ตอน 2
อ้อนรัก
บทที่2
มู่เฉินฮ่าวยิ่งมั่นใจว่า ผู้หญิงทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน
“ใครส่งเธอมา ?”
น้ำเสียงของมู่เฉินฮ่าวเย็นชา ทำให้เซี่ยฉิงกงอึดอัดมาก นี่หมายความว่าไง ? แสดงว่าต่อให้เธอกระโดดลงล้างตัวที่แม่น้ำฮวงโหก็ไม่สะอาดล่ะสินะ ? (สำนวนแปลว่า แก้ตัวอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น)
“ฉันมาเอง”
เซี่ยฉิงกงเผลอตอบไปโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เหลือบไปมองหญิงสาวบนโซฟาที่กำลังมองจ้องมาด้วยสายตาแปลก ๆ เธอรีบเปลี่ยนคำพูดว่า
“คุณผู้ชาย คุณเห็นมั้ย ? ฉันเป็นแค่บริกรตัวเล็ก ๆ ฉันต้องรีบนำไวน์ไปเสิร์ฟห้องที่เขาสั่งไว้ !”
“เลิกพูดไร้สาระ ส่งโทรศัพท์ของเธอมา”
มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจคำร้องขอความเมตตาของเธอ เขากวาดตามองเธอจากหัวจรดเท้าก่อนจะพูดต่อ
เซี่ยฉิงกงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ คน ๆ นี้ คือโจโฉกลับชาติมาเกิดหรือไง ? ท่าทางเขาแลดูน่าสงสัยมาก ถ้าจะระแวงกันถึงขนาดนี้ จะมาเที่ยวผับนี่ทำไม ?
“ฉัน…”
“ยังไม่ไสหัวไปอีก !”
“ฉันจะไปแล้ว จะไปแล้ว … ”
เซี่ยฉิงกงพยักหน้า พร้อมกับโค้งคำนับทันทีที่เธอได้ยินประโยคนี้
“ไม่ใช่เธอ”
มู่เฉินฮ่าวขัดจังหวะเซี่ยฉิงกงทันที เขาเบี่ยงหน้าเล็กน้อยแววตาของเขาเย็นชาอีกทั้งน่ากลัว
ผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เขาดึงขอบเสื้อเกาะอกของเธอขึ้นมาให้เข้าที่เข้าทาง ความขาวเนียนราวหิมะทำให้เซี่ยฉิงกงตาแทบค้าง
“คุณชายมู่… ”
ผู้หญิงคนนั้นครางชื่อเขาเบา ๆ ด้วยความเสียใจ หากแต่เธอกลัวสายตาที่เย็นชาของมู่เฉินฮ่าวมากกว่า เธอจึงไม่กล้าขัดขืนคำสั่งเขา
ก่อนที่เธอจะจากไป เธอยังกวาดตามองเซี่ยฉิงกงอย่างอาฆาตมาดร้าย
เซี่ยฉิงกงสับสน เธอหันไปมองมู่เฉินฮ่าวด้วยความประหลาดใจ
เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ?
“ฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเท่านั้น !”
เซี่ยฉิงกงพยายามใจกล้ากล่าวย้ำอีกครั้ง
มู่เฉินฮ่าวเยาะเย้ย
“บริกรที่ผับคราวน์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเสิร์ฟน้ำเท่านั้นนี่”
ครั้นได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เซี่ยฉิงกงก็เข้าใจได้ทันที เธอหยิบถาดขึ้นมาด้วยความโกรธ หวังจะรีบออกไปจากห้อง
ทว่าเธอก้าวออกไปได้เพียงก้าวเดียว มู่เฉินฮ่าวก็กระชากตัวเธอกลับมาอย่างแรง ไวน์แดงในถาดพลัดตกลงบนพื้นและแตกกระจาย
จบกัน ฉันทำไวน์ตกแตก ไวน์นี่มีมูลค่าหลายแสนเสียด้วย ?
