ก่อนหน้า
ถัดไป

ตอน 1

สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)

บทที่ 1 เซี่ยซิงเฉินท้องแล้ว

ค่ำคืน ดึกสงัด

ภายในบ้านสไตล์ตะวันตกที่ออกแบบอย่างหรูหรา เครื่องตกแต่งล้วนมีมูลค่ามหาศาล

เซี่ยซิงเฉินนอนสะลึมสะลืออยู่บนเตียง นี่คือเตียงโบราณขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยลวดลายสลักจากช่างฝีมือชั้นดี

ประตูถูกผลักออกอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนหนึ่งทยอยกันเข้ามา ทั้งหมดยืนตรงอย่างนอบน้อมอยู่หน้าประตูเพื่อต้อนรับผู้ชายที่ก้าวเหยียบบนพื้นพรมเข้ามาเป็นคนสุดท้าย

ทั้งห้องมืดสนิท เซี่ยซิงเฉินพยายามอย่างยิ่งที่จะลืมตามองผู้มาเยือน แต่ได้เห็นเพียงเงารางๆ ของร่างสูงตระหง่าน ภายใต้แสงจันทร์รู้สึกถึงรังสีบางอย่างของชายคนที่ผู้อื่นต้องยอมสยบให้อย่างเลือนราง

“เธอใช่มั้ย” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำ

“ใช่ครับท่าน เธอก็คือตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวในคลังเลือด”

ชายผู้นั้นโบกมือเล็กน้อย คนที่เพิ่งเข้ามาทั้งหมดก็ถอยออกไปอย่างเงียบเชียบราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนในทันที

……………………

อ๊า! เสียงร้องอย่างตกใจดังขึ้น เซี่ยซิงเฉินลืมตาขึ้นทันที ภายนอกแสงแดดสว่างสดใสแล้ว แผ่นหลังบอบบางของเธอยังคงมีเหงื่อแตกพลั่ก

อยู่ๆ เธอก็ฝัน! ฝันลามก! ในฝันเจอผู้ชายคนหนึ่ง แต่กลับเห็นหน้าเขาไม่ชัด ชายคนนั้นเป็นใคร?

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กอดผ้าห่มไว้ ค่อยๆ หยัดกายขึ้นนั่ง ทว่าร่างกายของเธอกลับปวดเมื่อยไปหมดเหมือนถูกรถบรรทุกบดทับ

เธอขมวดคิ้ว

ถ้าเป็นความฝันจริงๆ ฝันนี้...ก็เหมือนจริงเหลือเกิน!

เธออึ้งจนพูดไม่ออกจริงๆ!

เธอบ้าผู้ชายถึงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่! มีแฟนอยู่แล้วแท้ๆ ไม่คิดเลยว่ายังจะฝันเห็นชายแปลกหน้าทำเรื่องอย่างว่ากับตัวเอง ที่ตลกกว่านั้นคือ...เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า ชายคนนั้นบอกให้เธอมีลูกกับเขา?

น่าขำ! ตอนนี้เธออายุแค่ 18 เรื่องอะไรจะต้องมีลูกกับเขา! เขาคิดว่าเขาเป็นใคร?

ทว่าไม่นึกเลยว่าความฝันประหลาดแสนสวยงามครั้งนี้จะตามรบกวนจิตใจเซี่ยซิงเฉินอยู่ถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ เธอถึงกับเคยสงสัยว่าแท้จริงแล้วเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน เพราะมันเหมือนจริงเหลือเกิน...

เหมือนถึงขั้นที่เธอจำฮอร์โมนเพศชายที่เปี่ยมด้วยการรุกรานได้ ถึงขั้นที่...เธอยังจำดวงตาคู่ที่เย็นชาไร้ความอบอุ่นได้

ดวงตาสีนิลคู่นั้น สูงส่ง สงบ และลึกลับเกินคาดเดา...

เขาสูงส่งถึงเพียงนั้น ไม่เห็นใครในสายตา ราวกับอยู่คนละโลกกับเธอ ในความเป็นจริงไม่น่าจะมีผู้ชายแบบนี้อยู่หรอก!

