ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

เกมวิวาห์ เดิมพันรัก

ตอนที่1. จุดเริ่มต้น

แนะนำตัวละคร

พรนับพัน (ปันปัน) : อายุ 24 ปริญญาตรีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ลูกสาวคนเดียวของคุณตระกูลศุขไสยาศน์ นิสัยร่าเริง มองโลกในแง่ดี

หลิวโม่โฉว : อายุ32 ปี บุคลิกเงียบขรึม ตัดสินใจเฉียบขาด เป็นประธานกลุ่มบริษัทหลิวกรุ๊ฟรุ่นที่ 3 เคยแต่งงานมา1ครั้ง

หลิวต้าเหนิง : อายุ5ขวบ ร่าเริง ฉลาด ถูกเรียกว่าเด็กอัจฉริยะ

หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางในชุดเดรสเรียบร้อยแบบสุภาพ แต่เพราะความน่ารักสดใสของเจ้าของความสูง 155 เซนติเมตรทำให้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอม ใบหน้าหวานแต้มแต่งเครื่องสำอางแต่พอดีไม่จัดจ้านเกินไปอวดผิวพรรณเปล่งปลั่งและแก้มที่ฝาดสีเลือด ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีส้มอมชมพูขับเน้นให้รูปปากสวยน่าหลงใหล ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าดูราวกับเด็กสาววัยไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ ทั้งที่ปีนี้เธออายุยี่สิบสี่แล้ว

‘พรนับพัน’ คือชื่อของหญิงสาวดวงตาพราวระยับ ลูกสาวคนเดียวของคุณฐากูรและคุณนับดาว เป็นทายาทรุ่นที่สามของตระกูลศุขไสยาศน์ น้องชายของเธอชื่อ อายุยี่สิบสี่ปี พรนับพันเรียนจบแพทย์แผนไทยประยุกต์ ส่วนน้องชายสอบเข้าเรียนแพทย์แผนปัจจุบัน เธอเติบโตมากับครอบครัวที่เป็นหมอพื้นบ้านเมื่อถึงรุ่นพ่อได้พัฒนาสูตรยาสมุนไพรในรูปแบบทันสมัย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตยาสมุนไพรไทยและวางแผนขายสินค้าในต่างประเทศ เรียกว่าเป็นครอบครัวหมอก็ไม่ผิดนัก

“อยากเป็นสาวโรงงานไหม” คุณฐากูรหยอกลูกสาวคนโต แต่หญิงสาวหันมาพร้อมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม

“พ่อจะให้ปันปันทำตำแหน่งไหนดีคะ”

“เป็นลูกสาวพ่อทั้งที ก็ต้องเป็นเจ้าของโรงงานสิ”

“คุณปู่มาเห็นต้องดีใจแน่ๆค่ะ”

ดวงตากลมโตจ้องมองเบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น อีกไม่นานสายพานการผลิตจะเริ่มต้น ตั้งแต่เธอจำความได้ก็ได้ยินคุณปู่ทองอินพูดถึงยาสมุนไพรไทย คอยสอนให้เธอรู้จักตำรับยาต่างๆ ปลูกฝังให้เธอรักด้านนี้อย่างไม่รู้ตัว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เธอมุ่งมั่นเรียนสายวิทย์ สอบเข้าคณะแพทย์ แต่ที่หลายคนบ่นเสียดายเพราะเธอเลือกเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่เพราะความฝันของเธอคือสืบทอดความฝันของคุณปู่ ไม่หรอก มันไม่ใช่แค่ความฝันของปู่แต่เป็นความฝันของเธอด้วย

“โรงงานจะเปิดได้เมื่อไหร่คะพ่อ” พรนับพันถามแล้วคล้องแขนบิดา สายตาเธอมองเพียงเบื้องหน้าโรงงานผลิตยาสมุนไพรจึงไม่ทันเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของพ่อ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองพ่อ อีกฝ่ายก็ยิ้มให้

“อีกสามเดือน แต่เราจะมีทดลองก่อนเปิดจริง”

“ตื่นเต้นจังค่ะ ปันปันเห็นที่นี่ตั้งแต่ยังเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่เลย”

