ตอน 1
ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
บทที่1 กองเสื้อระเกะระกะ
ในเดือนตุลาคม ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง อากาศหนาวเสียจนความรู้สึกเหมือนกัดเข้ากระดูก
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังค่อยๆขับรถอย่างช้าๆตรงเข้าสู่คอนโดสุดหรูในใจกลางเมืองไห่เฉิง
ที่นี้เป็นคอนโดขอเผยอี้ แฟนเก่าของเธอ
ตอนนี้บริษัทของตระกูลไป๋กำลังเกิดวิกฤตทางการเงิน พ่อของเธอถูกตำรวจนำตัวไปสอบสวน เป็นผลให้ช่วงหลังมานี่แม่ของเธอสุขภาพอ่อนแอลงเรื่อยๆ
ตอนนี้เธอต้องการเงิน และเธอก็ต้องการหลักฐาน นอกจากเผยอี้แล้วเธอก็ไม่คิดไม่ออกแล้วว่ามีใครจะพอช่วยเธอได้บ้าง
ไม่ปล่อยให้จมกับความคิดได้นาน ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ต้องรีบตั้งสติกลับมาสู่ความเป็นจริง มือเล็กผลักประตูตรงหน้าและเดินเข้าไปทันที
อากาศที่โถงทางเดินทั้งอับชื้นและหนาวเหน็บ แต่ภายในห้องกลับรู้สึกอุ่นเสียจนร้อน พื้นห้องเต็มไปด้วยเสื้อผ้ากองระเกะระกะถอดไม่เป็นที่ ทั้งชุดสูทของผู้ชาย รวมไปถึงเสื้อผ้า...ของผู้หญิง
เสียงครวญครางของหญิงสาวดังจากห้องนอนมาให้ได้ยินในเวลานี้ “คุณชายอี้ คุณทำฉันเจ็บ....”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือเปิดเข้าไปเผชิญสิ่งที่อยู่ภายในนั้น
“อ๊ะ... ใครน่ะ!” หญิงสาวบนเตียงเป็นคนแรกที่หันมาตะโกนลั่นอย่างตกใจ มือไม้รีบคว้าหมับผ้านวมข้างตัวมาปิดหน้าอกเปลือยเปล่า
ช่วงเวลาสำคัญถูกตัดฉับเพราะคนมาใหม่ เผยอี้ถอนหายใจอย่างขัดใจก่อนสีหน้าทะมึนทึงจะเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเมื่อมองไปเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงหน้าประตู “เธอมาได้ยังไง?”
มองร่างทั้งสองที่เปลือยส่วนบน แม้ไป๋เสว่เอ๋อร์จะรู้สึกสะอิดสะเอียนแต่ก็ฝืนแสร้งระบายยิ้มออกมา “เผยอี้ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอนิดหน่อย พอจะมีเวลาว่างไหม?”
“มีเรื่องจะคุยกับฉัน?”
เผยอี้ จ้องมองหญิงสาวตรงหน้า สายตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “คิดไม่ถึงจริงๆว่า คุณหนูไป๋ผู้สูงส่งจะมาหาผมด้วยตัวเอง วันพระไม่ได้มีหนเดียวจริงๆสินะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยิกหลังมือตัวเอง เพื่อให้คงสีหน้าท่าทางสงบนิ่งไว้ “เผยอี้ ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณจริงๆ ฉันต้องการยืมเงินคุณสักก้อน อย่างน้อยก็นึกถึงความสัมพันธ์แต่ก่อนของเรา ฉันสัญญาว่าฉันจะคืน...”
“ความสัมพันธ์แต่ก่อนงั้นเหรอ?”
เผยอี้หัวเราะลั่นกับเรื่องตลกที่เขาพึ่งได้ยินผ่านหูเมื่อครู่ “คุณหนูไป๋ผู้สูงส่ง นี่คุณความจำเสื่อมไปแล้วเหรอ?แต่ก่อนใครกันนะที่บอกเลิกผมแถมยังพูดอีกด้วยว่าชาตินี้อย่าได้ติดต่อกันอีก ตอนนี้ทำไมถึงโผล่มายืมเงินผมเสียได้? งั้นถ้าผมให้คุณยืมเงิน แล้วคุณจะหาอะไรมาคืนผมงั้นเหรอ? ”
“ตัวเธอ หรือบริษัทของตระกูลไป๋ที่กำลังล่มจมนั่นล่ะ?”
