ตอน 1
เมียหวานของประธาน
ตอนที่ 1 ลุกออกไปจากเตียงผมเดี๋ยวนี้
บ่ายที่สวยงามวันหนึ่งในฤดูร้อน อากาศบ่ายนี้ร้อนจัดมาก
ณ บ้านตระกูลเจี่ยง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติยินดี ทุกๆ คนกำลังเดินไปมาวุ่นอยู่ที่ลานหญ้าเขียวชอุ่ม ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีงานเลี้ยง
ทันใดนั้นมีเงาของหญิงสาวร่างเล็กเดินลับๆ ล่อๆ เข้ามาในสวนของบ้านตระกูลเจี่ยง
เสียงฝีเท้าที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเวินเที๋ยนเที๋ยนหญิงสาวร่างเล็กคนนี้ได้ยินเสียงจึงรีบผลักประตูเข้าไปแอบในห้อง
เมื่อเธอหันหลัง “ผลัก” เสียงดังขึ้น!
ทันใดนั้นเธอรู้สึกปวดอย่างรุนแรงที่ด้านหลังศีรษะ จากนั้นหน้ามืด
เธอล้มลงบนพื้น
ในเวลานี้ชายวัยกลางคนสวมสูทคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง กำลังสั่งการอยู่ “เตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวอีกสักครู่รถนำขบวนขันหมากบ้านตระกูลจี้ก็จะมาถึงแล้ว! อย่าชักช้าอยู่หล่ะ”
……
เจ็บจังเลย
ใครเป็นคนผลักเธอ?
เวินเที๋ยนเที๋ยนขมวดคิ้วขึ้น เธอรู้สึกเจ็บที่ด้านหลังศีรษะอย่างรุนแรงจนไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้
“ไอหยา เนี่ยนเหยา ทำไมเธอถึงยังนอนอยู่เนี่ย? รถเจ้าบ่าวมาถึงนานแล้วนะ” เสียงตะโกนของหญิงสาวดังขึ้นมา
เสียงใคร?
ฉันเจ็บ……
“อย่างส่งเสียงดัง……”
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่รู้ว่าเธอคนนั้นพูดอะไร แต่บรรยากาศโดยรอบๆ ก็เงียบสงบลงอีกครั้ง
เวินเที๋ยนเที๋ยนพยายามครุ่นคิด เธอรู้สึกง่วงจนทนไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เขย่าตัวเธออยู่ตลอดเวลา
เธอพยายามที่จะลืมตาขึ้น และพบว่าตนเองกำลังโดนจับให้เดินไปอยู่ ศีรษะของเธอถูคลุมด้วยผ้าคลุมผมเจ้าสาวสีขาว ทำให้เธอมองไม่ชัด
ปวดหัวมาก
“จะพาฉันไปไหน?”
“คุณหนูเจี่ยงคะ รถแต่งงานมาถึงแล้วนะคะ พวกเราจะต้องส่งตัวคุณหนูแล้วค่ะ”
อะไรนะ รถแต่งงานอย่างนั้นเหรอ?
เวินเที๋ยนเที๋ยนหรี่ตาด้วยความงุนงง ความรู้สึกเธอรับรู้ช้ามาก จนเธอไม่มีการตอบสนองใดๆ
จนกระทั่งมีรถคันหนึ่งมาจอดอยู่ตรงหน้าจริงๆ พวกเขาพยายามยกตัวเธอขึ้นรถไป
“ฉัน ฉันไม่แต่งงาน……”
สีหน้าของพวกเพื่อนเจ้าสาวไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ เลย ไม่สนใจเสียงของเวินเที๋ยนเที๋ยนแม้แต่น้อย ต่างก็ช่วยยกตัวเธอขึ้นรถไป
เสียงเอะอะโวยวายด้านนอกถูกกั้นด้วยกระจกรถเมื่อประตูรถปิดลง
บรรยากาศที่เงียบงันภายในรถทำให้เวินเที๋ยนเที๋ยนยิ่งปวดหัวมากขึ้น เธอเอนกายลงบนเบาะอย่างนุ่มนวล ความง่วงก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง และเธอก็หลับไป
______
ปวด ปวดหัวมาก……
ปวดจนหัวจะแตกอยู่แล้ว
บนเตียงนอนกว้าง ร่างเล็กๆ อันบอบบางของหญิงสาวที่กำลังนอนเอนตัวนอนอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาด
ปมคิ้วขมวด ปากของเธอเริ่มแห้งเนื่องจากขาดน้ำ
เวินเที๋ยนเที๋ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เธอมองเห็นคือเพดานสีขาว ม่านยาวที่แขวนด้วยตะขอทองคำ
มีกลิ่นหอมจางๆ ในอากาศโชยมา
“นอนพอหรือยัง รีบลงไปได้แล้ว!”