ดังนั้นเซี่ยซิงเฉินก็ยิ่งรู้ตัวว่านี่เป็นความฝัน เป็นเพียงความฝันเท่านั้นเอง!

……………………

สองเดือนผ่านไป

เซี่ยซิงเฉินกำลังอ่านภาษาอังกฤษอยู่ในห้อง พออ่านถึงวรรณกรรมเชคสเปียร์ ท้องไส้ก็ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“อุบ!” ทนไม่ไหวแล้ว เธอเอามือปิดปาก ผลักประตูออกแล้วถลาเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝาชักโครก นั่งยองๆลงอาเจียนออกมาจนหมด

“คุณหนูใหญ่ ไหวหรือเปล่าคะ” คนใช้ได้ยินเสียงจึงรีบตามเข้ามาลูบหลังให้เธอ

เหตุการณ์วุ่นวายทำให้เซี่ยซิงคงที่อยู่อีกห้องผลักประตูออกมาดู เมื่อเห็นสภาพเธอก็รีบย่อตัวลงถามด้วยความห่วงใย “พี่ กินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า?”

เซี่ยซิงเฉินไม่มีแรงตอบคำถามของน้องสาวต่างมารดา ทำได้เพียงเอื้อมมือไปกดชักโครก ลุกขึ้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ขณะกำลังจะออกไปก็รู้สึกไม่สบายท้องขึ้นมาอีกแล้ว

ตัวเองเป็นอะไรไป? หรือว่าจะกินอาหารบูดมาจริงๆ?

วันรุ่งขึ้น

เซี่ยซิงเฉินไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยมีแฟนหนุ่มสวี่เหยียนไปเป็นเพื่อน

พวกเขาลงทะเบียนเข้าคิวแผนกสำไส้และกระเพาะอาหารก่อน ผลก็คือ หมอกลับให้เธอย้ายไปแผนกสูตินรีเวชแทน

“หมอว่าอะไรนะ? ตรวจผิดหรือเปล่า?!”

ผลการตรวจทำให้เซี่ยซิงเฉินและสวี่เหยียนตกใจจนหน้าถอดสี

“ตรวจผิดที่ไหนกัน? วัยรุ่นสมัยนี้แบบพวกเธอไม่รู้จักระวัง อายุนิดเดียวก็ท้องซะแล้ว ตอนทำไม่กลัว ตอนนี้กลับมากลัวซะงั้น”

“ผม...ผมกับแฟนยังไม่เคยถึงขั้นนั้น!” สวี่เหยียนอธิบาย อัดอั้นจนใบหน้าแดงเถือกไปหมด

หมอดันแว่นบนจมูกเบาๆ มองดูสวี่เหยียนแล้วเหลือบมองเซี่ยซิงเฉินที่มีสีหน้าตกตะลึงอยู่ข้างกัน เอ่ยแฝงความนัยบางอย่าง “ถ้างั้นเรื่องนี้ก็ต้องลองถามแฟนคุณว่าเกิดอะไรขึ้น พวกคุณยังไม่ถึงขั้นนั้น เธออาจจะถึงขั้นนั้นกับคนอื่นแล้ว?”

สวี่เหยียนตะลึงงัน

คำพูดของหมอเหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงมา

เขาหันหน้าไปทางเซี่ยซิงเฉินอย่างไม่อยากเชื่อ

เซี่ยซิงเฉินส่ายศีรษะ ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “ฉัน...ฉันไม่เคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหน...”

คำพูดนี้เป็นประโยคยืนยันชัดเจน แต่ในใจกลับไม่มั่นใจ ตัวเองย่อมรู้ดีกว่าใคร ถ้าเธอมีลูกแล้วจริงๆ อธิบายได้อย่างเดียวก็คือ ค่ำคืนเหล่านั้น...

ไม่ได้ฝันไป!

