ตอน 1
คุณรู้จักฉันหรอคะ
บทที่ 1 ขอร้องให้ฉันได้คลอดเด็กออกมา
“เซน ฉันขอร้องล่ะ คุณช่วยพาฉันไปโรงพยาบาลเถอะ ฉันจะคลอดแล้วจริง ๆ ...” รสรินคุกเข่าลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะ เธอพยายามที่จะขอร้องอ้อนวอนชายคนหนึ่ง แม้จะดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอทำมันจะไร้ค่า “เด็กคนนี้เขาแปดเดือนเต็มแล้วอีกนิดเขาก็จะมีชีวิตขึ้นมา ได้โปรดช่วยชีวิตเขาด้วย”
ประตูใหญ่ของคฤหาสน์เปิดอ้าออก แต่ทว่ากับไม่พบแม้แต่เงาของใครสักคน มีเพียงบอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนยืนเฝ้าประตูอยู่
พวกเขาต่างจ้องมองรสริน ไม่ยอมให้เธอเข้าไปภายในคฤหาสน์ และก็ไม่ยอมให้เธอออกไปจากลานคฤหาสน์โดยพลการ
หว่างขาของเธอรับรู้ได้ถึงความเปียกชื้น น้ำคร่ำที่แตกจากการจะคลอดเด็กทำให้เธอเจ็บปวดจนไม่สามารถพยุงตัวได้อีกต่อไป ก่อนจะล้มตัวลงไปบนพื้นหิมะ
“เซน ขอร้องล่ะ พาฉันไปโรงพยาบาลเถอะนะ”
เธอร้องไห้อยู่อย่างนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนคอแหบแห้ง ปวดท้องจนแทบจะเป็นลม ก็ปรากฏให้เห็นเงาร่างชายหนุ่มเดินออกมา
เขาอยู่หน้าประตู จ้องมองเธอจากไกล ๆ ด้วยสายตารังเกียจ
“เซน เด็กคนนี้เขาก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคุณนะ ตอนนี้ก็ครบกำหนดคลอดแล้ว ได้โปรดเถอะพาฉันไปโรงพยาบาล คลิดเขาออกมา!” รสรินก้มมองท้องใหญ่ที่นูนออกมา ก่อนพยายามขยับคลานเข้าไปหาเซน เธอพยายามที่จะไปกอดขาขอร้องเขา แต่เขาก็ขยับหนีด้วยท่าทางรังเกียจ
“รสริน งั้นเธอจะยอมหย่ากับฉันมั้ยล่ะ?”
เธอตะลึงงันไป ก่อนจะพึมพำออกมา “ลูกของเรากำลังจะเกิดมานะ..”
เซนชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด “สำหรับฉันมันก็เป็นแค่เรื่องเฮงซวยเท่านั้นแหละรสริน แต่ไหนแต่ไรมาฉันไม่เคยต้องการเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ มันเพราะเธอนั้นแหละที่แอบอุ้มท้องเอง พอตอนนี้อยากจะคลอด มันเป็นเรื่องของเธอ เด็กคนนี้จะคลอด ไม่คลอดหรือจะตายไปก็เป็นเรื่องของเธอ”
รสรินร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม
“เซน ทำไมคุณมันเลวอย่างนี้ ไม่ว่ายังไง แต่เด็กคนนี้เขาก็เป็นเลือดเนื้ของคุณนะ!”
“แล้วเธอคิดว่ามันเพราะอะไรล่ะ” ท่าทีของเซนตอนนี้มันทั้งโหดร้ายและเย็นชา เขาเหมือนกับปีศาจร้ายที่โผล่ออกมาจากนรกยังไงยังงั้น “ตั้งแต่เธอท้อง มันก็ทำให้ฉันรังเกียจแล้ว เด็กคนนี้ฉันไม่ต้องการ อยากไปโรงพยาบาลเพื่อคลอดมันออกมาหรอ ฝันไปเถอะ!”
