ตอน 2
อำนาจและทรัพย์สมบัติ
บทที่2
นั่นเป็นแววตาแบบไหนกัน
ไว้ชีวิต!
สงบจนเหมือนมองร่างไร้วิญญาณอยู่
“หลีกไป”
น้ำเสียงของถังเฉาเย็นชาสุดๆ “ฉันจะไม่พูดเป็นครั้งที่สอง”
“ถังเฉา ฉันบอกให้หยุด”
ถังเฉายืนกรานจะเข้าไป และทำให้หลินฉ่ายเวยโมโห “พ่อฉันป่วยขนาดนี้ นายยังอยากจะเข้าไปกระตุ้นเขาอีกหรอ”
จากนั้น ถังเฉาก็มองไปที่หลินฉ่ายเวยเฉยชาทีนึง แต่ไม่ได้สนใจ
คลานขึ้นมาจากพื้นอย่างทรหด แววตาของเจิ้งฮ่าวมืดมนจนน่ากลัว “ในเมื่อนายไม่ยอม งั้นก็ไม่ต้องกลับไปแล้วล่ะ ตีขามันให้หักทั้งสองข้าง คุกเข้าขอโทษหน้าเตียงของอาหลิน”
เพิ่งจะพูดจบ ก็มีการ์ดของเจิ้งฮ่าวห้าหกคนก็เดินมาอยู่สองฝั่ง ล้อมถังเฉาเอาไว้
“เสี่ยวเฉา หนีเร็ว” ลุงเหลียงรีบตะโกนบอกถังเฉา
จากนั้น เหมือนว่าถังเฉาจะได้ยิน หันหลังให้การ์ด แล้วก็เดินอย่างสบาย/
“ไอ้โง่”
เจิ้งฮ่าวหัวเราะ หลินฉ่ายเวยก็ไม่ได้แยแส ยืนมองอย่างเย็นชา
การ์ดสองคนซ้ายคนขวาคน ขนาบข้างถังเฉาไป
ในตอนที่มือของพวกเขากำลังจะโดนถังเขานั้น ถังเฉาหันกลับไป กำหมัดแน่นแล้วชกออกไปอย่างแรง
หน้าของการ์ดที่ยืนอยู่ด้านซ้ายสัมผัสกับหมัดของถังเฉาอย่างใกล้ชิด
ทันใดนั้น ทั้งตัวก็ไปโดนชนกับรถ ปลิวออกไป แล้วก็พาการ์ดที่อยู่ข้างหลังปลิวไปด้วย น็อกทันที
“……”
ลานสวนหย่อมบ้านหลินเต็มไปด้วยศพ แล้วก็ไม่มีเสียงอะไรขึ้นอีก
หลินฉ่ายเวยและเจิ้งฮ่าวลืมตาโต มองดูถังเฉาด้วยความไม่น่าเชื่อ เหมือนดูสัตว์ประหลาดยังไงอย่างงั้น
ลุงเหลียงยิ่งตกใจจนไม่กล้าขยับตัว ปากกระตุกไปหลายที อยากจะพูดอะไร แต่ก็พูดไม่ออก
การ์ดคนอื่นๆหยุดแล้วก็จ้องถังเฉา ขยับไปทางเจิ้งฮ่าว เพราะพวกเขาคิดว่า ต่อไปคงจะลองมือกับเจิ้งฮ่าว
แต่ถังเฉาไม่ทำ
นั่นเป็นภาพที่เหมือนทำเรื่องไม่เหมาะสมเล็กน้อย สีหน้าถังเฉาเฉยชา แม้แต่หน้ายังไม่เงยขึ้น แล้วก็หันกลับไป เดินไปที่ห้องนั่งเล่นต่อ
เจิ้งฮ่าวก็รู้สึกตัวขึ้น ในแววตามีความกลัวอยู่ หลินฉ่ายเวยก็ตะโกนเสียงแหลมขึ้น “ถังเฉา นายกล้าลงมือได้ยังไง!”