พ่อเป็นคนบุกเบิกที่นี่ เดิมที่เป็นที่สวนของคุณย่าหลังจากคุณย่าเสียก็แบ่งสมบัติให้ลูกๆ อย่างเท่าเทียม ฐากูรลูกชายคนโตได้ที่ดิน 6 ไร่นี่มาครอบครอง เก็บเงินอยู่นานค่อยๆ ทำไปที่ละนิดละหน่อย หวังจะตั้งโรงงานของตัวเอง ไม่อยากพึ่งพาโรงงานคนอื่น ได้เป็นตัวของตัวเองเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองอย่างแท้จริง หลุดพ้นจากคำดูแคลนว่าเป็นแค่หมอยาพื้นบ้าน

พรนับพันไม่รู้ความคิดของพ่อ เธอเพียงอยากทำตามความฝันของปู่ทองอินที่เธอเคารพรัก โดยปกติพรนับพันทำงานที่โรงพยาบาลรัฐแผนกแผนไทยประยุกต์ หลายคนไม่เช้าใจ คิดว่างานของเธอคืองาน ‘นวด’ อย่างเดียว แต่ความจริงเธอสามารถรักษาโรคพื้นฐานได้ และความจริงพรนับพันมีแผนศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เธอสนใจค้นคว้าเรื่องยาสมุนไพรมาก โดยเฉพาะการผลิตยาสมุนไพรซึ่งตอนนี้เป็นที่สนใจของต่างชาติ และเธอต้องการให้คนอื่นรู้ว่าแพทย์แผนไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าแพทย์แผนปัจจุบันเลย บางคนยังเข้าใจผิดว่าเป็นยาผีบอกด้วยซ้ำ

“พ่อค่ะ เข้าไปดูข้างในได้ไหม”

“ได้ซิ” พ่อพยักหน้ารับ

“คราวหน้าเรามาพร้อมกันทั้งครอบครัวเลยนะคะ” พรนับพันเสนอ

“ตงตงขึ้นปีสองแล้ว คงไม่ได้กลับบ้านบ่อยๆ แบบเมื่อก่อน”

“นั้นสิ กลับมาบ้านอีกทีได้พาไปตัดแว่นตาใหม่แน่ๆ” พรนับพันหัวเราะร่า เธอภูมิใจในตัวน้องชายมาก ครอบครัวของเธอไม่เคยกดดันเรื่องการเรียนหรือบังคับหรือเรียนอะไร ต้องจบมาเป็นอะไร พวกท่านให้อิสระเต็มที่ แต่สองคนพี่น้องก็ได้รับอิทธิพลจากคุณปู่

“รอบๆ นี้เราปลูกต้นไม้เยอะๆ หน่อย ให้ร่มรื่นและเป็นที่พักผ่อนของพนักงาน ตรงนั้นที่เป็นที่จอดรถก็เอาต้นไม้มาลง ปันปันว่าเราเอาพวกต้นไม้กินได้ดีไหมคะ มะม่วงมะยมอะไรพวนี้ ถ้ามีลูกจะได้เก็บกินได้”

“ตามใจปันปันเลย ยังไงลูกก็เป็นเจ้าของโรงงานนี้ด้วย”

“ถ้าตงตงได้ยินน้อยใจแย่นะคะ” เธอหัวเราะ ครอบครัวเธอสนิทสนมกันดี พูดจาหยอกล้อกันได้ ไม่เหมือนบางครอบครัวที่เธอเคยเจอที่กดดันจนชวนอึดอัด

“เข้าไปดูข้างในกันค่ะ เสร็จจากที่นี่”

หญิงสาวกึ่งลากกึ่งจูงบิดาเข้าไปด้านใน ร่างสองคนพ่อลูกเข้าไปในโรงงานโดยไม่รู้ว่าถูกแอบบันทึกภาพเก็บไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะรูปของพรนับพัน ชายลึกลับที่นั่งในรถเก๋งจัดการส่งรูปไปทางสมาร์ทโฟน แล้วหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มไม่กี่นาทีต่อมาโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

“ครับบอส” เขาตอบรับปลายสายและรอรับคำสั่ง ดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับคำสั่ง

“รับทราบครับบอส ผมจะอยู่ที่นี่ตามที่บอสสั่งครับ”

