ตอน 3
สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
บทที่ 3 เด็กถูกเอาตัวไป
ตอนแรกหลี่หลิงยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าผู้อำนวยการคนแรกขู่พวกเธอ เซี่ยกั๋วเผิงเป็นรองนายกเทศมนตรี เหตุการณ์ไหนบ้างที่หลี่หลิงไม่เคยเจอเวลาไปกับเขา? แต่ปรากฏว่าไปโรงพยาบาลมาแล้ว 6 แห่ง การต้อนรับเอย การจัดการอย่างหรูหราเอย ทำให้เธออ้าปากค้าง ถึงแม้รองนายกเทศมนตรีจะมีอำนาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถควบคุมโรงพยาบาลทั้งหมดได้! ดังนั้นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นเป็นผู้มีอำนาจมากกว่ากั๋วเผิง?
อีกทั้งในวันเดียวกันก็มีข่าวดีมาจากทางเซี่ยกั๋วเผิง เดิมทีเขาแย่งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกับอีกคนหนึ่งมาตลอด ตัวเขาเองไม่มีหวังมากนัก แต่อยู่ๆ สถานการณ์ก็พลิกผัน ผู้นำเลื่อนตำแหน่งให้เขาโดยตรง และเซี่ยซิงคงก็ได้รับคัดเลือกเข้าคณะเต้นรำที่ตัวเองใฝ่ฝันมานานหลายปี ควรรู้ว่าคณะเต้นรำนั้นรับแต่นักเต้นระดับนานาชาติทั้งนั้น และเซี่ยซิงคงเป็นคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ
และเงื่อนไขเบื้องต้นที่ทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้สำเร็จได้คือ จะต้องเก็บลูกของเซี่ยซิงเฉินเอาไว้!
ตอนค่ำ
กลับจากโรงพยาบาล เซี่ยซิงเฉินแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ รู้สึกสับสนอย่างมาก
ผู้ชายแซ่ ‘ไป๋’ คนนั้นเป็นใครกันแน่ ไม่นึกว่าจะมีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่โรงพยาบาลทั่วประเทศ S ก็ควบคุมได้อย่างง่ายดาย? ถึงขนาดกำหนดอนาคตของทุกคนรวมทั้งพ่อและตัวเธอด้วย บังคับให้เธอตั้งครรภ์ แม้แต่เอาเด็กออกก็ตามใจเธอไม่ได้?
ในเมื่อเขาอยากได้เด็กคนนี้ถึงขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้น...เป็นไปได้ไหมว่า ขอแค่เธอเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ สักวันไม่ช้าก็เร็วเขาอาจปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซี่ยซิงเฉินทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ หอบหายใจถี่ๆ เกิดแผนการอย่างอื่นขึ้นในใจ
เธออยากเห็นนักว่าชายลึกลับหลังม่านคนนี้จะเทพมาจากไหนกัน! รอยตบนั้นยังไงเธอก็ต้องเอาคืนให้ได้!
…ห้าปีต่อมา…
ตอนแรกเซี่ยซิงเฉินนึกว่าขอแค่ถึงวันที่เธอคลอดลูก ชายคนนั้นจะต้องปรากฎตัวแน่นอน
แต่เธอก็ต้องผิดหวัง
ไม่มี!
ห้าปีผ่านไป เธอจบการศึกษาสาขาภาษาต่างประเทศอย่างราบรื่น ได้ทำงานที่ดีมากที่กระทรวงการต่างประเทศ และย้ายออกจากตระกูลเซี่ย ต้าไป๋อายุครบสี่ปีแล้ว แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่เคยปรากฏตัว
แม้สักครั้งก็ไม่เคย
เซี่ยซิงเฉินค่อยๆ ลืมเลือนชายคนนั้นไป ทุกวันนี้เธอและลูกชายต่างพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เธออธิษฐานขอเพียงอย่าให้อยู่ๆ ก็มีใครมาทำลายความสุขนี้เลย โชคดีมากที่ครั้งนั้นตัวเองเก็บเด็กเอาไว้ แม้ว่าหลายปีมานี้จะโดนดูถูกไม่น้อย และเพราะเรื่องนี้ปู่ย่าก็เปลี่ยนไปทุ่มเทใส่ใจเซี่ยซิงคงแทน แต่เซี่ยซิงเฉินก็ไม่เคยนึกเสียดายเลย
เลิกงานแล้ว เธอไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้อง ภายในบ้านเจ้าหนูน้อยกำลังนั่งพิงโซฟาดูทีวีอยู่ ช่องเศรษฐกิจที่แสนน่าเบื่ออีกแล้ว
“ต้าไป๋ ลูกยังเด็กอยู่ เรามาดูรายการที่เด็กทั่วไปดูกันหน่อยได้ไหม แม่เปลี่ยนให้ลูกดูเรื่องสี่หยางหยาง[1]ดีไหม?”