ในตอนนี้ ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถังเฉาถึงกล้ากลับมา
ถึงแม่จะไม่รู้ว่าถังเฉาในห้าปีที่ผ่านมาเจออะไรมาบ้าง แต่หลินฉ่ายเวยดูออกว่าถังเฉาแข็งแกร่งแล้ว
“ทำไมข้างนอกถึงเสียงดังขนาดนั้น”
สถานการณ์ข้างนอกก็ส่งเสียงไปถึงคนข้างในบ้าน มีคุณนายสวมชุดหรู รูปร่างหน้าตาคล้ายกับหลินฉ่ายเวยเดินออกมา แตรพอเห็นถังเฉาที่ใบหน้าไม่มีอารมณ์เดินเข้ามา เสียงพูดก็ชะงักไปทันที แล้วก็กรีดร้องด้วยความตกใจกลัว
เสียงตะโกนนี้ ทำให้คนตกใจกันทั้งบ้าน
“เป็นอะไรไป”
“เกิดอะไรขึ้น”
“……”
แต่ว่า พอเห็นถังเฉา ทุกคนก็ต่างพากันหุบปากไปอย่างสิ้นเชิง มองดูเขาอย่างไม่แน่ใจ
“ตัวปัญหานี่ไม่ได้ตายไปแล้วหรอ ทำไมถึงยังกลับมา……”
“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เขาเป็นคนทำ”
“เขาคิดจะทำอะไร”
ฟังเสียงวิจารณ์แล้ว ถังเฉาก็หยุดเดิน ท่าทางอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อย แล้วก็พูดขอร้อง “ผู้ใหญ่ทุกท่านครับ เรื่องการกระทำเมื่อกี้เดี๋ยวผมมาอธิบายนะครับ ให้ผมได้เข้าไปหาพ่อก่อนนะครับ”
“หยุด”
ถังเฉากำลังจะเดินผ่านผู้ใหญ่พวกนี้ แต่กลับโดนเสียงตะโกนหยุดไว้ก่อน
ถังเฉาหันกลับไป เห็นแม่ของหลินฉ่ายเวย โจวเหม่ยหยูนชี้มาที่ปลายจมูกของเขาแล้วด่าว่า “ไอ้ตัวปัญหา ยังมีหน้ากลับมาอีกไรอ ยังทำร้ายบ้านหลินเรายังไม่พอรึไง”
“แม่ครับ เรื่องมันไม่ได้เป็นเหมือนที่แม่คิด……”
“หุบปาก”
โจวเหม่ยหยูนพูดขัดถังเฉาอย่างไร้เยื่อใย มองเห็นการ์ดของบ้านซ่งสองคนที่น็อกไปอยู่หน้าประตูแล้ว ก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ยิ่งโมโห “แกยังกล้าทำร้ายคนด้วยหรอ”
“ฉันดูแล้ว ใจจริงมันอยากจะฆ่าพวกเราแน่นอน”
คุณอาเล็กโจวเหม่ยหลิงก็ชี้ถังเฉา พูดแปลกๆว่า “กลับมาทำไมตอนนี้ กลับมาตอนที่พี่ใหญ่ใกล้จะตาย จิตใจทำด้วยอะไร”
“ฉันดูแล้ว ที่พี่ใหญ่ล้มป่วยไปก็เป็นเพราะเขา ไม่แน่เขาอาจจะเป็นคนทำ……”
จู่ๆอาใหญ่โจวซูหัวพูดขึ้น “มันกะเวลาซะขนาดนั้น แสดงว่ามันกลับมาตั้งนานแล้ว แล้วก็ยังคอยสอดส่องอยู่ใกล้บ้านเราด้วย”
“แจ้งตำรวจ รีบแจ้งตำรวจมาจับมันเร็ว”
“……”
ทันใดนั้น ถังเฉาก็กลายเป็นเป้าหมายที่โดนวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนในบ้านหลิน ต่างพากันเอานิ้วชี้มาที่ถังเฉา