“พอแล้วๆ คุณก็ไม่ใช่พระแม่มารี ถ้าไม่หว่านเมล็ดมันจะงอกได้ยังไง? คุณเองลองคิดดูดีๆ ประจำเดือนคุณไม่มานานแล้วใช่ไหม พักนี้นอนขี้เซาหรือเปล่า รู้สึกเวียนหัวบ่อยๆ ไหม”

“...” เซี่ยซิงเฉินถูกหมอยิงคำถามรัวใส่จนใบ้กิน

……………………

ต่อให้ฟ้าผ่าตายก็ไม่รู้สึกแย่กว่านี้แล้ว

หลังกลับจากโรงพยาบาล ทั้งเซี่ยซิงเฉินและสวี่เหยียนหน้าซีดเผือด

ภายในห้องโถงตระกูลเซี่ย เธอคุกเข่าบนพื้น เซี่ยกั๋วเผิงผู้เป็นบิดานั่งที่หัวโต๊ะด้วยสีหน้าเย็นชา

“ในเมื่อแกบอกว่าเด็กไม่ใช่ลูกของสวี่เหยียน งั้นบอกมาสิว่าเด็กคนนี้เป็นลูกใครกันแน่?” เขาซักถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“...หนูไม่รู้” เสียงของเซี่ยซิงเฉินลอยอยู่ในอากาศ คำถามนี้เธอเองก็อยากให้มีคนบอกคำตอบเธอเช่นกัน

“ไม่รู้?! นี่แกยังกล้าโกหกอีก!” กั๋วเผิงโกรธจนระงับไว้ไม่อยู่ ฝ่ามือตบลงบนที่เท้าแขนเก้าอี้เสียงดังปัง “ฉันถามอีกครั้ง เด็กคนนี้เป็นลูกใครกันแน่!”

“พ่อไม่ต้องถามแล้ว ไม่ว่าจะถามยังไงหนูก็ไม่รู้อยู่ดี”

นิยายแนะนำยอดฮิต
ฉันรอเธอตลอด
โรแมนติก
โดนเท
โรแมนติก

ตอน 2

บทที่ 2 อย่าให้กระทบกระเทือนถึงเด็ก

“กั๋วเผิง ตอนนี้ฉันดูออกแล้วล่ะ ลูกสาวคนโตของเธอคนนี้ ปกติดูไร้เดียงสา สะอาดบริสุทธิ์ แต่ลับหลังไปมั่วอยู่กับใครบ้างก็ไม่รู้” หลี่หลิงภรรยาของกั๋วเผิงคอยใส่ไฟอยู่ข้างๆ “ถ้าไม่จัดการเธอให้ดี ต่อไปอาจทำให้ซิงคงของเราเสียคนไปด้วย”

“แม่ พูดอะไรน่ะ หนูไม่มีทางเหมือนพี่หรอก...ไม่ใช่ หนูไม่มีทางมั่วผู้ชายแน่ เรื่องท้องยิ่งไม่ต้องพูดถึง หนูยืนยันว่าไม่มีวันทำเรื่องอับอายแบบนี้ให้ตระกูลเซี่ยแน่” เซี่ยซิงคงก้มหน้าอย่างหวาดกลัว เสียงเบานุ่มนวล คำพูดที่เอ่ยออกมากลับเป็นน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ

เซี่ยซิงเฉินมองด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง “เซี่ยซิงคง หุบปากสักทีได้ไหม?”

“หนู...ขอโทษ” เซี่ยซิงคงอดสูจนขอบตาเริ่มแดง “พ่อ หนูไม่น่าพูดจามั่วซั่วจนทำให้พี่ต้องเสียใจเลย”

ทันใดนั้นเซี่ยกั๋วเผิงโกรธจนหน้าชา ลุกขึ้นตบหน้าเซี่ยซิงเฉินไปฉาดหนึ่ง “แกทำผิดแล้วยังแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับน้องสาว! ซิงคงพูดไม่ผิดหรอก แกทำให้ตระกูลเซี่ยขายหน้าหมดแล้ว!”