“คุณบ้าไปแล้ว !”
เซี่ยฉิงกงโกรธมาก
มู่เฉินฮ่าวไม่สนใจกับความโกรธของเธอเลย เขากดร่างเซี่ยฉิงกงลงบนโซฟา
ครั้นถูกกดตัวอย่างแรง เซี่ยฉิงกงก็เดือดจัด เธอยกมือขึ้นผลักอกมู่เฉินฮ่าวออก
“นี่ไม่ใช่ความต้องการของเธอหรอกเหรอ ในเมื่อมาเสนอตัวถึงหน้าประตูก็อย่าโทษว่าฉันหยาบคาย”
“ความต้องการของฉันงั้นรึ ? นี่คุณสมองพิการหรือเปล่า..หา..?”
เซี่ยฉิงกงดิ้นรนขัดขืน ทว่ากลับถูกกดตัวไว้อย่างแน่นหนา มู่เฉินฮ่าวยกมือของเธอขึ้นเหนือศีรษะ
“ปล่อยฉันนะ คนไร้ยางอาย !”
ครั้นเซี่ยฉิงกงขยับมือไม่ได้ เธอก็อ้าปากหวังที่จะกัด หากแต่กลับถูกมู่เฉินฮ่าวกดแรงขึ้น กระทั่งไม่สามารถขยับตัวได้
เขาอาจเข้าใจผิดว่า เธอเป็นพวกเดียวกับผู้หญิงคนนั้น และต้องการวางแผนล่อลวงเขา ?
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว..คุณฟังฉันก่อน … “
เซี่ยฉิงกงพยายามดิ้นรน พร้อมกันนั้นเธอก็พยายามอธิบาย หากแต่มู่เฉินฮ่าวกลับไม่ต้องการที่จะฟัง เขารู้สึกว่าร่างของเธอที่กำลังดิ้นรนอยู่ภายใต้ร่างของเขานั้น ช่างน่าดึงดูดและหอมสดชื่นชวนดอมดมเสียเหลือเกิน
มู่เฉินฮ่าวรู้สึกเพียงว่าเวลานี้ในใจของเขาว่างเปล่า เขารู้สึกได้ถึงผิวเนื้ออันนุ่มเนียนผ่านฝ่ามือของเธอ เขาก้มศีรษะลงจูบกลีบปากอันบอบบางของเธอ
“อ๊ะ !”
เสียงของเซี่ยฉิงกงจมหายไปแล้ว เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วริมฝีปาก
ผู้ชายหน้าด้านคนนี้ !
เซี่ยฉิงกงอ้าปาก เตรียมที่จะงับให้จมเขี้ยว หากแต่มู่เฉินฮ่าวกลับปิดกั้นการโจมตีของเธออย่างชาญฉลาด เขาดูดชิมริมฝีปากของเธออย่างดุเดือด
ในขณะที่ฉิงกงกำลังรู้สึกหายใจไม่ออกนั้น เธอก็รู้สึกว่าร่างกายของเธอเริ่มที่จะรุ่มร้อนขึ้นเล็กน้อย ทว่าจู่ ๆ ถ้อยคำที่ไม่ต่างจากน้ำเย็นก็สาดเข้าใส่เธอ จนเธอรู้สึกเย็นเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ผู้หญิงคนก่อนหน้านี้ก็วาดลีลายั่วยวนได้ช่ำชองดี ว่าแต่ทำไมเธอที่อุตส่าห์มาเสนอตัวถึงที่นี่กลับทำตัวแข็งขืนแบบนี้ล่ะ ?”
***จบตอน ก็แค่ไม่ยอมรับ !***
ตอน 3
บทที่3
ผู้ชายที่มากประสบการณ์เช่นนี้ ต่อต้านไปก็คงไม่เป็นผล ท่าทางเขาเป็นคนรักสนุก และเจ้าชู้ไม่เบาเลย !