ทันใดนั้นน้ำเสียงที่เย็นชา ปนด้วยความโกรธก็ดังขึ้น
เวินเที๋ยนเที๋ยนได้สติขึ้นมาทันใด
เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา และรู้สึกปวดที่หลังศีรษะอีกครั้ง
“โอ๊ย ปวดหัว……”
ชายหนุ่มพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แหลมคม
เวินเที๋ยนเที๋ยนได้ยินไม่ชัด แต่รับรู้ได้ว่าไม่ใช่คำพูดที่ดีแน่ๆ
เขาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
เสียงก็เพราะดีนะ แต่……
ชั่วร้ายจริงๆ
เขาเอามือยื่นเข้ามาจับที่คางของเธอ และค่อยๆ จับหน้าเวินเที๋ยนเที๋ยนเงยขึ้นมา
กวาดสายตามองอย่างช้าๆ ใบหน้าที่หล่อเหลาได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ดั้งจมูกโด่ง ลูกตาดำลึก แววตาอันแหลมคม ริมฝีปากบางเรียว แต่ไม่มีแม้กระทั่งรอยยิ้ม ตรงกันข้าม สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเหน็บแนมเยาะหยัน
เขามองหน้าเวินเที๋ยนเที๋ยนด้วยความเย็นชา
“อยากได้ความเห็นใจอย่างนั้นเหรอ? แต่น่าเสียดายที่ในพจนานุกรมผมมันไม่มีคำว่าเห็นใจ”
เวินเที๋ยนเที๋ยนหรี่ตาลง ในสมองคิดอะไรไม่ออก เธอเห็นใบหน้าของชายหนุ่มประชิดเข้ามาใกล้เธอจนเธอไม่อาจหลบได้
“นี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“เหอะ”
ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาเยาะเย้ย พร้อมทั้งยังพูดจาอย่างไร้ความปรานีออกมา และมองหน้าเธอด้วยสายตาที่เย็นชา
“ผมให้เวลาคุณสามวินาที ลุกออกไปจากเตียงผมเดี๋ยวนี้”
ตอน 2
ตอนที่ 2 แต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่
เวินเที๋ยนเที๋ยนไม่ขยับตัวเลย เธอรู้สึกสับสนกับทุกอย่างรอบๆ ตัวเธอ ไม่รู้เลยว่าที่แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
เธอจำได้แค่ว่าก่อนหน้านี้เธอจะไปบ้านตระกูลเจี่ยง เพื่อไปเอาโฉนดที่ดินของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากลับคืนมา
สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเฉินซีได้อบรมเลี้ยงดูเธอมาสิบสองปี แต่อีกไม่นานก็จะต้องถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างวิลล่าใหม่ เด็กกำพร้าอีกสี่สิบกว่าคนที่นั่นก็จะต้องถูกไล่ออกทั้งหมด
ไม่เพียงแต่เพื่อเด็กกำพร้าเหล่านั้นเวินเที๋ยนเที๋ยนยังมีเหตุผลอื่นอีกอย่างหนึ่ง……
เธอกำลังรอคนคนหนึ่ง
คน ๆนั้น เคยบอกกับเธอว่า เขาจะกลับมาหาเธออย่างแน่นอน
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จะไม่ยอมให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้ถูกรื้อทิ้งไปแน่นอน!