กั๋วเผิงตบหน้าครั้งนี้ไม่เบานัก เซี่ยซิงเฉินรู้สึกเพียงข้างหูมีเสียงวิ้งๆ ความคิดสับสนวุ่นวาย ใบหน้าเล็กแดงเป็นแถบ แต่เธอเพียงแค่กัดฟัน ยืดหลังตรง คุกเข่าอยู่ตรงนั้นโดยไม่ยอมรับผิด

เธอไม่ผิดสักหน่อย! ครั้งนี้เธอโดนตบเพราะถูกใส่ร้าย ทว่าขอเพียงสักวันหนึ่งมีโอกาสได้เจอชายคนนั้น รอยตบนี้เธอต้องทวงคืนให้ได้!

“ไปเอาเด็กนี่ออกซะ! เดี๋ยวนี้!” ในที่สุดเซี่ยกั๋วเผิงก็ออกคำสั่งเด็ดขาด

เซี่ยซิงคงถอนหายใจก่อนจะจากไป “พี่ สวี่เหยียนดีกับพี่ขนาดนี้ พี่ไม่น่าเลยจริงๆ...”

เซี่ยซิงเฉินเจ็บปวดใจราวถูกเข็มทิ่มแทง แต่ว่าเธอก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอไม่คู่ควรกับสวี่เหยียนอีกแล้ว

……………………

เซี่ยซิงเฉินขอลาหยุดเรียนเพื่อไปทำแท้งที่โรงพยาบาล

ด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้น หลี่หลิงก็เลยไปกับเธอด้วย

“เซี่ยซิงเฉิน!”

พยาบาลเรียกชื่อเธอ เธอลุกขึ้นยืน รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน ฝันร้าย อีกประเดี๋ยวหลับตาลงแล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฝันร้ายก็จะหายไป

“ถอดกางเกงแล้วขึ้นไปนอนซะ! เตรียมยาชา!” เสียงหมอเย็นยะเยือก เซี่ยซิงเฉินปีนขึ้นไปบนเตียงผ่าตัด ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว นึกว่าตัวเองจะเผชิญหน้ากับทุกอย่างได้ด้วยใจสงบนิ่ง แต่ตอนนี้กลับรู้สึกหนาว หนาวจนตัวสั่น

เธอเกลียด

เกลียดคนที่ทำให้เธอท้องสุดๆ

ทว่าที่น่าขันก็คือ...แม้แต่ชายผู้นั้นเป็นใครเธอก็ยังไม่รู้! เรื่องน่าขันเช่นนี้ทำไมต้องเกิดขึ้นกับเธอด้วย?

ขณะกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย ประตูห้องผ่าตัดถูกผลักออกกะทันหัน

คนกลุ่มหนึ่งสวมชุดกาวน์สีขาวเข้ามาด้วยความรีบร้อน สีหน้าจริงจังราวกับจะเกิดเหตุร้ายแรง

“ผู้อำนวยการ!” หมอพยาบาลลุกขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ทักทายผู้เป็นหัวหน้า เซี่ยซิงเฉินนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ

“เซี่ยซิงเฉิน! คนไหนคือเซี่ยซิงเฉิน? ผ่าตัดไปแล้วยัง?” ผู้อำนวยการยิงคำถามเป็นชุด สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวและลุกลี้ลุกลนในน้ำเสียง

เซี่ยซิงเฉินขมวดคิ้ว ค่อยๆ หยัดตัวขึ้น

พยาบาลชี้ไปที่เธอ “ผู้อำนวยการคะ คนที่ท่านตามหาใช่เซี่ยซิงเฉินคนนี้ไหมคะ?”

ผู้อำนวยการหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาเปรียบเทียบกับใบหน้าเธออย่างละเอียด รีบพยักหน้า “ใช่ เธอนี่แหละ! ลงมือทำแท้งหรือยัง?”

“กำลังเตรียมพร้อมอยู่ค่ะ”

“ห้ามแตะต้องเด็ดขาด! ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อนุญาตให้ทำแท้งเธอ!” ผู้อำนวยการออกคำสั่ง เล่นเอาทุกคนงงไปหมด ผู้ช่วยผู้อำนวยการเข้าไปกระซิบข้างหูหมอ “เพิ่งได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง กำชับไว้ว่าถ้าเป็นเคสทำแท้งให้คุณเซี่ย หมอคนไหนใครหน้าไหนก็ห้ามรับทำ ไม่งั้นต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!”