“เผยอี้...”
“พอเถอะ!”
เผยอี้ตัดบทสนทนา “ตอนนี้ผมยุ่งมาก คุณจะออกไปจากตรงนี้ด้วยตัวเอง หรือถ้าจะเข้ามาร่วมแจมด้วยผมก็ไม่ได้ถือสาอะไร เปิดประสบการณ์ใหม่พอดี”
ศักศรีดิ์ที่มีถูกทำลายเสียป่นปี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์มองคนสองคนตรงหน้าสลับไปมา เธอรู้ตัวว่าต่อให้ตอนนี้ยังพล่ามต่อไปก็ไร้ประโยชน์ สุดท้ายการเลือกที่จะหันกลับออกไปก็เป็นตัวเลือกที่เธอตัดสินใจทำ
ริมฝีปากบางเม้มแน่นแม้มันจะสั่นอย่างห้ามไม่อยู่ สายตาทอดมองยาวตามถนนที่จราจรยังคงหนาแน่น
ในเวลาเดียวกัน Maybach สีดำขลับก็ค่อยๆขับมาจอดเทียบท่า
“คุณชายครับคุณผู้หญิงด้านหน้าดูเหมือนจะเป็นคุณหนูตระกูลไป๋ แฟนของคุณชายรอง”
“เธอเหรอ?”
ชายหนุ่มที่กำลังจัดการกับเอกสารอยู่ที่เบาะหลังค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา สายตามองตรงไปยังร่างยิ่งสาวที่อยู่ท่ามกลางสายฝนตามคำบอกเล่าที่ดูจะบอบบางกว่าเดิมเมื่อสายฝนทำผมลู่แนบกับใบหน้าซีดเซียวนั่น
แต่ก่อนเด็กผู้หญิงคนนี้ช่างเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งปราดเปรื่องเสียเหลือล้น แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นดูน่าสงสารเสียเต็มประดาเสียอย่างนั้น
ดูเหมือนเธอกำลังรวบรวมความกล้าอย่างไงอย่างงั้น ก่อนจะก้าวเข้าไปในการจราจรที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องนั่น
เสียงเบรคดังลั่นแข่งกับเสียงฝนจนแสบแก้วหู
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตกใจเสียจนเผลอล้มลงไปนั่งบนพื้นเย็นเฉียบนั่น
แน่นอนว่าคนขับรถ Maybach ก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่คิดว่าไป๋เสว่เอ๋อร์จะวิ่งพรวดพราดลงมาบนถนนแบบนี้
ที่ปัดน้ำฝนยังคงขยับไปมา “ซัว... ซัว” คนขับรถยังคงตกอยู่ในสถานการณ์ช็อค “คุณชายครับ... คุณหนู คุณหนูไป๋...” ชายด้านหลังขมวดคิ้วมุ่น แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ตัดสินใจเปิดประตูรีบลงจากรถไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้นถนน ไฟหน้ารถที่ถูกเคลือบด้วยน้ำฝนยังคงส่องตรงมายังตัวเธอแน่นิ่งราวกับกำลังประจานสถานการณ์ยากลำบากที่เธอกำลังประสบอยู่ให้ทุกคนได้รับรู้ แต่ไม่นานร่มสีดำคันใหญ่ก็ถูกมือปริศนานำมาใช้บังหยาดน้ำฝนไม่ให้กระทบตัวเธอ
ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งไปสักพัก ทันทีที่เห็นรองเท้าหนังสีมันขลับกระทบลงกับแอ่งน้ำฝนที่เลอะโคลน มองตามกันขึ้นมาก็พบขาเรียวยาวของชายคนหนึ่ง ก่อนจะมองตามขึ้นมาอีกเรื่อยๆ
ก่อนที่เธอจะพบกับใบหน้าที่แสนคุ้นเคย
ตอน 2
บทที่2 ฉันขอยกตัวฉันให้คุณ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตาแดงก่ำสภาพตอนนี้ราวกับคนที่ไร้วิญญาณมือเย็นเฉียบราวกับคนที่ตายไปแล้วเอื้อมออกมาคว้าหมับเข้ากับกางเกงแสลครีดเรียบเข้ากับชุดสูทอย่างดีนั่น “ช่วยฉันด้วย...”