ปลายสายตัดสัญญาณไปแล้ว นักสืบหนุ่มจึงกล้าถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาดูรูปที่ถ่ายเก็บไว้ตามที่ได้รับหน้าที่มาแอบสืบเรื่องราวของ ‘พรนับพัน’ ว่าที่นายหญิงคนใหม่ของตระกูลหลิว งานนี้เหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่เพราะไม่รู้ว่าเจ้านายคิดอะไรอยู่ แต่ดูท่าทางคงถูกใจว่าหญิงสาวคนนั้นอยู่ไม่น้อย ไม่มีใครต้านทานรอยยิ้มสดใสและแววตากระจ่างคู่นั้นได้หรอก โดยเฉพาะท่าทางร่าเริงนั้น แต่ไม่รู้ว่า..ถ้าเข้าไปอยู่ในบ้านสกุลหลิวแล้วจะช่วยให้บ้านที่เหมือนต้องสาปกลับมาสว่างไสวได้หรือไม่ หรือถูกความดำมืดดูดกลืนจนไม่เหลือความสดใส

เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างไม่อาจทำอะไรได้ดีไปกว่านี้

นิยายแนะนำยอดฮิต
รักแห่งรีไซเคิล
โรแมนติก
คุณหมอสุเรศ
โรแมนติก

ตอน 2

ตอนที่2 ครอบครัวหมอ

รถเก๋งสีเขียวพาสเทลเข้ามาจอดในโรงจอดรถแล้ว หญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์สั้นของโรงพยาบาลรัฐก็ก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพายไหล่ใบเก๋ ท่าทางเปี่ยมด้วยความมั่นใจของเธอทำให้หลายคนคิดไม่ถึงว่าพรนับพันเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ป้าฉลวยที่เป็นแม่บ้านอยู่มานานหลายปีก็ต้อนรับด้วยรอยยิ้ม

“คุณปันปันกลับมาแล้ว”

“ปันปันก็กลับบ้านทุกวันนี่ค่ะ” หญิงสาวหัวเราะร่าแล้วยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มเบาๆ เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นสาว สำหรับพรนับพันแล้ว ป้าฉลวยไม่ได้เป็นแค่แม่บ้านแต่เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเธอด้วย

คุณปู่ทองอินกับคุณย่าเพ็ญจันทร์มีลูกสามคน คนโตคือคุณฐากูรและลูกสาวอีกสองคนที่แต่งงานแยกครอบครัวไปอยู่คนละจังหวัด พรนับพันและศตพรเติบโตมาโดยมีคุณปู่คุณย่าอบรมสั่งสอน พ่อของเธอเป็นหมอยาพื้นบ้านที่เพิ่งมาสอบเอาใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ส่วนแม่เป็นเภสัชกรทำงานในโรงพยาบาลของรัฐ เมื่อสามีมีความสนใจอยากสร้างฝันของบิดาคือผลิตยาสมุนไพรไทยให้เป็นที่รู้จักจึงเข้ามาช่วย

พรนับพันเติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นแบบครอบครัวใหญ่ แม้คุณย่าจากไปตอนที่เธออายุ15 แต่ทุกอย่างในบ้านยังอบอวลด้วยความรักของคุณย่าอยู่เสมอ ป้าฉลวยเป็นแม่บ้านดูแลตั้งแต่คุณย่าจากไป ป้าฉลวยเป็นม่ายลูกติดมีลูกชายหนึ่งคนอายุมากกว่าพรนับพันชื่อ “ธารณ์” คุณปู่อนุญาตให้สองแม่ลูกอยู่บ้านหลังเล็กด้านหลังเรือนหลังใหญ่ ธารณ์เองก็คอยช่วยงานคุณพ่อของพรนับพัน เขาเจียมตัวและไม่กล้าตีสนิทกับคนในตระกูลศุขไสยาศน์

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานข้าวเถอะค่ะ”