หมอรู้สึกแปลกใจ “โทรศัพท์จากใคร?”

อีกฝ่ายโน้มไปข้างหูเธอ กดเสียงให้เบาลงไปอีกยามเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา หมอตกใจมาก ถึงขั้นหุบปากไม่ลงไปพักใหญ่ ท่าทีที่มีต่อซิงเฉินก็ไม่ได้เย็นชาแบบเมื่อครู่ แต่กลับนอบน้อมทั้งยังมีความเคารพยำเกรง

“คุณเซี่ย กรุณาออกมากับพวกเราด้วยครับ!” ผู้อำนวยการเชิญเธอด้วยตัวเอง มีคนประคองเธอลงมาจากเตียงผ่าตัดอย่างระมัดระวัง “ระวังหน่อยนะคะ อย่าให้กระทบกระเทือนถึงเด็กเด็ดขาด”

เซี่ยซิงเฉินขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ “ทำไมถึงทำแท้งให้ฉันไม่ได้?”

“คุณเซี่ย คุณอย่าถามเหตุผลอีกเลย เด็กคนนี้ยังไงก็เอาออกไม่ได้ อย่าว่าแต่โรงพยาบาลของเราทำให้คุณไม่ได้ ทั้งประเทศ S ไม่มีโรงพยาบาลไหนหมอคนไหนกล้ารับคุณหรอก ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็ มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลของเราได้ครับ เชิญคุณมาที่ห้องทำงานของผม ผมจะตรวจและให้อาหารเสริมบำรุงสุขภาพคุณด้วยตัวเองเลย”

“คนที่โทรหาคุณเป็นพ่อของเด็ก?” เซี่ยซิงเฉินจ้องผู้อำนวยการ เวลาผ่านมานานถึงเพียงนี้ ขณะนี้อารมณ์ของเธอสงบลงมากอย่างน่าแปลกใจ สายตาก็เย็นเยียบเช่นกัน “ผู้อำนวยการ เขาเป็นใครกันแน่ มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้ฉันเอาเด็กออก?”

เมื่อครู่เธอได้ยินผู้ช่วยผู้อำนวยการพูดชื่อข้างหูหมอแว่วๆ แซ่ไป๋ แต่คำที่อยู่หลัง ‘ไป๋’ เธอได้ยินไม่ชัด

ผู้อำนวยการส่ายหน้าอย่างลำบากใจ “คุณเซี่ย หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมลำบากใจ ผมไม่ทราบว่าเขาเป็นพ่อของลูกคุณหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าคุณยังไม่วางใจ ก็ลองไปโรงพยาบาลอื่นๆ ดูได้”

เซี่ยซิงเฉินย่อมไม่ล้มเลิกความตั้งใจเป็นแน่ เด็กคนนี้เธอเอาไว้ไม่ได้ ตอนนี้ก็เลยย้ายไปโรงพยาบาลอื่น

ทว่าโรงพยาบาลทุกแห่ง หลังจากเอารูปเธอมาเปรียบเทียบแล้ว คนกลุ่มหนึ่งก็จะมาเชิญเธอไปห้องผู้อำนวยการด้วยความนอบน้อม แทนที่จะได้ผ่าตัดกลับต้องขนเอาอาหารเสริมบำรุงสุขภาพกลับไปมากมาย

นิยายแนะนำยอดฮิต
ฉันรอเธอตลอด
โรแมนติก
โดนเท
โรแมนติก

ตอน 3

บทที่ 3 เด็กถูกเอาตัวไป

ตอนแรกหลี่หลิงยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าผู้อำนวยการคนแรกขู่พวกเธอ เซี่ยกั๋วเผิงเป็นรองนายกเทศมนตรี เหตุการณ์ไหนบ้างที่หลี่หลิงไม่เคยเจอเวลาไปกับเขา? แต่ปรากฏว่าไปโรงพยาบาลมาแล้ว 6 แห่ง การต้อนรับเอย การจัดการอย่างหรูหราเอย ทำให้เธออ้าปากค้าง ถึงแม้รองนายกเทศมนตรีจะมีอำนาจมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถควบคุมโรงพยาบาลทั้งหมดได้! ดังนั้นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นเป็นผู้มีอำนาจมากกว่ากั๋วเผิง?