ที่สำคัญคือถังเฉามาได้เหมาะเจาะมาก หลินเจิ้นสงเพิ่งจะหมดสติไป อาการอยู่ในขีดอันตราย จากนั้นถังเฉาก็มา จะไม่ให้คนสงสัยคงยาก
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถังเฉาไม่ได้ตอบโต้ ยังคงรักษาความเงียบเหมือนเดิม
ดูฉากตอนนี้แล้ว เจิ้งฮ่าวที่สีหน้าขาวซีดในตอนแรกนั้นค่อยๆกลับมาเป็นปกติ หัวเราะเยาะด้วยความแค้น “ดูแล้วเหมือนคุณอาจะเลี้ยงหมาลอบกัดไว้นะครับ……”
พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว สีหน้าของหลินฉ่ายเวยก็กลายเป็นน่าเกลียด มองดูถังเฉาอย่างเคียดแค้น “ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้”
“แม่ครับ ฉ่ายเวย แล้งก็ผู้ใหญ่ทุกท่าน”
ในตอนนี้ ถังเฉาที่ไม่พูดอยู่นายก็พูดขึ้นแล้ว
สายตาของเขามองไปที่ทุกคนด้วยความซื่อสัตย์ พูดเสียงต่ำว่า “ ผมรู้ว่า เมื่อห้าปีที่แล้วผมทำลายบ้านหลินจนโดนยึดไป ผมขอโทษบ้านหลิน เรื่องนี้ผมจะรับผิดชอบต่อทุกคน แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะมารับผิดชอบหน้าที่
“รับผิดชอบหรอ รับผิดชอบอะไร ยอมแพ้หรอ”
ในสายตาป้าของหลินฉ่ายเวยเต็มไปด้วยความรังเกียจ “ฉันจะบอกแกนะ ถึงนายจะตายไปอีกรอบ นายก็ชดใช้ความผิดไม่หมด”
“ใช่”
คุณน้าของหลินฉ่ายเวยเห็นด้วย “จะวพูดอีก โรงพยาบาลก็บอกแล้ว พี่ชายอยู่ไม่พ้นวันนี้ นายจะเอาอะไรมารักษา”
“คุณน้า คุณป้าคะ พูดน้อยหน่อยค่ะ แม่ฉันยังอยู่นี่”
พอนึกถึงพ่อของตัวเองที่ไม่ไหวแล้ว หลินฉ่ายเวยก็เริ่มรู้สึกคัดจมูก มองไปทางถังเฉาด้วยสายตาเคียดแค้น
เพราะเขา ทำให้พ่อต้องตาย
ถ้าไม่ใช่เพราะการหลบหนีงานแต่งเมื่อห้าปีที่แล้ว บ้านซ่งก็คงไม่โมโหจนฮุบบ้านหลินไป พ่อก็ไม่ต้องเป็นโรคหัวใจกำเริบอีก
“ไอ้ตัวปัญหาฉันจะฆ่าแก”
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง โจวเหม่ยหยูนเสียสติไป คว้าไปหยิบมีดปอกผลไม้บนโต๊ะแลกาแฟ จี้มาทางถังเฉา
“แม่ หยุดค่ะ”
“คุณแม่ ทำแบบนี้ ไม่คุ้มกับคนแบบนี้นะครับ”
ทำเอาตกใจจนหลินฉ่ายเวยและเจิ้งฮ่าวรีบพากันห้ามโจวเหม่ยหยูน
โจวเหม่ยหยูนมือหนึ่งถือมีด ตวัดมือไปทางถังเฉา อีกด้านนึงก็คลุ้มคลั่ง ตะโกนร้อง “คนอย่างแกจะต้องไม่ตายดี เมื่อก่อนเจิ้นสงดีกับแกยังไง ดูแลแกเหมือนลูกชายแท้ๆ ฉันบอกแล้วว่าแกนามสกุลถัง ไม่ได้นามสกุลหลิน บอกเขาว่าไม่ต้องทำดีกับแก แต่เขาไม่ฟัง ตอนนี้เวรกรรมมาแล้ว!”
“แม่คะ ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ…..”