ป้าฉลวยยิ้มกว้าง การได้ทำงานที่นี้คือความสุขของนาง ชีวิตเหมือนได้หลุดจากขุมนรก สามีของนางเมาและทุบตีทำร้ายร่างกายจนนางต้องหอบลูกชายหนี ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เพราะเมื่อไรที่สามีรู้ที่อยู่ก็จะตามมาทำร้ายร่างกายและพยายามให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ธารณ์ทนเห็นแม่ถูกพ่อตบตีไม่ได้จึงเข้าไปช่วยห้ามแต่ตัวเองถูกพ่อเตะกระเด็น คราวนั้นปู่ทองอินที่ไปตรวจคนป่วยตามบ้านเดินทางผ่านมาเจอเข้าจึงเข้าช่วยเหลือ ปู่ทองอินเป็นที่รักและเคารพของคนที่นั้นจึงไม่มีใครกล้ามีเรื่องด้วย แรกทีเดียวปู่ทองอินแค่ตั้งใจว่าจะให้ที่พักอาศัยอยู่ชั่วคราว แต่สามีนางกลับมาถูกรถชนตายเสียก่อน หมดเคราะห์กรรมกันไป ทำให้นางฉลวยกับลูกชายไม่ที่ให้กลับแม่สามีก็ไม่ต้อนรับ ปู่ทองอินจึงให้อยู่ช่วยงานที่นี่

ธารณ์กลับเข้ามาพอดีเห็นพรนับพันหัวเราะหยอกมารดาของตนก็อดยิ้มไม่ได้ นับวันความรู้สึกที่เขามีต่อหญิงสาวคนนี้ก็มากขึ้นทุกขณะ จะทำอย่างไรได้ แม่คอยย้ำให้เขาเจียมตัวแต่ใจของเขามันห้ามไม่ได้เลย

“พี่ธารณ์มาแล้ว คุณพ่อก็กลับมาพร้อมกันใช่ไหมคะ” พรนับพันทักทายธารณ์ เธอไม่เคยมองว่าเขาเป็นลูกแม่บ้าน และเพราะเขาอายุมากกว่าเธอสองปี เธอจึงเรียกว่า ‘พี่’ อย่างไม่รังเกียจ

“ครับ คุณท่านกลับมาแล้ว ผมเอากระเป๋ามาเก็บ”

“แล้วคุณพ่อไปไหนล่ะคะ”

“ไปพบคุณปู่ทองอินครับ”

“เข้าใจแล้ว” พรนับพันพยักหน้ารับ แล้วหันไปยิ้มกับป้าฉลวย “หอมกลิ่นแกงส้มจังค่ะ ปันปันไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวลงมากินข้าว”

“ค่ะๆ รีบไปเถอะค่ะ”

“อ้อ! เมื่อตอนเที่ยงปันปันคุยกับตงตง น้องบอกหมูแดดเดียวที่ทำให้ไว้หมดแล้วค่ะ ต้องรบกวนป้าฉลวยทำไว้ให้หน่อย เอาไว้ค่อยไปส่งเสบียงให้ตงตงกัน”

“ได้ค่ะได้ ป้าจะทำไว้ให้ค่ะ”

ศตพรเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ชั้นปีที่สอง ใช้ชีวิตเด็กหอเพราะไม่ต้องการรีบร้อนเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัย แต่ทุกสองสัปดาห์มารดาก็จะเตรียมของกินของใช้เอาไปส่งที่หอเป็นประจำ หากศตพรมีวันหยุดจึงได้กลับบ้านสักครั้ง

ป้าฉลวยเห็นสายตาลูกชายก็รอจนพรนับพันเดินขึ้นบันไดลับตาไปแล้วก็ตีแขนลูกชายไม่แรงนัก แต่ทำให้ธารณ์สะดุ้งแล้วหันมามองมารดา

“แม่...”

“ห้ามคิดอะไรกับคุณหนูปันปัน” ป้าฉลวยดุลูกชายแล้วก็ส่ายหน้าไปมา “ครอบครัวศุขไสยาศน์มีบุญคุณกับเรามาก ยังไงแกก็ห้ามคิดใฝ่สูงเด็ดขาด”

“ครับแม่” ธารณ์ได้แต่ยิ้มเศร้า เรื่องของหัวใจมันห้ามไม่ได้จริงๆ แต่เขาก็ได้แต่เก็บความรู้สึกนี้ไว้ในอกที่เหมือนรอวันระเบิดออกมา

“เอาเถอะๆ เพิ่งกลับจากโรงงานก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อน กินข้าวเย็นแล้วก็ไปช่วยรดน้ำต้นไม้ด้วย ต้นกุหลาบของคุณปันปันนะ อย่าลืมล่ะ”

“ครับแม่”