เผยลี่เชินมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนน้ำเสียงเย็นเยียบจะเอ่ยตอบกลับไป “นึกไม่ถึงว่าคุณหนูไป๋ผู้สูงส่ง ผู้ที่แข็งแกร่งปราดเปรื่อง จะมานั่งคุกเข่าขอร้องคนอื่นเป็นด้วย”
เสียงประตูที่ถูกผลักเปิดออกทางด้านหลังตามมาด้วยคนขับรถที่รีบเดินตรงหรี่เข้ามาหา “คุณชายครับ ตรงนี้จอดรถไม่ได้”เผยลี่เชินไม่ได้สนใจ
ถนนตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงแตรรถรวมไปถึงเสียงก่นด่าของผู้ขับขี่
ไป๋เสว่เอ๋อร์จับมือที่แสนเย็นเยียบนั่น เสียงพูดแหบแห้งจนราวกับเสียงกระซิบ “คุณไม่จำเป็นต้องเยาะเย้ยฉัน ถ้าคุณช่วยตระกูลไป๋ คุณอยากจะได้อะไรฉันยอมทุกอย่าง เพราะถ้าคุณไม่ช่วยฉันล่ะก็ ตระกูลไป๋ก็คง...”
หากแต่คำพูดที่จะทำให้เขารีบๆไป ทำไมกลับไม่สามารถเค้นเสียงออกมาได้
แต่เธอหมดหนทางแล้วจริงๆ แม้แต่ศักดิ์ศรีที่เธอเคยมีก็มลายหายไปสิ้นแล้ว
เผยลี่เชินหลุดยิ้มมุมปาก ก่อนจะถอดเสื้อสูทโยนส่งๆไปยังร่างหญิงสาวตรงหน้า
คนบนพื้นยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ จนเจ้าของร่างสูงลงมานั่งยองๆพร้อมนัยน์ตาคมลึกที่ฉายแววราวกับคลื่นทะเลที่กำลังโหมกระหน่ำ “ไหนลองว่ามาสิ ข้อเสนอของเธอน่ะ”
เขา... ความหมายของเขาคือยอมช่วยเธอแล้วใช่ไหม?
ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองอีกคนอย่างไม่อยากจะเชื่อ สายตาจ้องมองชายตรงหน้านิ่ง แต่อีกคนกลับไม่มีเวลาล้อเล่นใดๆทั้งสิ้น
“ฉัน... ฉันขอยกตัวฉันให้คุณ”
อยู่ๆเผยลี่เชินก็หวนรำลึกไปถึงเมื่อครั้งเจอไป๋เสว่เอ๋อร์ครั้งแรกในงานเลี้ยง เธอคนนี้ทั้งหยิ่งยโส ทั้งยังเอาแต่ใจตัวเองเสียยิ่งกว่าอะไร ความรู้สึกตอนนั้นเขาแค่รู้สึกว่าเธอช่างแตกต่าง คิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายจะมาคบกับเผยอี้ได้... แม้นัยน์ตาจะเผลอมองลึกลงไป แต่ก็ทำเพียงเอ่ยน้ำเสียงเรียบ “ขึ้นรถ”
หลังจากที่ขึ้นไปนั่งเบาะหลัง เธออดไม่ได้ที่จะลอบมองอีกคนที่นั่งถัดออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆก่อนจะพึมพำออกมาเสียงเบา “วันนี้ขอบคุณมากนะ”
เผยลี่เชินเพียงแค่เอนตัวแนบลงไปกับเบาะ “ได้ประโยชน์ทั้งคู่ต่างหาก”
ได้ประโยชน์ทั้งคู่งั้นเหรอ? ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกว่าไม่ใช่แบบนั้นนะ
เผยซื่อแท้จริงแล้วเป็นเพียงลูกนอกสมรสของคนตระกูลเผย แต่สิ่งที่อีกคนถูกยอมรับให้เป็นในสายตาคนอื่นก็คือเขาเป็นลูกชายคนโตที่ชอบธรรมของตระกูล ซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวของหนึ่งในยักษ์ใหญ่ทางการค้าที่ดีที่สุดในไห่เฉิง
ผู้หญิงที่ต้องการมีความสัมพันธ์กับเขาสามารถเปรียบได้ว่าต่อแถวจากตะวันตกไปถึงทางตะวันออกของเมือง แต่ผู้คนกลับไม่เคยได้ยินสิ่งที่เขาจัดการกับผู้หญิงเหล่านั้น
แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้...