หรือไปกระตุ้นความทรงจำเมื่อก่อนของหลินฉ่ายเวย ขอบตาของหลินฉ่ายเวยก็แดงขึ้น
ความทรงจำลึกแค่ไหน ความเกลียดก็ลึกแค่นั้น
ในตอนนี้ คนทั้งบ้านหลินต่างเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“แม่”
ถังเฉามองดูโจวเหม่ยหยูนด้วยหน้าตาสงบ พูดเบาๆว่า “ชีวิตของผม พ่อเป็นคนช่วยเอาไว้ เพราะงั้น ให้ผมได้ไปดูพ่อสักครั้ง เผื่อจะมีทางรอดได้ครับ”
“แก……”
โจวเหม่ยหยูนยังอยากจะพูดอะไรต่อ แต่โดนเจิ้งฮ่าวห้ามไว้ก่อน”
“คุณป้า ในเมื่อเขากลับมาแล้ว ถ้างั้นก็ให้เขารับผิดชอบเรื่องที่เขาทำในตอนนั้นสิครับ”
จากนั้น เจิ้งฮ่าวก็มองไปที่ถังเฉา “แกไปดูคุณอาได้ แต่ นายต้องยอมรับความผิดทั้งหมด”
“รับโทษหรอ” แววตาของถังเฉาหมองไป
“ไม่แย่”
เจิ้งฮ่าวไม่ได้บอกว่าให้รับโทษยังไง เพียงแค่พูดท้าว่า “แกกล้าไหม”
“……”
ถังเฉาเงียบไป
เขารู้เป้าหมายของเจิ้งฮ่าว ถ้าพ่อดีขึ้น แน่นอนว่าต้องดีใจ แต่ถ้าพ่อตายไป ตัวเองก็ต้องตกเป็นแพะรับบาป
แต่ว่า เขาต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ครับ”ถังเฉาตอบรับ
เห็นถังเฉารับปากแล้ว แววตาของ เจิ้งฮ่าวตะลึงไปทันที ไม่นาน เขาก็ปรบมือ “ได้ ลูกผู้ชายเก่งกล้ามากนัก เข้ามาสิ”
จากนั้น ถังเฉาก็ก้าวเท้ายาวเดินเข้ามา
ครั้งนี้ ไม่มีใครห้ามไว้
โจวเหม่ยหยูนหน้าตาร้อนรน “เสี่ยวฮ่าวนี่นาย”
เจิ้งฮ่าวส่งสายตาเอาใจโจวเหม่ยหยูนแล้วพูดว่า“คุณป้า ท่านยังไม่วางใจในการทำงานของผมอีกหรอครับ ให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ”
เอาใจโจวเหม่ยหยูนแล้ว เจิ้งฮ่าวก็เดินไปที่ที่ไม่มีคน โทรไปหาอีกเบอร์หนึ่ง
“ใครกัน”
ในสายมีเสียงผู้ชายหอบส่งมา แล้วก็ยังมีเสียงของผู้หญิงร้องเจ็บปวดแทรกมาด้วย
“คุณชายซ่งที่ท่านให้ทำ ฉันทำเรียบร้อยแล้วค่ะ อีกทาง ยังมีเรื่องน่ายินดีด้วย ท่านจะต้องอยากฟังแน่ๆ” เจิ้งฮ่าวพูดประจบเอาใจ
เสียงร้องของหญิงสาวปลายสายดังยิ่งกว่า เสียงของผู้ชายก็ฟังออกว่าทนไม่ไหว “มีเรื่องอะไร รีบพูดมา”
“ถังเฉากลับมาแล้ว จะให้เรียกคนมาไหมครับ……”
ในแววตาของเจิ้งฮ่าวมีความเยือกเย็นอยู่ ทำท่าทางเฉือนคอไปหนึ่งที
ตอน 3
บทที่3
ถ้งเฉามาถึงห้องนอนห้องหนึ่งในชั้นสอง บนเตียงมีคนวัยกลางคนที่ขมับสองข้างมีหงอกเล็กน้อย ลมหายใจแผ่วเบานอนอยู่ นั่นคือหลินเจิ้นสง
เขาหลับตา มีแต่ลมหายใจที่สูดเข้า ไม่มีลมหายใจออก
ทันใดนั้น แววตาของถังเฉามีความอยากฆ่าอยู่
เมื่อห้าปีก่อน กระดูกและร่างกายของพ่อแข็งแกร่งมาก ตอนนี้ กลับกลายเป็นแบบนี้ไป……
เขานั่งอยู่ข้างเตียงของหลินเจิ้นสง อยากจะวัดชีพจรของหลินเจิ้นสง
แต่กลับโดนหลินฉ่ายเวยผลักออก “นายจะทำอะไร นายรักษาเป็นรึไง”
“ในห้าปีนี้ได้เรียนมาหน่อยน่ะ ก็เข้าใจไม่น้อย”ถังเฉายิ้มแล้วพูด
“นายอยากจะฆ่าพ่อของฉันใช่ไหม”
ไม่คิดว่าพอฟังคำพูดของถังเฉาแล้ว เสียงของหลินฉ่ายเวยจะดังขึ้นขนาดนี้ “เรียนมาแค่นี้ ก็กล้ามี่จะมารักษาคน นายมีใบกำกับแพทย์รึไง”
“ฉ่ายเวย เขาก็แค่แกล้งทำน่ะ” มีเสียงพูดปลอบของเจิ้งฮ่าวมาจากด้านหลังของหลินฉ่ายเวย
“แต่ว่า……” หลินฉ่ายเวยก็ยังไม่วางใจ