ธารณ์รับคำสั่งแล้วก้าวยาวๆ เอากระเป๋าของคุณฐากรูไปวางไว้ในห้องทำงาน จากนั้นเดินออกมา ตำแหน่งหน้าที่ของเขาคือผู้จัดการโรงงานผลิตยาสมุนไพรที่กำลังเปิดในไม่ช้า แต่หน้าที่ของเขาแทบจะทำงานทุกอย่างตามที่คุณฐากรูสั่ง ความจริงเขาเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องทำงานกับตระกูลศุขไสยาศน์ก็ได้ ซึ่งคุณปู่ทองอินผู้ให้ทุนการศึกษาก็ไม่เคยบังคับเขา แต่เพราะมารดาสั่งให้เขาช่วยงานคุณฐากรู เพื่อตอบแทนบุญคุณและส่วนหนึ่งเขาก็เต็มใจเพราะได้อยู่ใกล้พรนับพัน ตั้งแต่ที่เขามาอยู่ที่นี่เขายังจำวันแรกที่พบพรนับพันได้เป็นอย่างดี เธอยิ้มราวกับโลกไม่เคยมีเรื่องโหดร้ายใดๆ ซึ่งต่างจากชีวิตเขาที่ต้องปากกัดตีนถีบ อดมื้อกินมื้อและยังมีพ่อขี้เมาทุบตีแม่กับเขาอยู่เสมอ เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบรอยยิ้มสดใสอย่างนี้มาก่อน เหมือนแสงแดดยามเช้าที่สาดแสงเข้ามาหลังพายุใหญ่จากไป นับตั้งแต่นั้น เขามักเฝ้ามองเธอเสมอ เธอเติบโตเหมือนดอกไม้ที่งดงาม เขาอาจไม่เคยเจอผู้หญิงมาเยอะแต่สำหรับเขาแล้วเธอสวยที่สุด มีเด็กหนุ่มๆ มาจีบไม่น้อย แต่พรนับพันไม่เคยมีแฟนหรือคนรัก เธอยุ่งกับสวนสมุนไพรของคุณปู่ทองอิน เขาไม่อยากให้มือเรียวงามคู่นั้นต้องเปื้อนดินจึงต้องคอยช่วยเวลาที่เธออยากปลูกต้นไม้ต่างๆ

‘กุหลาบพวกนี้เราเอากลีบมาทำชาได้นะคะ’

นิยายแนะนำยอดฮิต
รักแห่งรีไซเคิล
โรแมนติก
คุณหมอสุเรศ
โรแมนติก

ตอน 3

ตอนที่3 หมั้นหมาย

พรนับพันในวัยสิบเจ็ดบอกเขา ในวันที่เธอตั้งใจปลูกกุหลาบบริเวณหลังบ้าน ‘กุหลาบที่เราปลูกเองจะได้มั่นใจว่าไม่มีสารเคมีต้องค้าง ชากุหลาบ มีคุณสมบัติ ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ในทางเดินอาหาร และลำไส้งช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ จึงมีส่วนช่วย บรรเทาอาการ ท้องผูก ท้องอืด บรรเทาอาการหวัดได้ด้วย และยัง...พี่ธารณ์ยิ้มแบบนี้คิดว่าปันปันเพี้ยนใช่ไหมคะ’

‘เปล่าครับ พี่ไม่ได้คิดแบบนั้น พี่แค่ฟังเพลินและไม่เคยรู้ว่ากุหลาบจะมีประโยชน์ขนาดนี้ คุณปันปันเก่งจังครับจำสรรพคุณของดอกไม้ได้’

‘ปันปันเป็นหลานปู่ทองอินหมอยาเลื่องชื่อนะคะ เรื่องแค่นี้ก็ต้องรู้อยู่แล้ว’ เธอยิ้มกว้างจนดวงตาหยีเล็ก ‘คุณพ่อบอกว่าจะสานต่อความรู้ของคุณปู่ผลิตยาสมุนไพรให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปต่างประเทศ ปันปันก็จะไปเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์ค่ะ จะช่วยงานคุณพ่อ’

‘คุณปันปันต้องทำได้แน่นอนครับ’

‘ปันปันทำคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ พี่ธารณ์อยู่ช่วยปันปันด้วยกันนะคะ’

‘ครับ’

เขารู้ว่าเธอพูดแบบเด็กๆ ไม่ได้มีเจตนาจะหลอกให้เขาทำงานที่นี่ แต่เขาเต็มใจและอยากอยู่เคียงข้างเธอจนถึงวันที่ความฝันเป็นจริง