ความเงียบเกิดขึ้นได้ไม่นาน รถก็เข้ามาจอดเทียบท่าตรงหน้าคฤหาสน์แสนใหญ่ทรงสไตล์ยุโรป
ไป๋เสว่เอ๋อร์ค่อยๆลงมาจากรถหลังจากที่รถหยุดจอด อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ฝ่ามือเหงื่อออกอย่างห้ามไม่อยู่
ร่างสูงสังเกตท่าทางนั่น และดูเหมือนเขาจะรับรู้ความไม่แน่ใจของเธอ “อยากกลับคำแล้วเหรอ?”
ร่างบางสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นแน่วแน่แสดงออกชัด “ไม่ ฉันไม่มีทางกลับคำพูด”
ฝนด้านนอกยังคงกระหน่ำตกลงมาไม่หยุด ไป๋เสว่เอ๋อร์ศีรษะก้มหงุด มือบี้จิกแน่นที่ตามมุมเสื้อที่ตนใส่ก่อนจะเดินตามอีกคนขึ้นไปชั้นสอง
ร่างสูงที่เดินนำมาหยุดกึกกะทันหัน จนคนเดินตามชนเข้าให้กับหลังกว้าง
เผยลี่เชินมองอีกคนที่เตี้ยกว่าเขาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ไปอาบน้ำ... ฉันไม่ชอบผู้หญิงสกปรก”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้ารับ ก่อนจะรีบเข้าไปอาบน้ำอย่างง่ายๆไม่ได้พิถีพิถันมากนะ และใส่ชุดคลุมอาบน้ำออกมา
ในตอนนี้ร่างสูงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานพร้อมด้วยแก้วไวน์กำลังดื่มด่ำดูคืนที่ไม่มีที่สิ้นสุดของข้างนอก คนที่พึ่งออกมาไม่ได้พูดอะไรคนตัวเล็กก็เลือกที่จะพาตัวเองออกไปหาอีกคน มือเล็กเอื้อมไปคว้าแก้วไวน์ทรงสูงอีกแก้วที่อยู่ในมือของร่างสูงมาไว้ในมือตัวเอง
เผยลี่เชินจ้องมาสังเกตท่าทางของอีกคนอย่างเงียบๆ ตั้งแต่ฝ่ามือที่ค่อยๆยกขึ้นมาปัดผ่านผมสวยให้ทัดเกี่ยวหูเมื่อมันมาเกะกะแถวกระดูกไหปลาร้า ก่อนจะไล่สายตามองตามผิวสวยไล่ลงมาเรื่อยๆ
“คุณหนูไป๋ ความจริงคุณมีทุนที่ทำให้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหลในตัวคุณอย่างไม่มีข้อแม้เลย” เผยลี่เชินก้มลงเป่าลมหายใจร้อยเอ่ยเสียงแหบแห้งแต่กลับมาเสน่ห์แต่แผ่วเบาที่ใบหูผู้สนทนา
หญิงสาวคิดถึงใบหน้าของผู้เป็นบุพการี ไวน์แสนหอมหวานถูกเติมอีกครั้งก่อนไป๋เสว่เอ๋อร์จะพาตัวเองเขยิบเข้าไปพร้อมทั้งปลายเท้าที่เขย่งขึ้นเพื่อยื่นใบหน้าไปมอบจุมพิตให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า
ต่างฝ่ายต่างจมลงไปในห้วงลึกของค่ำคืนที่หยาดฝนหล่นทั่วฟ้า นอกจากวิวด้านนอกทั้งห้องก็แปรเปลี่ยนเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม
ตอน 3
บทที่3 ถูกนักข่าวแอบถ่ายภาพ
ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างทั่ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกตัวเสียแล้ว
