่าทำไมทางโรงเรียนถึงส่งจดหมายนี้มาได้ หนูไม่ได้เข้าโรงเรียนใช่ไหม"

"คือหนู"เม็ดเหงื่อไหลซึมไปตามไรผมเมื่อถูกผู้เป็นพ่อคาดคั้นและไหนจะแววตากดดันให้พูดความจริงจากผู้เป็นแม่

"ต้นน้ำ บอกพ่อเขาไปสิลูก"

"คือหนู ฮึก"ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็มีคลื่นลูกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจุกลำคอ ร่างผอมบางแต่กลับมีสัดส่วนของวัยสาวหยัดกายลุกขึ้นรีบวิ่งไปยังทางห้องน้ำด้วยความเร็วสร้างความตกใจให้กับบิดาและมารดา

อ้วก อ้วก

เสียงอาเจียนดึงดูดให้ทั้งสองต้องรีบเดินไปยังทิศทางของห้องน้ำเห็นแผ่นหลังในชุดนักเรียนกำลังโก่งคออาเจียนอยู่อย่างหนัก ผู้เป็นแม่รีบเข้าไปช่วยลูบหลังให้หัวใจเต้นกระสับกระส่ายพิลึกชอบกลยามเมื่อมองปฏิกิริยาอาการของลูกสาวในตอนนี้

"ต้นน้ำ"ผู้เป็นแม่สะดุ้งด้วยความตกใจรีบคว้าร่างไร้เรี่ยวแรงของลูกสาวเข้ามากอด ผู้เป็นแม่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นอาการของลูกสาวในตอนนี้

"ต้นน้ำ หนูเป็นยังไงบ้างลูก"

"หนูรู้สึกเวียนหัวจังเลยค่ะแม่"น้ำเสียงแผ่วเบาดังราวกับกระซิบเรี่ยวแรงหายจนไม่มีแรงพยุงตัวลุกขึ้นแต่เป็นจังหวะดีที่ต้นกล้าน้องชายฝาแฝดของต้นน้ำกลับมาจากโรงเรียนเห็นพ่อที่แสดงสีหน้าไม่สู้ดียืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำ

"เกิดอะไรขึ้นครับพ่อ แล้วนั่นพี่ต้นน้ำเป็นอะไร"เด็กหนุ่มผู้มีรูปหน้าหล่อเหลาผิวเหลืองขาวร่างกายกำยำดั่งเช่นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนอยู่ในสภาพชุดนักเรียนเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อสะพายกระเป๋าก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ดวงตาคมกริบมองไปยังร่างของพี่สาวฝาแฝดในสภาพอ่อนแรงอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา

"ลูกมาก็ดีแล้วต้นกล้า มาช่วยอุ้มพี่ต้นน้ำขึ้นไปบนห้องหน่อยสิ"

"ดะ...ได้ครับ"แม้จะยังไม่รู้เรื่องราวอะไรที่แน่ชัดแต่ด้วยความรักพี่สาวต้นกล้ารีบวางกระเป๋าเดินเข้าไปตวัดร่างพี่สาวขึ้นมาอุ้มเดินดุ่มขึ้นบันไดไปยังชั้นสองมุ่งหน้าสู่ห้องสีหวานของลูกสาวบ้านนี้

"คุณคะ"

"เธอขึ้นไปดูลูกเถอะ เช็ดตัวหาข้าวหายาให้ลูกทานด้วยนะ"จริยาอดไม่ได้ที่จะมองหน้าของสามี แม้รู้ว่าต้นน้ำจะทำผิดโกหกพ่อแม่แต่หน้าที่ของพ่อแม่คือต้องดูแลลูกให้หายดีส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที

"พี่ต้นน้ำเป็นอะไรไปครับแม่"ต้นกล้าที่ยืนดักรออยู่ตรงหน้าประตูรีบเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างของผู้เป็นแม่เดินขึ้นมายังชั้นสอง พลางสอดส่ายตามองเข้าไปยังด้านในห้องมองร่างของพี่สาวที่หลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลีย

"พี่ต้นน้ำหลับแล้วเหรอลูก"

"ครับ ว่าแต่แม่ยังไม่ได้ตอบกล้าเลยนะครับว่าพี่ต้นน้ำเป็นอะไรทำไมถึงได้มีสภาพเช่นนี้"จริยามองสีหน้าเคร่งเครียดของลูกชายพลางถอนหายใจด้วยความคับแน่นในอก

"แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันต้นกล้า"ตอนนี้ไม่มีใครทราบถึงเรื่องราวที่ต้นน้ำหายตัวไปไม่เข้าโรงเรียนเพราะถ้าหากทางโรงเรียนไม่ส่งจดหมายมาทางที่บ้านก็ไม่รู้เลยว่าลูกสาวของตัวเองนั้นขาดโรงเรียนบ่อยติดต่อกันถึงสามเดือนเข้าด้วยกัน แต่ถึงอย่างนั้นตอนเช้าลูกสาวก็ยังแต่งตัวไปโรงเรียนตามปกติแม้ตอนเย็นจะกลับช้าหลังจากพ่อแม่เลิกงานบ้างแต่มันก็ไม่ได้เป็นที่น่าสงสัย

มันนาน นานมากจนผิดสังเกตและถ้าอยากจะรู้ความจริงก็คงต้องรอให้เจ้าตัวฟื้นถึงจะสอบถามอีกครั้งได้ว่ามีเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องทำแบบนี้ และมันก็น่าแปลกที่ต้นน้ำขาดโรงเรียนถึงสามเดือนทำไมจดหมายถึงพึ่งจะโผล่มา 

"อืม"เสียงร้องครางในลำคอเบา ๆ ผ้าสีขาวซับน้ำหมาด ๆ เช็ดไปตามใบหน้าร่างกายของลูกสาวความเย็นชื้นจากผ้าสีขาวบางปลุกสติของต้นน้ำให้ฟื้นตื่นขึ้นมา เปลือกตาบางกะพริบถี่เมื่อเห็นร่างของผู้เป็นแม่นั่งอยู่บนเตียงนอนด้านข้างสาละวนอยู่กับการเช็ดเนื้อตัวให้เธอ

"มะ...แม่คะ"

"ต้นน้ำ ตื่นแล้วเหรอลูก"เมื่อได้ยินน้ำเสียงแหบแห้งของลูกสาวดังขึ้นจริยารู้สึกดีใจอยู่ไม่ต้องดวงตาแสดงถึงความดีใจสองมือยื่นไปช่วยโอบประคองร่างของลูกสาวที่พยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งใช้หมอนรองแผ่นหลังพิงกับผนังหัวเตียง

"เป็นยังไงบ้างลูก ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่ไหม"

"นิดหน่อยค่ะ ขอบคุณนะคะที่แม่มาดูแลหนู"

"ขอบคุณอะไรกัน ลูกสาวของแม่ไม่สบายแม่ก็ต้องมาดูแลสิ"นัยน์ตาเอ่อท้นของผู้เป็นแม่เต็มไปด้วยความรู้สึกรักใครและเอ็นดู ยามเมื่อลูกไม่สบายเจ็บป่วยได้ไข้ถ้าแลกด้วยกันได้พ่อแม่ขอเจ็บไข้แทนเสียดีกว่า

"แม่ทำข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ของโปรดหนูมาให้ ทานเสียเถอะนะลูกจะได้ทานยา"จริยาหยัดกายลุกขึ้นยืนหมุนตัวกลับหมายจะไปยกถาดข้าวต้มแต่กลับถูกฝ่ามือนุ่มนิ่มของลูกสาวคว้าท่อนแขนของเธอเอาไว้

"มีอะไรเหรอลูก หรือลูกอยากได้อะไรเพิ่มแม่จะได้ไปทำให้"