และเมื่อถึงวันนั้น เขาอาจเอื้อมมือคว้าเธอไว้ได้ เหมือนที่เขาประคองดอกกุหลาบดอกนี้ไว้ในมือ

พรนับพันเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดรสกลางคืน ปกติเธอไม่ใช่นักท่องราตรี ชีวิตเธอมีแค่เรื่องเรียนและศึกษายาสมุนไพรกับคุณปู่ จนเมื่อเรียนจบก็ยังยุ่งกับยา เธอมีโปรเจคผลิตเครื่องสำอางจากสมุนไพรไทยที่ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง แต่คืนนี้เธอมีนัดปาร์ตี้วันเกิดเล็กๆ กับเพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลายเป็นกลุ่มที่สนิทกันมาก ขณะที่เธอเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง มารดาที่กำลังจะขึ้นไปตามก็เรียกลูกสาวไว้ก่อน

“จะออกไปไหนเหรอ”

“ไปงานวันเกิดแป๋มค่ะแม่” เธอตอบอย่างไม่ปิดบัง แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของแม่ก็อดถามไม่ได้ “มีเรื่องอะไรหรือคะ”

“มาคุยกับปู่กับพ่อก่อน” คุณนับดาวถอนหายใจแล้วดึงมือลูกสาวมากุมไว้ “ค่อยๆ ฟังความคิดของผู้ใหญ่อย่าใช้อารมณ์ล่ะ”

พรนับพันเลิกคิ้วสงสัยแต่เดินตามมารดาไปที่ห้องหนังสือ บ้านนี้เป็นหนอนนักอ่านตัวยง พ่อสร้างห้องหนังสือไว้เก็บตำราแพทย์เก่าๆมากมาย กลายเป็นห้องประชุมและห้องทำงานไปพร้อมกัน เมื่อเธอเดินเข้ามาก็พบว่าคุณปู่ทองอินและพ่อฐากรูนั่งรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวเดินไปนั่งที่โซฟาเดี่ยว ส่วนมารดานั่งข้างบิดา บรรยากาศตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“มีเรื่องอะไรหรือคะ” พรนับพันถามอย่างไม่อ้อมค้อม เธอเป็นอย่างนี้เสมอ ตรงไปตรงมา เธอเติบโตมาในครอบครัวนี้ที่มีอะไรก็พูดคุยกัน เห็นพ่อที่ค่อยๆสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นจากบ้านหลังเล็กจนเป็นบ้านหลังใหญ่ ยามครอบครัวเผชิญหน้ากับปัญหาใดๆ พ่อกับแม่ก็ไม่ปิดบังเพื่อให้ลูกทั้งสองเข้าใจสถานการณ์และพร้อมรับมือ

ปู่ทองอินมองหน้าหลานสาวแล้วถอนหายครั้งหนึ่งก่อนพูดขึ้น

“หลานยังจำปู่หลิวจิ้นอัน สหายชาวจีนของปู่ได้ไหม”

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ทบทวนความทรงจำในวัยเยาว์ คุณปู่มีเพื่อนเยอะ คนที่คุณปู่เคยรักษาและยังมีเพื่อนร่วมวิชาชีพที่แบ่งปันความรู้กัน

“คุณปู่ที่เคยสอนภาษาจีนให้ปันปันใช่ไหมคะ”

“อืม คนนั้นแหละ”

พรนับพันจำได้ในทันที เพราะปู่หลิวท่านนี้ทำให้เธออยากเรียนภาษาจีนจนดิ้นรนไปร่ำเรียนจนได้ เพราะเธอเองก็สนใจการแพทย์แผนจีน ทั้งการฝังเข็ม,ครอบแก้วและยาสมุนไพรที่มีมานับพันปี

“ปู่หลิวขอเคยขอหมั้นหมายปันปันกับหลานชายของปู่หลิว”

“หลายชายปู่หลิว?” เธอเลิกคิ้วประหลาดใจ “ลูกชายคุณปู่หลิวไม่รุ่นพ่อปันปันเหรอคะ”

“แค่กๆ” คราวนี้พ่อสะดุ้ง “ฟังให้มันดีๆหน่อย หลานไม่ใช่ลูก อายุก็...ห่างกันไม่ถึงสิบปีหรอก”

“ประเด็นไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่เรื่องหมั้นหมายต่างหาก” พรนับพันขึงตาใส่ผู้ใหญ่ในบ้าน “นี่มันยุคไหนแล้วยังมีเรื่องแบบนี้อีกหรือคะ?”