ครั้นเซี่ยฉิงกงคิดได้เช่นนี้ เธอก็แสร้งทำเป็นโอนอ่อนผ่อนตามเคลิบเคลิ้มไปกับเขา แล้วเมื่อไรที่เขาผ่อนกำลังลง ก็ค่อยอาศัยประโยชน์จากการคลายความระมัดระวังของเขา
พอสบโอกาสเธอก็ยกขาขึ้นทันทีพร้อมกับเตะขึ้นไปด้านบน
หากแต่ในขณะที่มู่เฉินฮ่าวรู้สึกผ่อนคลาย เขาก็รู้สึกได้ว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติ เด็กสาวที่ดื้อรั้นเช่นนี้จะเต็มใจง่าย ๆ ได้อย่างไร ? ดังนั้นพอเซี่ยฉิงกงเตะร่างกายบริเวณส่วนล่างของเขา มู่เฉินฮ่าวก็หลบได้อย่างทันท่วงที
“บ้าเอ๊ย !”
เซี่ยฉิงกงเตะไม่โดนจุดยุทธศาสตร์ของเขา ส่วนมู่เฉินฮ่าวก็ผละออกไปยืนอยู่ด้านข้างเสียแล้ว
“ไม่คาดคิดเลย เธอนี่ก็เก่งใช้ได้เลยทีเดียว”
จากนั้นมู่เฉินฮ่าวก็ไม่พูดอะไรต่อ เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือของเซี่ยฉิงกงจนเธอรู้สึกเจ็บ
“คุณจะทำอะไรปล่อยฉันนะ !”
“ปล่อยเธอไปเหรอ ? ที่มานี่ก็เพื่อล่อลวงฉันไม่ใช่เรอะ ?”
มู่เฉินฮ่าวดึงตัวเธอขึ้น จากนั้นก็กดเธอติดกับกำแพง เขาใช้มือข้างหนึ่งจับคางเล็ก ๆ และงดงามของเซี่ยฉิงกงไว้แน่น
“คุณ…”
แคว่ก !
ก่อนที่เซี่ยฉิงกงจะทันได้พูดอะไร เธอก็รู้สึกเย็นวาบที่บริเวณหน้าอก ครั้นเธอก้มลงมอง เธอก็เห็นมู่เฉินฮ่าวกำลังฉีกทึ้งเสื้อของเธอออกเป็นชิ้น ๆ เผยให้เห็นชุดชั้นในสีขาวที่ซ่อนอยู่ด้านใน
เซี่ยฉิงกงกรีดร้อง เธอรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกของตนเองทันที เธอพลันคิดได้ว่ายังมีสัญญาซ่อนอยู่ที่บริเวณบั้นเอว เธอรีบยื่นมือออกมากุมเอวตนเองอย่างรวดเร็ว มู่เฉินฮ่าวมองการเคลื่อนไหวของเธออย่างเย็นชา เขายังคงยืนยันที่จะทำตามความปรารถนาในใจ มือของเขายังคงฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่เหลือของเธอไปเรื่อย ๆ
“ชุดยูนิฟอร์มของผับคราวน์นี่ใช้ได้เลยนะ ให้อารมณ์ดีเหมือนกัน”
“คนสารเลว !”
มู่เฉินฮ่าวหัวเราะเยาะ เขาออกแรงเพียงเล็กน้อยเสื้อผ้าในมือของเขาก็ขาดเป็นรูขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
เซี่ยฉิงกงได้แต่ตื่นตระหนก เธอพยายามปกปิดร่างของตนเองเต็มที่
มู่เฉินฮ่าวขยับมือไปเรื่อย ๆ กระทั่งตอนนี้รอยขาดก็ร่นลงมาจนถึงเอวของเธอ ทว่าเซี่ยฉิงกงกลับยังไม่ยอมปล่อยมือที่เกาะกุมบั้นเอวของตน หยาดน้ำตาแห่งความกังวลพลันไหลรินลงมา
หมอนี่กินยาผิดมาใช่มั้ย ! วันนี้ฉันไปทำอะไรกับใครไว้เหรอ ? ทำไมต้องมาเจอปีศาจนรกคนนี้ด้วย !