ในระหว่างนี้ ถังเฉาแตะไปที่ชีพจรของหลินเจิ้นสง
หลังจากวัดไปสามสิบวินาทีแล้ว ถังเฉาปล่อยหลินเจิ้นสง ล้วงกล่องเข็มออกมาจากอก
“อะไร นายจะใช้เข็มมารักษาพ่อฉันหรอ เป็นไปได้ยังไง”
ตอนนี้เห็นได้ว่าหลินฉ่ายเวยโมโหร้อนรนสุดๆ ขนาดการผ่าตัดที่ทันสมัยของโรงพยาบาลยังรักษาไม่ได้ เข็มแค่ไม่กี่เล่มจะทำให้พ่อกลับมาได้ยังไง
“ฉ่ายเวย เขาคือก็ของเธอ แล้วก็เป็นพ่อของฉัน ฉันจะฆ่าเขาได้ยังไง”ในตอนนี้ ถังเฉายิ้มเจื่อน
“เหอะ ใครจะไปรู้ว่านายคิดอะไรอยู่……”
ถังเฉาไม่ได้สนใจ แล้วก็เอาเข็มฝังไปที่ชีพจรสามจุดท้องน้อย จุดตรงลำคอ จุดกลางอกและจุดฝังเข็มต่างๆ
ลงเข็มอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวเลือกเดี๋ยวทิ่ม ไม่มีการหยุดพักในระหว่างนั้น
ขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เป็นที่ตื่นตามาก
“เหอะ ยังจะมาทำเป็นใจดี คงคิดว่าตัวเองเป็นหมออัจฉริยะจริงๆ”
“สมัยนี้ แพทย์แผนจีนจะใช้อะไรได้ อย่ารักษาจนคนตายละกัน”
จากนั้นคำพูดโจวเหม่ยหลิง,โจวซูหัวและอาทั้งหลายเต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม
เจิ้งฮ่าวก็ยืนหัวเราะอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน
ตามเวลาที่ผ่านไป เข็มบนตัวของหลินเจิ้นสงก็ค่อยๆเยอะขึ้นเรื่อยๆ ถังเฉาก็ตั้งใจขดจ่อขึ้นเรื่อยๆ
กรึ่ง——
จากนั้น ในตอนที่ถังเฉากำลังตั้งใจจะฝังเข็มนั้น ก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก
รถแลนด์โรเวอร์คันหนึ่งพุ่งชนเข้ามาที่ประตูเหล็กของบ้านหลิน จอดอยู่ในสวนหย่อม
คนบุดดำกลุ่มหนึ่งรีบลงจากรถ พุ่งเข้ามาในห้อง ทำลายข้าวของกระจัดกระจาย
ในชั่วพริบตา ของใช้ในบ้านก็โดนขว้างจนแตกละเอียด บนพื้นเต็มไปด้วยเศษแก้ว
“อ๊าก—-“
ผู้หญิงทุกคนในบ้านหลินตกใจจนพากันกรีดร้องไม่หยุด ถังเฉาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะหยุดฝังเข็ม แววตานั้นมีความอยากฆ่าอย่างเย็นชา
“ถังเฉา แกมันกล้ามากนะ”
แล้วก็มีเสียงหัวเราะที่เย่อหยิ่งดังขึ้นจากนอกประตู “รู้ว่าพี่สาวฉันกำลังหาแกอยู่ ยังกล้ากลับมาที่หมิงจู
พอเสียงหัวเราะหยุดไป ชายที่ย้อมผมสีทองถือบุหรี่อยู่แล้วเดินเข้ามา
“ซ่งหมิงเวย?แกหรอ……”
มองดูชายปมทองคนนี้แล้วหลินฉ่ายเวย、โจวเหม่ยหยูนและทุกคนในบ้านหลินต่างพากันหน้าซีดไปหมด
ตั้งแต่ที่บริษัทหลงเถิงโดนบ้านซ่งฮุบไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว บริษัทสุดท้ายของบ้านหลินก็จะต้องเปลี่ยนชื่อเจ้าของ บ้านหลินในตอนนี้ ทำได้แค่พึ่งธุรกิจเล็กๆประทังชีวิต พอเห๊นคนบ้านซ่งก็เหมือนหนูเห็นแมวยังไงอย่างงั้น
มีเพียงถังเฉาที่ยืนขึ้นด้วยความรู้สึกเฉยชา มองไปทางซ่งหมิงเวย น้ำเสียงเยือกเย็น “ บ้านซ่ง ผมยังไม่ได้มาหาพวกคุณเลย แต่พวกคุณก็มากันก่อนแล้ว”
ซ่งหมิงเวยไม่สนอะไร หัวเราะแล้วเดินมาตรงหน้าถังเฉา สะกิดไหล่ของเขา “ถังเฉา ถ้าฉันเป็นแก ก็คงหาที่ที่ไม่มีคนแล้วหลบไว้ อยู่คนเดียวจนแก่ คงไม่มีหน้าที่จะกลับมาที่นี่——แกดูสายตาของพวกเขาแต่ละคนสิ แกหนีหายไปตัวคนเดียว คนที่คอยเช็ดขี้ตามแกก็คือคนทั้งบ้านหลิน!”