ท่านหัวหน้าได้บอกกับเธอว่า โฉนดที่ดินผืนนี้ถูกคนของตระกูลเจี่ยงขโมยไป
เธอแค่อยากจะนำโฉนดที่ดินกลับไปก็แค่นั้นเอง แต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
รอก่อนดีกว่า……
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะมีคนวางยาสลบเธอ……
“คุณเป็นใคร?”
เวินเที๋ยนเที๋ยนค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง กลับพบว่าตนเองได้ใส่ชุดแต่งงานสีขาว……
ชุดแต่งงาน?
ชุดแต่งงานมาจากไหนกัน?
ชุดแต่งงานชุดนี้ถูกออกแบบเป็นแบบเว้าหน้าอก เมื่อชุดโดนแสงจะทำให้มองเห็นผิวด้านใน รอบๆ ล้อมรอบไปด้วยเพชร จึงทำให้คนมองไม่อาจละสายตาได้
เวินเที๋ยนเที๋ยนเป็นหญิงสาวที่รักนวลสงวนตัวอยู่แล้ว ถูกจ้องมองด้วยสายตาแบบนั้นทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก เธอเอามือทั้งสองข้างปิดหน้าอกไว้ ใบหน้าของเธอเริ่มแดง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? คุณทำอะไรฉัน?”
“คุณคิดว่าผมจะทำอะไรคุณเหรอ?”
ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างๆ เตียงแล้วมองเวินเที๋ยนเที๋ยนที่กำลังตกใจกลัวอยู่นั้น เขาหัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า “คุณอยากเป็นคุณหญิงจี้ จะแสดงละครตบตาผมเหรอ?”
เวินเที๋ยนเที๋ยนขมวดคิ้วขึ้นด้วยความงุนงง
ใครคือคุณหญิงจี้?
“ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูด”
อีกอย่างตอนแรกเธอจำได้ว่าเธออยู่ที่บ้านตระกูลเจี่ยง แต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
ทันใดนั้นชายหนุ่มยื่นมือเข้ามาที่ตัวของเวินเที๋ยนเที๋ยน อุ้มเวินเที๋ยนเที๋ยนขึ้นจากเตียงแล้วลากลงบนพื้น
ในแววตาของเขาไม่มีแม้แต่ความสงสาร
“นี่คุณยังมีหน้าเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อีกเหรอ?”
พรมนุ่มๆ รองรับแรงกระแทกเวินเที๋ยนเที๋ยนล้มลงไปบนพื้น ฝ่ามือของเธอกระทบกับพื้นทำให้เธอเจ็บจนตาในตาเธอเริ่มแดง
“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้?”
“ฉันไม่รู้จักคุณด้วยซ้ำ!”
เวินเที๋ยนเที๋ยนถามด้วยความโมโห
ชายหนุ่มหันกลับมาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาเย็นชา
“เจี่ยงเนี่ยนเหยา ผมเตือนคุณไว้ อย่าทดสอบความอดทนของผม!”
เจี่ยงเนี่ยนเหยา?
เวินเที๋ยนเที๋ยนได้ยินชื่อ
หรือว่า……
ทำไมชื่อนี้ถึงคุ้นๆ หูจัง……
เหมือน……
นี่เขากำลังหมายถึงลูกสาวของตระกูลเจี่ยงเหรอ?
ทันใดนั้นเวินเที๋ยนเที๋ยนนึกขึ้นได้
“คุณ ฉันคิดว่าคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันไม่ใช่เจี่ยงเนี่ยนเหยา ฉันคือ……” เวินที๋ยนเที๋ยนไม่ทันได้บอกชื่อตนเอง
“หุบปาก! ผมไม่อยากฟัง!”
“แต่ฉันไม่ใช่……”
เวินเที๋ยนเที๋ยนพยายามที่จะอธิบาย แต่ชายหนุ่มตัดบทไม่ให้พูด!
“หากคุณพูดออกมาอีกคำหนึ่ง ผมจะถอนฟันคุณออกให้หมดปากเลย!”