คำพูดนั้นของเขาแทบจะทำลายความหวังของรสรินจนหมดสิ้น
ท้องฟ้าสีเทามีเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาอย่างเงียบงัน เกล็ดหิมะยังคลร่วงหล่นเกาะตามเส้นผมที่ยุ่งเหยิงและดำสนิท รวมทั้งขนตาที่โค้งงอนยาว ดูเป็นภาพที่สวยงามแล้วยังเป็นภาพที่ย่าสงสารจับใจ
“ฉัน.. ขอร้องคุณล่ะ ได้โปรดเถอะนะ” ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากการดิ้นของเด็กในท้องอย่างต่อเนื่อง น้ำคร่ำตรงหว่างขาค่อย ๆ แห้งเหือดลง กลับแทนที่ด้วยเลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลออกมา จนพื้นหิมะโดยรอบเปลี่ยนเป็นสีแดงค่อย ๆ ขยายวงกว้างขึ้น
รสรินจ้องมองที่ท้องของเธอก่อนจะพยายามพยุงตัวเองขึ้นด้วยความลำบาก พยายามคำนับขอร้องเขาไม่หยุด
“ขอร้องล่ะ ฉันคุกเข่าขอร้องคุณ” เธอใช้หน้าผากกระแทกลงไปแนบชิดกับความเย็นของหิมะบนพื้น
“ให้ฉันได้คลอดเขาออกมาเถอะนะ ได้โปรด”
เซนหรี่ตามองเธออย่างไร้อารมณ์ สายตาของเขาบ่งบอกได้ชัดถึงความเย็นชา
“ต่ำตมจริง ๆ สายเลือดของฉันเหรอ แค่คิดว่ามันหลอมรวมกับคนอย่างเธอ ฉันก็รังเกียจจนอยากจะอ้วกแล้ว”
รสรินทำได้เพียงจิกมือลงบนพื้นหิมะ และยังคงก้มหน้าอยู่อย่างนั้นโดยที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด
“ใช่! ฉันมันต่ำตม จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับคุณหรอก” รสรินหลับตาลง เธอเลือกที่จะอ่อนข้อให้กับเขา “พาฉันไปคลอดเถอะ ฉันจะยอมหย่าให้คุณแล้ว หย่าตอนนี้เลยก็ได้ ขอแค่ฉันพาฉันไปคลอดอย่างปลอดภัย”
เธอพยายามเกลี้ยกล่อมเขาเป็นครั้งสุดท้าย แต่ทว่าเซนตอบกลับมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
“หึ” เซนยิ้มเยาะอย่างชัดเจนก่อนจะเอ่ยถ้อยคำโหดร้ายออกมา “รสริน ถึงเธอจะมาเห็นด้วยกับการหย่าตอนนี้ มันก็สายไปแล้ว ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอได้ไปโรงพยาบาลเพื่อคลอดไอ้เด็กมารหัวขนนี้ออกมาหรอก หรือว่าเธอจะคลอดมันออกมากลางหิมะตอนนี้ ฉันก็ไม่ลังเลที่จะปล่อยให้มันตายหรอก”
หลังของรสรินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาผิดหวังปนเศร้าโศกเสียใจ
“เรื่องหย่าถึงแม้วันนี้เธอจะไม่เห็นด้วย แต่อนาคตฉันก็มีวิธีที่จะทำให้เธอยอมคุกเข่าขอหย่าเอง!”
เขาทิ้งประโยคอันโหดร้ายไว้ก่อนจะหมุนตัวกลับ และปิดประตูคฤหาสน์ไป ไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย บนพื้นหิมะ ก็ยังปรากฏให้เห็นท้องขนาดใหญ่ของเธอและเลือดที่ไหลเปรอะเปื้อนไปกว่าครึ่งตัวของเธอ
ตอน 2
บทที่ 2 ขอร้องพวกคุณ ได้โปรดช่วยฉัน
ยิ่งเวลาผ่านไปท้องของรสรินก็เพิ่มระดับความเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้จะคลอดเต็มทีแล้ว เธอพยายามคลานไปที่ประตูแล้วใช้แรงที่เหลืออยู่พยายามทุบมัน
“เซน เปิดประตู ขอร้องละ พาฉันไปโรงพยาบาล...”