"เปล่าค่ะ หนูไม่คิดอยากได้อะไรเพิ่ม"ต้นน้ำส่ายหน้าไปมาน้ำตารื้นความรู้สึกผิดมันติดอยู่ในใจจนยากจะพูดออกมา ทุกคนคงผิดหวังในตัวของเธอมากถ้าหากรู้ว่าเธอทำในสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย

"หนูแค่อยากจะบอกแม่ว่า หนูรักแม่นะคะ"จริยายิ้มกว้างพร้อมกับหมุนตัวกลับมามอบสัมผัสแห่งความรักลงบนแก้มนุ่มนิ่มของลูกสาวทั้งสองข้าง

"แม่ก็รักลูกนะ ต้นน้ำ"

"ดวงใจของแม่"

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 2

บทที่2

ข้าวต้มกุ้งตัวโต ๆ ส่งกลิ่นหอมชวนหิวและไหนจะได้ความหอมจากน้ำมันกระเทียมเจียวยิ่งชวนเพิ่มความหอมชวนน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นไปอีก

"ฮึก"แต่กลับไม่ใช่สำหรับต้นน้ำ เมื่อเธอได้กลิ่นอาหารก็ต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากพยุงกายลุกขึ้นสาวเท้าวิ่งเข้าไปในห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว

อ้วก อ้วก

จริยารีบวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปภายในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วงจับใจเมื่อได้ยินเสียงอาเจียนอย่างหนักของลูกสาว 

อ้วก อ๊วก

"ว้ายต้นน้ำ หนูเป็นอะไรไปลูก"เสียงเอ่ยร้องถามดังขึ้นด้วยความกลัวดังเล็ดลอดออกไปถึงนอกห้องนอนซึ่งยังไม่ได้ปิดประตู ทำให้ต้นกล้าซึ่งเดินผ่านมาสะดุ้งด้วยความตกใจรีบวิ่งเข้าไปภายในห้องนอนของพี่สาว

"แม่ครับ"

"กล้า มาช่วยพยุงพี่ของเราหน่อย แม่จะไปตามพ่อ"

"ครับ ๆ "ต้นกล้ารีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงร่างอันไร้เรี่ยวแรงของพี่สาวโดยแววตาตื่นตระหนกเพราะไม่เคยเห็นพี่สาวมีอาการรุนแรงแบบนี้

"พี่ต้นน้ำ ทำใจดี ๆ เอาไว้นะครับ"

"กล้า พี่เหนื่อยจังเลย ฮึก"น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยบอกน้องชายฝาแฝด ริมฝีปากเล็กซีดเซียวพวกแก้มไร้สีเลือดทุกอย่างมันเกิดเร็วมากจนไม่มีใครในครอบครัวตั้งตัวได้ทัน

ติ๊ด ติ๊ด

เสียงเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นในท่ามกลางความเงียบ ผู้เป็นพ่อยืนอยู่นอกระเบียงห้องพักเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยดวงตาแดงก่ำ ทุกอย่างรอบตัวหยุดหมุนความรู้สึกเสียใจและผิดหวังถาโถมเข้ามาจนไม่สามารถทำใจยอมรับได้

ฮือ

"แม่อย่าร้องไห้เลยนะครับ"

"แม่เป็นแม่ที่แย่ใช่ไหมลูก ฮึก เลี้ยงลูกไม่ดีพอ ต้นน้ำได้ถึง"

"ไม่ครับแม่ แม่กับพ่อเก่งที่สุด เราอย่าพึ่งตัดสินอะไรในตอนนี้เลยนะครับรอให้พี่ต้นน้ำฟื้นมาก่อนจะดีกว่า"ต้นกล้าเอ่ยปลอบโยนโอบกอดร่างของผู้เป็นแม่เอาไว้ เสียงสะอื้นร่ำไห้ด้วยความเสียใจบาดลึกเข้าไปถึงเนื้อในของคนฟัง 

ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังของผู้เป็นพ่อ ท่านคงปวดใจอยู่ไม่น้อยหลังจากได้ฟังอาการไม่สบายของพี่สาวฝาแฝด หลังจากคุณหมอบอกเกี่ยวกับอาการของต้นน้ำท่านทั้งสองก็แทบล้มทั้งยืนแม้แต่เขาเองแข้งขาก็ยังสั่น สมองหนักอึ้งคิดไม่ออกเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับพี่สาวของเขาได้อย่างไร ถ้าได้อยู่ในเขตรั่วโรงเรียนเดียวกันเขาสาบานว่าจะไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้ได้เกิดขึ้น

ช่วงเช้าของวันต่อมาเป็นเวลาที่ทุกคนรอคอยไม่เว้นแม้แต่ต้นกล้า เขายอมขาดเรียนเพื่อเฝ้าดูอาการของพี่สาวฝาแฝดและอีกเหตุผลหนึ่งเขาอยากจะรู้ความจริงจากปากของพี่สาวอย่างต้นน้ำว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรกัน

และมันก็ถึงเวลาเมื่อต้นน้ำลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพอ่อนแรงโดยมีสายตาของทุกคนจ้องมองไปยังร่างของเธอ

"พ่อ แม่ ต้นกล้า"น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยเรียกชื่อของคนในครอบครัว ความกลัวเกาะกินหัวใจเมื่อทั้งสามคนจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางสายตาราวกับว่าเธอไปทำผิดร้ายแรงอะไรมา

"ตื่นแล้วเหรอต้นน้ำ"

"คุณคะ"คนเป็นสามีตวัดสายตาดุดันไปมองภรรยาจนเธอต้องก้มหน้ามองฝ่ามือ แม้อยากจะปกป้องลูกแต่ครั้งนี้เธอคงไม่สามารถหักห้ามสามีได้

"หนูไม่สบายเป็นอะไรคะ ทำไมทุกคนถึงได้มองหนูด้วยสายตาแบบนั้น"แววตาหวาดหวั่นไล่มองทุกคน อยู่ ๆ น้ำตาตาก็รินรื้นขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เมื่อสบเข้ากับแววตาราวกับคนไม่เคยคุ้นเคยจากผู้เป็นพ่อ

"แกท้อง"น้ำเสียงขาดห้วงเอ่ยบอกความจริงกับลูกสาว สองเท้าสั่นเทาแทบจะก้าวขาไม่ออกเมื่อนึกถึงคำพูดของหมอ

'คนไข้ตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วนะครับ'นี่เป็นคงเป็นคำพูดที่ยากต่อคนเป็นพ่อแม่จะยอมรับไหว ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนดี ๆ แต่กลับต้องท้องกลับมามันไม่ต่างอะไรกับผู้ชายสารเลวคนนั้นยกไม้ขึ้นมาตีแสกหน้าผู้ให้กำเนิด

"ทำไมฮะต้นน้ำ พ่อกับแม่เลี้ยงแกไม่ดีพออย่างนั้นหรือไง ฉันยอมส่งเสียแกให้เรียนโรงเรียนดี ๆ แล้วดูที่แกทำตัวสิ แกทำกับทำตัวเหลวไหลแบบนี้ได้ยังไง"ลูกสาวนั่งตัวสั่นน้ำตาไหลด้วยความหวาดกลัวและตกใจ ไม่คิดว่าอาการที่เธอเป็น จะเป็นอาการของคนกำลังตั้งครรภ์

"พะ...พ่อคะ หนู"

"แกไม่ต้องพูดแก้ตัวอะไรทั้งนั้น"ต้นน้ำเม้มริมฝีปากเข้าหาน้ำตาไหลพรากด้วยความเสียใจ เธอทำให้ผู้เป็นพ่อโกรธและเสียใจและเมื่อหันไปมองร่างของมารดาน้ำตาก็ไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก 