เธอตกใจกลัวจนหน้าซีด ไม่กล้าพูดอะไรออกไป
ท่าทางเขาช่างโหดร้ายเสียจริง! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำได้ขนาดนี้!
ชายหนุ่มดึงโบว์ที่คอเสื้อของตนออกอย่างรวดเร็ว กระดุมเสื้อก็ถูกปลดออกด้วย
แผงอกกว้างคลุมไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแรง กล้ามเนื้อหน้าท้องที่สวยงามแสดงถึงความแข็งแกร่งของชายคนนี้
เวินเที๋ยนเที๋ยนถอยหลังด้วยความกลัว สองมือกอดเข่าไว้หลังติดโซฟา
ชายหนุ่มมองผ่านไม่ได้สนใจอะไร จากนั้นก็ก้าวขาเรียวยาวของเขาเดินเข้าห้องน้ำไป
เสียงอาบน้ำดังออกมาจากห้องน้ำ…..
เขากำลังอาบน้ำ
ตอนนี้เขาคงออกมาไม่ได้
เวินเที๋ยนเที๋ยนถอนหายใจเบาๆ
หลังจากนั้นไม่นานเวินเที๋ยนเที๋ยนค่อยๆ กลอกตามองไปรอบๆ มือสองมือยกชายกระโปรงขึ้น แล้วรีบวิ่งหนีออกไป!
ตอน 3
ตอนที่ 3 เชื่อฟังสักหน่อยสิ
หนี!
หนี!
หนี!
ภาพวาดโบราณที่มีชื่อเสียงมากมายแขวนอยู่บนผนัง หากคิดจะเอาไปขายก็คงจะได้ราคาสูงทีเดียว แต่ตอนนี้เวินเที๋ยนเที๋ยนไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะชมภาพเหล่านี้
เธอรีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว หันมองไปรอบๆ มีแต่ความเงียบ ไม่มีใครเลยนอกจากเธอ
ที่นี่ใหญ่โตมโหฬารอย่างน่ากลัว เธอวิ่งหนีอยู่พักหนึ่งแต่กลับไม่เจอประตูทางออก
แต่พอคิดถึงหน้าของชายหนุ่มโหดเหี้ยมในห้องคนนั้น ทำให้เธอไม่สามารถหยุดวิ่งได้ แต่กลับทำให้เธอต้องวิ่งเร็วขึ้นเพื่อหาทางหนีออกไปจากที่นี่
แต่ที่นี่……
ทำไมถึงใหญ่ขนาดนี้?
ให้ตายเถอะ!
ในใจเหมือนจะแตกสลาย แต่ทันใดนั้นเธอนึกขึ้นมาได้
ประตูใหญ่!
เวินเที๋ยนเที๋ยนรีบวิ่งไปที่ประตูทางออก กำลังจะก้าวเท้าไปยังประตู แต่ทันใดนั้นมีชายหนุ่มสองคนในชุดสูทสีดำได้ดักเธอไว้
“คุณผู้หญิงโปรดกลับเข้าไปเถอะครับ”
เวินเที๋ยนเที๋ยนตกใจจนมือสั่น
เธอกัดฟันยิ้ม ทำตัวนิ่งๆ แล้วพูดว่า “คุณผู้ชายของพวกคุณอนุญาตให้ฉันออกไปได้ เขาให้ฉันออกไปช่วยเอาของให้เขา”
บอดี้การ์ดทั้งสองทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ยังคงยืนขวางประตูไว้ไม่ให้เธอออกไป
“เขา เขาอนุญาตให้ฉันออกไปจริงๆ ไปช่วยเขา……”
“ช่วยอะไรผมเหรอ?”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังนั้นมาทางด้านหลังของเวินเที๋ยนเที๋ยน
เวินเที๋ยนเที๋ยนตกใจสั่นไปทั้งตัว
ดูเหมือนว่าเธอจะถูกจับได้แล้ว
เธอถอยหลังมาสะดุดล้มไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ชายหนุ่มปล่อยหายใจแรงทะลวงเข้าไปในจมูกเธอ
จี้จิ่งเชินเห็นเธออยู่ในอ้อมกอดเขา ร่างกายอันบอบบางของเธอแนบติดกับหน้าอกของเขา ใจเขาเต้นแรงไปในชั่วขณะ สักพักเขารู้สึกตัวจึงแสดงสายตารังเกียจออกมา แล้วผลักตัวหญิงสาวออกจากอ้อมกอด
“คุณจะไปไหน?”