พอได้ยินแล้ว ความเป็นฆาตรกรในแววตาของถังเฉาก็หนาขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังหันหลังกลับไป
ทุกคนในบ้านหลิน มีใครบ้างที่ไม่จ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น อยากจะฆ่าเขาเต็มทน
“คุณชายซ่งถ้าคุณกำลังหาเขา ก็เอาเขาไปด้วยเลยค่ะ ไม่เกี่ยวกับบ้านหลินของเรา!” โจวเหม่ยหยูนของร้องซ่งหมิงเวยด้วยหน้าตาโศกเศร้า
ถึงอยากนั้น ก็ทำร้ายถังเฉาไม่ได้ ยังคงเฉยชาเหมือนเดิม
“ที่พ่อฉันป่วย คงจะไม่เกี่ยวกับคุณใช่ไหม”
จู่ๆ ถังเฉาก็เอ่ยปากออกมา ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเป็นธรรมดา
ซ่งหมิงเวยง้างมือออกอย่างไม่เกรงใจ “แกพูดอะไรอยู่ แน่นอนว่าไม่เกี่ยวสิ ฉันมาที่นี่ก็เมื่อมาจับแก เอาคำพูดของพี่สาวฉันมาบอกกับบ้านหลินด้วย พวกคุณมีเวลาหนึ่งอาทิตย์ ในการพิจารณางานที่พี่สาวของฉันวางไว้ให้ ถ้าไม่งั้น ก็รอที่จะว่างงานได้เลย”
เพี๊ยะ!
พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ทุกคนก็พากันหน้าซีด
โดยเฉพาะความยากลำบากที่กว่าจะไต่บันไดตึกขึ้นมาชั้นสูง ยิ่งทำให้ตัวสั่นไปหมด
การที่บ้านซ่งจะทำให้พวกเขาตกงานนั้น จริงๆแล้วมันง่ายมาก แค่โทรศัพท์ไม่กี่สาย……
“หวังว่าที่คุณพูดจะเป็นความจริง ไม่โกหกฉันหรอกนะ”
ถังเฉาได้ยินแค่คำพูดข้างหน้าของซ่งหมิงเวย แล้วก็หัวเราะเบาๆไปหนึ่งที
“ จะโกหกหรือไม่โกหกแล้วมีความหมายอะไรล่ะ ยังไงนายก็มีชีวิตรอดได้ไม่นานอยู่แล้ว……”
หัวเราะชั่วร้าย ซ่งหมิงเวยทำสัญลักษณ์มือ การ์ดพวกนั้นก็รีบทารวมตัวอยู่ด้านหลังเขา
“เอ่อ คุณชายซ่ง”
เห็นซ่งหมิงเวยจะลงมือ เจิ้งฮ่าวรีบโน้มตัวไปข้างหน้า กระซิบว่า “ยังไงก็ระวังไว้ดีกว่า มันเป็นนักต่อสู้
“แกนี่มันกระจอกเหมือนการ์ดของฉันกับแกไม่มีผิด”
ซ่งหมิงเวยเคาะไปที่ตัวของเจิ้งฮ่าว พูดดูถูกว่า “นักต่อสู้จะเก่งแค่ไหน ก็แค่ตัวคนเดียว คนของฉันมีตั้งสิบกว่าคน!”