"แม่คะ"

"หนูขอโทษ"

นิยายแนะนำยอดฮิต

ตอน 3

บทที่3

"ใครเป็นพ่อของเด็กในท้องแก"ต้นน้ำรีบส่ายหน้าไปมาเมื่อบิดาเอ่ยถามถึงพ่อของเด็กในท้อง พลางร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสารแต่วินาทีนี้คงไม่มีใครมานั่งเห็นใจเด็กสาวใจแตกท้องโตอย่างเธอ

"ฉันจะถามแกอีกครั้ง ว่าใครคือพ่อของเด็กในท้อง"

"ฮึก พ่อคะ หนูขอโทษ"

"แกไม่ต้องมาขอโทษฉัน เพราะมันไม่สามารถลบล้างในสิ่งที่แกทำเอาไว้ได้"ผู้เป็นพ่อหัวใจแตกสลายหมายมั่นส่งเสียลูกสาวให้เรียนสูง ๆ โตไปจะได้มีงานมีการดี ๆ ไม่ต้องมาลำบากตรากตรำเหมือนเขา แต่นี่

"พ่อขา ฮึก หนูผิดไปแล้ว ฮึก ให้อภัยหนูเถอะนะคะ"

"แกบอกฉันมาก่อนว่าใครคือพ่อของเด็กในท้องลูกของแก"

"ฮึก หนูบอกไม่ได้"

"แกปกป้องมันอย่างนั้นเหรอฮะต้นน้ำ"ผู้เป็นพ่อเดินปรี่เข้าไปหาลูกสาวด้วยอารมณ์ขาดสติ ต้นกล้าเมื่อเห็นทีท่าเริ่มไม่ดีกลัวว่าพี่สาวจะถูกผู้เป็นพ่อทุบตีก็รีบหยัดกายลุกขึ้นไปห้าม

"พ่อครับ อย่าทำอะไรพี่ต้นน้ำเลยนะครับ"

"แกอย่ามาห้ามพ่อต้นกล้า วันนี้แหละพ่อจะสั่งสอนพี่สาวไม่รักดีของแก"แม้ต้นกล้าจะเข้าไปห้ามแต่ด้วยอารมณ์โทสะของผู้เป็นบิดานั้นมีมากกว่า มารดารีบลุกขึ้นมาช่วยห้ามปรามฉุดรั้งท่อนแขนของสามีเอาไว้ด้วยความสงสารลูก

"คุณคะ อย่าทำอะไรลูกเลยนะคะ ต้นน้ำกำลังท้องอยู่"

"นี่คุณเข้าข้างลูกอย่างนั้นเหรอ คุณไม่เห็นเหรอว่ามันสร้างความอับอายให้ครอบครัวของเรามากแค่ไหน"ต้นน้ำก้มหน้าร้องไห้ร่างกายสั่นไหวด้วยแรงสั่นสะอื้นจนต้นกล้าน้องชายต้องรีบเข้าไปโอบกอด

"ไม่เป็นอะไรนะพี่ กล้าอยู่ตรงนี้"

ฮึก ฮึก

"ถึงตอนนี้เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ในเมื่อเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว"ผู้เป็นแม่พยายามพูดเกลี้ยกล่อมยิ่งเห็นสภาพของลูกสาวเธอยิ่งสงสารจับใจแม้ว่าตัวเธอนั้นจะรู้สึกเสียใจก็ตาม

"ทำไมมันจะแก้ไขอะไรไม่ได้ฮะแค่มันบอกว่าใครคือพ่อของเด็ก แต่นี่มันไม่ยอมบอก"

"คุณไม่รู้หรอกว่าผมผิดหวังในตัวลูกสาวของคุณมากแค่ไหน ทำตัวมักง่ายใฝ่ต่ำ"