เธอร้องไห้น้ำตานองหน้า ตรงหว่างขาก็ยังคงมีเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด เปรอะเปื้อนไปตามกระโปรงและหิมะบนพื้น ช่างเป็นภาพที่ชวนให้ตกตะลึง แม้แต่บอดี้การ์ดสองคนตรงหน้าประตูยังแสดงออกให้เห็นทางสีหน้า
“เซน! เปิดประตู!” รสรินพยายามใช้มือที่ดูเหมือนจะไม่มีเรี่ยวแรงแล้วเคาะประตูเรียกเขา
“ฉันขอร้องคุณ ลูกจะคลอดแล้ว... คุณต้องพาฉันไปโรงพยาบาล ไม่ว่าอะไรฉันก็ยอมคุณหมดแล้ว”
ประตูก็ยังรงปิดสนิท ไร้วี่แววของเสียงที่จะตอบกลับมา
แท้ที่จริงแล้วเซนเขาไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย
ในที่สุดรสรินก็หมดเรี่ยวแรง เธอคลานอยู่บนพื้นบ้านและกำลังทรมานจากการเจ็บจี๊ดขึ้นมาที่ท้อง เหงื่อพลางไหลซึม หน้าก็ขาวซีดดูไร้สี
เจ็บมากจริง ๆ ....
ถ้าเธอยังไม่ไปโรงพยาบาล เธอจะตายไปพร้อมกับลูกหรือป่าวนะ สองแม่ลูกจะตายลงตรงนี้หรอ?
ไม่ต้องการอย่างนั้น...
รสรินใช้มือลูบไปที่ท้อง ถึงเธอจะตายก็ช่าง แต่เด็กคนนี้จะต้องไม่ตายไปพร้อมกับเธอ เขายังไม่ได้เกิดมา ยังมาได้มีโอกาสที่จะเห็นสีสันของโลกใบนี้ เขาจะตายอย่างนี้ไม่ได้
เธอพยายามคลานไปทางประตูทางออก
เธอต้องไปขอความช่วยเหลือ....
บอดี้การ์ดหน้าประตูต่างสบตากันไปมา เมื่อนึกถึงความโหดร้ายและไร้ความปรานีของเซนแล้ว พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะปล่อยให้รสรินออกไปจากที่นี่ ต่างพากันก้าวออกไปเพื่อขัดขวางเธอ
“คุณรสรินครับ ต้องขออภัยด้วย ถ้าไม่มีคำสั่งจากนายน้อย พวกเราไม่สามารถปล่อยคุณออกไปจากที่นี่ได้”
รสรินใบหน้าขาวซีด หยาดน้ำตาบนใบหน้าเย็นจัดจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง
“ฉันกับลูกจะตายกันอยู่แล้ว.... พวกเธอสองคนมันฆาตกร!”
บอดี้การ์ดทั้งสองเพียงแสดงออกทางสีหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย “ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณรสริน แต่ใครบอกให้คุณไปวุ่นวายกับนายน้อยตั้งแต่แรกกันละครับ เรื่องทั้งหมดก็เพราะคุณเป็นคนเริ่ม ถ้าคุณรักษาระยะห่างออกจากนางน้อย คงไม่มีทางเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นหรอกครับ...”