“ตอนนั้นปู่ก็ปฏิเสธไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าปู่หลิวจะทักมาถามเรื่องนี้อีก”

“คุณปู่เคยปฏิเสธไปแล้ว ทำไมไม่ปฏิเสธไปอีกล่ะคะ?” เธอยังคงงุนงงอยู่

“ก็เพราะ...” ปู่ทองอินถอนหายใจอีกครั้ง

“เพราะทางโน้นเสนอจะช่วยครอบครัวเรา” คราวนี้พ่อพูดขึ้นมาเอง

“ทำไมเราต้องให้เขาช่วยคะ” พรนับพันเริ่มเห็นเค้าลางไม่ดี “เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเรา”

“ปันปันใจเย็นๆ แล้วฟังพ่อกับปู่พูดก่อนนะลูก” แม่ยื่นมือมากุมมือลูกสาว “ผู้ใหญ่ทางนั้นเสนอมา หากปันปันแต่งงานกับหลายชายปู่หลิว เขาจะช่วยเรื่องเงินทุนในการเปิดโรงงานของพ่อ ลูกก็รู้ว่าเรื่องนี้พ่อกับปู่ลงทุนไปมาก สถานะการเงินของเราขาดสภาพคล่อง ทางธนาคารก็ไม่ปล่อยกู้เพิ่ม เรามีหนี้ต้องจ่าย มีคนงานที่รอความหวังจากเรา”

“บ้านเรา...การเงินวิกฤตหรือคะ” หญิงสาวยังไม่อยากเชื่อนัก การบริหารจัดการเงินเป็นหน้าที่ของพ่อ เธอรู้ว่ารายรับจากการขายยาสมุนไพรของพ่อยังไม่คงที่นัก

“จะเรียกแบบนั้นก็ได้” คุณปู่พูดขึ้น

“ถ้าปันปันแต่งงานก็ต้องอยู่ที่โน้น...” เธอพึมพำออกมาเหมือนละเมอ เธอไม่เคยคิดจะไปจากที่นี่ แม้เคยคิดเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เรื่องแต่งงานมีครอบครัวกับคนต่างชาติ เธอไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลยสักนิด อย่างน้อย เธอก็อยากอยู่ใกล้ๆ ครอบครัว เธอเติบโตมาในครอบครัวใหญ่จึงตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไป

แต่ความจริงที่ต้องเผชิญ คือสิ่งที่ต้องตัดสินใจ

“ไทยกับจีนก็ไม่ได้ไกลนัก นั่งเครื่องบินไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวนี้มีเที่ยวบินตรงแล้วด้วย” พ่อพูดพึมพำออกมา

“พูดแบบนี้คิดแทนปันปันแล้วสินะคะ” หญิงสาวทำเสียงดุใส่พ่อ “การแต่งงานนี่มันความสุขชั่วชีวิตของปันปันเลยนะ แล้วผู้ชายเป็นใครก็ไม่รู้”

“หน้าตาก็ไม่เลวนะ นี่ไง” พ่อยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้ลูกสาว แต่เพราะความโมโหเธอจึงลุกขึ้นยืนและไม่ยอมดูรูปว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเอง

“ปันปันไม่คิดว่ายุคนี้แล้วเราจะมีเรื่องคลุมถุงชนอีก ถ้าพ่อกับปู่ตัดสินใจกันก่อนมาคุยกับปันปันแล้วก็ไม่ต้องมาถามความเห็นกันแบบนี้หรอกค่ะ”

“ปันปันจะไปไหน” พ่อเรียกลูกสาวที่หมุนตัวเดินไปถึงประตูห้องหนังสือ

“คืนนี้ปันปันมีนัดกินเลี้ยงวันเกิดยัยแป๋มค่ะ เรื่องที่คุยกันวันนี้ขอเวลาปันปันหาวิธีจัดการก่อน ปันปันไม่เชื่อว่าเราจะหาเงินทุนจากที่อื่นไม่ได้จนต้องใช้วิธีแต่งงานแบบนี้”

นิยายแนะนำยอดฮิต
รักแห่งรีไซเคิล
โรแมนติก
คุณหมอสุเรศ
โรแมนติก