“ไม่เอาอ่ะ นั่นมันสำหรับเด็กไร้เดียงสา” เซี่ยต้าไป๋ปฏิเสธทันควัน
“...” เซี่ยซิงเฉินรู้สึกปวดใจ เพราะเธอชอบดูสี่หยางหยางมาก ไม่นึกเลยว่าจะถูกเด็กสี่ขวบหาว่าไร้เดียงสา!
“ตอนนี้ลูกก็เป็นเด็กไร้เดียงสา ก็ต้องดูสิ่งที่ไร้เดียงสา แม่เปลี่ยนแล้วนะ”
“ก็ได้ๆ แม่เปลี่ยนช่องก็ได้ ผมรู้ว่าเด็กโง่ดูช่องเศรษฐกิจไม่รู้เรื่อง” ต้าไป๋ส่งรีโมทให้ซิงเฉินอย่างว่านอนสอนง่าย
“...” มุมปากซิงเฉินกระตุกขึ้น ตบเข้าที่ท้ายทอยเขา “ลูกไม่ข่มแม่ไม่ได้หรือไง? น่าหมั่นไส้จริงๆ!”
เซี่ยซิงเฉินรู้สึกว่าการที่ตัวเองคลอดเซี่ยต้าไป๋ออกมาเหมือนได้ของล้ำค่า
เขาไม่เพียงรู้จักคิดและว่านอนสอนง่าย รู้ว่าตัวเองไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นก็ไม่ร้องโวยวาย ที่สำคัญ เจ้าหนูนี่ไอคิวสูงมาก
สรุปแล้ว สิ่งที่เขาชอบทำล้วนแต่เป็นสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ
อย่างเช่นตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยุ่งเหยิงเหล่านั้น โมเดลหลากหลายแบบในงานนิทรรศการทางการบิน รวมถึงเกมปริศนาต่างๆ ของสถานีโทรทัศน์ สำหรับเขาล้วนเป็นเรื่องง่ายๆ ตอนแรกเซี่ยซิงเฉินยังรู้สึกว่าการโดนเขาข่มเป็นเรื่องน่าอับอายสุดๆ แต่ต่อมาถูกข่มหลายครั้งเข้าเธอก็เริ่มชินไปเอง อีกทั้งการพาเด็กหน้าตาดีมากคนนี้ออกไปอยู่ต่อหน้าผู้คนกลับยิ่งรู้สึกภูมิใจ เธอยังแอบจับคู่ให้ลูกไว้ไม่น้อยทีเดียว
“เอาล่ะ ต้าไป๋ แม่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาลูกออกไปกินข้าว” เซี่ยซิงเฉินตบศีรษะเจ้าตัวน้อยเบาๆ เขาโบกมือน้อยๆ “ไปเถอะๆ!”
……………………
เซี่ยซิงเฉินอาบน้ำเสร็จ เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มทำงานและเลือกสวมเดรสสีเหลืองอ่อน
แม้เธอจะเป็นคุณแม่ที่มีลูกสี่ขวบแล้ว แต่อันที่จริงตอนนี้เธออายุแค่ยี่สิบสามปีเท่านั้น กำลังเป็นสาวสะพรั่ง สีเหลืองอ่อนสดใสดูเหมาะกับเธอดี ขับสีผิวเธอให้ยิ่งขาวหมดจดดุจหิมะ
เธอจัดการตัวเองเสร็จก็เดินออกจากห้อง ในห้องโถงกลับไร้เงาของลูก
“ต้าไป๋?”
เธอตะโกนเรียก ก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับของลูก
“เซี่ยต้าไป๋ รีบออกมานะ จะไม่ทันเวลาแล้ว” ซิงเฉินเร่งไปพลางผลักประตูห้องลูกไปพลาง แต่ในห้องกลับไม่มีใคร
ว่างเปล่า ทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วครู่
ไม่รู้เพราอะไร จู่ๆ หัวใจก็กระตุกทีหนึ่ง ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างเข้าจู่โจมเธอ จึงเร่งฝีเท้าไปยังห้องน้ำ
ว่างเปล่า!