รสรินหลับตาลงอย่างเจ็บปวดและหมดหวัง ใช่.. ทั้งหมดเพราะเธอทำตัวเอง
ตั้งแต่เริ่มชอบเซน ผู้ชายคนนั้นเขาก็ไม่เคยจะมีสีหน้าดี ๆ ให้เธอเลย เป็นเธอที่โง่เองที่คิดไปว่า สักวันนึงเขาจะเปลี่ยน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปยิ่งเธอมองลึกลงไปก็พบว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนไม่มีหัวใจ
เขาไม่เคยแม้แต่จะซาบซึ้ง และไม่เคยที่จะอ่อนโยนกับเธอเลย
เขาแค่แกล้งอยากให้เธอตายใจ ก่อนจะทำให้เธอเจ็บปวดจนอยู่ไม่สู้ตาย
“เจ็บ...” รสรินงอตัว เลือดไหลเลอะเต็มกระโปรงไปหมด และยังมีรอยเลือดบนหิมะยาวเป็นทางตามรอยคลาน
บอดี้การ์ดที่หน้าประตูทั้งสองคนต่างพากันเบี่ยงหน้าหนี ไม่สามารถที่จะทนมองได้อีก
อาการเจ็บท้องอย่างฉับพลันจากการที่เด็กในท้องเริ่มดิ้นแรงขึ้น ใกล้คลอดเต็มทน...
แต่แล้วความเคลื่อนไหวดิ้นรนภายในท้องก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ...
ไม่มีน้ำคร่ำก็มีสามารถที่จะคลอดออกมาได้แล้ว เด็กในท้องแทบจะหยุดหายใจอยู่แล้ว
ร่างกายของรสรินเริ่มที่จะมีแรงฮึดกลับมาอย่างกระทันหัน
เธอจะมานั่งรอแบบนี้ไม่ได้แล้ว!
ต้องช่วยเด็ก! เขาต้องได้เกิดมา!
เธอพยายามขยับกายขึ้นแล้วค่อย ๆ คลานไปทางด้านข้างของห้องรักษาความปลอดภัย เธอจะคลอดลูกด้วยตัวเธอเอง!
เลือดที่ท่วมไปทั้งตัวของเธอ ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด สภาพจนตรอกดูน่าเวทนา เธอคลานออกมาด้วยความเจ็บแค้น คนในห้องรักษาความปลอดภัยพบเธอเข้าก็พยายามหลีกหนีเปิดทางให้เธอ อยู่ภายในห้องคนเดียว
บังเอิญภายในห้องเธอพบโทรศัพท์บ้านที่สามารถเชื่อมต่อกับด้านนอกได้ ก็ไม่รอช้าที่จะรีบคว้าโทรศัพท์แล้วกดโทรออกเบอร์ฉุกเฉิน
เพียงไม่นานได้ก็ยินเสียงร้องของรถพยาบาลที่ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
รสรินพิงกำแพงก่อนจะค่อย ๆ พยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะก้าวขาน้อย ๆ ออกไปทางประตูทางออก
“ช่วยด้วย...” เธอพยายามช่วยความสามารถที่มีในตอนนี้เพื่อร้องขอความช่วยเหลือ “ช่วยฉันด้วย!”
พยาบาลสองคนที่ลงมาจากรถพยาบาลวิ่งตรงเข้ามารสริน เหมือนเห็นสภาพเลือดท่วมตัวเธอแล้วก็เอ่ยถามด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้น!”
“ช่วยด้วย” รสรินหรือคว้าจับมือของพยาบาลคนนึงไว้ “ ช่วยฉันกับลูกด้วย พวกเรากำลังจะตายแล้ว
บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของรสริน เมื่อเห็นคนของทางโรงพยาบาลแล้วก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปขัดขวางรสรินอีก
“เปิดประตู! ให้พวกเราพวกคุณผู้หญิงคนนี้ออกไป ไม่อยากนั้น จะแจ้งตำรวจ” คุณหมออีกคนนึงวิ่งเข้ามา
บอดี้การ์ดทั้งสองคนก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี พวกเขาไม่สามารถให้คุณหมอแจ้งตำรวจได้ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเปิดประตูรั้ว เซนก็เปิดประตูบ้านแล้วก้าวขายาว ๆ ออกมา
ตอน 3
บทที่ 3 การตกเลือดหลังคลอด
“รสริน” เพียงประโยคเดียวของเซน ก็ส่งผลให้บริเวณหน้าบ้านเงียบงันไปชั่วขณะ
ร่างสูงเพรียวและใบหน้าที่ดูเย็นชา รวมทั้งสายตาคู่นั้นของเขา ส่งผลให้เขาดูน่าเกรงขาม ทำทุกอย่างตามอำเภอใจ
“ถ้าวันนี้เธอออกไป แล้วให้กำเนิดไอ้เด็กเฮงซอยนี้ละก็ ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นรวมไปถึงพ่อแม่ของเธอด้วย ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ได้อยู่อย่างสงบหรอกนะ” เขายืนห่างออกไปหนึ่งเมตร สายตาจ้องเขม็งมาทางเธอ ใบหน้าขอเขาดูไม่มีความอ่อนโยนให้แม้สักนิด
รสรินใช้มือลูบไปบริเวณหน้าท้อง พยายามใช้ความคิดอย่างสับสน มีแรงผลักน้อย ๆ จากด้านในพลักกลับมา... นี้คือลูกของเธอ เธอไม่สามารถประนีประนอมได้อีกต่อไป...