"พะ...พ่อ"น้ำเสียงแผ่วเบาของลูกเอ่ยเรียกพ่อผู้บังเกิดเกล้าที่เธอรักพลางน้ำตาไหลหัวใจปวดหนึบเมื่อเงยหน้าสบตาคู่นั้นของท่าน

"ฉันล่ะไม่น่าทำให้แกเกิดมาเลยจริง ๆ ต้นน้ำ"

"พ่อครับ"

"คุณคะ"ทุกคนพากั้นตกตะลึงไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของ เดชา บิดาของทั้งคู่ จริยาเม้มริมฝีปากเข้าหามองหน้าของสามีสลับไปมากับลูกสาวปล่อยน้ำตาความโศกเศร้าให้ไหลออกมา

"ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย พูดออกมาว่าใครคือพ่อของเด็กในท้อง"แม้จะรู้ตัวเองดีว่าพูดรุนแรงใส่ลูกสาว แต่วินาทีนี้คงไม่มีใครเข้าใจหัวอกของผู้เป็นพ่อดีไปกว่าเขา 

เดชามองหน้าลูกสาวด้วยสายตาแสดงถึงความผิดหวังเป็นอย่างมากจนอยากจะกระชากไม้เรียวออกมาเฆี่ยนตีให้หลาบจำ 

"บอกพ่อไปเถอะพี่ต้นน้ำ เราจะได้ช่วยกันหาทางปรึกษาถึงเรื่องเจ้าตัวเล็กไง"แม้จะนึกเห็นใจและสงสารพี่สาว แต่เขาเองก็อยากรู้อยู่เหมือนกันว่าไอ้หมาตัวไหนมันกล้ามาเหยียดหยามน้ำใจของพี่สาวฝาแฝดให้บอบช้ำ

"พี่บอกไม่ได้ต้นกล้า"

"ทำไมล่ะพี่ ถ้าพี่บอกบางทีพ่ออาจจะใจอ่อนยอมหายโกรธพี่ก็ได้ พี่ไม่สงสารเจ้าตัวเล็กในท้องหรือไงตัวเล็กต้องการพ่อนะพี่"

"ฮึก พี่บอกไม่ได้จริง ๆ ต้นกล้า พี่บอกไม่ได้"ต้นน้ำยืนยันคำเดิมว่าจะไม่บอกว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง ถึงแม้หัวใจของเธอจะยกให้พ่อของลูกไปหมดแล้วแต่เชื่อเถอะว่าทุกคนไม่มีทางเห็นด้วยที่จะให้เธออยู่กินแบบสามีภรรยากับผู้ชายคนนั้น

"พ่ออย่าบังคับหนูเลยนะคะ หนูบอกไม่ได้จริง ๆ "

"ทำไมแกถึงบอกพ่อไม่ได้ฮะ มันเป็นเพราะอะไร"ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดชักอยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครแทบใจจะขาด เขาอยากจะซัดกำปั้นหนัก ๆ ใส่หน้าของหมอนั้นเต็มทน

"หนูบอกไม่ได้จริง ๆ ค่ะ"เดชารู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมาก ถ้าหากต้นน้ำไม่ใช่ลูกสาวในสายเลือดก็คงไม่มีโอกาสได้นั่งร้องไห้อยู่บนเตียงคนไข้แบบนี้

"ได้ ในเมื่อแกไม่ยอมบอกว่าพ่อของเด็กในท้องคือใครก็ไม่ต้องบอก"

"แต่จำเอาไว้ถ้าฉันรู้ว่ามันเป็นใครฉันเอามันตายแน่ ส่วนแกเตรียมตัวไปยื่นเอกสารลาออกจากโรงเรียน"ผู้เป็นพ่อมองหน้าลูกสาวด้วยสายตาเรียบนิ่งน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง

"ส่วนลูกในท้องของแก ฉันไม่มีวันยอมรับว่ามันเป็นหลานของฉัน"

นิยายแนะนำยอดฮิต