ยังคงว่างเปล่า!
“ต้าไป๋ เซี่ยต้าไป๋” เซี่ยซิงเฉินบังคับตัวเองอย่างเต็มที่ให้ใจเย็น ไม่ปล่อยให้ทุกซอกมุมในห้องที่เขาอาจซ่อนตัวอยู่เล็ดรอดสายตาไปด้ “ต้าไป๋ รีบออกมานะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเล่นซ่อนหา ถ้าลูกยังไม่ออกมา แม่จะโกรธแล้วนะ!”
เธอแกล้งโมโห พูดด้วยเสียงดัง น้ำเสียงแปร่งไปเล็กน้อย
ปกติในตอนนี้ เขาจะต้องโผล่มาตั้งนานแล้ว! ทว่า วันนี้...ไม่มี...
เซี่ยซิงเฉินรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว ก็พุ่งออกไปอย่างรีบร้อน หาตามทางเดินในตึกรอบหนึ่งแล้วก็ยังไม่พบร่องรอยของลูกเลย เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมขอความช่วยเหลือจากบิดาตนที่เป็นนายกเทศมนตรี
“เซี่ยซิงเฉิน ฉันเพิ่งเห็นต้าไป๋ลูกของเธอ!”
ยังไม่ทันโทรติด เพื่อนข้างบ้านวิ่งมาอย่างรีบร้อน ชั่วขณะนั้นเซี่ยซิงเฉินรู้สึกเหมือนเทวดามาโปรด รีบจับมือเธอไว้
“คุณเจอเขาจริงๆ เหรอ? เขาอยู่ไหน?”
“เพิ่งลงจากตึก คุณรีบตามไปดูเถอะ ถูกชายชุดดำสองสามคนอุ้มลงไป”
หัวใจเซี่ยซิงเฉินหล่นวูบ ไม่ทันได้เอ่ยแม้คำขอบคุณก็รีบวิ่งไป
โดนลักพาตัวไปงั้นเหรอ? ทว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอยากจน แต่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งจะมีทรัพย์สินมีค่าสักแค่ไหนเชียว? สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือต้าไป๋นี่แหละ
เซี่ยซิงเฉินสาวเท้าพุ่งลงไปข้างล่างอย่างเร่งรีบ
ตอนวิ่งไปถึงประตูหมู่บ้าน เจอเพียงรถสิบกว่าคันจอดเรียงเป็นแถวอยู่ที่ประตู แต่ละคันล้วนเป็นรถหรูแบบเดียวกันหมด ซึ่งเต็มไปด้วยพลัง
ชาวบ้านแถบนี้เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ซะที่ไหน ต่างคนต่างก็เอาแต่ชะเง้อมอง อยากลองเข้าไปใกล้ๆ แต่ก็มีชายชุดดำคนอื่นขวางอยู่ ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ในระยะห้าสิบกว่าเมตรได้
“ซิงเฉิน ต้าไป๋ลูกของเธออยู่บนรถคนนั้น! เพิ่งถูกพวกเขาอุ้มขึ้นไป!”
มีคนกำลังชี้ไปที่เบนท์ลีย์สีดำคันที่สาม
ตอน 4
บทที่ 4 พ่อเสียชีวิตแล้ว
เซี่ยซิงเฉินกำลังจะถลาเข้าไป กำแพงมนุษย์ก็ขวางเธอไว้ ชายชุดดำสองคนยื่นมือสองข้างมากั้นตรงหน้าเธอ เอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “คุณครับ กรุณาถอยไป นั่นไม่ใช่ที่ที่คุณเข้าไปใกล้ได้”
“ลูกชายฉันถูกพวกแกลักพาตัวไปใช่ไหม? ทำไมพวกแกต้องลักพาตัวลูกชายฉันไป?”
ตอน 5
บทที่ 5 ภาพฝันสู่ความจริง
เซี่ยซิงเฉินเพิ่งเดินออกมาจากสถานีตำรวจด้วยความหดหู่ รถสีดำห้าคันค่อยๆ ขับตรงมา และจอดสนิทตรงหน้าเธอ
ประตูรถคันหนึ่งที่ขับนำถูกผลักเปิด เงาร่างสูงใหญ่กลุ่มหนึ่งลงมาจากรถ
เซี่ยซิงเฉินเคยเจอเหตุการณ์นี้เมื่อคราวก่อน ครั้งนี้เธอเตรียมใจไว้แล้วและระว