“ช่วยฉันด้วย” รสรินเธอไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างน่ากลัวของเซน เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากหมอและพยาบาล “ได้โปรดช่วยเด็กในท้องของฉันด้วย...”
“คุณผู้ชายคะ” พยาบาลเอ่ยปากแทรกออกมา “ไม่ว่าคุณกับคุณผู้หญิงจะมีบุญคุณความแค้นอะไรต่อกันก็ตาม แต่ชีวิตคนทั้งคน พวกเราไม่สามารถปล่อยทิ้งได้เหมือนกัน รบกวนเปิดประตูด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเราจำเป็นต้องแจ้งตำรวจและเรียกนักข่าวมาที่นี่”
เซนไม่ได้เหลือบไปมองทางด้านพยาบาลแม้แต่น้อย สายตาเย็นชาของเขายังจับจ้องไปทางด้านรสริน
“รสริน เธอจำสิ่งที่เธอเลือกวันนี้เอาไว้ให้ดี แล้วอย่ามาเสียใจทีหลัง”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินเข้าบ้านไปทันที
“เปิดประตู! รีบเปิดประตูเร็ว!” รสรินเพิกเฉยต่อท่าทีของเขา ตอนนี้เธอเพียงแค่อยากจะรีบออกไปโดยเร็ว
บอดี้การ์ดทั้งสองคนรีบเข้าไปเปิดประตูให้ รสรินดูพยาบาลทั้งสองคนพาขึ้นรถพยาบาลไป ก่อนที่รถจะวิ่งออกไปมุ่งหน้าไปทางโรงพยาบาล อาการเจ็บท้องเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ และความเคลื่อนไหวภายในท้องก็เริ่มอ่อนแรงลงเช่นกัน...
“ไม่ทันแล้ว!” พยาบาลพูดออกมาหลังจากตรวจเช็คอาการของรสริน “คุณยังมีแรงหรือเปล่า พวกเราต้องทำคลอดบนรถแล้ว!”
“ฉันทำได้!” รสรินตอบรับกลับ
ถึงแม้ว่าเธอจะถูกปล่อยทิ้งกลางหิมะเป็นเวลานานจนแทบหมดแรง แต่ตอนนี้เธอยังต้องมีแรงฮึบต่อ เธอต้องคลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัยให้ได้! เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จ รสรินก็เริ่มที่จะทำคลอดภายในรถพยาบาล
“ออกแรงหน่อยค่ะ” พยาบาลจับที่ขาของเธอพลางเรียกไม่หยุด “ออกแรงอีกนิดนะคะ เด็กยังไม่โผล่ออกมาเลย แบบนี้อันตรายมาก! พยายามเข้านะคะ ออกแรงอีกค่ะ!”