อีกทั้งในวันเดียวกันก็มีข่าวดีมาจากทางเซี่ยกั๋วเผิง เดิมทีเขาแย่งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกับอีกคนหนึ่งมาตลอด ตัวเขาเองไม่มีหวังมากนัก แต่อยู่ๆ สถานการณ์ก็พลิกผัน ผู้นำเลื่อนตำแหน่งให้เขาโดยตรง และเซี่ยซิงคงก็ได้รับคัดเลือกเข้าคณะเต้นรำที่ตัวเองใฝ่ฝันมานานหลายปี ควรรู้ว่าคณะเต้นรำนั้นรับแต่นักเต้นระดับนานาชาติทั้งนั้น และเซี่ยซิงคงเป็นคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ

และเงื่อนไขเบื้องต้นที่ทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้สำเร็จได้คือ จะต้องเก็บลูกของเซี่ยซิงเฉินเอาไว้!

ตอนค่ำ

กลับจากโรงพยาบาล เซี่ยซิงเฉินแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ รู้สึกสับสนอย่างมาก

ผู้ชายแซ่ ‘ไป๋’ คนนั้นเป็นใครกันแน่ ไม่นึกว่าจะมีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่โรงพยาบาลทั่วประเทศ S ก็ควบคุมได้อย่างง่ายดาย? ถึงขนาดกำหนดอนาคตของทุกคนรวมทั้งพ่อและตัวเธอด้วย บังคับให้เธอตั้งครรภ์ แม้แต่เอาเด็กออกก็ตามใจเธอไม่ได้?

ในเมื่อเขาอยากได้เด็กคนนี้ถึงขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้น...เป็นไปได้ไหมว่า ขอแค่เธอเก็บเด็กคนนี้เอาไว้ สักวันไม่ช้าก็เร็วเขาอาจปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เซี่ยซิงเฉินทะลึ่งพรวดขึ้นมาจากน้ำ หอบหายใจถี่ๆ เกิดแผนการอย่างอื่นขึ้นในใจ

เธออยากเห็นนักว่าชายลึกลับหลังม่านคนนี้จะเทพมาจากไหนกัน! รอยตบนั้นยังไงเธอก็ต้องเอาคืนให้ได้!

…ห้าปีต่อมา…

ตอนแรกเซี่ยซิงเฉินนึกว่าขอแค่ถึงวันที่เธอคลอดลูก ชายคนนั้นจะต้องปรากฎตัวแน่นอน

แต่เธอก็ต้องผิดหวัง

ไม่มี!

ห้าปีผ่านไป เธอจบการศึกษาสาขาภาษาต่างประเทศอย่างราบรื่น ได้ทำงานที่ดีมากที่กระทรวงการต่างประเทศ และย้ายออกจากตระกูลเซี่ย ต้าไป๋อายุครบสี่ปีแล้ว แต่ชายคนนั้นก็ยังไม่เคยปรากฏตัว

แม้สักครั้งก็ไม่เคย

เซี่ยซิงเฉินค่อยๆ ลืมเลือนชายคนนั้นไป ทุกวันนี้เธอและลูกชายต่างพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เธออธิษฐานขอเพียงอย่าให้อยู่ๆ ก็มีใครมาทำลายความสุขนี้เลย โชคดีมากที่ครั้งนั้นตัวเองเก็บเด็กเอาไว้ แม้ว่าหลายปีมานี้จะโดนดูถูกไม่น้อย และเพราะเรื่องนี้ปู่ย่าก็เปลี่ยนไปทุ่มเทใส่ใจเซี่ยซิงคงแทน แต่เซี่ยซิงเฉินก็ไม่เคยนึกเสียดายเลย

เลิกงานแล้ว เธอไขกุญแจเปิดประตูเข้าห้อง ภายในบ้านเจ้าหนูน้อยกำลังนั่งพิงโซฟาดูทีวีอยู่ ช่องเศรษฐกิจที่แสนน่าเบื่ออีกแล้ว

“ต้าไป๋ ลูกยังเด็กอยู่ เรามาดูรายการที่เด็กทั่วไปดูกันหน่อยได้ไหม แม่เปลี่ยนให้ลูกดูเรื่องสี่หยางหยาง[1]ดีไหม?”