ผู้ชายด้านข้างยังคงหลับไม่รู้สึกตัว ไป๋เสว่เอ๋อร์หันไปมองเพียงเล็กน้อย... คนที่ไม่ได้สติในตอนนี้ช่างไม่เหมือนคนแสนเย็นชาเมื่อตอนกลางวันเลยสักนิด
เมื่อมองย้อนกลับไปเมื่อคืน เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้นลงไปได้ ก็อาจจะเป็นเพราะเรื่องมันเข้ามาเยอะเกินกว่าที่เธอจะแบกรับไว้ ทำให้เหตุผลที่เคยมีถูกอารมณ์กลบจนเสียหมด
ตอนนี้ไล่กวาดสายตามองดูทั่วห้องที่เละไม่เป็นท่าก็อดที่จะรู้สึกใจสั่นๆไม่ได้
ถอนสายตากลับมาที่เดิม ก่อนที่เธอจะค่อยๆหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อย่างเงียบๆ
ตั้งใจมองนิ่งที่คนบนเตียงอีกครั้ง ก่อนที่อีกไม่กี่วินาทีต่อมาก็ตัดสินใจหันร่างทั้งร่างเดินออกไป
ทันทีที่ประตูถูกงับปิดลง คนที่เอนตัวหลับอยู่บนเตียงก็ลืมตาตื่นขึ้น สายตาที่เผลอไปมองเห็นรอยแดงบนเตียงก็ทำให้ดวงตาหนาหนักอึ้ง
ไป๋เสว่เอ๋อร์ทันทีที่ออกมาจากคฤหาสน์ได้ก็รีบเรียกแท็กซี่กลับออกไป
คนเป็นแม่นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น สีหน้าตอนนี้ก็ดูไม่ดีนักสภาพตอนนี้เหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน
“เสว่เอ๋อร์ หนูไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน เรื่องที่ไปจัดการเป็นยังไงบ้าง?”
ช่วงระยะเวลานี้สิ่งที่ไป๋เสว่เอ๋อร์กลัวที่สุดก็คือคำพูดนี้ แต่เรื่องนี้ก็ไม่สามารถว่าคุณแม่ของเธอได้ แม่ของเธอก่อนที่จะแต่งงานกับพ่อแทบไม่เคยที่จะต้องทำอะไรเอง มาจนถึงวันนี้ที่ตระกูลไป๋กำลังจะล่มสลาย เป็นใครก็คงรับไม่ได้
ร่างบางดึงสติกลับมา ควบคุมอารมณ์และยิ้มตอบกลับอีกคนไป “ไม่ต้องห่วงนะคะแม่ หนูมีลู่ทางแล้ว”
“จริงเหรอลูก?” คุณแม่ไป๋แสดงสีหน้าประหลาดใจ ดวงตาที่เคยอ่อนแรงทอแววเป็นประกาย “เผยอี้รับปากว่าจะช่วยแล้วใช่ไหม?” “เปล่าค่ะแม่ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย”
“ไม่ใช่เผยอี้หรอกเหรอ? งั้นทางออกที่ลูกว่าคืออะไร? เสว่เอ๋อร์เมื่อคืนลูกไม่ได้ไปอยู่กับเขามาเหรอ รอยที่คอของลูกมัน...”
คนที่ถูกทักเรื่องรอยจูบมากมายที่ลำคอใจสั่นแทบจะหลุดออกมา ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเฉไฉถามเรื่องอื่นขึ้นมาแทน “เมื่อคืนแม่ไม่ได้นอนเลยใช่ไหมคะ? เรื่องพวกนี้ปล่อยหนูเป็นคนจัดการเอง แม่รีบไปพักเถอะค่ะ หนูกินข้าวเช้าเสร็จยังต้องเข้าบริษัทอีก ไว้หนูกลับมาเราค่อยมาคุยกัน”
“แม่...”