รสรินกัดฟันแน่น หน้าผากเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เจ็บปวดอย่างรุนแรงก่อนที่เลือดจะไหลทะลักออกมา
“แย่แล้ว! ตอนนี้เลือดคุณไหลออกมาเยอะมาก ไม่สามารถทำคลอดต่อได้แล้ว...” พยาบาลพยายามเช็ดเลือดที่ยังไหลออกมาไม่หยุด “ไม่อย่างนั้นคุณอาจเสียชีวิตจากการตกเลือดได้”
รสรินส่ายหน้าไปมา ใบหน้าขาวซีด เหงื่อตามไรผมทำให้ผมเปียกชื้นไปหมด ตอนนี้เธอกำลังหวาดกลัวอย่างหนัก
“ฉันไม่เป็นไร เด็กคนนี้ต้องรอด ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยทำคลอดต่อเถอะ”
พยาบาลลังเล “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณอาจเสียชีวิตได้นะคะ...”
“ถึงฉันตาย เด็กคนนี้ก็ต้องปลอดภัย” รสรินตอบกลับมาด้วยสายตามุ่งมั่น
พยาบาลถอนหายใจ ก่อนจะทำคลอดให้เธอต่อ
รถพยาบาลที่ยังแล่นอยู่บนถนน กำลังมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนว่าจราจรจะติดขัดเป็นทางยาว ทุกอย่างดูไม่เป็นใจเลย
รสรินเปล่งเสียงกรีดร้องอยู่บนรถ
“แง้....” เสียงเด็กร้องดังขึ้น ในที่สุดเด็กก็ได้กำเนิดมา แต่ด้านรสรินมีเลือดไหลออกมาตรงหว่างขาไม่หยุด
“แย่แล้ว! คนไข้ตกเลือด” พยาบาลตกใจร้อง ก่อนจะหันไปบอกคนขับรถ “รีบไปโรงพยาบาลเร็วเข้า คนไข้ตกเลือด”
“ตอนนี้รถติดมาก ไม่สามารถขยับไปไหนได้เลยครับ!”
คนขับเริ่มวิตกกังวล ทำอะไรไม่ถูก เขาพยายามที่จะบีบแตรไล่รถข้างหน้าให้หลีกทาง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ผล
เลือดของรสรินก็ยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
”ให้ฉันได้ดูลูกหน่อย...” เธอพยายามยื่นมือออกไปแม้ว่าใบหน้าจะขาวซีดจนไร้สี “ให้ฉันได้มองเขาหน่อย ลูกของฉัน...”
พยาบาลช่วยอุ้มเด็กเข้าไปหาเธอ
รสรินเฝ้ามองใบหน้าขาวอมชมพูของเด็กผู้หญิง ยิ้มออกมาเบา ๆ ก่อนเปลือกตาก็ค่อย ๆ ปิดลงอย่างอ่อนแรงเต็มที
“คุณคะ คุณห้ามหลับนะคะ!” พยาบาลเขย่าที่มือของเธอ พยายามปลุกเพื่อเรียกสติ
แต่รสรินที่ใช้แรงไปหมดในตอนต้นแล้ว ตอนนี้เธอแทบไม่มีแรงเหลืออยู่เลย จนไม่สามารถเรียกสติตัวเองกลับมาได้อีก
การจราจรที่ติดขัดก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเริ่มขยับได้บ้างแล้ว
คนขับรีบเหยียบคันเร่งจนมิดเร่งรีบไปโรงพยาบาล ก่อนจะส่งตัวรสรินเข้าห้องฉุกเฉินไป
เธอยังอยู่อาการโคม่า ตามกฎของโรงพยาบาลจำต้องติดต่อหาสามีของเธอ ซึ่งก็คือเซน
“สวัสดีค่ะคุณเซน ติดต่อจากโรงพยาบาลนะคะ ตอนนี้ภรรยาขอคุณตกเลือดมาก ยังอยู่ในอาการโคม่า ไม่ทราบว่าคุณสามารถมาโรงพยาบาลตอนนี้ได้มั้ยคะ?”
“รสรินจะตายแล้วหรอ?” น้ำเสียงจากอีกฝั่งตอบกลับมาด้วยความเฉยชา
“ใช่ค่ะ เธอ..”
“งั้นก็ให้เธอตายไปเถอะ ผมไม่สนใจ” พูดจบเขาก็ตัดสายทิ้งทันที