เวินเที๋ยนเที๋ยนก้มหน้าลง เธอสั่นไปทั้งตัว
แก้มของเธอเป็นสีชมพู ขนตางอนชวนให้น่าหลงใหลคล้ายกับผีเสื้อตัวน้อยๆ ทำให้คนอยากจะค้นหาในตัวเธอ
สังเกตได้ว่าตอนนี้ในใจของจี้จิ่งเชินรู้สึกแปลกๆ เขาพยายามเพิ่มความโมโห ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา!
“คุณคิดจะหนีเหรอ?”
“เปล่า ฉันแค่……”
“คุณรู้ไหมว่าตระกูลจี้จะจัดการกับคนที่ไม่เชื่อฟังอย่างไร?”
ตัวของเวินเที๋ยนเที๋ยนสั่นกลัว ชายหนุ่มตรงหน้าเธอนั้นโหดร้ายเหมือนปีศาจ
ชายหนุ่มค่อยๆ หรี่ตาแล้วพูดว่า
“เอาตัวเธอไป สั่งสอนให้เธอเชื่อฟังหน่อย”
บอดี้การ์ดทั้งสองได้ยินคำสั่ง จึงรีบนำตัวของเวินเที๋ยนเที๋ยนกลับเข้าไปด้านใน
“อ้า! ไม่นะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!”
เวินเที๋ยนเที๋ยนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่เรี่ยวแรงน้อยๆ ของเธอไม่สามารถเอาชนะแรงของบอดี้การ์ดทั้งสองคนได้
“พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว! ฉันไม่ใช่เจี่ยงเนี่ยนเหยาอะไรนั่นนะ!”
เธอพยายามจะอธิบายว่าเธอไม่ใช่เจี่ยงเนี่ยนเหยา แต่ไม่มีใครฟังเธอเลย บอดี้การ์ดทั้งสองรีบพาตัวเธอไปขังไว้ในห้องมืดๆ
“เดี๋ยว พวกคุณ……”
สองเท้าของเธอเพิ่งจะแตะลงบนพื้น เธอรีบวิ่งกลับมาเพื่อหนีออกไป
บอดี้การ์ดทั้งสองจึงโผเข้าไปจับตัวเธอกลับมาขังไว้อีกครั้ง
“คุณหนูเจี่ยง คุณจี้ไม่ชอบคนขัดขืน หวังว่าคุณหนูจะเข้าใจ”
“ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่……”
“เพิง” เสียงปิดประตูดังขึ้น
ประตูถูกปิดลง ไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างใดๆ
เวินเที๋ยนเที๋ยนตัวสั่น และเสียงของเธอก็เงียบลง
ในห้องอันมืดมิดนี้ คล้ายกับว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลงโทษคนที่ไม่เชื่อฟัง
เวินเที๋ยนเที๋ยนถอยหลังหลบอยู่ที่มุมห้องมืดๆ เธอนั่งลงสองมือกอดเข่าแล้วมองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว
สิ่งที่เธอกลัวที่สุดนั่นก็คือความมืด
เธอไม่ใช่เจี่ยงเนี่ยนเหยาตัวจริง และไม่รู้ด้วยว่าใครคือเจี่ยงเนี่ยนเหยา ทำไมถึงเอาเธอมาขังไว้ที่นี่ด้วย?
ชายคนนั้นจะขังเธอไว้ถึงเมื่อไหร่?
ความคับข้องใจเกิดขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอได้แต่นั่งกอดตัวเองไว้
“ทำไม ทำไมถึงได้ทำกับฉันแบบนี้? หรือว่านี่คือการลงโทษที่ฉันคิดจะขโมยโฉนดที่ดินอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันก็แค่อยากปกป้องครอบครัวของฉันก็แค่นั้นเอง……”