เสียงพูดจบไป การ์ดสิบกว่าคนที่อยู่ด้านหลังเดินไปหาถังเฉาด้วยหน้าตาไร้อารมณ์
“ที่พูดก็ถูก”
เห็นสถานการณ์แล้ว เจิ้งฮ่าวมองดูถังเฉาด้วยความเวทนา ในเมื่อเมื่อกี้ทำให้การ์ดของตัวเองสลบแล้ว ก็ได้เวลาแก้แค้นพอดี!
“ถังเฉา ไม่งั้นนายก็คุกเข่าลง แล้วก้มหัวให้ฉันทีนึง ฉันก็จะไม่ทำร้ายแก ส่งแกไปหาพี่สาวฉันในสภาพเดิม เป็นไง”
จู่ๆ ซ่งหมิงเวยก็นึกขึ้นได้ หัวเราะแล้วพูดว่า “ที่แกหมอบลงเหมือนหมาต่อหน้าพี่สาวฉันเมื่อห้าปีที่แล้ว ฉันยังจำได้แม่นเลย”
“เร็ว คุกเข่า ก้มหัวลง!” เจิ้งฮ่าวยิ้มกรุ้มกริ่ม รอดูสภาพถังเฉาอย่างรอคอย
น่าเสียดาย ถังเฉายังคงดูเป็นปกติ เงียบสงบ
เขาเพียงแค่มองดูเจิ้งฮ่าวและซ่งหมิงเวยด้วยสายตาที่สงสาร เหมือนว่าคนที่ต้องคุกเข่าต้องเป็นพวกเขา
มดแยกเขี้ยวโชว์เล็บให้มังกรดู มังกรก็จะแค่หัวเราะเยาะ มองเหมือนขี้
“ฉันบอกให้แกคุกเข้าลง หูหนวกรึไง”
ซ่งหมิงเวยถูกสายตาของถังเฉายั่วให้โมโห สั่งการ์ดทุกคน “จัดการมันให้ทรมาณ”
“ครับ”
การ์ดทุกคนปิดทางที่จะหนีไว้ทั้งหมด แล้วก็พุ่งเข้ามาหาถังเฉา
ฟู่——
จากนั้น ยังไม่ทันได้โดนตัวถังเฉา เงาสีดำตัวเรียวยาวก็ปรากฏตัวขึ้นเหมือนสายฟ้า
ปึงปึง____
จากนั้น ทุกคนยังเห็นไม่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น การ์ดทุกคนลงไปนอนอยู่กับพื้น ไม่ได้มีการต่อสู้อะไรมากก็หมดสติไปแล้ว
ที่ทำให้คนตกใจไปกว่านั้นคือ การ์ดที่น็อกไปพวกนี้ ข้อต่อของทุกคนนั้นบิดไปในองศาที่ต่างกัน ก็พูดได้ว่า ถึงแม้จะรักษาหาย แต่ก็ยังต้องพิการไปตลอดชีวิต
ข้างหลังของถังเฉา ไม่รู้ว่ามีหญิงสาวคนนึงอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่
เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำ กางเกงหนังสีดำ รองเท้าหนังสีดำ
ฟู่……
ในตอนนี้ มีลมพัดมา ทำให้ผมที่ยาวถึงเอวของเธอปลิวขึ้น
ที่เผยออกมาคือ แววตาที่แดงคู่หนึ่งจนเหมือนเลือดจะไหลออกมา
ตอน 4
บทที่4
เงียบ
เงียบสงัดเหมือนตายแล้ว
คนทั้งหมดที่อยู่ที่ในสถานการณ์ นอกจากถังเฉา ต่างพากันอึ้งอ้าปากค้าง มองดูหญิงสาวที่เซ็กซี่ที่อยู่ด้านหลังของถังเฉาด้วยความเหลือเชื่อ ในหัวมีความคิดสี่อย่างโผล่ขึ้นมา
เธอคือใคร
เธอเข้ามาจากทางไหน
ทำไมเธอถึงเก่งขนาดนี้
เธอเป็นอะไรกับถังเฉา
ทั้งสี่คำถามนี้ไม่มีคำตอบ