แม้จะอยากถามให้ชัดเจนแต่ใบหน้าที่ซีดลงไปอย่างถนัดตาของลูกสาวก็ทำให้เธอไม่ได้ถามออกไปทำ คนอายุมากกว่าได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยออกมา “งั้นก็ตามนั้น ลูกขึ้นไปอาบน้ำก่อนเถอะไป”
“โอเคค่ะแม่”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ก้าวเท้าขึ้นบันไดได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับไปมอง แม่ของเธอยังคงยื่นนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับไปไหน อาการนิ่งเงียบอย่างคนไร้สติทำให้เธอต้องเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้ง “แม่อย่าพึ่งกังวลไปเลยนะคะ ถ้าหากบริษัทจะล้มละลายจริงๆก็ใช่ว่าเราจะไม่เหลืออะไรเลย”
“แม่รู้ ลูกขึ้นไปพักเถอะ เดี๋ยวแม่ไปเตรียมอาหารเช้าไว้ให้”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้ารับก่อนจะกลับไปยังห้องของตัวเอง ร่างบางเข้าไปอาบน้ำทำความสะอาดตัวเองเสียหมดจด ก่อนจะกลับมานอนมองเพดานอย่างเหม่อลอย
คิดไปถึงเผยลี่เชินที่เมื่อคืนจมเตียงไปด้วยกัน การเรียกร้องอย่างบ้าคลั่งนั่น ทำเอาร่างเธอเผลอสั่นไปชั่วครู่
การทำให้คนอย่างเผยลี่เชินสนใจ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นตัวเลือกที่ดีหรือไม่ เธอรู้แต่ว่าตอนนี้มันหมดหนทางไปหมดคงเหลือแต่แค่เพียงวิธีนี้ เพราะว่าถูกสัมผัสมาทั้งคืนสุดท้ายก็ทนความเหนื่อยอ่อนที่สั่งสมมาไม่ไหว ไป๋เสว่อเอ๋อร์คิดอะไรต่อได้ไม่นานก็จมลงสู่นิทราไป
เผลอหลับไปเสียจนตื่นอีกทีก็บ่ายเสียแล้ว เลขาของเธอต้องโทรหาเธอถึงสองสายเพื่อที่จะปลุกเธอออกจากฝันได้
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ท่านประธานคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ราวกับหัวใจถูกบีบรัดแน่น “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? หรือฝั่งนู้นมีเรื่องเกิดขึ้นกับพ่อฉัน? ”
“ไม่ใช่ค่ะ...”
คนที่ขึ้นชื่อว่าเลขาลังเลไปสักพัก ก่อนสุดท้ายจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิว “ค คือ...คือว่ามีคนแอบถ่ายประธานไป๋แล้วเอารูปไปลงในเน็ตค่ะ”
สีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์เปลี่ยนไปก่อนจะหยิบโน๊ตบุ้คมาเปิด มันเป็นรูปเมื่อคืนตอนที่เธอออกมาจากห้องของเผยอี้ ตอนที่ตากฝนที่ถูกแอบถ่ายนั่นเอง
ไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการสะกดกั้นอารมณ์โกรธของเธอในตอนนี้ ถึงแม้ว่าเมื่อคืนเธอจะถูกเผยอี้บีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ แต่การที่ข่าวออกมาแบบนี้ก็เหมือนกับกล่าวให้ทุกคนได้รับรู้ว่าตระกูลเผยไม่ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือกับเธอ ในที่สุดตระกูลไป๋ก็เสียคู่ค้ากลุ่มสุดท้ายไปจนได้
ตระกูลที่โดนทิ้งอย่างโดดเดี่ยวกำลังจะล้มละลาย ใครหน้าไหนจะบ้ามาช่วยกันล่ะ? การขอกู้ยืมธนาคารแน่นอนว่าเรื่องฉาวแบบนี้ก็คงถูกปฏิเสธ
ข่าวนี้เธอขอคอนเฟิร์มเลยว่าต้องเกี่ยวข้องกับเผยอี้แน่ๆ เธอมั่นใจว่าเขาไม่มีทางไม่รู้
เรื่องนี้แน่นอนว่ายังนำความเสียหายในชื่อเสียงมาให้ตระกูลเผยแน่ เพราะถ้าหากไม่มีการยอมรับจากตระกูลเผย ข่าวบ้าพวกนี้ไม่มีทางที่จะอยู่ในการค้นหายอดนิยมมาในระยะเวลานานพอดูแบบนี้
หรือถ้าจะให้พูดให้ถูก ตั้งแต่ที่เผยลี่เชินวางมือ ไม่แน่นี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญก็เป็นได้