“ไม่เอาอ่ะ นั่นมันสำหรับเด็กไร้เดียงสา” เซี่ยต้าไป๋ปฏิเสธทันควัน

“...” เซี่ยซิงเฉินรู้สึกปวดใจ เพราะเธอชอบดูสี่หยางหยางมาก ไม่นึกเลยว่าจะถูกเด็กสี่ขวบหาว่าไร้เดียงสา!

“ตอนนี้ลูกก็เป็นเด็กไร้เดียงสา ก็ต้องดูสิ่งที่ไร้เดียงสา แม่เปลี่ยนแล้วนะ”

“ก็ได้ๆ แม่เปลี่ยนช่องก็ได้ ผมรู้ว่าเด็กโง่ดูช่องเศรษฐกิจไม่รู้เรื่อง” ต้าไป๋ส่งรีโมทให้ซิงเฉินอย่างว่านอนสอนง่าย

“...” มุมปากซิงเฉินกระตุกขึ้น ตบเข้าที่ท้ายทอยเขา “ลูกไม่ข่มแม่ไม่ได้หรือไง? น่าหมั่นไส้จริงๆ!”

เซี่ยซิงเฉินรู้สึกว่าการที่ตัวเองคลอดเซี่ยต้าไป๋ออกมาเหมือนได้ของล้ำค่า

เขาไม่เพียงรู้จักคิดและว่านอนสอนง่าย รู้ว่าตัวเองไม่มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นก็ไม่ร้องโวยวาย ที่สำคัญ เจ้าหนูนี่ไอคิวสูงมาก

สรุปแล้ว สิ่งที่เขาชอบทำล้วนแต่เป็นสิ่งที่เธอไม่เข้าใจ

อย่างเช่นตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยุ่งเหยิงเหล่านั้น โมเดลหลากหลายแบบในงานนิทรรศการทางการบิน รวมถึงเกมปริศนาต่างๆ ของสถานีโทรทัศน์ สำหรับเขาล้วนเป็นเรื่องง่ายๆ ตอนแรกเซี่ยซิงเฉินยังรู้สึกว่าการโดนเขาข่มเป็นเรื่องน่าอับอายสุดๆ แต่ต่อมาถูกข่มหลายครั้งเข้าเธอก็เริ่มชินไปเอง อีกทั้งการพาเด็กหน้าตาดีมากคนนี้ออกไปอยู่ต่อหน้าผู้คนกลับยิ่งรู้สึกภูมิใจ เธอยังแอบจับคู่ให้ลูกไว้ไม่น้อยทีเดียว

“เอาล่ะ ต้าไป๋ แม่จะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพาลูกออกไปกินข้าว” เซี่ยซิงเฉินตบศีรษะเจ้าตัวน้อยเบาๆ เขาโบกมือน้อยๆ “ไปเถอะๆ!”

……………………

เซี่ยซิงเฉินอาบน้ำเสร็จ เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มทำงานและเลือกสวมเดรสสีเหลืองอ่อน

แม้เธอจะเป็นคุณแม่ที่มีลูกสี่ขวบแล้ว แต่อันที่จริงตอนนี้เธออายุแค่ยี่สิบสามปีเท่านั้น กำลังเป็นสาวสะพรั่ง สีเหลืองอ่อนสดใสดูเหมาะกับเธอดี ขับสีผิวเธอให้ยิ่งขาวหมดจดดุจหิมะ

เธอจัดการตัวเองเสร็จก็เดินออกจากห้อง ในห้องโถงกลับไร้เงาของลูก

“ต้าไป๋?”