หรือพรหมจรรย์ของฉันจะป่นปี้ลงที่นี่แล้ว ?
ยิ่งฉิงกงปกปิดร่างของเธอมากเท่าไหร่ ? มู่เฉินฮ่าวก็ยิ่งจับมือของเธอไว้แน่นขึ้น จนทำให้เธอขยับไม่ได้เลย
ครั้นเห็นเซี่ยฉิงกงหน้าแดงเพราะความกังวล ดวงตาสีเข้มของมู่เฉินฮ่าวก็ยิ่งฉายแววแปลก ๆ ยามนี้เขาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เร่าร้อน
จะทำไงดี ? วันนี้จะต้องเสียตัวให้ชายแปลกหน้าคนนี้จริง ๆ เหรอ ? คงไม่เลวร้ายขนาดนั้นใช่มั้ย ? …
ฉันยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่เลยนะ
ปัง !
“คุณหนูใหญ่ !”
ในขณะที่เซี่ยฉิงกงกำลังตื่นตระหนกอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงกระแทกประตูเปิดออก พร้อมกันนั้นเสียงหนักแน่นกังวานก็ดังก้องเข้ามา
“คุณหนูใหญ่ ?”
มู่เฉินฮ่าวหยุด เขามองเซี่ยฉิงกงซึ่งยังคงถูกกดติดกับกำแพง
ครั้นเซี่ยฉิงกงเห็นกลุ่มคนกำลังเดินเข้ามา เธอก็ผงะไปชั่วขณะ จากนั้นแววตาของเธอก็สงบลง … สายตาแห่งความสิ้นหวังพลันจางหายไป … ไม่ต่างจากท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกเมฆดำปกคลุมไปทั่วจนดำมืด แล้วจู่ ๆ หมู่ดาวก็สาดส่องประกายลงมา
มู่เฉินฮ่าวยังคงรู้สึกสงสัยอยู่เล็กน้อย
ทำไมถึงเรียกเธอว่า ‘คุณหนูใหญ่’ ?
ชายในชุดสูทสวมแว่นตากรอบทอง เห็นเซี่ยฉิงกงพยายามใช้มือรวบเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่งของเธอ ใบหน้าของเขาก็กระตุกเล็กน้อย แต่แล้วเมื่อเขาเห็นว่าเป็นมู่เฉินฮ่าว เขาก็ต้องฝืนสงบความโกรธในใจลง
“คุณชายมู่ ยินดีที่ได้พบ ไม่ทราบมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกับคุณหนูของเราหรือเปล่า ?”
“ไม่มี”
มู่เฉินฮ่าวลดมือลง และปล่อยเซี่ยฉิงกงไป
เซี่ยฉิงกงเหลือบมองมู่เฉินฮ่าวด้วยสายตาว่างเปล่า เธอผลักเขาออก จากนั้นก็ชี้ไปที่บอดี้การ์ดด้านหลังชายสวมแว่นกรอบทอง พร้อมกับตวาด
“ถอดมา !”
***จบตอน เป็นคุณหนู..ใหญ่จริง ๆ***
ตอน 4
บทที่4
ชายที่สวมแว่นกรอบทองเข้าใจได้ในทันที เขารีบบอกให้บอดี้การ์ดที่ยังคงงงงวยถอดเสื้อสูทของตนออกมาแล้วส่งมอบให้เซี่ยฉิงกง
เซี่ยฉิงกงรีบสวมเสื้อสูท ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะก้าวออกจากห้อง เธอก็ถูกชายสวมแว่นตากรอบทองเรียกไว้
“คุณหนูใหญ่ โปรดกลับบ้านพร้อมพวกเราเถอะ”
“กลับบ้าน ?”
เซี่ยฉิงกงกำลังจะอาล