เธอตะโกนเรียก ก็ไม่ได้ยินเสียงขานรับของลูก

“เซี่ยต้าไป๋ รีบออกมานะ จะไม่ทันเวลาแล้ว” ซิงเฉินเร่งไปพลางผลักประตูห้องลูกไปพลาง แต่ในห้องกลับไม่มีใคร

ว่างเปล่า ทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วครู่

ไม่รู้เพราอะไร จู่ๆ หัวใจก็กระตุกทีหนึ่ง ลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างเข้าจู่โจมเธอ จึงเร่งฝีเท้าไปยังห้องน้ำ

ว่างเปล่า!

ยังคงว่างเปล่า!

“ต้าไป๋ เซี่ยต้าไป๋” เซี่ยซิงเฉินบังคับตัวเองอย่างเต็มที่ให้ใจเย็น ไม่ปล่อยให้ทุกซอกมุมในห้องที่เขาอาจซ่อนตัวอยู่เล็ดรอดสายตาไปด้ “ต้าไป๋ รีบออกมานะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเล่นซ่อนหา ถ้าลูกยังไม่ออกมา แม่จะโกรธแล้วนะ!”

เธอแกล้งโมโห พูดด้วยเสียงดัง น้ำเสียงแปร่งไปเล็กน้อย

ปกติในตอนนี้ เขาจะต้องโผล่มาตั้งนานแล้ว! ทว่า วันนี้...ไม่มี...

เซี่ยซิงเฉินรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว ก็พุ่งออกไปอย่างรีบร้อน หาตามทางเดินในตึกรอบหนึ่งแล้วก็ยังไม่พบร่องรอยของลูกเลย เธอรีบหยิบมือถือขึ้นมา เตรียมขอความช่วยเหลือจากบิดาตนที่เป็นนายกเทศมนตรี

“เซี่ยซิงเฉิน ฉันเพิ่งเห็นต้าไป๋ลูกของเธอ!”

ยังไม่ทันโทรติด เพื่อนข้างบ้านวิ่งมาอย่างรีบร้อน ชั่วขณะนั้นเซี่ยซิงเฉินรู้สึกเหมือนเทวดามาโปรด รีบจับมือเธอไว้

“คุณเจอเขาจริงๆ เหรอ? เขาอยู่ไหน?”

“เพิ่งลงจากตึก คุณรีบตามไปดูเถอะ ถูกชายชุดดำสองสามคนอุ้มลงไป”

หัวใจเซี่ยซิงเฉินหล่นวูบ ไม่ทันได้เอ่ยแม้คำขอบคุณก็รีบวิ่งไป

โดนลักพาตัวไปงั้นเหรอ? ทว่าไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอยากจน แต่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งจะมีทรัพย์สินมีค่าสักแค่ไหนเชียว? สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือต้าไป๋นี่แหละ

เซี่ยซิงเฉินสาวเท้าพุ่งลงไปข้างล่างอย่างเร่งรีบ

ตอนวิ่งไปถึงประตูหมู่บ้าน เจอเพียงรถสิบกว่าคันจอดเรียงเป็นแถวอยู่ที่ประตู แต่ละคันล้วนเป็นรถหรูแบบเดียวกันหมด ซึ่งเต็มไปด้วยพลัง

ชาวบ้านแถบนี้เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ซะที่ไหน ต่างคนต่างก็เอาแต่ชะเง้อมอง อยากลองเข้าไปใกล้ๆ แต่ก็มีชายชุดดำคนอื่นขวางอยู่ ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ในระยะห้าสิบกว่าเมตรได้

“ซิงเฉิน ต้าไป๋ลูกของเธออยู่บนรถคนนั้น! เพิ่งถูกพวกเขาอุ้มขึ้นไป!”

มีคนกำลังชี้ไปที่เบนท์ลีย์สีดำคันที่สาม

นิยายแนะนำยอดฮิต
ฉันรอเธอตลอด
โรแมนติก
โดนเท
โรแมนติก